รองปลัดฯนำคณะเข้าร่วม ประชุมสมัชชาใหญ่‘FAO’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/744129

วันจันทร์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน ดร.วนิดา กำเนิดเพ็ชร์ ผอ.สำนักการเกษตรต่างประเทศ น.ส.รัชนก แสงเพ็ญจันทร์ รักษาราชการแทนอัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายเกษตร) และนางศุภจิต ศรีอริยวัฒน์ ที่ปรึกษา (ฝ่ายเกษตร) สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำกรุงโรม เข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่ FAO สมัยที่ 43 (The 43rd Session of the FAO Conference) และร่วมรับฟังการกล่าวปราศรัยแสดงวิสัยทัศน์ของนายฉู ตงหยู (Mr. Qu Dongyu)ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้อำนวยการใหญ่ FAO ก่อนที่จะมีการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ที่สำนักงานใหญ่ FAOกรุงโรม สาธารณรัฐอิตาลี

ทั้งนี้ นายฉู ตงหยู เป็นผู้สมัครเพียงท่านเดียวในการเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งได้แสดงวิสัยทัศน์ถึงความเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนองค์กร FAO ให้ก้าวหน้า และแสดงความยินดีกับประเทศสมาชิกในการส่งเสริมระบบอาหารทางการเกษตรที่มีประสิทธิภาพและครอบคลุม โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เพื่อให้เกิดการบรรลุเป้าหมาย UN 2030 Agenda และนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development)

‘เฉลิมชัย’เผยผลสำเร็จส่งมังคุดไปญี่ปุ่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/744127

วันจันทร์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงความสำเร็จของการเปิดตลาดมังคุดไทยสู่ตลาดญี่ปุ่นแบบใหม่โดยไม่ต้องอบไอน้ำ ว่าที่ผ่านมาญี่ปุ่นอนุญาตให้นำเข้ามังคุดผลสดจากประเทศไทย แต่จะต้องผ่านกระบวนการอบไอน้ำ เพื่อเป็นการกำจัดแมลงวัน ซึ่งกรมวิชาการเกษตร เสนอมาตรการการส่งออกแบบใหม่โดยไม่ต้องอบไอน้ำ โดยฝ่ายไทยเห็นชอบต่อร่างเงื่อนไข ปัจจุบันอยู่ระหว่างขั้นตอนดำเนินการภายในประเทศของกระทรวงเกษตรฯ ญี่ปุ่น เช่น การเปิดรับฟังข้อคิดเห็น การแก้ไขกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ฯลฯ ก่อนจะมีการประกาศใช้เงื่อนไขใหม่อย่างเป็นทางการ คาดว่าจะสามารถใช้มาตรการใหม่ได้ภายในเดือนสิงหาคม 2566 ซึ่งกรมวิชาการเกษตร และสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำกรุงโตเกียว ได้เจรจาเร่งรัดขั้นตอนอย่างใกล้ชิดเพื่อให้ทันกับมังคุดฤดูกาลนี้

สำหรับมาตรการการส่งออกมังคุดผลสดจากประเทศไทยไปญี่ปุ่นแบบใหม่โดยไม่ต้องอบไอน้ำ จะช่วยลดต้นทุนการส่งออกของผู้ประกอบการ ยืดอายุของผลมังคุดสด สามารถขนส่งทางเรือได้อีกช่องทางหนึ่ง นอกเหนือจากการขนส่งทางเครื่องบิน สามารถเอื้อประโยชน์ต่อเกษตรกรและผู้ประกอบการให้ส่งออกมังคุดได้มากขึ้น ราคาวางจำหน่าย ณ ร้านค้าปลีกถูกลง และได้รับความนิยมจากผู้บริโภคชาวญี่ปุ่น

ในปี 2565 ญี่ปุ่นนำเข้ามังคุดผลสดจากประเทศไทย 82.4 ตัน คิดเป็นมูลค่า 13.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ร้อยละ 33.9 และร้อยละ 4.8 ตามลำดับ การนำเข้าในช่วงสถานการณ์การระบาดโควิด-19 ได้รับผลกระทบในช่วงแรกเนื่องจากการขนส่งมังคุดใช้วิธีการขนส่งทางเครื่องบินเป็นหลัก อย่างไรก็ดีสถิติการนำเข้ามีแนวโน้มการบริโภคในประเทศญี่ปุ่นเริ่มฟื้นตัวและคาดว่าจะสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ (มกราคม-เมษายน 2566) พบว่าญี่ปุ่นนำเข้ามังคุดจากไทยแล้ว 26,170 กิโลกรัม มูลค่า 5,009,503 บาท

