‘รมว.เกษตรฯ’ประกาศยกระดับหม่อนไหม ผลักดันเป็น Soft Power สร้างรายได้ให้เกษตรกร

https://www.naewna.com/local/844829

'รมว.เกษตรฯ'ประกาศยกระดับหม่อนไหม ผลักดันเป็น Soft Power สร้างรายได้ให้เกษตรกร

‘รมว.เกษตรฯ’ประกาศยกระดับหม่อนไหม ผลักดันเป็น Soft Power สร้างรายได้ให้เกษตรกร

วันอาทิตย์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 15.40 น.

‘รมว.เกษตรฯ’ประกาศยกระดับหม่อนไหม ผลักดันเป็น Soft Power แปรรูป เพิ่มมูลค่า ขยายพื้นที่ปลูก สร้างรายได้ให้เกษตรกร
      
เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.2567 นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่ากากรระทรวงการเกษตร และสหกรณ์ กล่าวระหว่างการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานขับเคลื่อนนโยบาย “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” และการยกระดับสินค้าและบริการมูลค่าสูง ของกรมหม่อนไหม ณ เจ.ที.ฟาร์มซิลค์สันกำแพง ตำบลป่าแดด อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ว่า กรมหม่อนไหม เป็นหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นโดยพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ดำเนินงานสนองพระราชดำริบริหารจัดการด้านหม่อนไหมแบบครบวงจร มีศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติ 25 ศูนย์ โดยศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ เชียงใหม่ มีภารกิจในการอนุรักษ์ วิจัยและพัฒนา ผลิตพันธุ์หม่อนและไข่ไหมพันธุ์ดี เพื่อให้บริการ รวมทั้งส่งเสริมและดูแลเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง และแม่ฮ่องสอน สำหรับจังหวัดเชียงใหม่ มีเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม รวมทั้งสิ้น 97 ราย พื้นที่ปลูกหม่อน 205 ไร่
     
นางนฤมล กล่าวต่อว่า เราพบว่า เกษตรกรยังเข้าสู่อาชีพหม่อนไหมค่อนข้างน้อย และต้นทุนการผลิตในปีแรกค่อนข้างสูง อีกทั้งปัจจุบันผู้ประกอบการมีความต้องการรับซื้อผลผลิตรังไหมจากเกษตรกร 5,000 ตันต่อปี แต่เกษตรกรผลิตรังไหมได้เพียง 2,000 ตันต่อปี ยังเป็นการผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด กรมหม่อนไหมจึงได้ดำเนินการตามแนวนโยบาย “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” เพื่อแก้ปัญหาและสร้างแรงจูงใจให้กับเกษตรกร ได้เข้าสู่อาชีพหม่อนไหมเพิ่มมากขึ้น ผ่านการขับเคลื่อนบูรณาการร่วมกัน ระหว่างภาคประชาชน ภาครัฐและภาคเอกชน อาทิ ความร่วมมืองานวิจัยพัฒนาและปรับปรุงพันธุ์ไหม เพื่อให้ได้ไหมพันธุ์ใหม่ที่มีความเหมาะสม การนำนวัตกรรม เทคโนโลยี มาใช้ในการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม เพื่อเพิ่มผลผลิต สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้า การถ่ายทอดองค์ความรู้และวางแผนการผลิตร่วมกัน ระหว่างเกษตรกรผู้ผลิตและผู้รับซื้อเพื่อให้ได้ปริมาณผลผลิตและคุณภาพตามมาตรฐานที่ตลาดต้องการ
       
ทั้งนี้ จากการดำเนินงานของศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ เชียงใหม่ที่ผ่านมาทำให้เกษตรกรสามารถผลิตรังไหมได้จำนวน 1.2 ตันต่อปี สร้างรายได้ 225,264 บาทต่อปี ปริมาณการผลิตใบหม่อนจำหน่ายจำนวน 10 ตันต่อปี รายได้ 102,576 บาทต่อปี และยังคงเดินหน้าขยายผลไปสู่เกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนเพิ่มขึ้น
    
