กรมการข้าว​ ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปีพุทธศักราช 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/768062

กรมการข้าว​ ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปีพุทธศักราช 2566

กรมการข้าว​ ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปีพุทธศักราช 2566

วันพุธ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 17.58 น.

วันพฤหัสบดีที่ 8 พฤศจิกายน 2566 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าพระกฐินและเครื่องกฐินพระราชทาน ให้กรมการข้าว น้อมนำมาถวายแด่พระสงฆ์ ณ วัดมณีบรรพตวรวิหาร พระอารามหลวง ตำบลระแหง อำเภอเมือง จังหวัดตาก​ 

ในการนีันายณัฏฐกิตติ์  ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว เป็นผู้แทนพระองค์อัญเชิญผ้าพระกฐินพระราชทาน​ พร้อมด้วย​ ผู้บริหารกรมการข้าว ข้าราชการ เจ้าหน้าที่จากกรมการข้าว ตลอดจนพุทธศาสนิกชนผู้มีจิตศรัทธา นำไปถวายแด่พระครูเมธีวรคุณ เจ้าอาวาสวัดมณีบรรพตวรวิหาร พระอารามหลวง

‘ธรรมนัส’สั่งทุกกรมทำข้อมูลสรุป เตรียมโชว์ผลงานกระทรวงเกษตรฯ 100 วันทำงานในฐานะรัฐมนตรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/767982

'ธรรมนัส'สั่งทุกกรมทำข้อมูลสรุป เตรียมโชว์ผลงานกระทรวงเกษตรฯ 100 วันทำงานในฐานะรัฐมนตรี

‘ธรรมนัส’สั่งทุกกรมทำข้อมูลสรุป เตรียมโชว์ผลงานกระทรวงเกษตรฯ 100 วันทำงานในฐานะรัฐมนตรี

วันพุธ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 15.06 น.

‘ธรรมนัส’สั่งทุกกรมทำข้อมูลสรุป เตรียมโชว์ผลงานกระทรวงเกษตรฯ 100 วันทำงานในฐานะรัฐมนตรี ขับเคลื่อนนโยบายตามเป้าหมาย แก้ปัญหาภาคเกษตรครอบคลุมทั้งประเทศ พร้อมเคลียร์ใจกลางที่ประชุมไม่เคยมีความขัดแย้งระหว่าง รมต.
 

เมื่อวันที่ 8 พ.ย. 2566 ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมผู้บริหารระดับสูงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครั้งที่ 1/2566 โดยมีนายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้บริหารทุกหน่วยงานในสังกัดเข้าร่วมประชุม 

โดยร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า การประชุมผู้บริหารระดับสูงในวันนี้เป็นการติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบาย โครงการ และภารกิจสำคัญตามนโยบายรัฐบาล และข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีมีความรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น 

นอกจากนี้ที่ประชุมได้รับทราบสถานการณ์น้ำ การแก้ปัญหาภัยแล้ง และอุทกภัย การเพิ่มปริมาณน้ำนอกเขตพื้นที่ชลประทานที่เป็นเรื่องสืบเนื่องจากข้อสั่งการ รวมทั้งแผนและผลการปฏิบัติการฝนหลวงในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมทั้งมีการติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรที่สำคัญอีกด้วย

ขณะเดียวกัน ยังได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดรายงานผลการดำเนินงานตามนโยบายและข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมทั้งผลการดำเนินงานของคณะกรรมการชุดต่าง ๆ ตลอดจนพิจารณาโครงการสำคัญในระยะสั้น (Quick Win) ที่กำหนดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยให้สรุปผลการดำเนินงานให้แล้วเสร็จภายใน 31 ธ.ค.นี้ ซึ่งจะเป็นผลงานสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในรอบ 100 วัน  และจะมีกำหนดการแถลงผลงานฯ ดังกล่าวในวันที่ 15 ธ.ค. นี้ด้วย

