เมืองสามหมอกเปิดฤดูกาลท่องเที่ยว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766883

วันศุกร์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผวจ.แม่ฮ่องสอน พร้อมด้วย นายสมชาย ลีหล้าน้อย รอง ผวจ. นายปกรณ์ จีนาคำ สส.แม่ฮ่องสอน พรรคพลังประชารัฐ ว่าที่ร้อยตรีภาณุวัฒน์ ขัดนาค ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท. สำนักงานแม่ฮ่องสอน, นางสาวมัลลิกา จีนาคำ นายกเทศมนตรีเมืองแม่ฮ่องสอน หัวหน้าส่วนราชการ ประชาชนและนักท่องเที่ยว ร่วมกันประชาสัมพันธ์เปิดฤดูกาลท่องเที่ยวต้อนรับลมหนาว ส่งเสริมการท่องเที่ยว จ.แม่ฮ่องสอน สร้างการรับรู้ไปยังกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งเป็นการเปิดถนนคนเดิน ณ ริมสวนสาธารณะหนองจองคำ ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ไปจนถึงเดือนมีนาคม 2567 โดยภายในงานประกอบด้วย การแสดงศิลปวัฒนธรรม ในรูปแบบ Street Show ซึ่งเป็นการเดินแสดงบริเวณถนนคนเดิน และมีการแถลงทิศทางการท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอนในรูปแบบการเสวนา นำโดย นายเชษฐา โมสิกรัตน์ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน, ว่าที่ร้อยตรีภาณุวัฒน์ ขัดนาค ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท. สำนักงานแม่ฮ่องสอน, และนางสาวมัลลิกาจีนาคำ นายกเทศมนตรีเมืองแม่ฮ่องสอน จากนั้นมีพิธีเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอน มีการแสดงของศิลปิน “ไม้เมือง” สลับกับการแสดงศิลปะวัฒนธรรมของชาวแม่ฮ่องสอน อาทิ กิงกะหร่านก โต ระบำไต และการจับสลากรางวัลให้แก่ผู้เข้าร่วมงาน และจับสลากรางวัลให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง ช่วง Green Season ของ ททท. สำนักงานแม่ฮ่องสอน ร่วมกับสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ในกิจกรรม Beyond Flying ตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม – 31 ตุลาคม 2566 โดยได้รับการสนับสนุนรางวัลตั๋วโดยสารเครื่องบินจากสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ในเส้นทาง แม่ฮ่องสอน – ลำปาง – กรุงเทพฯ จำนวน 2 รางวัล และยังได้รับการสนับสนุนจากธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จังหวัดแม่ฮ่องสอนอีกด้วย

รมว.เกษตรฯประชุมบริหาร ขับเคลื่อนงานเห็นผลใน3เดือน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766884

วันศุกร์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ประชุมนำเสนอโครงการสำคัญ Flagship Project เพื่อขับเคลื่อนนโยบายตามกลุ่มภารกิจต่างๆ ได้แก่ กลุ่มงานภารกิจด้านบริหารจัดการทรัพยากรเพื่อการผลิต กลุ่มภารกิจด้านพัฒนาการผลิต กลุ่มภารกิจด้านส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรและระบบสหกรณ์ และส่วนราชการที่ไม่ได้อยู่
ภายใต้กลุ่มภารกิจ รัฐวิสาหกิจ และองค์การมหาชน โดยมี นายอนุชา นาคาศัย รมช.เกษตรฯ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ และหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรฯเข้าร่วม

