อสป.ทำ MOU หอการค้าฯ ส่งเสริมผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766362

วันพุธ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายปรีดา ยังสุขสถาพร ผอ.องค์การสะพานปลา (อสป.) กล่าวว่า ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย โดยมีนายเชาว์ชัย เจียมวิจิตร ประธานคณะอนุกรรมการค้าชายแดนและค้าข้ามแดน ด้านจีนตอนใต้ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย พร้อมคณะอนุกรรมการฯ และเครือข่าย ร่วมมือตกลงสร้างแผน ภายใต้ภารกิจ ศักยภาพกับทรัพยากรของแต่ละฝ่ายเพื่อดำเนินโครงการส่งเสริมการส่งออกผลิตภัณฑ์สินค้าสัตว์น้ำไทย และผลิตภัณฑ์สินค้าสัตว์น้ำแปรรูปออกสู่ตลาดจีนตอนใต้ในรูปแบบต่างๆ ให้ได้ประสิทธิภาพ

พร้อมกันนั้น ได้สนับสนุนการแลกเปลี่ยน เสริมสร้างความรู้ ประสบการณ์ ข้อมูลทางวิชาการต่อบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการขายผลิตภัณฑ์สินค้าสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์สินค้าสัตว์น้ำแปรรูป รวมถึงการให้บริการ การลงทุนแบบอีคอมเมิร์ซ กิจกรรมทางเศรษฐกิจกับเทคนิคการดำเนินธุรกิจ เพื่อยกกระชับความร่วมมือและพัฒนาศักยภาพทั้งสองฝ่ายร่วมกัน ที่สะพานปลาสมุทรสาคร

เกษตรฯร่วมงานนิทรรศการ SX2023

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766363

วันพุธ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายจิตติศักดิ์ ศรีปัญญา ผอ.กองนโยบายเทคโนโลยีเพื่อการเกษตรและเกษตรกรรมยั่งยืน กล่าวภายหลัง เข้าร่วมพิธีเปิดงาน Sustainability EXPO 2023 (SX 2023) มหกรรมด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน ครั้งที่ 4 ภายใต้แนวคิด “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก” (Sufficiency for Sustainability) โดยมี ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา และนายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด เข้าร่วม ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ ร่วมจัดงานดังกล่าวที่ศูนย์ฯสิริกิติ์ ว่าได้นำเสนอแนวคิดการเกษตรไทยกับศตวรรษแห่งความเปลี่ยนแปลงภาคการเกษตรไทยในบริบทความเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นวาระเร่งด่วนของโลก ผ่านโครงการและนโยบายเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงและยั่งยืนทางอาหาร ตลอดจนการปรับตัว และลดปัญหาโดยมุ่งหวังเป็นแนวทางปฏิบัติแก่เกษตรกร และประชาชนทั่วไปเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ หรือเข้าร่วมโครงการร่วมเรียนรู้เกี่ยวกับความท้าทายต่อความมั่นคงอาหาร การเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร การปรับตัว และการลดปัญหา

นอกจากนี้ นิทรรศการยังนำเสนอการขับเคลื่อนการดำเนินการต่างๆ รวมถึงเทคโนโลยีจากการวิจัยของหน่วยงานต่างๆ อาทิ เทคโนโลยีการผลิตข้าวรักษ์โลก เกร็ดเรื่องคาร์บอนเครดิตจากภาคการเกษตร โดยกรมการข้าว การใช้เทคโนโลยี AI เพื่อการบริหารจัดการดินและการวางแผนการเพาะปลูกพืช โดยกรมพัฒนาที่ดิน การบริหารจัดการขยะอาหาร (Food Waste) การสูญเสียอาหาร (Food Loss) โดยสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) การส่งเสริม Young Smart Farmer แพลตฟอร์มตลาดเกษตรกรออนไลน์ของกรมส่งเสริมการเกษตร หมูหลุม Zero Waste ต้นแบบสำหรับเกษตรกรในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยกรมปศุสัตว์การจัดแสดงผลิตภัณฑ์จากชนเผ่าดาราอั้ง ย้อมจากสีธรรมชาติโดยสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) เป็นต้น

