‘ธรรมนัส’เปิดงานวัน’ปอยข้าวสาลีล้านนา ครั้งที่ 4’ มุ่งพัฒนาศักยภาพการผลิตธัญพืชเมืองหนาว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/789314

'ธรรมนัส'เปิดงานวัน'ปอยข้าวสาลีล้านนา ครั้งที่ 4' มุ่งพัฒนาศักยภาพการผลิตธัญพืชเมืองหนาว

‘ธรรมนัส’เปิดงานวัน’ปอยข้าวสาลีล้านนา ครั้งที่ 4’ มุ่งพัฒนาศักยภาพการผลิตธัญพืชเมืองหนาว

วันเสาร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 18.50 น.

‘ธรรมนัส’ เปิดงานวัน “ปอยข้าวสาลีล้านนา ครั้งที่ 4” มุ่งพัฒนาศักยภาพการผลิตธัญพืชเมืองหนาวสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์มูลค่าสูง

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2567 ร้อยเอก​ธรรมนัส​ พรหมเผ่า​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์​ เป็น​ประธานเปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยี (Field day) เพื่อส่งเสริมและเผยแพร่ข้อมูลของการวิจัยและพัฒนาธัญพืชเมืองหนาวให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดภายในประเทศและเป็นการสื่อสารให้ผู้ใช้ประโยชน์จากธัญพืชเมืองหนาวชนิดต่าง ๆ ได้ทราบถึงแหล่งผลิต และชนิดของธัญพืชเมืองหนาวที่มีการปลูกในประเทศไทยในปัจจุบัน สำหรับการวางแผนด้านการตลาด ตลอดจนการประชาสัมพันธ์งานวิจัยข้าวและธัญพืชเมืองหนาว โครงการตามภารกิจที่สำคัญ การแลกเปลี่ยนความรู้  ประสบการณ์ระหว่างนักวิจัย ผู้ประกอบการ เกษตรกรและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง​ โดยมีนายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วย นายชิษณุชา บุดดาบุญ รองอธิบดีกรมการข้าว นายอานนท์ นนทรี รองอธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วยผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่กรมการข้าวเข้าร่วมงาน

▫️ร้อยเอกธรรมนัส เปิดเผยว่า ประเทศไทยนำเข้าข้าวสาลีจากต่างประเทศเป็นจำนวนมาก เนื่องจากข้าวสาลีเป็นธัญพืชเมืองหนาว ที่มีบทบาทต่อชีวิตประจำวันของคนไทยมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ ซึ่งวิถีชีวิตประจำวันมีลักษณะเร่งรีบ อุปนิสัยการบริโภคต้องการความรวดเร็วใช้เวลาน้อยในการปรุงอาหาร ประกอบกับข้าวสาลีมีคุณค่าทางโภชนาการสูง มีปริมาณโปรตีนสูง และมีคาร์โบไฮเดรตในกลุ่มซึ่งใช้เป็นอาหารเสริม ซึ่งมีเส้นใยจำนวนมากมีประโยชน์ต่อระบบการย่อยอาหาร ปัจจุบันความต้องการข้าวสาลีที่ปลูกในประเทศไทยปริมาณสูงมาก โดยผู้ประกอบการต้องการนำไปใช้สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารเพิ่มขึ้น ซึ่งผลผลิตที่ได้ในปัจจุบันยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค และยังมีโอกาสขยายตลาดเพิ่มขึ้น จึงเป็นโอกาสดีในการพัฒนาการผลิตข้าวสาลีในประเทศไทย ซึ่งจะเป็นอีกส่วนหนึ่งในการพัฒนาการผลิต ควบคู่กับการพัฒนาชุมชนภาคเหนือตอนบน

▫️นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว​  กล่าวว่า​ การจัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยี “ปอยข้าวสาลีล้านนา ครั้งที่ 4” ครั้งนี้​ จัดขึ้นเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับพันธุ์และสายพันธุ์ดีเด่นของธัญพืชเมืองหนาว รวมไปถึงการแปรรูปผลิตภัณฑ์ต้นแบบจากธัญพืชเมืองหนาว และสร้างเครือข่ายระหว่างกลุ่มเกษตรกร นักวิชาการ และผู้ประกอบการ​ โดยภายในงาน​จะมีกิจกรรมต่างๆมากมาย​ อาทิ​ 