กรมชลฯติดตาม ดูสถานการณ์น้ำ พร้อมรับเอลนีโญ ให้ใช้น้ำประหยัด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/744122

วันจันทร์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกัน 38,747 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 51ของความจุอ่างฯ รวมกัน สามารถรับน้ำได้อีก 37,590 ล้าน ลบ.ม.สำหรับลุ่มน้ำเจ้าพระยาสถานการณ์น้ำใน 4 เขื่อนหลัก(เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์)มีปริมาณน้ำรวมกัน 10,554 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็นร้อยละ 42 ของความจุอ่างฯ รวมกัน สามารถรับน้ำได้อีก 14,317 ล้าน ลบ.ม. ส่วนสถานการณ์ค่าความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำบางปะกง แม่น้ำท่าจีน และแม่น้ำแม่กลอง ค่าความเค็มอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถควบคุมได้และไม่ส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำประปา

จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าปรากฏการณ์เอลนีโญ อาจจะส่งผลให้ทั้งประเทศไทยเกิดฝนตกน้อยกว่าค่าปกติยาวนานจนถึงปีหน้าจึงขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนร่วมใจกันใช้น้ำอย่างประหยัด นอกจากนี้ ได้เน้นย้ำให้โครงการชลประทานในพื้นที่ บริหารจัดการน้ำในระบบด้วยความประณีตและมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการปฏิบัติตาม 12 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 2566 อย่างเคร่งครัด พร้อมกับดำเนินการกำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำในแม่น้ำลำคลองอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการประชาสัมพันธ์ถึงสถานการณ์น้ำให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่องและทั่วถึง

ยึด’ปุ๋ยปลอม’ บุกจับขบวนการลักลอบขายผ่านเฟซบุ๊ก ของกลางกว่า 5 ตัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/743712

ยึด'ปุ๋ยปลอม' บุกจับขบวนการลักลอบขายผ่านเฟซบุ๊ก ของกลางกว่า 5 ตัน

ยึด’ปุ๋ยปลอม’ บุกจับขบวนการลักลอบขายผ่านเฟซบุ๊ก ของกลางกว่า 5 ตัน

วันศุกร์ ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 10.46 น.

สารวัตรเกษตรไซเบอร์กรมวิชาการเกษตร ร่วมกับ บก.ปคบ.บุกจับขบวนการลักลอบจำหน่วยปุ๋ยปลอม ย่านหนองจอก ยึดปุ๋ยปลอมกว่า 5 ตัน หลังมีการร้องเรียนในโลกโซเชียล ลอบขายปุ๋ยไร้คุณภาพสร้างความเดือนร้อนให้เกษตรกร

นายธรรมรัตน์ ทองมี ผู้อำนวยการกลุ่มสารวัตรเกษตรกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ได้รับการร้องเรียนว่ามีขบวนการลักลอบจำหน่ายปุ๋ยปลอมผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก โดยมีการโฆษณาผ่านโลกโซเชียล เจ้าหน้าที่สารวัตรเกษตรไซเบอร์ สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตร จึงได้ประสานงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ร่วมกันเข้าตรวจค้นยึดรถยนต์ต้องสงสัย ได้ที่บริเวณริมถนนคลอง 12  เขตหนองจอก กรุงเทพฯ ซึ่งมี นายหนึ่งเดียว ชาว จ.เพชรบูรณ์ เป็นคนขับ โดยอ้างว่าเป็นแค่คนรับจ้างขับรถมาส่งของเท่านั้น

จากการตรวจสอบสามารถตรวจยึด อายัด ผลิตภัณฑ์ต้องสงสัยว่าเป็นปุ๋ยเคมี เม็ดสีเทาบรรจุอยู่ในกระสอบพลาสติกสานสีขาว (กระสอบกลับด้าน) ขนาดบรรจุ 50 กิโลกรัม จำนวน 100 กระสอบ โดยก่อนหน้านี้ กลุ่มคนดังกล่าวมีพฤติการณ์โพสต์ขายปุ๋ยเคมีทางออนไลน์ผ่านเฟซบุ๊ก โดยระบุว่าบำรุงและรองพื้นในกระสอบเดียว ราคา 690 บาท เจ้าหน้าที่จึงได้ติดต่อล่อซื้อปุ๋ยเคมีสูตร 15-7-18 จำนวน 5 ตัน มูลค่า 62,500 บาท โดยผู้ขายแจ้งว่าเป็นปุ๋ยเคมีตรากระต่าย แต่บรรจุใส่กระสอบกลับด้านให้เนื่องจากเป็นปุ๋ยเม็ดใหม่ ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนปุ๋ยเคมี ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวต้องสงสัยว่าเป็นปุ๋ยเคมี

