จ.สงขลา จัดพิธีเวียนเทียน เสริมดวงชะตาเป็นสิริมงคล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/743640

วันศุกร์ ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง จ.สงขลา ได้มีการจัดพิธีเวียนเทียนสะเดาะเคราะห์เสริมดวงชะตาตามประเพณีจีน ในงานสมโภช 181 ปีเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลาปี 2566  โดยมี นายไพเจน มากสุวรรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เป็นประธานในพิธีฯ นายไพโรจน์ สุวรรณจินดานายกสมาคมฮกเกี้ยนสงขลา ผู้บริหารสมาคมฮกเกี้ยนสงขลา รวมทั้งประชาชนชาวสงขลามาร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก เพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง และครอบครัว โดยในพิธีมี พระภิกษุปานชัย เถี่ยนหงือ เจ้าอาวาส และพระจากวัดถาวรวรารามหาดใหญ่ เดินทางมาทำพิธีเวียนเทียนสะเดาะเคราะห์เสริมดวงชะตา ตามประเพณีจีน โดยใช้ดวงเทียนอยู่ในถ้วยแก้ว มาใช้ในพิธีเวียนเทียนสะเดาะเคราะห์เสริมดวงชะตา โดยผู้ที่มาร่วมพิธีจะเดินตามหลังขบวนพระ และสามเณรไปโดยรอบ ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง และศาลเจ้าพ่อกวนอูที่อยู่ใกล้กัน จำนวน 3 รอบ และมีพระ สามเณรสวดมนต์อยู่ตลอดเวลาในขณะที่เดินเวียนเทียนจนครบ 3 รอบ สำหรับพิธีเวียนเทียนสะเดาะเคราะห์เสริมดวงชะตา ตามประเพณีจีน เป็นหนึ่งกิจกรรมใน งานสมโภช 181 ปี เจ้าพ่อหลักเมืองสงขลา ระหว่างวันที่ 7-15 กรกฎาคม 2566 เพื่อร่วมสืบสานวัฒนธรรม ประเพณีที่สำคัญของชาวไทยเชื้อสายจีนให้คงอยู่สืบไป และเป็นการจัดกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมสมโภชศาลเจ้าพ่อหลักเมือง

เจ๊ง!ผู้เลี้ยงโอดต้นทุนผลิตพุ่ง สวนทางราคาไข่ ทยอยเลิกกิจการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/743537

เจ๊ง!ผู้เลี้ยงโอดต้นทุนผลิตพุ่ง สวนทางราคาไข่ ทยอยเลิกกิจการ

เจ๊ง!ผู้เลี้ยงโอดต้นทุนผลิตพุ่ง สวนทางราคาไข่ ทยอยเลิกกิจการ

วันพฤหัสบดี ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 14.34 น.

เจ๊ง!ผู้เลี้ยงโอดต้นทุนผลิตพุ่ง สวนทางราคาไข่ ทยอยเลิกกิจการ

13 กรกฎาคม 2566 นายมงคล พิพัฒสัตยานุวงศ์ นายกสมาคมผู้ผลิต ผู้ค้าและส่งออกไข่ไก่ เปิดเผยถึงปัจจัยที่ส่งผลกระทบให้ต้นทุนการผลิตไข่ไก่สูงขึ้น โดยล่าสุดอยู่ที่ฟองละ 3.75 บาท ขณะที่ราคาขายไข่ไก่คละหน้าฟาร์มไม่ขยับ ขายได้เพียงฟองละ 3.80 บาทมาหลายสัปดาห์ ส่งผลให้เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ประสบภาวะขาดทุนจนทยอยเลิกเลี้ยงไปหลายราย

ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญคือวัตถุดิบอาหารสัตว์ ซึ่งมีราคาพุ่งขึ้นอย่างมากและต่อเนื่องมาตั้งแต่สงครามรัสเซีย-ยูเครน ทำให้วัตถุดิบขาดแคลนและการขนส่งยากลำบาก จนถึงขณะนี้ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ กากถั่วเหลือง และธัญพืชอื่นๆยังอยู่ในเกณฑ์สูง โดยวัตถุดิบอาหารสัตว์นี้ถือเป็นต้นทุนหลักราว 60-70% ของต้นทุนทั้งหมดทีเดียว

ปัจจัยต่อมาได้แก่สภาวะเอลนีโญ หรือการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่กำลังส่งผลต่อธัญพืชต่างๆทั่วโลก ส่งผลให้ปริมาณผลผลิตลดลง เกิดการแย่งชิงทรัพยากรกันมากขึ้น และสะท้อนให้เห็นแนวโน้มราคาพืชวัตถุดิบอาหารสัตว์ในอนาคตที่จะอยู่ในเกณฑ์สูงต่อเนื่องไปตลอดทั้งปีแน่นอน

