รองปลัดฯช่วยเกษตรกร ประสบภัยในพื้นที่ยะลา

รองปลัดฯช่วยเกษตรกร  ประสบภัยในพื้นที่ยะลา

รองปลัดฯช่วยเกษตรกร ประสบภัยในพื้นที่ยะลา

วันศุกร์ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายมานพ หนูสอน รองอธิบดีกรมประมง นายพงษ์พันธ์ ธรรมมา รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ที่ปรึกษา รมช.เกษตรฯ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ และเจ้าหน้าที่หน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ใน จ.ยะลา ลงพื้นที่พบปะเกษตรกรและประชาชนผู้ประสบอุทกภัย ในพื้นที่ บริเวณวัดคูหาภิมุข (วัดหน้าถ้ำ)หมู่ 1 ต.หน้าถ้ำ อ.เมือง จ.ยะลา

นอกจากนี้ ได้มอบถุงยังชีพ ข้าวกล่องพร้อมน้ำดื่ม หญ้าแห้ง ไข่ไก่สด และพด.6 เพื่อใช้บำบัดน้ำเสียในพื้นที่น้ำท่วมขังตามบ้านเรือน ให้แก่เกษตรกรและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัย ดังนี้ 1.โครงการชลประทานยะลา/สนง.เกษตรและสหกรณ์ จ.ยะลา/สนง.เกษตร จ.ยะลา มอบข้าวกล่องพร้อมน้ำดื่ม 100 ชุด 2.สนง.ปศุสัตว์ จ.ยะลา มอบถุงยังชีพ 20 ถุง ถุงยังชีพ (สำหรับสัตว์) 20 ถุง หญ้าแห้ง 140 ฝ่อน และไข่ไก่สด 40 แพ็ก และ 3.สถานีพัฒนาที่ดินยะลา มอบสารจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย (พด.6)

สกู๊ปพิเศษ : เทศบาลนครสงขลา จัดสวนดอกไม้ทางเข้า หาดสมิหลา รับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวมาเลเซีย ปีใหม่ 2568

สกู๊ปพิเศษ : เทศบาลนครสงขลา จัดสวนดอกไม้ทางเข้า หาดสมิหลา  รับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวมาเลเซีย ปีใหม่ 2568

สกู๊ปพิเศษ : เทศบาลนครสงขลา จัดสวนดอกไม้ทางเข้า หาดสมิหลา รับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวมาเลเซีย ปีใหม่ 2568

วันศุกร์ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ทางเทศบาลนครสงขลาได้สร้างสีสันชายหาดสมิหลาสงขลาให้มีความสดใสสวยงามอีกรูปแบบหนึ่ง โดยจัดสวนดอกไม้หลากสีหลากหลายชนิดเน้นสีแดงและสีเหลืองเป็นหลัก เมื่อเวลาถ่ายรูปออกไปสีมันจะโดดเด่น เป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเป็นอย่างมาก ที่มีการสร้างสีสันที่บริเวณแหล่งท่องเที่ยวให้มีความสดใส สวยงามจากดอกไม้นานาชนิด

สวนดอกไม้นี้จะอยู่บริเวณทางเข้าชายหาดสมิหลา สงขลา เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวมาเลเซีย ที่เดินทางมาท่องเที่ยวที่ชายหาดสมิหลาในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 ได้ถ่ายรูปสวนดอกไม้เก็บไว้เป็นที่ระลึก นักท่องเที่ยวที่จะเข้าไปชายหาดสมิหลาจะต้องเดินผ่านเข้าทางจุดนี้ ซึ่งออกแบบเป็นวงเวียน มีทางเดินเข้าออกได้ทุกด้าน เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้หามุมถ่ายรูปตามใจชอบ มีสีสันสะดุดตาเมื่อเดินผ่านอดใจไม่ได้หากไม่ได้ยกมือถือขึ้นมาบันทึกภาพสวนดอกไม้และเซลฟี่กับดอกไม้สีสันสวยงามที่ถูกจัดวางไว้อย่างลงตัว มีความโดดเด่นโดยเฉพาะสีแดงที่เน้นให้อยู่ตรงกลาง

