‘นฤมล’ถกจัดการฯดิน-น้ำ ผลักดันความร่วมมือจากทั่วโลก

‘นฤมล’ถกจัดการฯดิน-น้ำ  ผลักดันความร่วมมือจากทั่วโลก

‘นฤมล’ถกจัดการฯดิน-น้ำ ผลักดันความร่วมมือจากทั่วโลก

วันศุกร์ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานปิดการประชุมนานาชาติว่าด้วยการจัดการทรัพยากรดินและน้ำที่ยั่งยืน (The International Soil and Water Forum 2024) โดยมีผู้นำระดับสูงจากองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization of the United Nations : FAO) 27 ประเทศ และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกว่า 500 ราย จาก 65 ประเทศ เข้าร่วม ที่โรงแรมอนันตรา สยาม กทม.ว่าการประชุมนานาชาติว่าด้วยการจัดการทรัพยากรดินและน้ำที่ยั่งยืน (The International Soil and Water Forum 2024) มีวัตถุประสงค์เพื่อหารือความร่วมมือระดับภูมิภาคและระดับโลกแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านวิชาการ งานวิจัย และเทคโนโลยีในการฟื้นฟูความเสื่อมโทรมของดินและจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีปฏิญญาระดับรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดการความขาดแคลนน้ำและการฟื้นฟูดินเพื่อระบบเกษตรและอาหารที่ยั่งยืนและยืดหยุ่น (Ministerial
Declaration on managing water scarcityand reversing soil degradation forsustainable and resilient agrifood systems) เป็นเอกสารผลลัพธ์ของการประชุมฯ

“ประเทศไทยสนับสนุนปฏิญญาระดับรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดการความขาดแคลนน้ำและการฟื้นฟูดินเพื่อระบบเกษตรและอาหารที่ยั่งยืนและยืดหยุ่น (Ministerial Declaration on managing water scarcity and reversing soil degradation for sustainable andresilient agrifood systems) อย่างเต็มที่ เพื่อส่งเสริมระบบเกษตรและอาหารที่ยั่งยืน ซึ่งนับว่าเป็นกุญแจสำคัญในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางอาหาร การดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ และการจัดการทรัพยากรที่ยั่งยืน โดยประเทศไทยมีความมุ่งมั่นและพร้อมจะนำหลักการแนวทางของปฏิญญาในการกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์การเกษตร การจัดลำดับความสำคัญของแนวทางบูรณาการในการจัดการดินและน้ำ ส่งเสริมแนวทางปฏิบัติเกษตรและอาหารที่ยั่งยืน ตลอดจนการลงทุนในการวิจัยและเทคโนโลยีที่สามารถช่วยให้จัดการกับความท้าทายเหล่านี้ และพร้อมร่วมมือทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลกร่วมกันในการฟื้นฟูความเสื่อมโทรมของดินและจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น” รมว.เกษตรฯ กล่าว

สุดท้ายนี้ รมว.เกษตรฯ กล่าวขอบคุณองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) วิทยากร ผู้ร่วมอภิปราย ตลอดจนผู้เข้าร่วมประชุมที่ได้แบ่งปันประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และข้อมูลเชิงลึก เพื่อมุ่งมั่นร่วมกันในการจัดการกับความท้าทายเร่งด่วนที่สุดที่โลกของเราเผชิญอยู่ในปัจจุบัน นั่นคือเรื่องการขาดแคลนน้ำและความเสื่อมโทรมของดินให้ดียิ่งขึ้นต่อไป

‘นฤมล’เดินหน้าตั้ง ‘ศูนย์ข้าวชุมชน’ อีก 5 พันแห่ง ในปี 68-69

'นฤมล'เดินหน้าตั้ง 'ศูนย์ข้าวชุมชน' อีก 5 พันแห่ง ในปี 68-69

‘นฤมล’เดินหน้าตั้ง ‘ศูนย์ข้าวชุมชน’ อีก 5 พันแห่ง ในปี 68-69

วันพฤหัสบดี ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2568, 10.20 น.

