เกษตรฯแก้ปมนำเข้ายางพาราผิดก.ม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/767591

วันอังคาร ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังประชุมคณะทำงานแก้ปัญหาการนำเข้าและส่งออกสินค้าด้านพืชที่ผิดกฎหมาย ครั้งที่ 1/2567ว่าได้หารือแนวทางการตรวจสต๊อกยางตามแนวชายแดน เพื่อลดผลกระทบด้านราคายางพาราที่เกษตรกรได้รับ โดยตรวจการเคลื่อนย้ายยาง และตั้งจุดสกัด และกำหนดให้มีการรายงานผลมายังคณะทำงานแก้ไขปัญหาการนำเข้าและส่งออกสินค้าด้านพืชที่ผิดกฎหมายทุก 15 วัน พร้อมทั้งได้พิจารณาแผนการปราบปรามการลักลอบนำเข้ายางพาราผิดกฎหมาย ประจำปีงบประมาณ 2567 และแผนการตรวจสอบปริมาณยางคงเหลือ

ทั้งนี้ จากการเร่งรัดในหลายๆ มาตรการของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรฯ ส่งผลให้ราคายางพาราขยับเพิ่มสูงขึ้น ดังนี้ น้ำยางสดจาก 45 บาท/กิโลกรัม เป็น 49.20 บาท/กิโลกรัม ยางก้อนถ้วยจาก 42.17 บาท/กิโลกรัม เป็น 46 บาท/กิโลกรัม ยางแผ่นดิบจาก 45.95 บาท/กิโลกรัม เป็น 48.75 บาท/กิโลกรัม และยางแผ่นรมควันชั้น 3 จาก 50.82 บาท/กิโลกรัม เป็น 52.55 บาท/กิโลกรัม (ที่มา : การยางแห่งประเทศไทย)จึงต้องมีการดำเนินการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง สำหรับในปี 2566 ปริมาณยางพารากว่าร้อยละ 90 มีการส่งออกผ่านด่านสำคัญ ได้แก่ ด่านแหลมฉบัง ร้อยละ 50.52 ด่านปาดังเบซาร์ ร้อยละ 26.07 และด่านสะเดา ร้อยละ 15.13

นอกจากนี้ กรมวิชาการเกษตร สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 5 (ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรกาญจนบุรี) ร่วมกับตำรวจ บก.ปคบ.เข้าตรวจร้านจำหน่ายสินค้าทางการเกษตร จ.กาญจนบุรี พบการจำหน่ายสินค้าที่ผิดกฎหมาย 3 รายการ

ชป.วางแผนจัดสรรน้ำฤดูแล้งสอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุน เน้นน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคต้องไม่ขาดแคลน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/767514

ชป.วางแผนจัดสรรน้ำฤดูแล้งสอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุน เน้นน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคต้องไม่ขาดแคลน

ชป.วางแผนจัดสรรน้ำฤดูแล้งสอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุน เน้นน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคต้องไม่ขาดแคลน

วันจันทร์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 15.30 น.

ชป.วางแผนจัดสรรน้ำฤดูแล้งสอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุน เน้นน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคต้องไม่ขาดแคลน

6 พ.ย.2566 ที่ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน ถนนสามเสน ดร.ทวีศักดิ์  ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ผ่านระบบ Video Conference ไปยังสำนักงานชลประทานที่ 1-17  สำนักเครื่องจักรกล  และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักการระบายน้ำ (กรุงเทพมหานคร) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) เป็นต้น เพื่อติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ แหล่งน้ำ และแม่น้ำสายหลักต่าง ๆ สำหรับเป็นข้อมูลในการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องและเหมาะสมในแต่ละพื้นที่

