หย่าศึก สปก.!2กระทรวงเคลียร์ใจ-ถกทางออก ‘ชัยวัฒน์’ลั่นจบแบบหล่อๆ ไร้คนผิดไม่ได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/790943

หย่าศึก สปก.!2กระทรวงเคลียร์ใจ-ถกทางออก ‘ชัยวัฒน์’ลั่นจบแบบหล่อๆ ไร้คนผิดไม่ได้

หย่าศึก สปก.!2กระทรวงเคลียร์ใจ-ถกทางออก ‘ชัยวัฒน์’ลั่นจบแบบหล่อๆ ไร้คนผิดไม่ได้

วันจันทร์ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2567, 13.46 น.

‘ทส.-กษ.’เปิดทำเนียบ​รัฐบาลเคลียร์ใจรอบ​ 2 ปมพิพาทที่‘ส.ป.ก.​เขาใหญ่’ สงวนท่าที​ บอกที่ผ่านมาก็ช่างหัวมัน​ ต่างคนต่างทำหน้าที่​ ขอลุยตรวจสอบแนวเขตใหม่หมดหากทับซ้อน โยน ‘คณะกรรมการวันแมป’ชี้ขาด​ ขณะที่‘​ชัยวัฒน์’ประกาศลั่น​ จบหล่อไม่ได้​ ต้องมีคนผิด  

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 4 มีนาคม 2567 ที่ตึกบัญชาการ 2 ทำเนียบรัฐบาล นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปลัด ทส.) และนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ปลัด กษ.) ร่วมประชุมแก้ไขปัญหาข้อพิพาทกรณีการออกเอกสาร​สิทธิ์​ที่ดินส.ป.ก.​ 4-01 ต.หมูสี​ อ.ปากช่อง​ จ.นครราชสีมา​ ระหว่างกระทรวง​ทรัพยากรธรรมชาติ​และ​สิ่ง​แวดล้อม​ และกระทรวง​เกษตร​และ​สหกรณ์​ ซึ่งใช้เวลาประมาณ​ 1 ชั่วโมง​ และได้มีการแถลงข่าวร่วมกันระหว่าง​ 2 หน่วยงาน​

นายจตุพร​ กล่าวว่า​ การประชุมวันนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทุกคนให้พอเสนอที่เป็นประโยชน์ ทั้ง 2 กระทรวงมีเป้าหมายทำงานเพื่อประชาชน ซึ่งในส่วนของกระทรวงทรัพย์ฯ นอกจากดูแลป่าและทะเลแล้วบางส่วน ก็ดูแลพื้นที่ของประชาชน เช่นเดียวกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ดูแลพื้นที่ทำกินของประชาชน วันนี้เราเอาข้อเท็จจริงมาพูดคุยกันทั้งหมด รวมถึงการวางแนวทางการทำงานร่วมกัน​

นอกจากนี้ทางกระทรวงทรัพย์ฯ​ ได้เสนอไปทางกระทรวงเกษตรฯ​ จากนี้การออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินทำกินส.ป.ก. จะต้องมีคณะกรรมการ​จาก​ 9 หน่วยงาน​ ไปร่วมรับรองแนวเขตด้วย​ สำหรับพื้นที่ที่เป็น Corridor หรือแนวกันชน​ หรือพื้นที่รอยต่อจะต้องมีการอนุรักษ์ไว้สำหรับสัตว์ป่า ซึ่งถือเป็นนโยบายของรัฐบาล จึงขอไว้เป็นข้อตกลงหรือ MOU ร่วมกันระหว่างสองกระทรวง พร้อมยืนยันว่าจะทำงานอย่างเต็มที่เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งการอนุรักษ์ป่าและสัตว์ป่า รวมถึงประชาชน

ขณะที่นายประยูร​ อินสกุล​ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์​  กล่าวยืนยันว่า​ พื้นที่กันชนจะไม่มีการนำมาจัดสรรเป็นที่ดินทำกินให้ประชาชน​ สำหรับพื้นที่บริเวณปัญหาพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่​ จ.นครราชสีมาและปราจีนบุรี​ จะรอให้คณะกรรมการ​ปฏิรูปที่ดินแห่งชาติ​จัดทำ​ One Map  ให้แล้วเสร็จก่อนจนกว่าจะได้ข้อยุติใน​ 2 เดือนนี้​ โดยหากคณะกรรมการชุดดังกล่าวได้ข้อสรุปอย่างไรทั้ง 2 กระทรวงจะยึดตามนั้น​ แต่อย่างไรก็ตามหาพื้นที่ของส.ป.ก. เป็นพื้นที่ที่มีประโยชน์ต่อการอนุรักษ์ป่า หรือเป็นที่อยู่ของสัตว์ป่า หากจัดสรรที่ดินให้เกษตรกรไปแล้วจะกระทบต่อ ซึ่ง ร.อ.ธรรมนัส​ พรหม​เผ่า​รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอให้เว้นไว้อาจทำเป็นป่าชุมชน​ ไม่ให้มีการจัดสรรที่ดินดังกล่าวให้กับเกษตรกร​

ปลัดกระทรวงเกษตรฯ กล่าวด้วยว่า การพิสูจน์เกษตรกรที่ได้รับการจัดสรรที่ดินไปแล้วก่อนหน้านี้ ว่าเป็นเกษตรกรตัวจริงหรือไม่นั้น​ ตนได้คำสั่งมอบหมายไปยังผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯ ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ ให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการระดับเขตและระดับจังหวัด เพื่อตรวจสอบว่า เกษตรกรที่เป็นเจ้าของเอกสารสิทธิ์ทั่วประเทศ เป็นเกษตรกรตัวจริงหรือไม่ แต่หากไม่ใช่เกษตรกรตัวจริง จะต้องดำเนินการยกเลิกเอกสารสิทธิ์ดังกล่าว และให้ดำเนินการทางวินัยกับข้าราชการที่ออกเอกสารสิทธิ​ที่ไม่ใช่เกษตรกร​ พร้อมยืนยันว่าพื้นที่ใดที่เป็นอุปสรรคหรือมีปัญหาเรื่องการทับซ้อน จะมีการส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติโดยใช้วันแมปเป็นตัวตัดสิน