“การส่งเสริมอาชีพเกษตรกรปลูกหม่อนเลี้ยงไหม เป็นภารกิจที่สำคัญของกระทรวงเกษตรฯ จึงได้มอบหมายให้กรมหม่อนไหม ขับเคลื่อนนโยบายตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ ที่เน้นแนวคิดในการบริหารจัดการผลผลิตที่มีเป้าหมายให้เกษตรกร มีรายได้แน่นอน มีความมั่นคงในการประกอบอาชีพ และทำงานร่วมกับภาคเอกชนเพื่อให้ทราบถึงความต้องการของตลาด วางแผนการผลิตร่วมกัน ซึ่งผลการดำเนินงานที่ผ่านนับว่าประสบความสำเร็จ ในการแปรรูปสินค้าผลิตภัณฑ์จากไหมที่ได้มาจากกลุ่มเกษตรกร และผลิตภัณฑ์โปรตีนจากรังไหมที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้า โดยเทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิตสมัยใหม่ ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพได้มาตรฐานและมีชื่อเสียง รวมถึงการนำโมเดล BCG มาใช้ในการผลิตทำให้เป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ส่งผลให้กลุ่มเกษตรกรมีความเข้มแข็ง ผลิตและแปรรูปสินค้าทางการเกษตรที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้” รมว.นฤมล กล่าว
       
สำหรับบริษัท เจ.ที. ซิลค์ จำกัด ก่อตั้งในปี 2546 ดำเนินธุรกิจปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์โปรตีนไหมเสริมความงาม โดยกรมหม่อนไหม ให้การสนับสนุนพันธุ์หม่อนและผลิตไข่ไหมพันธุ์ดี ให้ความรู้ด้านการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมให้ได้คุณภาพและมาตรฐาน รวมถึงการรับรองมาตรฐานแปลงหม่อนและรังไหมอินทรีย์ ซึ่งแผนการดำเนินงานในอนาคต กรมฯ จะขยายพื้นที่ส่งเสริมการปลูกหม่อนในจังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนือตอนบน และพัฒนาสินค้าให้เป็นสินค้าอินทรีย์ เพื่อสร้างความยั่งยืนและเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรต่อไป

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’และคณะ เยี่ยมชมงานงานวันเกษตรแห่งชาติ ประจำปี 2567

https://www.naewna.com/local/844818

'อธิบดีกรมปศุสัตว์'และคณะ เยี่ยมชมงานงานวันเกษตรแห่งชาติ ประจำปี 2567

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’และคณะ เยี่ยมชมงานงานวันเกษตรแห่งชาติ ประจำปี 2567

วันอาทิตย์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 15.25 น.

เมื่อวันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2567 นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ พร้อมด้วย นายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์ โยธคล เลขาธิการ มกอช. นายสัตวแพทย์อนุสรณ์ หอมขจร ปศุสัตว์จังหวัดเชียงใหม่ นายสัตวแพทย์ศราวุธ เขียวศรี รักษาราชการแทนปศุสัตว์เขต 5 และเจ้าหน้าที่ที่ในพื้นที่สำนักงานปศุสัตว์เขต 5 เข้าเยี่ยมชม “งานวันเกษตรแห่งชาติ ประจำปี 2567” ซึ่งปีนี้กรมปศุสัตว์ได้ร่วมจัดแสดงนิทรรศการภายใต้หัวข้อ “สืบสาน รักษา ต่อยอดศาสตร์พระราชา และนวัตกรรมเกษตรมูลค่าสูงด้านปศุสัตว์ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ”