สวนดอกไม้บริเวณทางเข้าแหลมสมิหลาแห่งนี้หลังจากรับนักท่องเที่ยวช่วงเทศกาลปีใหม่แล้ว อาจจะอยู่ต่อเนื่องไปจนถึงเทศกาลตรุษจีนและเทศกาลวันวาเลนไทน์ เนื่องจากจะมีเจ้าหน้าที่งานสวนของเทศบาลนครสงขลาคอยดูและสับเปลี่ยนต้นไม้ไม่ให้เหี่ยวเฉา จะมีต้นไม้หมุนเวียนเข้ามาเปลี่ยนทุกสัปดาห์ เพื่อให้สวนดอกไม้แห่งนี้มีความสดใสสวยงามอยู่ตลอดเวลา

ในขณะเดียวกัน ในวันที่ 25 ธ.ค. 2567 ซึ่งเป็นวันคริสต์มาส ที่บริเวณชายหาดสมิหลา สงขลา ก็มีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียและสิงคโปร์ เดินทางนำครอบครัวเข้ามา
ท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก อีกทั้งเนื่องจากโรงเรียนในมาเลเซียกำลังจะเปิดในต้นเดือนมกราคม 2568 นี้ ทำให้ชาวมาเลเซียพาครอบครัวมาท่องเที่ยวในจังหวัดสงขลา ส่งท้ายก่อนที่โรงเรียนจะเปิด ส่งผลทำให้ในวันนี้ชายหาดสมิหลาคึกคัก ถึงแม้ไม่ใช่เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ก็ตาม ร้านค้า ร้านขายเสื้อผ้า ขายดิบขายดีเกือบทุกร้าน และคาดว่า ในช่วงวันส่งท้ายปีเก่าและต้อนรับปีใหม่ 2568 จะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย ชาวมาเลเซียและสิงคโปร์ รวมทั้งอินโดนีเซีย จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวชายหาดสมิหลาสงขลาในช่วงเทศกาลปีใหม่เป็นจำนวนมากเหมือนเช่นทุกปี

ปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์

สมาคมกีฬาเชียงรายรับใบประกาศ ส่วนราชการพร้อมหนุนทุกชนิดกีฬา

สมาคมกีฬาเชียงรายรับใบประกาศ  ส่วนราชการพร้อมหนุนทุกชนิดกีฬา

สมาคมกีฬาเชียงรายรับใบประกาศ ส่วนราชการพร้อมหนุนทุกชนิดกีฬา

วันศุกร์ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางรัตนา จงสุทธานามณี นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดเชียงราย พร้อมคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ ร่วมกิจกรรมเนื่องในวันกีฬาแห่งชาติ จังหวัดเชียงราย ประจำปี 2567 ที่สนามฟุตบอล 1 สนามกีฬาจังหวัดเชียงรายจัดโดย สำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดเชียงราย โดยมี นายนรศักดิ์สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้มอบโล่ประกาศเกียรติคุณ แก่นักกีฬา ผู้ฝึกสอน ตลอดจนผู้ทำคุณประโยชน์ด้านกีฬาที่สร้างชื่อเสียงให้กับสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดเชียงราย และ จังหวัดเชียงราย จำนวน 12 ประเภท อาทิ หน่วยงานด้านกีฬาดีเด่น ได้แก่ สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดเชียงราย โดย นางรัตนา จงสุทธานามณี นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดเชียงราย เป็นผู้รับมอบ พร้อมหน่วยงานราชการที่ให้การสนับสนุนกีฬาดีเด่น ได้แก่ เทศบาลนครเชียงราย และ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย หน่วยงานภาคเอกชนที่ให้การสนับสนุนกีฬาดีเด่น ได้แก่ บริษัทโตโยต้าเชียงราย จำกัด และ บริษัทสิงห์ปาร์ค เชียงราย

