‘อนุชา’ผนึกกำลังพันธมิตร ผุดโครงการ‘ยุวเกษตรฯของแผ่นดิน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/790310

วันศุกร์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายอนุชา นาคาศัย รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ตามที่ได้ขับเคลื่อนแนวคิด “เงินบาทแรกของแผ่นดิน” คือ เงินจากน้ำ (ภาคประมง) เงินจากดิน (สวนไร่นา) และเงินจากหญ้า (ภาคปศุสัตว์) ซึ่งถือว่ามีความสำคัญ เพราะเกษตรกรเป็นกำลังซื้อหลักของประเทศ ที่จะสามารถเพิ่มตัวเลข GDP ให้เติบโตขึ้นได้ จึงต้องการส่งเสริมสนับสนุน เพื่อให้เกษตรกรไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถประกอบอาชีพได้อย่างยั่งยืน โดยการสร้างสินค้าเกษตรมีมูลค่าสูง มุ่งเน้นการทำเกษตรปลอดภัย นำไปสู่ความเชื่อมั่น และเพิ่มรายได้อย่างยั่งยืน รวมถึงขณะนี้ได้เดินหน้าขับเคลื่อนการใช้ Agri Map เป็นฐานข้อมูลที่สำคัญในการวางแผนการทำเกษตรให้เหมาะสมกับสภาพดินและน้ำในแต่ละพื้นที่ กำหนดให้มีการปรับเปลี่ยน โดยแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งมาปลูกหญ้าเลี้ยงสัตว์ ซึ่งเป็นวิธีที่มีความเสี่ยงน้อยกว่าการทำเกษตรแบบเดิมที่ปลูกพืชเชิงเดี่ยวเพียงอย่างเดียว เพราะการปลูกหญ้าเลี้ยงสัตว์นั้นทำได้ง่าย ไม่ต้องลงทุนสูง สามารถพลิกชีวิตนำพาลูกหลานเกษตรกรไทย สู่ความร่ำรวย ยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้นได้

ดังนั้น ภาครัฐและสถาบันการศึกษาจำเป็นที่จะต้องร่วมมือกัน โดยบูรณาการองค์ความรู้ที่มีส่งเสริมนักศึกษาที่มีความสนใจด้านการเกษตร เพื่อพัฒนาสู่การเป็น “ยุวเกษตรกรเงินบาทแรกของแผ่นดิน” ทำให้สามารถที่จะขับเคลื่อนให้หลุดพ้นความยากจนสู่เป้าหมายการประกอบอาชีพอย่างยั่งยืน และทำให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นครัวของโลกได้ด้วยการทำปศุสัตว์ ซึ่งการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนจะช่วยให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาไปสู่การเป็นครัวของโลก หรือแหล่งผลิตอาหารครบวงจรได้อย่างแท้จริง

สำหรับความร่วมมือครั้งนี้ กรมปศุสัตว์ กรมพัฒนาที่ดิน กรมการข้าว ร่วมกับเครือข่ายมหาวิทยาลัยจังหวัดภาคเหนือ (มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยพะเยา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลลำปาง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลน่าน มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่) มีกลุ่มเป้าหมายนักศึกษาเครือข่ายมหาวิทยาลัยภาคเหนือมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับขีดความสามารถด้านการเกษตรและสร้างนักศึกษาให้เป็นผู้นำด้านการเกษตรยุคใหม่ ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีปศุสัตว์

“ผมเชื่อมั่นว่าหากเราทุกคน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเครือข่ายมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาที่สำคัญ ร่วมกันพัฒนาลูกหลานคนรุ่นใหม่ให้ก้าวสู่กำลังที่สำคัญของประเทศ โดยการส่งเสริมความรู้ด้านปศุสัตว์ ให้สามารถนำไปปฏิบัติในพื้นที่ของตนเองได้อย่างเหมาะสม สร้างให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างบุคคลที่ประสบความสำเร็จ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้กับตนเอง และเกิดการเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายความร่วมมือระหว่างกันในอนาคต ให้ลูกหลานไทยก้าวขีดจำกัด หลุดจากวัฏจักรเดิมๆ ที่เรียนจบมาแล้วต้องไปเป็นแรงงานในภาคอุตสาหกรรม แต่เราจะร่วมกันเปลี่ยนแปลงประเทศ พัฒนายกระดับลูกหลานไทยให้สามารถจับเงินล้านได้ด้วยการทำปศุสัตว์ โดยทุกหน่วยงานมีความพร้อมที่จะเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการให้เกิดเป็นรูปธรรม” นายอนุชา กล่าว

‘อธิบดีกรมฝนหลวง’เป็นปธ.เปิดโครงการพัฒนาเครือข่ายอาสาสมัครฝนหลวง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/790284

'อธิบดีกรมฝนหลวง'เป็นปธ.เปิดโครงการพัฒนาเครือข่ายอาสาสมัครฝนหลวง

‘อธิบดีกรมฝนหลวง’เป็นปธ.เปิดโครงการพัฒนาเครือข่ายอาสาสมัครฝนหลวง

วันพฤหัสบดี ที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 17.48 น.

เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 13.00 น. นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการพัฒนาเครือข่ายอาสาสมัครฝนหลวง ซึ่งจัดขึ้นเพื่อพัฒนาศักยภาพตัวแทนอาสาสมัครฝนหลวงในระดับจังหวัดในการเป็นผู้นำ การสร้างเครือข่าย การทำงานเป็นทีม การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และร่วมกันกำหนดทิศทางการดำเนินงานของอาสาสมัครฝนหลวงในการสนับสนุนการปฏิบัติการฝนหลวงได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีอาสาสมัครฝนหลวงดีเด่นระดับภูมิภาคและระดับประเทศ จำนวน 40 คน เข้าร่วมโครงการ ระหว่างวันที่ 29 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2567 ณ โรงแรมแกรนด์ฮิลล์ รีสอร์ท แอนด์ สปา อ.เมือง จ.นครสวรรค์

– 006

‘กรมการข้าว’ร่วม​’รมต.เกษตรฯ’เปิดปฏิบัติการฝนหลวงปี​ 2567

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/790177

'กรมการข้าว'ร่วม​'รมต.เกษตรฯ'เปิดปฏิบัติการฝนหลวงปี​ 2567

‘กรมการข้าว’ร่วม​’รมต.เกษตรฯ’เปิดปฏิบัติการฝนหลวงปี​ 2567

วันพฤหัสบดี ที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 14.42 น.

“กรมการข้าว”ร่วม​”รมต.เกษตรฯ”เปิดปฏิบัติการฝนหลวงปี​ 2567 จัดตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง 16 หน่วย ครอบคลุมพื้นที่ 77 จังหวัดทั่วประเทศ เตรียมช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร สร้างความชุ่มชื้นให้กับป่า

เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2567 ​ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิดปฏิบัติการฝนหลวง ประจำปี 2567 โดยมี นายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว​ พร้อมด้วยผู้บริหารในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้บริหารส่วนราชการในพื้นที่ เข้าร่วม ณ โรงเก็บเครื่องบิน 7 สนามบินนครสวรรค์ อ.เมือง จ.นครสวรรค์

โดยภายในงานมีการประกอบพิธีสงฆ์เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่เจ้าหน้าที่ จากนั้นประธานได้ตรวจแถวชุดปฏิบัติการฝนหลวง 9 ชุด และคล้องพวงมาลัยให้กับเครื่องบิน ผู้อำนวยการศูนย์ และหัวหน้านักบิน จำนวน 9 ชุด พร้อมกล่าวให้ขวัญและกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในทุกภาคส่วน พร้อมทำพิธีปล่อยคาราวานเครื่องบินฝนหลวงออกปฏิบัติการไปประจำการแต่ละหน่วยทั่วประเทศ ซึ่งแสดงถึงความพร้อมของหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงทุกหน่วยที่จะออกปฏิบัติการฝนหลวงในปีนี้

สำหรับในปี 2567 นี้ กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมฝนหลวงฯ มีแผนปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรที่ประสบภัยแล้ง และสร้างความชุ่มชื้นให้กับป่าไม้ การเติมน้ำต้นทุนให้กับอ่างเก็บน้ำและเขื่อนต่าง ๆ ของประเทศ ป้องกันการเกิดไฟป่าและบรรเทาปัญหาหมอกควัน ยับยั้งการเกิดพายุลูกเห็บ รวมทั้งสถานการณ์ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ที่เกินเกณฑ์มาตรฐาน โดยกรมฝนหลวงฯ มีแผนในการจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศทั้ง 77 จังหวัด รวมทั้งสิ้น 16 หน่วย โดยตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงประจำ 5 ภูมิภาค จำนวน 7 ศูนย์ และได้ปรับแผนในการจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงในเดือนมีนาคม และเมษายน 2567 จำนวน 7 หน่วย โดยใช้อากาศยานรวมทั้งสิ้น 30 ลำ ได้แก่ อากาศยานของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร จำนวน 24 ลำ อากาศยานที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพอากาศ จำนวน 6 ลำ ในการตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง

– 006

‘กรมฝนหลวงและการบินเกษตร’เปิดปฏิบัติการฝนหลวง ประจำปี 2567

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/790174

'กรมฝนหลวงและการบินเกษตร'เปิดปฏิบัติการฝนหลวง ประจำปี 2567

‘กรมฝนหลวงและการบินเกษตร’เปิดปฏิบัติการฝนหลวง ประจำปี 2567

วันพฤหัสบดี ที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 14.33 น.

วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 09.15 น. ณ บริเวณโรงเก็บเครื่องบิน 7 สนามบินนครสวรรค์ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิดปฏิบัติการฝนหลวงประจำปี 2567 โดยมี นายประสงค์ หล้าอ่อน รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ กล่าวต้อนรับ ซึ่งในช่วงเช้ามีการประกอบพิธีสงฆ์เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่เจ้าหน้าที่ ลำดับต่อมาประธานได้ตรวจแถวชุดปฏิบัติการฝนหลวง 9 ชุด และคล้องพวงมาลัยให้กับเครื่องบิน ผู้อำนวยการศูนย์ และหัวหน้านักบิน จำนวน 9 ชุด พร้อมกล่าวให้ขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในทุกภาคส่วน หลังจากนั้นทำพิธีปล่อยคาราวานเครื่องบินฝนหลวงออกปฏิบัติการไปประจำการแต่ละหน่วยทั่วประเทศ ซึ่งแสดงถึงความพร้อมของหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงทุกหน่วยที่จะออกปฏิบัติการฝนหลวงในปีนี้

ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า จากสถานการณ์ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศในประเทศไทยต่อภาคการเกษตรในปัจจุบัน รวมทั้งปัญหาหมอกควันและไฟป่า ปัญหาการเกิดพายุลูกเห็บในพื้นที่ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ที่มีค่าเกินเกณฑ์มาตรฐานที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ปัญหาการขาดแคลนน้ำในการอุปโภค บริโภคและการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงได้มอบหมายให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตร จัดทำแผนปฏิบัติการฝนหลวง ประจำปี 2567 จัดตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จำนวน 10 หน่วยปฏิบัติการทั่วประเทศ โดยได้น้อมนำศาสตร์ตำราฝนหลวงพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาเป็นแนวทางในการดำเนินการป้องกันและบรรเทาช่วยเหลือความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยพิบัติดังกล่าว

ด้าน นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปี 2567 นี้ มีแผนปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรที่ประสบภัยแล้ง และสร้างความชุ่มชื้นให้กับป่าไม้ การเติมน้ำต้นทุนให้กับอ่างเก็บน้ำและเขื่อนต่างๆ ของประเทศ ป้องกันการเกิดไฟป่าและบรรเทาปัญหาหมอกควัน ยับยั้งการเกิดพายุลูกเห็บ รวมทั้งสถานการณ์ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ที่เกินเกณฑ์มาตรฐาน กรมฝนหลวงฯมีแผนในการจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศทั้ง 77 จังหวัด รวมทั้งสิ้น 16 หน่วย โดยตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงประจำ 5 ภูมิภาค จำนวน 7 ศูนย์ และได้ปรับแผนในการจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงในเดือนมีนาคม และเมษายน 2567 จำนวน 7 หน่วย โดยใช้อากาศยานรวมทั้งสิ้น 30 ลำ ได้แก่ อากาศยานของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร จำนวน 24 ลำ อากาศยานที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพอากาศ จำนวน 6 ลำ ในการตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง ดังนี้

1. ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือตอนบน
   – หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดเชียงใหม่

2. ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือตอนล่าง 
   – หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดแพร่

3. ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคกลาง 
   – หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดกาญจนบุรี

4. ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
   – หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดอุดรธานี

5. ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง  
   – หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดนครราชสีมา

6. ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออก
   – หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดจันทบุรี

7. ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคใต้
   – หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

จัดตั้งฐานเติมสารฝนหลวง จำนวน 4 แห่ง ที่จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดระยอง อีกทั้ง ตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา กรมฝนหลวงฯได้จัดตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดระยอง และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ช่วยเหลือพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ในการเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับพื้นที่ป่าไม้เพื่อบรรเทาป้องกันการเกิดไฟป่า ปัญหาหมอกควันและฝุ่นละอองนาดเล็ก PM2.5 และเติมน้ำต้นทุนให้กับอ่างเก็บน้ำ ในส่วนพื้นที่ภาคเหนือ ได้จัดตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดเชียงใหม่

ตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2567 ช่วยเหลือบรรเทาปัญหาหมอกควัน ไฟป่า และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 บริเวณพื้นที่ภาคเหนือ ภายใต้การบูรณาการร่วมกันระหว่างจังหวัดเชียงใหม่ และยังคงติดตามสถานการณ์สภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำไปวางแผนในการปฏิบัติการฝนหลวงอีกด้วย

นายสุพิศ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับแผนการจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง อาจมีการปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ของสภาพภูมิอากาศ และพื้นที่ที่มีความต้องการน้ำของประเทศไทย เพื่อให้การปฏิบัติการฝนหลวงเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ทั้งนี้ สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารของกรมฝนหลวงฯ และขอรับบริการฝนหลวง ได้ตามช่องทางดังนี้ หมายเลขโทรศัพท์ 02-109-5100 ต่อ 410 หรือช่องทางเพจ Facebook กรมฝนหลวงและการบินเกษตร, Instagram, Tiktok, Twitter : @drraa_pr และศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงทั้ง 7 ศูนย์ทั่วประเทศ

– 006

กตส.ตรวจสุขภาพการเงิน หนุนสหกรณ์เข้มแข็ง-มั่นคง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/790080

วันพฤหัสบดี ที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.