จากปริมาณฝนที่ตกต่อเนื่องในพื้นที่ตอนบนของประเทศช่วงที่ผ่านมา ส่งผลดีต่อปริมาณน้ำในเขื่อน ทำให้ปัจจุบัน (6 พ.ย. 66) อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น 61,362 ล้าน ลบ.ม. (80% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) เป็นน้ำใช้การได้ 37,420 ล้าน ลบ.ม. (71% ของความจุอ่างฯรวมกัน)   เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น 18,159 ล้าน ลบ.ม. (73% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) เป็นน้ำใช้การได้ 11,463 ล้าน ลบ.ม. (63% ของความจุอ่างฯ รวมกัน)  

กรมชลประทาน ได้วางแผนบริหารจัดการน้ำฤดูแล้งปี 66/67 ทั้งประเทศตามปริมาณน้ำต้นทุนรวม 40,387 ล้าน ลบ.ม. โดยแบ่งเป็นน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค รักษาระบบนิเวศ เกษตรกรรม และอุตสาหกรรม รวม 21,810 ล้าน ลบ.ม. เพื่อสำรองน้ำไว้ต้นฤดูฝน (พ.ค.- ส.ค.67)  รวม 18,577 ล้าน ลบ.ม. จนถึงขณะนี้มีการจัดสรรน้ำทั้งประเทศไปแล้ว 813 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 4 ของแผนฯ เฉพาะลุ่มเจ้าพระยามีแผนจัดสรรน้ำรวม 6,100 ล้าน ลบ.ม. จากปริมาณน้ำต้นทุน 11,085 ล้าน ลบ.ม. โดยได้จัดสรรไปแล้ว 120 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 2 ของแผนฯ  

ทั้งนี้ ได้เข้าสู่ฤดูแล้งของพื้นที่ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก รวมทั้งภาคกลางแล้ว จึงได้กำชับไปยังโครงการชลประทานในพื้นที่ เร่งเก็บกักน้ำในแหล่งน้ำ พร้อมวางแผนการเพาะปลูกให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุนในพื้นที่ เฝ้าระวังและเตรียมจัดหาแหล่งน้ำสำรอง พร้อมวางแผนเตรียมเครื่องจักรเครื่องมือเฝ้าระวังในจุดเสี่ยงขาดแคลนน้ำ  ที่สำคัญให้ร่วมบูรณาการกับหน่วยงานในท้องถิ่นกลุ่มผู้ใช้น้ำ ทำการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ถึงสถานการณ์น้ำและแผนการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ให้เกษตรกรและประชาชนรับรู้รับทราบอย่างต่อเนื่อง  เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการบริหารจัดการน้ำให้ชุมชน  ให้สามารถมีน้ำใช้ในการอุปโภคบริโภคและการเกษตร ไปตลอดช่วงฤดูแล้งนี้  ตาม 9 มาตรการรองรับฤดูแล้งปี 66/67 ที่คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) เห็นชอบ  สำหรับพื้นที่ภาคใต้ที่กำลังเข้าสู่ช่วงฤดูฝน ขอให้ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด   นำสถิติปริมาณฝนและปริมาณน้ำจากปีที่ผ่านมามาเป็นแนวทางในการวางแผนบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ควบคู่ไปกับการเก็บกัก พร้อมดำเนินการตาม 12 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 66  ที่กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) กำหนดอย่างเคร่งครัด

ปชป.จี้สภาฯตั้งกมธ. ถกแก้ปัญหาทุเรียนทั้งระบบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/767381

