FAOหนุนไทยจัดประชุมทรัพยากรดินฯ

https://www.naewna.com/local/838702

FAOหนุนไทยจัดประชุมทรัพยากรดินฯ

FAOหนุนไทยจัดประชุมทรัพยากรดินฯ

วันศุกร์ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเข้าเยี่ยมคารวะ นายฉู ตงหยู ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ที่สำนักงานใหญ่FAO กรุงโรม สาธารณรัฐอิตาลี ว่าประเทศไทย และ FAO มีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมาอย่างยาวนาน โดยประเทศไทยได้เข้าเป็นสมาชิก FAO ตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคม 2490 อีกทั้งยังได้รับเลือกให้เป็นสถานที่ตั้งสำนักงานประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก(Regional Office for Asia and the Pacific หรือ FAO RAP)อย่างถาวร เมื่อปี 2495 ที่วังมะลิวัลย์ ถนนพระอาทิตย์ กทม.

สำหรับการเข้าเยี่ยมคารวะในครั้งนี้ ศ.ดร.นฤมล แจ้งว่าไทยได้ลงนามความตกลงประเทศเจ้าบ้านเพื่อจัดตั้งสำนักงานกองทุนระหว่างประเทศเพื่อพัฒนาเกษตรกรรม IFAD ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกในประเทศไทย เมื่อวันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา ที่สำนักงานใหญ่ IFADซึ่งจะทำให้ กทม.เป็นสถานที่ตั้งหน่วยงานขององค์การสหประชาชาติด้านอาหารและการเกษตรครบทั้ง 3 หน่วยงาน ประกอบด้วย FAO IFAD และ WFP (องค์การอาหารโลก) เช่นเดียวกับกรุงโรม

นอกจากนี้ ศ.ดร.นฤมล ได้ขอให้ FAO เชิญผู้แทนประเทศสมาชิกระดับรัฐมนตรี เข้าร่วมการประชุมนานาชาติว่าด้วยการจัดการทรัพยากรดินและน้ำ เพื่อความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน (The International Soil and Water Forum 2024) ที่ไทยเป็นเจ้าภาพร่วมกับ FAO ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-11 ธันวาคม 2567 ทั้งนี้นายฉู ตงหยู ยินดีให้การสนับสนุนไทยอย่างเต็มที่ และขอบคุณที่ไทยรับเป็นเจ้าภาพในการจัดการประชุมดังกล่าว พร้อมอวยพรให้การจัดงานประสบความสำเร็จไปด้วยดี ซึ่งนายฉู จะร่วมกล่าวถ้อยแถลงในพิธีเปิดฯ ด้วย

เปิดตัวพะเยาโมเดล ต้นแบบวิถีธรรมชาติ ชูเศรษฐกิจฐานราก มุ่งสร้างรายได้ยั่งยืน

https://www.naewna.com/local/838700

เปิดตัวพะเยาโมเดล  ต้นแบบวิถีธรรมชาติ  ชูเศรษฐกิจฐานราก  มุ่งสร้างรายได้ยั่งยืน

เปิดตัวพะเยาโมเดล ต้นแบบวิถีธรรมชาติ ชูเศรษฐกิจฐานราก มุ่งสร้างรายได้ยั่งยืน

วันศุกร์ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้จัดนิทรรศการ “การพัฒนาการเกษตรพะเยาโมเดล กว๊านพะเยาแหล่งชีวิต”ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดพะเยา ต.เวียง อ.เมือง จ.พะเยา เพื่อส่งเสริมการยกระดับคุณภาพสินค้าเกษตร ด้วยการปรับเปลี่ยนการเกษตรจากรูปแบบเดิมไปสู่การทำเกษตรที่มีมูลค่าสูงมุ่งเน้นพัฒนาด้านการเกษตรและสหกรณ์ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน โดยเฉพาะ จ.พะเยา ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพการพัฒนาครอบคลุมทั้งด้านพืช ประมง และปศุสัตว์

ทั้งนี้ “พะเยาโมเดล“ จะเป็นต้นแบบการยกระดับสินค้าภาคการเกษตรในพื้นที่ให้มีมาตรฐานและตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภค โดยนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่มาปรับใช้ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันด้านการตลาด สามารถสร้างรายได้ พร้อมพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับเกษตรกรใน จ.พะเยา และพื้นที่ใกล้เคียง โดยส่งเสริมให้เกษตรกรเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง มีตลาดรับซื้อ

นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงผลการดำเนินงานของกระทรวงเกษตรฯ ที่ร่วมขับเคลื่อน “พะเยาโมเดล” อาทิ 1.นิทรรศการนำเสนอข้อมูลทรัพยากรสัตว์น้ำในกว๊านพะเยาแบบ Realtimeโดยใช้ Platform ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ พะเยาโมเดลด้านประมงในการพัฒนาและส่งเสริมอาชีพการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ 2.นิทรรศการโมเดลพืช สู่การเพิ่มรายได้ 3.นิทรรศการโครงการชลประทานพะเยา และ 4.นิทรรศการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพะเยา เป็นต้น

เกษตรฯเพิ่มประสิทธิภาพ การบริหารเครื่องจักรกลเกษตร

https://www.naewna.com/local/838703

เกษตรฯเพิ่มประสิทธิภาพ  การบริหารเครื่องจักรกลเกษตร

เกษตรฯเพิ่มประสิทธิภาพ การบริหารเครื่องจักรกลเกษตร

วันศุกร์ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการเครื่องจักรกลภายในหน่วยงานเพื่ออำนวยความสะดวกและสนับสนุนเกษตรกรให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีความพร้อมเพียงพอ สามารถตอบสนองการดำเนินงานตามภารกิจการให้บริการและจัดการสถานการณ์ภัยพิบัติด้านการเกษตรได้

สำหรับแนวทางการบริหารจัดการเครื่องจักรกลฯ ประกอบด้วย 1.กลไกการบริหารจัดการ แบ่งเป็น ส่วนกลาง ให้คณะกรรมการฯ กำหนดกรอบแนวทางการบริหารจัดการเครื่องจักรกลให้หน่วยงาน ใช้เป็นกรอบแนวทางร่วมกัน โดยผลักดันการจัดทำฐานข้อมูลเครื่องจักรกลของหน่วยงาน การขึ้นทะเบียนเครื่องจักรกลให้มีปริมาณและคุณภาพ และส่วนภูมิภาคให้คณะกรรมการขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรระดับจังหวัดและคณะกรรมการขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรในเขตพื้นที่ กทม.(SCP) เป็นกลไกหลักในระดับพื้นที่จังหวัดบูรณาการสนับสนุนการทำงาน

2.การบริหารจัดการข้อมูลเครื่องจักรกลของหน่วยงาน โดยเร่งรัดดำเนินการให้เป็นไปตามมติที่ประชุมและผลการหารือของคณะกรรมการ/คณะทำงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยจัดทำข้อมูลเครื่องจักรกล การพัฒนาระบบฐานข้อมูลและแอปพลิเคชั่น การปรับปรุงทะเบียนข้อมูลเครื่องจักรกล 3.การสนับสนุนและให้บริการเครื่องจักรกลของหน่วยงาน ทั้งด้านการจัดการทรัพยากร การผลิต การแปรรูป และการตลาด ตามที่มีการร้องขอจากเกษตรกร จัดทำ/ปรับปรุงกระบวนงานการบริหารจัดการเครื่องจักรกลของหน่วยงานเพื่อพัฒนาเครื่องจักรกลมีประสิทธิภาพมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ 4.การติดตามและประเมินผล และ 5.การทบทวนปริมาณและคุณภาพของเครื่องจักรกล การจัดหาเพิ่มเติมตามความจำเป็นและเหมาะสม

