เกษตรฯร่วมถกคกก.อ้อย-น้ำตาล สรุปผลดำเนินการ-ปริมาณผลิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/705207

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสุรเดช สมิเปรม รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมการประชุมคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย

ครั้งที่ 10/2565 ในฐานะกรรมการ (ผู้แทนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์) โดยมีนายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานการประชุมฯ

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้หารือและพิจารณาในประเด็นการเห็นชอบการแต่งตั้งกรรมการผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรม ในคณะกรรมการบริหารตาม พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ. 2527 และรับทราบในประเด็นการดำเนินการตามมติคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายในการประชุมครั้งที่ 9/2565 เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2565 , สาระสำคัญที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม ตาม พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาลทราย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2565 , การขยายระยะเวลาดำเนินงานโครงการพัฒนาด้านอ้อยปี 2565 ของคณะอนุกรรมการอ้อยระดับท้องถิ่นเขต 5 จังหวัดนครสวรรค์ เขต 7 จ.อุตรดิตถ์ เขต 14 จ.ชัยภูมิ และเขต 22 จ.อุทัยธานี รวม 17 โครงการ, รายงานการประชุมคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ครั้งที่ 8/2565 เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2565, สรุปผลการอนุญาตจำหน่ายน้ำเชื่อมเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเอทานอล ฤดูกาลผลิตปี 2564/2565, ประมาณการรายจ่ายประจำปี 2566 ของสำนักงานกองทุนและอ้อยและน้ำตาลทรายและประกาศคณะกรรมการอ้อย เรื่อง การจัดสรรปริมาณอ้อยขั้นสุดท้ายประจำฤดูกาลผลิตปี 2565/2566 (บัญชีจัดสรรขั้นสุดท้าย)

ฟรุ้ทบอร์ดโร่แจง เยียวยาเกษตรกร ชาวสวนลำไยปี’65 ชงครม.เห็นชอบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/705208

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (ฟรุ้ทบอร์ด) กล่าวถึงโครงการเยียวยาเกษตรกรชาวสวนลำไย ปี 2564/2565 ว่าตามที่ชาวสวนลำไย สอบถามถึงความคืบหน้าโครงการเยียวยาฯ ขณะนี้รอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาให้ความเห็นชอบ โดยฟรุ้ทบอร์ด เสนอตามขั้นตอนไปตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน 2565ซึ่งทาง ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ ได้ลงนามเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2565 ก่อนเสนอต่อ ครม.ตามขั้นตอนแล้ว

อย่างไรก็ดี มีเงื่อนไขกรอบแนวทางช่วยเหลือที่กำหนดไว้ ดังนี้ ขนาดพื้นที่ปลูกรายละ ไม่เกิน 25 ไร่ ในอัตรา 2,000 ต่อไร่ กรอบวงเงินทั้งหมด 3,821.54 ล้านบาท แยกการใช้เงินเป็น 1.เงินทุนผ่าน ธ.ก.ส. ดังนี้ (1) เงินเยียวยาเกษตรกรชาวสวนลำไย อัตราไร่ละ 2,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน25 ไร่ 3,821,537,038 บาท (2) ค่าบริหารจัดการโครงการ สำหรับ ธ.ก.ส.ครัวเรือนละ 7 บาท รวม 1,354,388 บาท และ (3) ค่าชดเชยต้นทุนให้ ธ.ก.ส.ร้อยละ 2.25 ของวงเงินเยียวยาที่ต้องจ่าย 83,842,650 บาท และ 2.ค่าบริหารจัดการโครงการของ กรมส่งเสริมการเกษตร 10,000,000 บาท

“สำหรับโครงการเยียวยาชาวสวนลำไยจะดำเนินการเช่นเดียวกับโครงการในอดีต ด้วยเงื่อนไขและวิธีการเดียวกัน โดยกรมส่งเสริมการเกษตร เสนอตัวเลขข้อมูลที่ตรวจสอบแล้วก่อนที่ฟรุ้ทบอร์ด มีมติเห็นชอบเสนอ รมว.เกษตรฯ ลงนาม และเสนอต่อครม.พิจารณาตามขั้นตอน” นายอลงกรณ์ กล่าว

เลขาฯมูลนิธิสืบฯบุกทส. ยื่น 3 ข้อเรียกร้องคดีอธิบดีกรมอุทยานฯรีดส่วยลูกน้อง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/705128

เลขาฯมูลนิธิสืบฯบุกทส. ยื่น 3 ข้อเรียกร้องคดีอธิบดีกรมอุทยานฯรีดส่วยลูกน้อง

เลขาฯมูลนิธิสืบฯบุกทส. ยื่น 3 ข้อเรียกร้องคดีอธิบดีกรมอุทยานฯรีดส่วยลูกน้อง

วันพุธ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2566, 15.50 น.

