กรมชลฯจ้างแรงงานเกษตร ทดแทนรายได้รวมหมื่นราย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/793941

วันอังคาร ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายสุริยพล นุชอนงค์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีนโยบายช่วยเหลือเกษตรกรทั่วประเทศ ให้มีรายได้เสริมในช่วงฤดูแล้ง ด้วยการจ้างแรงงานชลประทาน ในปีงบประมาณ 2567 สำหรับปฏิบัติงานด้านต่างๆ ในปีนี้มีแผนการขยายจ้างแรงงานเพิ่มประมาณ 9,472 คน ระยะเวลาการจ้างอยู่ระหว่าง 8 เดือน (ตุลาคม 2566-พฤษภาคม 2567) วงเงินจ้างแรงงานประมาณ 7,196 บาท/คน/เดือน โดยเกณฑ์การจ้างแรงงานจะพิจารณากลุ่มเป้าหมาย 4 กลุ่ม ได้แก่ เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตรหรือเกษตรกรในพื้นที่ สมาชิกกลุ่มผู้ใช้น้ำของกรมชลประทานในพื้นที่ ประชาชนและผู้ใช้แรงงานทั่วไป และ หากแรงงานในพื้นที่มีไม่เพียงพอให้พิจารณาจ้างเกษตรกรหรือแรงงานในพื้นที่ใกล้เคียง จากหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด และลุ่มน้ำ ตามลำดับ ปัจจุบันมีการจ้างแรงงานทั่วประเทศไปแล้ว 4,877 คน หรือประมาณ 51% ของแผนฯ โดยจังหวัดที่มีผลการจ้างแรงงานมากที่สุด 3 ลำดับ ได้แก่ อุบลราชธานี485 คน พะเยา 268 คน และสุพรรณบุรี 251 คน

ทั้งนี้ กรมชลประทาน ยังคงเดินหน้ารับสมัครจ้างแรงงานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งยังมีตำแหน่งว่างก่อนครบตามเป้า จึงขอเชิญชวนให้พี่น้องเกษตรกร และประชาชนทั่วไปเข้าร่วมโครงการฯ โดยสามารถติดต่อสอบถามหรือสมัครได้ที่โครงการชลประทานใกล้บ้าน หรือสายด่วนกรมชลประทาน 1460

อ.ต.ก.ถกส่งออก ดันข้าวหอมมะลิ ไปยังนครเฉิงตู มูลค่า2พันล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/793938

วันอังคาร ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายปณิธาน มีไชยโย ผอ.องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) เดินทางไปยังนครเฉิงตู มณฑลเสฉวน สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อผลักดันความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน รวมถึงการนำเข้า-ส่งออก สินค้าเกษตรระหว่างไทย-จีน โดยร่วมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ที่โรงแรม NICCOLO CHENGDU เมืองเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งประเทศไทยจะส่งออกข้าวหอมมะลิ 100,000 ตัน เป็นเงิน 52.1 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 2,000 ล้านบาท ภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือการซื้อขายข้าวหอมมะลิล่วงหน้า ระหว่าง บริษัท SHENZHEN ZHONGCHENG FOOD IMPORT AND EXPORT และบริษัท ธนสรร ไรซ์ จำกัด ส่วนการจัดส่งข้าวหอมมะลิ 1 แสนตัน ไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน จะดำเนินการขนส่งทางรางรถไฟ ตามที่ อ.ต.ก.ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงการขยายตลาดส่งออกสินค้าเกษตรและสินค้าอุปโภค-บริโภคผ่านระบบขนส่งทางราง กับบริษัท โกลบอลมัลติโมดัล โลจิสติกส์ จำกัด (GML)

การขับเคลื่อนการค้าระหว่างประเทศภาคการเกษตรครั้งนี้ อ.ต.ก.ได้บุกเบิกตลาดใหม่ และขยายผลไปยังสินค้าเกษตรประเภทอื่นๆ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้า ขยายช่องทางจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร ให้แก่พี่น้องเกษตรกร และพร้อมที่จะสนับสนุน ส่งเสริม การซื้อขายผลิตผลหรือผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร และสินค้าอื่นๆ หรือสินค้าอุตสาหกรรมในครัวเรือน รวมทั้งเครื่องอุปโภคและบริโภคเพื่อจำหน่าย สร้างโอกาสในการจำหน่ายสินค้าเกษตรไทยสามารถเข้าสู่ตลาดการค้าต่างประเทศได้มากขึ้น