น.ส.อัญมณี ถิรสุทธิ์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ (กตส.) กล่าวว่า ได้จัดทำโครงการเพิ่มสุขด้วยโปรแกรมตรวจสุขภาพทางการเงินให้แก่สหกรณ์ทั่วประเทศ โดยมีกิจกรรมมอบของขวัญเกษตรกรไทย มีกิน มีใช้ มีรายได้พอเพียง เพื่อให้สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร สามารถใช้ตรวจสุขภาพทางการเงินด้วยตนเอง มีการวิเคราะห์วางแผนบริหารทางการเงิน นำไปปรับปรุงการดำเนินงาน เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร รวมทั้งได้รู้เท่าทันสถานการณ์ของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรถึงการพิจารณาร่วมลงทุนกับสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ส่งผลให้สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรมีความเข้มแข็ง

ทั้งนี้ โครงการเพิ่มสุขด้วยโปรแกรมตรวจสุขภาพทางการเงินให้แก่สหกรณ์ ผ่านการใช้โปรแกรมเฝ้าระวังและเตือนภัยทางการเงินของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร CFSAWS:ss Version 2 (Cooperative Financial Surveillance and Warning System :Set Standard Version 2) เป็นเครื่องมือเตือนภัยที่สามารถมองผ่านข้อมูลทางการเงินของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร และส่งสัญญาณให้วิเคราะห์เฝ้าระวังเตือนภัยทางการเงินอย่างรวดเร็ว ทันการณ์และทันเวลา ด้วยการวิเคราะห์เจาะลึกทางการเงิน 4 ระดับ ได้แก่ ระดับเฝ้าระวังปกติ ระดับเฝ้าระวังมากขึ้น ระดับเฝ้าระวังพิเศษ และระดับเฝ้าระวังพิเศษเร่งด่วน

นอกจากนี้มีการระบุความเสี่ยงและจุดอ่อนในการบริหารจัดการ และเฝ้าระวังทางการเงินอย่างเป็นระบบ ซึ่งได้รับการพัฒนาจากเวอร์ชั่นแรกให้มีประสิทธิภาพรองรับการดำเนินธุรกิจของสหกรณ์ที่มีความหลากหลายและซับซ้อนมากขึ้น โดยเฉพาะการนำเงินไปลงทุนในแหล่งทุนต่างๆ อาจเกิดความเสี่ยงทางด้านการเงินต่อสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร จึงได้มีการพัฒนาโดยเพิ่มอัตราส่วนทางการเงิน จากเดิมมี 3 อัตราส่วน 3 มิติ ประกอบด้วย ด้านความเข้มแข็งของเงินทุน ความสามารถในการทำกำไรและสภาพคล่องทางการเงิน โดยได้เพิ่มมิติคุณภาพสินทรัพย์ด้วยอัตราส่วนอัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ เพื่อให้การวิเคราะห์เฝ้าระวังและเตือนภัยทางการเงินของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรที่เที่ยงตรงและแม่นยำและครอบคลุมยิ่งขึ้น สามารถตรวจสุขภาพทางการเงิน ทราบระดับการวิเคราะห์เพื่อเฝ้าระวังทางการเงินขององค์กรได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง ซึ่งสามารถใช้งานผ่านแอปพลิเคชั่นโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

“ข้อมูลทางการเงินของสหกรณ์เป็นเรื่องสำคัญ นับเป็นหัวใจสำคัญในการวางแผนการบริหารจัดการการนำโปรแกรมไปใช้ เป็นคู่มือทางการเงินในการนำไปใช้บริหารงาน การจัดทำแผนทางการเงินให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรผู้สอบบัญชี ตลอดจนผู้สนใจทั่วไปใช้ในการอ้างอิงเปรียบเทียบ วิเคราะห์ สู่การเฝ้าระวังและเตือนภัยทางการเงินของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร นำไปปรับใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาปรับปรุงการดำเนินงาน” น.ส.อัญมณี กล่าว

‘ธรรมนัส’ร่วมถกนานาชาติ ใช้ระบบผลิตการเกษตรยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/790078