วันนี้ 18 มกราคม 2566 นายภาณุเดช เกิดมะลิ เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ได้ยื่นแถลงการณ์ฉบับที่ 2 ต่อกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อ “ทวงถามความคืบหน้าการคืนความชอบธรรมให้บุคลากร กรมอุทยานฯ และกระบวนการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีเรียกรับสินบน” จากเหตุการณ์ที่นายรัชฏา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ถูกกล่าวหาว่าเรียกรับผลประโยชน์จากการแต่งตั้งโยกย้ายตำแหน่งผู้ใต้บังคับบัญชา รายละเอียดตามที่ปรากฎเป็นข่าว โดยมีนายกุศล โชติรัตน์ รองปลัดกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้รับมอบหนังสือดังกล่าว

ทั้งนี้ทางมูลนิธิสืบฯ ได้มีข้อเรียกร้อง 3 ข้อ โดยมีใจความสำคัญดังนี้

1. ควรตรวจสอบเส้นทางการเงินขบวนการทุจริตเรียกรับสินบนของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และขยายผลเพื่อให้เชื่อมโยงไปถึงผู้ร่วมกระบวนการกระทำผิด รวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกลำดับชั้น

2. จัดแถลงความคืบหน้าของการสืบสวนอย่างต่อเนื่องทุกสัปดาห์ ทำงานภายใต้หลักฐานข้อเท็จจริงด้วยความรอบคอบชัดเจน

3. ชี้แจงความคืบหน้าในการคืนความชอบธรรมให้แก่บุคลากรของกรมอุทยานฯ ที่ถูกโยกย้ายอย่างไม่เหมาะสมและไม่เป็นธรรม เร่งดำเนินการจัดทำโครงสร้างเส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพ (Career Path) โดยเร็วที่สุด

นอกจากนี้นางรุ่งนภา พัฒนวิบูลย์ รองอธิบดี รักษาการแทนอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ชี้แจงต่อกรณีดังกล่าวว่า ณ ขณะนี้ กระบวนการทั้งหมดดำเนินการไปตามขั้นตอนของเจ้าหน้าที่ โดยทางเจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบ และในส่วนของกระทรวงฯ ก็ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว นางรุ่งนภากล่าวท้ายว่า “อยากให้ประชาชนเชื่อมั่นในกระบวนการทั้งหมด และฝากติดตามสถานการณ์นี้ต่อไป

เกษตรฯรุก83โครงการ รับมือระบบนิเวศเปลี่ยนแปลง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/704813

วันพุธ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการบูรณาการป้องกันและแก้ปัญหาผลกระทบต่อภาคการเกษตรจากการเปลี่ยนแปลงของแม่น้ำโขง กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุม ครั้งที่ 4/2565 ว่า ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ มอบนโยบายการป้องกันและแก้ปัญหาผลกระทบต่อภาคการเกษตรจากการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศแม่น้ำโขง โดยทำงานบูรณาการในพื้นที่กลุ่มลุ่มน้ำโขง 7 จังหวัด ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร่วมทำงานกับภาคีเครือข่ายสภาองค์กรชุมชน องค์กรปกครองท้องถิ่น หน่วยงานรัฐในจังหวัด ร่วมกับศูนย์เทคโนโลยีและนวัตกรรม (AIC) ประจำจังหวัด โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบแผนการดำเนินงานโครงการตามแผนพัฒนาด้านการประมงในพื้นที่แม่น้ำโขง อย่างยืน 83 โครงการ งบประมาณ 13,082,440 บาท ปีงบประมาณ 2566

ที่ประชุมยังได้หารือและรับทราบเรื่องอื่นๆ อาทิ 1.แนวทางปฏิบัติในการใช้เครื่องมือจับสัตว์น้ำที่มีประสิทธิภาพสูงในพื้นที่แม่น้ำโขง (อวนลากทับตลิ่ง) 2.การสร้างทางผ่านปลาในกรณีที่มีการก่อสร้างประตูน้ำปิดกั้น ทางเข้า-ออกของสัตว์น้ำ ระหว่างแม่น้ำโขงและลำน้ำสาขา 3.การสร้างทางผ่านปลากรณีมีการก่อสร้างประตูน้ำปิดกั้นทางเข้า-ออกของสัตว์น้ำ ระหว่างแม่น้ำโขงและลำน้ำสาขา ปีงบประมาณ 2565