‘ธรรมนัส’นำร่อง 5 จังหวัด KickOff กำจัดปลาหมอสีคางดำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/793939

วันอังคาร ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเปิดปฏิบัติการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศในแหล่งน้ำธรรมชาติ โดยมีนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง นายวรณัฎฐ์ หนูรอต รอง ผวจ.สมุทรสาคร และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่วัดศรีสุทธาราม (วัดกำพร้า) ต.บางหญ้าแพรก อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ว่าตามที่กรมประมง ได้รับฟังและหารือแนวทางการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรและชาวประมงใน จ.สมุทรสาคร เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2566 โดยเฉพาะปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำซึ่งแพร่ระบาดในแหล่งน้ำสาธารณะและในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำของเกษตรกร ทำให้สัตว์น้ำพื้นถิ่นได้รับผลกระทบต่อการเจริญเติบโต ระบบนิเวศแหล่งน้ำและที่อยู่อาศัย

ทั้งนี้ กรมประมง ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อวางแผนและกำหนดมาตรการในการควบคุม ป้องกัน และแก้ปัญหา รวมถึงประสานความร่วมมือกับหน่วยงานในพื้นที่ สร้างความรู้ความเข้าใจแก่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องและขับเคลื่อนนโยบายไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม สร้างความตระหนักรู้แก่เกษตรกร ชาวประมงและบุคคลทั่วไป นอกจากนี้ได้มีการจัดทำร่างมาตรการและการดำเนินงานเพื่อแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุม ป้องกัน และกำจัดประชากรปลาหมอสีคางดำ ทั้งระยะสั้นและระยะยาว ด้วยการควบคุมการรุกรานของปลาหมอสีคางดำในพื้นที่ซึ่งพบมีการรุกรานแล้ว พร้อมติดตามประเมินและป้องกันการรุกรานของปลาหมอสีคางดำในพื้นที่ซึ่งยังไม่ถูกรุกรานอีกทั้งยังได้มีการบังคับใช้กฎหมายโดยอาศัยการมีส่วนร่วมจากภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง

ด้านนายบัญชา กล่าวว่า การแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำ สร้างความเสียหายต่อผลผลิตในบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของเกษตรกรและส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบนิเวศ เนื่องจากเป็นปลาที่มีการปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมและทนต่อการเปลี่ยนแปลงความเค็มของน้ำได้ดี ทำให้แพร่ขยายพันธุ์อย่างรวดเร็วในแหล่งน้ำกว่า 13 จังหวัด การจัดงานครั้งนี้ จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการสร้างเครือข่ายชาวประมงและเกษตรกรในการกำจัดปลาหมอสีคางดำ ด้วยเครื่องมือประมงที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ร่วมกับการปล่อยปลาผู้ล่า เช่น ปลากะพงขาว ในแหล่งน้ำที่พบการแพร่ระบาดเพื่อควบคุมและลดจำนวนประชากรปลาหมอสีคางดำขนาดเล็กที่พบในธรรมชาติและมีการหลุดรอดเข้าไปในบ่อเลี้ยงของเกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม โดยจะมีการนำร่องในพื้นที่ 5 จังหวัด

‘อนุชา’รุกชัยนาทโมเดลหนุนเลี้ยงโค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/793940

วันอังคาร ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายอนุชา นาคาศัย รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเปิดอบรมโครงการพัฒนาและยกระดับฟาร์มโคเนื้อสู่เกษตรมูลค่าสูง พร้อมปาฐกถาพิเศษ เรื่อง ชัยนาทโมเดล : นโยบายสู่การปฏิบัติที่แฟนตาซีรีสอร์ท อ.เมือง จ.ชัยนาท ว่าให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาของเกษตรกร จึงขับเคลื่อนนโยบาย “ชัยนาทโมเดล” เพื่อเป็นต้นแบบด้านการเกษตร โดยแนวทางสำคัญคือการผลักดันพัฒนาและส่งเสริมเกษตรกรได้มีอาชีพเลี้ยงโคเนื้อ เพื่อเป็นการสร้างแหล่งอาหารโปรตีนที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยให้องค์ความรู้ สนับสนุนแหล่งเงินทุน ใช้ปัจจัยการผลิตในท้องถิ่น ยกระดับคุณภาพและมาตรฐานสินค้าเกษตร ตลอดจนหาช่องทางการตลาด ให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นลดความเสี่ยงด้านการผลิตและการตลาดจากพืชอย่างเดียว