ขณะเดียวกัน ต้นทุนค่าไฟฟ้าก็สูงขึ้นมากจากอัตราค่าไฟที่สูงขึ้น ยิ่งในช่วงที่ผ่านมาอากาศร้อนอบอ้าวต้องใช้ไฟฟ้าในการเปิดพัดลมระบายความร้อนมากขึ้น ทำให้ปัจจัยข้อนี้เป็นอีกส่วนสำคัญที่ดันต้นทุนการผลิตไข่ไก่ให้สูงขึ้นไม่น้อย รวมถึง ค่าจ้างแรงงานที่ขยับขึ้นจากการหาแรงงานยากขึ้นด้วย

“ปัจจัยทั้งหมดทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่อยู่อย่างยากลำบาก ราคาประกาศไข่คละที่ 3.80 บาท ก็ตอนที่ขายจริงก็ไม่ใช่ว่าจะขายทุกฟองได้ในราคาประกาศ จึงกลายเป็นขาดทุนสะสมให้เกษตรกรทยอยเลิกเลี้ยงไป ทางที่ดีควรปล่อยให้กลไกตลาดทำงาน เมื่อราคาไข่ไก่ขยับตามอุปสงค์อุปทานที่เกิดขึ้นจะทำให้ทั้งเกษตรกรและผู้บริโภคได้ซื้อ-ขายไข่ไก่ในระดับราคาที่สมดุลเอง” นายมงคลกล่าว

สำหรับโครงการเชื่อมโยงอาหารสัตว์ให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปี 2566 ซึ่งเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อย คนละไม่เกิน 10,000 บาท ที่กรมการค้าภายในดำเนินการเพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิต ในช่วงเดือนกรกฎาคม 2566 เป็นเวลา 1 เดือนให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ที่เลี้ยงไก่ไม่เกิน 1 แสนตัวนั้น มองว่ายังไม่สามารถช่วยเหลือเกษตรกรได้ในวงกว้าง ขอเสนอให้ภาครัฐแก้ปัญหาราคาวัตถุดิบตั้งแต่ต้นทางโดยตรงจะช่วยเกษตรกรได้ในตรงประเด็นและเกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรในวงกว้างมากกว่า………-005

รองปลัดฯถกคกก.รับรอง มาตรฐานวัสดุน้ำยางผสมสารฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/743403

วันพฤหัสบดี ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมคณะกรรมการพิจารณาการรับรองมาตรฐานวัสดุน้ำยางพาราผสมสารผสมเพิ่มและสารผสมเพิ่มสำหรับการก่อสร้างถนนดินซีเมนต์ปรับปรุงคุณภาพด้วยยางธรรมชาติ ครั้งที่ 1/2566 โดยมี นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม มีสรุปผลการประชุมดังนี้ 1.ที่ประชุมรับทราบรายงานความก้าวหน้าการรับรองมาตรฐานวัสดุน้ำยางพาราผสมสารผสมเพิ่ม และสารผสมเพิ่มปี 2565-2566 ประกอบด้วย 1) การยื่นคำขอการรับรองคุณภาพการผลิตวัสดุน้ำยางพาราผสมสารผสมเพิ่มฯ 2) การยื่นคำขอการรับรองมาตรฐานวัสดุน้ำยางพาราผสมสารผสมเพิ่มฯ (ตามลอตการผลิต) ของผู้ประกอบการ และ 3) การยื่นคำขอการรับรองมาตรฐานวัสดุสารผสมเพิ่มสำหรับการก่อสร้างถนนดินซีเมนต์ปรับปรุงคุณภาพด้วยยางธรรมชาติ ของผู้ประกอบการ

2.ที่ประชุมเห็นชอบการมอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายของ กยท.เป็นผู้ดำเนินคดีหรือดำเนินการทางกฎหมาย แทนผู้แทน
คณะกรรมการฯ รวมทั้งดำเนินการในเรื่องอื่นๆที่เกี่ยวข้องด้านกฎหมาย ทั้งนี้ ให้แจ้งเวียนผลการดำเนินการของฝ่ายกฎหมาย ให้คณะกรรมการฯ เพื่อทราบต่อไป