4.แนวทางการเพาะพันธุ์ปลาบึก เพื่อปล่อยในแหล่งน้ำธรรมชาติ วิธีการที่จะให้ผลดีที่สุดและมีผลกระทบต่อพันธุกรรมของประชากรธรรมชาติไม่มาก คือ การดำเนินการในลักษณะระบบเพาะพันธุ์เคลื่อนที่ และ 5.ด้านความแปรปรวนทางพันธุกรรมจากการนำพลับพลึงแม่น้ำโขงที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกลับไปปลูกในธรรมชาติ ทำให้เกิดความแปรปรวนทางพันธุกรรม หากมีการนำต้นพันธุ์ที่กรมประมง ผลิตได้จากห้องปฏิบัติการไปปลูกคืนถิ่นเดิม จะไม่เป็นการก่อให้เกิดความแปรปรวนทางพันธุกรรม

นอกจากนี้ ที่ประชุม ยังรับทราบ 1.รายงานความก้าวหน้าการดำเนินการของคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนเพื่อพัฒนาการเกษตรในพื้นที่แม่น้ำโขงอย่างยั่งยืนทบทวนแผนพัฒนาการเกษตร ในพื้นที่แม่น้ำโขงอย่างยั่งยืนระดับจังหวัด ปี 2566-2570 โดยวิเคราะห์ผลกระทบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศแม่น้ำโขง สถานการณ์ปัจจุบัน และความต้องการจากผู้มีส่วนได้เสีย จัดลำดับความสำคัญของกลุ่มเป้าหมายโดยให้ความสำคัญกับกลุ่มพื้นที่ที่มีพื้นที่ติดแม่น้ำโขงเป็นลำดับแรก ทั้งนี้ สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯ ได้จัดทำสรุปแผนงานและโครงการภายใต้แผนพัฒนาการเกษตรในพื้นที่แม่น้ำโขงอย่างยั่งยืนระดับจังหวัด ปี 2566-2570 (ฉบับทบทวน) เรียบร้อยแล้ว และ 2.รายงานผลการดำเนินโครงการและกิจกรรมด้านการประมงในแม่น้ำโขง ปีงบประมาณ 2565 รวม 23 โครงการ งบประมาณ 9,204,796 บาท

โพลล์ชี้90%ปชช.พอใจกระทรวงเกษตรฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/704809

วันพุธ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

รศ.ดนัย ปรีชาเพิ่มประสิทธิ์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์หัวหน้าโครงการสำรวจความความพึงพอใจของผู้รับบริการและสำรวจการรับรู้ความเข้าใจของประชาชนที่มีต่อกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปี 2565 กล่าวถึงผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน ระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 2565-2 มกราคม 2566 กระจายกลุ่มตัวอย่างในทุกจังหวัด 1,678 ตัวอย่าง พบว่าร้อยละ87.39 ประชาชนมีความพึงพอใจในภาพรวมต่อการปฏิบัติงานของกระทรวงเกษตรฯ

ด้านความพึงพอใจผลงานตามยุทธศาสตร์ของกระทรวง ส่วนใหญ่ร้อยละ 90.38 พึงพอใจยุทธศาสตร์สร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกร รองลงมาร้อยละ 90.21 ยุทธศาสตร์เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการสินค้าเกษตร และร้อยละ87.04 ยุทธศาสตร์เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ด้านความพึงพอใจผลงานตามนโยบาย ส่วนใหญ่ ร้อยละ 91.18พึงพอใจนโยบายตลาดนำการผลิต รองลงมาร้อยละ 90.58 นโยบายการส่งเสริมเกษตรพันธสัญญา, ร้อยละ 90.18 นโยบายการประกันรายได้เกษตรกร, ร้อยละ 89.37 นโยบายการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ด้านการเกษตร และร้อยละ 89.13 การประกันภัยพืชผล