‘นฤมล’ร่วมประชุมWorldFoodForum

https://www.naewna.com/local/838493

‘นฤมล’ร่วมประชุมWorldFoodForum

‘นฤมล’ร่วมประชุมWorldFoodForum

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายพุทธพรอิ้วตกส้าน เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงโรม และคณะ ร่วมพิธีเปิดการประชุม World Food Forum (WFF) ที่จัดขึ้นเป็นปีที่ 3 ในหัวข้อ “Good food for all, for today and tomorrow” โดยมีสมเด็จพระราชาธิบดีอึมสวาตีที่ 3 แห่งเอสวาตินี สมเด็จพระราชาธิบดีเลตซีที่ 3 แห่งเลโซโท ร่วมด้วยผู้นำจากหลายประเทศ เช่น โดมินิกัน รีพับบลิก คิวบา ภูฏาน ผู้อำนวยการใหญ่องค์การการค้าโลก(WTO) และผู้อำนวยการใหญ่ FAO ให้เกียรติกล่าวเปิดการประชุมเรียกร้องประเทศสมาชิกให้ร่วมมือปรับเปลี่ยนระบบการผลิตอาหารและเกษตรให้มีความยั่งยืนปรับใช้วิทยาศาสตร์นวัตกรรมเทคโนโลยี สามารถรับมือกับความท้าทายอุบัติใหม่ให้ประชาชน สามารถเข้าถึงอาหารที่ดีต่อสุขภาพโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง สลับด้วยการอภิปรายจากผู้แทนเยาวชนที่ร่วมนำเสนอความคิดให้แก่ผู้นำประเทศได้รับทราบถึงมุมมองของเยาวชนในสร้างระบบอาหารและเกษตรที่ดี

ทั้งนี้ การประชุม World Food Forum ขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ผู้แทนหน่วยงานจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะกลุ่มผู้นำเยาวชนได้นำเสนอแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในการกำหนดทิศทางระบบเกษตรอาหารเพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่า และเร่งดำเนินงานเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยชู 3 องค์ประกอบสำคัญ
ที่ช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลงในระบบอาหารโลกได้แก่ การมีส่วนร่วมของเยาวชนรุ่นใหม่ วิทยาศาสตร์ นวัตกรรมและเทคโนโลยี ตลอดจนการลงทุนเพื่อการพัฒนาโดย WFF เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วน ได้ร่วมหารือในการดำเนินการขับเคลื่อนความร่วมมือในภาคเกษตรอาหาร ตั้งแต่ระดับท้องถิ่น ระดับภูมิภาค และระดับโลก เพื่อนำไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนยืดหยุ่นครอบคลุมและปราศจากความหิวโหยมากขึ้นสำหรับทุกคน

รมว.เกษตรฯเยี่ยมคาราวะ ผอ.FAOมุ่งกระชับสัมพันธ์

https://www.naewna.com/local/838492

รมว.เกษตรฯเยี่ยมคาราวะ  ผอ.FAOมุ่งกระชับสัมพันธ์

รมว.เกษตรฯเยี่ยมคาราวะ ผอ.FAOมุ่งกระชับสัมพันธ์

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เข้าเยี่ยมคารวะ นายฉู ตงหยู ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ที่สำนักงานใหญ่ FAO กรุงโรม สาธารณรัฐอิตาลี ซึ่งประเทศไทย และ FAO มีความสัมพันธ์มาอย่างยาวนาน โดยประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิกของ FAO เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2490 อีกทั้งได้รับเลือกเป็นสถานที่ตั้งสำนักงานประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (Regional Office for Asia and the Pacific หรือ FAO RAP) ถาวร เมื่อปี 2495 ที่วังมะลิวัลย์ ถนนพระอาทิตย์ กทม.

พร้อมกันนี้ ศ.ดร.นฤมล แจ้งว่าไทยได้ลงนามความตกลงประเทศเจ้าบ้านเพื่อจัดตั้งสำนักงานกองทุนระหว่างประเทศเพื่อพัฒนาเกษตรกรรม IFAD ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกในประเทศไทย เมื่อวันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา ที่สำนักงานใหญ่ IFAD ซึ่งจะทำให้ กทม.เป็นสถานที่ตั้งหน่วยงานขององค์การสหประชาชาติด้านอาหารและการเกษตร ครบทั้ง 3 หน่วยงาน ประกอบด้วย FAO, IFAD และ WFP (องค์การอาหารโลก) เช่นเดียวกับกรุงโรม สาธารณรัฐอิตาลี