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า ในระหว่างการประชุมหัวหน้าส่วนราชการกระทรวงเกษตร ฯ ร.อ.ธรรมนัส  ได้มีการชี้แจงต่อผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ ต่อกรณีข่าวว่ามีความขัดแย้งในเรื่องการบริหารงานในส่วนของรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกระทรวงเกษตร ฯ โดยเฉพาะนายไชยา  พรมมา โดยยืนยันต่อข้าราชการว่ารัฐมนตรีไม่ได้มีการขัดแย้งการทำงานตามที่เป็นข่าว  ซึ่ง นายไชยยา ที่นั่งในที่ประชุมอยู่ด้วยก็นั่งเงียบ ไม่มีการพูดใดๆ  ในที่ประชุม —017

กรมพัฒนาฯใช้AIChatbotน้องดินดี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/767878

วันพุธ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า เพื่อเป็นการให้บริการในยุคดิจิทัล จึงได้นำเทคโนโลยี AI หรือปัญญาประดิษฐ์ มาประยุกต์ใช้ ด้วยระบบ AI Chatbot “น้องดินดี” ผู้ช่วยอัจฉริยะในการตอบคำถามข้อมูลด้านการพัฒนาที่ดิน ด้วยระบบอัตโนมัติผ่าน Application Line เกษตรกร นักเรียน นักศึกษา หรือผู้สนใจสามารถเข้าถึงข้อมูลด้านการพัฒนาที่ดินได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาที่ดินทำการเกษตร นอกจากนี้ยังสามารถสอบถามข้อมูลการให้บริการต่างๆ สื่อความรู้ บทความวิชาการ และประชาสัมพันธ์กิจกรรมงานต่างๆ ของกรมพัฒนาที่ดิน สามารถพิมพ์ตอบโต้ สอบถามข้อมูล หรือคลิกที่กล่องเมนูในระบบน้องดินดี อาทิ เมนูเช็คอิน สอบถามข้อมูลเชิงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อมูลดินและแหล่งน้ำใกล้เคียง เมนูบริการของเรา ขอรับบริการผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น จุลินทรีย์ พด. พืชปุ๋ยสด และวัสดุทางการเกษตร เป็นต้น

ทั้งนี้ ในปัจจุบันมีสมาชิกน้องดินดี เกือบ 2 หมื่นราย ตอบคำถามและข้อความสนทนาโต้ตอบกว่า 3 แสนข้อความ ซึ่งพัฒนาให้ผู้ใช้งานยืนยันตัวตนผ่านระบบ EASY Service เพื่อรองรับการรับบริการจากกรมพัฒนาที่ดิน โดยไม่ต้องจดจำชื่อผู้ใช้งานและรหัสผ่านหลายชุดทำให้ผู้รับบริการสามารถเข้าถึงข้อมูลและบริการต่างๆ ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ทุกที่ทุกเวลา และจะยังพัฒนาระบบการใช้งานให้สามารถบริการในด้านอื่นๆ เพื่อให้เกษตรและประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ที่ดินได้อย่างเหมาะสมและยั่งยืน หากสนใจใช้บริการ AI Chatbot“น้องดินดี” สามารถเพิ่มเพื่อนในแอปพลิเคชั่นไลน์ ค้นหา ด้วย ID : @dindee เพียงเท่านี้ก็เป็นเรื่องง่ายๆ ที่สามารถหาข้อมูล ความรู้ต่างๆ จากกรมพัฒนาที่ดิน เพื่อนำไปปรับใช้ในพื้นที่การเกษตร “แค่คลิกดู ก็รู้เรื่องดินได้ ไม่ยากเลย” ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.ldd.go.th หรือ Call center 1760

รมว.เกษตรฯรับฟัง กลุ่มสมัชชาคนจน ชงครม.หาแนวทาง แก้ปัญหาเร่งด่วน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/767876