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้มีการควบคุมตัวผู้ต้องหาและขยายผลไปย้งต้นตอและแหล่งผลิตเพื่อดำเนินคดีต่อไป โดยเบื้องต้นได้แจ้งข้อหาความผิดตาม พ.ร.บ.ปุ๋ย พ.ศ.2518 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ตามมาตรา 30(5) ผลิตปุ๋ยเคมีเพื่อการค้า ซึ่งปุ๋ยเคมีที่ต้องขึ้นทะเบียนแต่มิได้ขึ้นทะเบียน มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 5 ปี ปรับตั้งแต่ 4 หมื่นบาท ถึง 2 แสนบาท

– 006

‘สุรเดช’ร่วมวงถก คกก.การส่งเสริม พัฒนาด้านอาชีพ มุ่งทำตามแผนงาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/743642

วันศุกร์ ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสุรเดช สมิเปรม รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมประชุมคณะอนุกรรมการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาด ครั้งที่ 1/2566 โดยที่ประชุมเห็นชอบพื้นที่เป้าหมายในการดำเนินการ ประจำปีงบประมาณ 2567 เพื่อให้การส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาดในรูปแบบชุมชนในพื้นที่ซึ่งคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ดำเนินการให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันและมีเป้าหมายที่ชัดเจน โดยมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ใช้ข้อมูลพื้นที่เป้าหมายที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ ในฐานะฝ่ายเลขาฯ กำหนด40 พื้นที่ 26 จังหวัด เสนอเป็นพื้นที่เป้าหมายดำเนินการ ประจำปีงบประมาณ 2567 ประกอบการวางแผนดำเนินการภายใต้กิจกรรม 6 ด้าน คณะอนุกรรมการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาด

นอกจากนี้ที่ประชุมยังรับทราบผลการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาด ปีงบประมาณ 2566 ภายใต้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) โดยในปีงบประมาณ 2558-2565 คณะอนุกรรมการจัดที่ดิน ดำเนินการจัดราษฎรเข้าครอบครองทำประโยชน์ในพื้นที่เป้าหมายแล้ว 338 พื้นที่67 จังหวัด 76,453 ราย 94,555 แปลง เนื้อที่ 523,165 ไร่ พร้อมจัดทำแผนงาน/กิจกรรม เพื่อดำเนินการในพื้นที่ คทช.จาก 12 หน่วยงานภายใต้คณะอนุกรรมการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาด ประจำปีงบประมาณ 2566 ทั้งเรื่องการส่งเสริม สนับสนุนการรวมกลุ่มตามความต้องการของราษฎร เพื่อการจัดตั้งสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร รวมทั้งในพื้นที่ที่มีการจัดตั้งสหกรณ์แล้ว จัดทำแผนการส่งเสริมและพัฒนาสหกรณ์ ในการดำเนินธุรกิจ เพื่อประโยชน์แก่สมาชิกในการประกอบอาชีพ และการดำรงชีวิต

ปลัดฯชี้คปก.ขยายเวลารับมรดกสิทธิที่ดิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/743634

วันศุกร์ ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.) ครั้งที่ 3/2566 ที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ว่าที่ประชุมเห็นชอบอนุมัติขยายเวลาในการยื่นขอรับมรดกสิทธิ/การจัดการที่ดินแทนที่ กรณีเกษตรกรเสียชีวิต โดยขยายเวลาออกไปอีกเป็นระยะเวลา 1 ปี นับแต่วันที่ 16 กรกฎาคม 2566 ถึง 16 กรกฎาคม 2567 เนื่องจากยังมีทายาทที่ไม่สามารถยื่นคำขอรับการจัดที่ดินแทนที่ได้ทันวันที่ 16 กรกฎาคม 2566 เพื่อให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.)ได้ประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ รวมถึงเพื่อเสนอแนวทางหลักเกณฑ์ การกำหนดราคาค่าชดเชย การจัดการทรัพย์สิน หนี้สินของเกษตรกรที่เสียชีวิต กรณีนำที่ดินแปลงดังกล่าวกลับคืนมาดำเนินการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมต่อไป