ส่วนการดำเนินงานของกลุ่มงานภารกิจด้านบริหารจัดการทรัพยากรเพื่อการผลิต ประกอบด้วย กรมชลประทาน สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) กรมพัฒนาที่ดิน และกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กลุ่มภารกิจด้านพัฒนาการผลิต ประกอบด้วย กรมประมง กรมปศุสัตว์ กรมวิชาการเกษตร กรมการข้าว และกรมหม่อนไหม กลุ่มภารกิจด้านส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรและระบบสหกรณ์ ประกอบด้วย กรมส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ส่วนราชการที่ไม่ได้อยู่ภายใต้กลุ่มภารกิจ ประกอบด้วย สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร และสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) นอกจากนี้ยังมีการดำเนินงานของหน่วยงานในสังกัด ทั้งรัฐวิสาหกิจ และองค์การมหาชน อาทิ การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อสค.) องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ฯลฯ โดย รมว.เกษตรฯ เน้นย้ำการดำเนินงานให้เห็นผลเป็นรูปธรรม สามารถวัดผลได้ภายในระยะ 3 เดือน อย่างไรก็ดี ต้องมีการพูดคุยและปรับรูปแบบการทำงาน เพื่อให้มีการพัฒนาและปรับปรุงการทำงานอย่างต่อเนื่อง

ไทย-มาเลเซียจับมือ หารือร่วมทำMOU งานด้านการเกษตร พัฒนาหลายสาขา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766876

วันศุกร์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ หารือความร่วมมือด้านการเกษตรกับนายโมฮัมหมัด ซาบุ (H.E. Datuk Seri Haji Mohamad bin Sabu) รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและความมั่นคงอาหารของมาเลเซีย โดยมีนายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ น.ส.ลดา ภู่มาศ เอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ นายถาวร ทันใจ รองอธิบดีกรมประมง นายประภาส ภิญโญชีพรองอธิบดีกรมปศุสัตว์ ผอ.สำนักการเกษตรต่างประเทศ อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายเกษตร) ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงจาการ์ตาและเจ้าหน้าที่สังกัดกระทรวงเกษตรฯเข้าร่วม ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

สำหรับการหารือร่วมกันในครั้งนี้ทั้งสองฝ่ายเห็นควรพัฒนาความร่วมมือทางวิชาการและการค้าสินค้าเกษตรระหว่างกันให้เพิ่มมากขึ้นรวมถึงการอำนวยความสะดวกทางการค้าทั้งสินค้าพืชประมงและปศุสัตว์ โดยเฉพาะการส่งออกโคเนื้อ และแพะของไทย นอกจากนี้มาเลเซีย ประสงค์จะนำเข้าข้าวและไก่จากไทยเพิ่มขึ้นด้วย

ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกันที่จะเร่งรัดจัดทำบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการเกษตรเพื่อพัฒนาความร่วมมือด้านการเกษตรในหลายสาขาที่สนใจร่วมกันในอนาคตอันใกล้นี้

ชาวจันทบุรีสั่งรากทุเรียน พันธุ์หมอนทอง800ต้น โตเร็วผลดกเนื้ออร่อย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766877

วันศุกร์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ร้านปาดแม่โจ้พันธุ์ไม้ สาขาปริก ต.ปริก อ.สะเดา จ.สงขลา ได้มีชาวจังหวัดจันทบุรี นำรถบรรทุกพ่วง ป้ายจังหวัดจันทบุรี มาบรรทุกต้นทุเรียนเสริมรากถึง 3 ราก พันธุ์หมอนทอง จำนวน 800 ต้น หลังจากที่ศึกษา และติดตามดูชาวจันทบุรี และติดตามทางช่องยูทูบของปาดแม่โจ้พันธุ์ไม้ พบว่าผู้ที่สั่งซื้อทุเรียนหมอนทองเสริมราก 3 หรือ 4 ราก จากร้านดังกล่าว เมื่อนำไปปลูกที่จังหวัดจันทบุรีแล้วพบว่าต้นทุเรียนเสริมรากโตเร็วและให้ผลผลิตมาก เนื้อทุเรียนก็อร่อย จึงตัดสินใจสั่งทุเรียนเสริมรากจากร้านปาดแม่โจ้พันธุ์ไม้ วันนี้จึงได้นำรถบรรทุกพ่วงขับลงมารับต้นกล้าทุเรียนเสริมราก 3 ราก จำนวน 800 ต้น 