3.ที่ประชุมเห็นชอบให้คณะทำงานตรวจกระบวนการผลิตและเก็บตัวอย่างวัสดุน้ำยางพาราผสมสารผสมเพิ่มและสารผสมเพิ่มฯ เข้าปฏิบัติงานการตรวจสอบกระบวนการผลิตและเก็บตัวอย่างวัสดุน้ำยางพาราผสมสารผสมเพิ่มและสารผสมเพิ่มในสถานที่ผลิต หรือ ดำเนินการตรวจกระบวนการผลิตของผู้ประกอบการตามความเหมาะสม เพื่อสะดวกต่อการดำเนินงานภายหลังสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 และเห็นชอบให้ฝ่ายเลขาฯ ปรับปรุงคู่มือการปฏิบัติงานการควบคุมคุณภาพและการรับรองมาตรฐานวัสดุสำหรับงานก่อสร้างถนนดินซีเมนต์ปรับปรุงคุณภาพด้วยยางธรรมชาติฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 พ.ศ. 2564 เพื่อให้สอดคล้องกับการทำงานจริงในสถานการณ์ปัจจุบัน และแจ้งเวียนให้คณะกรรมการฯ ทราบและพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป

4.ที่ประชุมได้ร่วมกันหารือแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมการพิจารณาการรับรองมาตรฐานวัสดุน้ำยางพาราผสมสารผสมเพิ่มและสารผสมเพิ่มฯ ในกรณีที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มีประกาศมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมยาง มอก. 3399-2565 น้ำยางคอมพาวนด์สำหรับปรับคุณภาพดินซีเมนต์ (LATEX COMPOUND FOR MODIFIED SOIL CEMENT)

‘เฉลิมชัย’ชูศักยภาพ ช่องทางตลาดสินค้าส่งออก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/743404

‘เฉลิมชัย’ชูศักยภาพ  ช่องทางตลาดสินค้าส่งออก

‘เฉลิมชัย’ชูศักยภาพ ช่องทางตลาดสินค้าส่งออก

วันพฤหัสบดี ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการจัดกิจกรรม “การส่งเสริมการซื้อขายสินค้าเกษตร ตลาดนำการผลิต” ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนนโยบายตลาดนำการผลิต มุ่งเน้นการขยายตลาดสินค้าเกษตรไปสู่ตลาดต่างประเทศให้มากยิ่งขึ้น สำหรับกิจกรรมภายในงาน มีการจัดแสดงสินค้าที่มีศักยภาพที่สามารถส่งออกไปตลาดต่างประเทศได้ โดยกรมประมง นำสินค้าจากภาคเอกชนของไทยมาจัดแสดงและเลือกชิม ได้แก่ ปลาสวยงาม (ปลากัด) กุ้งก้ามกรามเผา กุ้งก้ามกรามสด ปลากะพงขาวสดขนาดต่างๆ อีกทั้งยังมีตัวอย่างเนื้อแช่แข็ง เนื้ออบแห้ง+สมุนไพรจีน เลือดจระเข้แคปซูล และกระดูกจระเข้สกัดแคปซูล มาโชว์

ในส่วนของกรมปศุสัตว์ นำสินค้าที่มีศักยภาพมาจัดแสดง ได้แก่ รังนก (ขาว) น้ำผึ้ง ชิ้นส่วนเป็ดและเครื่องในเป็ด เนื้อโคขุนคุณภาพสูง สินค้าไก่ รวมถึงนมอัดเม็ดรสทุเรียน และทุเรียนอัดเม็ดของสหกรณ์โคนมห้วยสัตว์ใหญ่ นอกจากนี้ กรมส่งเสริมการเกษตร ได้นำผลไม้ที่มีศักยภาพที่ต้องการขยายตลาด ได้แก่ ทุเรียนพันธุ์หมอนทอง กระท้อนพันธุ์ปุยฝ้าย มังคุด มะพร้าวน้ำหอม เงาะพันธุ์โรงเรียน ส้มโอพันธุ์ขาวน้ำผึ้ง ลำไยพันธุ์อีดอ กล้วยหอมทอง ชมพู่พันธุ์ทับทิมจันทร์ ฝรั่งพันธุ์กิมจู อินทผลัม สละพันธุ์เนินวง พันธุ์สุมาลี และเสาวรส พันธุ์ไทนุง

“กระทรวงเกษตรฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) รวมถึงมีการซื้อขายสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้น จะช่วยเหลือเกษตรกรในช่วงที่สินค้าเกษตรล้นตลาด ราคาตกต่ำ และยังเป็นการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้กับทั้งสองประเทศ ที่สำคัญยังเป็นการสร้างประโยชน์ให้กับเกษตรกรให้มีตลาดที่แน่นอน ผลิตสินค้าตรงตามความต้องการของตลาด เพิ่มรายได้
มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น” ดร.เฉลิมชัย กล่าว