วันจันทร์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสรรเพชญ บุญญามณี สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ และคณะ แถลงข่าวที่รัฐสภา ว่าได้ยื่นญัตติต่อสภาผู้แทนราษฎร เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ พิจารณาศึกษาการส่งเสริม พัฒนา แก้ปัญหาทุเรียนอย่างยั่งยืนทั้งระบบ และยกร่างกฎหมายว่าด้วยทุเรียน โดยมี สส.จากทุกพรรคการเมือง ร่วมลงนามเสนอญัตติดังกล่าว 20 คนด้วยปัจจุบันประเทศไทยส่งออกทุเรียนนำรายได้เข้าประเทศเพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งในปี 2565 มีมูลค่าส่งออก 125,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5 เท่า เมื่อเทียบกับระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา จัดเป็นพืชผลการเกษตรที่ส่งออกทำรายได้เข้าประเทศเป็นอันดับ 3 รองจากยางพารา และมันสำปะหลัง ทำให้เกษตรกรทั้งภาคตะวันออก ภาคใต้และภาคอื่นๆ รวม 43 จังหวัด ขยายพื้นที่ปลูกทุเรียนอย่างรวดเร็ว ในปี 2566 มีพื้นที่ปลูกทุเรียนกว่า 1,340,000 ไร่ มีทั้งที่ปลูกโดยเกษตรกรรายย่อย และที่ปลูกโดยนักลงทุนเป็นเกษตรอุตสาหกรรมเชิงพาณิชย์ การขยายพื้นที่ปลูกทุเรียน

ทั้งนี้ ได้ทำให้ต้องใช้ที่ดิน แหล่งน้ำ พลังงานจากน้ำมันและไฟฟ้าเพื่อการเกษตร แรงงานภาคเกษตร การขนส่งผลผลิตทุเรียน อุตสาหกรรมแปรรูปทุเรียน ปุ๋ยเคมี ยาปราบศัตรูพืช รวมทั้งปัจจัยการผลิตอื่นๆ ในปริมาณที่สูงขึ้น หากไม่มีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบครบวงจร ถ้าผลผลิตทุเรียนล้นตลาด และคุณภาพไม่ได้มาตรฐาน ราคาอาจจะตกต่ำ หากใช้สารเคมีไม่ถูกต้อง อาจจะกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ปัจจุบันภาครัฐมีข้อจำกัดในการบังคับใช้กฎหมายเพื่อควบคุมคุณภาพทุเรียน จึงใช้การขอความร่วมมือ การออกระเบียบหรือคำสั่งในระดับจังหวัด โดยอิงมาตรฐานทางวิชาการ ยังไม่มีกฎหมายเกี่ยวกับทุเรียนระดับ พ.ร.บ. มาบังคับใช้โดยเฉพาะ ต้องอาศัยกฎหมายทั่วไป อาทิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 271 และกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค มาตรา 47 ทำให้มีข้อจำกัดในการลงโทษผู้นำทุเรียนด้อยคุณภาพออกสู่ตลาด หากมีกฎหมายเกี่ยวกับทุเรียนเป็นการเฉพาะ จะทำให้เจ้าหน้าที่ภาครัฐสามารถบังคับใช้กฎหมายเพื่อควบคุมคุณภาพทุเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และภาครัฐไม่มีกฎหมายเกี่ยวกับทุเรียนโดยเฉพาะมาบังคับใช้เพื่อการส่งเสริม การพัฒนา การแก้ปัญหาทุเรียนอย่างยั่งยืน ทั้งระบบ เพื่อให้เกิดความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เนื่องจากเป็นอาชีพที่ทำรายได้ให้ประเทศเป็นอันดับต้นๆ และประเทศไทยมีจุดแข็งหลายอย่างเหนือประเทศคู่แข่ง แต่ปัจจุบันยังไม่มีกองทุนทุเรียนไทย ที่สามารถหักเงินจากการส่งออกทุเรียนเข้ากองทุน เหมือนยางพาราที่มีกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง ซึ่งทำให้เกษตรกรชาวสวนทุเรียน มีเงินทุนมาศึกษาวิจัย พัฒนา เกี่ยวกับทุเรียนให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยหวังว่าสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 26 จะให้การสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน ให้มีความมั่นคงต่อไป

‘ธรรมนัส’ติดตามนำเข้า-ส่งออกสินค้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/767378