ด้านนายอรรถพล​ เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า ตนได้คุยกับเลขาฯส.ป.ก.แล้ว จะมีการกำหนดทีมงานเพื่อทำงานร่วมกัน โดยมีการวางกรอบระยะทำงาน 30 วันแรก เป็นการวางขอบเขตของทั้ง​ 2 หน่วยงาน ว่ามีพื้นที่ทับซ้อนหรือไม่ตรงกันหรือไม่ ซึ่งจะทำให้ทราบว่าทั้งประเทศมีพื้นที่ใดบ้างที่ไม่ตรงกัน​  ซึ่งภายใน 1 เดือนนี้ พื้นที่ใดไม่มีปัญหาเรื่องการทับซ้อน ก็จะสามารถส่งเรื่องให้ คณะกรรมการ One Map ส่วนที่เหลือจะรอการจัดทำพื้นที่ร่วมกันของคณะกรรมการ​ One​  map

ส่วนนายวิณะโรจน์​ ทรัพย์ส่งสุข​ เลขาฯส.ป.ก.​ กล่าวว่า​ เมื่อที่วันที่ 23 กุมภาพันธ์​ ที่ผ่านมา ตนได้มีหนังสือไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ แต่งตั้งคณะทำงานประกอบด้วย 9 หน่วยงาน ว่ามีการทับซ้อนหรือรุกล้ำหน่วยงานใดหรือไม่ เพื่อเข้ามาเป็นคณะทำงานช่วยดูว่า การออกเอกสารสิทธิ์ของส.ป.ก.ทับซ้อนหรือไม่​ หรือรุกล้ำหน่วยงานใดหรือไม่ เพื่อให้ยืนยันว่า ส.ป.ก.ออกเอกสารสิทธิ์ถูกที่​ ถูกทาง ไม่ไปล้ำที่ป่าไม้ หรือสถานที่สำคัญของหลวง​ ยืนยันว่า จากนี้พื้นที่ตรงไหน ที่มีปัญหาทับซ้อนกันเราจะไม่ทะเลาะกัน จะส่งเรื่องให้คณะกรรมการ One Map พร้อมกับยังระบุอีกว่า หากพื้นที่ใดเข้าใกล้พื้นที่กันชนหรือพื้นที่เตรียมการสำหรับการอนุรักษ์ อยากให้ ผ่านกรมอุทยานแจ้งมายังส.ป.ก. เพราะก่อนหน้านี้ต่างคนต่างทำงาน​ และต่อจากนี้จะทำงานใกล้ชิดกันมากขึ้น​

“อดีตที่ผ่านมาก็ช่างหัวมัน​ เพราะสุดท้ายต่างคนก็ต่างทำหน้าที่  เพราะสุดท้ายพี่ชัยวัฒน์ ก็ต้องทำงานให้ชาวบ้าน​ ผมก็ต้องทำงานให้ชาวบ้าน เพียงแต่ว่าเจตนารมณ์ของแต่ละหน่วยงาน มีมิติการทำงานไม่ตรงกัน​ พี่ชัยวัฒน์​มีหน้าที่อนุรักษ์​ ส่วนผมก็มีหน้าที่​หาที่ดินให้คน​ ผมก็ต้องทำตามหน้าที่​ ซึ่งวันนี้ก็ต้องมาคุยกัน แต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ ได้ทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการ ให้ทำหนังสือ จะได้ดูแลการทำงาน ไม่ต้องเกิด Config กันในอนาคต ทุกคนยอมรับด้วยกัน ส.ป.ก.ออกพื้นที่ตรงนี้ได้นะ หากไม่ได้ก็แย้งมา ก็จะหยุดเพื่อมาดูในรายละเอียด” เลขาฯสปก.กล่าว

เลขาฯ ส.ป.ก. กล่าวว่า ไม่ต้องกังวลเรื่องเอกสารสิทธิ ส.ป.ก.ที่ได้ออกไปแล้ว ตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการคุยกันของรัฐ และหากที่สุดแล้วมีมติออกมาเป็นอย่างไร ประชาชนที่ได้รับผลกระทบรัฐจะเยียวหาให้แน่นอน ซึ่งพื้นที่ที่มีปัญหาส่วนใหญ่จะเป็นแนวตะเข็บรอยต่อ คณะกรรมการวันแมปจะรับผิดชอบดูแล แต่ตอนนี้อะไรที่ยังไม่ชัดเจนขอให้ใช้ชีวิตตามปกติสุขไป

สำหรับเรื่องคดีความที่ 2 หน่วยงานแจ้งความดำเนินคดีไว้นั้น ปลัด​กระทรวง​ทรัพยากร​ธรรมชาติ​และ​สิ่ง​แวดล้อม ​ระบุว่า ทั้ง 2 หน่วยงานตกลงกันว่าจะให้ดำเนินการตรวจสอบแนวเขตให้เสร็จสิ้นภายใน 2 เดือน ส่วนคดีความตนจะรับผิดชอบเอง จึงไม่มีปัญหาขอให้ทุกอย่างดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ให้รอข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และหลักวิทยาศาสตร์ หลังจากวันแมปชี้ขาดเส้นแนวเขตแล้ว เรื่องคดีค่อยมาพูดคุยกัน

ส่วนแนวเส้นระหว่างอุทยานฯ และ ส.ป.ก. ในพื้นที่ทับซ้อน ที่ทั้ง 2 หน่วยงาน จะเข้าไปตรวจสอบนั้นจะใช้วิธีการตรวจสอบจาก Field book  ของทั้ง2 หน่วยงานมาเปรียบเทียบกัน หากมีพื้นที่ทับซ้อนก็จะต้องพูดคุยตกลงว่าจะยกพื้นที่นั้นให้ใครดูแล หากตกลงกันได้ก็จะดำเนินการต่อทันที แต่ถ้าตกลงกันไม่ได้ก็จะส่งให้คณะกรรมการวันแมปเป็นผู้ชี้ขาด