ขณะที่ภาพลักษณ์ของกระทรวงเกษตรฯ ส่วนใหญ่ ร้อยละ 90.24 ประชาชนมองว่า เป็นหน่วยงานที่ยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรให้มีความมั่นคง รองลงมาร้อยละ 89.44 เป็นหน่วยงานบริหารจัดการสินค้าเกษตรตลอดห่วงโซ่อุปทานอย่างมีประสิทธิภาพ ร้อยละ 89.39 เป็นหน่วยงานพัฒนาเศรษฐกิจภาคการเกษตรและสหกรณ์ให้เติบโตอย่างมีเสถียรภาพ และร้อยละ 89.21 เป็นหน่วยงานพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการเกษตรและสิ่งอำนวยความสะดวกให้มีประสิทธิภาพสูงสุด สำหรับผลการปฏิบัติงานตามค่านิยมขององค์กร ส่วนใหญ่ ร้อยละ 88.31มองว่า มีคุณธรรม รองลงมา ร้อยละ 87.01 มีความสามารถในการสร้างสรรค์, ร้อยละ 86.38 ตรงไปตรงมา และร้อยละ 84.99 ตรวจสอบได้

‘กรมข้าว’ชวนเที่ยว ชมวิถีการทำเกษตร หนุนผลิตภัณฑ์ข้าว ส่งมอบเป็นของขวัญ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/704815

วันพุธ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อนรมว.เกษตรและสหกรณ์ มีข้อสั่งการให้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ส่งมอบผลิตภัณฑ์การเกษตรคุณภาพ และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศให้เกิดการใช้จ่าย สร้างรายได้เพิ่ม และลดรายจ่ายครัวเรือนให้กับเกษตรกรและประชาชน อีกทั้งยังส่งมอบความสุขจากการเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศเกษตรที่สวยงาม พร้อมกับได้รับความรู้ทางด้านการเกษตร กรมการข้าว จึงจัดกิจกรรมส่งความสุขปีใหม่โดยเชิญชวนคนไทย หันมาให้ความสำคัญกับแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตชาวชนบท เปิดสถานที่ท่องเที่ยว แหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตร ปรับภูมิทัศน์รองรับนักท่องเที่ยว ให้เข้าชมฟรี

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยข้าวนครราชสีมา ได้จัดแปลงสาธิตเรียนรู้ด้านการเกษตรทั้งงานด้านวิชาการและงานผลิตเมล็ดพันธุ์พันธุ์คัด พันธุ์หลัก ให้แก่เกษตรกรและประชาชนทั่วไปได้เข้าชม ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวลำปาง ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวแพร่ และศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอำนาจเจริญ ได้ตั้งจุดอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว และศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวบึงกาฬ ปรับภูมิทัศน์รองรับนักท่องเที่ยว ตลอดจนพารับชมการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี จึงขอเชิญชวนคนไทยหันมาใช้ข้าว หรือผลิตภัณฑ์จากข้าวโดยตรงจากกลุ่มเกษตรกร หรือกลุ่มสหกรณ์ผู้ผลิตข้าว เป็นของขวัญส่งมอบความสุขให้แก่กัน โดยพันธุ์ข้าวที่กำลังได้รับความนิยม เช่น ข้าวหอมมะลิอินทรีย์, ข้าวมะลินิลสุรินทร์, ข้าวทับทิมชุมแพ และข้าว กข43 เป็นต้น

เกษตรฯเร่งปรับโครงการ รุดเยียวยาชาวสวนลำไย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/704811

วันพุธ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงโครงการเยียวยาเกษตรกรชาวสวนลำไย ปี 2564/2565 จากที่กระทรวงเกษตรฯ ขออนุมัติการดำเนินโครงการฯ ต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไปแล้ว ว่าทาง ครม.ได้พิจารณาแล้ว โดยมีมติว่าเพื่อให้เกิดความรอบคอบและชัดเจนต่อการดำเนินโครงการฯ ที่จะเกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรชาวสวนลำไยที่เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์มากที่สุด จึงขอให้กระทรวงเกษตรฯ รวบรวมรายละเอียดข้อมูล และข้อคิดเห็นเพิ่มเติมจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบการพิจารณา

ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการเกษตร ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ ได้รวบรวมรายละเอียดข้อมูลโครงการและประสานงานกับหน่วยงานเพื่อให้ข้อคิดเห็นเพิ่มเติม ได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ กระทรวงการคลัง และสำนักงบประมาณเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้กระทรวงเกษตรฯ ได้นำข้อคิดเห็นจากทุกหน่วยงานมาปรับปรุงโครงการให้สอดคล้องตามข้อคิดเห็นดังกล่าว โดยกระทรวงเกษตรฯ จะเสนอเข้า ครม.เพื่อพิจารณาอีกครั้ง

ข้าวโพด-กากถั่วแพงจัด ดันต้นทุน‘ไข่ไก่’พุ่ง จ่อขยับราคาอีก เกษตรกรวอนรัฐเร่งแก้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/704926

ข้าวโพด-กากถั่วแพงจัด ดันต้นทุน‘ไข่ไก่’พุ่ง จ่อขยับราคาอีก เกษตรกรวอนรัฐเร่งแก้

ข้าวโพด-กากถั่วแพงจัด ดันต้นทุน‘ไข่ไก่’พุ่ง จ่อขยับราคาอีก เกษตรกรวอนรัฐเร่งแก้

วันอังคาร ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2566, 16.49 น.