ทางด้าน นายเผชิญศักดิ์ สาสุธรรม เจ้าของร้าน ปาดแม่โจ้พันธุ์ไม้ กล่าวว่า “ทุเรียนเสริมรากผมทำมา ตอนนี้ก็ปีที่ 4 ปีที่ 5 แล้ว เริ่มจากเราทำ และก็จำหน่ายลอตแรกที่เราส่งไปจันทบุรีเป็นลูกค้าที่นำไปปลูกทดลองประมาณ ร้อยสองร้อยต้น ชุดนั้นเขาได้ผลผลิต ลูกค้ารายเดิมท่านนั้นนะครับสั่งทางร้านเรามาตลอดทุกปี ปีนี้ก็มีปีนี้สั่งไป 400 ต้น ย้อนกลับทีแล้วสั่ง 500 ต้นทุกปี เพราะว่าเขาเอาไปปลูกโตเร็ว โตเร็วมาก แล้วก็ติดลูกดี อีกอย่างหนึ่งก็คือหลังจากติดลูก หรือหลังจากการเก็บเกี่ยว ต้นจะไม่ค่อยโทรม เพราะรากที่เราเสริมเข้าไป เป็นการช่วยหาอาหารมาเลี้ยงต้น ทำให้ต้นแข็งแรงสมบูรณ์”

‘ธรรมนัส’ลงพื้นที่แก้ปัญหา จัดการอุทกภัยจ.ตากอย่างยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766878

วันศุกร์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการและพบปะประชาชน เกษตรกร อ.สามเงา และ อ.บ้านตาก หลังจากรับผลกระทบจากน้ำท่วมก่อนหน้านี้ ซึ่ง จ.ตาก มีพื้นที่ 5 อำเภอ ที่ได้รับผลกระทบ แบ่งเป็นด้านพืช เกษตรกรได้รับผลกระทบ 3,268 ราย พื้นที่คาดว่าจะเสียหายทั้งข้าว 7,643 ไร่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์6,843 ไร่ มันสำปะหลัง 1,025 ไร่ ไม้ผล(กล้วยและฝรั่ง) 1,500 ไร่ พืชผัก 71 ไร่รวม 17,011 ไร่ ด้านปศุสัตว์ เกษตรกรได้รับผลกระทบ 201 ราย สัตว์ (โค) 3,213 ตัวด้านประมง เกษตรกรได้รับผลกระทบ 1,066 ราย พื้นที่บ่อดินเสียหาย 547 ไร่

สำหรับการให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น กรมชลประทาน ได้ติดตามสถานการณ์และแก้ปัญหาระยะยาว นอกจากนี้กรมปศุสัตว์ ได้มอบเสบียงอาหารสัตว์หญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่เกษตรกรด้วยทำให้ปัจจุบันสถานการณ์ได้เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ทั้งนี้ กรมชลประทาน มีโครงการพัฒนาแหล่งน้ำใน จ.ตาก ที่ดำเนินแล้วเสร็จรวม 34 แห่ง แบ่งเป็น โครงการขนาดกลาง17 แห่ง ความจุรวม 87.30 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) และโครงการขนาดเล็ก 17 แห่ง ความจุรวม 6.17 ล้าน ลบ.ม.

อย่างไรก็ดี กรมชลประทาน มีแผนพัฒนาแหล่งน้ำที่สำคัญของ จ.ตาก 5 แผน ได้แก่ 1.อ่างเก็บน้ำห้วยฉลอม (อ.บ้านตาก) 2.อาคารบังคับน้ำบ้านแม่ยะ(อ.บ้านตาก) 3.โครงการระบบผันน้ำจากเขื่อนภูมิพลไปยังฝั่งตะวันออกสู่คลองแม่ระกา จ.ตาก (อ.เมือง) 4.โครงการพัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำในลุ่มน้ำวัง จ.ตาก (อ.สามเงา และ อ.บ้านตาก) และ 5.อ่างเก็บน้ำห้วยแม่ปะแล้ง (อ.แม่สอด) โดยอ่างเก็บน้ำห้วยฉลอม (อ.บ้านตาก) มีแผนดำเนินการในปี 2567 ระยะเวลาโครงการ 4 ปี (พ.ศ.2567–2570) เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคและน้ำเพื่อการเกษตร ในพื้นที่ 3 อำเภอ คือ อ.เมือง อ.บ้านตาก และ อ.สามเงา มีพื้นที่ได้รับประโยชน์ 9,000 ไร่ปัจจุบันได้มีการดำเนินงานออกแบบแล้วเสร็จ พร้อมทั้งมอบกรมชลประทาน ศึกษาและออกแบบเพิ่มเติมทั้งในโครงการที่เหลือ ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