เกษตรฯดันสมุนไพรท้องถิ่นด้านสุขภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/743401

วันพฤหัสบดี ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

พ.จ.อ.ประเสริฐ มาลัย หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังประชุมคณะอนุกรรมการวัตถุดิบสมุนไพร ครั้งที่ 1/2566 ว่า ที่ประชุมรับทราบรายงานผลการขับเคลื่อนแผนงาน/โครงการของหน่วยงานที่สนับสนุนแผนปฏิบัติการด้านสมุนไพรแห่งชาติฉบับที่ 2 พ.ศ.2566-2570 ยุทธศาสตร์ที่ 1 ส่งเสริมการผลิตและแปรรูปวัตถุดิบสมุนไพรให้มีคุณภาพและมาตรฐาน ปีงบประมาณ 2566 จากหน่วยงานรับผิดชอบโครงการ

ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบ Roadmap การขับเคลื่อนพืชสมุนไพร และพัฒนาคุณภาพวัตถุดิบสมุนไพร
ปี 2566-2570 ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ รับผิดชอบการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านสมุนไพรตามแผนการปฏิบัติการ
ด้านผลิตภัณฑ์สมุนไพรฯ จึงพิจารณาความเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ที่ 1 ส่งเสริมการผลิตและแปรรูปวัตถุดิบสมุนไพรให้มีคุณภาพและมาตรฐาน โดยมีเป้าหมาย 1.เพิ่มพื้นที่เพาะปลูกสมุนไพรที่ได้มาตรฐาน GAP (Good Agricultural Practices) 100,000 ไร่ (20,000 ไร่/ปี) และมีการแปรรูปสมุนไพรเบื้องต้นที่ได้มาตรฐาน 300 แห่ง (60 แห่ง/ปี)

2.จัดทำระบบรากฐานข้อมูลพืชสมุนไพรครบห่วงโซ่อุปทาน อย่างน้อย1 ฐาน/ฐานข้อมูลพืชสมุนไพรหายากองค์ความรู้ และภูมิปัญญาการใช้ประโยชน์พืชสมุนไพน 1 ฐาน/ห้องปฏิบัติการที่ได้รับรอง GLP (Good Laboratory Practice) 18 กลุ่มจังหวัด 1 แห่ง/1 กลุ่มจังหวัด และ 3.ปริมาณวัตถุดิบสมุนไพรแปรรูปที่มีคุณภาพในจังหวัดเมืองสมุนไพร 10 ตัน/จังหวัด/ปี แผนที่ความเหมาะสมของที่ดินสำหรับพืชสมุนไพร 40 พืช มีตลาดออนไลน์3 แห่ง และตลาดสมุนไพรชุมชน 76 แห่ง และมีงานวิจัยที่ตอบโจทย์พืชสมุนไพรในอนาคตอย่างน้อย 200 เรื่อง (40 เรื่อง/ปี)

ปลัดฯหารือจัดทำ โครงการขับเคลื่อน ตามยุทธศาสตร์ฯ หนุนสินค้าเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/743400

วันพฤหัสบดี ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมการจัดทำโครงการเพื่อขับเคลื่อนการบรรลุเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปีงบประมาณ 2568 ของกระทรวงเกษตรฯ โดยมีการพิจารณา 1.โครงการสำคัญต่อเนื่อง ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2565-2567 ภายใต้แผนแม่บทฯ ประเด็นการเกษตร 2.ข้อเสนอโครงการ ภายใต้แผนแม่บทฯ ประเด็นการเกษตร และ 3.ข้อเสนอโครงการ ภายใต้แผนแม่บทฯ ประเด็นอื่นที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงเกษตรฯ

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ มุ่งเน้นการขับเคลื่อนการดำเนินงานในเรื่องการส่งเสริมด้านการส่งออกสินค้าเกษตรให้เพิ่มมากขึ้น โดยมอบหมายให้หน่วยงานด้านการผลิต ทั้งกรมส่งเสริมการเกษตร กรมการข้าว กรมประมง และกรมปศุสัตว์ ดำเนินโครงการที่จะสามารถนำสินค้าของไทยไปประชาสัมพันธ์ทั้งในและต่างประเทศให้มากขึ้น พร้อมมอบหมายหน่วยงานสนับสนุน อาทิ สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) จัดทำโครงการเพื่อส่งเสริมด้านการประชาสัมพันธ์

นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้หารือถึงสินค้าเกษตรที่ต้องการให้ปลูกเพื่อทดแทนการนำเข้า ได้แก่ มันฝรั่ง มันสำปะหลัง ข้าวสาลี ถั่วเหลือง กาแฟ และยูคาลิปตัส อีกทั้งยังมุ่งผลักดันการส่งออกสินค้าเกษตรที่มีศักยภาพ อาทิ อินทผลัม สละ เสาวรส ส้มโอ เนื้อเป็ด และปลานิล เป็นต้น โดยมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการในเรื่องหลักเกณฑ์และใบอนุญาตการส่งออกให้ถูกต้อง

‘ประทีป เผือกฟัก’ส่งต่อมรดกอาชีพเกษตรกรผ่านคอนแทรคฟาร์มมิ่ง เลือกคู่ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/743224

‘ประทีป เผือกฟัก’ส่งต่อมรดกอาชีพเกษตรกรผ่านคอนแทรคฟาร์มมิ่ง เลือกคู่ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

‘ประทีป เผือกฟัก’ส่งต่อมรดกอาชีพเกษตรกรผ่านคอนแทรคฟาร์มมิ่ง เลือกคู่ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

วันพุธ ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 13.17 น.

‘ประทีป เผือกฟัก’ส่งต่อมรดกอาชีพเกษตรกรผ่านคอนแทรคฟาร์มมิ่ง เลือกคู่ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

กว่า 3 ทศวรรษที่ “ประทีป เผือกฟัก” สวมหมวกเป็นเกษตรกรในระบบคอนแทรคฟาร์มมิ่ง กระทั่งวันนี้ในวัย 69 ปีที่วางมือพักผ่อนและส่งต่อมรดกอาชีพเลี้ยงหมูผ่านระบบเดียวกันนี้ให้แก่ลูกชาย อะไรทำให้เกษตรกรรุ่นดั้งเดิมคนนี้ มั่นใจเต็มเปี่ยมกับระบบคอนแทรคฟาร์มมิ่ง พร้อมเปลี่ยนผ่านฟาร์มหมู “ป่ามะพร้าวฟาร์ม” จ.นครราชสีมา ส่งมอบสู่คนรุ่นลูกด้วยความภูมิใจ

“ผมเข้าร่วมโครงการคอนแทรคฟาร์มมิ่งตั้งแต่ปี 2536 ตอนนั้นเลี้ยงหมูแม่พันธุ์ 80 แม่ ในรูปแบบประกันรายได้หรือฝากเลี้ยง วันเวลาผ่านไป 30 ปี วันนี้ผมขยายฟาร์มเลี้ยงแม่พันธุ์หมูได้ถึง 200 แม่ มีรายได้เลี้ยงครอบครัวได้อย่างมั่นคงตลอดมา ที่ดีใจก็คือฟาร์มหมูที่ทำอยู่นี้ สามารถส่งมอบเป็นมรดกให้ลูกชายใช้ทำมาหากินต่อได้ ตัวผมได้พักวางมือและให้คำปรึกษาเขาเป็นครั้งคราว หน้าที่ประจำตอนนี้ก็รับ-ส่งหลานปู่ไปโรงเรียน” ประทีปเล่าผ่านคำพูดและสายตาที่อิ่มเอม 

การตัดสินใจเข้าสู่รูปแบบการจัดการเกษตร Contract framing ในครั้งนั้น สะท้อนความทันสมัยและมีวิสัยทัศน์ของลุงประทีป ขณะที่เกษตรกรในยุคนั้นหลายรายไม่กล้าสมัครเข้าร่วมกับระบบนี้

ด้วยมุมมองที่มองโลกว่าเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ดังนั้น ต้องพัฒนาและเปลี่ยนแปลงให้ทันโลก เกษตรเก่งเรื่องปฏิบัติ แต่บริษัทเก่งวิชาการและเทคโนโลยี การยอมรับเทคโนโลยีใหม่ๆและนำมาใช้นอกจากจะช่วยเรื่องการพัฒนาแล้ว ยังเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุนในการทำฟาร์มด้วย 