“ชัยนาทโมเดล มีเป้าหมายเพื่อให้พี่น้องเกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น จากเดิมที่เพาะปลูกพืช ให้หันมาทำปศุสัตว์เช่น เลี้ยงโค เนื่องจากโคมีผลตอบแทนที่สูงกว่า โดยส่งเสริมการเลี้ยงโคต้นน้ำ ที่กินแต่หญ้า เลี้ยงง่าย เลือกสายพันธุ์ดีแล้วนำมาขุนเพิ่มมูลค่า สร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้น จากเดิมตัวละหลักหมื่น ให้กลายเป็นหลักแสนได้ ซึ่งตลาดโคเนื้อมีแนวโน้มที่จะสามารถต่อยอดไปได้อีกไกล แต่สิ่งสำคัญคือการรักษามาตรฐานฟาร์ม หรือสินค้า ให้มีคุณภาพ สะอาด ปลอดภัย เกิดการยอมรับ สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค เป็นการเพิ่มมูลค่าได้อีกด้วย ผมเชื่อมั่นว่าหากเกษตรกรมีอาชีพเสริม เช่น การเลี้ยงโคเนื้อพันธุ์ดี “ชัยนาทบีฟ” ตามโครงการ “ชัยนาทโมเดล” ที่มีคุณภาพ มาตรฐาน จะสามารถช่วยเหลือเกษตรกรให้หลุดพ้นจากความยากจน หมดหนี้สินพึ่งพาตนเองได้ และมีฐานะมั่นคง เกิดความภาคภูมิใจในอาชีพเกษตรกร”นายอนุชา กล่าว

ในโอกาสนี้ รมช.เกษตรฯ และคณะ เยี่ยมชมฟาร์มโคเนื้อมาตรฐานของวิสาหกิจชุมชนฟาร์มเกษตรไร่พัฒนา บริษัท พรีเมี่ยมบีฟ จำกัด อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท ด้วย

‘อธิบดีกรมการข้าว’ พบปะพี่น้องชาวนาพะเยา ติดตามปัญหาข้าวอย่างใกล้ชิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/793832

'อธิบดีกรมการข้าว' พบปะพี่น้องชาวนาพะเยา ติดตามปัญหาข้าวอย่างใกล้ชิด

‘อธิบดีกรมการข้าว’ พบปะพี่น้องชาวนาพะเยา ติดตามปัญหาข้าวอย่างใกล้ชิด

วันจันทร์ ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2567, 14.37 น.

วันที่ 18 มีนาคม 2567 นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว ลงพื้นที่ จ.พะเยา เพื่อพบปะพูดคุยกับเกษตรกร ถึงปัญหาของข้าวในพื้นที่ พร้อมหารือถึงแนวทางการแก้ไข ตลอดจนถึงแนวทางการผลิตเมล็ดพันธุ์ในปี 2567 ณ เทศบาลเมืองดอกคำใต้ ตำบลดอนศรีชุม อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา

รองปลัดฯเคาะร่าง ความมั่นคงอาหาร เกษตรกรรมยั่งยืน วงประชุมเกษตรฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/793693

วันจันทร์ ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เข้าร่วมการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสของการประชุมรัฐมนตรีเกษตรเบอร์ลิน ครั้งที่ 16 (The 16th Berlin Ministers’ Conference) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการประชุม Global Forum for Food and Agriculture (GFFA) ครั้งที่ 16 ภายใต้หัวข้อหลัก “Food Systems for Our Future: Joining Forces for a Zero Hunger World” ที่ศูนย์การประชุม City Cube Berlin เมื่อเร็วๆ นี้ โดยการประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อหารือให้ความเห็นต่อร่างเอกสารแถลงการณ์ (2024 Zero Draft Communique) สำหรับเสนอให้ที่ประชุมรัฐมนตรีเกษตรเบอร์ลิน ครั้งที่ 16 พิจารณาให้การรับรองโดยไม่มีการลงนาม