‘ธรรมนัส’ดันเปลี่ยน ส.ป.ก. ออกโฉนดให้เกษตรกรก่อนสิ้นปี’66

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766364

วันพุธ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวในพิธีเปิดการประชุมสัมมนา เรื่อง แนวทางการขับเคลื่อนงานของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ประจำปีงบประมาณ 2567 โดยมีนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการ ส.ป.ก.และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่โรงแรมตรัง เขตพระนคร กทม. ว่า นโยบายรัฐบาลที่สำคัญ คือการผลักดันการเปลี่ยนที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 ให้เป็นโฉนด ให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้ ที่ดินสามารถตกถึงทายาท โดยเน้นย้ำให้กำหนดแนวทางการเร่งรัดให้ประชาชนมีสิทธิในที่ดิน และมอบหมายให้ ส.ป.ก.เร่งรัดจัดทำแนวทางการดำเนินงานให้เป็นรูปธรรม นำไปต่อยอดให้เข้าถึงแหล่งทุนได้ภายใน 100 วัน ตามนโยบาย “เกษตรกรกินดี อยู่ดี มีรายได้มีอาชีพมั่นคง สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ทรัพยากรเกษตรยั่งยืน และภาคเกษตรไทยคือผู้นำสินค้าเกษตรในตลาดโลก”

อย่างไรก็ดี ต้องพิจารณาทบทวนในเรื่องของข้อกฎหมายกรอบแนวทางใดที่สามารถเปลี่ยน ส.ป.ก.ให้เป็นโฉนดภายใต้กฎหมายเพื่อให้เกิดความรอบคอบ และมีกรอบเวลาที่ชัดเจน ไม่ให้ตกไปอยู่ในกลุ่มของนายทุน และต้องนำไปใช้ในภาคเกษตรเท่านั้น โดยมีการประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณากฎหมายและระเบียบ โดยเลขาธิการ ส.ป.ก. เป็นประธาน เพื่อร่วมกันพิจารณาข้อกฎหมาย รวมถึงระเบียบใดๆ ที่ยังติดขัด หลังจากนั้นคณะอนุกรรมการฯจะนำข้อสรุปหารือกับตนอีกครั้ง ก่อนเสนอในที่ประชุมคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมต่อไป

“เรื่องกฎหมายเราจะไม่ละเมิด แต่หากมีกฎหมายข้อใดที่ทำให้เกษตรกรไม่ได้รับความสะดวกสบาย ไม่ได้รับการพัฒนา ก็อาจจะต้องกลับมาพิจารณาทบทวนกฎหมายข้อนั้นๆ
หากเป็นปัญหาก็ต้องแก้ไข โดยกระทรวงเกษตรฯ จะเดินหน้าผลักดันการเปลี่ยน ส.ป.ก.ให้เป็นโฉนด เพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้พี่น้องเกษตรกร และเชื่อมั่นว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จก่อนสิ้นปีนี้ โดยเตรียมหารือจังหวัดนำร่อง แล้วจะเดินหน้าขับเคลื่อนเป็นโมเดลในแต่ละจังหวัดต่อไป” รมว.เกษตรฯ กล่าว

ด้าน ดร.วิณะโรจน์ กล่าวว่า ส.ป.ก.มีภารกิจหลักในการจัดที่ดินเพื่อเกษตรกรรมให้แก่เกษตรกร ผู้ไร้ที่ดินทำกิน และสถาบันเกษตรกร ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเกษตรกร การพัฒนาพื้นที่ปฏิรูปที่ดิน และการบริหารเงินกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ในปีงบประมาณ 2567 ส.ป.ก.ให้ความสำคัญกับข้อสั่งการของ รมว.เกษตรฯ ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดแนวทางการเปลี่ยนให้ ส.ป.ก.4-01 เป็นโฉนด รวมถึงนโยบายที่จะพัฒนาศูนย์บริการประชาชนภาคการเกษตร โดยมุ่งมั่นที่จะเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการของศูนย์บริการประชาชนผ่านการนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาปรับใช้ในการพัฒนาระบบการให้บริการ

‘กฟก.’เตรียมพร้อมการเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกรเป็นกรรมการกองทุนฟื้นฟูฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766257

‘กฟก.’เตรียมพร้อมการเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกรเป็นกรรมการกองทุนฟื้นฟูฯ

‘กฟก.’เตรียมพร้อมการเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกรเป็นกรรมการกองทุนฟื้นฟูฯ

วันอังคาร ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 15.03 น.