วันจันทร์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ติดตามงาน และพบพี่น้องเกษตรกรผู้ประกอบการพื้นที่ จ.ตาก ว่าได้กำหนดมาตรการประกาศสงครามกับสินค้าเกษตรเถื่อน มุ่งปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรด้านพืช ประมง และปศุสัตว์ที่ผิดกฎหมายอย่างจริงจัง จึงก่อให้เกิดปัญหาการลักลอบขนส่งสินค้า ซึ่งพื้นที่ จ.ตาก เป็นพื้นที่ตะเข็บขายแดนไทย-เมียนมา ระยะทางประมาณ 533 กิโลเมตร จึงทำให้มีการลักลอบนำเข้าสินค้าทางช่องทางธรรมชาติได้ง่าย ซึ่งเป็นวิถีชาวบ้านที่มีการปลูกพืชในฝั่งเมียนมาเมื่อเก็บเกี่ยวแล้วจึงมีการลักลอบมาฝั่งไทย การขนส่งสินค้าทางการเกษตรผ่านด่านพรมแดนถาวร จ.ตาก มีด่านกักกันสัตว์ตาก ด่านตรวจพืชแม่สอด และด่านตรวจประมงตาก ดำเนินการตรวจสอบควบคุมการเคลื่อนย้ายสินค้าเกษตรการออกใบอนุญาตต่างๆ รวมถึงการป้องกันการลักลอบนำเข้า–ส่งออกสินค้า ทั้งทำการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ความรู้ ข้อมูลข่าวสารของทางราชการให้เกษตรกรและผู้ประกอบการได้ทราบ ให้เข้าใจเกี่ยวกับเรื่องโรคระบาด และความเสียหายเนื่องจากการเกิดโรคระบาด เนื่องจากกรมปศุสัตว์ ได้ห้ามนำเข้าโค กระบือ แพะ และแกะ เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคทำให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจ จึงก่อให้เกิดปัญหาการลักลอบขนส่งสินค้าข้ามแดนผ่านช่องทางธรรมชาติ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้กำหนดมาตรการป้องกัน และแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเคร่งครัดมาโดยตลอด

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวต่อว่า จากการหารือครั้งนี้ ได้มอบนโยบายให้ทางกรมปศุสัตว์ เตรียมปลดล็อกคำสั่งชะลอการนำเข้าโค-กระบือ และสัตว์ต่างๆ เข้าสู่ราชอาณาจักรไทย พร้อมให้ทางกรมปศุสัตว์ หาแนวทางร่วมกับผู้ประกอบการเกี่ยวกับการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคในสัตว์ สร้างความร่วมมือระหว่างไทยและเมียนมา ด้านความรู้การผลิต และพัฒนาสินค้าเกษตรให้ได้มาตรฐาน มีการเจรจาการค้าระหว่างประเทศให้เป็นไปตามกฎหมายการนำเข้าและส่งออกสินค้าเกษตรในเงื่อนไขเดียวกัน

รองปลัดฯประชุมหารือ แก้ปัญหาลอบนำเข้ายาง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/767379

วันจันทร์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมปรึกษาหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาการลักลอบนำเข้ายางพาราของ จ.ระนอง ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ และจังหวัดระนอง ผ่านระบบ Zoom Meeting มีสาระสำคัญในการประชุมดังนี้ 1.การนำเสนอ (ร่าง) แนวทางแก้ปัญหาการลักลอบนำเข้ายางพาราของ จ.ระนอง โดยเกษตรและสหกรณ์จังหวัดระนอง

2.การปรึกษาหารือกับหน่วยงานระดับกรมที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมวิชาการเกษตร และการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เพื่อหาข้อสรุปร่วมกันในการขับเคลื่อนไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรมในพื้นที่

งานวิถีหม่อนไหม อวดความเป็นไทย ให้นทท.ทั่วโลกชม งาน‘โมโตจีพี2023’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/767386