รางวัลนักกีฬาอาชีพดีเด่นชาย ได้แก่ นายเอกนิษฐ์ ปัญญา นักกีฬาฟุตบอลทีมชาติไทย และ นักฟุตบอลอาชีพไทยแลนด์ลีก รางวัลนักกีฬาอาชีพดีเด่นหญิง ได้แก่ นางสาววิภาวี ศรีทอง นักกีฬาวอลเลย์บอลทีมชาติไทย และ นักกีฬาวอลเลย์บอลอาชีพสังกัดสโมสร ซูว็อน ฮุนได อี & ซี ฮิลล์สเตท, รางวัลนักกีฬาประชาชนดีเด่นชาย ได้แก่ นายจีรพันธ์ โป่งคำ นักกีฬาเพาะกายทีมชาติไทย รางวัลนักกีฬาประชาชนดีเด่นหญิง ได้แก่ สิบตรีหญิง สุรจนา คำเบ้า นักกีฬายกน้ำหนักทีมชาติไทย รางวัลนักกีฬาเยาวชนดีเด่นชาย ได้แก่ นายอาณกร กาวิชา นักกีฬายูยิตสูทีมชาติไทย 

รางวัลนักกีฬาเยาวชนดีเด่นหญิง ได้แก่ นางสาววนิตา มาเยอ นักกีฬา กาบัดดี้ทีมชาติไทย รางวัลนักกีฬาอาวุโสดีเด่นชาย ได้แก่ นายสมชาย ตุงคบุรีนักกีฬากอล์ฟ รางวัลนักกีฬาอาวุโสดีเด่นหญิง ได้แก่ ว่าที่ร้อยตรีหญิงถนอมศรี ไชยชนะ นักกีฬากรีฑา และรางวัลอื่นๆ อีกหลายรายการ

สุดปัง! ส่งสุขปีใหม่’68 ช็อป ชิม! ผลิตภัณฑ์คุณภาพในเขตปฏิรูปที่ดิน

สุดปัง! ส่งสุขปีใหม่'68 ช็อป ชิม! ผลิตภัณฑ์คุณภาพในเขตปฏิรูปที่ดิน

สุดปัง! ส่งสุขปีใหม่’68 ช็อป ชิม! ผลิตภัณฑ์คุณภาพในเขตปฏิรูปที่ดิน

วันพฤหัสบดี ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 21.30 น.

26 ธันวาคม 2567 นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการ ส.ป.ก.และ นายสุรชัย ยุทธชนะ รองเลขาธิการ ส.ป.ก.ได้เยี่ยมชมกิจกรรมจำหน่ายสินค้าคุณภาพในเขตปฏิรูปที่ดิน ณ ส.ป.ก. ถนนราชดำเนินนอก เขตพระนคร กรุงเทพฯ โดยมีร้านค้าจำหน่ายสินค้าคุณภาพในเขตปฏิรูปที่ดิน จำนวน 10 จังหวัด ภายใต้โครงการส่งความสุขปีใหม่ มอบให้เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน ประจำปี พ.ศ.2568 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 – 26 ธันวาคม 2567

กิจกรรมจำหน่ายสินค้าคุณภาพในเขตปฏิรูปที่ดิน ตลอดระยะเวลา 3 วันที่จัดจำหน่าย ได้รับความสนใจจากบุคลากร สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หน่วยงานใกล้เคียง และประชาชนทั่วไป ทั้งนี้จากการจำหน่ายทั้ง 3 วัน มียอดจำหน่ายรวม 260,917 บาท โดยมี ร้านค้าขายดี 3 อันดับแรก ได้แก่ 1. สระแก้ว 2. สุพรรณบุรี 3. กาญจนบุรี

สินค้าขายดี 5 อันดับ ได้แก่ 1. ชมพู่ทับทิมจันทร์ จ.สระแก้ว 25,000 บาท 2. ผลิตภัณฑ์จากต้นกก จ.ปราจีนบุรี 18,424 บาท 3. เม็ดมะม่วงหิมพานต์ จ.สระแก้ว 15,000 บาท 4. ลำไยสด จ.กาญจนบุรี 14,500 บาท 5. หมี่กรอบ จ.ระยอง 11,450 บาท