วันพุธ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงก่อนหน้านี้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.ได้ลงพื้นที่รับฟังปัญหาของกลุ่มสมัชชาคนจน ที่ชุมนุมปักหลักเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาของชาวบ้าน อยู่ที่บริเวณหน้ากระทรวงศึกษาธิการ ถนนลูกหลวง กทม.ภายหลังจากการรับฟังปัญหาข้อเรียกร้องของกลุ่มสมัชชาคนจน พบว่าข้อเรียกร้องของสมัชชาประเด็นหลักคือปัญหาที่ดิน ทั้งที่ดินสาธารณะ ปัญหาของป่าไม้ซึ่ง รมว.เกษตรฯ ยืนยันว่าจะเร่งรัดนำปัญหาเร่งด่วนที่เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องไปสู่การแก้ไข และหาวิธีและแนวทางในการเจรจาระหว่างรัฐบาลกับสมัชชาคนจนให้เร็วที่สุด

“จากข้อสรุปที่ได้เจรจากับแกนนำครั้งนี้ ได้รับข้อเสนอเป็นกรอบทั้งหมด 6 ข้อ ซึ่งบางเรื่องรัฐบาลชุดเก่าได้ดำเนินการไปเกือบเรียบร้อยแล้ว แต่เรื่องใดที่สามารถดำเนินการต่อได้ ก็จะเสียบปลั๊กเดินหน้าทำงานต่อทันที อย่างไรก็ดี เรื่องใดที่ยังไม่จบและเป็นปัญหาที่ต้องแก้ไขร่วมกัน จะตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อน โดยจะนำกรอบทั้งหมด 6 ข้อ ที่ได้เจรจากัน รายงานให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทราบ เรื่องใดที่เกี่ยวกับกระทรวงเกษตรฯ ผมพร้อมจะดำเนินการให้เร็วที่สุด ส่วนเรื่องใดที่เกี่ยวกับกระทรวงอื่นๆ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง จะเป็นผู้มอบหมายต่อไป ยืนยันจะทำงานให้เร็วที่สุด เพราะความเดือดร้อนของพี่น้องปล่อยรอไม่ได้ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน” รมว.ธรรมนัส กล่าว

รองปลัดฯร่วมวงถก ด้านเกษตร-ป่าไม้อาเซียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/767879

วันพุธ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจากนายไชยา พรหมา รมช.เกษตรฯ ให้เข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้กับรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐเกาหลี และญี่ปุ่น พร้อมด้วย นายถาวร ทันใจ รองอธิบดีกรมประมง นายประภาส ภิญโญชีพ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ ผอ.สำนักการเกษตรต่างประเทศ อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายเกษตร) ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงจาการ์ตา และเจ้าหน้าที่สังกัดกระทรวงเกษตรฯ ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

ทั้งนี้ ที่ประชุมรับทราบความก้าวหน้าผลการดำเนินงานภายใต้แผนความร่วมมืออาเซียนบวกสาม ปี ค.ศ.2016-2025 ในการสร้างความเข้มแข็ง ความมั่นคงอาหาร การบริหารจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน การลดผลกระทบและการปรับตัวจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สุขภาพพืชและสัตว์ และการควบคุมโรค เพิ่มผลผลิต คุณภาพและการเข้าถึงตลาดของสินค้าเกษตร ซึ่งประเทศไทยผลักดันให้ประเทศสมาชิกอาเซียนบวกสามร่วมกันสนับสนุนการจัดตั้ง AFSIS ให้เป็นกลไกที่มีความยั่งยืน (Sustainable Mechanism) ในการให้ข้อมูลด้านความมั่นคงทางอาหารในภูมิภาค

นอกจากนี้ ประเทศไทยขอบคุณรัฐบาลญี่ปุ่นที่สนับสนุนอาเซียนในการดำเนินการด้านการประมงในหลายกิจกรรมผ่านกรอบความร่วมมือ ASEAN – SEAFDEC ด้วยดีเสมอมา และหวังว่าญี่ปุ่นจะยังคงสนับสนุนประเทศสมาชิก ASEAN – SEAFDEC ในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ เพื่อการประมงที่ยั่งยืนในภูมิภาคต่อไป