ในการนี้ รมว.เกษตรฯ ได้มอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.4-01) อ.สามเงา และ อ.บ้านตาก 10 ราย 10 แปลง เนื้อที่69-2-59 ไร่ มอบถุงยังชีพ 500 ถุง มอบข้าวสาร บรรจุ 5 กิโลกรัม 500 ถุง มอบชุดผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีชีวภาพของกรมพัฒนาที่ดิน/น้ำหมักฮอร์โมน พด.2/ สารบำบัดน้ำเสียซุปเปอร์ พด.6/ น้ำหมักไล่แมลง พด.7 และมอบเมล็ดพันธุ์พืชผัก 1,000 ชุด

เกษตรฯจัดทำงบฯ ยึดนโยบายรัฐบาล ช่วยเหลือเกษตรกร สร้างรายได้เพิ่มขึ้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766781

วันศุกร์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายอนุชา นาคาศัย รมช.เกษตรฯ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ และผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ประชุมหารือการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2567 ร่วมกับนายอนันต์ แก้มกำเนิด รอง ผอ.สำนักงบประมาณ และคณะ ที่กรมชลประทาน ถนนสามเสน

ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า การจัดสรรงบประมาณจะทำให้การขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงเกษตรฯ ดำเนินการตามเป้าหมายได้ ซึ่งมุ่งดำเนินการให้สอดคล้องกับนโยบายของนายกรัฐมนตรี ในการตั้ง GDP มีเป้าหมายต้องสามารถเพิ่มรายได้ให้พี่น้องเกษตรกร 3 เท่า ในระยะเวลา 4 ปี โดยนโยบายที่เกี่ยวข้องด้านการเกษตร ประกอบด้วย 1.นโยบายพิทักษ์รักไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ 2.นโยบายแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และ 3.นโยบายระยะกลาง ระยะยาว “สร้างรายได้ สร้างโอกาส และสร้างคุณภาพชีวิต” อย่างไรก็ดี กระทรวงเกษตรฯ พร้อมที่จะนำนโยบายของรัฐบาลมาขับเคลื่อนเพื่อให้เห็นผลเป็นรูปธรรม และนำงบประมาณมาใช้ให้เกิดประโยชน์และความคุ้มค่ามากที่สุด

ด้านนายอนุชากล่าวว่า นโยบายกระทรวงเกษตรฯ จะเป็นประโยชน์ในการพัฒนาภาคการเกษตร และนำประโยชน์ไปสู่พี่น้องเกษตรกร ซึ่งหากภาคการเกษตรสำเร็จ จะสามารถเป็นเม็ดเงินตั้งต้นในการพัฒนาประเทศต่อไป อย่างไรก็ดี พร้อมจะขับเคลื่อนงานตามนโยบายของรมว.เกษตรฯ ให้บรรลุเป้าหมาย

‘เกษตร-พาณิชย์’ติดตามความคืบหน้ามาตรการบริหารจัดการข้าวเปลือกนาปี 2566/67

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766944

'เกษตร-พาณิชย์'ติดตามความคืบหน้ามาตรการบริหารจัดการข้าวเปลือกนาปี 2566/67

‘เกษตร-พาณิชย์’ติดตามความคืบหน้ามาตรการบริหารจัดการข้าวเปลือกนาปี 2566/67

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 19.03 น.

