‘อนุชา’มุ่งยกระดับ สินค้าเกษตรสู่สากล ช่วยเสริมศักยภาพ เพิ่มความสามารถ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/786052

วันศุกร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายอนุชา นาคาศัย รมช.เกษตรและสหกรณ์ ร่วมโครงการยกระดับเกษตรกรและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้วยมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ จัดโดยสถาบันบริการตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.เชียงใหม่ พร้อมมอบใบประกาศนียบัตรเกียรติคุณให้แก่เกษตรกร ผู้ประกอบการ ที่ได้ขอยื่นการขอรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรอินทรีย์สากล IFOAM 83 ราย โดยนายอนุชากล่าวว่า ได้มุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนไปสู่การปลูกพืชที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง ตลอดจนส่งเสริมเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร เป็นผู้ให้บริการทางการเกษตรครบวงจร (Agricultural Service Provider) โดยเกษตรกร สถาบันเกษตรกร สามารถเป็นเจ้าของเครื่องมือเครื่องจักรกลของตนเองพร้อมเป็นผู้ให้บริการด้านธุรกิจเกษตร ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัย ซึ่งตอบโจทย์กลุ่มประชากรภาคเกษตรยุคใหม่

ทั้งนี้ สถาบันบริการตรวจสอบคุณภาพฯ ได้ดำเนินโครงการยกระดับเกษตรกรและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันด้วยมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และได้รับความร่วมมือจากสำนักงานเกษตรจังหวัดทั้ง 8 จังหวัดในเขตภาคเหนือตอนบน ต้องขอบคุณทุกหน่วยงาน ที่เข้ามามีส่วนช่วยในการยกระดับสินค้าเกษตร เสริมศักยภาพด้านองค์ความรู้ให้เกษตรกร และผลักดันส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรผ่านโครงการยกระดับเกษตรกร และสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันด้วยมาตรฐานเกษตรอินทรีย์

ลพบุรีจัดงานแผ่นดินพระนารายณ์ การแสดงสุดยิ่งใหญ่ด้วยแสงสีเสียง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/786055

วันศุกร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก ตึกเลี้ยงรับแขกเมือง พระนารายณ์ราชนิเวศน์ว่าที่ร้อยตรี ทรงพล แป้นแก้ว รอง ผวจ.ลพบุรี พร้อมด้วยนางสุวจี ศิริปัญโญ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดลพบุรี นางสายใจ เลิศวิริยะประภา นายกเทศมนตรีเมืองเขาสามยอด พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ สื่อมวลชน และประชาชน เข้าร่วมรับชมการแสดงประวัติศาสตร์จินตนาการ ในชื่อชุดการแสดง “King Narai มหาราชแห่งแผ่นดิน” รอบสื่อมวลชน ซึ่งเทศบาลเมืองเขาสามยอด ได้รับมอบหมายภารกิจในการจัดกิจกรรมการแสดงประวัติศาสตร์จินตนาการ และกิจกรรมบ้านไทย วิถีไทย เพื่อเทิดพระเกียรติน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และเป็นโอกาสอันดีที่จะสร้างการรับรู้ของประชาชนในวงกว้าง รวมถึงนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้ได้ทราบถึงเรื่องราวความรุ่งเรืองในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

สำหรับกิจกรรมการแสดงประวัติศาสตร์จินตนาการ จะมีความสวยงามที่แปลกตาแตกต่างจากทุกปี ด้วยการถ่ายทอดการแสดงพิเศษที่ใช้เทคนิค นวัตกรรม แสง สี เสียง และสื่อผสมสมัยใหม่ 3D Projection Mapping & Lightingซึ่งเทศบาลเมืองเขาสามยอดได้รับเกียรติจากครูนาย (นายมานพ มีจำรัส) ศิลปินเจ้าของรางวัลศิลปาธรและคณะทีมงาน ในการจัดการแสดงประวัติศาสตร์จินตนาการ ความรุ่งเรืองที่เกิดขึ้นในสมัยอยุธยา ในชุดการแสดง “King Narai มหาราชแห่งแผ่นดิน” ควบคู่กับการผสมผสานศิลปวัฒนธรรม อย่างสร้างสรรค์ นำศาสตร์หลายแขนงมารวมกันประกอบเป็นโชว์ที่หลายท่าน ต้องรู้สึกซาบซึ้ง ผ่านการสร้างสรรค์ผลงานในรูปแบบของการแสดง The Musical ส่งผ่านความรู้สึกของชาวลพบุรี และคนไทยทั้งประเทศ เพื่อยังคงระลึกถึง “สมเด็จพระนารายณ์มหาราช”