วันจันทร์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายศรัญญู พูลลาภ รองอธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวว่า ได้ร่วมกับจังหวัดบุรีรัมย์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเกษตรและสหกรณ์ จ.บุรีรัมย์ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรบุรีรัมย์ และภาคีเครือข่าย จัดนิทรรศการ “วิถีหม่อนไหม” ในการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก “โมโตจีพี” รายการ “โออาร์ ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2023” (OR THAILAND GRAND PRIX 2023) ที่สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์อาชีพการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ซึ่งเป็นวิถีชีวิตที่อยู่คู่กับชาวไทยที่มีมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะผ้าซิ่นตีนแดง ลายผ้าไหมเอกลักษณ์ของชาวบุรีรัมย์

สำหรับนิทรรศการ “วิถีหม่อนไหม” จะเป็นการนำเสนอการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมทั้งระบบ ครบวงจร ในรูปแบบเสมือนจริง ที่สามารถมองเห็น ได้ยินเสียงมีการเคลื่อนไหวและสามารถสัมผัสได้ที่เริ่มจากการปลูกหม่อน การเลี้ยงไหม การสาวไหม การฟอกย้อมเส้นไหมด้วยสีธรรมชาติ การทอผ้าไหม และการจัดแสดงเครื่องหมายรับรองมาตรฐานผ้าไหมตรานกยูงพระราชทาน ตลอดจนการแปรรูปอาหารจากหม่อนไหม ซึ่งสามารถนำมาประกอบอาหารในชีวิตประจำวันได้ เช่น ผัดกะเพราดักแด้ ยำดักแด้ ใบหม่อนทอดกรอบ ชาใบหม่อน เป็นต้น เพื่อเผยแพร่และประชาสัมพันธ์การปลูกหม่อนเลี้ยงไหมให้กับผู้เข้าร่วมงานจากทั่วโลก และเป็นซอฟต์ พาวเวอร์ด้านวัฒนธรรมไทยให้นักแข่งและนักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสวิถีชีวิตหม่อนไหมและเผยแพร่ไปทั่วโลก

อธิบดีกรมข้าว ร่วมพิธีเปิดงาน นวัตกรรมเสริมแกร่งถั่วเหลืองไทย เพิ่มรายได้เกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/767141

อธิบดีกรมข้าว ร่วมพิธีเปิดงาน นวัตกรรมเสริมแกร่งถั่วเหลืองไทย เพิ่มรายได้เกษตรกร

อธิบดีกรมข้าว ร่วมพิธีเปิดงาน นวัตกรรมเสริมแกร่งถั่วเหลืองไทย เพิ่มรายได้เกษตรกร

วันศุกร์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 20.54 น.

อธิบดีกรมข้าว ร่วมพิธีเปิดงาน “นวัตกรรมเสริมแกร่งถั่วเหลืองไทย เพิ่มรายได้เกษตรกร” ขับเคลื่อนนโยบาย 1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง 

วันที่ 3 พฤศจิกายน 2566 นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วยศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวและศูนย์วิจัยข้าว ในจังหวัดภาคเหนือ ร่วมคณะท่านร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อมอบนโยบายและพบปะเกษตรกร และลงแปลงสาธิตการปลูกถั่วเหลืองด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยมีนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร และผู้บริหารในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วม ณ แปลงสาธิตเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวไม่ราชดำริ มหาวิทยาลัยแม้โจ้ เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษาและเกษตรกรได้มีความรู้ความเข้าใจถึงศักยภาพของถั่วเหลืองไทยและต่อยอดร่วมกัน

▫️จากนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงาน “นวัตกรรมเสริมแกร่งถั่วเหลืองไทย เพิ่มรายได้เกษตรกร” พร้อมมอบโล่รางวัลนักปลูกถั่วเหลืองมือทอง ให้แก่เกษตรกรที่ประสบผลสำเร็จในการปลูกถั่วเหลืองให้ได้ผลผลิตสูง ณ นิคมสหกรณ์แม่แตง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่