กิจกรรมแชะ แชร์ เช็คอิน ณ ทุ่งข้าวสาลี บาร์เลย์ โอ๊ต

กิจกรรม​ ชิม ที่จะเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้ชิมผลิตภัณฑ์แปรรูปจากธัญพืชเมืองหนาว

กิจกรรม​ ชม ที่จะมีการประกวดและสาธิตแปรรูปผลิตภัณฑ์จากธัญพืชเมืองหนาว

กิจกรรม​ ช้อป ผลิตภัณฑ์จากข้าวสาลี บาร์เรย์ โอ๊ต และตลาดนัดสีเขียว

นอกจากนั้นยังจักให้มีการแสดงดนตรีโฟล์คซองจากศิลปินล้านนา​อีกด้วย

‘ชัยวัฒน์’งัดหลักฐานชี้เปรี้ยง! มติก.เกษตรฯชัดเจน ‘ถนนและรั้วคือ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/789294

'ชัยวัฒน์'งัดหลักฐานชี้เปรี้ยง! มติก.เกษตรฯชัดเจน 'ถนนและรั้วคือ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่'

‘ชัยวัฒน์’งัดหลักฐานชี้เปรี้ยง! มติก.เกษตรฯชัดเจน ‘ถนนและรั้วคือ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่’

วันเสาร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 18.15 น.

24 ก.พ.67 ความคืบหน้ากรณีเปิดข้อพิพาทเรื่องหมุดแนวเขตที่ดิน ส.ป.ก.ไปทับซ้อนกับแนวเขตของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ พื้นที่หมู่ที่ 10 ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ส่งผลให้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีคำสั่งย้ายด่วน ส.ป.ก.จังหวัดนครราชสีมา พร้อมกับเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก.นครราชสีมารวม 6 คนและมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย ซึ่งล่าสุดทางนายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้นำเอกสารหลักฐานเข้าพบ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เพื่อแจ้งความเอาผิดตามมาตรา 157 กับเจ้าหน้ที่ ส.ป.ก.จังหวัดนครราชสีมาทั้ง 6 รายนั้น

ล่าสุด นายชัยวัฒน์​ ลิ้มลิขิตอักษร​ ผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช​ ได้โพสต์หลักฐานใหม่ผ่านเฟซบุ๊กว่า เพื่อเป็นประโยชน์ ต่อการพิจารณา !???
และ ตัดสินใจ !? ให้ดูหลักฐานนี้สำคัญ !?? มากแค่ไหน

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์! แผนพัฒนาเศรษฐกิจฯ ปี 40-44 ได้พิจารณางบประมาณทำถนน เพื่อความมั่นคง และ มีมติชัดเจนว่าหน่วยงานกรม ต่างๆ ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีมติเห็นชอบแล้วว่า “ ถนนและรั้วคือ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ” -กรมพัฒนาที่ดิน – ส.ป.ก.- กรมแผนที่ทหาร นำไปเพื่อพิจารณาความถูกต้อง ด้วย

https://www.facebook.com/plugins/video.php?height=314&href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2F61550851350940%2Fvideos%2F1574219133340424%2F&show_text=false&width=560&t=0

ชาวเน็ตยกนิ้ว!!! ‘ชัยวัฒน์’พักศึก สปก.4-01 จับกีต้าร์-เขย่าลูกคอ บอกเลยงานนี้’ของแทร่’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/789287

ชาวเน็ตยกนิ้ว!!! 'ชัยวัฒน์'พักศึก สปก.4-01 จับกีต้าร์-เขย่าลูกคอ บอกเลยงานนี้'ของแทร่'

ชาวเน็ตยกนิ้ว!!! ‘ชัยวัฒน์’พักศึก สปก.4-01 จับกีต้าร์-เขย่าลูกคอ บอกเลยงานนี้’ของแทร่’

วันเสาร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 17.28 น.