‘กฟก.’เตรียมพร้อมการเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกรเป็นกรรมการกองทุนฟื้นฟูฯ นับถอยหลังการเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกร 2566 คาดมีเกษตรกรสมาชิกออกมาใช้สิทธิจำนวนมาก

31 ตุลาคม 2566 ที่สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร กรุงเทพฯ นายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) เป็นประธานเปิดกิจกรรม Kick off นับถอยหลังการเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกร พ.ศ.2566 โดยมีผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ กฟก. เกษตรกรสมาชิก ร่วมงาน

นายสไกร เปิดเผยว่า ล่าสุดกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรได้การเตรียมความพร้อมและการรณรงค์เลือกตั้งผู้แทนเกษตรกรตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กำหนดให้มีการเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกร ในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2566 เพื่อเป็นกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จำนวน 20 คน แทนชุดเก่าที่หมดวาระไปเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2566 โดยมีสัดส่วนผู้แทนเกษตรกร ภูมิภาคที่ 1 ท้องที่จังหวัดในภาคเหนือ จำนวน 5 คน ภูมิภาคที่ 2 ท้องที่จังหวัดในภาคกลาง จำนวน 4 คน ภูมิภาคที่ 3 ท้องที่จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 7 คน และภูมิภาคที่ 4 ท้องที่จังหวัดในภาคใต้ จำนวน 4 คน โดยมีการเปิดรับสมัครไปแล้วระหว่างวันที่ 18 – 22 กันยายน 2566 ที่ผ่านมา มีผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้แทนเกษตรกรกว่า 100 คน

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เกษตรกรสมาชิกที่เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเลือกตั้ง และสื่อมวลชน ได้เห็นภาพและเข้าในตรงกันในการจัดการเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกรเป็นกรรมการกองทุนพื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จึงมีการจำลองหรือสาธิตการเลือกตั้งเสมือนจริง ตั้งแต่การตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง การตรวจสอบรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง การกาบัตรเลือกตั้ง การหย่อนบัตรเลือกตั้ง การวินิจฉัยบัตรดี บัตรเสียของกรรมการประจำหน่วย การนับคะแนน และการประกาศผลเลือกตั้ง เพื่อให้ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกัน และเป็นKick of นับถอยหลังการเลือกตั้ง โดยคาดว่าจะมีเกษตรกรสมาชิกออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งจำนวนมาก เนื่องจากมีการรณรงค์ และประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และเกษตรกรมีความตื่นตัวสูง เนื่องจากการเลือกตั้งเกี่ยวข้องกับการสร้างอาชีพ การพัฒนา และยกระดับภาคเกษตรกรรรมโดยตรง

สำหรับผู้แทนเกษตรกร เป็นองค์ประกอบหนึ่งในคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ทำหน้าที่เป็นปากเป็นเสียงแทนเกษตรกรสมาชิกสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯ 6.8 ล้านคน ส่วนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 5.2 ล้านคนจะร่วมกำหนดนโยบายการแก้ไขปัญหาหนี้สิน และการฟื้นฟูอาชีพเพื่อพัฒนาศักยภาพของเกษตรกร ให้มีความสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ให้กับเกษตรกร นอกจากนี้ยังเป็นตัวแทนในการเข้ามาแก้ไขและพัฒนาภาคเกษตรกรรม ให้เกษตรกรและกลุ่มเกษตรกรมีความเข้มแข็งและยั่งยืนในการประกอบอาชีพ

“ขณะนี้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจัดเลือกตั้งทั้งหมด มีความพร้อมอย่างเต็มที่ เพื่อดำเนินการจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย บริสุทธิ์ และยุติธรรม จึงขอเชิญชวนพี่น้องเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกร ในวันอาทิตย์ที่ 12 พฤศจิกายน 2566 ตั้งแต่เวลา 08.00น. – 15.00 น. เข้าคูหากาเบอร์เดียว ตรวจสอบรายชื่อและหน่วยเลือกตั้งได้ ณ ที่ว่าการอำเภอ/เขต หรือ กฟก.สาขาจังหวัด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เบอร์ 08 0070 2334 , 08 0070 2991 หรือเว็บไซต์ http://www.frdfund.org” เลขาธิการ สำนักงาน กฟก.กล่าว ///////-005