วันพฤหัสบดี ที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ร่วมพิธีเปิดงาน Global Forum for Food and Agriculture ซึ่งมีรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรจากทั่วโลกเข้าร่วมกว่า 80 ประเทศ โดยมีผู้แทนสำนักการเกษตรต่างประเทศ และ ผอ.สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำกรุงบรัสเซลส์ เข้าร่วม ที่ศูนย์การประชุมและแสดงสินค้า Messe Berlin เยอรมนี

สำหรับการจัดงานดังกล่าว มีวัตถุประสงค์และความมุ่งหวังร่วมกันในการเน้นย้ำถึงความสำคัญของภาคการเกษตร และการมุ่งมั่นที่จะใช้การเกษตรที่มีระบบการผลิตที่ยั่งยืนช่วยให้ประชากรทุกกลุ่มเข้าถึงอาหารที่ปลอดภัย มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน รวมถึงการลดอาหารเหลือและขยะอาหาร เพื่อแก้ปัญหาความหิวโหย สร้างความมั่นคงทางอาหาร และระบบโภชนาการที่ดี รวมทั้งบรรลุเป้าหมาย SDG ในปี 2030

ทั้งนี้ ภายในงานได้เชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรแห่งเซียราลีโอน และผู้เชี่ยวชาญจากองค์กร IFAD และมหาวิทยาลัยชั้นนำ ร่วมอภิปรายถึงแนวทางในการดำเนินงานเพื่อให้บรรลุ Zero hunger ใน 7 ปีข้างหน้า อีกทั้งยังได้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงาน โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรรุ่นใหม่
(ผู้แทนเกษตรกรรุ่นใหม่เจ้าของบริษัททำการเกษตรแนวตั้งในอาคาร จากประเทศไทย) ได้แสดงจุดยืนและร่วมสอบถามอภิปรายด้วย

ชลประทานไม่หวั่น พร้อมรับมือฝนน้อย ใช้วิธีบริหารจัดการ เกิดประโยชน์สูงสุด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/790079

วันพฤหัสบดี ที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวถึงสถานการณ์น้ำปัจจุบัน ว่าอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้นประมาณ 56,799 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) 74% ของความจุอ่างฯ รวมกัน เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์)มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้นประมาณ 16,417 ล้าน ลบ.ม.(66% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) จึงวางแผนจัดสรรน้ำช่วงฤดูแล้งปี 2566/67 ตามปริมาณน้ำต้นทุนที่มี ด้วยการจัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคเป็นหลัก รักษาระบบนิเวศ การเกษตร อุตสาหกรรม และสำรองไว้ใช้ในต้นฤดูฝนหน้าตามลำดับ จนถึงขณะนี้มีการจัดสรรน้ำในช่วงฤดูแล้งทั้งประเทศไปแล้วกว่า 9,297 ล้าน ลบ.ม.(43%) เฉพาะลุ่มเจ้าพระยามีการใช้น้ำไปแล้วประมาณ 2,927 ล้าน ลบ.ม.(49%) ปัจจุบันทั้งประเทศมีการเพาะปลูกข้าวนาปรังไปแล้ว 7.44 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 128 ของแผนฯ เฉพาะลุ่มเจ้าพระยา มีการเพาะปลูกข้าวนาปรังไปแล้ว 5.22ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 173 ของแผนฯ ภาพรวมสถานการณ์น้ำอยู่ในเกณฑ์ปกติ

ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ว่าช่วงครึ่งปีแรกอาจมีปริมาณฝนน้อยกว่าค่าปกติ จึงกำชับไปยังโครงการชลประทานโดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางให้ติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด พร้อมนำสถิติฝนที่ผ่านมา นำมาวิเคราะห์คาดการณ์ปริมาณน้ำ เพื่อวางแผนการบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์และเกิดประโยชน์สูงสุด

‘ไชยา’สร้าง Smart Farmer เลี้ยงปศุสัตว์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/790081

‘ไชยา’สร้าง Smart Farmer เลี้ยงปศุสัตว์

‘ไชยา’สร้าง Smart Farmer เลี้ยงปศุสัตว์

วันพฤหัสบดี ที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ตรวจเยี่ยม : นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ ตรวจเยี่ยมวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหารือความร่วมมือระหว่างกรมปศุสัตว์ และองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) กับสถานศึกษา ใช้องค์ความรู้งานวิจัย สร้างเกษตรกรอัจฉริยะ (Smart Farmer)

นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรี ต.สามพระยา อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเยี่ยมชมการดำเนินงานของสถานศึกษาที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร พร้อมหารือความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรฯ และสถานศึกษา ให้สร้างเยาวชนในท้องถิ่นให้เป็นเกษตรกรอัจฉริยะ (Smart Farmer)