นอกเหนือจากวิสัยทัศน์ของลุงประทีปแล้ว รูปแบบของระบบคอนแทรคฟาร์มมิ่งที่มีการแบ่งงานกันทำอย่างชัดเจนระหว่างบริษัทกับเกษตรกร ก็เอื้อให้การทำงานร่วมกันเป็นไปอย่างราบรื่น โดยมีทั้งมาตรฐานกำหนดรูปแบบการเลี้ยง การจัดการ ทำสัญญาข้อตกลงในมาตรฐานการผลิตและผลตอบแทนที่จะได้รับ มีเจ้าหน้าที่สัตวบาลมาให้คำแนะนำการเลี้ยงอย่างใกล้ชิด สุดท้ายก็มีตลาดรองรับผลผลิต ไม่มีความเสี่ยงเรื่องขายไม่ได้ หรือขายได้แต่ไม่ได้ราคา ซึ่งลุงประทีปแนะเคล็ดลับว่า ถ้าจะลงหลักปักฐานสร้างอาชีพอย่างยั่งยืนก็ต้องเลือกคู่ที่ดี มีความเป็นมืออาชีพ ดังที่ลุงตัดสินใจเลือกทำสัญญาคอนแทรคฟาร์มมิ่งกับซีพีเอฟ

ในที่สุดความทันสมัยและพร้อมที่จะเรียนรู้ดังน้ำไม่เต็มแก้วของลุงประทีป ผนวกกับข้อดีของระบบคอนแทรคฟาร์มมิ่ง และความเป็นมืออาชีพของคู่สัญญา รวมถึงความซื่อสัตย์ต่อกัน ก็นำพาให้ลุงประสบความสำเร็จในอาชีพอย่างยั่งยืน กระทั่งส่งมอบเป็นมรดกอาชีพให้ลูกชายได้อย่างมั่นใจ

“ชัยพฤกษ์ เผือกฟัก“ ลูกชายลุงประทีป อธิบายเพิ่มเติมว่า ตนอยู่กับฟาร์มหมูมาตั้งแต่เด็ก ได้เห็นพัฒนาการต่างๆมากมาย ยิ่งคุณพ่อเป็นคนที่ทันสมัย ปลูกฝังเรื่องของการเปิดรับเทคโนโลยีต่างๆ เสมอมา ทำให้มีทั้งความรู้ความเข้าใจ และพร้อมรับเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ขณะที่บริษัทคู่สัญญาก็มีความเป็นมืออาชีพมาก ทำให้การทำฟาร์มเป็นไปได้ด้วยดีและเติบโตต่อเนื่อง

“ยืนยันว่าระบบคอนแทรคฟาร์มมิ่ง ช่วยลดความเสี่ยงการทำเกษตรและช่วยให้เกษตรกรรุ่นใหม่เติบโตได้อย่างมีความรู้ เพราะบริษัทคู่สัญญามีผู้เชี่ยวชาญเข้ามาสนับสนุน ทั้งเทคโนโลยีใหม่ๆ รวมถึงแหล่งทุน ที่เคยเห็นมีข้อพิพาทกันของเกษตรกรกับคู่สัญญา ก็ล้วนเกิดจากความไม่ซื่อสัตย์ต่อกัน เช่น เกษตรกรบางคนลักลอบนำอาหารสัตว์ไปขายหรือคู่สัญญาส่งของไม่มีคุณภาพไปให้เลี้ยงคือถ้าไม่ซื่อสัตย์ต่อกันก็ใช้ชีวิตคู่ไปด้วยกันไม่ได้ตลอดรอดฝั่ง ซึ่งข้อนี้สำคัญมาก” ชัยพฤกษ์กล่าว

ขณะที่ รศ.ดร.อภิญญา วนเศรษฐ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ซึ่งศึกษาเกี่ยวกับเกษตรพันธสัญญา ระบุว่าหลังจากประเทศไทยมี “พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา พ.ศ. 2560” ออกมาช่วยกำกับดูแลการทำสัญญาและการปฏิบัติตามสัญญา มีการทำหนังสือชี้ชวน มีสัญญากลางที่โปร่งใส และใช้ร่วมกัน ก็ลดปัญหาการเกิดข้อพิพาทได้มาก และสามารถส่งเสริมเกษตรกรรายย่อยให้มีอาชีพและรายได้ที่มั่นคงได้ โดยปัจจุบันมีบริษัทผู้ประกอบการเกษตรที่จดทะเบียนทำระบบคอนแทรคฟาร์มมิ่งตามข้อกำหนดของ พ.ร.บ.ดังกล่าวอยู่ราว ๆ 400 ราย ซึ่งพบว่ากรณีพิพาทลดน้อยลงอย่างมาก และมักจะเกิดขึ้นกับคู่สัญญาที่เป็นเกษตรกรรายย่อยและบริษัทรายเล็ก ๆ หรือโรงงานขนาดเล็กตามท้องถิ่นในส่วนภูมิภาคที่อาจยังมีการผลิตที่ไม่ได้มาตรฐาน