24 ก.พ.67 หลังจาก นายชัยวัฒน์  ลิ้มลิขิตอักษร  ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ ออกมาเล่นบทบู๊ถึงลูกถึงคน  จนได้ใจคนไทยไปทั้งประเทศ  กรณีเข้าไปตรวจสอบกรณีการออกเอกสาร สปก.4-01 และฝังหมุด สปก.4-01 ใน ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา กลายเป็นกระแสทวงคืนผืนป่าเขาใหญ่ และเดือดถึงขึ้นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีคำสั่งย้ายด่วน ส.ป.ก.จังหวัดนครราชสีมา พร้อมกับเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก.นครราชสีมารวม 6 คนและมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย ซึ่งล่าสุดทางนายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้นำเอกสารหลักฐานเข้าพบ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เพื่อแจ้งความเอาผิดตามมาตรา 157 กับเจ้าหน้ที่ ส.ป.ก.จังหวัดนครราชสีมาทั้ง 6 รายนั้น

ล่าสุุด หัวหอกทะลวงฟันอย่าง ชัยวัฒน์  ลิ้มลิขิตอักษร ได้โพสต์คลิปขณะเล่นกีต้าร์ร้องเพลงเพื่อผ่อนคลาย หลังจากกรำศึก ส.ป.ก.4-01 มาหลายสัปดาห์ โดยเจ้าของยังระบุข้อความด้วยว่า  เหนื่อยหนัก ! ก็พักก่อน … อากาศร้อนมาก !!!! ฟังเพลงดีกว่า

ทั้งนี้ ชัยวัฒน์ ร้องถึง 3  เพลง คือ เพลงพิษรักพิษณุโลก ช่างไม่รู้เลย และเสรีขอพร ซึ่งน้ำเสียงและฝีมือการเล่นกีต้าร์นั้นถือว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว โดยมีคนเข้าไปคอมเมนต์ชื่นชมว่าเสียงดีและเพราะมาก พร้อมให้กำลังใจต่อสู้รักษาผืนป่าต่อไป

ขณะที่ก่อนหน้านั้น นายชัยวัฒน์ ได้โพสต์ว่า ที่ผมออกมาสู้ไม่ได้ต้องการเอาชนะใคร แต่ผมต้องการแค่ความถูกต้อง

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fpermalink.php%3Fstory_fbid%3Dpfbid02PE6ikjmsiGSksPawHg7gP2c9XV9z8cMYXNVH87VUP6L1aASRZ3dFUn5EZMJYFKZpl%26id%3D61550851350940&show_text=true&width=500

เกษตรฯลุยผลักดัน‘ปศุสัตว์’สู่อาชีพหลัก สร้างรายได้เกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/788974

เกษตรฯลุยผลักดัน‘ปศุสัตว์’สู่อาชีพหลัก สร้างรายได้เกษตรกร

เกษตรฯลุยผลักดัน‘ปศุสัตว์’สู่อาชีพหลัก สร้างรายได้เกษตรกร

วันศุกร์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 10.14 น.

‘เกณิกา’เผยกระทรวงเกษตรฯเดินหน้าขับเคลื่อน‘ปศุสัตว์’เป็นอาชีพหลัก ผลักดันส่งออกให้มีคุณภาพ เร่งสร้างรายได้ให้เกษตรกร

23 กุมภาพันธ์ 2567 น.ส.เกณิกา อุ่นจิตร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำลังเดินหน้าขับเคลื่อนการเกษตรด้านปศุสัตว์ให้เป็นอาชีพหลักของเกษตรกร เนื่องจากรัฐบาลได้ปราบปรามสินค้าเกษตรเถื่อน ลดการนำเข้าสินค้าเกษตรจากต่างประเทศ และอยู่ระหว่างเจรจาเปิดตลาดการค้าสินค้าปศุสัตว์กับประเทศจีน เวียดนาม และซาอุดิอาระเบีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีกำลังซื้อสูง โดยกรมปศุสัตว์เข้มงวดในการใช้มาตรการดูแล ปศุสัตว์มีชีวิตก่อนส่งออกไปยังต่างประเทศ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศไทย สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้อย่างต่อเนื่อง จนส่งผลให้กลไกราคาตลาดกลับมาเป็นปกติ