สวนสัตว์เมืองย่าโมจัดธีมแดง สวมกี่เพ้าท่ามกลางสัตว์ป่า เพื่อฉลองเทศกาลตรุษจีน’67

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/786053

วันศุกร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากสวนสัตว์นครราชสีมา อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายธนชน เคนสิงห์ ผอ.สวนสัตว์นครราชสีมา พร้อมหัวหน้าส่วนงาน เจ้าหน้าที่ บุคลากร สวนสัตว์นครราชสีมา ร่วมกันจัดกิจกรรมฉลองเทศกาลวันตรุษจีนบริการนักท่องเที่ยว พร้อมแจกของขวัญแก่ผู้โชคดี

นายธนชน เคนสิงห์ ผู้อำนวยการสวนสัตว์นครราชสีมา เปิดเผยว่า สวนสัตว์นครราชสีมา ได้จัดกิจกรรมฉลองเทศกาลวันตรุษจีนต้อนรับปีมะโรงหรือปีงูใหญ่ ในวันที่ 8-10 กุมภาพันธ์ 2567 ซึ่งมีกิจกรรมมากมายเพื่อต้อนรับ ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้มีส่วนร่วมกับกิจกรรม ณ ส่วนแสดงตะโขง อาทิ กิจกรรมเสี่ยงเซียมซีรับคำทำนายดีๆ รับโชคปีมังกรทอง กิจกรรมหมุนวงล้อ 12 ราศีเสริมดวงชะตา สร้างพลังชีวิต รับรางวัลประจำราศี

ทั้งนี้ สำหรับกิจกรรมต่างๆ อาทิ กิจกรรม Zoo Passport ตามหาสติ๊กเกอร์สัตว์น่ารัก 4 จุดส่วนแสดง นำมาแรกรับของรางวัล, กิจกรรม keeper talk ให้ความรู้เกี่ยวกับสัตว์ป่าตามจุดแสดงต่างๆ ภายในสวนสัตว์ฯ, กิจกรรม Mascot dance เริงร่า ตัวแทนสัตว์ป่าน่ารัก ขวัญใจน้องๆ, กิจกรรมโชว์งูและ สอนการจับงูอย่างถูกวิธี ขอเชิญชวนคนไทยเชื้อสายจีนและนักท่องเที่ยวทุกท่าน ร่วมกิจกรรมต้อนรับเทศกาลตรุษจีน เสริมดวงชะตา สร้างพลังชีวิต ทำบุญเสริมสร้างบารมี สร้างสิริมงคล ต้อนรับปีมังกรทอง ที่สวนสัตว์นครราชสีมา

‘กรมการข้าว’ชวนชาวนาโหลดแอปฯ‘AllRice’ รวมคำแนะนำตั้งแต่ก่อนปลูก-เก็บเกี่ยว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/785937

‘กรมการข้าว’ชวนชาวนาโหลดแอปฯ‘AllRice’ รวมคำแนะนำตั้งแต่ก่อนปลูก-เก็บเกี่ยว

‘กรมการข้าว’ชวนชาวนาโหลดแอปฯ‘AllRice’ รวมคำแนะนำตั้งแต่ก่อนปลูก-เก็บเกี่ยว

วันพฤหัสบดี ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 14.37 น.