การเลือกคู่ชีวิตสำคัญเพียงใด การเลือกคู่สัญญาในการทำคอนแทรคฟาร์มมิ่งก็สำคัญไม่แพ้กัน เลือกได้ดีก็จะมีการเติบโตเคียงข้างกันไปได้อย่างต่อเนื่อง สามารถส่งมอบเป็นมรดกอาชีพให้ลูกหลานเฉกเช่นเดียวกับ ลุงประทีป ที่กำลังนั่งมองการเติบโตอีกขั้นของ “ป่ามะพร้าวฟาร์ม” บนความภูมิใจที่สร้างมันมากับมือ

‘กรมการข้าว’จัดแสดงผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าว​ ชูคุณประโยชน์ต่างๆมากมายด้านข้าว​

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/743209

'กรมการข้าว'จัดแสดงผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าว​ ชูคุณประโยชน์ต่างๆมากมายด้านข้าว​

‘กรมการข้าว’จัดแสดงผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าว​ ชูคุณประโยชน์ต่างๆมากมายด้านข้าว​

วันพุธ ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 12.20 น.

วันอังคารที่​ 11​ กรกฎาคม 2566 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เยี่ยมชมการจัดแสดงผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าวของกลุ่มเกษตรกร โดยมี นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว​ นายอานนท์​ นนทรีย์​ รองอธิบดีกรมการข้าว พร้อมคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมการข้าว เข้าร่วมการจัดแสดงผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าวของกลุ่มเกษตรกรครั้งนี้ด้วย ณ​ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

นายณัฏฐกิตติ์​ เปิดเผยว่า​ กรมการข้าวเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบการผลิตข้าวครบวงจร มีภารกิจในการพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าว โดยการส่งเสริมสนับสนุนให้เกษตรกร/วิสาหกิจชุมชนสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าวเพื่อเพิ่มมูลค่าข้าว ทั้งที่เป็นอาหาร (Food) และไม่ใช่อาหาร (Non food) ได้แก่ ขนมขบเคี้ยว อาหาร เครื่องดื่ม และเครื่องสำอาง เป็นต้น ดังนั้นการมาร่วมการจัดแสดงในครั้งนี้ เพื่อให้เกษตรกร/วิสาหกิจชุมชนและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าวที่มีศักยภาพ และผลิตอย่างต่อเนื่องได้เป็นที่รู้จัก ประกอบกับปัจจุบันผู้บริโภคมีความต้องการผลิตภัณฑ์แปรรูปเพิ่มขึ้น ตลอดจนเพื่อให้ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าวได้เป็นที่รู้จักของบุคคลทั่วไป และเผยแพร่ผลงานของกรมการข้าวด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูป

อธิบดีกรมการข้าว​ กล่าวต่อไปว่า​ สำหรับการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ในครั้งนี้​ กรมการข้าวได้นำผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าวที่น่าสนใจมาร่วมจัดแสดง​ อาทิ​ ผลิตภัณฑ์จากกลุ่มข้าวฮางบ้านสุขสำราญ ที่ได้นำผลิตภัณฑ์ข้าวเกรียบข้าวฮางฟักทอง​ที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์ต่างๆ​ อาทิ​ สารกาบา​ ที่ช่วยรักษาสมดุลของสมอง ลดความวิตกกังวล ป้องกันโรคความจำเสื่อม​ หรือสารฟีโนลิก ที่ช่วยป้องกันโรคหัวใจ​ เป็นต้น​ อีกทั้งยังมีผลิตภัณฑ์​จากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านบางกินน้ำ ที่ได้นำผลิตภัณฑ์ขนมจีนอบแห้ง​ ที่มีการผลิตเส้นขนมจีนจากข้าวดอกพยอม แปรรูปเป็นเส้นสดและเส้นกึ่งสำเร็จรูปพร้อมน้ำยาขนมจีนแบบแห้ง รวมไปถึงผลิตภัณฑ์สุราพื้นเมืองจากศูนย์วิจัยข้าว​พิษณุโลกและศูนย์วิจัยข้าวเชียงราย​ที่ได้นำผลิตภัณฑ์สุราพื้นเมืองที่น่าสนใจมาจัดแสดง​ อาทิ​ สุราแช่พื้นเมืองจากข้าวมะลินิลสุรินทร์​ สุราแช่พื้นเมืองจากข้าวมะลิโกเมนสุรินทร์​ ที่ทั้ง​ 2​ ผลิตภัณฑ์อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ​ที่ช่วยในการ​ช่วยชะลอผิวหนังไม่ให้เหี่ยวแห้งเร็วก่อนวัยอันควร ต้านการซึมเศร้า วิตกกังวล และที่สำคัญช่วยยับยั้งการเกิดมะเร็งและออกฤทธิ์ช่วยในการขยายเส้นเลือด​อีกด้วย