กิจกรรมจำหน่ายสินค้าคุณภาพในเขตปฏิรูปที่ดินครั้งนี้ ส่งผลให้เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินมีรายได้เพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลปีใหม่ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศจากการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน เกษตรกรมีแนวทางในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค และมีช่องทางการตลาดเพิ่มขึ้น รวมถึงสินค้าเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดินเป็นที่รู้จักต่อประชาชนทั่วไปมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นไปตามความมุ่งมั่นของ ส.ป.ก. ในการทำให้พี่น้องเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน อยู่ได้ อยู่ดี และมีความสุข

‘เลขาธิการ ส.ป.ก.’ร่วมประชุมการนำเสนอข้อมูลและขอความอนุเคราะห์ร่วมจัดงาน FTI EXPO 2025

'เลขาธิการ ส.ป.ก.'ร่วมประชุมการนำเสนอข้อมูลและขอความอนุเคราะห์ร่วมจัดงาน FTI EXPO 2025

‘เลขาธิการ ส.ป.ก.’ร่วมประชุมการนำเสนอข้อมูลและขอความอนุเคราะห์ร่วมจัดงาน FTI EXPO 2025

วันพฤหัสบดี ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 21.25 น.

ส.ป.ก.ร่วมประชุมการนำเสนอข้อมูลและขอความอนุเคราะห์ร่วมจัดงาน FTI EXPO 2025 โดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)

26 ธันวาคม 2567 เวลา 13.30 น.นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการ ส.ป.ก.พร้อมด้วย ผู้แทนจาก สำนักวิชาการและแผนงาน สำนักพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยี ร่วมประชุมการนำเสนอข้อมูลและขอความอนุเคราะห์ร่วมจัดงาน FTI EXPO 2025 จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) โดยมี ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน พร้อมด้วย ผู้บริหารระดับสูงสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมประชุมกับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในการขอขอความอนุเคราะห์ร่วมจัดงาน FTI EXPO 2025 ซึ่งเป็นงานที่จัดขึ้นเพื่อแสดงศักยภาพของประเทศและความพร้อมของภาคการผลิตไทย ในการเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมระดับโลก เพื่อส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมไทยผ่านนโยบาย “One FTI” ณ ห้องประชุม 134-135 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพฯ

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กำหนดจัดงาน FTI EXPO 2025 ภายใต้แนวคิด “EMPOWERING THAI INDUSTRY, ELEVATING THAILAND’S FUTURE เสริมพลังอุตสาหกรรมไทย เพื่ออนาคตไทยที่ยั่งยืน” ระหว่างวันที่ 12-15 กุมภาพันธ์ 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อแสดงฉากทัศน์ใหม่ของอุตสาหกรรมไทยสู่อนาคต ผ่านแนวคิด 4GO ซึ่งประกอบด้วย GO Digital & AI, GO Innovation, GO Global และ GO Green ตลอดจนเป็นเวทีแสดงศักยภาพสินค้าไทย ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ช่วยธุรกิจสู่ความยั่งยืน

ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีภารกิจที่เชื่อมโยงกันได้กับ แนวคิด GO Green และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำนวน 13 หน่วยงาน ได้เข้าร่วมจัดบูธนิทรรศการภายใต้แนวคิด นวัตกรรมไทย สู่อุตสาหกรรมยุคใหม่ (Agri-Innovation to New Industry for Next Normal) ภายในงาน FTI EXPO 2022 เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน – 3 กรกฎาคม 2565 ณ จังหวัดเชียงใหม่ที่ผ่านมา ในการนี้การประชุมครั้งนี้เพื่อพิจารณาดำเนินการสนับสนุนการออกบูธภายในงาน FTI EXPO 2025 ดังกล่าว เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลในภาพรวมของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต่อไป

– 006

‘เลขาธิการ มกอช.’ร่วมประชุมหารือ เตรียมจัดงาน FTI Expo 2025 เสริมพลังอุตสาหกรรมไทย

'เลขาธิการ มกอช.'ร่วมประชุมหารือ เตรียมจัดงาน FTI Expo 2025 เสริมพลังอุตสาหกรรมไทย

‘เลขาธิการ มกอช.’ร่วมประชุมหารือ เตรียมจัดงาน FTI Expo 2025 เสริมพลังอุตสาหกรรมไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 21.20 น.