อ.ต.ก.จัดสินค้าคุณภาพ ส่งถึงผู้บริโภคลดค่าครองชีพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766144

วันอังคาร ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานพิธีเปิดงานโครงการ “สินค้าเกษตรคุณภาพ ลดค่าครองชีพ” เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา ครบรอบ 49 ปี พร้อมด้วยนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายปณิธาน มีไชยโย ผอ.องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ และเจ้าหน้าที่องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร เข้าร่วม ที่องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร ว่าการจัดงาน “สินค้าเกษตรคุณภาพ ลดค่าครองชีพ” มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนสถาบันเกษตรกรผู้ผลิตด้านการตลาด โดยการขยายช่องทางการจำหน่ายสินค้าทางการเกษตรให้เชื่อมโยง
ระหว่างเกษตรกรสู่ผู้บริโภคโดยตรง สร้างโอกาสเพิ่มรายได้แก่เกษตรกร และกระตุ้นความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย

ร.อ.ธรรมนัสกล่าวต่อว่า ได้ให้ความสำคัญในการดูแลพี่น้องเกษตรกรอย่างมากให้อยู่ดีมีสุข มีรายได้อย่างมั่นคง พร้อมขับเคลื่อนตามนโยบายของรัฐบาลในการยกระดับด้านการเกษตร และส่งเสริมสนับสนุนสถาบันเกษตรกรให้เกิดความเข้มแข็ง เพื่อผลักดันสินค้าที่ผ่านการคัดสรรจากเกษตรกรกระจายผลผลิตออกนอกแหล่งผลิต ก่อให้เกิดการเชื่อมโยงสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพเข้าสู่ระบบการตลาดขององค์การตลาดเพื่อเกษตรกร ในการยกระดับสินค้าเกษตร เสริมศักยภาพเกษตรกร รวมถึงเพิ่มทักษะการพัฒนารูปแบบสินค้าและผลิตภัณฑ์ โดยใช้หลักการตลาดนำนวัตกรรม สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตร เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรให้มีความมั่นคงในอาชีพเกษตรกรรม สร้างรายได้ สามารถพึ่งพาตนเองได้

ทั้งนี้ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร ได้ดำเนินงานโครงการตลาดสินค้าเกษตร เพื่อสร้างโอกาสให้เกษตรกรเกิดการเรียนรู้ สร้างเครือข่าย สร้างช่องทางการจำหน่าย เพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตร รวมทั้งสามารถพัฒนาเป็นองค์ความรู้ที่เหมาะสม และก่อให้เกิดตลาดสินค้าเกษตรคุณภาพแบบถาวรและยั่งยืน

สำหรับกิจกรรม “สินค้าเกษตรคุณภาพ ลดค่าครองชีพ” ได้นำผลผลิตทางการเกษตรรวมถึงสินค้า อุปโภค-บริโภค ผลิตภัณฑ์แปรรูป ผัก ผลไม้สด และกล้วยไม้สายพันธุ์ต่างๆ จำหน่ายในราคาพิเศษ เช่น ส้มโอทับทิมสยาม จ.นครศรีธรรมราช , ทุเรียน จ.ปราจีนบุรี พริกแกง จ.สงขลา,พืชผักสวนครัว จ.ราชบุรี, สับปะรดห้วยมุ้น จ.อุตรดิตถ์ และกาแฟโรบัสต้า จ.ชุมพร เป็นต้น

‘ธรรมนัส’หารือ จับมือรมว.พาณิชย์ ปรับสมดุลต้นทุน ผลิต-ขายสินค้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766143

วันอังคาร ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ อนุญาตให้สมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ เข้าพบที่ห้องประชุมกระทรวงเกษตรฯ ซึ่งสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ นำโดยนายมาโนช ชูทับทิม นำเกษตรกรที่เป็นสมาชิกสมาคมฯ เข้าพบและหารือถึงการลดต้นทุนอาหารสัตว์ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 70% จากเมื่อครั้งก่อนที่จะเกิดการปรับตัวเพิ่มขึ้นของต้นทุนการผลิต ทั้งเรื่องอาหารสัตว์และพลังงาน ส่งผลให้ราคาปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 17 บาท/กิโลกรัม จากเมื่อปี 2563 ราคาอาหารสัตว์สำหรับไก่ไข่ อยู่ที่ราคา 10 บาท/กิโลกรัม