ด้านว่าที่ ร.ต.พีรพล มั่นจิตต์ ตัวแทนสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) ระบุว่า สคทช. ให้ความสำคัญกับเรื่องการแบ่งเส้นที่ดินของรัฐให้ชัดเจน แต่หากหน่วยงานผู้ปฏิบัติดำเนินการแล้วมีความขัดแย้งกัน สคทช.ก็มีอนุกรรมการตามกฎหมายช่วยเหลือเพื่อเสนอเข้าสู่ ครม. เป็นกฎหมายออกมา ส่วนการพิสูจน์เขตแดนก็จะส่งตัวแทนเข้าไปร่วมด้วย ส่วนความคืบหน้าการทำวันแมปใน 77 จังหวัดทั่วประเทศมีการแบ่งออกเป็น 7 กลุ่ม ทำเสร็จเรียบร้อยเสนอเข้า ครม.ไปแล้ว 3 กลุ่ม และกลุ่มที่ 4 กำลังจะเข้า ส่วนกลุ่มที่ 5-7 อยู่ในปีงบประมาณ 68

ส่วนกรณีที่นายชัยวัฒน์เคยประกาศไม่ยอมรับแผนที่ของวันแมปนั้น นายชัยวัฒน์ ชี้แจงว่า สิ่งที่ตนพูดไปคือไม่ยอมรับการที่กรมแผนที่ทหารนำแผนที่ที่ตัวเองรังวัดใหม่ไปส่งให้กับคณะกรรมการวันแมปแล้วคณะกรรมการวันแมปยอมรับแผนที่ดังกล่าว แต่หลังจากนี้เมื่อมีการหารือกันระหว่าง 2 หน่วยงานให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการวันแมปเป็นผู้ขีดเส้น หากอยู่ในพื้นที่ของใครก็จะต้องดำเนินการตามกฎหมายกับอีกฝ่าย ดังนั้นผลการพูดคุยวันนี้เป็นที่น่าพอใจ เพราะตนต้องการแค่ความถูกต้อง และสิ่งที่ภูมิใจมากคือการหยิบยกพื้นที่คอร์ริดอร์ หรือพื้นที่ปลอดภัยของสัตว์สำหรับหลบภัยตามแนวตะเข็บ หากสามารถทำได้จริงจะมีพื้นที่ป่า อีกส่วนหนึ่งที่จะคืนให้ประเทศ  

ขณะที่ นายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฯ กล่าวว่า ที่ส.ป.ก.ไปแจ้งความเอาผิด นายชัยวัฒน์ ตามพ.ร.บ.ปราบปรามการทุจริตฯ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะใช้เวลาแสวงหาข้อเท็จจริง 30 วัน ก่อนส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. เพื่อเอาผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 159 เนื่องจากนายชัยวัฒน์เข้าไปดำเนินการถอนหมุด ส.ป.ก. โดยที่เข้าใจว่าเป็นพื้นที่อุทยาน แต่ ส.ป.ก.ไปแจ้งความเอาผิดเพราะ ส.ป.ก.บอกเป็นพื้นที่ของ ส.ป.ก.  ดังนั้นนายชัยวัฒน์จะเจตนาหรือไม่อยู่ที่ความตั้งใจ ซึ่ง ป.ป.ช.จะตรวจสอบต่อไป แต่ในระหว่าง 2 หน่วยงานได้ปรับความเข้าใจจนได้ข้อยุติแล้ว

ขณะเดียวกันนายชัยวัฒน์ ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า เรื่องแจ้งความเป็นกฎหมายอาญาต้องมีการพิสูจน์ และคาดการณ์ว่า เขาก็ต้องแจ้งความเรา เนื่องจากตนไปถอนหมุดเขามา หากเขาไม่แจ้งก็แสดงว่าหลักนั้นเป็นหลักเถื่อน เป็นหลักเท็จ ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายยื่นหลักฐานมาตัดสินกันไม่ได้ก็ต้องให้คณะกรรมการเป็นคนตัดสินตามหลักฐานที่มี หากตัดสินว่าเป็นพื้นที่ในเขตส.ป.ก. ตนรับเต็มทั้งเรื่องแจ้งความเท็จ หรือเรื่องอื่นๆ แต่หากอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ตนก็จะฟ้องกลับเช่นเดียวกัน ไม่ว่าใครที่สั่งการ วันนี้จะจบแบบหล่อๆไม่ได้ เพราะเหตุที่เกิดขึ้นเกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า เราก็พยายามที่จะสื่อสารมาโดยตลอด แต่ไม่เป็นผล วันนี้ได้ข้อยุติระดับหนึ่ง ซึ่งรออีก 2 เดือนว่าพื้นที่ตรงนี้จะเป็นของใคร ยืนยันว่าหลักฐานเรามีเพียงพอที่จะยืนยันว่าเป็นพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

“ที่บอกว่าจะจบแบบหล่อๆ ไม่ได้ คือจะจบแบบไม่มีใครผิดไม่ได้ งานนี้ต้องมีคนผิด เมื่อเขาไม่ผิด ผมก็ต้องผิด เพราะเราทิ้งตัวแล้ว ไม่ใช่ว่าผมจะเกษียณแล้วทิ้งตัว แต่ผมสู้มาตลอดชีวิต การจะจบโดยไม่มีใครผิดไม่ได้ ใครที่ทำหลักฐานเท็จ ใครออกโฉนดโดยมิชอบต้องมีคนผิดหากเขาไม่ผิด ผมก็ต้องผิด ซึ่งต้องรับผิดชอบการกระทำของตนเองอยู่แล้ว” นายชัยวัฒน์ กล่าว /////-005

ฉก.พญานาคราชรุก ตรวจสอบห้องเย็น พบกระทำความผิด ยึดซากสัตว์400ตัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/790846

วันจันทร์ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

พ.อ.รวิรักษ์ สัตตบุศย์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจพญานาคราช กล่าวว่าได้นำกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 50 นาย เข้าตรวจสอบห้องเย็นและแผงจำหน่ายเนื้อโค สุกร และไก่กว่า 10 แห่งใน จ.นครราชสีมา ซึ่งจากการตรวจสอบพบการกระทำความผิดของห้องเย็นบริษัทโชคอนันต์ เกรทคูล จำกัดตั้งอยู่ ต.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมา โดยห้องเย็นดังกล่าวขาดการต่อใบอนุญาตค้าซากสัตว์หรือหากำไรในลักษณะคนกลาง และพบซากสัตว์ที่ไม่สามารถสำแดงที่มา รวม 341,400 กิโลกรัมเศษ มีมูลค่า 35,660,000 บาทเศษ