รมว.เกษตรฯร่วมเวทีFAO ชวนลงทุน/สร้างระบบเกษตรยั่งยืน

https://www.naewna.com/local/838495

รมว.เกษตรฯร่วมเวทีFAO  ชวนลงทุน/สร้างระบบเกษตรยั่งยืน

รมว.เกษตรฯร่วมเวทีFAO ชวนลงทุน/สร้างระบบเกษตรยั่งยืน

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถ้อยแถลงในพิธีเปิดการประชุม FAO Hand-in-Hand Investment Forum เวทีด้านความร่วมมือและการลงทุนเพื่อส่งเสริมความร่วมมือและการลงทุนจากทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงองค์กรระหว่างประเทศ ในประเด็นเร่งด่วนหรือความสนใจร่วมกัน เพื่อขจัดความยากจน ลดจำนวนผู้หิวโหย โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบท ร่วมกับผู้แทนจาก Central American Bank for Economic Integration (CABEI) ธนาคารโลก ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) และสภาเศรษฐกิจโลก ที่สำนักงานใหญ่องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) กรุงโรม สาธารณรัฐอิตาลี

ศ.ดร.นฤมลกล่าวว่า ประเทศไทยเร่งปรับเปลี่ยนระบบอาหารและเกษตรเพื่อความยั่งยืน เพิ่มรายได้ และสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกร โดยส่งเสริมการผลิตที่ยั่งยืน เน้นการใช้นวัตกรรมเพื่อเพิ่มผลผลิตตรงตามความต้องการของตลาด สอดคล้องกับนโยบาย“ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” อีกทั้งยังมีนโยบายการส่งเสริมการลงทุนและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของกลุ่มเกษตรเทคโนโลยี” ภายใต้ยุทธศาสตร์การส่งเสริมการลงทุน 5 ปี มุ่งเน้นไปทางสิทธิประโยชน์ในการยกเว้นภาษี ส่งเสริมการลงทุน เพื่อปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยไปสู่เศรษฐกิจใหม่ ที่ขับเคลื่อนไปด้วย “Innovative” เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์ “Competitive” เศรษฐกิจที่มีขีดความสามารถในการแข่งขัน สามารถปรับตัวได้เร็ว สร้างการเติบโตสูง และ “Inclusive” เศรษฐกิจที่คำนึงถึงความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม รวมทั้งการสร้างโอกาส และลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ

นอกจากนี้ ยังมีมาตรการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมการเกษตร สอดคล้องกับนโยบาย BCG ประกอบด้วย เศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ซึ่งเป็นรูปแบบการพัฒนาเศรษฐกิจ ที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการพัฒนาขีดความสามารถทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม ที่ผ่านมาได้ส่งเสริมการลงทุนแก่ภาคเกษตรตลอดสายห่วงโซ่อุปทาน เพื่อส่งเสริมให้มีการลงทุนยกระดับและสร้างความเข้มแข็งของภาคเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร

“โลกกำลังเผชิญกับความท้าทายการลงทุนในภาคเกษตรซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจฐานราก จะช่วยให้สามารถบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ได้ พร้อมเรียกร้องให้ประเทศสมาชิก ทุกภาคส่วนเร่งแก้ปัญหาผ่านกลไกการลงทุนและความร่วมมือเพื่อปรับเปลี่ยนระบบอาหารและเกษตรสู่ความยั่งยืนต่อไปในอนาคต” รมว.เกษตรฯ กล่าว

‘ดร.พงศ์ไท’ขับเคลื่อนการพัฒนาการเกษตร สอดคล้องกับหลัก’Climate Smart Agriculture’

https://www.naewna.com/local/838533

'ดร.พงศ์ไท'ขับเคลื่อนการพัฒนาการเกษตร สอดคล้องกับหลัก'Climate Smart Agriculture'

‘ดร.พงศ์ไท’ขับเคลื่อนการพัฒนาการเกษตร สอดคล้องกับหลัก’Climate Smart Agriculture’

วันพุธ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 22.06 น.

กรมวิชาการเกษตร ขับเคลื่อนการพัฒนาการเกษตร ที่สอดคล้องกับหลัก Climate Smart Agriculture ในการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “Advancing Climate – Smart Agriculture in Thailand”

ดร.พงศ์ไท ไทโยธิน รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ได้รับเชิญจากสถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง (Mekong Institute: MI) ให้เป็น Keynote speaker ในพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “Advancing Climate – Smart Agriculture in Thailand” จัดขึ้นในวันที่ 30 ตุลาคม 2567 ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว กรุงเทพฯ

รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ในการประชุมครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินผลลัพธ์ของกิจกรรมโครงการในประเทศ และวางแผนกลยุทธ์ในอนาคตเพื่อส่งเสริมการนำการเกษตรอัจฉริยะด้านสภาพภูมิอากาศ (Climate Smart Agriculture : CSA) โดยมีผู้เข้าร่วมการประชุมจากหลายภาคส่วน อาทิ ผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย ผู้แทนองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ ผู้แทนจากสถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง ผู้แทนธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หน่วยงานภาครัฐในประเทศไทย และองค์กรระหว่างประเทศ เป็นต้น

จากนโยบายของ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ในการการขับเคลื่อนการพัฒนาภาคการเกษตร ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และของกรมวิชาการเกษตร ที่สอดคล้องกับหลัก Climate Smart Agriculture หรือ CSA อาทิ

1) การเพิ่มผลิตภาพการผลิต (Productivity) ประกอบด้วย การนำเทคโนโลยีชีวภาพสมัยใหม่ หรือ Gene Editing (Ged) มาใช้ในการพัฒนาพันธุ์พืช ที่ทนต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ต้านทานโรคและแมลงศัตรูพืช และให้ผลผลิตต่อไร่สูง, การกระจายพันธุ์ดีไปยังเกษตรกร (High-quality seed), การทำการเกษตรแบบแม่นยำ เพื่อลดการใช้ปัจจัยการผลิตที่เกินความจำเป็น และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคเกษตร (Precision farming), การให้เกษตรกรรายย่อยเข้าถึงเครื่องจักรกลและเทคโนโลยีสมัยใหม่ (Mechanization) ผ่านกลไกเกษตรแปลงใหญ่ สถาบันเกษตรกรและผู้ให้บริการทางการเกษตร, การจัดการโรคแมลงศัตรูพืชแบบผสมผสาน (IPM) การวิจัย และพัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต (R&D)

2) ด้านการปรับตัวของเกษตรกร (Adaptation) ประกอบด้วย ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการเกษตร (Excellent Center and Knowledge transfer ) เพื่อเป็นแปลงต้นแบบและถ่ายทอดความรู้เกษตรสมัยใหม่ การจัดทำข้อมูล Agri-Map ประกอบการวางแผนผลิตของเกษตรกร, การปลูกพืชหมุนเวียน (Crop Rotation) และการประกันภัยพืชผล (Crop Insurance)  เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของสภาพภูมิอากาศ

3) การมีส่วนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของเกษจีกร (mitigation) ประกอบด้วย การเข้าสู่มาตรฐาน GAPและนโยบาย 3Rs เพื่อปลอดการเผาในภาคเกษตร และแก้ไขปัญหา PM2.5 การจัดทำข้อมูล Baseline การปล่อยก๊าซเรือนกระจกในพืชเศรษฐกิจสำคัญ (Baseline GHG emission)  เพื่อนำมาจัดทำเป็นคู่มือการเข้าสู่มาตรฐานการผลิตสินค้าเกษตรที่ปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และนำไปสู่ ตลาด Carbon credit และ ฉลาก Carbon foot print ดังนั้นมาตรฐานด้านการเกษตรจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งเสริมเกษตรกร เพื่อให้ได้ green product ภายใต้การสนับสนุนสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำ green loan และ การตลาดที่ผู้บริโภคยินดีจ่ายเงินที่สูงขึ้น green market ให้กับสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพ มีมาตรฐาน มีความปลอดภัยและมีกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ดร.พงศ์ไท ไทโยธิน รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวในตอนท้ายว่า กรมวิชาการเกษตรจะใช้ แนวทางหลัก Climate Smart Agriculture เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกร สามารถปรับตัวได้ทันกับสภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปของโลก ได้อย่างเหมาะสม

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’ร่วมการหารือด้านความร่วมมือด้านการเกษตร และสร้างความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน

https://www.naewna.com/local/838557

'อธิบดีกรมปศุสัตว์'ร่วมการหารือด้านความร่วมมือด้านการเกษตร และสร้างความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’ร่วมการหารือด้านความร่วมมือด้านการเกษตร และสร้างความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน

วันพุธ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 20.18 น.