นายไชยา กล่าวว่า จ.เพชรบุรี มีสถานที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นศูนย์กักกันโรคเพื่อการส่งออกของสินค้าปศุสัตว์ไปยังต่างประเทศ และมีวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรีที่มีความพร้อมทั้งศูนย์การเรียนรู้ เครื่องมือ และมีบุคลากร นักเรียน รวมถึงนักศึกษาที่มีความสนใจการทำเกษตรกรรมจำนวนมาก จึงต้องการบูรณาการร่วมกับสถานศึกษาในการผลิตหลักสูตรทางด้านวิชาการและประสบการณ์จริง รองรับอาชีพการเลี้ยงปศุสัตว์เพื่อการส่งออก โดยมอบหมายให้กรมปศุสัตว์ และองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ทำงานร่วมกับสถานศึกษา จัดการเรียนการสอน และใช้องค์ความรู้ด้านการวิจัย พัฒนา เทคโนโลยีและนวัตกรรมของกระทรวงเกษตรฯ ให้รองรับการทำการเกษตรสมัยใหม่ในอนาคต

นอกจากนี้ นายไชยา ได้เยี่ยมชมนิทรรศการวิจัยการแปรรูปสับปะรดเป็นอาหารสำหรับโคนมของศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์เพชรบุรี การพัฒนา
ไก่เขียวห้วยทรายจากไก่พันธุ์พื้นเมืองของศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ รวมถึงโครงการของนักเรียน อาทิ การศึกษาอัตราการรอดของแหนแดงที่เพาะเลี้ยงในน้ำกร่อย โดยใช้จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงจากใบทองหลางน้ำที่ในอัตราส่วนที่แตกต่างกัน ช่วยให้การเจริญเติบโต และโครงการผลิตก้อนเชื้อเห็ดนางฟ้าภูฐานเพื่อจำหน่าย เป็นต้น พร้อมทั้ง เยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้ของวิทยาลัยฯ ที่สอนทำอาหารสัตว์ การพัฒนาสายพันธุ์โค และการทำสัตวบาล เพื่อเป็นแนวทางให้นักศึกษาสามารถหารายได้เลี้ยงชีพได้ตั้งแต่วัยเรียน

ชป.ส่งเครื่องสูบน้ำช่วยเกษตรกรสู้ภัยแล้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/790033

ชป.ส่งเครื่องสูบน้ำช่วยเกษตรกรสู้ภัยแล้ง

ชป.ส่งเครื่องสูบน้ำช่วยเกษตรกรสู้ภัยแล้ง

วันพุธ ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 17.53 น.

กรมชลประทาน เคียงข้างพี่น้องประชาชนและเกษตรกร เดินหน้าส่งเครื่องจักร เครื่องมือ เครื่องสูบน้ำ เข้าไปช่วยเหลือเพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำ บรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำในพื้นที่ต่างๆ  ตามนโยบายของรัฐบาล และ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  

นายชูชาติ รักจิตร อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้สำนักเครื่องจักรกล ร่วมกับโครงการชลประทานในพื้นที่ ติดตั้งเครื่องจักร เครื่องมือ เครื่องสูบน้ำ เพื่อช่วยเหลือพื้นที่ประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำ ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำให้เกษตรกรได้เพาะปลูกในช่วงฤดูแล้ง อาทิ 

#จังหวัดปทุมธานี 
ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ ขนาด 12 นิ้ว บริเวณประตูระบายน้ำปากคลองส่งน้ำ 6 ซ้าย ตำบลคลองสี่ อำเภอคลองหลวง จำนวน 1 เครื่อง บริเวณประตูระบายน้ำปากคลองส่งน้ำ 7 ซ้าย ตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวง จำนวน 1 เครื่อง และบริเวณประตูระบายน้ำปากคลองส่งน้ำ 8 ซ้าย ตำบลคลองสอง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี จำนวน 1 เครื่อง 

#จังหวัดนครนายก 
ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ขนาด 8 นิ้ว จำนวน 1 เครื่อง บริเวณ หมู่ที่ 11 ตำบลบางอ้อ อำเภอบ้านนา 

#จังหวัดนครศรีธรรมราช
ติดตั้งเครื่องเครื่องสูบน้ำ จำนวน 2 เครื่อง บริเวณบ้านเหมืองนายลับหมู่ที่ 5 ตำบลเขาพังไกร อำเภอหัวไทร

#จังหวัดพัทลุง 
ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ จำนวน 3 เครื่อง บริเวณ หมู่ที่ 9 และหมู่ที่ 10 ตำบลพญาขัน อำเภอเมืองพัทลุง 

#จังหวัดนราธิวาส 
ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ จำนวน 1 เครื่องบริเวณคลองระบายน้ำสาย 2 ตำบลเกาะสะท้อน อำเภอตากใบ 