สำหรับการหารือดังกล่าว เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ต้องการให้ภาครัฐเข้าดูแลเรื่องต้นทุนการผลิต โดยต้องการให้มีการพิจารณาปรับลดต้นทุนลงบ้าง เพราะขณะนี้ราคาน้ำมัน ราคาข้าวสาลี และข้าวโพด ต่างลดลงมาแล้ว แต่ราคาอาหารสัตว์ซึ่งคิดเป็นต้นทุนมากกว่า 70% ของการเลี้ยงไก่ไข่ ยังไม่มีท่าทีที่จะลดลง

อย่างไรก็ดี รมว.เกษตรฯจะหารือประเด็นดังกล่าวกับนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ เพื่อปรับสมดุลของอุตสาหกรรมการผลิตไข่ไก่ ให้มีความสมดุลระหว่างราคาผลิตและราคาที่ผู้บริโภคซื้อ เพื่อให้ทุกฝ่ายอยู่ได้อีกทั้งเพื่อให้เกษตรกรได้ขายสินค้าในราคาเป็นธรรม และผู้บริโภคได้บริโภคสินค้าคุณภาพสูงในราคาที่ไม่สูงจนเกินไป

51ปีกรมวิชาการฯมุ่งสร้างนวัตกรรมฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/765913

วันจันทร์ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวในโอกาสเป็นประธานวันสถาปนากรมวิชาการเกษตรครบรอบ 51 ปี โดยมีนายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร และคณะ เข้าร่วม ว่ามุ่งเน้นการบริหารจัดการภาคเกษตรที่ครบถ้วนทุกด้าน ตั้งแต่ดิน น้ำ พันธุ์พืช นวัตกรรม ด้วยการสนับสนุนให้ปลูกพืชที่เหมาะสมกับพื้นที่ พัฒนาพันธุ์พืชที่ตอบโจทย์ความต้องการของเกษตรกร การใช้สารชีวภัณฑ์ลดใช้สารเคมี ประกาศสงครามกับปุ๋ยและเคมีเกษตรปลอม ตลอดจนทำสงครามกับศัตรูพืช

ร.อ.ธรรมนัสกล่าวอีกว่า ในโอกาสที่กรมวิชาการเกษตรก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่ 6 ต้องมีอุปกรณ์ห้องปฏิบัติการที่ทันสมัย สามารถให้บริการตรวจสอบรับรองที่ฉับไว ห้องปฏิบัติการแห่งอนาคต “DOA Future Lab”จึงเป็นการยกระดับเทคโนโลยีนวัตกรรม ห้องปฏิบัติการที่ล้ำสมัย เพื่อสร้างศักยภาพในการแข่งขัน ลดปัญหาและอุปสรรคทางการค้าระหว่างประเทศด้วยการยกระดับห้องปฏิบัติการส่วนภูมิภาคให้ได้มาตรฐานระดับสากล ที่อ้างอิงได้ในระดับประเทศและระดับนานาชาติ รวมทั้งพัฒนางานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมสมัยใหม่ ที่สามารถนำไปต่อยอดใช้ประโยชน์ได้อย่างแท้จริง สร้างคุณค่าให้กับองค์กรให้เติบโต เข้มแข็งขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์ให้กับการพัฒนาการเกษตรของประเทศอย่างมีนัยสำคัญและยั่งยืน

สำหรับแนวทางในการดำเนินงานมีโครงการที่สามารถดำเนินการได้ทันที ได้แก่ การประกาศสงครามกับศัตรูพืช เข้มงวดการตรวจสินค้านำเข้าเพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย เร่งการวิจัยพัฒนาพืชที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงเพื่อยกระดับสินค้าเกษตร และเสริมศักยภาพเกษตรกร Plant Base Food ส่งเสริมการจัดการ Carbon Credit ในพืชเศรษฐกิจที่สำคัญเพื่อสร้างรายได้เพิ่มให้เกษตรกร การแก้ปัญหาฝุ่น ควัน PM2.5 ภาคการเกษตร และการเตรียมการเพื่อรองรับการแก้ไขปัญหา Climate Change

เกษตรฯเปิดบ้านรับเอกชน หารือส่งออกสินค้าสัตว์ปีก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/765914