8 กุมภาพันธ์ 2567 กรมการข้าว แนะนำเเอปพลิเคชัน “AllRice” ระบบที่ปรึกษาของชาวนาไทย มุ่งหวังช่วยชาวนาให้ปลูกข้าวได้ผลผลิตดีขึ้นและลดต้นทุนการปลูกลง โดยแอปฯ ได้รวบรวมข้อมูลที่ชาวนาสามารถนำไปใช้ประโยชน์ เช่น “ปฏิทินข้าว” โดยขั้นตอนการลงทะเบียนใช้งานระบบปฏิทินข้าว ให้ผู้ใช้งานเลือกพันธุ์ข้าวที่ปลูก วิธีการปลูกและวันที่ปลูก แล้วเลือกคำสั่ง “วางเผนการปลูก” ระบบจะแสดงระยะในการดูแลข้าวตั้งแต่ก่อนปลูกจนถึงขั้นตอนการเก็บเกี่ยว พร้อมคำแนะนำในการดูแลข้าวในแต่ละระยะ 

สำหรับโทรศัพท์มือถือระบบปฏิบัติการ iOS สามารถดาวน์โหลดได้ที่ AppStore  และระบบ Android ที่ Google Play 

ชมคลิปวีดีโอแนะนำการดาวน์โหลดและการใช้งานแอปพลิเคชั่นเบื้องต้นได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=x7jVonyhTzM

ใช้งานระบบ “AllRice” ในรูปแบบเว็บไซต์ได้ที่ https://allrice.ricethailand.go.th/

‘ไชยา’ร่วมงาน 11 ปีกรมฝนหลวงฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/785810

วันพฤหัสบดี ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ ร่วมงานวันคล้ายวันสถาปนากรมฝนหลวงและการบินเกษตรครบรอบปีที่ 11 โดยอ่านสารอำนวยพรจาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรฯ ว่าขอแสดงความยินดีแก่ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สังกัดกรมฝนหลวงฯ เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาครบรอบปีที่ 11 ที่ผ่านมากรมฝนหลวงฯ มุ่งมั่นสืบทอดพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการแก้ปัญหาภัยแล้ง ไฟป่า หมอกควัน และยับยั้งความรุนแรงจากพายุลูกเห็บ ขณะเดียวกันได้วิจัยสร้างความรู้ นวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านการดัดแปลงสภาพอากาศ รวมถึงพัฒนาด้านการบินเพื่อการเกษตรอย่างต่อเนื่อง จึงขอให้เจ้าหน้าที่ร่วมกันพัฒนาให้กรมฝนหลวงฯ เป็นองค์กรอัจฉริยะด้านการบริหารจัดการน้ำในชั้นบรรยากาศและการบินเกษตรอย่างสมบูรณ์ตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวต่อไป

สำหรับนายไชยา ได้กล่าวแสดงความยินดี พร้อมให้โอวาทแก่เจ้าหน้าที่สังกัดกรมฝนหลวงฯ เพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรที่ประสบกับปัญหาภัยแล้ง ขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค รวมถึงแก้ปัญหาหมอกควัน PM2.5 ให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

จากนั้นนายไชยา พร้อมคณะได้ร่วมเปิดงาน “เปิดบ้านฝนหลวง ปี 2567” (Fonluang Open House 2024) โดยมีกิจกรรม ได้แก่ เสวนาในหัวข้อ “11 ปีฝนหลวง ต่อยอดนวัตกรรม นำเทคโนโลยี เพิ่มประสิทธิภาพการทำฝน” การนำเสนองานวิจัย เทคโนโลยี นวัตกรรม และความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยนักวิชาการและนักวิทยาศาสตร์ฝนหลวง 19 เรื่อง กิจกรรม Play & learn 6 บอร์ด อาทิ บอร์ดงานสายรุ้ง บอร์ดปรุงผสมบดโปรยสาร บอร์ดไอที smart บริการ บอร์ดบริหารจัดการด้านการบิน บอร์ดฟินไปกับฝนฟ้าและอากาศ และบอร์ดรับมือภัยธรรมชาติบนเส้นทางความยั่งยืน และการจัดแสดงเครื่องบินปฏิบัติการฯ

‘อนุชา’ผสานสถาบันศึกษา ปั้นเกษตรกรรุ่นใหม่-สร้างอาชีพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/785812