โดยมีนิทรรศการด้านปศุสัตว์ อาทิเช่น ไก่ไข่ลูกผสม ไก่แม่ฮ่องสอน และไก่ประดู่หางดำเชียงใหม่ ตู้ฟักไข่อัตโนมัติ และเครื่องกกลูกไก่อัตโนมัติ เป็นต้นจากนอกจากนี้ศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์เชียงใหม่ กองผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ ได้นำผลิตภัณฑ์มาแสดงและจำหน่าย อาทิเช่น สเต๊กเนื้อโคขุน นมโคพาจเจอร์ไรซ์ ไส้กรอกรมควัน ไอศกรีมนมโค น้ำผึ้งของเกษตรกรภาคเหนือ ซึ่งเป็นของเกษตรกรเครือข่ายกรมปศุสัตว์ โดยงานกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 พฤศจิกายน – 8 ธันวาคม 2567 ณ ศูนย์วิจัย สาธิตและฝึกอบรมการเกษตรแม่เหียะ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

– 006

‘อธิบดีทวีศักดิ์’ลงพื้นที่ปากช่อง เร่งรัดติดตามการเตรียมพร้อมจัดงานวันดินโลก 2567

https://www.naewna.com/local/844814

'อธิบดีทวีศักดิ์'ลงพื้นที่ปากช่อง เร่งรัดติดตามการเตรียมพร้อมจัดงานวันดินโลก 2567

‘อธิบดีทวีศักดิ์’ลงพื้นที่ปากช่อง เร่งรัดติดตามการเตรียมพร้อมจัดงานวันดินโลก 2567

วันอาทิตย์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 15.22 น.

เมื่อวันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2567 ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน ลงพื้นที่ศูนย์วิจัยการอนุรักษ์ดินและน้ำ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ติดตามการเตรียมความพร้อมการจัดงานวันดินโลก 2567 ในด้านการจัดโครงสร้าง อาคาร สถานที่และบริเวณโดยรอบ อาทิ บริเวณจัดพิธีเปิดงาน โซนแสดงนิทรรศการ เวทีกลาง นิทรรศการมีชีวิต  โซน DIY เส้นทางเดิน-วิ่งเทรล และ จุดไฮไลท์ต่างๆ ที่มีความสวยงามสำหรับผู้มาร่วมงานได้ถ่ายภาพ ฯลฯ โดยนายวินัย ชมบุตร ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยการอนุรักษ์ดินและน้ำ ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ ร่วมให้การต้อนรับและนำตรวจพื้นที่ ซึ่งขณะนี้ความพร้อมกว่า 90 % โดยมี นายอธิวัฒน์ สิทธิภิญญาพัฒน์ ผู้อำนวยการกองเทคโนโลยีชีวภาพทางดิน นายเชฏฐรุจ จันทร์แปลง ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 2 นางสายหยุด เพ็ชรสุข ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่ในครั้งนี้ด้วย

ทั้งนี้ กรมพัฒนาที่ดิน ขอเชิญชวนผู้สนใจไปเที่ยวชมงานวันดินโลก 2567 และร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่เดียวครบจบเรื่องดิน ในวันที่ 6-11 ธ.ค. 2567 ภายใต้หัวข้อ “Caring for soils : measure, monitor, manage ใส่ใจมาตรฐาน ตรวจวัดจัดการ ดินดียั่งยืน” ณ ศูนย์วิจัยการอนุรักษ์ดินและน้ำ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา และสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเพจ Facebook กรมพัฒนาที่ดิน เพจ Facebook World Soil Day วันดินโลก หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line Official : Thai World Soil Day

– 006

พด. รับข้อสั่งการ รมว.นฤมล เร่งช่วยเหลือเกษตรกร หมอดินอาสาที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยภาคใต้

https://www.naewna.com/local/844613

พด. รับข้อสั่งการ รมว.นฤมล เร่งช่วยเหลือเกษตรกร หมอดินอาสาที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยภาคใต้

พด. รับข้อสั่งการ รมว.นฤมล เร่งช่วยเหลือเกษตรกร หมอดินอาสาที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยภาคใต้

วันเสาร์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 11.01 น.

ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เปิดเผยว่า ตามคำสั่งการของดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่เป็นห่วงพี่น้องเกษตรกร หมอดินอาสาและประชาชนที่ประสบอุทกภัยในเขตพื้นที่ภาคใต้  เนื่องจากสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน 2567 เป็นต้นมา ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก ในพื้นที่  7 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา และจังหวัดสตูล ส่งผลให้พี่น้องประชาชนจำนวนมากได้รับผลกระทบจำนวนมาก และต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน 

กรมพัฒนาที่ดินได้สั่งการหน่วยงานในพื้นที่ เร่งช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นให้แก่เกษตรกร หมอดินอาสาที่ได้รับผลกระทบ โดยสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 12 และสถานีพัฒนาจังหวัดในพื้นที่เกิดสถานการณ์อุทกภัย ได้ลงพื้นที่ติดตามความเสียหายและให้กำลังใจแก่เกษตรกร หมอดินอาสาผู้ประสบอุทกภัยที่พักอาศัย ศูนย์เรียนรู้ด้านการพัฒนาที่ดินและพื้นที่การเกษตรที่ประสบอุทกภัย พร้อมทั้งได้มอบข้าวสาร อาหารแห้งและถุงยังชีพแล้วจำนวน 150 ชุด ทั้งนี้ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ   ได้นำรถ 6 ล้อสูงเข้าให้ความช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ตากใบเพื่อช่วยขนย้ายสิ่งของและเคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเตียงออกจากพื้นที่เพื่อส่งต่อรถฉุกเฉิน เนื่องจากน้ำท่วมสูง 1- 1.5 เมตร  สถานีพัฒนาที่ดินยะลาได้เปิดครัวจิตอาสาพระราชทาน ผลิตข้าวกล่อง จำนวน 120 กล่องพร้อมด้วยจัดหาน้ำดื่มสะอาดจำนวน 120 ขวด เพื่อมอบให้กับประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่บ้านปูยุด หมู่ที่ 1 ตำบลธารโต อำเภอธารโต จังหวัดยะลา และสถานีพัฒนาที่ดินนราธิวาสได้จัดหาไก่สดจำนวน 80 กก. และน้ำดื่มจำนวน 250 ขวด เพื่อมอบให้กับประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่โรงทานแห่งที่ 2 บ้านตือระ ตำบลปาเสมัส อำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส นอกจากนี้ ได้สั่งการให้มีการปรับแผนการดำเนินงาน  โดยเร่งผลิตสารเร่งซุปเปอร์ พด. 6 เพื่อเตรียมความพร้อมในการบำบัดน้ำเน่าเสียในพื้นที่น้ำท่วมขัง และช่วยขจัดกลิ่นเหม็น 

ทั้งนี้ กรมพัฒนาที่ดิน โดยสถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่เกิดสถานการณ์อุทกภัย จะเร่งเข้าสำรวจพื้นที่ และให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลจัดการดินภายหลังน้ำลดให้เหมาะสมตามสภาพพื้นที่ และชนิดพืช รวมทั้งการใช้ผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีชีวภาพ สารเร่งซุปเปอร์ พด. ต่าง ๆ ของกรมฯ ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับหมอดินอาสา เกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ต่อไป

‘นฤมล’เผย ก.เกษตรฯหนุนตั้ง’ศูนย์ข้าวชุมชน’ยกเป็นกลไกหลัก เพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน

https://www.naewna.com/local/844543

'นฤมล'เผย ก.เกษตรฯหนุนตั้ง'ศูนย์ข้าวชุมชน'ยกเป็นกลไกหลัก เพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน

‘นฤมล’เผย ก.เกษตรฯหนุนตั้ง’ศูนย์ข้าวชุมชน’ยกเป็นกลไกหลัก เพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน

วันศุกร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 19.13 น.