“รมว.นฤมล”นำกระทรวงเกษตรฯ หารือสภาอุตสาหกรรมฯ เตรียมจัดงาน FTI Expo 2025 เสริมพลังอุตสาหกรรมไทย 12 – 15 ก.พ.68 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

วันพฤหัสบดีที่ 26 ธันวาคม พ.ศ.2567 เวลา 13.00 น. นายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์ โยธคล เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติเข้าร่วมการหารือแนวทางการจัดงาน FTI Expo 2025 ภายใต้แนวคิด “Empowering Thai Industry, Elevating Thailand’s Future เสริมพลังอุตสาหกรรมไทย เพื่ออนาคตไทยที่ยั่งยืน” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 – 15 กุมภาพันธ์ 2568 ณ Hall 5 – 8 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมี ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการหารือ ซึ่งมีนายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

– 006

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’เข้าร่วมหารือ’สภาอุตสาหกรรมฯ’ เข้าพบ’รมว.เกษตรฯ’นำเสนอข้อมูลจัดงาน FTI EXPO 2025

'อธิบดีกรมปศุสัตว์'เข้าร่วมหารือ'สภาอุตสาหกรรมฯ' เข้าพบ'รมว.เกษตรฯ'นำเสนอข้อมูลจัดงาน FTI EXPO 2025

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’เข้าร่วมหารือ’สภาอุตสาหกรรมฯ’ เข้าพบ’รมว.เกษตรฯ’นำเสนอข้อมูลจัดงาน FTI EXPO 2025

วันพฤหัสบดี ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 21.15 น.

อธิบดีกรมปศุสัตว์เข้าร่วมการหารือฯ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เข้าพบ รมว.เกษตรฯ เพื่อนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับการจัดงาน FTI EXPO 2025

วันพฤหัสบดีที่ 26 ธันวาคม 2567 เวลา 13.00 น. นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เข้าร่วมการหารือฯ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เข้าพบ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ณ ห้องประชุม 134-135 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ราชดำเนินนอก กรุงเทพฯ โดยมีผู้บริหารหน่วยงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมฯ ทั้งนี้ การจัดงาน FTI EXPO 2025 โดยงานกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 – 15 กุมภาพันธ์ 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายใต้แนวคิด “Empowering Thai Industry Elevation Thailand’s Future เสริมพลังอุตสาหกรรมไทย เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน” ในประเด็น “GO Green” สามารถเชื่อมโยงกับภารกิจของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ จะเป็นงานที่แสดงศักยภาพสินค้าไทย ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ช่วยธุรกิจสู่ความยั่งยืน

– 006

‘อธิบดีทวีศักดิ์’ร่วมประชุมหารือแนวทางการจัดงาน FTI Expo 2025 เสริมพลังอุตสาหกรรมไทย

'อธิบดีทวีศักดิ์'ร่วมประชุมหารือแนวทางการจัดงาน FTI Expo 2025 เสริมพลังอุตสาหกรรมไทย

‘อธิบดีทวีศักดิ์’ร่วมประชุมหารือแนวทางการจัดงาน FTI Expo 2025 เสริมพลังอุตสาหกรรมไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 21.10 น.

วันพฤหัสบดีที่ 26 ธันวาคม พ.ศ.2567 เวลา 13.00 น. ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน  ร่วมประชุมหารือแนวทางการจัดงาน FTI Expo 2025 ภายใต้แนวคิด “Empowering Thai Industry, Elevating Thailand’s Future เสริมพลังอุตสาหกรรมไทย เพื่ออนาคตไทยที่ยั่งยืน” กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 12 – 15 กุมภาพันธ์ 2568 ณ Hall 5 – 8 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมี ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

โดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยได้นำเสนอแนวทางการดำเนินงานและนโยบายที่สำคัญ เพื่อสามารถนำมาบูรณาการให้สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อาทิ การทำการเกษตรยั่งยืน เกษตรมูลค่าสูง และ BCG Model เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่เกษตรกรไทยในอนาคต ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เข้าร่วมการจัดนิทรรศการในส่วนของเวที “Go Green” ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมบริการด้านการเกษตร การทำการเกษตรสมัยใหม่ เทคโนโลยีนวัตกรรม งานวิจัย และองค์ความรู้ต่างๆ ให้เกษตรกรและประชาชนที่สนใจได้เข้าร่วมกิจกรรม และสามารถนำความรู้ด้านการเกษตรไปพัฒนาเพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีปริมาณและคุณภาพคุ้มค่าต่อการลงทุนภายใต้การผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

– 006

‘นฤมล’มอบนโยบายกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ มุ่งสร้างความเข้มแข็งภาคสหกรณ์

https://www.naewna.com/local/849862

'นฤมล'มอบนโยบายกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ มุ่งสร้างความเข้มแข็งภาคสหกรณ์

‘นฤมล’มอบนโยบายกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ มุ่งสร้างความเข้มแข็งภาคสหกรณ์

วันพฤหัสบดี ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 13.53 น.

‘นฤมล’มอบนโยบายกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ มุ่งสร้างความเข้มแข็งภาคสหกรณ์ ย้ำประสิทธิภาพต้องได้มาตรฐานสากล ครอบคลุมความเสี่ยงทุกมิติของภาคการเกษตร 

เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.2567 นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ กล่าวภายหลังการตรวจเยี่ยม และมอบนโยบายการขับเคลื่อนภารกิจของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ว่า กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เป็นหน่วยงานอีกหนึ่งที่ที่มีบทบาทในการสร้างความเข้มแข็งทางการเงินการบัญชีภาคการเกษตร โดยการพัฒนาองค์ความรู้และพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการทางการเงินให้แก่สหกรณ์และสมาชิก ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ โดยกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เตรียมดำเนินการพัฒนาระบบเทคโนโลยีเพื่อขยายขอบเขตการตรวจสอบ และการกำกับดูแลด้านความเสี่ยงของสหกรณ์ และสมาชิกให้มีประสิทธิภาพและเป็นไปตามมาตรฐานสากล ครอบคลุมความเสี่ยงในทุกมิติภาคการเกษตร เช่น วิธีการดำเนินการ การลดต้นการผลิต การใช้เครื่องจักรเครื่องมือหรือเทคโนโลยี เพื่อยกระดับเกษตรกรไทยให้มีความเข้มแข็งทางด้านการเงินการบัญชี ตลอดจนการลดความเสี่ยง เพิ่มความมั่นคงให้สมาชิกสหกรณ์อีกด้วย
         
โดย นางนฤมล ได้มอบนโยบายเพื่อขับเคลื่อนภารกิจของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ 4 นโยบายหลัก ดังนี้ 
 
1. มุ่งขับเคลื่อนนวัตกรรม สร้างความเข้มแข็งแก่สถาบันเกษตรกร โดยการผลักดันการใช้เทคโนโลยีด้านการบัญชีสหกรณ์ เพื่อพัฒนาความสามารถการใช้ข้อมูลสำหรับการวางแผนอย่างมีประสิทธิภาพ และพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ อีกทั้งยกระดับการกำกับสหกรณ์ด้วยระบบ Core Banking ในกลุ่มสหกรณ์ออมทรัพย์ขนาดใหญ่ที่มีความพร้อม และพัฒนาระบบวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อการบริหาร อาทิ ศูนย์ข้อมูลด้านการเงิน และระบบเตือนภัยทางการเงิน แบบ Real Time 
 
2. รักษามาตรฐานวิชาชีพ โดยการสร้างมาตรฐานด้านบัญชีสหกรณ์ อาทิ การทบทวนและปรับปรุงกฎระเบียบต่าง ๆ ให้สอดคล้องตามมาตรฐานสากล อีกทั้งพัฒนาเกณฑ์มาตรฐานโปรแกรมระบบบัญชี และรักษาคุณภาพการสอบบัญชี โดยการต่อยอดและพัฒนาระบบเทคโนโลยีเพื่อการตรวจสอบบัญชีอย่างเป็นระบบและได้มาตรฐาน
 