“นฤมล”เดินหน้าตั้ง “ศูนย์ข้าวชุมชน” อีก 5 พันแห่ง ในปี 68-69 พร้อมชวนเกษตรกรร่วมเป็น “ชาวนาอาสา” เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต พัฒนาศักยภาพ ตอบโจทย์ตลาดและผู้บริโภค

2 มกราคม 2568 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหัวหน้าพรรคกล้าธรรม กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย กรมการข้าว มีนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวรวมตัวกันจัดตั้ง “ศูนย์ข้าวชุมชน” เพื่อเป็นรากฐานในการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตข้าว โดยมุ่งเน้นการผลิตและการกระจายเมล็ดพันธุ์ดี เปิดโอกาสให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการเกี่ยวกับการพัฒนาข้าวด้วยตนเอง ช่วยให้ชุมชนและองค์กรชาวนาเกิดความเข้มแข็ง โดยในปี 2567 สามารถจัดตั้งศูนย์ข้าวชุมชนได้ 4,985 ศูนย์ ครอบคลุมเกษตรกร 150,000 ครัวเรือน และผลิตเมล็ดพันธุ์ดีได้ 200,000 ตัน สามารถนำไปเพาะปลูกได้ในพื้นที่ 13 ล้านไร่ ทำให้มีข้าวคุณภาพดีสู่ตลาดจำนวน 12 ล้านตัน

ศ.ดร.นฤมล กล่าวต่อว่า ในปี 2568 กระทรวงเกษตรฯมีเป้าหมายจัดตั้งศูนย์ข้าวชุมชนเพิ่มอีก 2,500 ศูนย์ รวมเป็น 7485 ศูนย์ ซึ่งจะทำให้สามารถครอบคลุมเกษตรกรได้ถึง 224,500 ครัวเรือน ผลิตเมล็ดพันธุ์ดีเพิ่มขึ้น 374,200 ตัน นำไปเพาะปลูกได้ในพื้นที่ 24.95 ล้านไร่ ทำให้มีข้าวคุณภาพดีสู่ตลาดจำนวน 12.50 ล้านตัน

ส่วนในปี 2569  กระทรวงเกษตรฯจะจัดตั้งศูนย์ข้าวชุมชนเพิ่มอีก 2,500 ศูนย์ รวมเป็น 9,985 ศูนย์ครอบคลุมเกษตรกร 295,650 ครัวเรือน ผลิตเมล็ดพันธุ์ดีเพิ่มขึ้น 490,000 ตัน สามารถนำไปเพาะปลูกได้ในพื้นที่ 33.28 ล้านไร่ โดยมีข้าวคุณภาพดีสู่ตลาดจำนวน 16.64 ล้านตัน

ศ.ดร.นฤมล ยังกล่าวต่อถึงโครงการ“ชาวนาอาสา”เพื่อทำหน้าที่ช่วยเหลือแนะนำเกษตรกรเกี่ยวกับการผลิตข้าว และเข้ามาร่วมบริหารงาน เพื่อให้เกษตรกรมีความรู้ความเข้าใจในการผลิตเมล็ดพันธุ์ และข้าวคุณภาพดี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวให้สามารถแข่งขันในตลาดโลก ซึ่งในปี 2567 ได้มีผู้เข้าร่วมเป็นชาวนาอาสาแล้วทั้งสิ้น 147,500 รายแล้ว 

ทั้งนี้ เกษตรกรที่สนใจจะเข้าร่วมโครงการ สามารถสมัครเข้าร่วมเป็นชาวนาอาสาได้ที่ศูนย์วิจัยข้าว ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว และสถาบันวิทยาศาสตร์ข้าวแห่งชาติ ทั่วประเทศ