“นฤมล”เผย ก.เกษตรฯหนุนตั้ง“ศูนย์ข้าวชุมชน”ยกเป็นกลไกหลัก เพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน กระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีให้เกษตรกรอย่างทั่วถึง

29 พ.ย.67 นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวในการเปิดงานถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว ภายใต้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภายใต้โครงการเสริมสร้างศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวของศูนย์ข้าวชุมชน ปี 2568 ณ ศูนย์ข้าวชุมชนตำบลดอยหล่อ อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการปลูกข้าว โดยนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมต่าง ๆ มาปรับใช้กับวิถีเกษตรในปัจจุบัน เพื่อช่วยให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายในการแก้ไขวิกฤตสภาพภูมิอากาศโลก นำไปสู่การนำระบบไปปฏิบัติใช้ และสร้างการมีส่วนร่วมในระดับชุมชมอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งสนับสนุนให้เกษตรกรผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพสูง เพิ่มผลผลิต และคุณภาพตลอดห่วงโซ่การผลิต เพื่อลดผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

นางนฤมล กล่าวต่อว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย กรมการข้าวมีนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวรวมตัวกันจัดตั้ง “ศูนย์ข้าวชุมชน” เพื่อเป็นรากฐานในการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตข้าว (1 ตำบล 1 ศูนย์ข้าวชุมชน) โดยมุ่งเน้นการผลิตและการกระจายเมล็ดพันธุ์ดี เปิดโอกาสให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการเกี่ยวกับการพัฒนาข้าวด้วยตนเอง ช่วยให้ชุมชนและองค์กรชาวนาเกิดความเข้มแข็ง เพื่อให้สมาชิกศูนย์ข้าวชุมชน ชาวนาอาสา และเกษตรกร เข้าถึงองค์ความรู้ที่เหมาะสม และจำเป็นต่อการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว เป็นการรักษาเสถียรภาพผลผลิตของเกษตรกร

“ปัจจุบันการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวยังไม่เพียงพอกับความต้องการ โดยปีการผลิต 2566/67 ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว กรมการข้าว ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวได้ประมาณ 100,000 ตัน ซึ่งยังไม่เพียงพอต่อปริมาณความต้องการเมล็ดพันธุ์ข้าวของทั้งประเทศ ที่อยู่ประมาณ 1.33 ล้านตัน ดังนั้น ศูนย์ข้าวชุมชน จึงเป็นช่องทางหนึ่งที่สำคัญ ที่จะช่วยเพิ่มปริมาณเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีที่ยังขาดแคลน กระทรวงเกษตรฯ จึงมุ่งผลักดันศูนย์ข้าวชุมชนให้เป็นกลไกสำคัญในระดับพื้นที่ เพื่อเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาการผลิตข้าวและชาวนาอย่างยั่งยืน กระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีให้แก่ชาวนา โดยได้ได้กำชับให้หน่วยงานในสังกัดบูรณาการการทำงานร่วมกัน สนับสนุนพัฒนาศูนย์ข้าวชุมชนให้เกิดความเข้มแข็ง สามารถลดต้นทุนการผลิต สอดคล้องกับความต้องการของตลาดและผู้บริโภค”

นางนฤมล กล่าวถึงการจัดงานในครั้งนี้ว่า เพื่อต้องการกระตุ้นและสร้างแรงจูงใจให้สมาชิกของศูนย์ข้าวชุมชน และเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ให้รับรู้และเข้าใจในข้อมูลองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว สำหรับใช้ประโยชน์เพื่อเป็นการรักษาเสถียรภาพผลผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว โดยเน้นการผลิตที่นำเทคโนโลยีการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว ไม่ว่าจะเป็น เทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ การจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้ง การฟื้นฟูนาข้าวหลังน้ำลด การใช้สารชีวภัณฑ์ป้องกันกำจัดโรค แมลงและจุลินทรีย์ย่อยสลายฟางข้าว เพื่อจัดการระบบการผลิตภายใต้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นอกจากนี้ยังมีการจำหน่ายผลผลิตและผลิตภัณฑ์จากข้าวโดยเกษตรกรในพื้นที่อีกด้วย