วันพฤหัสบดี ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายอนุชา นาคาศัย รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีเปิดนิทรรศการ “เกษตร อาหาร และสุขภาพ” ในโอกาสครบรอบ 90 ปี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “เงินบาทแรกของแผ่นดิน สู่ความมั่นคงด้านเกษตร อาหาร และสุขภาพ” โดยมี รศ.ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ตลอดจนผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ หัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วม ที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.เชียงใหม่ จากนั้นลงพื้นที่เยี่ยมชมแปลงสาธิตปลูกถั่วเหลืองพันธุ์ กวก เชียงใหม่ 7 ของนักศึกษาคณะผลิตกรรมเกษตร ตลอดจนเยี่ยมชมนิทรรศการภายในงาน และร่วมหารือกับสภาคณบดีสาขาเกษตรแห่งประเทศไทย

นายอนุชากล่าวว่า ชาติพันธุ์ของประเทศไทยเป็นชาติพันธุ์เกษตร เพราะประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศประกอบอาชีพทางด้านเกษตร จึงขับเคลื่อนแนวคิด “เงินบาทแรกของแผ่นดิน” คือ เงินจากน้ำ (ภาคประมง) เงินจากดิน (สวนไร่นา) และเงินจากหญ้า (ภาคปศุสัตว์) ซึ่งถือมีความสำคัญ เพราะเกษตรกรเป็นกำลังซื้อหลักของประเทศ ที่จะผลิตเม็ดเงิน เพื่อดันตัวเลข GDP ให้เติบโตขึ้นได้ อย่างไรก็ดีประเทศไทยมี GDP อยู่ที่ 16 ล้านล้านบาทร้อยละ 80 ของ GDP แบ่งเป็น ภาคการท่องเที่ยวร้อยละ 20 และภาคอุตสาหกรรมส่งออกและบริการ ร้อยละ 60 แต่ GDP ภาคเกษตรมีเพียงแค่ร้อยละ 7 – 8 ของ GDP ทั้งประเทศ
เป็นเงิน 1.3 ล้านล้านบาท

ดังนั้นเป้าหมายหลักของกระทรวงเกษตรฯ ต้องการส่งเสริม สนับสนุน เพื่อให้เกษตรกรไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถประกอบอาชีพได้อย่างยั่งยืน โดยการสร้างสินค้าเกษตรมีมูลค่าสูง มุ่งเน้นการทำเกษตรปลอดภัย นำไปสู่ความเชื่อมั่น สร้างมูลค่า สร้างรายได้จากการขายผลผลิต และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่หลากหลาย รวมถึงขณะนี้ได้เดินหน้าขับเคลื่อนการใช้ Agri Map เป็นฐานข้อมูลที่สำคัญในการวางแผนการทำเกษตรให้เหมาะสมกับสภาพดินและน้ำในแต่ละพื้นที่ สำหรับพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมกำหนดให้มีการปรับเปลี่ยนโดยแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งมาปลูกหญ้าเลี้ยงสัตว์ ซึ่งเป็นวิธีที่มีความเสี่ยงน้อยกว่าการทำเกษตรแบบเดิมที่ปลูกพืชเพียงอย่างเดียว เพราะการปลูกหญ้าเลี้ยงสัตว์นั้นทำได้ง่าย ไม่ต้องลงทุนสูง สามารถพลิกชีวิต ยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้นได้

“เชื่อมั่นว่าหากภาครัฐและสถาบันการศึกษาผนึกความร่วมมือกัน โดยใช้องค์ความรู้ที่มีส่งเสริมลูกหลานเกษตรกรไทย จะสามารถสร้างโอกาสให้กับเกษตรกร เยาวชน นักศึกษา บัณฑิต ผู้ประกอบการ และผู้ที่สนใจในการประกอบการทางการเกษตร สามารถที่จะร่วมมือกันขับเคลื่อนให้ไปสู่เป้าหมายความยั่งยืนได้ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งที่อยากเห็นลูกหลานเกษตรกรไทยได้เติบโตอย่างเข้มแข็ง ทั้งหมดนี้เราต้องร่วมกันปรับเปลี่ยน ซึ่งสิ่งที่จะทำให้เกษตรกรหลุดพ้นความยากจนได้ คือการทำปศุสัตว์” นายอนุชา กล่าว