“เพื่อให้การดำเนินงานสอดรับกับนโยบายของรัฐบาล กรมปศุสัตว์จึงได้จัดตั้งศูนย์กักกันโรค บริเวณพื้นที่ตะเข็บชายแดนจังหวัดตาก เชียงราย นครพนม มุกดาหาร สุรินทร์ สระแก้ว ประจวบคีรีขันธ์ และนราธิวาส เพื่อเป็นการส่งเสริมและเปิดตลาดให้กับผู้ที่ทำการค้าปศุสัตว์สามารถส่งออกไปยังต่างประเทศได้ เพื่อขับเคลื่อนตลาดการส่งออกสินค้าปศุสัตว์”

น.ส.เกณิกา กล่าวต่อว่า  กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังผลักดันให้ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ บูรณาการกับกรมส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ ให้บริหารจัดการพื้นที่เพาะปลูกสำหรับทำหัวอาหารสัตว์เพิ่มมากขึ้น และจำหน่ายให้เกษตรกรในราคาถูก เพื่อลดการผูกขาดการซื้อหัวอาหารกับกลุ่มนายทุนที่มีราคาสูง พร้อมทั้งให้หน่วยงานในสังกัดให้ความรู้การทำหัวอาหารสัตว์จากการหมักใบมันสำปะหลัง ที่มีโปรตีนใกล้เคียงถั่วเหลือง ซึ่งเป็นทางเลือกในการลดต้นทุนอาหารสัตว์ได้เป็นอย่างดี

กรมพัฒนาฯจัดงานหมอดินฯ โชว์นวัตกรรมเกษตร-ลดต้นทุน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/788907

วันศุกร์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า ได้จัดงาน “วันหมอดินอาสา กรมพัฒนาที่ดิน” ปี 2567 ภายใต้หัวข้อ “หมอดินสมาร์ท ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม
เพิ่มรายได้” สอดรับนโยบายตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มุ่งสร้างความเข้มแข็งทางด้านการผลิตให้หมอดินอาสาซึ่งเป็น
ผู้ประกอบการ ผลิตพืชตามความต้องการของตลาด ด้วยเทคโนโลยีนวัตกรรม สร้างรายได้ เพื่อพัฒนาศักยภาพหมอดินอาสาอย่างมืออาชีพ โดยจัดพร้อมกันทั่วประเทศ (77 จังหวัด) โดยมีศูนย์กลางการจัดงาน ที่กรมพัฒนาที่ดิน เขตจตุจักร กทม.

ทั้งนี้ กรมพัฒนาที่ดิน เริ่มจัดตั้งหมอดินอาสาในปี 2538 เริ่มจากหมอดินอาสาประจำหมู่บ้าน และต่อมาจัดให้มีหมอดินอาสา ระดับตำบล อำเภอ จังหวัด จนถึงปัจจุบันมีกว่า 77,000 คนนับเป็นกำลังสนับสนุนที่สำคัญในการทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาที่ดิน จนมีผลงานเป็นที่ประจักษ์และได้รับการยอมรับจากทุกภาคส่วนทั้งในและต่างประเทศ คณะกรรมการวันหมอดินอาสากรมพัฒนาที่ดิน มีมติประกาศให้วันที่ 10 กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็นวันหมอดินอาสา (LDD Volunteer Soil Doctor Day) เพื่อเชิดชูเกียรติหมอดินอาสาผู้เสียสละและทุ่มเทการทำงานร่วมกับกรมพัฒนาที่ดิน ในการอนุรักษ์ดินและน้ำ พัฒนา ดูแลดินและที่ดินทางการเกษตรมาอย่างยาวนาน ตลอดจนเชื่อมความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน

สำหรับปีนี้ ภายในงานมีนิทรรศการนวัตกรรมและเทคโนโลยีของหน่วยงานด้านการพัฒนาที่ดิน ปรับปรุงบำรุงดิน และการออกบูธจำหน่ายสินค้าเกษตรท้องถิ่นของดีประจำจังหวัด อาทิ ข้าวอินทรีย์ มะพร้าวน้ำหอม ฝรั่งผักอินทรีย์ กระถางจากฟางข้าว และผลิตภัณฑ์แปรรูปอื่นๆ

นายกฯหนุนใช้งาน อุทยานราชพฤกษ์ฯ จัดเทศกาลรองรับ ท่องเที่ยวภาคเหนือ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/788903