ในการนี้ อธิบดีกรมการข้าวได้ร่วมพิธีเปิดงาน “นวัตกรรมเสริมแกร่งถั่วเหลืองไทย เพิ่มรายได้เกษตรกร” โดยกิจกรรมภายในงาน ได้มีการออกบูธนิทรรศการ การเสวนา และการนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรม พร้อมมอบปัจจัยการผลิต โดยนำร่องพื้นที่อำเภอแม่แตง เป็นโมเดลต้นแบบ ยกระดับพืชเศรษฐกิจถั่วเหลืองไทย ผลักดันสู่ 1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต่อไป

‘ธรรมนัส’ตรวจเยี่ยมเกษตรพื้นที่สูง ส่งเสริมอาชีพประชาชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/767012

'ธรรมนัส'ตรวจเยี่ยมเกษตรพื้นที่สูง ส่งเสริมอาชีพประชาชน

‘ธรรมนัส’ตรวจเยี่ยมเกษตรพื้นที่สูง ส่งเสริมอาชีพประชาชน

วันศุกร์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 14.35 น.

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2566 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ติดตามการดำเนินงานของสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส.พร้อมมอบนโยบายและแนวทางการพัฒนาพื้นที่สูง โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาความยากจน และปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 อีกทั้งยังเยี่ยมชมจุดเรียนรู้ ได้แก่ พืชสวนและความหลากหลายทางชีวภาพ พระราชกรณียกิจและโครงการอันเนื่องมากจากพระราชดำริ และศิลปวัฒนธรรมล้านนา โดยมี นายชวลิต ชูขจร ประธานกรรมการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง นายชัชวาลย์ ปัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วม ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จ.เชียงใหม่ ให้การต้อนรับ

โดย ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า สถานการณ์การเผาและหมอกควันในพื้นที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวง และพื้นที่โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวง เกิดจุดความร้อน (Hotspot) ช่วงเดือนมกราคม – พฤษภาคม ในปี 2566 พื้นที่ดำเนินงานศูนย์พัฒนาโครงการหลวง 39 แห่ง พื้นที่ 1,680,599.48 ไร่ พบจุดความร้อน (Hotspot) ในพื้นที่ป่าไม้ 1,220 จุด พื้นที่เกษตร 349 จุด และพื้นที่ดำเนินงานฯ โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวง 44 แห่ง พื้นที่ 6,269,094.43 ไร่ พบจุดความร้อน (Hotspot) ในพื้นที่ป่าไม้ 6,042 จุด และพื้นที่เกษตร 1,726 จุด

ทั้งนี้ ที่ผ่านมากระทรวงเกษตรฯ โดย สวพส.มีแนวทางในการจัดการแก้ไขปัญหาการเผาและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 บนพื้นที่สูง โดยมี อ.แม่แจ่ม เป็นพื้นที่ต้นแบบในการแก้ไขปัญหาความยากจนและการเผาพื้นที่สูง ตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือ 1.จัดทำแผนที่ดินของเกษตรกรรายแปลงเพื่อเป็นฐานข้อมูลในการกำหนดขอบเขตการใช้ประโยชน์ที่ดิน แบ่งแยกพื้นที่ป่าและที่ทำกิน วางแผนพัฒนาชุมชนทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น ให้เป็นไปอย่างถูกต้องเหมาะสมตามหลักวิชาการ ระเบียบ และกฎหมาย แก้ไขปัญหาอย่างพุ่งเป้า ตรงตามบริบทพื้นที่ ปัญหาและความต้องการของชุมชน