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2566 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมนโยบายคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) โดยมี นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายพีรพันธ์ คอทอง รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว​ ผู้แทนหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้แทนธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ผู้แทนกระทรวงพาณิชย์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยในที่ประชุมได้พิจารณามาตรการบริหารจัดการข้าวเปลือกนาปี 2566/67 ได้แก่ 1) สินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี และ 2) การชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการเก็บสต็อก ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้กรมการข้าว และกรมส่งเสริมสหกรณ์ ร่วมจัดทำข้อมูลเพื่อนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาต่อไป

– 006

‘ชาวนาพิจิตร’พ้อ ข้าวราคาลง ขอรัฐบาลเร่งหนุนเงินช่วยไร่ละ 1 พันบาท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766681

'ชาวนาพิจิตร'พ้อ ข้าวราคาลง ขอรัฐบาลเร่งหนุนเงินช่วยไร่ละ 1 พันบาท

‘ชาวนาพิจิตร’พ้อ ข้าวราคาลง ขอรัฐบาลเร่งหนุนเงินช่วยไร่ละ 1 พันบาท

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 10.41 น.

‘ชาวนาพิจิตร’เร่งเก็บเกี่ยวข้าวแข่งกับราคาที่ลดลงวันต่อวัน ขอรัฐบาลเร่งสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ไว้เป็นค่ารถเก็บเกี่ยวข้าว ลดต้นทุนการทำนา

เมื่อวันที่ 2 พ.ย. 2566 จากกรณีที่ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) มีมติเห็นชอบ 4 มาตรการ รักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก และช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ปีการผลิต 2566/2567 วงเงิน 69,043.03 ล้านบาท โดยหนึ่งในมาตรการจะมีการให้เงินช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,000 บาทด้วย ขณะที่ชาวนา อ.สามง่าม จ.พิจิตร เร่งนำรถลงเก็บเกี่ยวข้าวที่กำลังให้ผลผลิต ส่งขายโรงสี แข่งกับราคาข้าวที่มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง เหลือราคาขาย ตันละ 9,600-9,700 บาท  จากเมื่อเดือนที่ผ่านมา ราคาขายอยู่ที่ตันละ 11,000 -12,000 บาท แต่ปัจจุบันกลับมีราคาลดลง และสวนทางกับราคาข้าวสารที่มีการปรับสูงขึ้น จึงขอให้รัฐบาล เร่งให้การช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยว หรือสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ไร่ละ 1,000 บาทไว้เป็นค่ารถเก็บเกี่ยวข้าว ลดต้นทุนการทำนา   

โดยนายคำรณ รักษา ชาวนาหมู่ที่ 2 ต.รังนก อ.สามง่าม จ.พิจิตร กล่าวว่า ราคาข้าวในช่วงนี้ลดลง เหลือไม่ถึงตันละ 10,000 บาท ซึ่งแตกต่างจากราคาที่ผ่านมา มีการปรับราคาสูงถึงตันละ 11,000 -12,000 บาท จึงอยากให้รัฐบาลช่วยในเรื่องราคาข้าว รวมถึงค่าเก็บเกี่ยว ไร่ละ 1,000 บาท อย่างน้อย เงินช่วยเหลือที่ได้มา ไว้เป็นค่ารถเก็บเกี่ยวข้าว ลดต้นทุนการทำนา     

สำหรับราคาข้าว ในปัจจุบัน ข้าวเปลือกเจ้า มีราคาขายอยู่ที่ตันละ 9,600-9,700 บาท  และมีแนวโน้มลดลง ในส่วนข้าวหอมมะลิ ซึ่งอยู่ระหว่างรอเก็บเกี่ยว และมีแนวโน้มราคาลดลง ชาวนาส่วนใหญ่ อยากให้ช่วยเหลือเรื่องราคาข้าวหอมมะลิให้มีราคาสูง เนื่องจากใช้เวลาการปลูกที่ยาวนาน รวมถึงประสบปัญหาภัยแล้ง และน้ำท่วมตลอดระยะเวลาของการเพาะปลูก แต่กลับมีราคาตกต่ำสวนทางกลับราคาข้าวสารในปัจจุบัน —017

‘ไชยา’ถกรัฐมนตรีอาเซียนด้านเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766776