วันจันทร์ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจากนายไชยา พรหมา รมช.เกษตรฯ เพื่อหารือกับบริษัทไทสัน ฟู้ดส์ ประเทศไทย (Tyson Foods Thailand) ตามที่บริษัทฯ ได้ขออนุญาตเข้าพบ โดยมีนายทอดด์เมนโนติ (Mr.Todd Meotti) ผอ.อาวุโสฝ่ายประสานงานภาครัฐระดับนานาชาติ พร้อมคณะ เข้าร่วมโดยทางบริษัทฯ ขอติดตามความคืบหน้าการส่งออกผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกของบริษัท ไทสัน ฟู้ดส์ ประเทศไทย ใน 2 ประเด็น ได้แก่ 1.การขอขึ้นทะเบียนสถานประกอบการแปรรูปเนื้อไก่ เนื้อไก่แปรรูป/ปรุงสุก ที่มีฐานการผลิตในประเทศไทย เพื่อส่งออกไปยังประเทศซาอุดีอาระเบีย และ 2.การส่งออกเนื้อไก่และผลิตภัณฑ์ไปยังไต้หวัน ซึ่งประเทศไทยได้ขอเปิดตลาดเนื้อสัตว์ปีก เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกไทยให้มากขึ้น

ทั้งนี้ กรมปศุสัตว์ อยู่ระหว่างการประสานนำส่งข้อมูลให้ฝ่ายซาอุดีอาระเบียและไต้หวัน ซึ่งจะเร่งรัดให้สำเร็จโดยเร็วและหวังเป็นอย่างยิ่งว่าประเทศไทยจะได้รับการตอบรับในเชิงบวก ส่วนในด้านของบริษัทฯ พร้อมให้ความร่วมมือกับฝ่ายไทยในการเสริมสร้างความยั่งยืนด้านการผลิตอาหารสัตว์เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อการผลักดันการส่งออกสัตว์ปีกไทยในอนาคตที่ประสบความสำเร็จและยั่งยืน

‘ธรรมนัส’รุดพบปะ เครือข่ายสลัม4ภาค เสนอตั้งคณะทำงาน แก้ปัญหาสหกรณ์ฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/765909

วันจันทร์ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ประชุมรับฟังปัญหาของกลุ่มเครือข่ายสลัม 4 ภาค นำโดย น.ส.กรรณิการ์ ปู่จินะ และขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-Move) นำโดยนายจำนงค์ หนูพันธ์ โดยมี นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นายธิติ โลหะปิยะพรรณผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายมงคล สมอุดร รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

ทั้งนี้ เครือข่ายสลัม 4 ภาคได้ติดตามความคืบหน้าการแต่งตั้งคณะทำงานแก้ไขปัญหาการดำเนินงานสหกรณ์เพื่อบริหารที่ดินและดำเนินโครงการบ้านมั่นคง ตามที่เคยได้ยื่นหนังสือต่อ รมว.เกษตรฯ เพื่อขอให้แก้ปัญหาการดำเนินการสหกรณ์ ให้สมาชิกกลุ่มจัดตั้งเป็นสหกรณ์ได้ นำไปสู่การเช่าที่ดินเพื่ออยู่อาศัยและทำกินได้ โดย รมว.เกษตรฯ ได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งดำเนินการตามที่เครือข่ายได้เสนอ เพื่อช่วยเหลือในเรื่องที่ดินทำกิน ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม อย่างไรก็ดี เรื่องใดที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงเกษตรฯ ขอยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการแก้ปัญหาให้เร็วที่สุด และดำเนินการตามขั้นตอนและกระบวนการกฎหมาย ด้วยความบริสุทธิ์เป็นธรรม และให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วม ซึ่งหากตั้งคณะทำงานแล้วเสร็จจะเร่งประชุมเพื่อพิจารณาทบทวนระเบียบ หรือเงื่อนไขที่ยังทำให้ติดขัด เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างคล่องตัวและรวดเร็วมากขึ้น

กรมวิชาการฯขยายผล งานวิจัยใช้พืชพันธุ์ดี-เทคโนโลยี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/765912

วันจันทร์ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า ได้ขยายผลงานวิจัยพร้อมใช้ประโยชน์ด้านพืชพันธุ์ดีและเทคโนโลยีการผลิตพืชสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ตามแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ซึ่งปัจจุบันโครงการตามแนวพระราชดำริต่างๆ ก็ยังคงได้รับการสืบสาน รักษา ต่อยอด จากพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในการช่วยเหลือพัฒนาคุณภาพความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ก่อให้เกิดโครงการตามแนวพระราชดำริ มากกว่า 100 โครงการ