กรมปศุสัตว์ ร่วม ก.เกษตรฯ ผนึกกำลังช่วยเหลือพื้นที่ประสบอุทุกภัย จ.สงขลา

https://www.naewna.com/local/844449

กรมปศุสัตว์ ร่วม ก.เกษตรฯ ผนึกกำลังช่วยเหลือพื้นที่ประสบอุทุกภัย จ.สงขลา

กรมปศุสัตว์ ร่วม ก.เกษตรฯ ผนึกกำลังช่วยเหลือพื้นที่ประสบอุทุกภัย จ.สงขลา

วันศุกร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 15.11 น.

29 พฤศจิกายน 2567 นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ มอบหมายให้ นายพงษ์พันธ์ ธรรมมา รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ ลงพื้นที่พร้อมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำทีมโดย นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายวุฒิพงศ์ เนียมหอม ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอนิรุธ เนื่องเม็ก ปศุสัตว์เขต 9 นายพินิจ สวัสดิรักษา ปศุสัตว์จังหวัดสงขลา นางศุภวันจักกรี ดอนไสว รักษาการผู้อำนวยการสำนักพัฒนาอาหารสัตว์ และหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตร ในพื้นที่จังหวัดสงขลา ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัย เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ อำเภอสทิงพระจังหวัดสงขลา โดยรับฟังสรุปภาพรวมอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสงขลา ณ สำนักงานเกษตรอำเภอสทิงพระ

โดยสถานการณ์พื้นที่ประสบอุทกภัยเมื่อวันที่ 27-29 พ.ย. 67 เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ จ.สงขลา เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เร่งเข้าให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัย ภายหลังการลงพื้นที่ตรวจราชการแล้วพบปริมาณน้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่อย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดเกษตรฯ ได้ขอให้หน่วยงานภายใต้ ก.เกษตรฯ ทุกภาคส่วน เร่งดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรด้านปศุสัตว์ ด้านประมง ด้านเกษตร ได้ทันเหตุการณ์ในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยครั้งนี้ และให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด พร้อมรับมือช่วยเหลือด้านการเกษตรฯอีกด้วย

อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เปิดงาน Kick Off มาตรการรับมือสถานการณ์ ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง

https://www.naewna.com/local/844440

อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เปิดงาน Kick Off มาตรการรับมือสถานการณ์ ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง

อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เปิดงาน Kick Off มาตรการรับมือสถานการณ์ ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง

วันศุกร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 14.47 น.

วันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567 เวลา 09.00 น. ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน พร้อมด้วย ดร.อาทิตย์ ศุขเกษม รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน นายสมบูรณ์ ธิจันทร์  ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 6 และผู้อำนวยสถานีพัฒนาที่ดินในสังกัด ร่วมพิธีเปิดงาน ”Kick Off มาตรการรับมือสถานการณ์ ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ปี 2568 กรมส่งเสริมการเกษตร“ เพื่อสร้างการรับรู้ ความเข้าใจให้แก่เจ้าหน้าที่ถึงการปฏิบัติงานตามแนวทางขับเคลื่อนมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน ฝุ่นละออง และการทำการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยมี ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน  นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วม ณ ห้องประชุมทองกวาว สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่  กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) อย่างจริงจัง นอกจากนี้ยังต้องทำการส่งเสริมการทำการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทดแทนการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม เพื่อรองรับนโยบาย/มาตรการการค้าด้านสิ่งแวดล้อมโลก เช่น EUDR, CBAM และ Carbon Credit รวมถึงการสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรในการลดการเผาในพื้นที่เกษตร เช่น ส่งเสริมการใช้เครื่องจักรกลการเกษตร โดยบูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ ยังมีมาตรการต่าง ๆ ที่ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินการ เช่น การเตรียมความพร้อม การประชาสัมพันธ์เชิงรุกนำไปปฏิบัติในพื้นที่อีกด้วย