ทั้งนี้ กรมชลประทาน ยังคงเดินหน้าติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เครื่องจักร เครื่องมือ เพื่อลดผลกระทบและป้องกันปัญหาการขาดแคลนน้ำตลอดช่วงฤดูแล้ง พร้อมขอความร่วมมือทุกภาคส่วนร่วมกันใช้น้ำอย่างประหยัด เพื่อให้สามารถส่งน้ำให้กับพื้นที่เป้าหมายได้อย่างทั่วถึง หากประชาชนหรือหน่วยงานใดต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่โครงการชลประทานใกล้บ้าน หรือโทร.สายด่วนกรมชลประทาน 1460

‘ชัยวัฒน์’ทุบเปรี้ยงผู้มีอิทธิพลยึด‘สปก.’ท้าจริงใจยึดคืนให้หมด 1มี.ค.เชิญ‘ปปช.’ลุยพิสูจน์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/789956

‘ชัยวัฒน์’ทุบเปรี้ยงผู้มีอิทธิพลยึด‘สปก.’ท้าจริงใจยึดคืนให้หมด 1มี.ค.เชิญ‘ปปช.’ลุยพิสูจน์

‘ชัยวัฒน์’ทุบเปรี้ยงผู้มีอิทธิพลยึด‘สปก.’ท้าจริงใจยึดคืนให้หมด 1มี.ค.เชิญ‘ปปช.’ลุยพิสูจน์

วันพุธ ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 14.57 น.

‘ชัยวัฒน์’รัวต่อเนื่อง ซัด‘ส.ป.ก.’ตอบหนังสือ‘คณะกรรมการวันแมพ’เองที่ดินปมปัญหาเป็นที่‘อุทยานแห่งชาติ’ จวกถ้าทำงานถูกต้องแม่นยำ‘ผู้ยากไร้-ยากจน’ต้องมีที่ทำกิน ไม่ใช่ไปตกอยู่ในมือ‘อิทธิพล-นักการเมือง-นายทุน’ เตรียมเชิญ‘ป.ป.ช.-หน่วยงานเกี่ยวข้อง’ 1 มี.ค.นี้ ลงพื้นที่จริงพิสูจน์แนวเขตให้รู้กันไปเลย

28 กุมภาพันธ์ 2567 ที่รัฐสภา นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ และกมธ.การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎรสภาผู้แทนราษฎร กรณีข้อพิพาทที่ดิน ส.ป.ก. เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา ว่า กรมแผนที่ทหาร ได้อธิบายที่มาที่ไปของแผนที่ว่าเดินจากหมุด และอ้างอิงจากสมุดจดบันทึกการรังวัด หรือฟิลด์บุ๊คของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งเราพยายามอธิบายว่าฟิลด์บุ๊คต้องอิงจากหลักฐานเดิม ปัจจุบันมีพระราชกฤษฎีกาที่ชัดเจน และได้หลักฐานเพิ่มเติมว่า คณะอนุกรรมการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน 1 : 4,000 (One Map) ได้ทำหนังสือเตือน ส.ป.ก. ไปว่าแนวเขตที่ไปวางแปลงทับเขตอุทยานฯ โดยให้พิจารณา จากนั้นก็มีหนังสือตอบมาชัดเจนจาก ส.ป.ก. ว่าอยู่ในเขตอุทยาน โดยตอบมาก่อนที่จะเกิดเรื่อง   

“ผมก็ยังงงว่าคณะที่ทำ ทำแบบนี้ได้อย่างไร ด้วยอำนาจหรือมีอะไรที่มากกว่านั้น ดังนั้นวันนี้คณะกรรมาธิการ 2 คณะที่พิจารณาแล้ว ก็ยังมีอีกชุดหนึ่ง โดยในวันพุธหน้าก็ต้องมาชี้แจงรายละเอียด ทราบว่าจะเชิญคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มาด้วย” นายชัยวัฒน์ กล่าว

นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ตนขอยืนยันกับประชาชนที่อาจฟังแล้วไม่เข้าใจว่าทำไมเราออกมาพูดเรื่อง ส.ป.ก. ประชาชนที่เดือดร้อน ผู้ยากจน ยากไร้ ไม่มีที่ทำกิน สบายใจได้ว่าท่านจะได้ที่ทำกินจาก ส.ป.ก. ด้วยความสุจริตใจ และคณะทำงาน ส.ป.ก. จะมองเห็นผู้ยากไร้จริงๆ ไม่ใช่ให้กับผู้มีอำนาจ หรือข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ วันนี้ต้องเดินหน้าสู้พร้อมกัน เพราะ ส.ป.ก.ที่ออกมา ผู้ครอบครองจะเป็นผู้มีอิทธิพล มีนักการเมือง นักลงทุนต่างๆ ที่ไม่ใช่เกษตรกรผู้ยากไร้ ที่ไม่มีที่ทำกินจริงๆ  โดยในวันที่ 1 มี.ค.นี้ เวลา 08.30 น. ตนได้นัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดูพื้นที่ ให้เจอกันที่ด่านปากช่อง ไปดูแนวเขตอุทยานว่ามีตรงไหนบ้างที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทำให้ลุแก่อำนาจ