2.การสนับสนุนชุมชนป้องกันไฟป่า ส่งเสริมและสนับสนุนสร้างความเข้มแข็งของชุมชน ในการป้องกันไฟป่า อนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ และเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ป่าต้นน้ำลำธาร 3.การจัดการเศษวัสดุการเกษตร (ชีวมวลอัดแท่ง/ปุ๋ยอินทรีย์) สนับสนุนชุมชนโดยการรับซื้อเศษวัสดุการเกษตรภายใต้ข้อตกลงและราคาที่เหมาะสมเพื่อนำไปผลิตชีวมวลอัดเม็ด 4.การส่งเสริมด้านอาชีพ ด้วยเกษตรมูลค่าสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมบนพื้นที่สูง และตลาดนำการผลิต 5.การพัฒนามาตรฐาน GAP PM2.5 Free และ 6.การเพิ่มช่องทางการตลาดผลผลิต (green product)

นอกจากนี้ ยังได้มีการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานใรสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ซึ่งกรมวิชาการเกษตร ได้เตรียมดำเนินโครงการส่งเสริมการจัดการเพื่อลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 สำหรับภาคเกษตรอย่างยั่งยืน ภายใต้มาตรฐานการผลิตพืช มีแนวทางการขับเคลื่อนของกรมวิชาการเกษตร ในการเพิ่มมูลค่า เพิ่มแรงจูงใจ (เกษตรพันธะสัญญา) และเร่งการย่อยสลายตอซังข้าวโพด โดยใช้หัวเชื้อจุลินทรีย์ย่อยสลายวัสดุอินทรีย์ มุ่งดำเนินการทั้งในเรื่อง มาตรฐานการผลิตพืช GAP PM 2.5 FREE การปรับเปลี่ยนพื้นที่สูง โดยการเปลี่ยนพืชปลูก (กาแฟ มะคาเดเมีย อะโวกาโด) และการเปลี่ยนพฤติกรรม กรณีปลูกพืชเดิม (ข้าวโพด) และการปรับเปลี่ยนบนพื้นราบ โดยการปลูกข้าวโพดทดแทนพื้นที่สูง บนพื้นที่นอกเขตชลประทาน/ไม่เหมาะสมสำหรับนาปรัง

“การลงพื้นที่ในวันนี้ ต้องการมาศึกษารูปแบบการจัดงานพืชสวนโลกของจังหวัดเชียงใหม่ ที่สามารถสร้างรายได้ให้กับภาคการท่องเที่ยวอย่างมหาศาล และกลายเป็นมรดกของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจะนำมาเป็นแนวทางในการจัดงานพืชสวนโลกของจังหวัดอุดรธานีต่อไป นอกจากนี้ ยังต้องการมาติดตามการขับเคลื่อนงานของ สวพส.โดยมุ่งเน้นในเรื่องการส่งเสริมอาชีพให้กับประชาชนในพื้นที่สูง ต้องการให้เค้ามีงาน มีอาชีพ โดยใช้ตลาดนำ จึงได้มอบหมายทุกหน่วยงานในสังกัดร่วมบูรณาการทำงาน ซึ่งจะสามารถแก้ไขปัญหาเรื่องความมั่นคงและแก้ไขปัญหา PM 2.5 ได้” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

– 006

เกษตรฯบูรณาการพัฒนาบึงบอระเพ็ด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766879

วันศุกร์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามแผนพัฒนาบึงบอระเพ็ดและการเตรียมความพร้อมในการรับมือภัยแล้งเอลนีโญ พร้อมรับฟังปัญหาด้านการเกษตร ที่บึงบอระเพ็ด ต.พระนอน อ.เมือง จ.นครสวรรค์ โดยให้แนวทางการบริหารจัดการน้ำเพิ่มเติมว่าต้องการพัฒนาให้บึงบอระเพ็ดสามารถเก็บกักน้ำให้ได้มากที่สุด เพิ่มพื้นที่ในการขุดลอกบึงบอระเพ็ดให้มากขึ้น รวมทั้งขุดลอกอ่างเก็บน้ำห้วยใหญ่ อ.ไพศาลี จ.นครสวรรค์ ให้เป็นแหล่งเก็บกักน้ำในฤดูน้ำแล้ง และเป็นแหล่งหน่วงน้ำใช่ช่วงฤดูน้ำหลาก ก่อนจะไหลลงแม่น้ำสายหลัก โดยประสานกับกระทรวงเกษตรทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ กรมชลประทาน มีแผนพัฒนาและฟื้นฟูบึงบอระเพ็ดออกเป็น 4 ด้าน ได้แก่ ด้านที่ 1 บริหารจัดการ/การเข้าใช้ประโยชน์ ด้านที่ 2 การแก้ไขปัญหาภัยแล้งและสร้างความมั่นคงด้านน้ำ ด้านที่ 3 คุณภาพตะกอนและรักษาระบบนิเวศ และด้านที่ 4 การจัดการน้ำท่วมบรรเทาอุทกภัย

“พื้นที่ดังกล่าวยังไม่มีการพัฒนาอย่างจริงจังเนื่องจากเป็นพื้นที่ในการดูแลซ้ำซ้อนกันระหว่างจังหวัดนครสวรรค์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงเกษตรฯจึงต้องมาขับเคลื่อนและพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวอย่างจริงจัง โดยเน้นย้ำว่าทุกภาคส่วนต้องทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการ เพื่อให้เกิดประโยชน์กับเกษตรกรและประชาชนในจังหวัดนครสวรรค์มากที่สุด” รมว.เกษตรฯ กล่าว

นอกจากนี้ รมว.เกษตรฯ ได้ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ได้แก่ ปลาตะเพียนทองขนาด 7 เซนติเมตร 200,000 ตัว กุ้งก้ามกรามขนาด 2-3 เซนติเมตร 200,000 ตัว ปลาตะเพียนวัยอ่อน 2,000,000 ตัว(ปล่อยแบบ mobile hatcherry)และปลาชะโอน ขนาด 5-10 เซนติเมตร 500 ตัว พร้อมแจกเอกสารสิทธิเข้าทำประโยชน์ในที่ดิน (ส.ป.ก. 4-01)รวม 20 ราย

สงขลา เปิดศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติธรรมชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766881

วันศุกร์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ถ.เตาอิฐ อ.เมือง จ.สงขลา นายวันชัย ปริญญาศิริ นายกเทศมนตรีนครสงขลา เป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจการป้องกันและช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และโคลนดินถล่ม ประจำปี 2566

ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยฯ เป็นศูนย์อำนวยการเตรียมความพร้อมไว้รับสถานการณ์ตั้งแต่ยามปกติ เป็นศูนย์การวางแผน สั่งการ วิเคราะห์สถานการณ์ ควบคุมการปฏิบัติงานในการแก้ไขปัญหาและให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ผู้ประสบภัยพิบัติตลอด 24 ชั่วโมง รับแจ้งเหตุเดือดร้อนพร้อมแก้ไขปัญหา การแจกกระสอบทรายการสนับสนุนน้ำดื่มและน้ำสะอาด รวมถึงเครื่องอุปโภค-บริโภคต่างๆ ที่จำเป็นเมื่อเกิดเหตุซึ่งประชาชนที่อาศัยในเขตพื้นที่ตำบลบ่อยางเขตเทศบาลนครสงขลา สามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือ ได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 074-311016, 074-312700 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมพิธี โดยประธานในพิธีได้ตรวจเยี่ยมความพร้อมของกำลังเจ้าหน้าที่ อุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ และได้ให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน รวมทั้งได้มอบชุดอุปกรณ์ที่ในการปฏิบัติงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยแก่เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจฯ และตัวแทนเจ้าหน้าที่ประจำเขต ทั้ง 4 เขต จากนั้นได้ร่วมกันกดสัญญาณปล่อยแถวเจ้าหน้าที่และขบวนรถเพื่อออกปฏิบัติหน้าที่ประจำเขตตามที่ได้รับมอบหมายต่อไป เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมของเจ้าหน้าที่ในการป้องกันการให้ความช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ที่ประสบภัย เมื่อเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ ให้เป็นไปด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพทันต่อเหตุการณ์