รมช.เกษตรฯห่วงใย มุ่งช่วยผู้เลี้ยงสัตว์ รณรงค์ฉีดวัคซีน ป้องกันโรคระบาด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/785808

วันพฤหัสบดี ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ มอบหมายให้นายคุณากร ปรีชาชนะชัย ผู้ช่วยเลขานุการ รมว.เกษตรฯ เป็นประธานเปิดกิจกรรม Kick off โครงการการรณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย วัคซีนป้องกันโรคเฮโมรายิกเซปทิซีเมีย และวัคซีนลัมปี สกิน ครั้งที่ 1/2567 โดยมีผู้บริหาร เจ้าหน้าที่สังกัดกระทรวงเกษตรฯ และเจ้าหน้าที่ส่วนราชการจังหวัด ให้การต้อนรับ ที่โรงเรียนบ้านปราสาท หมู่ 5 ต.ท่าตูม อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ สำหรับวัตถุประสงค์ของการจัดงานครั้งนี้ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้เกษตรกรตระหนักถึงความสำคัญในการฉีดวัคซีนป้องกันโรคระบาดสัตว์ ซึ่งช่วยลดความสูญเสียให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ และสามารถช่วยให้ปศุสัตว์มีคุณภาพดีสามารถสร้าง
รายได้ให้กับเกษตรกรมากขึ้น

ผู้ช่วยเลขานุการ รมว.เกษตรฯ กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการจัดการปัญหาด้านโรคระบาดสัตว์ ซึ่งเป็นอาชีพเสริมสลับกับการเพาะปลูกของเกษตรกร โดยกรมปศุสัตว์ จัดให้มีการ Kick Off รณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคระบาดสัตว์ทั่วประเทศ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับคู่ค้าในต่างประเทศ พร้อมขอให้เกษตรกรดูแลสัตว์เลี้ยงอย่างใกล้ชิดซึ่งการฉีดวัคซีนจะช่วยให้สัตว์มีภูมิคุ้มกัน และลดการแพร่โรคระบาดต่อสัตว์ตัวอื่นได้ ทำให้ผู้บริโภคได้รับผลผลิตที่มีคุณภาพ เกษตรกรมีรายได้ดีและคู่ค้าในต่างประเทศมีความมั่นใจในการค้ากับประเทศไทย

คกก.แก้ปัญหาประมงทะเล เพิ่มวันทำการสูงสุด50วัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/785809

วันพฤหัสบดี ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ประชุมคณะกรรมการแก้ปัญหาประมงทะเล ครั้งที่ 2/2566 ที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบการเพิ่มวันทำการประมงให้กับเรือที่ใช้เครื่องมือประสิทธิภาพสูง รวมถึงเป็นการนำสัตว์น้ำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพตามค่าปริมาณสัตว์น้ำที่ได้รับอนุญาตทำการประมง แบ่งเป็น 1.ฝั่งอ่าวไทยกลุ่มเครื่องมือทำการประมงสัตว์หน้าดินเพิ่มวันทำการประมง 50 วัน กลุ่มเครื่องมือทำการประมงปลาผิวน้ำเพิ่มวันทำการประมง 50 วัน และกลุ่มเครื่องมือทำการประมงปลากะตักเพิ่มวันทำการประมง 30 วัน และ 2.ฝั่งอันดามัน กลุ่มเครื่องมือทำการประมงสัตว์หน้าดินเพิ่มวันทำการประมง 20 วัน กลุ่มเครื่องมือทำการประมงปลาผิวน้ำเพิ่มวันทำการประมง 30 วัน และกลุ่มเครื่องมือทำการประมงปลากะตักเพิ่มวันทำการประมง 50 วัน ซึ่งการจัดสรรดังกล่าวขึ้นอยู่กับจำนวนวันทำการประมงที่เหลืออยู่ของเรือประมงลำนั้น

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบ (ร่าง) กฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้องกับภาคการประมง 9 ฉบับ พร้อมสั่งการให้เร่งดำเนินการออกประกาศกฎหมาย เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนพี่น้องชาวประมง

‘รมว.ธรรมนัส สั่ง อธิบดีสุพิศ’ ลุยทำฝนหลวงดับฝุ่นพิษต่อเนื่อง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/785706

‘รมว.ธรรมนัส สั่ง อธิบดีสุพิศ’ ลุยทำฝนหลวงดับฝุ่นพิษต่อเนื่อง

‘รมว.ธรรมนัส สั่ง อธิบดีสุพิศ’ ลุยทำฝนหลวงดับฝุ่นพิษต่อเนื่อง

วันพุธ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 15.50 น.