ปลัดฯร่วมประชุม อนุฯกก.ขับเคลื่อน แผนพัฒนาพื้นที่สูง ขับเคลื่อนงบปี’68

ปลัดฯร่วมประชุม  อนุฯกก.ขับเคลื่อน  แผนพัฒนาพื้นที่สูง  ขับเคลื่อนงบปี’68

ปลัดฯร่วมประชุม อนุฯกก.ขับเคลื่อน แผนพัฒนาพื้นที่สูง ขับเคลื่อนงบปี’68

วันอังคาร ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังได้รับมอบหมายจาก ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรฯ ให้เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน ครั้งที่ 1/2567 โดยมีนายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการฯ นายธนสาร ธรรมสอน ผู้ช่วยเลขานุการ รมว.เกษตรฯ นายสุรพิชย์ พรหมสิทธิ์ คณะทำงาน รมช.เกษตรฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ว่าที่ประชุมได้พิจารณาประเด็นสำคัญ โดยมีมติเห็นชอบ ดังนี้ 1.เห็นชอบกรอบการดำเนินงานและกรอบงบประมาณ ภายใต้แผนการดำเนินงานภายใต้แผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืนปีงบประมาณ 2568 โดยให้หน่วยงานปรับเพิ่มเติมงานแต่ละจุดเน้นในระยะต่อไป รวมทั้งแนวทางการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบในการแก้ปัญหาสำคัญบนพื้นที่สูง 4 จังหวัด 103 กลุ่มบ้าน 2.เห็นชอบกรอบแผนการดำเนินงานภายใต้แผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน ปีงบประมาณ 2569

3.เห็นชอบในหลักการโครงการแก้ไขปัญหาการชะล้างพังทลายหน้าดินบนพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน ปีงบประมาณ 2568-2570 เพื่อมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมดำเนินงานโครงการฯ ต่อไป
และ 4. เห็นชอบองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่คณะทำงานประสานงานและติดตามผลการดำเนินงานภายใต้แผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน

‘เลขาธิการ มกอช.’ร่วมพิธีมอบกรรมสิทธิ์และไถ่ชีวิตโค โครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ

'เลขาธิการ มกอช.'ร่วมพิธีมอบกรรมสิทธิ์และไถ่ชีวิตโค โครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ

‘เลขาธิการ มกอช.’ร่วมพิธีมอบกรรมสิทธิ์และไถ่ชีวิตโค โครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ

วันจันทร์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 20.33 น.

วันที่ 30 ธันวาคม 2567 นายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์ โยธคล เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เข้าร่วมพิธีมอบกรรมสิทธิ์และไถ่ชีวิตโค โครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ ๕ ธันวาคม ๒๕๖๗ โดยมี นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ณ บริเวณโซนปศุสัตว์ ในงานมหกรรมการเกษตรและการท่องเที่ยว ถนนสายดอกไม้งาม ริมกว้านพะเยา อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา

– 006

‘เลขาธิการ ส.ป.ก.’มอบโฉนดเพื่อการเกษตรแก่เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน อ.แม่ใจ จ.พะเยา

'เลขาธิการ ส.ป.ก.'มอบโฉนดเพื่อการเกษตรแก่เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน อ.แม่ใจ จ.พะเยา

‘เลขาธิการ ส.ป.ก.’มอบโฉนดเพื่อการเกษตรแก่เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน อ.แม่ใจ จ.พะเยา

วันจันทร์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 20.30 น.

วันจันทร์ที่ 30 ธันวาคม 2567 เวลา 16.00 น. นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เป็นประธานการมอบโฉนดเพื่อการเกษตรแก่เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน อ.แม่ใจ จ.พะเยา จำนวน 50 ราย พร้อมด้วย นายวัฒนา มังธิสาร รองเลขาธิการ ส.ป.ก. ปฏิรูปที่ดินจังหวัด ณ บริเวณพิธีบูธ ส.ป.ก. Zone 3 บริเวณการจัดนิทรรศการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมในงาน “มหกรรมการเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยา จังหวัดพะเยา” ณ บริเวณอนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง ริมกว๊านพะเยา จังหวัดพะเยา

– 006

‘กรมปศุสัตว์’จัดพิธีมอบกรรมสิทธิ์และไถ่ชีวิตโค เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของ’พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9’

'กรมปศุสัตว์'จัดพิธีมอบกรรมสิทธิ์และไถ่ชีวิตโค เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของ'พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9'

‘กรมปศุสัตว์’จัดพิธีมอบกรรมสิทธิ์และไถ่ชีวิตโค เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของ’พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9’

วันจันทร์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 17.50 น.