‘กรมการข้าว’ ร่วมคณะรมต.-ผู้บริหารก.เกษตร ประชุมครม.สัญจร จ.เชียงใหม่

https://www.naewna.com/local/844437

‘กรมการข้าว’ ร่วมคณะรมต.-ผู้บริหารก.เกษตร ประชุมครม.สัญจร จ.เชียงใหม่

‘กรมการข้าว’ ร่วมคณะรมต.-ผู้บริหารก.เกษตร ประชุมครม.สัญจร จ.เชียงใหม่

วันศุกร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 14.43 น.

29 พฤศจิกายน 2567 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 1/2567 จ.เชียงใหม่โดยมีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ณ หอประชุมทีปังกรรัศมีโชติ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ศูนย์แม่ริม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ โดยก่อนการประชุม นายกรัฐมนตรี ได้เดินเยี่ยมชมนิทรรศการของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมี นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวรายงานนำเสนอ

‘อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน’ต้อนรับ’รมช.กษ.อัครา’ลุยเชียงใหม่ต่อเนื่อง

https://www.naewna.com/local/844386

'อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน'ต้อนรับ'รมช.กษ.อัครา'ลุยเชียงใหม่ต่อเนื่อง

‘อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน’ต้อนรับ’รมช.กษ.อัครา’ลุยเชียงใหม่ต่อเนื่อง

วันศุกร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 12.10 น.

อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน ต้อนรับ รมช.กษ.อัครา ลุยเชียงใหม่ต่อเนื่อง ติดตามโครงการปรับปรุงซ่อมแซมแหล่งน้ำขนาดเล็กฯ บ้านโป่งจ้อ

วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ.2567 เวลา 13.00 น. ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน พร้อมด้วย ดร.สุมิตรา วัฒนา รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน นายสมบูรณ์ ธิจันทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 6 นายนิลภัทร คงพ่วง ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินเชียงใหม่ ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้บริหารสังกัดกระทรวงและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามโครงการปรับปรุงซ่อมแซม พัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็ก เพื่อถ่ายโอนภารกิจด้านโครงสร้างพื้นฐานบ้านโป่งจ้อ หมู่ 7 ตำบลสันติสุข อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นโครงการสำคัญของกรมพัฒนาที่ดิน ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการอนุรักษ์ดินและน้ำในพื้นที่หมู่บ้านโป่งจ้อ จากปัญหาการขาดแคลนน้ำในการทำการเกษตรและการอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง ส่งผลให้คุณภาพผลผลิตทางการเกษตร เช่น ลำไย หอมหัวใหญ่ ไม่ได้คุณภาพตามที่ตลาดต้องการ อีกทั้งพื้นที่ยังขาดระบบกระจายน้ำเข้าพื้นที่การเกษตร เนื่องจากต้องใช้เครื่องสูบน้ำ สูบน้ำจากแหล่งน้ำเข้าพื้นที่ทำการเกษตร ซึ่งมีต้นทุนการผลิตสูง กรมพัฒนาที่ดิน ดำเนินการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานเทศบาล, อบต. ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับพื้นที่ อำเภอดอยหล่อ และภาคประชาชน ดำเนินการสำรวจ ปรับปรุง ซ่อมแซมแหล่งน้ำขนาดเล็กที่ชำรุดเสียหาย พร้อมกับออกแบบและเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้น้ำจากแหล่งน้ำ ด้วยระบบท่อส่งน้ำจากพลังงานแสงอาทิตย์ ประกอบด้วยถังเก็บน้ำความจุ 100 ลบ.ม.จำนวน 2 ถัง พร้อมระบบท่อส่งน้ำ HDPE ความยาวรวม 3,200 เมตร ให้มีความสามารถในการบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตรและการอุปโภคบริโภค ภายหลังจากดำเนินโครงการฯ สามารถเพิ่มพื้นที่รับประโยชน์โดยรอบประมาณ 500 ไร่ เกษตรกรสามารถใช้ประโยชน์ที่ดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลผลิตทางการเกษตรมีคุณภาพตามความต้องการของตลาด เพิ่มรายได้ในครัวเรือน