วันศุกร์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้าแผนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชียงใหม่ โดยมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ และผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่อุทยานราชพฤกษ์ (โครงการพืชสวนโลก) อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดยนายกฯ มอบนโยบายให้หน่วยงานภายในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ อาทิ สำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ เฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย (น้ำตกห้วยแก้ว) สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ แหล่งหัตถกรรมบ้านถวาย อ.หางดง สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) ร่วมกันพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว เพื่อให้ประชาชนสามารถหารายได้ภายในท้องถิ่น ซึ่ง จ.เชียงใหม่ มีศักยภาพสามารถเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ วัฒนธรรม ศาสนสถาน และโบราณสถานต่างๆ รวมถึงคาเฟ่และสถานบันเทิงที่มีอยู่มากมาย สามารถสร้างรายได้ให้ท้องถิ่น

นายเศรษฐา กล่าวอีกว่า หน่วยงานราชการสามารถใช้พื้นที่อุทยานหลวงราชพฤกษ์ของสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (สวพส.) (องค์การมหาชน) ภายใต้สังกัดกระทรวงเกษตรฯ สำหรับจัดงานประชุมประจำปี งานฤดูหนาว หรืองานที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมวัฒนธรรมประเพณี เพื่อให้งบประมาณที่ภาครัฐจัดสรรลงไปปรับปรุงสถานที่ให้เกิดความคุ้มค่า และสามารถต่อยอดการจัดงานเทศกาล (Festival) เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและ Soft Power ด้าน Festival ในภาคเหนือ

กยท.ผนึกกำลังร่วมกับธ.ก.ส. ทำโฉนดต้นยางฯค้ำประกันเงินกู้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/788904

วันศุกร์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความเข้าใจ “การส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มสวนยางพารา และการจัดทำโฉนดต้นยางพารา” ระหว่างการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) โดย ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า มีนโยบายจัดทำโครงการโฉนดต้นไม้สำหรับต้นไม้ที่เป็นพืชเศรษฐกิจ เพื่อให้เกษตรกรนำไม้ยืนต้นไปเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันการกู้เงินกับ ธ.ก.ส.เพิ่มการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ต่อยอดอาชีพด้านการเกษตรได้อย่างยั่งยืน การร่วมมือของทั้งสองหน่วยงานในครั้งนี้ เป็นการขับเคลื่อนให้เกษตรกรชาวสวนยางสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนของสถาบันการเงินได้มากขึ้น และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทั้งสองหน่วยงานจะร่วมมือกันดำเนินกิจกรรมอื่นๆ เพื่อเสริมสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับยางพารา

ทั้งนี้ กยท.ดำเนินโครงการร่วมมือกับธ.ก.ส.บรรจุต้นยางพารา ให้เป็นไม้ชนิดหนึ่งในระบบค้ำประกันเงินกู้ และจัดทำโฉนดต้นยางพารา เพื่อเป็นหลักประกันเงินกู้จาก ธ.ก.ส.ซึ่งเกษตรกรที่สามารถขอรับโฉนดต้นยางจะต้องขึ้นทะเบียนกับ กยท.และมีสวนยางตั้งอยู่บนดินที่มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย ถือเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่ม แปลงทรัพย์สินให้เป็นทุนสำหรับประกอบอาชีพ โดยใช้โฉนดต้นยางพาราเป็นเอกสารประกอบการขอรับบริการสินเชื่อจากสถาบันการเงินที่ให้บริการ โดย กยท.จะเป็นผู้ประเมินราคาต้นยางพาราที่จะใช้เป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อกับ ธ.ก.ส.และจัดทำโฉนดต้นยางพาราเพื่อเป็นหลักฐานประกอบการพิจารณาขอสินเชื่อของ ธ.ก.ส.ทุกครั้ง โดยจะผลักดันให้สามารถใช้ได้กับธนาคารพาณิชย์อื่นๆ โดยจะเร่งบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งในและนอกกระทรวงเกษตรฯต่อไป