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2567 นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เข้าร่วมหารือระหว่าง นายหาน จื้อเฉียง เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย (H.E. Mr. Han Zhiqiang) กับ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประเด็นความร่วมมือด้านการเกษตร และสร้างความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – จีน ที่จะครบรอบ 50 ปี ในปี 2568 โดยมี นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายถาวร ทันใจ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้อง 112 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

– 006

‘นฤมล’เป็นปธ.พิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจําปี 2567 ที่วัดอมรินทรารามวรวิหาร

https://www.naewna.com/local/838301

'นฤมล'เป็นปธ.พิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจําปี 2567 ที่วัดอมรินทรารามวรวิหาร

‘นฤมล’เป็นปธ.พิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจําปี 2567 ที่วัดอมรินทรารามวรวิหาร

วันพุธ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 10.34 น.

“นฤมล”เป็นปธ.พิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจําปี 2567 ณ วัดอมรินทรารามวรวิหาร กรุงเทพฯ

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประจำปี 2567 โดยมี นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่หน่วยงานในสังกัด เข้าร่วมพิธี

ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานผ้าพระกฐินพร้อมเครื่องบริวารพระกฐิน ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตามที่ขอพระราชทาน เพื่อน้อมนำไปทอดถวายยังที่ชุมนุมสงฆ์ ณ วัดอมรินทราราม วรวิหาร แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร

โดยการถวายผ้าพระกฐินพระราชทานครั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และประชาชนทั่วไป ได้ร่วมทำบุญถวายจตุปัจจัยเพื่อเป็นพระราชกุศล รวมเป็นเงินทั้งสิ้น จำนวน 2,756,881.98 บาท

เกษตรกรบุรีรัมย์ แห่เก็บฟางใหม่ หลังเริ่มเกี่ยวข้าว

https://www.naewna.com/local/838250

เกษตรกรบุรีรัมย์  แห่เก็บฟางใหม่  หลังเริ่มเกี่ยวข้าว

เกษตรกรบุรีรัมย์ แห่เก็บฟางใหม่ หลังเริ่มเกี่ยวข้าว

วันพุธ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกษตรกรผู้เลี้ยงวัว ที่หมู่บ้านปริงเปน ต.หลักเขต อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ต่างแห่ไปขนเอาฟางสดใหม่ จากการเก็บเกี่ยวข้าวนาปีของเพื่อนบ้าน ที่ได้เพาะปลูกข้าวหอมมะลิ กข 15 ที่สุกเหลืองอร่ามจนได้ที่แล้วและเริ่มว่าจ้างรถเกี่ยวข้าวทำการเก็บเกี่ยวข้าว เนื่องจากรถเกี่ยวข้าวสามารถเกี่ยวข้าวออกมาได้เป็นเมล็ดข้าวเปลือก และได้ฟางข้าวออกมาในเวลาเดียวกัน ซึ่งสะดวก สบาย และประหยัดเวลากว่าการจ้างแรงงานคนมาทำการเก็บเกี่ยว โดยเพื่อนบ้านหลายรายในหมู่บ้านแทบทุกหลังคาเรือน ส่วนใหญ่จะเลี้ยงวัวกันอยู่แล้ว ได้มาขอเพื่อนบ้าน ที่ได้ทำการเก็บเกี่ยวข้าวก่อนเป็นเจ้าแรกๆ ของหมู่บ้าน เพื่อขอเอาฟางสดใหม่ที่ได้จากการเกี่ยวข้าว นำไปเป็นอาหารให้วัวกิน นำมาใส่รถเข็นทั้งแบบลากจูง และแบบพ่วงข้างรถจักรยานยนต์ มาขนบรรทุกเอาฟางสดๆ ที่ได้จากการเก็บเกี่ยว

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการประหยัดเวลาและเบาแรง จากที่ทุกวันชาวบ้านที่เลี้ยงวัว จะต้องออกเร่ไปตามสถานที่ต่างๆ เพื่อหาเกี่ยวหญ้าตามทุ่งนา ริมข้างทาง และสถานที่ต่างๆ ในแต่ละวันเพื่อนำมาเป็นอาหารให้กับวัวที่ตนเลี้ยงไว้ เนื่องจากไม่สามารถนำไปปล่อยเลี้ยงตามทุ่งนาได้ เพราะมีการเพาะปลูกข้าวไว้ ซึ่งเพื่อนบ้านที่มาขนเอาฟางไปให้วัว ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เบาแรงได้เยอะ เพราะไม่ต้องไปหาเกี่ยวหญ้ามาให้เป็นอาหารวัวเหมือนกับทุกวัน