ทั้งนี้ ภายในงาน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ และคณะ ได้มีการพบปะพี่น้องเกษตรกร พร้อมส่งมอบโครงการปรับปรุงซ่อมแซมงานพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็กฯ ตำบลสันติสุข อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ ปีงบประมาณ 2566 – 2567 ให้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบลสันติสุขและองค์การบริหารส่วนตำบลดอยหล่อ อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ ในการบริหารจัดการ ดูแล และบำรุงรักษาให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ในการเพาะปลูกพืช และมีแหล่งน้ำสำรองเพิ่มเติม เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำและปัญหาอุทกภัยร่วมกันต่อไป

– 006

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’รับรางวัลสัตวแพทย์ตัวอย่าง เวทีประชุมวิชาการนานาชาติทางสัตวแพทย์และเลี้ยงสัตว์ ครั้งที่ 46

https://www.naewna.com/local/844382

'อธิบดีกรมปศุสัตว์'รับรางวัลสัตวแพทย์ตัวอย่าง เวทีประชุมวิชาการนานาชาติทางสัตวแพทย์และเลี้ยงสัตว์ ครั้งที่ 46

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’รับรางวัลสัตวแพทย์ตัวอย่าง เวทีประชุมวิชาการนานาชาติทางสัตวแพทย์และเลี้ยงสัตว์ ครั้งที่ 46

วันศุกร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 12.05 น.

อธิบดีกรมปศุสัตว์ รับรางวัลสัตวแพทย์ตัวอย่าง เวทีประชุมวิชาการนานาชาติทางสัตวแพทย์และเลี้ยงสัตว์ ครั้งที่ 46 พร้อมจับมือ กทม.และสัตวแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ร่วมลงนาม MOU การพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครปฏิบัติงานด้านโรคพิษสุนัขบ้า

วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤศจิกายน 2567 เวลา 09.00 น. นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดี กรมปศุสัตว์ เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมวิชาการนานาชาติทางสัตวแพทย์และเลี้ยงสัตว์ ครั้งที่ 46 The International Conference on Veterinary Science 2024 (ICVS 2024) พร้อมรับรางวัลสัตวแพทย์ตัวอย่าง สายงานเผยแพร่วิชาชีพและบริการสังคม จากสัตวแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งเป็นรางวัลเกียรติยศด้านวิชาชีพสัตวแพทย์ในการเผยแพร่และบริการสังคม นับเป็นความภาคภูมิใจของชาวครอบครัวปศุสัตว์ที่มีผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการก้าวย่างสู่ความสำเร็จ ปลูกจิตสำนึกรักองค์กรให้กลายเป็นพลังแห่งความสำเร็จในชีวิตการทำงานต่อไป

อีกทั้งยังได้เปิดนิทรรศการงานวิจัย และปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “Next Step of Livestock Thailand” นอกจากนี้ ได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) “ความร่วมมือด้านการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครที่ปฏิบัติงานด้านโรคพิษสุนัขบ้า ภายใต้โครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธานฯ” ระหว่าง กรมปศุสัตว์ กรุงเทพมหานคร และสัตวแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อประสานความร่วมมือด้านโยบายและการปฏิบัติงานเพื่อพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครที่ปฏิบัติงานด้านโรคพิษสุนัขบ้าให้สามารถปฏิบัติงานด้านการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคพิษสุนัขบ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นไปตามระเบียบหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องและยั่งยืน ณ BALLROOM3 ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์กรุงเทพฯ

– 006