ทั้งนี้ จำแนกเป็นซากโค 30,000 กิโลกรัมเศษ ซากสุกร 182,000 กิโลกรัมเศษ ซากไก่ 128,000 กิโลกรัมเศษ ซึ่งการขาดต่อใบอนุญาตดังกล่าวนั้น เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับบริษัทดังกล่าว และในส่วนของการที่ไม่สามารถแสดงที่มาที่ไปของซากสัตว์ในห้องเย็นได้เจ้าหน้าที่ได้ทำการอายัดซากสัตว์ไว้เพื่อให้โอกาสผู้ประกอบการนำเอกสารมาแสดงภายใน 15 วัน หากไม่สามารถนำเอกสารมาแสดงถึงที่มาที่ไปของซากสัตว์เหล่านี้ได้ ผู้ประกอบการจะถูกดำเนินคดีตามความผิด พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 มาตรา 22 ห้ามมิให้ผู้ใดเคลื่อนย้ายสัตว์หรือซากสัตว์เข้าออก ผ่าน หรือภายในเขตโรคระบาดชั่วคราว มีโทษตามมาตรา 65 ต้องระวังโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

รมช.เกษตรฯชมสหกรณ์ฯ ใช้ที่เขตปฏิรูปฯสร้างอาชีพเสริม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/790848

วันจันทร์ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายอนุชา นาคาศัย รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการในพื้นที่โครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.) โดยมีนายชุมพล จุลใส อดีต สส.ชุมพร นายวิชัย สุดสวาสดิ์ สส.ชุมพร เขต 1 นายสันต์ แซ่ตั้ง สส.ชุมพร เขต 2 นายสุพล จุลใส สส.ชุมพร เขต 3 ผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่สหกรณ์การเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดินหงษ์เจริญ จำกัด ต.หงษ์เจริญ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร

นายอนุชา กล่าวว่า จ.ชุมพร มีพื้นที่ดำเนินการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมครอบคลุม 8 อำเภอ พื้นที่ทั้งสิ้น 570,620 ไร่ จัดที่ดินไปแล้ว 43,488 รายเนื้อที่ประมาณ 501,560 ไร่ โดย ส.ป.ก.ได้ประกาศกำหนดพื้นที่เป้าหมายที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน ต.หงษ์เจริญ อ.ท่าแซะจ.ชุมพร 2 แปลง รวมเนื้อที่ประมาณ 7,235 ไร่สามารถรองรับเกษตรกรได้ประมาณ 749 ราย

นายอนุชา กล่าวต่อว่า ส.ป.ก.ให้ความสำคัญเกี่ยวกับปัญหาผู้ไร้ที่ดินทำกิน มีการแก้ปัญหาการครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เพื่อนำมาจัดสรรให้เกษตรกรผู้ไร้ที่ดินทำกิน ภายใต้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ซึ่งจัดสรรในรูปแบบสหกรณ์การเกษตร ในชื่อ “สหกรณ์การเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดินหงษ์เจริญ จำกัด” เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และพัฒนาศักยภาพการใช้ประโยชน์ที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน แหล่งน้ำ สาธารณูปโภค ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ ส่งเสริมสวัสดิการสังคม เพื่อให้เกษตรกรอยู่ได้อย่างยั่งยืน ภายใต้ศาสตร์พระราชาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ส่งผลให้มีเกษตรกรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และก่อให้เกิดความมั่นคงในอาชีพ

“ขอบคุณทุกภาคส่วน ที่มีส่วนร่วมในการส่งเสริมและพัฒนาที่ดินทำกินตามนโยบายรัฐบาล โดยการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแกนหลักในการพัฒนาและสร้างความเข้มแข็งให้สถาบันเกษตรกรและเศรษฐกิจฐานราก อีกทั้งยังต้องผลักดันให้เกษตรกรได้มีอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ นอกจากการเพาะปลูกพืช เพื่อหลุดพ้นจากความยากจน สามารถพึ่งพาตนเองได้ มีรายได้พอเพียงต่อการดำรงชีพ มีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เป็นต้นแบบให้เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินพื้นที่อื่นๆ” นายอนุชา กล่าว

‘อนุชา’ปรับท่าเทียบเรือ พัฒนาด้านการค้าให้หลากมิติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/790852

วันจันทร์ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายอนุชา นาคาศัย รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมท่าเทียบเรือประมงระนอง องค์การสะพานปลา ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.ระนอง ว่า ได้ให้ความสำคัญในเรื่องการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของภาคการประมง ซึ่งมีแนวคิดที่จะส่งเสริมและยกระดับสะพานปลา และอาชีพประมงให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น รวมถึงพัฒนาตลาดสินค้าสัตว์น้ำให้มีความทันสมัย มีมาตรฐานด้านสุขอนามัย และสนับสนุนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เพื่อให้มีเศรษฐกิจที่ดีขึ้น

สำหรับท่าเทียบเรือประมงระนอง ขององค์การสะพานปลา เป็นท่าขนถ่ายและจำหน่ายสินค้าสัตว์น้ำสำคัญของจังหวัด ที่มีการขนถ่ายสินค้าสัตว์น้ำจากประเทศเมียนมา และเป็นท่าเทียบเรือที่ได้รับการรับรองสุขอนามัยสะพานปลาและท่าเทียบเรือประมง จากกรมประมง โดยในปี 2566 มีปริมาณสัตว์น้ำผ่านท่าทั้งสิ้นประมาณ 6,623 ตัน (6,623,481 กิโลกรัม) คิดเป็นมูลค่าสินค้า 635 ล้านบาทท่าเทียบเรือประมงแห่งนี้ นอกจากจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนเรื่องสถานที่จอดเรือประมงให้แก่พี่น้องชาวประมงแล้ว ยังช่วยสร้างรายได้ และทำให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในชุมชนด้วย

“ท่าเทียบเรือประมงขององค์การสะพานปลา นับว่าเป็นสถานที่ซึ่งสร้างประโยชน์ร่วมกันให้กับพี่น้องประชาชน ชุมชนชาวประมง รวมถึงประมงประเทศเพื่อนบ้านที่มาขึ้นสินค้าสัตว์น้ำ 80% ช่วยเพิ่มเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจ ทำรายได้เข้าสู่ประเทศ ดังนั้นในอนาคตจึงจำเป็นจะต้องปรับปรุง และพัฒนาต่อยอดให้มีศักยภาพมากยิ่งขึ้น เช่น การปรับรูปแบบพัฒนาด้านการค้าขายสัตว์น้ำให้มีมิติที่หลากหลาย ปรับปรุงสุขอนามัยท่าเทียบเรือโดยใช้สารเร่ง พด.6 ลดกลิ่นคาวปลาจากการขนถ่ายสินค้า” นายอนุชา กล่าว

เลขาฯสปก.ไม่ยอม!!! สั่งแจ้งความดำเนินคดีอาญา‘ชัยวัฒน์’กับพวก บุกถอนหลักหมุด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/790874

เลขาฯสปก.ไม่ยอม!!! สั่งแจ้งความดำเนินคดีอาญา‘ชัยวัฒน์’กับพวก บุกถอนหลักหมุด

เลขาฯสปก.ไม่ยอม!!! สั่งแจ้งความดำเนินคดีอาญา‘ชัยวัฒน์’กับพวก บุกถอนหลักหมุด

วันอาทิตย์ ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2567, 20.50 น.

เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2567 นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เปิดเผยว่า ล่าสุดได้มอบหมายให้ นายวัฒนา มังธิสาร รองเลขาธิการ ส.ป.ก.นำ นายอำมริต คงแก้ว ปฏิรูปที่ดินจังหวัดอุบลราชธานี รักษาราชการแทนปฏิรูปที่ดินจังหวัดนครราชสีมา เข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่สถานีตำรวจภูธรหมูสี อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เพื่อกล่าวโทษ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งซาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กับพวก

โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2567 เวลาประมาณ 10.00 น.นายชัยวัฒน์ พร้อมพวก ได้กระทำการซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) บริเวณบ้านเหวปลากั้ง หมู่ที่ 10 ตำบลหมูสี อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา โดยเลขาธิการ ส.ป.ก.ได้สั่งการให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดนครราชสีมา ตรวจสอบข้อเท็จจริง และดำเนินการตามกฎหมาย ดังต่อไปนี้

1.ที่ดินที่เกิดเหตุตั้งอยู่ที่บ้านเหวปลากั้ง หมู่ที่ 10 ตำบลหมูสี อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เป็นที่ดินที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ได้รับมาจากการนำที่ดินที่จำแนกออกจากป่าไม้ถาวรป่าเขาใหญ่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่นอกเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ตามที่ปรากฏในพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ฉบับลงวันที่ 18 กันยายน 2505 เนื้อที่ประมาณ 33,896 ไร่ โดยคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2530 มอบให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์รับไปดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ตามข้อเสนอของคณะกรรมการพัฒนาที่ดิน ครั้งที่ 6/2527 เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2527 ที่มีกรมป่าไม้ (ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบงานอุทยานแห่งชาติในขณะนั้น) ร่วมเป็นกรรมการ และได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในท้องที่อำเภอสีคิ้ว อำเภอสูงเนิน และอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ.2534 พื้นที่ที่เกิดเหตุจึงเป็นที่ดินอันเป็นกรรมสิทธิ์ของ ส.ป.ก.ตามมาตรา 26(3) และมาตรา 36 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2518

2.นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ สังกัดกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธ์พืช กับพวก ดำเนินการถอนหลักหมุด ส.ป.ก.ในแปลงเลขที่ 9ระวางที่ 5238ll 5008 และแปลงอื่นในบริเวณโดยรอบ รวม 27 หมุด โดยกล่าวอ้างเพื่อถือเอาว่า หลักหมุดดังกล่าวอยู่ในเขตพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ โดย นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร กับพวก ได้ยักย้ายหลักหมุดดังกล่าวซึ่งสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดนครราชสมา (ส.ป.ก.นครราชสีมา) ได้ฝังไว้เพื่อเป็นเครื่องหมายแสดงเขตดำเนินการปฏิรูปที่ดินโครงการที่จำแนกออกจากเขตป่าไม้ถาวรป่าเขาใหญ่อันเป็นที่ดินกรรมสิทธิ์ของ ส.ป.ก.

3.หลักหมุดดังกล่าวเป็นทรัพย์สินที่ ส.ป.ก.นครราชสีมา จัดทำขึ้นเพื่อใช้ในการกำหนดขอบเขตรูปแปลงแผนที่ หลักหมุดดังกล่าวจึงเป็นทรัพย์สินของ ส.ป.ก.โดย นายชัยวัฒน์ ลิ้มสิขิตอักษร กับพวก ได้ถอนหลักหมุดดังกล่าวและเอาไป ซึ่งปัจจุบัน ส.ป.ก.นครราชสมา ยังไม่ได้รับหลักหมุดจำนวนดังกล่าวคืน

4.การปฏิบัติหน้าที่ของ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร กับพวก ที่กล่าวอ้างว่า พื้นที่ที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ พ.ศ.2505 ซึ่งกรมแผนที่ทหารได้ตรวจสอบข้อมูล Field book ที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ (เดิมกรมป่าไม้) เป็นผู้บันทึกจัดทำขึ้นเองตามมาตรฐานแผนที่และการรังวัดสากล ยืนยันว่า ที่เกิดเหตุไม่ได้อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ดังนั้น การกระทำของ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร กับพวก ที่ถอนหลักหมุด ส.ป.ก.จำนวน 27 หมุด ก็ดี เอาหลักหมุดไปก็ดี การกระทำดังกล่าวจึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 363 และมาตรา 334 ด้วยข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ของ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิชิตอักษร กับพวก ดังที่ได้กล่าวมาข้างต้น เป็นการกระทำหน้าที่ที่มีลักษณะผิดต่อกฎหมายอาญาชัดเจน

ทั้งนี้ จึงสั่งการให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดนครราชสีมา (ส.ป.ก.นครราชสีมา) แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรหมูสี เพื่อให้นำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษต่อไป

เช็ครายละเอียดด่วน!‘ธรรมนัส’นั่งหัวโต๊ะถกบอร์ด เคาะไฟเขียวรื้อ‘ที่ดิน’จำแนกใหม่ 2 ประเภท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/790533

เช็ครายละเอียดด่วน!‘ธรรมนัส’นั่งหัวโต๊ะถกบอร์ด เคาะไฟเขียวรื้อ‘ที่ดิน’จำแนกใหม่ 2 ประเภท

เช็ครายละเอียดด่วน!‘ธรรมนัส’นั่งหัวโต๊ะถกบอร์ด เคาะไฟเขียวรื้อ‘ที่ดิน’จำแนกใหม่ 2 ประเภท

วันศุกร์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2567, 16.44 น.

‘ธรรมนัส’นั่งหัวโต๊ะประชุมคณะกรรมการพัฒนาที่ดิน เห็นชอบปรับปรุงหลักเกณฑ์จำแนก‘ประเภทที่ดิน’ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน หวังเกิดประโยชน์แก่เกษตรกร

1 มีนาคม 2567 ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนาที่ดิน ครั้งที่ 1/2567 ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบการแก้ไขปรับปรุงหลักเกณฑ์การจำแนกประเภทที่ดินใหม่ โดยมีการกำหนดรายละเอียดการจำแนกที่ดินเป็นการสำรวจที่มีการพิจารณาแบ่งพื้นที่ป่าไม้ออกเป็น 2 ประเภทตามหลักเกณฑ์การจำแนกประเภทที่ดิน คือ

1.พื้นที่รักษาไว้เป็นป่าไม้ถาวร เพื่อดำเนินการสงวนเป็นป่าสงวนแห่งชาติหรืออุทยานแห่งชาติ

2.พื้นที่ที่จำแนกออกจากป่าไม้เพื่อเป็นที่จัดสรรเพื่อการเกษตรกรรม เพื่อเป็นที่ทำกินของราษฎร หรือใช้ประโยชน์อย่างอื่น

สำหรับประเภทที่ 1 พื้นที่ซึ่งจะต้องรักษาไว้เป็นป่าไม้ถาวร เป็นพื้นที่นอกเขตกฎหมายว่าด้วยอุทยานแห่งชาติ กฎหมายว่าด้วยการสงวนและต้องคุ้มครองสัตว์ป่า กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กฎหมายว่าด้วยป่าไม้ กฎหมายว่าด้วยป่าชุมชน และมีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง คือ 1.พื้นที่ซึ่งมีสภาพเป็นป่าไม้ 2.พื้นที่ที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบกำหนดให้เป็นพื้นที่ลุ่มน้ำ ชั้นที่ 1 หรือชั้นที่ 2 3.พื้นที่ซึ่งดินไม่เหมาะสมในการทำเกษตรกรรม 4.พื้นที่ซึ่งเป็นภูเขา หรือ พื้นที่ซึ่งมีความลาดชันเกิน 35%ที่เป็นผืนต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 3.125 ไร่ (0.5 เฮกตาร์) ซึ่งมีสภาพเป็นป่าไม้

ประเภทที่ 2 พื้นที่ป่าไม้ถาวรซึ่งสมควรจำแนกออกเป็นที่ทำกินหรือใช้ ประโยชน์อื่นๆซึ่งมีกำหนดรายละเอียดคือ 1.พื้นที่ซึ่งมีสภาพเป็นป่าเสื่อมโทรมและดินเหมาะสมแก่การเกษตรมีการถือครองหรือทำประโยชน์อื่นแล้ว 2.พื้นที่สาธารณประโยชน์ที่พลเมืองใช้ร่วมกัน 3.พื้นที่ซึ่งใช้ประโยชน์ของหน่วยราชการ

ทั้งนี้ เพื่อให้การจำแนกที่ดินเป็นไปอย่างเหมาะสม มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับข้อเท็จจริงกับสถานการณ์ปัจจุบัน และเพื่อให้คณะอนุกรรมการพัฒนาที่ดินจังหวัด สามารถปฏิบัติหน้าที่กลั่นกรองการจำแนกประเภทที่ดินให้เป็นไปอย่างต่อเนื่องและเกิดประโยชน์ต่อเกษตรกร คณะกรรมการพัฒนาที่ดินจึงเห็นชอบหลักเกณฑ์ใหม่ดังกล่าวตามที่ฝ่ายเลขานุการฯ เสนอ

อย่างไรก็ตาม ในการประชุมครั้งนี้ มีพิจารณาการการจำแนกประเภทที่ดิน “ป่าที่จะดำเนินการหมายเลข 92” จ.สุราษฎร์ธานีซึ่งประเด็นดังกล่าวที่ประชุมฯมีมติเห็นชอบให้คณะอนุกรรมการพัฒนาที่ดิน จ.สุราษฎร์ธานี นำเรื่องกลับไปทบทวนให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์การจำแนกประเภทที่ดินที่มีการแก้ไขปรับปรุงใหม่ เพื่อให้มีความชัดเจนในการดำเนินงานและเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรต่อไป

‘กรมแผนที่ทหาร’ชงรมว.กลาโหม ยกส.ป.ก.เขาใหญ่ให้‘กรมอุทยานฯ’แก้ปัญหาพิพาท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/790370

‘กรมแผนที่ทหาร’ชงรมว.กลาโหม ยกส.ป.ก.เขาใหญ่ให้‘กรมอุทยานฯ’แก้ปัญหาพิพาท

‘กรมแผนที่ทหาร’ชงรมว.กลาโหม ยกส.ป.ก.เขาใหญ่ให้‘กรมอุทยานฯ’แก้ปัญหาพิพาท

วันศุกร์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2567, 11.00 น.

‘กรมแผนที่ทหาร’ชง‘รมว.กลาโหม’ยกพื้นที่‘ส.ป.ก.เขาใหญ่’ให้‘กรมอุทยานฯ’แก้ปัญหาพิพาท-รักษาป่า ด้าน‘สุทิน’เรียกถกวันนี้ เช็กระบบคลาดเคลื่อนหรือไม่ หากคณะกรรมการ‘วันแมพ’เห็นชอบ จ่อชง ครม.

1 มีนาคม 2567 ที่กระทรวงกลาโหม นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม กล่าวถึงการเรียกประชุมคณะกรรมการวันแมพในวันนี้ ว่า เป็นการประชุมตามวงรอบปกติ หลังจากเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเสร็จแล้ว เพื่อนำมาเสนอคณะกรรมการวันแมพ ถ้าคณะกรรมการเห็นชอบ ก็จะเสนอเข้าที่ประชุม ครม. โดยการประชุมวันนี้จะมีการหยิบยกประเด็นปัญหา ส.ป.ก.เขาใหญ่ เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด หากระบบหรือมีสิ่งใดคลาดเคลื่อนที่จะเป็นข้อสังเกตให้คณะกรรมการวันแมพไปพิจารณาปรับปรุง ก็จะมาพูดคุยกัน

ส่วนปัญหา ส.ป.ก.เขาใหญ่ ยังไม่จบจะเอาเข้า ครม. ได้อย่างไร เพราะกรมอุทยานฯไม่ยอมรับ และจะฟ้องร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นายสุทิน กล่าวว่า ต้องดูว่าที่ไม่จบ เพราะไม่ฟังเหตุผลกันหรือไม่ หรือไม่จบเพราะการทำวันแมพของเราบกพร่อง หากเป็นที่ระบบของเรา วันนี้จะตรวจสอบ เพื่อให้คณะกรรมการยืนยันอีกครั้งตามหลักวิชาการว่าได้ทำตามหลักวิชาการและระบบที่สมบูรณ์แล้วหรือยัง ถ้าสมบูรณ์แล้วอีกฝ่ายไม่ยอมรับ ปัญหาก็ไม่ได้เกิดที่ตรงนี้แล้ว ยืนยันว่ากรมแผนที่ทหารเป็นหน่วยงานที่มีความเป็นกลาง ไม่ได้เกรงกลัวอิทธิพล หรือมีผลประโยชน์อะไร หากกองทัพไปกลัวผู้มีอิทธิพล แล้วประชาชนจะไปพึ่งใคร

ส่วนที่นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช จะนำเรื่องฟ้องศาล ต้องชะลอเรื่อง ส.ป.ก.เขาใหญ่ เข้า ครม. หรือไม่ นายสุทิน กล่าวว่า เราสามารถดำเนินการควบคู่ไปได้ แต่ระหว่างดำเนินการก็ต้องเคารพศาล

นายสุทิน ยืนยันว่า คณะกรรมการวันแมพ ยังมีหน่วยงานอื่นด้วยนอกจากกองทัพ อาทิ เลขา ปปง. ซึ่งนั่งเป็นเลขาฯ คณะกรรมการวันแมพ ถือเป็นองค์กรที่ต้องเชื่อมั่นได้ว่าเขาสุจริต มีการถ่วงดุลตรวจสอบอยู่แล้ว ไม่ใช่เป็นสิทธิ์ขาดของเจ้ากรมแผนที่ หรือกองทัพ ทำฝ่ายเดียว มีองค์กรอื่นเข้ามาคานอยู่

เมื่อถามว่ามีเรื่องการเมือง หรือการกลัวเสียหน้าอะไร เข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ นายสุทิน กล่าวว่า ตนไม่แน่ใจว่ามีส่วนนี้เกี่ยวข้องหรือไม่ แต่โดยระบบมันก็จบ ซึ่งทุกฝ่ายต้องยอมรับระบบ ส่วนเรื่องกลัวเสียหน้าหรือไม่ยังไม่ถึงขั้นนั้น ทุกคนต่างฝ่ายต่างรักษาผลประโยชน์ มองต่างกันเพราะถือแผนที่คนละฉบับ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่มาตลอด

เมื่อถามว่าที่ ส.ป.ก.เขาใหญ่ เป็นแนวกันชน ในอนาคตหากนโยบายเปลี่ยน จะสามารถนำมาจัดสรรให้ประชาชนได้อีกหรือไม่ นายสุทิน กล่าวว่า ตนไม่แน่ใจ ตอนนี้ให้ความเห็นได้เพียงว่ากองทัพทำดีที่สุด ในอนาคตจะเอาไปจัดสรรได้หรือไม่ได้ ก็อีกเรื่องหนึ่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมวันนี้ กรมแผนที่ทหาร จะเสนอให้นายสุทิน พิจารณาปัญหาที่ดิน ส.ป.ก.เขาใหญ่ โดยจะยกให้อยู่ในความดูแลของกรมอุทยานฯ เพื่อแก้ปัญหาการถือแผนที่คนละฉบับจนนำมาซึ่งความขัดแย้ง และเป็นการอนุรักษ์ป่า

‘ไชยา’ผลักดันส่งออกสินค้าฮาลาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/790311

‘ไชยา’ผลักดันส่งออกสินค้าฮาลาล

‘ไชยา’ผลักดันส่งออกสินค้าฮาลาล

วันศุกร์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ผลักดัน : นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ ตรวจโรงงานแปรรูปโคฮาลาล ต.สลุย อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร เพื่อรับฟังปัญหาและหารือแนวทางขับเคลื่อนการส่งออกโคเนื้อจากโรงงานที่มีมาตรฐานสากล ส่งออกสินค้าปศุสัตว์ไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดที่มีกำลังซื้อสูง สร้างรายได้ให้กับเกษตรกร

นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจโรงงานแปรรูปโคฮาลาล ต.สลุย อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร เพื่อรับฟังปัญหาและหารือแนวทางขับเคลื่อนการดำเนินงานของโรงงานแปรรูปโคฮาลาลที่ได้รับมาตรฐานสากล และมีศักยภาพในการส่งออก ให้สามารถรับซื้อโคเนื้อของเกษตรกรส่งขายตลาดต่างประเทศ

โดยนายไชยา กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายช่วยเหลือเกษตรกรให้มีช่องทางจำหน่ายสินค้าเกษตร โดยเฉพาะปศุสัตว์ ซึ่งการที่มีเอกชนมาสัมปทาน ดำเนินการโรงงานแปรรูปโคฮาลาล บนพื้นที่ของกระทรวงเกษตรฯ ปรับปรุงโรงงานให้มีมาตรฐานสากล มีศักยภาพการส่งออกสินค้าปศุสัตว์ไปต่างประเทศ สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทย เป็นการจุดประกายให้นักธุรกิจรายอื่น สนใจทำการตลาดสินค้าฮาลาลส่งออก เนื่องจากเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูง โดยพร้อมสนับสนุนการดำเนินงานของโรงงาน ให้สามารถรับซื้อสินค้าของเกษตรกรไปแปรรูปจำหน่ายในห้างสรรพสินค้า และต่างประเทศ

จากนั้นนายไชยา ได้ลงพื้นที่บริษัท ท่าเรือประจวบ จำกัด อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อตรวจเยี่ยมการดำเนินกิจการของท่าเรือ เตรียมความพร้อมส่งออกโคมีชีวิต 2,000 ตัวไปยังประเทศเวียดนาม ซึ่งบริษัทฯ ได้รับมาตรฐานสากล มีความพร้อมรองรับจำนวนโคมีชีวิตด้วยพื้นที่กว้างขนาด 670 ไร่รวมถึงมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางขนส่งสินค้าเกษตรทางเรือไปประเทศคู่ค้า สามารถรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจ
ทั้งกลุ่มอุตสาหกรรมในท้องถิ่น และจังหวัดใกล้เคียงได้จากการเชื่อมระบบขนส่งต่อเนื่องสู่ชายฝั่งทะเลอันดามัน เข้าสู่ประเทศเมียนมา และกลุ่มประเทศเอเชียใต้ (BIMSTEC) รวมถึงประเทศมาเลเชีย และสิงคโปร์ โดยมุ่งหวังขยายตลาดสินค้าเกษตรไปต่างประเทศให้มากยิ่งขึ้น เพื่อให้
พี่น้องเกษตรกรมีกำไรจากการจำหน่ายสินค้าปศุสัตว์ส่งออก และกลไกตลาดกลับสู่วงจรปกติ ช่วยให้เศรษฐกิจในประเทศเติบโตยิ่งขึ้น

รมว.เกษตรฯเยี่ยม ติดตามสถานการณ์ สินค้าเกษตรส่งออก ในประเทศเยอรมนี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/790308

วันศุกร์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ และคณะ เยี่ยมชมและติดตามสถานการณ์การค้าสินค้าเกษตรและอาหารไทย ที่ร้านค้า Vinh-Loi ซึ่งเป็นร้านค้าของผู้ประกอบการจำหน่ายและนำเข้าสินค้าเกษตรไทยรายใหญ่ ในกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี และมีการนำเข้าสินค้าผักผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็ง รวมทั้งสินค้าอาหารและเครื่องอุปโภคของไทย อาทิ ข้าวและผลิตภัณฑ์ กะทิ โดยมี Mr. Chieu Duc Truong, CEO Vinh-Loi ต้อนรับ

ในการเยี่ยมชมดังกล่าว รมว.เกษตรฯ ได้รับทราบข้อมูลจากผู้นำเข้า ว่าสินค้าผักผลไม้สดและแช่แข็ง ยังคงได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงจากผู้บริโภคท้องถิ่น เนื่องจากมีความพอใจในรสชาติ และมีความเชื่อมั่นในคุณภาพการผลิตที่มีมาตรฐานและความปลอดภัยสูง สินค้าผักสดและผลไม้สดที่นำเข้าจากไทยและได้รับความนิยม ได้แก่ กะเพรา โหระพา มะพร้าวน้ำหอม มะม่วงน้ำดอกไม้ เงาะ ลำไย มังคุด และยังมีความต้องการสินค้าของไทยอีกจำนวนมาก อาทิ ส้มโอสายพันธุ์ขาวน้ำผึ้ง และมะพร้าว ลิ้นจี่ และทุเรียน

ทั้งนี้ ร.อ.ธรรมนัส ได้มอบหมายให้อัครราชทูต (ฝ่ายเกษตร) ผลักดันสินค้าเกษตรไทยและขยายตลาดให้มากขึ้นทั้งในสหภาพยุโรปและเยอรมนี
พร้อมแก้ปัญหาและอุปสรรคต่างๆ เพื่อเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับผู้ส่งออกและเกษตรกรไทย

‘ธรรมนัส’ถกผู้ประกอบการ พัฒนาเทคโนโลยี-นวัตกรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/790309

วันศุกร์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์พร้อมด้วยนายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ และ ผอ.สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำกรุงบรัสเซลส์ เปิดโอกาสให้ นาย Tobias Fausch ประธาน German Agribusiness Alliance (GAA) และ น.ส.Mursal Noorzai ผู้แทนบริษัท BayWa AG เข้าร่วมหารือด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตรยั่งยืน ภายในงาน Global Forum for Food and Agriculture ซึ่งจัดขึ้นที่ศูนย์การประชุมและแสดงสินค้า Messe Berlin โดยฝ่ายเยอรมนี นำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตรแม่นยำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) และการวิเคราะห์พื้นที่ด้วยระบบดาวเทียม โดยสามารถปรับใช้ได้กับเกษตรรายย่อยที่มีพื้นที่ขนาด

3 ไร่ขึ้นไป

นอกจากนี้ การบริหารจัดการพื้นที่เกษตรอย่างแม่นยำจะสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งการลดต้นทุน ยกระดับประสิทธิภาพการผลิต เพิ่มผลผลิตและคุณภาพมาตรฐานสินค้าเกษตร รวมทั้งเสริมสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร ทั้งนี้ นาย Tobias Fausch แจ้งให้ทราบว่า GAA มีความประสงค์ที่จะนำผู้ประกอบการเยอรมนี เดินทางไปยังประเทศไทย เพื่อเข้าร่วมงาน Agritechnica ในเดือนพฤษภาคมนี้ เพื่อแสดงเทคโนโลยีต่อผู้ประกอบการไทยและผู้สนใจต่อไป