กรมปศุสัตว์ จัดพิธีมอบกรรมสิทธิ์และไถ่ชีวิตโค เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ

วันศุกร์ที่ 30 ธันวาคม 2567 เวลา 09.00 น.กรมปศุสัตว์จัดพิธีมอบกรรมสิทธิ์และไถ่ชีวิตโค โครงการธนาคารโค-กระบือ เพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม โดยมี นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีฯ นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวรายงาน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้บริหารระดับสูงของกรมปศุสัตว์ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และประชาชนทั่วไป ร่วมในพิธีฯ การจัดกิจกรรมในวันนี้มีพิธีไถ่ชีวิตโคเพศเมีย จำนวน 69 ตัว และมอบกรรมสิทธิ์โค-กระบือแก่เกษตรกร จำนวน 94 ราย ณ บริเวณโซนปศุสัตว์ งานมหกรรมการเกษตรและการท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้งาม ริมกว๊านพะเยา อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา

นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า โครงการธนาคารโค-กระบือ เพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ ซึ่งเป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาความยากจนของเกษตรกรที่ตรงจุด ไม่เป็นการสร้างภาระหนี้สินให้เกษตรกร สอดคล้องกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ช่วยแก้ไขปัญหาการละทิ้งถิ่นฐานของเกษตรกร การทำลายทรัพยากรธรรมชาติ และยังช่วยรักษาสภาพผืนแผ่นดินให้ทวีความอุดมสมสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ซึ่งกรมปศุสัตว์ได้รับสนองพระราชดำริ ดำเนินการตั้งแต่ปีพ.ศ. 2522 เป็นต้นมา จากการดำเนินงานที่ผ่านมา กรมปศุสัตว์ได้ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรไปแล้วกว่า 383,424 ราย มอบกรรมสิทธิ์โค-กระบือให้แก่เกษตรกรไปแล้วกว่า 144,815 ราย

ด้าน นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมปศุสัตว์ได้จัดพิธีมอบกรรมสิทธิ์และไถ่ชีวิตโค ภายใต้โครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม ของทุกปี โดยมีกิจกรรมดำเนินการ 2 กิจกรรม ประกอบด้วย การมอบกรรมสิทธิ์โค-กระบือแก่เกษตรกรที่ปฏิบัติตามเงื่อนไขของโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ จำนวน 94 ราย และการไถ่ชีวิตโคเพศเมีย จำนวน 69 ตัว โดยกรมปศุสัตว์จะนำไปให้ความช่วยเหลือแก่เกษตรกรภายใต้ระเบียบและหลักเกณฑ์ของโครงการธนาคารโค-กระบือ เพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ ในพื้นที่ 2 อำเภอของจังหวัดพะเยา ได้แก่ อำเภอเมืองพะเยา และอำเภอภูกามยาว

สำหรับในจังหวัดพะเยาได้ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรทั้งหมดจำนวน 1,546 ราย ในปีงบประมาณ พ.ศ.2567 ได้มอบกรรมสิทธิ์ โค-กระบือให้แก่เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดพะเยา เป็นกรรมสิทธิ์แม่โคและแม่กระบือ จำนวน 859 ตัว คิดเป็นมูลค่า 19,158,700 บาท ถือได้ว่าก่อเกิดประโยชน์เป็นคุณูปการแก่เกษตรกรเป็นอย่างยิ่ง และยังเป็นที่น่ายินดีที่มีการบูรณาการร่วมกัน ในพื้นที่อย่างเป็นระบบ สนับสนุนให้มีการรวมกลุ่มเกษตรกรและให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการบริหารโครงการเพื่อให้เกิดความเข้มแข็ง และยังมีการต่อยอดการใช้ประโยชน์ เช่น การใช้มูลสัตว์เป็นปุ๋ยในไร่นา การอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีในท้องถิ่น และได้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินงาน ซึ่งเป็นการสนองพระราชดำริด้านการส่งเสริมอาชีพให้เกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเองได้

ทั้งนี้ เป็นการยืมเลี้ยงเพื่อการผลิตโดยมีเงื่อนไขว่า เมื่อลูกโคตัวแรกมีอายุครบ 18 เดือน ให้ส่งลูกโคคืนโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ ส่วนลูกโคตัวต่อไปเป็นของเกษตรกรที่ได้รับมอบ และเมื่อสัญญายืมครบ 5 ปี แม่โคและลูกโคตัวที่เกิดถัดไป ให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของเกษตรกรผู้ยืม

– 006

‘กรมการข้าว’ร่วมงานมหกรรมการเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยาประจำปี 2567

'กรมการข้าว'ร่วมงานมหกรรมการเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยาประจำปี 2567

‘กรมการข้าว’ร่วมงานมหกรรมการเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยาประจำปี 2567

วันจันทร์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 15.39 น.