ทั้งนี้ นายเศรษฐเกียรติ ให้ความเห็นต่อร่างเอกสารแถลงการณ์ดังกล่าว ซึ่งเนื้อหาภายในร่างเอกสารฯ เกี่ยวกับการดำเนินการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ 2 ของการพัฒนาที่ยั่งยืน ส่งเสริมความมั่นคงทางอาหารและการเกษตรกรรมที่ยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงเกษตรฯ ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบและอนุมัติให้มีการรับรองร่างเอกสารแถลงการณ์ดังกล่าวแล้วเมื่อวันที่ 16 มกราคมที่ผ่านมา

ไทย-เยอรมันร่วมหารือ มุ่งผลสัมฤทธิ์การเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/793694

วันจันทร์ ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายเศรษฐเกียรติ วงษ์กระจ่าง รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ ผู้แทนสำนักการเกษตรต่างประเทศ และ ผอ.สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำกรุงบรัสเซลส์ เข้าร่วมการประชุมหารือกับนาง Claudia Müller รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอาหารและการเกษตรแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ภายในงาน Global Forum for Food and Agriculture ครั้งที่ 16 ที่ประเทศเยอรมนี

ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่าย มุ่งเน้นด้านการส่งเสริมระบบเกษตรและอาหารที่ยั่งยืน ที่มีความครอบคลุมของเกษตรกรทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมกัน และการเสริมสร้างความสามารถในการปรับตัวแก่เกษตรกร ให้มีความยืดหยุ่นต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ทั้งนี้ รมว.เกษตรฯ แจ้งว่า ในปี 2567 ฝ่ายไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะทำงานฯ ครั้งที่ 1 ภายใต้ปฏิญญาดังกล่าว

รมว.เกษตรฯร่วมปาฐกถา ยกระดับพัฒนาภาคการเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/793695

วันจันทร์ ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เป็นประธานเปิดงาน“Thailand 2024 The Great Challenges เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ขยายโอกาส” พร้อมด้วย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวบรรยายพิเศษในหัวข้อ “ปีมังกรทอง เกษตรไทย” และนายไชยา พรหมา รมช.เกษตรฯ กล่าวในหัวข้อ “ลดรายจ่ายลดเหลื่อมล้ำ” ที่โรงแรมพูลแมน คิงเพาเวอร์ซอยรางน้ำ กทม.เมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อสื่อสารกับประชาชนให้เข้าใจภาพรวมการบริหารงานของรัฐบาล นำพาประเทศไทยให้พ้นจากปัญหาเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงนำหลักปรัชญาในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ เพิ่มรายได้ ลดรายจ่ายและขยายโอกาส

ด้าน ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ยังคงเดินหน้าบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนภารกิจตามนโยบายด้านการเกษตรของนายกฯ สู่ความสำเร็จอย่างต่อเนื่องตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ เพื่อช่วยเหลือและแก้ปัญหาปากท้องของพี่น้องเกษตรกร ให้กินดีอยู่ดี มีคุณภาพชีวิตที่ดี ภายใต้นโยบายเกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น 3 เท่า ภายในระยะเวลา 4 ปี มีหลักการสำคัญ ได้แก่ 1.สร้างวิธีการทำงานสู่การปฏิบัติ 2.รับมือภัยธรรมชาติ 3.ปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย 4.ยกระดับสินค้าเกษตร เสริมศักยภาพเกษตรกร และ5.จัดการทรัพยากรทางการเกษตร และการอำนวยความสะดวกด้านการเกษตร นอกจากนี้ การขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงเกษตรฯ ภายใต้ The Great Challenges ด้วยการเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ขยายโอกาส ซึ่งสอดคล้องกับการดำเนินนโยบายของรัฐบาล จะเป็นการช่วยแก้ปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกร

ส่วนนายไชยากล่าวว่า ได้มีนโยบายในการพักหนี้ให้แก่เกษตรกร ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นในการแก้ปัญหาดังกล่าว ถือเป็นโอกาสที่ดีแก่ผู้ที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม นอกจากนี้ยังดำเนินนโยบายตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ เพื่อลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และขยายโอกาส พร้อมตัดวงจรหนี้นอกระบบแก่เกษตรกร ทั้งนี้ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของท่าเรือใน จ.เพชรบุรี และ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งจะผลักดันให้เป็นศูนย์กลางในการส่งออกสินค้าแปรรูปด้านปศุสัตว์ให้เป็นสินค้า Premium พร้อมเร่งดำเนินงานโครงการนำร่อง Kick off ส่งออกโคมีชีวิต 2,000 ตัว ไปยังประเทศเวียดนาม เป็นที่แรกและยังทิ้งท้ายสโลแกนว่า “ชีวิตของเกษตรกรในยุคนี้จะต้องเป็นเกษตรยุคใหม่ที่มีคุณภาพ และอาชีพเกษตรกรรมจะต้องเป็นอาชีพที่สามารถสร้างรายได้ และเป็นหลักประกันในสังคมในชีวิตให้ได้”

นอกจากนี้ รัฐบาลได้สร้างความเข้าใจในแนวทางการแก้ปัญหาต่างๆ ของประเทศไทย รวมทั้งทำให้สังคมมองเห็นถึงแนวทางการขับเคลื่อน
ของประเทศไทยในปัจจุบัน พร้อมผลักดันในการเดินไปข้างหน้าของประเทศไทยท่ามกลางสถานการณ์ที่ท้าทายในปี 2567

‘ธรรมนัส’รุดช่วยเหลือชาวกะเปอร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/793696

‘ธรรมนัส’รุดช่วยเหลือชาวกะเปอร์

‘ธรรมนัส’รุดช่วยเหลือชาวกะเปอร์

วันจันทร์ ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่รับฟังปัญหาความเดือดร้อนและพบปะพี่น้องเกษตรกร ที่ อบต.กะเปอร์ จ.ระนอง ว่าให้ความสำคัญต่อการบริหารจัดการน้ำเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำสำหรับอุปโภค-บริโภคของพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ โดยมอบหมายกรมชลประทาน ศึกษาความเหมาะสมและวิเคราะห์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สำหรับวางแผนการก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำคลองเคียนงาม เพื่อเป็นแหล่งน้ำสำรองให้กับพื้นที่ 3 ตำบล ได้แก่ ต.บางหิน ต.ม่วงกลวง และ ต.กะเปอร์ นอกจากนี้ยังได้มอบหมายให้มีการศึกษาเพิ่มเติมสำหรับโครงการประตูระบายน้ำคลองกะเปอร์ พร้อมอาคารประกอบ และโครงการประตูระบายน้ำคลองนาคาสายใหญ่ เพื่อเพิ่มปริมาณแหล่งน้ำต้นทุนสำหรับการอุปโภค-บริโภค และเป็นแหล่งน้ำสำรองสำหรับภาคการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง รวมถึงเพื่อแก้ปัญหาน้ำเค็มรุกเข้าพื้นที่เกษตรกรรมในพื้นที่ อ.กะเปอร์ และพื้นที่ใกล้เคียง ทั้งนี้ ได้มอบหมาย ส.ป.ก ในการสำรวจที่ดินทำกินของพี่น้องเกษตรกร จัดทำโฉนดเพื่อการเกษตร ขยายโอกาสและสร้างความมั่นคงในการประกอบอาชีพเกษตรกร

ในโอกาสนี้ ร.อ.ธรรมนัส ได้มอบงบประมาณอุดหนุนโครงการสร้างความเข้มแข็งกลุ่มการผลิตด้านการประมงประจำปีงบประมาณ 2567 ให้แก่ 1.กลุ่มสัมมาชีพแปรรูปอาหารทะเลบ้านภูเขาทอง 2.กลุ่มประมงพื้นบ้านบ้านท่ากลาง และ 3.กลุ่มประมงพื้นบ้านแปรรูปสัตว์น้ำ (บ้านหินกอง) อีกทั้งมอบปัจจัยการผลิต ประกอบด้วย พันธุ์ปลาเศรษฐกิจ เมล็ดพันธุ์ผัก ต้นหม่อน รวมถึงมอบหญ้าอาหารสัตว์ และเวชภัณฑ์สำหรับสัตว์ให้แก่ตัวแทนเกษตรกร

“กระทรวงเกษตรฯ พร้อมรับฟังเสียงของพี่น้องทุกคน และจะเร่งศึกษาแนวทางสำหรับการแก้ไขในทุกปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรอย่างรวดเร็วและจริงจัง” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

‘ธรรมนัส’ลงพื้นที่พะเยา มอบเงินสินเชื่อชะลอข้าวเปลือกนาปีให้ชาวนา 1.862 ล้านบาท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/793734

'ธรรมนัส'ลงพื้นที่พะเยา มอบเงินสินเชื่อชะลอข้าวเปลือกนาปีให้ชาวนา 1.862 ล้านบาท

‘ธรรมนัส’ลงพื้นที่พะเยา มอบเงินสินเชื่อชะลอข้าวเปลือกนาปีให้ชาวนา 1.862 ล้านบาท

วันอาทิตย์ ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2567, 20.58 น.

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2567 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีมอบเงินตามโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ฤดูกาลผลิตปี 2566/67 ตามมาตรการช่วยเหลือชาวนาผู้ปลูกข้าวผ่านสถาบันเกษตรกร ปี 2566/67 พร้อมมอบนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อสร้างการรับรู้ให้แก่หัวหน้าส่วนราชการระดับพื้นที่และเกษตรกร และมอบโฉนดที่ดินเพื่อการเกษตรให้แก่เกษตรกร ในพื้นที่อำเภอเมืองพะเยา ดอกคำใต้ และภูซาง จำนวน 300 ราย โดยมี นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ , นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว และผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วม ณ สหกรณ์การเกษตรเมืองพะเยา จำกัด อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา

ทั้งนี้ ในปีการผลิต 2566/67 สหกรณ์การเกษตรเมืองพะเยา จำกัด ได้รวบรวมข้าวเปลือกของสมาชิกสหกรณ์และเกษตรกรทั่วไปในพื้นที่ จำนวน 24,280 ตัน มูลค่า 297,474,498.06 บาท โดยได้นำข้าวเปลือกเข้าร่วมโครงการตามมาตรการช่วยเหลือชาวนาผู้ปลูกข้าวผ่านสถาบันเกษตรกร โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี 4,653 ตัน จำนวนเงินกู้ 170,000,000 บาท โดยได้รับค่าฝากเก็บและรักษาคุณภาพข้าวเปลือก 6,979,500 บาท โดยเป็นค่าเก็บรักษาของสหกรณ์ตันละ 1,000 บาท เป็นเงิน 5,117,500 บาท สมาชิกสหกรณ์และเกษตรกรได้รับตันละ 500 บาท เป็นเงิน 1,862,000 บาท สมาชิกสหกรณ์และเกษตรกรทั่วไปได้รับประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ของโครงการ จำนวน 1,014 ราย

“มาตรการเหล่านี้เป็นการช่วยเหลือพี่น้องชาวนา และเป็นการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก เพื่อให้เกษตรกรรวมทั้งสถาบันเกษตรกร ได้ชะลอการขายข้าวเปลือกเอาไว้ก่อน เพื่อรอราคาไม่ต้องรีบขายไปพร้อมกัน ซึ่งจะส่งผลทำให้ราคาตกต่ำ อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรฯ ให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้ดีขึ้น ซึ่งการเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรนั้น จะต้องมีความเข้าใจในเรื่องตลาดนำ มีความรู้เชิงธุรกิจ พร้อมเรียนรู้และเข้าถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตสินค้าเกษตร อีกทั้งการสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรก็เป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งกลไกที่จะช่วยให้เกษตรกรรวมกลุ่มได้เข้มแข็งคือขบวนการสหกรณ์ ดังนั้นสหกรณ์ต้องมีความเข้มแข็งเพื่อเป็นที่พึ่งของพี่น้องสมาชิกและเกษตรกรต่อไป” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

– 006