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรเพชรบุรี สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 5 หน่วยงานในพื้นที่ของกรมวิชาการเกษตรที่ได้ร่วมบูรณาการและสนองแนวพระราชดำริผ่านโครงการพระราชดำริต่างๆ ตัวอย่างหนึ่งของการดำเนินการขับเคลื่อนงานวิจัย คือการขยายผลการผลิตพืชพันธุ์ดีและเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับสภาพภูมิสังคมของเกษตรในพื้นที่ อ.ท่ายาง และ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี โดยดำเนินงานภายใต้โครงการตามแนวพระราชดำริ 3 โครงการ

นายระพีภัทร์กล่าวต่อว่า พืชพันธุ์ดีและเทคโนโลยีการผลิตพืชนับเป็นตัวแปรสำคัญที่ช่วยยกระดับมาตรฐานการผลิตของเกษตรกร โดยพืชพันธุ์ดีที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรเพชรบุรีได้กระจายพันธุ์ดีสู่เกษตรกรโดยมีโครงการตามแนวพระราชดำริเป็นศูนย์กลางในการถ่ายทอดความรู้ ได้แก่ สับปะรดพันธุ์เพชรบุรี มีลักษณะเด่นคือให้ผลผลิตต่อไร่ สูงกว่า 5.3 ตัน รสชาติหวานอมเปรี้ยว มีกลิ่นหอมเนื้อกรอบ สีเนื้อเหลืองอมส้มสม่ำเสมอ สามารถแกะแยกผลย่อยหรือตาออกจากกันง่าย และอ้อยคั้นน้ำสุพรรณบุรี 50 มีลักษณะเด่นคือให้ผลผลิตน้ำอ้อยต่อไร่สูง รสชาติดี มีกลิ่นหอม น้ำอ้อยมีสีสวยไว้ตอได้ดีไม่ต้องปลูกใหม่

อย่างไรก็ดี ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรเพชรบุรี ได้ขยายผลการผลิตสับปะรดพันธุ์เพชรบุรีพร้อมเทคโนโลยีการผลิตของกรมวิชาการเกษตร คือการใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินร่วมกับการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ และการปฏิบัติตามแนวทางการป้องกันกำจัดโรคเหี่ยวในสับปะรด ตามคำแนะนำจะมีผลผลิตต่อไร่เฉลี่ย 7.7 ตัน ซึ่งหากมีการปลูกสับปะรดพันธุ์เพชรบุรีทดแทนพันธุ์ปัตตาเวีย จะส่งผลให้เกษตรมีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 10,674บาทต่อไร่ เมื่อคำนวณพื้นที่เพาะปลูกของ จ.ประจวบคีรีขันธ์ รวมกับ จ.เพชรบุรี มีพื้นที่เพาะปลูกรวม 194,000 ไร่ ส่งผลให้มีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 2,071 ล้านบาท

สำหรับอ้อย ได้ดำเนินการขยายผลการผลิตอ้อยคั้นน้ำสุพรรณบุรี 50 โดยใช้เทคโนโลยีการใช้ชีวภัณฑ์แมลงหางหนีบขาวงแหวนในการควบคุมแมลงศัตรูพืช และการปฏิบัติตามแนวทางการป้องกันกำจัดโรคใบขาวอ้อย ซึ่งการปฏิบัติตามคำแนะนำดังกล่าวจะมีผลผลิตน้ำอ้อยต่อไร่สูงถึง 5,960 ลิตร ส่งผลให้เกษตรมีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 7,420 บาทต่อไร่ เมื่อคำนวณพื้นที่เพาะปลูกของ จ.เพชรบุรี มีพื้นที่เพาะปลูกรวม 33,300 ไร่ ส่งผลให้มีรายได้เพิ่มขึ้น 247 ล้านบาท ปัจจุบันมีเกษตรกรที่สามารถจัดทำแปลงขยายผลเทคโนโลยีได้ 17 ราย แบ่งเป็นเกษตรกรผู้ผลิตสับปะรด 12 ราย และเกษตรกรผู้ผลิตอ้อยคั้นน้ำ 5 ราย