กรมการข้าว ร่วมงานมหกรรมการเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยาประจำปี 2567 ระหว่างวันที่ 27 ธ.ค.67 – 5 ม.ค.68

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีเปิดงานมหกรรมการเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยา ประจำปี 2567 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2567 – 5 มกราคม 2568 บริเวณถนนชายกว๊าน หน้าศาลหมื่นปี (ลานข่วงวัฒนธรรม) บริเวณสามแยกถนนประสาท และสวนสมเด็จย่า 90 พรรษา โดยมี นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว และผู้บริหารทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วม ณ จังหวัดพะเยา เพื่อเผยแพร่ความรู้ในการส่งเสริมการเกษตรให้ครบห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ พร้อมจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และสร้างช่องทางการตลาดให้ผู้ประกอบการสินค้าเกษตรตามนโยบายตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ และขยายผลการจัดมหกรรมดังกล่าวไปสู่จังหวัดภาคเหนืออื่น ๆ เพิ่มมากขึ้น โดยได้มอบนโยบายให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำผลการจัดงานจากปีก่อน มาปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และพัฒนารูปแบบกิจกรรมให้ดีกว่าเดิม โดยมุ่งเน้นการจัดกิจกรรมพื้นฟูและช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในภาคเหนือให้ได้รับผลประโยชน์อย่างสูงสุด

ทั้งนี้ ในส่วนการจัดนิทรรศการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดำเนินการตามนโยบายตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ ของรัฐบาล และเกี่ยวข้องกับการรับมือ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศตามที่ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจ ควบคู่ไปกับความปลอดภัยทางอาหารเพื่อส่งเสริมกิจกรรม นิทรรศการ และการจำหน่ายสินค้าในพื้นที่ไปพร้อมกัน

ในส่วนของกรมการข้าว ได้มีการจัดบูธนิทรรศการและกิจกรรมต่างๆมากมาย โดยภายในงานได้มีการบูธ นิทรรศการกลุ่มนาแปลงใหญ่ กลุ่มศูนย์ข้าวชุมชน ข้าวอินทรีย์ ข้าวGI และธัญพืชเมืองหนาว อีกทั้งมีการจัดกิจกรรมสาธิตและฝึกอาชีพ การออกร้านค้าจำหน่ายข้าวและประดิษฐ์ใหม่ ตลอดจน กิจกรรมวาดรูปเฟรมผ้าใบริมกว๊านพะเยา กิจกรรมหนาวนี้ ฮักกั๋น ตี้กว๊านพะเยา รวมไปถึงกิจกรรมประกวดสุนทรพจน์ในหัวข้อ ” ห้องหอมมะลิบ้านฉันอร่อยที่สุดในโลก”และประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง บทเพลงที่เกี่ยวข้องกับข้างหรือชาวนาไทยอีกด้วย

– 006

‘นฤมล’ปลื้มยอดออมเงินฯพุ่ง 21 ล้าน

‘นฤมล’ปลื้มยอดออมเงินฯพุ่ง 21 ล้าน

‘นฤมล’ปลื้มยอดออมเงินฯพุ่ง 21 ล้าน

วันจันทร์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีปิดโครงการเสริมสร้างวินัยทางการเงินภาคครัวเรือนขับเคลื่อนชุมชนเข้มแข็งเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 (กิจกรรมเปิดกระปุกออมสิน) โดยมีผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ และผ่านระบบออนไลน์