กรมชลฯสร้างการมีส่วนร่วม ตั้งเป้าเพิ่มผู้ใช้น้ำ6.3หมื่นกลุ่มปี’69

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/767877

วันพุธ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเดช เล็กวิชัย รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ได้สร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการบริหารจัดการน้ำชลประทานระดับพื้นที่ ภายใต้ยุทธศาสตร์กรมชลประทาน 20 ปี พ.ศ.2561-2580 ในประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 4 โดยสามารถจัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำชลประทานพื้นฐานแล้ว 52,678 กลุ่ม รับผิดชอบพื้นที่ชลประทานเพิ่มขึ้น 20.3 ล้านไร่ และสามารถตั้งกลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทานได้แล้ว 2,995 กลุ่มรับผิดชอบพื้นที่ชลประทานรวม เป็น 16.1 ล้านไร่ นอกจากนี้ยังสามารถจัดตั้งคณะกรรมการจัดการชลประทานได้แล้ว 391 คณะ รับผิดชอบพื้นที่ชลประทาน16.0 ล้านไร่ทั่วประเทศ รวมทั้งยังสามารถแต่งตั้งอาสาสมัครชลประทานแล้ว 4,562 คน รับผิดชอบพื้นที่ชลประทานที่ปฏิบัติงานรวมเป็น 14.8 ล้านไร่

ทั้งนี้ ตั้งเป้าหมายว่าภายในปี 2569 จะเพิ่มเครือข่ายการมีส่วนร่วมเพื่อให้สอดรับกับพื้นที่ชลประทานเป้าหมายของโครงการชลประทานขนาดใหญ่และขนาดกลาง โดยจะเพิ่มกลุ่มผู้ใช้น้ำชลประทานพื้นฐานให้ได้รวม 63,000 กลุ่ม เพิ่มกลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทานให้ได้ 6,868 กลุ่ม และเพิ่มจำนวนคณะกรรมการจัดการชลประทานให้ได้รวม 945คณะ และเพิ่มจำนวนอาสาสมัครชลประทานให้ได้ 8,931 คน โดยอาสาสมัครชลประทาน1 คนรับผิดชอบพื้นที่ชลประทาน 2,500 ไร่

อย่างไรก็ดี เพื่อให้การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ที่ 4 สร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมดังกล่าว สำเร็จตามเป้าหมาย จึงได้มีการกำหนดกลยุทธ์การดำเนินงานไว้ 3 กลยุทธ์ คือ 1.ดำเนินการพัฒนาและบูรณาการกระบวนการทำงานร่วมกันระหว่างกรมชลประทาน เครือข่ายหน่วยงานในระดับพื้นที่ต่างๆ และคณะกรรมการลุ่มน้ำ โดยจะส่งเสริมการเชื่อมโยงแผนงาน สนับสนุนงบประมาณเพื่อให้ทุกภาคส่วนมีทิศทางจัดการน้ำร่วมกัน รวมถึงการสร้างความเข้มแข็งเพื่อเพิ่มศักยภาพในการดำเนินงาน 2.สร้างเครือข่ายและความร่วมมือในการทำงานกับภาคประชาชน NGO ผู้ได้รับผลกระทบ และนักวิชาการในวงกว้าง เพื่อลดกระแสการต่อต้าน และช่วยเพิ่มแรงสนับสนุนการพัฒนาโครงการ ตลอดจนสร้างจิตสำนึกที่ตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรน้ำและการสร้างแหล่งน้ำ รวมทั้งเปิดรับฟังความคิดเห็นสร้างการมีส่วนร่วมในงานชลประทานและแก้ไขปัญหาน้ำในพื้นที่ และ 3.ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของชุมชนและกลุ่มผู้ใช้น้ำให้ครอบคลุมพื้นที่ชลประทานที่พัฒนาแล้ว โดยเริ่มตั้งแต่จัดทำฐานข้อมูลให้ครอบคลุมตั้งคณะกรรมการและกลุ่มผู้ใช้น้ำที่ยังขาดอยู่ ตลอดจนให้ความรู้และการพัฒนากลไกหรือแนวทางการทำงานร่วมกันกับกรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการร่วมพัฒนาแหล่งน้ำ และบริหารจัดการน้ำในพื้นที่

ชาวนาวอนรัฐบาลปัดฝุ่น! โครงการประกันราคาข้าว หลังโรงสีรับซื้อราคาต่ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/767744

ชาวนาวอนรัฐบาลปัดฝุ่น! โครงการประกันราคาข้าว หลังโรงสีรับซื้อราคาต่ำ

ชาวนาวอนรัฐบาลปัดฝุ่น! โครงการประกันราคาข้าว หลังโรงสีรับซื้อราคาต่ำ

วันอังคาร ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 14.28 น.

ชาวนากาฬสินธุ์ เรียกร้องรัฐบาลจัดโครงการประกันราคาข้าว และให้เงินช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยว หลังประสบปัญหาต้นทุนการผลิตต่อไร่สูงถึงไร่ละ 5,000 บาท เฉลี่ยขายข้าวได้เพียงไร่ละ 4,000 บาท ด้านผู้จัดการตลาดกลางข้าวและพืชไร่กาฬสินธุ์ เผยราคารับซื้อผลผลิตข้าวเปลือก ปีนี้ยังอยู่เกณฑ์ปกติ ข้าวเหนียวตันละ 12,000 บาท ข้าวเจ้าหอมมะลิ 105 ราคาตันละ 13,500 บาท 

7 พฤศจิกายน 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการติดตามบรรยากาศ การประกอบอาชีพของเกษตรกรชาว จ.กาฬสินธุ์ ทั้ง 18 อำเภอ ในช่วงรอเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าว ฤดูกาลผลิต 2566 ซึ่งจะเริ่มขึ้นในสัปดาห์หน้าเป็นต้นไป พบว่า ชาวนาทั้งในเขตใช้น้ำชลประทาน และนอกเขตชลประทาน ได้ออกมาตรวจสภาพนาข้าวและต้นข้าว ซึ่งเป็นผลผลิตจากหยาดเหงื่อ แรงงาน และการลงทุนที่สูง ทั้งนี้ ในส่วนแปลงข้าวที่อยู่ในที่ลุ่มรวงข้าวยังดูเขียวอยู่ เพราะยังมีน้ำขัง ขณะที่แปลงข้าวที่อยู่บนที่สูง เมล็ดข้าวกำลังเข้าสู่ระยะพลับพลึง และได้อายุเก็บเกี่ยวในสัปดาห์หน้าที่กำลังจะมาถึง

นายปี วรรณศรี อายุ 71 ปี  ชาวนาบ้านแสนสำราญ หมู่ 4 ต.นาเชือก อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า อาชีพทำนาเป็นอาชีพที่ต้องลงทุนสูง รายได้ต่ำ และเสี่ยงกับการขาดทุน ทุกปีที่ผ่านมาทำทั้งข้าวนาปี และนาปรัง ผลสรุปไม่คุ้มทุนเลย จากการคำนวณทุกขั้นตอนซึ่งเป็นรายจ่ายทั้งหมด เริมจากไถ คราด พรวน เมล็ดพันธุ์ น้ำมันสูบน้ำ ค่าแรง ค่าปุ๋ยเคมี ค่ารถเกี่ยว ค่าขนส่ง สูงถึงไร่ละ 5,000 บาท ขณะที่ผลลิตได้เฉลี่ยไร่ละ 400-500  ก.ก. ขายได้ ก.ก.ละ 8-9 บาท จะเห็นว่าเมื่อหักลบกลบหนี้แล้วขาดทุนยับ

นายปี กล่าวอีกว่า หลายปีที่ผ่านมา รัฐบาลเคยมีโครงการช่วยเหลือชาวนา ทั้งโครงการรับจำนำข้าว โครงการประกันราคาขาว และช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยว ซึ่งเป็นการชดเชยรายได้ที่หายไป ทำให้ชาวนาลดทุนทำนาได้บ้าง ถึงแม้ต้นทุนการผลิตยังสูง โดยเฉพาะปุ๋ยเคมี ที่เหมือนอยู่เหนือการควบคุมของหน่วยงานภาครัฐ ปล่อยให้ผู้ประกอบการร้านขายปุ๋ยปรับราคาไปเอง อย่างไรก็ตาม ขณะที่ข้าวกำลังรอเก็บเกี่ยวนี้ จึงอยากให้ทางรัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือชาวนาด้วย ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของการประกันราคา การปรับราคาซื้อข้าวเปลือกให้สูงขึ้น และช่วยค่าเก็บเกี่ยว และโครงการจำนำข้าวด้วย ทั้งนี้ หากประกันราคาให้ กก.ละ 13 บาท หรือขายได้ในราคา ก.ก.ละ 15 บาท ชาวนาพอจะมีรอยยิ้มและอยู่ได้

ด้านนายธนาพล ธรรมโนขจิต ผู้จัดการตลาดกลางข้าวและพืชไร่กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ปัจจุบันรับซื้อข้าวเปลือกเหนียวแห้ง ซึ่งเป็นข้าวเก่า ราคาตันละ 12,000 บาท ข้าวเจ้าหอมมะลิ 105 ทั้งข้าวเก่าและใหม่แห้ง ที่กำลังจะออกสู่ตลาดราคาตันละ 14,000-14,500 บาท ขณะที่เกี่ยวสด ราคาตันละ 10,500-11,000 บาท สำหรับแนวโน้มราคารับซื้อผลผลิตข้าวนาปี ฤดูกาลผลิต 2566 ข้าวเหนียวเกี่ยวสด ตันละ 9,000-10,000 บาท ข้าวเหนียวแห้ง  12,000-13,000 บาท ข้าวเจ้าหอมมะลิ 105 เกี่ยวสดตันละ 10,500-11000 บาท ข้าวเจ้าหอมมะลิ 105 แห้งตันละ 13,500-14,000 บาท  ทั้งนี้ ราคาขึ้นอยู่กับคุณภาพข้าว

นายธนาพลกล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม หากชาวนาต้องการขายข้าวได้ราคาสูง และได้ปริมาณมากขึ้น ควรใช้เมล็ดพันธุ์ใหม่ ทำนาดำ เพื่อคัดแยกข้าวปลอมปนได้ง่าย และให้ผลผลิตสูงกว่านาหว่าน โดยเฉพาะในส่วนของการนำข้าวเปลือกมาขายนั้น ควรผึ่งแดดให้แห้งก่อน ซึ่งจะได้ราคาสูงกว่านำข้าวเกี่ยวสดมาขาย ที่จะถูกแหล่งรับซื้อหักค่าความชื้นและสิ่งเจือปน.012

‘ธรรมนัส’ดูแลผู้เลี้ยงไก่ไข่ ลดต้นทุน-ราคาเป็นธรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/767592

วันอังคาร ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ อนุญาตให้สมาคมกลุ่มผู้เลี้ยงไก่ไข่ นำผู้แทนเกษตรกรเข้าพบ เพื่อแสดงความยินดีในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง รมว.เกษตรฯ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรฯ ในการนี้ สมาคมฯ ได้กล่าวขอบคุณที่ช่วง 8 ปีที่ผ่านมา เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อยได้รับการดูแลจากกรมปศุสัตว์ เป็นอย่างดี สร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกร รวมถึงมีการจัดสรรโควตา อย่างเป็นธรรม ทำให้เกิดความสมดุลทั้งในด้านการผลิตและการตลาด ทำให้ปริมาณไข่ไก่ไม่ขาดและไม่ล้นตลาด จึงขอบคุณภาครัฐที่เป็นพี่เลี้ยง ทำให้คุณภาพชีวิตเกษตรกรรายย่อยดีขึ้น แต่อยากจะขอให้ภาครัฐช่วยดูแลและปกป้องอาชีพเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ รวมถึงช่วยดูแลในเรื่องต้นทุนการผลิตให้เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่อยู่ได้

อย่างไรก็ดี รมว.เกษตรฯ ได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่งเสริมในเรื่องการปลูกพืชอาหารสัตว์ เพื่อช่วยให้ราคาต้นทุนถูกลง รวมถึงประสานงานกับกระทรวงพาณิชย์ เพื่อดูแลในเรื่องราคาไข่ไก่ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้ผลิตและผู้บริโภคต่อไป

กรมชลฯยกระดับสู่ดิจิทัล พัฒนาบุคลากร-สร้างมูลค่าเพิ่ม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/767590

วันอังคาร ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเดช เล็กวิชัย รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ได้ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยียุคดิจิทัล จึงพัฒนาบุคลากรและเทคโนโลยีที่เหมาะสมทันสมัยสอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งได้ดำเนินงานวิจัยพัฒนานวัตกรรม ทั้งที่เป็น Hardware และ Software ในอันจะเพิ่มประสิทธิภาพ ประสิทธิผลให้กับงานในยุคนี้ นอกจากนี้ยังได้มีการจัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนการจัดซื้อ ซ่อมบำรุงเครื่องคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติงานเป็นสำคัญ ในขณะเดียวกับเร่งจัดเก็บองค์ความรู้ที่สำคัญในการปฏิบัติงานของทุกหน่วยงานในสังกัดกรมชลประทาน ด้วยการจัดทำคู่มือปฏิบัติงานถ่ายทอดองค์ความรู้จากผู้เกษียณอายุราชการ ผ่านกิจกรรม KM Buddy และระบบพี่เลี้ยง สู่บุคลากรรุ่นใหม่เพื่อให้เจ้าหน้าที่รุ่นใหม่มีความพร้อมปฏิบัติงานได้รวดเร็ว มีทักษะเหมาะสมกับงาน ลดเปอร์เซ็นต์อัตราการเกิดความผิดพลาด และเพื่อส่งเสริมความสามารถให้บุคลากรมากยิ่งขึ้น

“เราได้ริเริ่มนำหลักสูตรในการพัฒนาบุคลากรและการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาใช้ในการปฏิบัติงานเช่น การรายงานผลและติดตามงานผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ พัฒนาบุคลากรให้สามารถใช้Application และโปรแกรมที่มีการอัปเดตและเป็นปัจจุบันมากที่สุด อีกทั้งร่วมมือกับองค์กรที่มีความรู้ความสามารถด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่ให้เข้ามาบรรยายให้ความรู้แก่บุคลากร โดยให้ความสำคัญในการปรับกระบวนการทางความคิด หรือ Mindset ของข้าราชการทุกระดับ มุ่งสร้างมูลค่าให้กับองค์กรด้วยการทำงานเชิงรุก เฉพาะอย่างยิ่งด้านการสื่อสารกับมวลชนในยุคดิจิทัลให้ได้รับข่าวสารที่ถูกต้อง แม่นยำ รวดเร็วทันเหตุการณ์ ซึ่งช่วยกระชับการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐและภาคประชาชน” นายเดช กล่าว

นอกจากนี้ได้จัดทำแผนพัฒนาบุคลากร(Training Road Map) ซึ่งเป็นแผนฝึกอบรมในแต่ละระดับของตำแหน่งงานที่สอดคล้องกับหน้าที่ความรับผิดชอบและขีดความสามารถ เพื่อให้บุคลากรมีความพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลง และเป็นการวางแผนความก้าวหน้าให้บุคลากรทุกระดับตำแหน่ง ทุกสายงาน พร้อมทั้งได้การปรับปรุงหลักสูตรมาตรฐานเพื่อเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ ในการปฏิบัติงานในแต่ละตำแหน่ง และกำหนดเส้นทางสั่งสมประสบการณ์ในการเข้าสู่ตำแหน่งต่างๆ กำหนดคุณสมบัติของข้าราชการที่จะแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการต้องมีประสบการณ์ในงานที่หลากหลายตามมาตรฐานที่กำหนด จุดประสงค์เพื่อสนับสนุนการยกระดับขีดความสามารถองค์กรให้เป็นไปตามเป้าประสงค์ข้างต้น

“ยิ่งไปกว่านี้ การพัฒนากลุ่มกำลังคนคุณภาพให้เขาเกิดการเรียนรู้และพัฒนาตนเอง ช่วยสร้างกรอบความคิดและทักษะได้นำมาซึ่งการสนับสนุนงานค้นคว้า วิจัย ประดิษฐ์นวัตกรรมด้วยกระบวนการ Design Thinking หรือการคิดเพื่อแก้ปัญหา พัฒนาแนวคิดใหม่ให้งานชลประทาน ดังจะเห็นได้จากผลงานประดิษฐ์นวัตกรรมมากมายผ่านงาน RID Innovation Award 2023 ที่ช่วยประหยัดงบประมาณและตอบโจทย์การใช้งานด้านชลประทานได้เป็นอย่างดี” นายเดช กล่าว

รมว.เกษตรฯรุดพบ ชาวไร่กำแพงเพชร รับฟังปัญหาในพื้นที่ หาทางแก้ไขโดยเร็ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/767588

วันอังคาร ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่พบปะชาวบ้านและพี่น้องเกษตรกรสมาชิกสมาคมชาวไร่อ้อย เพื่อรับฟังข้อเสนอ ปัญหา อุปสรรค หารือแนวทางการแก้ไขปัญหาพื้นที่ จ.กำแพงเพชร ที่สมาคมชาวไร่อ้อยเขต 6 กำแพงเพชร ว่า จ.กำแพงเพชร มีทำเลที่ตั้งที่มีศักยภาพเหมาะสมกับการเกษตร โดยมีแม่น้ำต้นทุนสายหลัก คือแม่น้ำปิง ไหลผ่านจังหวัด 104 กิโลเมตร มีพื้นที่ชลประทาน 1.45 ล้านไร่ เหมาะแก่การทำเกษตรกรรม รวมทั้งมีพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ ข้าว มันสำปะหลัง อ้อยโรงงาน และมีกล้วยไข่ที่เป็นอัตลักษณ์ของจังหวัด

นอกจากนี้ เรื่องปัญหาของพี่น้องเกษตรกร ไม่ว่าจะเป็นปัญหาแหล่งน้ำ ที่ดินทำกิน เรื่องราคาสินค้าเกษตร เช่น อ้อย มันสำปะหลัง เป็นต้น และปัญหาฝุ่น PM2.5 จากการเผาอ้อย กระทรวงเกษตรฯ ได้รับทราบและพร้อมทำงาน จัดทำแผนการดำเนินงานอย่างเร่งด่วน เพื่อยกระดับภาคการเกษตรในพื้นที่ จ.กำแพงเพชร ที่มีวัตถุประสงค์สำคัญที่ในการ “พัฒนาศักยภาพเกษตรปลอดภัย สนับสนุนการใช้พลังงานทดแทน สร้างมูลค่าเพิ่มด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี”

ในโอกาสนี้ รมว.เกษตรฯ ได้มอบหนังสืออนุญาตเข้าทำประโยชน์เขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4-01) เอกสารการทำประโยชน์และการปรับปรุงบำรุงดิน ข้าวสาร ถุงยังชีพ พันธุ์ปลา และพันธุ์พืชผักให้พี่น้องเกษตรกรด้วย