ด้านนายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการ กยท.กล่าวว่า แนวทางความร่วมมือของ กยท.กับ ธ.ก.ส.หลังจากลงนาม MOU ครั้งนี้ จะมีการอบรมผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ทั่วประเทศ ให้มีความรู้เรื่องวิธีการประเมินมูลค่าไม้ยางพารา เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของทั้งสองหน่วยงาน ร่วมกันประเมินมูลค่าไม้ยางพาราสำหรับใช้เป็นหลักประกันเงินกู้ นอกจากนี้ กยท.และ ธ.ก.ส.จะร่วมบูรณาการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ นวัตกรรม และพัฒนาศักยภาพด้านการส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินโครงการ Carbon Credit ในสวนยาง ส่งเสริมให้เกษตรกรร่วมกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจกสร้างสมดุลเชิงนิเวศ ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นนอกเหนือจากการขายผลผลิตจากยางพาราเพียงอย่างเดียว

ปลัดฯให้แนวทางสป.กษ.ปฏิบัติงาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/788905

วันศุกร์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมมอบแนวทางการปฏิบัติงานของสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯ (สป.กษ.) ประจำปีงบประมาณ 2567 ว่ามีวัตถุประสงค์เพื่อให้เจ้าหน้าที่สังกัด สป.กษ.สามารถขับเคลื่อนการงานและนโยบายของ รมว.เกษตรฯได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งทุกหน่วยงานต้องสนับสนุนการดำเนินงานของผู้บริหาร ผลักดันภารกิจตามกฎหมาย และพัฒนาการบริหารจัดการภายใน โดยเฉพาะการพัฒนาคนให้ปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับแนวทางการปฏิบัติงานของ สป.กษ.ในปีงบประมาณ 2567 ที่ต้องมุ่งเน้น มีดังนี้ 1.ผลักดันการขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 2.เร่งขับเคลื่อนนโยบายของ รมว.เกษตรฯ 9 นโยบาย 8 ข้อสั่งการ 3.การสนับสนุนการตรวจราชการนอกสถานที่และการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจร ของ รมว.และ รมช.เกษตรฯ 4.ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้การทำงานของกระทรวงเกษตรฯ ทั้งส่วนกลางและจังหวัด เพื่อให้เกิดความเป็นเอกภาพและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และ 5.การเตรียมการรองรับและการแก้ปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร และการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษ (PM2.5) โดยเฉพาะการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรจากสถานการณ์ภัยพิบัติ ป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5

นอกจากนี้ปลัดเกษตรฯ ยังได้มอบแนวทางในการปรับปรุงการบริหารจัดการภายในสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประกอบด้วย 1.การปรับปรุงโครงสร้างและอัตรากำลังของ สป.กษ. 2.คิดวิธีการทำงานใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์นโยบายของรัฐบาลและรัฐมนตรี 3.การเร่งรัดการปฏิบัติงานและการเบิกจ่ายงบประมาณ 4.การสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ปฏิบัติงาน และ 5.การเน้นย้ำให้บุคลากรเร่งพัฒนาตนเองให้มีทักษะและความรู้ที่ทันสมัยอยู่เสมอ

9 จนท.สปก.โคราชซวยแล้ว! ก.เกษตรฯบุกร้องปปป.จี้สอบออกเอกสารสิทธิ์รุกที่เขาใหญ่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/788776

9 จนท.สปก.โคราชซวยแล้ว! ก.เกษตรฯบุกร้องปปป.จี้สอบออกเอกสารสิทธิ์รุกที่เขาใหญ่

9 จนท.สปก.โคราชซวยแล้ว! ก.เกษตรฯบุกร้องปปป.จี้สอบออกเอกสารสิทธิ์รุกที่เขาใหญ่

วันพฤหัสบดี ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 15.25 น.

“ธนดล”ที่ปรึกษารมว.เกษตฯ บุกร้อง”บิ๊กเต่า”จี้ให้ตรวจสอบเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก.ออกเอกสารสิทธิ์ที่ดิน ส.ป.ก.4-01 จังหวัดนครราชสีมาโดยมิชอบ

22 ก.พ.67 นายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยื่นร้องทุกกล่าวโทษให้ตรวจสอบเจ้าหน้าที่ข้าราชการ ส.ป.ก.    หลังเกิดข้อพิพาทกรณีออกเอกสารสิทธิ์ที่ดิน ส.ป.ก.4-01 จังหวัดนครราชสีมา โดยมิชอบ กับ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ

โดย นายธนดล เผยว่า วันนี้ที่เข้ามายื่นเรื่องกับ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ มี 2 ประเด็น คือ เรื่องการชี้แนวเขต ซึ่งต้องรอแผนที่จากทหาร ที่ทำการรางวัดตรวจสอบรายละเอียดที่ดิน ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 อาทิตย์

ส่วนอีกประเด็นตนได้รับมอบหมายจาก รมว.ให้ลงพื้นที่ตรวจสอบการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ในการจัดสรรที่ดินให้กับเกษตรกร ซึ่งพบความผิดปกติในการปฏิบัติหน้าที่ ในการจัดสรรที่ดินให้กับเกษตรกร ซึ่งมีความรวดเร็ว เนื่องจากใช้เวลาในการตรวจสอบเพียง 3-4 เดือน ก่อนจะออกเอกสารขอบครองที่ดิน ส.ป.ก.ให้กับประชาชน ด้วยการจัดสรรที่ดินตามที่เห็นในข่าว ชี้ให้เห็นว่าพื้นที่ดินดังกล่าวว่าเป็นป่า ซึ่งคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ปี 2564 ประกอบระเบียบ 2566 ที่เป็นลักษณะห้วย หนอง และ บึง จะไม่สามารถจัดให้เป็นพื้นที่ ส.ป.ก.ได้ วันนี้จึงมายื่นเรื่องร้องทุกข์กล่าวโทษกับตำรวจ บก.ป.ป.ป.ให้ตรวจสอบข้าราชการ ส.ป.ก. ที่มีพฤติกรรมปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยพบข้อพิรุธในการออกเอกสาร ส.ป.ก.4-01 

ในส่วนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอแสดงความรับผิดชอบต่อประชาชน ที่มีจนท.ปฏิบัติโดยมิชอบ ออกเอกสารส.ป.ก.ในพื้นที่ป่าก่อนที่จะได้รับการตรวจสอบได้อย่างไร รวมไปถึงขอโทษกรมอุทยานฯที่มีเอกสารแอบอ้างสิทธิ์ในการออกเอกสาร

หลังจากนี้ ตนในฐานะที่เป็นตัวแทนกระทรวงเกษตรฯ ขอให้ตำรวจป.ป.ป.เรียกตรวจสอบเจ้าหน้าที่ข้าราชการส.ป.ก. 9 ราย เข้ามาสอบปากคำ รวมไปถึงผู้ที่เข้าไปทำประโยชน์ในพื้นที่เพิ่มเติมหรือไม่นั้น ขอให้เป็นดุลพินิจของตำรวจ

ส่วนกรณีที่จะมีผู้อยู่เบื้องหลังหรือไม่นั้น ต้องรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบข้าราชการส.ป.กทั้ง 9 รายการ ส่วนผู้ที่ได้รับการจัดสรรทั้ง 12 แปลง จาก 59 แปลงนั้น เป็นเกษตรกรที่ได้รับเรื่องในการจัดสรรที่ดินอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยได้มีการตรวจสอบบัตรประชาชนผู้ที่ยื่นคำร้องในการรับสัญจากที่ดิน ซึ่งบัตรประชาชนมีลิงค์ไปถึงข้อมูลส่วนตัว ผ่านระบบประกันสังคม ก่อนจะไปสุดปลายทางที่กรมที่ดิน แล้วจะมีการตรวจสอบคุณสมบัติ ว่ามีสิทธิ์ได้รับการจัดสรรที่ดินหรือไม่

ส่วนกรณีที่มีผู้หญิงอายุ 25 ปีได้รับการจัดสรรที่ดิน สปก. 4-01 นั้น บุคคลดังกล่าว มีคุณสมบัติได้รับการจัดสรรจริง ซึ่งคุณสมบัติในการขอพื้นที่ใช้ประโยชน์นั้น จะต้องเป็นเกษตรกรเท่านั้น และมีค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน รวมไปถึงต้องมีสำเนาอยู่ในพื้นที่ หากเจ้าตัวย้ายออกไปอยู่นอกพื้นที่ แต่มีภูมิลำเนา ถิ่นฐานตามครอบครัวอยู่ในที่บริเวณดังกล่าว ก็สามารถมีคุณสมบัติการขอพื้นที่ดินส.ป.ก.จัดสรรได้ตามปกติ