“ขณะเดียวกัน หากทายาทไม่ประสงค์จะขอรับมรดกสิทธิ/การจัดการที่ดินแทนที่ฯ แล้ว ส.ป.ก.จะดำเนินการนำที่ดินแปลงดังกล่าวมาจัดสรรให้เกษตรกรรายอื่นได้เข้าใช้ประโยชน์ต่อไป”นายประยูร กล่าว

สำหรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน คปก.อนุมัติโครงการและใช้เงินกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ที่จัดให้เกษตรกรสภาประชาชน 4 ภาค ต.เสมา อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา สำหรับการสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก ที่บ้านโสกแจ้ง หมู่ 8ต.เสมา อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา และสำหรับสร้างบ่อบาดาลและระบบสูบน้ำโซลาร์เซลล์เพื่อการเกษตร รวมไปถึงการอนุมัติก่อสร้างถนนสายซอยผิวจราจรหินคลุกในแปลงเกษตรกรรมเกษตรกรสภาประชาชน 4 ภาค ต.กลัดหลวงและ ต.เขากระปุก อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี นอกจากนั้นยังอนุญาตให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติใช้ที่ดินเพื่อสร้างวัดถ้ำคีรีบรรพต ในเขตปฏิรูปที่ดินจังหวัดขอนแก่น และสร้างวัดจิตประชาสามัคคี ในเขตปฏิรูปที่ดินจังหวัดอุดรธานี ด้วย

ไทย-อินโดฯพัฒนาเกษตร ร่วมสร้างความมั่นคงด้านอาหาร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/743639

วันศุกร์ ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หารือร่วมกับนายมูฮัมมัด มาดิโอโน่ ทูตพิเศษของประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย รับผิดชอบภารกิจด้านการลดปัญหาความยากจนและความร่วมมือด้านความมั่นคงทางอาหาร เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและประสบการณ์ด้านการพัฒนาด้านการเกษตรระหว่างกัน ในฐานะที่ไทยและอินโดนีเซีย เป็นประเทศสมาชิกประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

สำหรับการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นครั้งนี้ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการเกษตรและความมั่นคงด้านอาหารระหว่างไทย-อินโดนีเซีย ตลอดจนขยายความร่วมมือด้านการเกษตรและความมั่นคงด้านอาหารร่วมกัน โดยกระทรวงเกษตรฯ ได้รายงานการขับเคลื่อนนโยบายด้านการเกษตรของไทย โดยมี 5 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ 1.ยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิต 2.ยุทธศาสตร์เทคโนโลยีเกษตร 4.0

3.ยุทธศาสตร์ “3S” (Safety -Security – Sustainability) 4.ยุทธศาสตร์การบริหารเชิงรุกแบบบูรณาการกับทุกภาคส่วนและ 5.ยุทธศาสตร์เกษตรกรรมยั่งยืนตามแนวศาสตร์พระราชา และได้ให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนภาคเกษตรด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG เศรษฐกิจชีวภาพ (Bio Economy) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ซึ่งมีเป้าหมายหลัก คือ ปรับเปลี่ยนระบบการเกษตรของประเทศไทยสู่ 3 สูง คือประสิทธิภาพสูง มาตรฐานสูง และรายได้สูง

ทั้งนี้ ผู้แทนสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรได้นำเสนอการดำเนินงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายด้านความมั่นคงทางอาหาร และผู้แทนสำนักการเกษตรต่างประเทศ นำเสนอ
การดำเนินงานกระทรวงเกษตรฯ ร่วมกับภาคีเครือข่ายนานาชาติเพื่อพลิกโฉมระบบเกษตรและอาหารที่ยั่งยืน นอกจากนี้ไทยและอินโดนีเซีย ยังเห็นพ้องร่วมกันในการขับเคลื่อนด้านการเกษตรเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารในระดับนโยบายเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ ซึ่งฝ่ายไทยยินดีแลกเปลี่ยนการดำเนินการร่วมกับฝ่ายอินโดนีเซีย ทั้งด้านพืช ประมง ปศุสัตว์ รวมทั้งแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อสอดคล้องนโยบาย BGC โมเดลของรัฐบาลไทย

สำหรับสินค้าเกษตรกรรมและสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรส่งออกของไทยไปยังอินโดนีเซีย ปี 2566 (มกราคม-มีนาคม 2566) 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.น้ำตาลทราย 17,939.99 ล้านบาท 2.ข้าว 4,170.23 ล้านบาท3.ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง 872.83 ล้านบาท 4.อาหารสัตว์เลี้ยง 666.07 ล้านบาท และ 5.ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่นๆ 547.67 ล้านบาท ในส่วนของสถิติการค้าภาพรวมและการค้าสินค้าเกษตร ไทย-อินโดนีเซียปี 2565 มีมูลค่าการค้าสินค้าเกษตรรวม 91,086ล้านบาท ดังนี้ ไทยส่งออก 63,081 ล้านบาทไทยนำเข้า 28,005 ล้านบาท (ไทยได้ดุล 35,076ล้านบาท)

ประมงฯให้บริการขนถ่าย สินค้าสัตว์น้ำในรอบ20ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/743636

วันศุกร์ ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายองอาจ วงศ์แดง หัวหน้าสำนักงานท่าเทียบเรือประมงตราด (ทร.ตราด) กล่าวว่า ท่าเทียบเรือประมงตราดได้จดทะเบียนเป็นท่าเทียบเรือประมงพาณิชย์ ซึ่งหนังสือรับรองออกโดยกรมประมง เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2566 เพื่อแสดงว่าท่าเทียบเรือประมงผ่านมาตรฐานด้านสุขอนามัยของท่าเทียบเรือประมง สะพานปลา กิจการแพปลา หรือตลาดกลางซื้อขายสัตว์น้ำ และเพื่อการกลับมาให้บริการชาวประมงสำหรับการขนถ่ายสัตว์น้ำได้ ซึ่งก่อนหน้านี้ท่าเทียบเรือประมงตราด มีเพียงให้เรือประมงจอดเทียบท่าเท่านั้น

ทั้งนี้ องค์การสะพานปลา (อสป.) เห็นชอบให้ท่าเทียบเรือประมงจดทะเบียนเป็นท่าเทียบเรือประมงพาณิชย์เพื่อช่วยเหลือพี่น้องชาวประมง โดยมีเรือประมงพื้นบ้านนำเรือเข้าจอดเทียบท่าเพื่อขนถ่ายสินค้าสัตว์น้ำเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 20 ปีที่ผ่านมา และ อสป.ยังคงยืนหยัดเคียงคู่พี่น้องชาวประมงไทย มุ่งมั่นพัฒนาและยกระดับให้เป็นแหล่งสินค้าสัตว์น้ำที่ถูกสุขลักษณะได้มาตรฐานสากล เทียบชั้นตลาดปลาหรือตลาดสัตว์น้ำทั้งในและต่างประเทศได้ มีเป้าหมายสำคัญที่ต้องผลักดันให้สถานที่ดังกล่าวเป็นแหล่งนิยมซื้อขายสินค้าสัตว์น้ำของชาว จ.ตราด ด้วย

ฮือฮาพบโครงกระดูกไดโนเสาร์ ชาวบ้านนำเก็บรักษาไว้อย่างดี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/743637

วันศุกร์ ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณเทือกเขาภูผาน้อย บ้านห้วยทราย ต.หนองบัว อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู เขตรอยต่อเทือกเขา อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี และจ.หนองบัวลำภู มีพระภิกษุออกธุดงค์พร้อมกับชาวบ้าน ได้ไปพบโครงกระดูกจึงนำกลับมาเก็บรักษาไว้ ที่ วัดป่าห้วยทรายทองนาคชัยพร โดยโครงกระดูกไดโนเสาร์ที่พบ พระอาจารย์ทองคำ สันตะกาโย เจ้าอาวาสองค์ก่อน ได้เดินออกธุดงค์ประมาณปี 2562 ได้พบโครงกระดูกดังกล่าว ฝังอยู่ในดินเป็นจำนวนมาก ซึ่งอยู่ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 1 กิโลเมตร และต่อมานายสมเจตน์จงศุภวิศาลกิจ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู พร้อมคณะ และเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพยากรธรณี เขต 2 กรมทรัพยากรธรณี ได้ออกมาสำรวจ และแจ้งว่าชิ้นส่วนของกระดูกที่สงสัยว่าจะเป็นสัตว์ยุคดึกดำบรรพ์ ซึ่งในเบื้องต้นเป็นไดโนเสาร์ 3 ชนิด คือ ชนิดกินพืชชนิดกินปลา และชนิดที่กินเนื้อเป็นอาหาร  จากการตรวจสอบพบตัวอย่างซากดึกดำบรรพ์ในชั้นหินทรายเนื้อปนปูน อายุประมาณกว่า 150 ล้านปีประกอบด้วย กระดูกไดโนเสาร์มีลักษณะคล้ายไดโนเสาร์กลุ่มซอโรพอด คอยาวหางยาว เดิน 4 ขา กินพืชเป็นอาหาร และที่น่าสังเกตคือด้านข้างจะมี “บ่อน้ำซับ” แหล่งน้ำที่ผุดขึ้นตลอดทั้งปี 