3. แก้ไขปัญหาการทุรจิตอย่างเป็นรูปธรรม โดยบูรณาการร่วมกับหน่อยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลสหกรณ์ สำหรับการพัฒนาระบบเฝ้าระวังและเตือนภัยแบบ Real Time พร้อมทั้งร่วมตรวจสอบและประเมินระบบการควบคุมภายในด้านการเงินการบัญชี
 
และ 4. ส่งเสริมเกษตรกรเข้มแข็งด้วยบัญชี โดยการพัฒนา Application เพื่อการบันทึกข้อมูล ควบคู่กับการส่งเสริมองค์ความรู้เกษตรกรนด้านการจัดทำบัญชีรายรับ – รายจ่าย ต่อยอดสู่การเสริมสร้างวินัยทางการเงินอย่างมั่นคง ต่อไป

‘อัครา’ร่วมงานสัตว์น้ำไทย แลกเปลี่ยนองค์ความรู้-กลยุทธ์

https://www.naewna.com/local/849770

‘อัครา’ร่วมงานสัตว์น้ำไทย  แลกเปลี่ยนองค์ความรู้-กลยุทธ์

‘อัครา’ร่วมงานสัตว์น้ำไทย แลกเปลี่ยนองค์ความรู้-กลยุทธ์

วันพฤหัสบดี ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังร่วมงาน “สัตว์น้ำไทย 2024” (Thai Aqua Expo 2024) ภายใต้แนวคิด “ปรับกลยุทธ์สัตว์น้ำไทย สร้างกำไรทุกภาคส่วน” ที่โรงแรมซันไรส์ ลากูน โฮเทลแอนด์กอล์ฟ จ.ฉะเชิงเทรา ว่ากรมประมง มีนโยบายสนับสนุนให้มีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน ส่งเสริมการพัฒนาอาชีพของเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการเพื่อเพิ่มโอกาสพร้อมขยายตลาดได้ทั้งภายในและต่างประเทศ สนับสนุนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำในหลายด้านทั้งการลดต้นทุนการผลิต โดยส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือกทดแทนพลังงานไฟฟ้า อีกทั้งส่งเสริมการใช้จุลินทรีย์ทดแทนการใช้ยาและสารเคมีในการเลี้ยงกุ้ง เพื่อลดความเสี่ยงความเสียหายจากการเกิดโรค และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้กับเกษตรกร ควบคู่กับการให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ และส่งเสริมการส่งออกของผู้ประกอบการ เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ ภายในงานมีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการด้านโรคปลานิล ระหว่างกรมประมง กับสมาคมปลานิลไทย พร้อมเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ด้วยแพลตฟอร์มระบบการรายงานโรคปลานิลในรูปแบบดิจิทัลครั้งแรกของประเทศไทย ภายใต้ความร่วมมือแบบบูรณาการภาครัฐ หน่วยงานวิจัย มหาวิทยาลัย และภาคเอกชน ได้แก่ คณะสัตวแพทยศาสตร์ และคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (BIOTEC) ห้องปฏิบัติการสุขภาพสัตว์น้ำภาคเอกชน และห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์โรคสัตว์น้ำกองวิจัยและพัฒนาสุขภาพสัตว์น้ำ กรมประมง ซึ่งแพลตฟอร์มนี้ทำให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับการเกิดโรคในปลานิลได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น ตลอดจนสามารถพัฒนาเป็นระบบประกาศแจ้งเตือนภัยให้เกษตรกรและลดความเสียหายที่เกิดจากโรคปลานิลให้แก่เกษตรกรในอนาคต

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย ได้แก่ การเสวนา การสัมมนาให้ความรู้กับเกษตรกรและผู้ที่สนใจโดยผู้บริหารและนักวิชาการกรมประมง นิทรรศการเพื่อร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการประมง ภายใต้แนวคิด “เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย ก้าวไกลด้วยนวัตกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อม” และการจัดแสดงข้อมูลกระบวนการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากปลากะพง ปลานิล และกุ้งทะเล ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงผสมผสานกับแนวคิด BCG Model สู่หลักปฏิบัติ ESG เพื่อสร้างประโยชน์ให้ชุมชนตามหลักธรรมาภิบาลร่วมกับการจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากร้าน Fisherman shop