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ ร่วมประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ ครั้งที่ 45 (45th ASEAN Ministers on Agriculture and Forestry : AMAF) และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ที่โรงแรม Grand Hyatt Kuala Lumpur กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เพื่อหารือด้านการเกษตรและป่าไม้ของอาเซียน ในโอกาสนี้ รมช.เกษตรฯ กล่าวสนับสนุนนโยบายในกรอบอาเซียนด้านการเกษตรที่สอดคล้องกับนโยบายด้านการเกษตรของไทย ที่ให้ความสำคัญกับแนวปฏิบัติทางการเกษตรที่ยั่งยืนเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร การปรับตัวและรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ นอกจากนี้ ยังสนับสนุนการดำเนินการด้านการเจรจาการเกษตรของ ASEAN Negotiating Group on Agriculture หรือ ANGA ภายใต้กรอบสนธิสัญญาสหประชาชาติด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(UNFCCC) ทั้งนี้ ประเทศไทยได้ผลักดันความร่วมมือด้าน e-SPS ให้มีการเชื่อมต่อและใช้งานจริงระหว่างกันโดยเร็ว รวมทั้งผลักดันความร่วมมือด้าน traceability และ rapid alertsystem ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยอำนวยความสะดวกทางการค้า ยกระดับความเชื่อมั่น

สำหรับการประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียน-ญี่ปุ่น ด้านการเกษตรและป่าไม้ ที่ประชุมเห็นชอบการจัดทำแผนความร่วมมือมิโดริ อาเซียน-ญี่ปุ่น เพื่อเสริมสร้างระบบการเกษตรและอาหารที่ยั่งยืนผ่านนวัตกรรม เพื่อประกันความมั่นคงทางอาหารในภูมิภาคอาเซียน นอกจากนี้ประเทศไทย ยังสนับสนุนนโยบายส่งเสริมการผลิตและพัฒนาอุตสาหกรรมทางเลือกที่เกี่ยวข้องกับโปรตีน โดยหวังว่าจะได้รับความร่วมมือด้านโปรตีนทางเลือกภายใต้แผนความร่วมมือมิโดริที่ส่งเสริมความมั่นคงทางอาหาร เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ด้านการเกษตรกรรมที่ยั่งยืนซึ่งสอดคล้องกับโมเดล BCG และแผนความร่วมมือมิโดริ

รองปลัดฯร่วมวงถก จนท.อาวุโส PrepSOM เตรียมพร้อมประชุม ด้านเกษตรและป่าไม้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766361

วันพุธ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสของการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ ครั้งที่ 45 (The 45th
PrepSOM-AMAF Meeting) และการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสของการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้กับเจ้าหน้าที่อาวุโสของจีน ญี่ปุ่น และสาธารณรัฐเกาหลี ครั้งที่ 23 (The 23rd PrepSOM-AMAF Plus Three Meeting) ที่ประเทศมาเลเซีย เพื่อเตรียมการสำหรับการประชุมระดับอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ ครั้งที่ 45 โดยที่ประชุมรับทราบความก้าวหน้าของการดำเนินงานจากการประชุมครั้งที่ผ่านมาของคณะทำงานภายใต้กรอบอาเซียน อาทิ คณะทำงานอาหารฮาลาล ประมง ปศุสัตว์ พืช มาตรฐานต่างๆ และด้านสหกรณ์การเกษตร เป็นต้น รวมถึงรับทราบความก้าวหน้าและความสำเร็จของการดำเนินงานตามกรอบยุทธศาสตร์ความร่วมมืออาเซียนบวกสาม (APTCS) ปี 2016-2025

นายเศรษฐเกียรติ ได้ร่วมแสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับนโยบายของกระทรวงเกษตรฯ ในการส่งเสริมเกษตรกรรมที่ยั่งยืน การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อสนับสนุนกระบวนการผลิตและการค้าของสินค้าเกษตร ตลอดจนเน้นย้ำความร่วมมือกับประเทศสมาชิกอาเซียนพัฒนาและใช้งานใบรับรอง e-SPS นอกจากนี้ได้มีข้อเสนอให้สำนักเลขาธิการอาเซียน (ASEC) หารือถึงยุทธศาสตร์หรือกลไกที่มีประสิทธิผลมากขึ้นในการแก้ปัญหาด้านเงินทุนเพื่อให้บรรลุยุทธศาสตร์ความร่วมมืออาเซียนฯ