ข้าวโพด-กากถั่วแพงจัด ดันต้นทุน‘ไข่ไก่’พุ่ง จ่อขยับราคาอีก เกษตรกรวอนรัฐเร่งแก้

17 มกราคม 2566 นางพเยาว์ อริกุล นายกสมาคมการค้าผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อยภาคกลาง เปิดเผยว่า ปัจจุบันไข่ไก่มีต้นทุนการผลิตสูงถึง 3.45-3.50 บาท/ฟอง สูงกว่าช่วงปกติถึง 30% เกิดจากราคาธัญพืชวัตถุดิบอาหารสัตว์พุ่งสูงขึ้นอย่างมากและยืนแข็งในเกณฑ์สูงมาต่อเนื่องโดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และกากถั่วเหลือง ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของอาหารเลี้ยงไก่ไข่ เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่แทบจะไม่สามารถแบกรับภาระต้นทุนสูงต่อไปได้อีก เครือข่ายสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ ซึ่งประกอบด้วย สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่แปดริ้ว จำกัด สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ชลบุรี จำกัด สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่เชียงใหม่-ลำพูน จำกัด และ สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ลุ่มแม่น้ำน้อย จำกัด จึงประกาศขยับราคาขายขึ้นเป็น 3.60 บาท/ฟองเมื่อสองสัปดาห์ก่อน และคาดว่าอาจต้องขยับอีกหากต้นทุนยังพุ่งไม่หยุด วอนภาครัฐเร่งแก้ปัญหาวัตถุดิบ และขอพี่น้องประชาชนโปรดเข้าใจสถานการณ์ เพราะไม่มีใครอยู่รอดได้หากต้องขายของในราคาขาดทุน

“รัฐปล่อยให้ราคาวัตถุดิบสูงอยู่เช่นนี้มานาน ควรเร่งหาทางแก้ไขและเปิดทางราคาขายผลผลิตให้สอดคล้องกับต้นทุน เพื่อให้เกษตรกรพอมีกำไรและทำธุรกิจฟาร์มต่อไปได้ อย่าลืมว่ายังมีต้นทุนอื่นๆอีกที่ล้วนขยับสูงขึ้นทุกตัว ไม่ว่าจะเป็นค่าพลังงาน น้ำมัน แก๊ส หรือแม้แต่ค่าไฟฟ้า รวมถึงค่าแรงงานต่างๆภายในฟาร์ม ทำให้ส่วนต่างจากการขายไข่ทุกวันนี้ แทบไม่พอจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ธนาคารแล้ว” นางพเยาว์กล่าว

ทั้งนี้ พืชวัตถุดิบเป็นต้นทุนถึง 90% ของการผลิตอาหารสัตว์ และอาหารสัตว์ก็เป็นต้นทุนการผลิตไข่ไก่ถึง 60-70 % แม้ตนจะรับทราบมาตลอดว่าราคาธัญพืชสูงขึ้นจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ปัญหาภัยแล้งหรือการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ รวมถึงการที่จีนกว้านซื้อธัญพืชวัตถุดิบจากทั่วโลก ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยระดับโลกที่แก้ได้ยาก แต่ยังมีปัจจัยภายในประเทศที่สามารถช่วยแบ่งเบาภาระต้นทุนให้เกษตรผู้เลี้ยงสัตว์และบรรเทาภาวะค่าครองชีพให้ผู้บริโภคได้ นั่นก็คือ “นโยบายรัฐ” ในด้านการจัดการวัตถุดิบอาหารสัตว์ อาทิ การกำหนดเพดานราคาข้าวโพดไม่ให้เกินกว่าข้าวโพดนำเข้า หรือ การลดภาษีนำเข้ากากถั่วเหลืองให้เป็นศูนย์ การยกเลิกมาตรการ 3:1 ฯลฯ ซึ่งน่าจะช่วยลดภาระให้เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ให้พออยู่ได้ท่ามกลางราคาต้นทุนการผลิตที่ถีบตัวสูงขึ้นทุกด้าน รวมถึงดอกเบี้ยขาขึ้นที่สถาบันการเงินต่างทยอยประกาศปรับอัตราดอกเบี้ยออกมา