– 006

รองปลัดฯถกอนุกรรมการฯ มุ่ง4ประเด็นสำคัญด้านยางพารา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/743136

วันพุธ ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสุรเดช สมิเปรม รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการน้ำตาลทราย ครั้งที่ 5/2566 ในฐานะกรรมการ (ผู้แทนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์) ที่ห้องประชุม 1601 ชั้น 16 กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ สนามบินน้ำ โดยมี นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เป็นประธานการประชุมฯ

ทั้งนี้ ที่ประชุมร่วมกันหารือและพิจารณาในประเด็น 1.ขอเพิ่มชนิดสินค้าเพื่อผลิตสินค้าส่งออกปี 2566, 2.ขอเพิ่มสิทธิซื้อน้ำตาลทรายเพื่อผลิตสินค้าส่งออก ปี 2566, 3.ขอปรับลดสิทธิซื้อน้ำตาลทรายเพื่อผลิตสินค้าส่งออก ปี 2566, 4.ผลการใช้สิทธิซื้อน้ำตาลทรายเพื่อผลิตสินค้าส่งออก ปี 2565 และ 5.กำหนดการโครงการติดตามสถานการณ์น้ำตาลทราย อุตสาหกรรมต่อเนื่อง และการส่งออกน้ำตาลทรายปี 2566 (ครั้งที่ 2)

‘พีรพันธ์’งัดแผนจัดการมังคุดเมืองคอน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/743141

วันพุธ ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายพีรพันธ์ คอทอง รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารและขับเคลื่อนงานสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯ ครั้งที่ 4/2566 ว่าจากสถานการณ์มังคุด จ.นครศรีธรรมราช ที่มีเนื้อที่ยืนต้นเพิ่มขึ้นจากปี 2565 จำนวน 127 ไร่ ฤดูกาลผลิต 2565/2566 มีปริมาณผลผลิตมังคุดรวม 41,000 ตัน มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากสภาพอากาศที่เหมาะสม ส่งผลให้มังคุดแหล่งผลิตหลักออกดอก ประกอบกับผลผลิตมังคุดปี 2566 มีหลายรุ่น ทำให้ผลผลิตออกสู่ตลาดตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคมถึงเดือนกันยายนคาดการณ์มังคุดจะออกสู่ตลาดมากที่สุดช่วงเดือนสิงหาคม ประมาณ 13,412 ตัน

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ เตรียมมาตรการบริหารจัดการมังคุดโดยบูรณาการเจ้าหน้าที่ดำเนินการส่วนที่เกี่ยวข้องให้เกิดประสิทธิภาพ อาทิ การพัฒนาระบบการรับรองมาตรฐาน GAP ลดปัญหาการสวมสิทธิ์ การอบรมเกษตรกรให้เห็น
ความสำคัญของ GAP การเชื่อมโยงตลาดโดยใช้กลไกสหกรณ์ รวมทั้งส่งเสริมให้เกษตรกรกลุ่มแปลงใหญ่พัฒนาการคัดแยกคุณภาพมังคุดเข้าสู่ระบบการประมูลราคา เป็นต้น คาดว่าจะสามารถบริหารจัดการมังคุดได้อย่างเป็นรูปธรรมและทันท่วงที พร้อมทั้งรักษาเสถียรภาพราคามังคุด

นอกจากนี้ ได้เตรียมการบริหารจัดการมังคุด จ.ศรีธรรมราช 2 แนวทาง ประกอบด้วย 1.ด้านการผลิต มอบหมายให้สำนักงานเกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราช ดำเนินการตามแผนบริหารจัดการเชิงคุณภาพ ให้คำแนะนำการเตรียมพร้อมในฤดูกาลถัดไป และดำเนินการตามแผนบริหารจัดการเชิงปริมาณ จัดทำข้อมูลเอกภาพ และแผนบริหารจัดการผลผลิตของจังหวัด สำรวจแปลงพยากรณ์เพื่อประเมินสถานการณ์ และ 2.ด้านการตลาด จ.นครศรีธรรมราช จัดประชุมคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลิตผลทางการเกษตรระดับจังหวัด ครั้งที่ 1/2566 เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2566