ทั้งนี้ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ได้จัดทำโครงการดังกล่าว เพื่อส่งเสริมการเพิ่มความรู้ทางการเงินการบัญชี และส่งเสริมการออมในรูปแบบใหม่ๆ ผ่านกิจกรรมส่งเสริมการออมและฝึกอาชีพเสริมรายได้ ประกอบด้วย กิจกรรมสอนแนะการจัดทำบัญชีรับ-จ่ายในครัวเรือน สอนแนะการจัดทำบัญชี ผ่านสมุดบัญชีและ Smart Phone และกิจกรรมฝึกอาชีพเสริมรายได้สร้างเงินออม ตามแนวคิด “บวร” (บ้าน-ชุมชน/วัด-ศาสนาสถาน/โรงเรียน-ส่วนราชการ) มุ่งสร้างวินัยทางการเงินภาคครัวเรือน ส่งเสริมการออม มีการจัดทำกระปุกออมสิน 10,000 กระปุก แจกให้
ผู้เข้าร่วมโครงการ ซึ่งพบว่ามีประชาชนในชุมชนและบุคลากรกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เข้าร่วมกิจกรรม รวม 10,473 ราย 89 ชุมชน ใน 77 จังหวัด และส่งผลให้เกิดเงินออมในครัวเรือนทั่วประเทศ รวม 21,380,751 บาท

รมว.เกษตรฯ กล่าวว่า นอกจากจะมุ่งเน้นยกระดับรายได้เกษตรกรแล้ว ยังมุ่งส่งเสริมองค์ความรู้ในเรื่องการลดต้นทุน ควบคู่กับการวางแผนและบริหารจัดการด้านการเงินที่เหมาะสม เพื่อสร้างวินัยในการออม และแก้ปัญหาหนี้สินครัวเรือนจากต้นทาง ซึ่งได้มอบหมายกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ สานต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมการนำระบบบัญชีไปวางรากฐานในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรและสถาบันเกษตรกร อีกทั้งเสริมองค์ความรู้ให้ภาคประชาชนสามารถนำบัญชีไปใช้วางรากฐานของชีวิต

หม่อนไหม 15 ปี ยกระดับ มุ่งสู่ SoftPower ภูมิปัญญายั่งยืน

หม่อนไหม 15 ปี ยกระดับ  มุ่งสู่ SoftPower ภูมิปัญญายั่งยืน

หม่อนไหม 15 ปี ยกระดับ มุ่งสู่ SoftPower ภูมิปัญญายั่งยืน

วันจันทร์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานพิธีเปิดงานวันคล้ายวันสถาปนากรมหม่อนไหม เนื่องในโอกาสครบรอบ 15 ปี ภายใต้แนวคิด “Eco Silk : ไหมรักษ์โลก” โดยมี นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายนวนิตย์ พลเคน อธิบดีกรมหม่อนไหม และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ว่า กรมหม่อนไหม มีการดำเนินงานที่สำคัญเพื่อทำให้เกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมมีอาชีพและรายได้ที่มั่นคง พึ่งพาตนเองได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน ได้เพิ่มพูนประสิทธิภาพการผลิตและยกระดับมาตรฐานสินค้า อีกทั้งส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม และมุ่งเน้นการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านหม่อนไหม ให้คงอยู่เป็นมรดกของชาติ ตลอดจนสนับสนุนให้เป็น Soft Power ของไทย เพื่อช่วยสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการด้านหม่อนไหม

ขณะเดียวกัน ได้มีการใช้เทคโนโลยีพัฒนาสายพันธุ์ไหม เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด เช่น “ไหมพันธุ์ศรีสะเกษ 72” หรือ “ทับทิมวนา” ซึ่งมีรังไหมสีเหลืองเข้ม มีความแข็งแรง เลี้ยงง่ายให้ผลผลิตสูง นอกจากนี้ยังนำไปใช้ในแวดวงการแพทย์ เช่น แผ่นปิดแผลสำหรับผู้ป่วยเบาหวานและสำหรับใช้ฟื้นฟูเนื้อเยื่อเต้านมที่เกิดจากการผ่าตัดมะเร็งเต้านม รวมทั้งการต่อยอดการพัฒนาสินค้าประเภท Functional Food เช่น ผงโปรตีนจากดักแด้และหนอนไหม เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพจากใบหม่อน และใบหม่อนสำหรับเป็นอาหารเสริมในสัตว์ ควบคู่ไปกับการเพิ่มจำนวนเกษตรกรหม่อนไหมรายใหม่และฟื้นฟูเกษตรกรรายเดิม โดยมีผู้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรหม่อนไหม 24,505 ราย มากกว่าเป้าหมาย 37% ซึ่งกรมหม่อนไหมได้สนับสนุนพันธุ์หม่อนให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม 2.6 ล้านต้น และผลิตไข่ไหมพันธุ์ดี 101,392 แผ่นแจกจ่ายให้กับเกษตรกร 13,730 ราย