‘รมว.ธรรมนัส สั่ง อธิบดีสุพิศ’ ลุยทำฝนหลวงดับฝุ่นพิษต่อเนื่อง พบมีฝนตกในพื้นที่ปริมณฑลฝั่งตะวันออก และค่าฝุ่นในพื้นที่ กทม. มีแนวโน้มลดลง

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 09.00 น. นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า ตามที่ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์สั่งการให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ปฏิบัติการฝนหลวงบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ทั้งบริเวณพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และโดยเฉพาะบริเวณกรุงเทพฯและปริมณฑล เนื่องจากพบว่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาพื้นที่บริเวณดังกล่าวมีค่าฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานอยู่ในระดับเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน (สีส้ม) ซึ่งมีสาเหตุมาจากการเผาชีวมวลในภาคตะวันออกและประเทศเพื่อนบ้าน พบจุดความร้อน (Hot Spot) ค่อนข้างสูง ประกอบกับบริเวณพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ได้รับอิทธิพลลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้ จึงส่งผลให้พัดพาฝุ่นละอองจากการเผาชีวมวลของประเทศเพื่อนบ้านเข้าสู่พื้นที่ภาคตะวันออกและพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมทั้งภาคกลางของประเทศไทย

นายสุพิศ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมฝนหลวงและการบินเกษตร มีการติดตามสถานการณ์และสภาพอากาศเป็นประจำทุกวัน โดยได้ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง ตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2566 เพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ประกอบด้วย 1. หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดระยอง สนามบินอู่ตะเภา อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง ใช้อากาศยานขนาดกลางชนิด CASA จำนวน 2 ลำ และอากาศยานขนาดเล็กชนิด CARAVAN จำนวน 2 ลำ เพื่อปฏิบัติการช่วยเหลือด้านฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ และปริมณฑล 2. หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงอำเภอหัวหิน สนามบินหัวหิน อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยใช้อากาศยานขนาดกลางชนิด CASA จำนวน 2 ลำ เพื่อปฏิบัติการช่วยเหลือด้านฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ และปริมณฑล และ 3. หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดนครสวรรค์ สนามบินนครสวรรค์ อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ โดยใช้อากาศยานขนาดเล็กชนิด CARAVAN จำนวน 2 ลำ เพื่อปฏิบัติการช่วยเหลือด้านเหนือของกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งทั้ง 3 หน่วยฯ จะสามารถปฏิบัติการฝนหลวงได้ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลได้อย่างทั่วถึง ส่วนในพื้นที่ภาคเหนือ ได้มีการจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดเชียงใหม่ สนามบินกองบิน 41 อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ และหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดพิษณุโลก สนามบินกองบิน 46 อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก เพื่อปฏิบัติการบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนและตอนล่างอีกด้วย

สำหรับการปฏิบัติการฝนหลวงภารกิจบรรเทาฝุ่นละอองขนาดเล็ก แบ่งออกเป็น 3 เทคนิค ได้แก่  

1. การปฏิบัติการฝนหลวงในขั้นตอนการก่อกวน โดยใช้สารฝนหลวงสูตร 1 (โซเดียมคลอไรด์) ปฏิบัติการบริเวณต้นลมของพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อก่อเมฆและเพิ่มปริมาณเมฆในพื้นที่เป้าหมาย 2. การปฏิบัติการฝนหลวงในขั้นตอนการเลี้ยงให้อ้วน โดยใช้สารฝนหลวงสูตร 8 แคลเซียมออกไซด์ หรือสูตร 6 แคลเซียมคลอไรด์ ปฏิบัติการบริเวณต้นลมบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงกับพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลมากที่สุด เพื่อเลี้ยงเมฆให้มีขนาดใหญ่ขึ้นและมีแรงดูดซับฝุ่นละออง และ 3. การปฏิบัติการเทคนิคการลดอุณหภูมิชั้นบรรยากาศผกผัน โดยการโปรยน้ำแข็งแห้งหรือการสเปรย์น้ำ เพื่อระบายฝุ่นละอองบริเวณระดับ inversion (ชั้นบรรยากาศผกผัน)หรือสูงกว่าระดับ inversion (ชั้นบรรยากาศผกผัน) เพื่อเปิดให้เกิดช่องระดับฝุ่นละอองขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศด้านบน