“อยากเรียนกับสื่อ และฝากไปยังประชาชนว่าผู้ยากไร้ ยากจน ไม่มีที่ทำกินสบายใจได้ ถ้า ส.ป.ก. ตั้งใจทำงานนี้ด้วยความถูกต้องและแม่นยำ ก็ต้องเอาคนที่เป็นนายทุน กลุ่มนายทุน กลุ่มที่ได้ไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย รื้อกลับมา ถ้า ส.ป.ก. จริงใจต่อประเทศชาตินี้ เอาเป็นแบบนี้ดีกว่า” นายชัยวัฒน์ กล่าว

เมื่อถามว่าที่ดินเขาใหญ่ที่เป็นปัญหามีเกษตรกรเป็นเจ้าของพื้นที่หรือไม่ นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า จะบอกว่าไม่มีเกษตรกร คือได้มาไม่ชอบด้วยกฎหมาย คือเป็นบุคคลที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อ ซึ่งผู้ใหญ่บ้านยืนยันว่ามีลูกบ้านเสนอชื่อไป แต่ไม่มีชื่อ กรณีแบบนี้มันเกิดขึ้นมาแล้ว รายชื่อที่ได้ไป ในวันที่ 1 มี.ค. ไปดูกันว่าใครเป็นผู้ครอบครอง เห็นแล้วไม่รู้ว่าเป็นที่เกษตรกร หรือที่ดินทำเลทอง

“ผมได้แจ้งในที่ประชุม กมธ.ฯแล้วว่า ในวันที่ 1 มี.ค. ผมได้ทำหนังสือเชิญ ป.ป.ช. เลขาธิการ ส.ป.ก. และผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ (ป.ป.ป.) รวมทั้งฝ่ายปกครองทั้งหมด รวมถึงคณะอนุกรรมการของกมธ.การที่ดินฯชุดนี้ ลงพื้นที่จริง จะได้ชี้ชัดกันไปเลย” นายชัยวัฒน์ กล่าว

นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ตนเชื่อมั่นในแนวเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่อยู่แล้ว ซึ่งเป็นแนวทางมาตลอด และคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ หรือ คทช. ก็มีมติมาตั้งแต่วันที่ 18ธ.ค.2565 เห็นชอบแนวเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และมีการดำเนินการต่อเนื่องมาตลอด และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ หรือ สคทช. ก็ทำหนังสือถาม ซึ่งเขาก็ตอบชัดว่าเป็นที่แนวเขตอุทยานฯ แต่ไม่รู้ว่าเหตุการณ์นี้มาได้อย่างไร

เมื่อถามว่าทางกรมแผนที่ทหาร ได้ชี้แจงอย่างไรในเรื่องนี้ นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า เขาก็ชี้แจงว่าทำตามเส้นฟิลด์บุ๊คที่จัดทำในพื้นที่ ซึ่งตนอธิบายไปว่ามันกว้าง 300 เมตร แต่ตัวแทนกรมแผนที่ทหารก็อ้างอิงว่ามันติดเขาลูกช้าง แต่แผนที่ทำออกมาเฉพาะเส้นเดียว ก็อยากถามว่าการจำแนกพื้นที่มาก่อนหรือหลัง โดยเฉพาะนโยบายของกระทรวงเกษตรฯในขณะนั้นยืนยันชัดเจนว่าอุทยานใด เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าใด ที่ประกาศมาก่อน ส.ป.ก. ต้องยึดตามแนวอุทยานและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า

“เพราะฉะนั้นอุทยานเขาใหญ่ ประกาศปี 2505 มีแนวพระราชกฤษฎีกาชัดเจน ก็ต้องยืนตามแนวพระราชกฤษฎีกา ส.ป.ก.ไม่สามารถจัดที่ดินในพื้นที่อุทยานได้ ซึ่ง ส.ป.ก.ก็ตอบกลับมาชัดเจนว่าอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ แต่วันนี้ก็ไม่รู้ว่าอะไรเกิดขึ้น ต้องดูว่าเบื้องหน้าเบื้องหลังของขบวนการที่เกิดขึ้นเป็นบุคคลที่ได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่” นายชัยวัฒน์ กล่าว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘บิ๊กป๊อด’ไฟเขียว!‘ชัยวัฒน์’เปิดอีกมุมปมร้อน‘ส.ป.ก.’ ลั่นไม่มีแนวกันชน ท้าเจอที่ศาล