ทั้งนี้ ภายในงานได้ร่วมกับภาคเอกชนในการทำเกษตรพันธสัญญา (contract farming) เพื่อช่วยรับประกันราคาผลผลิตและสร้างตลาดที่มีความมั่นคงให้เกษตรกร การส่งเสริมศักยภาพด้านการตลาดสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่นผ่านการจัดกิจกรรมต่างๆ ทั่วประเทศ และงาน “ตรานกยูงพระราชทาน สืบสานตำนานไหมไทย” ครั้งที่ 19 ซึ่งสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการ กว่า 44 ล้านบาท โดยมีผลสัมฤทธิ์จากการขับเคลื่อนภารกิจของกรมหม่อนไหม ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรฯ ในปี 2567 สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการหม่อนไหม รวมทั้งสิ้นกว่า 1,296 ล้านบาท จึงทำให้กรมหม่อนไหม ได้รับรางวัลเลิศรัฐ รางวัลบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม รางวัลระดับดีรางวัลสัมฤทธิ์ผลประชาชนมีส่วนร่วมประจำปี 2567 เรื่อง “tonmonsilk : buriram model สืบสานไหมไทย ไว้ให้คงอยู่คู่แผ่นดิน” นับเป็นความภาคภูมิใจของกรมหม่อนไหม โดยรางวัลดังกล่าวเป็นแรงผลักดันให้กรมหม่อนไหม เดินหน้าทำงานเคียงข้างเกษตรกร พัฒนางานด้านหม่อนไหม พัฒนาบุคลากรให้มีศักยภาพ และขับเคลื่อนการพัฒนาหม่อนไหมไทยไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ต่อไป

โฆษกฯสอบปมสัญญาเช่าฯ ชี้ฝ่ายการเมืองไม่ก้าวก่าย

โฆษกฯสอบปมสัญญาเช่าฯ  ชี้ฝ่ายการเมืองไม่ก้าวก่าย

โฆษกฯสอบปมสัญญาเช่าฯ ชี้ฝ่ายการเมืองไม่ก้าวก่าย

วันจันทร์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายเอกภาพ พลซื่อ โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ฝ่ายการเมือง) กล่าวถึงกรณีการออกสัญญาเช่าที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรของไร่ภูนับดาว อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี ว่า ตามที่นายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ คณะที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะทำงานการตรวจสอบและพิจารณาความผิดเกี่ยวกับผู้ได้รับการจัดที่ดินและผู้ถือครองที่ดินโดยมิชอบในเขตปฏิรูปที่ดิน ได้ให้สัมภาษณ์ถึงนายวิชิต ปลั่งศรีสกุล อดีตประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์กระทรวงเกษตรฯ ของอดีตรมว.เกษตรฯ (ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า) ให้เจ้าหน้าที่ของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) จ.สระบุรี ออกสัญญาให้เช่าที่ดิน เพื่อให้สามารถเข้าทำประโยชน์บนที่ดิน ส.ป.ก.ได้นั้น

“ผมในฐานะโฆษกกระทรวงเกษตรฯ ขอยืนยันว่า ตั้งแต่ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ดำรงตำแหน่ง รมว.เกษตรฯ นายวิชิต ปลั่งศรีสกุล ไม่ได้ดำรงตำแหน่งใดๆ ในกระทรวงเกษตรฯ และในสมัยของ ร.อ.ธรรมนัส ก็ไม่ได้มีนโยบายให้ฝ่ายการเมือง เข้าไปก้าวก่ายการทำงานของฝ่ายข้าราชการประจำ ในเรื่องนี้จะต้องมีการตรวจสอบ ว่าเป็นการกระทำที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่” นายเอกภาพ กล่าว