นายสุพิศ กล่าวต่อด้วยว่า ในระยะนี้สภาพอากาศมีแนวโน้มเข้าเงื่อนไขการปฏิบัติการฝนหลวง โดยมีความชื้นสัมพัทธ์ประมาณ 65 – 75% มีโอกาสบินปฏิบัติการแล้วมีฝนตก ซึ่งเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ผ่านมาหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดระยอง และอำเภอหัวหิน  จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ขึ้นบินปฏิบัติการดัดแปรสภาพอากาศเพื่อช่วยบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กใน     พื้นที่ภาคเหนือ กรุงเทพฯและปริมณฑล ส่งผลให้ค่าฝุ่นละอองในพื้นที่ดังกล่าวลดลง รวมถึงขึ้นบินปฏิบัติการ ฝนหลวงช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร ทำให้มีฝนตกในพื้นที่อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี

ทั้งนี้ กรมฝนหลวงและ การบินเกษตร ยังคงเฝ้าติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิดทุกวันเพื่อวางแผนขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวง ซึ่งหากสภาพอากาศเข้าเงื่อนไขจะมีการขึ้นบินปฏิบัติการทันที และพี่น้องประชาชนสามารถแจ้งข้อมูลและขอฝนหลวงได้เป็นประจำทุกวัน โดยติดต่อที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-109-5100 ต่อ 410 หรือช่องทางเพจ Facebook  กรมฝนหลวงและการบินเกษตร, Instagram, Tiktok, Twitter : @drraa_pr

กรมชลฯเร่งเก็บกัก น้ำในพื้นที่ภาคใต้ สำรองไว้หน้าแล้ง ให้เพียงพอใช้งาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/785574

วันพุธ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายสุริยพล นุชอนงค์ รองอธิบดีกรมชลประทาน รักษาราชการแทนอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวถึงสถานการณ์น้ำปัจจุบัน ว่าอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้นประมาณ 60,473 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 79 ของความจุอ่างฯรวมกัน เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้นประมาณ 18,060 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 73 ของความจุอ่างฯ รวมกัน จึงวางแผนจัดสรรน้ำช่วงฤดูแล้งปี 2566/67 ตามปริมาณน้ำต้นทุนที่มี ด้วยการจัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคเป็นหลัก รักษาระบบนิเวศ การเกษตร อุตสาหกรรม และสำรองไว้ใช้ในต้นฤดูฝนหน้าตามลำดับ จนถึงขณะนี้มีการจัดสรรน้ำในช่วงฤดูแล้งทั้งประเทศไปแล้วกว่า 4,668 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็นร้อยละ 22 ของแผนฯ เฉพาะลุ่มเจ้าพระยา มีการใช้น้ำไปแล้วประมาณ 1,088 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็นร้อยละ 18 ของแผนฯ ภาพรวมการบริหารจัดการน้ำยังคงเป็นไปตามแผน

สำหรับพื้นที่ภาคใต้ ที่ประสบปัญหาอุทกภัยช่วงที่ผ่านมา ปัจจุบันสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ประกอบกับปริมาณฝนจะเริ่มลดลงและใกล้เข้าสู่ฤดูแล้ง จึงเน้นย้ำให้โครงการชลประทานในพื้นที่บริหารจัดการน้ำควบคู่ไปกับการเก็บกัก เพื่อสำรองน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งให้ได้มากที่สุด พร้อมปฏิบัติตาม 9 มาตรการรองรับฤดูแล้ง ตามที่คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) เห็นชอบ อย่างเคร่งครัด