ส่วนกรณีผู้ที่ได้รับการจัดสรรที่ดินส.ป.ก.มีการสวมสิทธิ์เป็นนอมินีให้กับนักธุรกิจหรือไม่นั้น แล้วตรงนี้ขอยืนยันว่า ทั้งหมดผู้ที่ได้รับจัดสรรพื้นที่ดิน ส.ป.ก.เป็นเกษตรกรทั้งหมด แต่ก็ต้องรอให้ทางตำรวจตรวจรายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง

ด้าน พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เผยว่า เรื่องดังกล่าวได้รับการประสานจากท่านรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้เร่งดำเนินการตรวจสอบ ที่พบพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ส.ป.ก.เข้าข่ายพบพฤติกรรมทุจริต ซึ่งจะต้องตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดอีกครั้ง     ก่อนที่จะเรียกเจ้าหน้าที่มาสอบปากคำ เพื่อสร้างความกระจ่างให้กับประชาชน ขอยืนยันว่าทุกอย่างจะทำเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย ตำรวจบก.ป.ป.ป. ทำงานอย่างละเอียดและรวดเร็ว

สภาเกษตร ร่วม ศอ.บต.ภาคีเครือข่าย จัดงานพืชสวนก้าวหน้ายะลา ครั้งที่ 1

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/788644

วันพฤหัสบดี ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางเปรมวดี สันหนู ผู้ช่วยเลขาธิการ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงานพืชสวนก้าวหน้ายะลา 2567 ครั้งที่ 1 (Hortex Yala 2024) ภายใต้โครงการจัดการทุเรียนคุณภาพวิชาการเกษตรพืชทุเรียนและเทคโนโลยีและโครงการส่งเสริมการเชื่อมโยงเครือข่าย เพื่อการจับคู่ค้า ระหว่างวันที่ 20 – 21 ก.พ. 2567 ณ จุดรวบรวมทุเรียนวิสาหกิจชุมชนพัฒนาคุณภาพทุเรียนบ้านบาตูปูเต๊ะ

นางเปรมวดี สันหนู ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า ศอ.บต. ในฐานะหน่วยงานภาครัฐที่ต้องการมุ่งเน้นการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยยึดหลักประชาชนเป็นศูนย์กลางการพัฒนาและสามารถให้ประชาชนพึ่งตนเองได้ โดยได้มีการสร้างองค์ความรู้ให้เกษตรกรที่ปลูกทุเรียนผ่านการพัฒนาคุณภาพผลผลิต การดูแลรักษา การป้องกันศัตรูพืช การให้ปุ๋ย และจดให้เป็นสินค้า GI สร้างเอกลักษณ์ทุเรียนเฉพาะพื้นที่ให้เป็นทุเรียนสะเด็ดน้ำ รวมถึงยังส่งเสริมช่องทางการตลาดจนทำให้ผลผลิตทุเรียนของจังหวัดยะลากลายเป็นจุดเด่นที่เป็นที่ต้องการของตลาดที่สูงขึ้นต่อไป

นายซาวาวี ปูลา ผู้บริหารการตลาดและนโยบาย วิสาหกิจชุมชนกลุ่มทุเรียนหนามเขียว จ.ยะลา เปิดเผยว่า จากการจัดงานวันนี้จะทำให้เกษตรกรที่เข้าร่วมเปิดมุมมองการเปลี่ยนแปลงในการดูแลรักษาผลผลิตของทุเรียน นำองค์ความรู้ที่ได้รับจากผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อทำให้เกิดการกระตือรือร้นในการดูแลรักษามากขึ้นส่งผลไปสู่คุณภาพและราคาของทุเรียนที่สูงขึ้นด้วย สำหรับภายในงานมีการสัมมนาวิชาการเกษตร พืชทุเรียน การจัดบูธเครื่องจักรกลทางการเกษตร เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการเกษตร นิทรรศการจากหน่วยงาน ออกหน่วยบริการคลินิกเกษตรกิจกรรม Business Matching บูธพันธุ์ไม้ ปุ๋ย ธาตุอาหาร และเคมีภัณฑ์ทางการเกษตร โดยสภาเกษตรกรจังหวัดยะลา ร่วมกับศอ.บต. สำนักงาน ธ.ก.ส. จังหวัดยะลา เกษตรจังหวัดยะลา ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง