กรมข้าวเตรียมปลูก แปลงนาศิลปะ77ไร่ 12ศูนย์ข้าวทั่วไทย เฉลิมพระเกียรติร.10

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/807750

วันศุกร์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า ได้จัดงานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 อีกทั้งยังเป็นการเผยแพร่พระเกียรติคุณ และแสดงออกถึงความจงรักภักดี ความสมานฉันท์สามัคคี โดยจัดให้มีการปลูกข้าวในแปลงนาศิลปะ 77 ไร่แบ่งเป็นแปลงนาศิลปะ 72 ไร่ และแปลงน้อมนำตามแนวพระราชดำริ 5 ไร่ ในพื้นที่แปลงนาสาธิตโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริภายในกองประสานงานโครงการพระราชดำริ แปลงนาศูนย์วิจัยข้าว 9 ศูนย์ ประกอบด้วย ศูนย์วิจัยข้าวแพร่ ศูนย์วิจัยข้าวสุรินทร์ ศูนย์วิจัยข้าวนครศรีธรรมราช ศูนย์วิจัยข้าวพระนครศรีอยุธยา ศูนย์วิจัยข้าวชัยนาท ศูนย์วิจัยข้าวเชียงราย ศูนย์วิจัยข้าวปัตตานี ศูนย์วิจัยข้าวนครราชสีมา ศูนย์วิจัยข้าวขอนแก่น และแปลงนาศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว 2 ศูนย์ ประกอบด้วย ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพะเยาศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอุดรธานี รวมทั้งสิ้น 12 แห่ง

อธิบดีกรมการข้าว กล่าวต่อว่า ภายในแปลงนาจะมีการนำพันธุ์ข้าวมาปลูก อาทิ กข6 กข91 เป็นต้น โดยเมื่อออกผลผลิตแล้ว จะดำเนินการเก็บเกี่ยวและนำไปแจกจ่ายให้ชาวนาต่อไปเพื่อให้พี่น้องชาวนาได้มีเมล็ดพันธุ์ดีไว้ใช้การเพาะปลูกในฤดูกาลต่อไป

เกษตรฯขานรับนโยบาย ชูควายไทยSoft Power

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/807748

วันศุกร์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ฝ่ายการเมือง) กล่าวว่า การเลี้ยงควายในประเทศไทย เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น จึงฝากถึงเกษตรกรให้มองควายเป็นธนาคารเคลื่อนที่ ดอกเบี้ยที่ฝาก คือหญ้า โดยเฉพาะควายสวยงาม การรีดน้ำเชื้อขาย และผสมพันธุ์พ่อพันธุ์แม่พันธุ์ จะสร้างรายได้ให้เกษตรกรเป็นอย่างดี และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ เป็นการช่วยสืบสานภูมิปัญญา และวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น (Soft Power) ตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งเรื่องนี้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรฯ ได้สั่งการนายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เร่งขับเคลื่อนการพัฒนาการผลิตและการตลาดควายไทยให้เป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ฟื้นฟูระบบนิเวศวิทยา ระบบห่วงโซ่อาหาร ใช้ประโยชน์ด้านการท่องเที่ยวเชิงเกษตร

ทั้งนี้ กรมปศุสัตว์ ได้ดำเนินการจัดงานมหกรรมกระบือแห่งชาติทุกปี และสนับสนุนการประกวดกระบือในพื้นที่ทั่วประเทศ การสร้างเครือข่ายฟาร์มควาย รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ด้านการปรับปรุงพันธุ์ การปลูกพืชอาหารสัตว์ การควบคุมป้องกันโรค ตลอดจนอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงควายไทย และเพิ่มมูลค่าสูงขึ้นให้กับประเทศต่อไป

ฉก.พญานาคราชจับมือตร. เอาผิดผู้ลักลอบนำเข้าหมูเถื่อน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/807749

วันศุกร์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์แถลงความก้าวหน้าการดำเนินงานของหน่วยเฉพาะกิจพญานาคราช (ฉก.พญานาคราช)ที่รัฐสภา เมื่อเร็วๆ นี้ โดยมี พ.อ.รวิรักษ์สัตตบุศย์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจพญานาคราช ผู้แทนจากกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ว่าได้ลงพื้นที่สุ่มตรวจตู้คอนเทนเนอร์ ที่ท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2566 พบการซุกซ่อนชิ้นส่วนสุกรปะปนอยู่ภายในตู้สินค้าประมง จากนั้นเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2567 ได้ตั้งWar room โดยผู้เชี่ยวชาญจากกรมประมง และกรมปศุสัตว์ ตรวจสอบเอกสารประกอบการนำเข้าสัตว์น้ำของกรมประมง พบเอกสารที่มีการปลอมแปลง ได้แจ้งความกับตำรวจ บช.ก.แล้ว 20 คดี ได้แก่ 1.บริษัท ศิขัณทิน เทรดดิ้งจำกัด 2.บริษัท สมายล์ ท็อป เค เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด และ 3.ห้างหุ้นส่วนจำกัดบริบูรณ์ เทรดดิ้ง

ด้านนายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการนำเข้า-ส่งออก สินค้าประมงผิดกฎหมายตรวจพบ 1 บริษัท แต่พบความผิดปกติมากถึง 220 ครั้ง โดยเจ้าหน้าที่ได้มีการตรวจสอบใบรับรองสุขอนามัยสัตว์ (Health Certificate)ที่ผู้นำเข้าใช้ยื่นในระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อขอนำเข้า และกรมประมง ได้ตรวจสอบยืนยันกับประเทศต้นทาง พบว่าใบรับรองสุขอนามัยสัตว์ (Health Certificate) ที่ประเทศต้นทางออกให้นั้น ปรากฏว่าเป็นสินค้าคนละประเภทกับที่ผู้นำเข้าใช้ยื่นกับกรมประมง โดยปรากฏเป็นเนื้อหมู 1,859,270 กิโลกรัม/เนื้อวัว 4,135,306 กิโลกรัม 220 ตู้คอนเทนเนอร์ รวมน้ำหนักสินค้าทั้งสิ้น 5,994,576 กิโลกรัม มูลค่าความเสียหาย 1,407,187,712 ล้านบาท ซึ่งเมื่อวันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมา ได้แจ้งความต่อ ผบช.ก.1 ราย 220 คดี คือบริษัท ศิขัณทิน เทรดดิ้ง จำกัด 4 ข้อกล่าวหา มีการออกหมายเรียกผู้ต้องหามารับทราบข้อกล่าวหาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คดีอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ดังนั้น จึงขอให้ผู้เกี่ยวข้องนำพยานหลักฐานมาชี้แจงต่อพนักงานสอบสวน เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม โดยเจ้าหน้าที่จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย นอกจากนี้ กรมประมงยังจะดำเนินการตรวจสอบเพิ่มเติม หากตรวจพบพฤติกรรมลักษณะดังกล่าวอีกก็จะดำเนินคดีเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ “ฉก.พญานาคราช” พร้อมเดินหน้าสางปมปัญหาของพี่น้องเกษตรกรในทุกมิติไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกร มุ่งขับเคลื่อนภาคการเกษตรไทยทั้งระบบ รวมถึงเศรษฐกิจของประเทศให้เดินหน้าได้อย่างมั่นคง เกษตรกรมีรายได้อย่างยั่งยืน

‘ธรรมนัส’แก้ปมที่ดินเถื่อนเขตปฏิรูปฯ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/807747

วันศุกร์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.) ครั้งที่ 2/2567 โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมว่าจากกรณีข้อพิพาทแนวเขตที่ดินอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ที่ประชุมคปก.มีมติเห็นชอบหลักการในการตรวจสอบเกษตรกรผู้ได้รับการจัดที่ดินและผู้ถือครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน โดยแต่งตั้งคณะอนุกรรมการกลั่นกรองการใช้ประโยชน์ในที่ดินของผู้ได้รับการจัดที่ดิน จาก ส.ป.ก. 36,498,883 ไร่ ซึ่งแต่งตั้งโดยคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัด ประกอบด้วย หน่วยงานในระดับท้องถิ่น เกษตรกร และภาคประชาชน ทำหน้าที่รวบรวมรายชื่อและตรวจสอบการถือครองที่ดินฯ จากฐานข้อมูลของรัฐ เพื่อพิจารณาและสรุปผลการใช้ประโยชน์ในที่ดินถือครองโดยเกษตรกรตัวจริง และตรงตามวัตถุประสงค์ของการจัดที่ดินหรือไม่

จากนั้นจะรวบรวมข้อมูลเสนอต่อคณะกรรมการฯ ในระดับสูงขึ้น โดยมี รมว.เกษตรฯ เป็นประธานรวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และ 9 หน่วยงานที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการที่ดินของรัฐ ซึ่งอยู่ระหว่างพิจารณาองค์ประกอบและรายละเอียดของคณะกรรมการฯ โดยมีอำนาจหน้าที่พิจารณาบทลงโทษผู้กระทำความผิด ภายหลังได้ผ่านการพิจารณาจากคณะอนุกรรมการกลั่นกรองฯ ในชั้นต้นแล้ว ซึ่งหากพบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปมีส่วนในการกระทำผิด จะลงโทษทั้งทางวินัยและอาญาขั้นสูงสุด รวมทั้งผู้สวมสิทธิ์เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินที่ไม่ใช่เกษตรกรด้วย ทั้งนี้ ให้รอคณะกรรมการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน 1 : 4000 (One Map) ดำเนินการแล้วเสร็จ ส.ป.ก.พร้อมเปิดศึกทำสงครามกับที่ดินเถื่อนในเขตปฏิรูปที่ดินทั่วประเทศ ทันที

ประมงหนุนคนรุ่นใหม่ พัฒนาสู่‘YoungSmartFarmer’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/807506

วันพฤหัสบดี ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายประพันธ์ ลีปายะคุณ รองอธิบดีกรมประมง กล่าวว่า กลุ่มเกษตรกรรุ่นใหม่เป็นบุคลากรที่มีศักยภาพ ในการพัฒนาเทคโนโลยีด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำซึ่งในปัจจุบันกลุ่มเกษตรกรรุ่นใหม่นี้ยังมีจำนวนน้อย แต่ก็มีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องภายหลังเกิดปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ดังนั้น การส่งเสริมอาชีพด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดให้แก่เกษตรรุ่นใหม่ จึงเป็นแนวทางในการเพิ่มศักยภาพด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด โดยมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพเกษตรกรสู่การเป็น Young Smart Farmer กรมประมงโดยกองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด ได้จัดโครงการส่งเสริมอาชีพประมง ภายใต้กิจกรรมพัฒนาศักยภาพเกษตรกรสู่ Young Smart Farmer เป็นการ จัดฝึกอบรมเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและเป็นการเตรียมความพร้อมให้แก่เกษตรกรรุ่นใหม่ที่สนใจในด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด 300 ราย ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด (ศพจ.) 24 แห่งทั่วประเทศ

ทั้งนี้ สำหรับ ศพจ.ทั้ง 24 แห่ง ประกอบด้วย ศพจ.แม่ฮ่องสอน เชียงราย แพร่ พิจิตร เพชรบูรณ์ สุโขทัย อุดรธานี หนองคาย นครพนม ศรีสะเกษ มุกดาหาร กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ชลบุรี ปราจีนบุรี สระแก้ว พระนครศรีอยุธยา อุทัยธานี สิงห์บุรี ราชบุรี ตรัง นครศรีธรรมราช สงขลา และปัตตานี คุณสมบัติของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการต้องมีอายุระหว่าง 17-45 ปี เป็นเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ (ทบ.1) มีบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำเป็นของตัวเอง และมีภูมิลำเนาในจังหวัดที่ ศพจ.รับผิดชอบ
ซึ่งในหลักสูตร “การพัฒนาเกษตรกรสู่ Young Smart Farmer” จะจำแนกเกษตรกรออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่ม Aคือกลุ่มที่มีศักยภาพสามารถพัฒนาสู่ Young Smart Farmer ได้ 2.กลุ่ม B คือกลุ่มเกษตรกรที่มีความรู้ ความพร้อม และศักยภาพในระดับพื้นฐาน และ 3.กลุ่ม C คือกลุ่มเกษตรกรที่อยู่ในขั้นตอนการเรียนรู้และมีความต้องการพัฒนาศักยภาพ โดยจะมีการจัดหลักสูตรให้เหมาะสมกับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ ในหัวข้อการอบรมประกอบด้วย ภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติในการเพาะพันธุ์สัตว์น้ำจืด การปฏิบัติทางการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดี (GAP) การบริหารจัดการผลผลิตสัตว์น้ำและวางแผนการตลาด การวางแผนการจัดการฟาร์ม ทักษะการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด ตลอดจนการศึกษาดูงานฟาร์มเกษตรกรตัวอย่างที่ประสบผลสำเร็จ เป็นต้น

นายประพันธ์ กล่าวอีกว่า มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาศักยภาพของเกษตรกรผ่านโครงการส่งเสริมอาชีพประมง สู่การเป็น Young Smart Farmer ช่วยเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด สามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด

‘น้องแตงไทย’ลูกสมเสร็จ สมาชิกใหม่ ฉลองครบ 46 ปี สวนสัตว์เปิดเขาเขียว

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/807510

วันพฤหัสบดี ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายณรงวิทย์ ชดช้อย ผู้อำนวยการสวนสัตว์เปิดเขาเขียว เปิดเผยว่า หลังจากที่ทางสวนสัตว์เปิดเขาเขียว ได้สมาชิกใหม่เป็นลูกสมเสร็จ จำนวน 1 ตัว เพศผู้ เปิดให้สัมผัสความน่ารักเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2567ที่ผ่านมานั้น ถือเป็นเรื่องน่ายินดี ที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียวได้สมาชิกใหม่เป็นลูกสมเสร็จ สัตว์ป่าสงวนของไทย จำนวน 1 ตัว ซึ่งเกิดจากพ่อ “บ่ายสอง”อายุ 5 ปี แม่ “จมโคลน” อายุ 14 ปี โดยล่าสุดลูกสมเสร็จได้ชื่อว่า “น้องแตงไทย”เพศผู้ เกิดเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2567 หลังจากลืมตาดูโลก ลูกสมเสร็จได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมสัตวแพทย์ เจ้าหน้าที่ ของสวนสัตว์ และแม่สมเสร็จ มาระยะหนึ่งแล้ว ขณะนี้ลูกสมเสร็จกำลังน่ารัก ลายลักษณะคล้ายแตงไทย เริ่มจะเลือนหายไปแล้ว จะผลัดสีเป็นครึ่งดำขาวแยกกันชัดเจนทั้งตัว และยังเดินคลอเคลียไม่ยอมห่างแม่สมเสร็จ จึงขอเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวและเด็กๆ มาสัมผัสความน่ารัก ในโอกาสฉลองครบรอบ 46 ปี สวนสัตว์เปิดเขาเขียว พร้อมสัตว์ป่านานาชนิดและกิจกรรมอีกมากมาย

นายณรงวิทย์ กล่าวว่า วันที่ 1-3 มิถุนายน 2567 นี้ สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ขอเชิญเที่ยวงานฉลองครบรอบ 46 ปี สวนสัตว์เปิดเขาเขียว พบกับบูธและกิจกรรมจากสวนไดโนเสาร์พัทยา และกิจกรรมต่างๆ มากมาย อาทิ ชมนิทรรศการย้อนวันวาน 46 ปีสวนสัตว์เปิดเขาเขียว การแสดงผลงานองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย การจำหน่ายกางเกงกะปิปลาร้า มหกรรมพาเหรดมาสคอตสัตว์ตัวการ์ตูนสินค้าแบรนด์ไทย งานออกบูธแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดชลบุรี พร้อม OTOP ของดีจังหวัดชลบุรี และในวันที่ 2 มิถุนายน 2567 ชมคอนเสิร์ตดาวลิเกสายฮา นุ่น-เนตรชนก(ดำดง) และ อาร์ต-ติณณ์วิพัฒน์ พิเศษสุดนักท่องเที่ยวชาวไทย ใส่กางเกงกะปิปลาร้า ลดค่าผ่านประตู ผู้ใหญ่ 20% ตลอดเดือนมิถุนายน 2567

มหา’ลัยจุฬาฯจัดเสวนาเกษตรนานาชาติ ขับเคลื่อนพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/807509

วันพฤหัสบดี ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ณ หอประชุม วิทยาลัยสงฆ์นครน่าน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เฉลิมพระเกียรติฯ อ.ภูเพียง จ.น่าน มีการจัดประชุม The 1st International agricultural forum 2024 Neo- Regional Development On biodiversity Agriculturalsustainability ซึ่งเป็นเวทีเกษตรนานาชาติครั้งที่ 1 ในจังหวัดน่าน จัดขึ้นโดยมูลนิธิรักษ์ป่าน่าน ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกับ วิทยาลัยสงฆ์นครน่าน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เฉลิมพระเกียรติฯ และ Chinese Academy of Sciences Innovation Cooperation Center (Bangkok) สนับสนุนและประสานงานโดยธนาคารกสิกรไทย พร้อมกับหน่วยงานพันธมิตร

ทั้งนี้ มีการเสวนาแลกเปลี่ยน และนำเสนอผลงาน งานวิจัย และแลกเปลี่ยนแนวคิดด้านการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน มุ่งเน้นการบูรณาการภูมิปัญญาดั้งเดิมเข้ากับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสมัยใหม่ ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ความมุ่งมั่นในการพัฒนาความก้าวหน้าทางเกษตรกรรมของประเทศไทย ผ่านนวัตกรรมและการวางรากฐานสำหรับอนาคต มุ่งหวังเป็นจุดเริ่มต้นให้เกิดความร่วมมือของอนุภูมิภาคระหว่างประเทศผ่านเวทีการปรึกษาหารือร่วมกัน ในการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน ส่งเสริมอาชีพภาคการเกษตร ยกระดับรายได้ และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น พร้อมกับการฟื้นฟูพื้นที่ผืนป่าและสภาพแวดล้อมของชุมชน เกิดการบูรณาการในระดับต่างประเทศในการพัฒนา ส่งเสริมอาชีพภาคการเกษตรที่สอดคล้องกับทรัพยากรธรรมชาติและภูมิปัญญาท้องถิ่น ผู้ประกอบการที่มีศักยภาพในการผลิตสินค้าได้มีโอกาสขยายตลาดไปยังตลาดต่างประเทศ

‘ธรรมนัส’โร่ประชุม เตรียมพร้อมการเปิด ด่านพรมแดนสิงขร ขนถ่ายสินค้าสัตว์น้ำ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/807504

วันพฤหัสบดี ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ติดตามการดำเนินโครงการศูนย์ขนถ่ายสินค้าสัตว์น้ำ ด่านสิงขร จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งปัจจุบันเป็นพื้นที่ด่านผ่อนปรนพิเศษ ยังไม่ใช่ด่านผ่านแดนถาวร ทำให้ไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งบริเวณขนถ่ายสินค้า (No man land) เป็นพื้นที่อ้างสิทธิระหว่างไทย-เมียนมา
มีความแออัดในการขนถ่ายสินค้า และไม่เป็นไปตามมาตรฐานของสุขอนามัย รวมถึงมีความไม่ปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงาน จึงมอบหมายหน่วยงาน
ที่เกี่ยวข้อง นำโดยผู้ว่าราชการจังหวัด ในการประชุมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดมาตรการร่วมกัน และให้กระทรวงเกษตรฯ เข้าร่วมการประชุม อย่างไรก็ตาม การกำหนดพื้นที่ในการขนถ่ายสินค้าสัตว์น้ำให้อยู่ในราชอาณาจักรไทย จะสามารถใช้กฎหมายในการควบคุมและกำกับดูแลให้มีประสิทธิภาพได้

ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า การเตรียมความพร้อมในการเปิดด่านพรมแดนด่านสิงขร กระทรวงการต่างประเทศ จะเจรจากับประเทศเพื่อนบ้าน ให้ทั้ง 2 ประเทศ มีความพร้อมในการเปิดด่าน ซึ่งทางผวจ.ประจวบคีรีขันธ์จะมีการเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาการนำสินค้าภาคการเกษตรเข้ามาสู่ราชอาณาจักร โดยเฉพาะสินค้าประมง จึงมอบหมายกรมประมง และองค์การสะพานปลา เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบในการจัดสรรพื้นที่เพื่อเป็นตลาดตรวจรับสินค้าภาคการเกษตรอย่างถูกต้อง

เกษตรฯจัดมหกรรมสินค้า ดันผลผลิตสร้างโอกาส-มูลค่า

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/807511

วันพฤหัสบดี ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

น.ส.ภัทราภรณ์ โสเจยยะ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานมหกรรมสินค้าเกษตรของกระทรวงเกษตรฯ ครั้งที่ 1/2567 โดยการจัดงานมหกรรมสินค้าเกษตรของกระทรวงเกษตรฯ มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-30 มิถุนายน 2567 ที่ลานคนเมืองศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดแสดง จำหน่าย และส่งเสริมสินค้าเกษตรปลอดภัย เกษตรอินทรีย์ ผลผลิต 1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูงที่มีคุณค่าเชิงอัตลักษณ์ รวมถึงสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพได้มาตรฐานของเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชน ให้ผู้บริโภคเกิดความเชื่อมั่น เชื่อมโยงกับผู้ผลิตและตรงความต้องการของตลาด ตลอดจนสร้างโอกาสการเข้าถึงตลาดและเพิ่มทักษะการพัฒนารูปแบบสินค้า ยกระดับสินค้าเกษตร สร้างอาชีพ สร้างรายได้แก่เกษตรกร

สำหรับกิจกรรมภายในงานจะต้องดำเนินการให้มีความเชื่อมโยงกับสินค้า/ผลิตภัณฑ์ ที่มาจำหน่ายภายในงาน เพื่อสามารถนำเสนอจุดเด่นของสินค้าแต่ละประเภทได้ เช่น 1.การจัดแสดงนิทรรศการและจำหน่ายสินค้า และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร 2.กิจกรรมการสาธิตและฝึกอาชีพ เช่น รังสรรค์เมนูใหม่ โดยร้านอาหารที่มีชื่อเสียงนำวัตถุดิบสินค้าในงานมาประกอบอาหารทั้งไทยและต่างประเทศ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมการปลูกผักฉบับคนเมืองสวนผักบนระเบียงคอนโด และกิจกรรมฝึกอาชีพอื่นๆ ที่เหมาะสมกับคนในเขตชุมชนเมือง และ 3.การให้บริการข้อมูลจัดส่งสินค้าจับคู่ธุรกิจเป็นต้น ทั้งนี้รองปลัดเกษตรฯ ได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมดำเนินการจัดกิจกรรมที่รับผิดชอบต่อไป

รมว.เกษตรฯรับฟังปัญหาชาวประมง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/807507

วันพฤหัสบดี ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่พบปะชาวประมงพื้นบ้านทุ่งน้อยและพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อรับฟังปัญหาการทำประมงพื้นบ้าน พร้อมชมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเศรษฐกิจ (กองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง) ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ และตรวจติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างท่าเทียบเรือ ในพื้นที่ ต.เขาแดง อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยกรมประมงได้ชี้แจงและสร้างความเข้าใจในเรื่องการแก้ไขพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 พร้อมติดตามข้อเสนอของสมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย เช่น การสร้างท่าเทียบเรือให้กับชาวประมงพื้นบ้าน การสนับสนุนน้ำมันราคาถูก การพิจารณาแนวเขตชายฝั่งทะเล ต่ำกว่า 1.5 ไมล์ทะเลการดำเนินงานของคณะกรรมการประมงประจำจังหวัด และการแก้ไขราคาสินค้าประมงตกต่ำ

“การลงพื้นที่ในครั้งนี้ เพื่อมารับฟังปัญหาจากพี่น้องชาวประมงโดยตรง ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นและสะสมมานาน และจากข้อเรียกร้องต่างๆ ได้มีการลงนามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อศึกษาข้อเรียกร้องของชาวประมงพื้นบ้าน เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน อะไรก็ตามที่เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน จะเร่งแก้ไขให้ได้อย่างแน่นอน” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

ทั้งนี้ สำหรับ จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีพื้นที่ติดชายฝั่งทะเลอ่าวไทย ทุกอำเภอ มีความยาวชายฝั่งทะเล 224.8 กิโลเมตร มีเรือประมงพื้นบ้าน 3,245 ลำมีองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นด้านการประมงชายฝั่ง 56 องค์กร ชนิดเครื่องมือที่ใช้กัน เช่น อวนครอบหมึก (ไดหมึก) ครอบปลากะตัก อวนจมปลาทูอวนลอยปลา อวนลอยกุ้ง เป็นต้นโดยพื้นที่ อ.กุยบุรี มีเรือประมงพื้นบ้าน 287 ลำ เรือประมงพาณิชย์ 34 ลำ สำหรับบ้านทุ่งน้อย ร้อยละ 90 มีอาชีพประมง