โดยนายธงชัย บุตรดี เป็นโยมอุปัฏฐากของวัดป่าห้วยทรายทองนาคชัยพร ได้เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังถึงความลี้ลับว่า ก่อนหน้านี้มีอยู่วันหนึ่งภรรยาตนเองได้ฝันว่า มีคนมาชวนไปทำบุญ มาขอต้นกล้วยมาขอใบตอง แต่ในความฝันเขาไม่บอกว่าวัดไหน มีคนมาชวนและจูงแขนภายในความฝัน และบอกภรรยาว่าให้รีบไปทำบุญใหญ่ของบ้านเรา ภรรยาตนเองจึงสอบถามย้ำว่าวัดชื่ออะไร จึงมีคนบอกว่าอยู่บ้านเชียงคาน และวัดในหมู่บ้านชื่อว่าวัดทรายทอง และก่อนหน้านี้ที่ บ่อน้ำซับ จะมีนายพรานที่ออกล่าสัตว์ เห็นผู้หญิงแต่งตัวสวยงามเดินขึ้นมาจากบ่อน้ำ 4 คนนุ่งสบงเหมือนกับชาววัง ต่อมานายพรานคนดังกล่าวก็มานอนเฝ้าทุกๆ คืนในวันพระ เพื่อจะได้เห็น เพราะคลั่งไคล้หลงใหลในความสวยงามของหญิงสาวในฝัน แต่วันแล้ววันเล่านายพรานก็ไม่พบเห็นหญิงสาวเหล่านั้นอีกเลย ซึ่งตอนนั้นยังไม่มีการก่อตั้งวัดป่าห้วยทรายทองนาคชัยพร

ขอนแก่นจัดงานสัญจรเครือข่าย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/743641

วันศุกร์ ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชาญชัย ศรศรีวิชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ประธานเปิดงานเครือข่าย Young Smart Farmer (YSF) สัญจรจังหวัดขอนแก่น ครั้งที่ 1 ที่บริเวณมิสยูคาเฟ่ (Miss You Café) บ้านสระกุด หมู่ที่ 2 ต.ม่วงหวาน อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น โดยมี นายธงชัย มูลคำศรี เกษตรจังหวัดขอนแก่นนายชินกร แก่นคง นายอำเภอน้ำพอง นายสมาน ดาวเรือง ที่ปรึกษาเครือข่าย Young Smart Farmer (YSF) จังหวัดขอนแก่น และผู้แทนผู้บริหารโรงไฟฟ้าน้ำพอง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ร่วมงาน

นางสาวธิกัณกาญพ์ สามาอาภัตรประธานเครือข่าย Young Smart Farmer (YSF) จังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า การจัดงานนี้ตามคติพจน์ “เกษตรกรรุ่นใหม่ Generation ใหม่ มองการณ์ไกลคือ ผู้นำเกษตรกรรมแห่งอนาคต” มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกษตรกรรุ่นใหม่ได้สร้างเครือข่ายเกษตรอัจฉริยะ เพื่อเปิดมุมมองใหม่ให้ชุมชนมีทัศนคติที่ดีต่ออาชีพเกษตรกร ว่า เป็นอาชีพที่มีเกียรติและมีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ และเพื่อให้เด็กและเยาวชนมีความรู้ทักษะด้านเทคโนโลยีการเกษตรที่ถูกต้อง สอดคล้องกับครอบครัวและท้องถิ่น ด้วยตัวอย่างจากที่ปฏิบัติจริง ปรับประยุกต์ใช้ทำตามสถานการณ์โลกปัจจุบัน อันเป็นการขับเคลื่อนการเกษตร ให้สอดคล้องกับนโยบายและแผนพัฒนาประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งเป็นการประชาสัมพันธ์ผลงานของเครือข่าย Young Smart Farmer