“ปัจจุบันข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มีราคาสูงถึง 13.40 บาท/กก. และกากถั่วเหลืองมีราคาถึง 23.70 บาท/กก. โดยมีการคาดการณ์กันว่าราคาวัตถุดิบในปี 2566 นี้มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอีก 10% เป็นภาระต้นทุนที่รออยู่ของเกษตรกรคนเลี้ยงสัตว์ทุกคนที่ภาครัฐจำเป็นต้องช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน” นางพเยาว์กล่าวทิ้งท้าย

พระราชทานบัตรอำนวยพร ‘ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน’รัฐมนตรีเกษตร ฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/704879

พระราชทานบัตรอำนวยพร 'ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน'รัฐมนตรีเกษตร ฯ

พระราชทานบัตรอำนวยพร ‘ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน’รัฐมนตรีเกษตร ฯ

วันอังคาร ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2566, 15.59 น.

สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี พระราชทานบัตรอำนวยพร เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2566 ให้แก่ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้รับมอบจากผู้แทนพระองค์ ณ โถงหน้าห้องพิพิธภัณฑ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 
วันที่ 17 มกราคม 2566

‘เฉลิมชัย’เซ็นกฎกระทรวง ยกเว้นค่าธรรมเนียมหอยทะเล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/704660

วันอังคาร ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพการประมงไทย กล่าวว่า ตามที่ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ มอบหมายให้หาแนวทางการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ซึ่งได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และสงครามรัสเซีย-ยูเครน โดยคณะกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพการประมงไทย มีมติเห็นชอบให้กรมประมงดำเนินการยกร่างกฎกระทรวงยกเว้นการจัดเก็บค่าธรรมเนียมใบอนุญาตการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในที่จับสัตว์น้ำ ซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่มีการเลี้ยงหอยทะเลและการเลี้ยงสัตว์น้ำในกระชัง ในพื้นที่ทั่วประเทศ ก่อนเสนอ รมว.เกษตรฯ พิจารณา ซึ่ง รมว.เกษตรฯ ได้ลงนามและเสนอคณะรัฐมนตรี แล้ว

“เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำกว่า 17,000 ราย ในพื้นที่ 67 จังหวัด ที่มีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในที่จับสัตว์น้ำซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน จะได้รับการยกเว้น 1 รอบใบอนุญาต ตั้งแต่วันที่กฎกระทรวงนี้มีผลบังคับใช้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2567 เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้เกษตรกร คิดเป็นเงินกว่า 50 ล้านบาท และนับเป็นครั้งที่ 2 ที่รัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรฯ ยกเว้นค่าธรรมเนียมใบอนุญาตดังกล่าว และเร่งเสนอร่างกฎกระทรวงเข้าที่ประชุม ครม.เพื่ออนุมัติยกเว้นการเก็บค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้แก่พี่น้องเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงหอยทะเล สัตว์น้ำในกระชัง และสัตว์น้ำอื่นๆ ที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในที่จับสัตว์น้ำซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน นับเป็นของขวัญปีใหม่สำหรับเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทั่วประเทศ ซึ่งก่อนหน้านี้มีของขวัญปีใหม่ 2566 ให้ชาวประมงด้วยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 5 พันล้านบาท

ด้านนายบัญชา สุขแก้ว รองอธิบดีกรมประมง กล่าวว่า ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ชาวประมง และผู้ประกอบการภาคประมง ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ซึ่ง รมว.เกษตรฯ มีนโยบายมอบหมายให้กรมประมงหาแนวทางการให้ความช่วยเหลือและแก้ปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ ช่องทางการจำหน่ายสินค้า การอำนวยความสะดวกในการขออนุญาตต่างๆ การลดค่าธรรมเนียมการขออนุญาตต่างๆ ฯลฯ เพื่อให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนในการประกอบอาชีพและสร้างรายได้แก่ครอบครัว เป็นอีกหนึ่งนโยบายการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ซึ่งการกระทรวงเกษตรฯ และกรมประมง มุ่งมั่นในการบริหารจัดการทรัพยากรประมงให้มีความยั่งยืน เพื่อความอยู่ดีมีสุขของพี่น้องเกษตรกร ชาวประมง และผู้ประกอบการด้านประมง และสร้างความมั่นคงด้านอาชีพประมงและด้านเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม