‘เฉลิมชัย’เซ็นกฎกระทรวง ยกเว้นค่าธรรมเนียมหอยทะเล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/704660

วันอังคาร ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพการประมงไทย กล่าวว่า ตามที่ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ มอบหมายให้หาแนวทางการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ซึ่งได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และสงครามรัสเซีย-ยูเครน โดยคณะกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพการประมงไทย มีมติเห็นชอบให้กรมประมงดำเนินการยกร่างกฎกระทรวงยกเว้นการจัดเก็บค่าธรรมเนียมใบอนุญาตการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในที่จับสัตว์น้ำ ซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่มีการเลี้ยงหอยทะเลและการเลี้ยงสัตว์น้ำในกระชัง ในพื้นที่ทั่วประเทศ ก่อนเสนอ รมว.เกษตรฯ พิจารณา ซึ่ง รมว.เกษตรฯ ได้ลงนามและเสนอคณะรัฐมนตรี แล้ว

“เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำกว่า 17,000 ราย ในพื้นที่ 67 จังหวัด ที่มีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในที่จับสัตว์น้ำซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน จะได้รับการยกเว้น 1 รอบใบอนุญาต ตั้งแต่วันที่กฎกระทรวงนี้มีผลบังคับใช้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2567 เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้เกษตรกร คิดเป็นเงินกว่า 50 ล้านบาท และนับเป็นครั้งที่ 2 ที่รัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรฯ ยกเว้นค่าธรรมเนียมใบอนุญาตดังกล่าว และเร่งเสนอร่างกฎกระทรวงเข้าที่ประชุม ครม.เพื่ออนุมัติยกเว้นการเก็บค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้แก่พี่น้องเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงหอยทะเล สัตว์น้ำในกระชัง และสัตว์น้ำอื่นๆ ที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในที่จับสัตว์น้ำซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน นับเป็นของขวัญปีใหม่สำหรับเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทั่วประเทศ ซึ่งก่อนหน้านี้มีของขวัญปีใหม่ 2566 ให้ชาวประมงด้วยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 5 พันล้านบาท

ด้านนายบัญชา สุขแก้ว รองอธิบดีกรมประมง กล่าวว่า ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ชาวประมง และผู้ประกอบการภาคประมง ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ซึ่ง รมว.เกษตรฯ มีนโยบายมอบหมายให้กรมประมงหาแนวทางการให้ความช่วยเหลือและแก้ปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ ช่องทางการจำหน่ายสินค้า การอำนวยความสะดวกในการขออนุญาตต่างๆ การลดค่าธรรมเนียมการขออนุญาตต่างๆ ฯลฯ เพื่อให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนในการประกอบอาชีพและสร้างรายได้แก่ครอบครัว เป็นอีกหนึ่งนโยบายการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ซึ่งการกระทรวงเกษตรฯ และกรมประมง มุ่งมั่นในการบริหารจัดการทรัพยากรประมงให้มีความยั่งยืน เพื่อความอยู่ดีมีสุขของพี่น้องเกษตรกร ชาวประมง และผู้ประกอบการด้านประมง และสร้างความมั่นคงด้านอาชีพประมงและด้านเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม

3หน่วยงานจับมืออุ้มหนี้สินเกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/704662

วันอังคาร ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมร่วมกับนายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) และ นายยุวพล วัตถุ รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เรื่อง “การแก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินที่มีหนี้ค้างชำระกับ ธ.ก.ส.” เพื่อร่วมแก้ปัญหาหนี้สินเกษตรกรผู้ได้รับสิทธิจากการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ซึ่งได้นำหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4-01) มาใช้เป็นประกันหนี้ที่มีอยู่กับ ธ.ก.ส.และไม่สามารถชำระหนี้ โดย กฟก.จะเข้ารับภาระหนี้แทนเกษตรกร ที่ค้างชำระกับ ธ.ก.ส.เพื่อให้เกษตรกรสามารถประกอบอาชีพได้

สำหรับสาระสำคัญของความร่วมมือ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้มีการแก้ปัญหาหนี้สินของเกษตรกรที่ได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน ซึ่งเป็นสมาชิกองค์กรเกษตรกรที่ได้ขึ้นทะเบียนต่อ กฟก. และได้นำหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4-01) ประกันหนี้ไว้กับ ธ.ก.ส. แล้วไม่สามารถชำระหนี้ให้แก่ ธ.ก.ส. ได้ เมื่อ กฟก. เข้ารับภาระหนี้แทนเกษตรกรที่ค้างชำระหนี้ กับ ธ.ก.ส. แล้ว ให้เกษตรกรที่ได้รับสิทธิจากการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม มีสิทธินำหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4-01) มาเป็นประกันหนี้กับ กฟก.ได้

ทั้งนี้ ขั้นตอนการจัดการหนี้ให้เกษตรกรที่ใช้เอกสารสิทธิ ส.ป.ก.นั้น กฟก.จะส่งรายชื่อเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนหนี้ตรวจสอบกับ ส.ป.ก.จากนั้นจะส่งรายชื่อไปตรวจสอบกับ ธ.ก.ส.หากเกษตรกรรายใดมีคุณสมบัติถูกต้อง กฟก.จะเจรจาขอชำระหนี้แทนกับเจ้าหนี้ (ธ.ก.ส.) ทั้งนี้ เกษตรกรต้องยืนยันตัวตนประสงค์ให้ กฟก.ชำระหนี้แทนกับ กฟก.ทุกจังหวัด ตั้งแต่บัดนี้

เกษตรฯหนุนชาวประมง โครงการนำเรือออกนอกระบบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/704663

วันอังคาร ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพการประมงไทย กล่าวว่า “โครงการนำเรือออกนอกระบบ” จะช่วยเยียวยาพี่น้องชาวประมงที่ได้รับผลกระทบจากการแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU Fishing) ภายใต้ พ.ร.ก.การประมง 2558 และแก้ไขเพิ่มเติม และแผนบริหารจัดการประมงทะเลที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน 2558 โดยยังมีกลุ่มเรือประมงที่ประสงค์จะนำเรือออกนอกระบบ และเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามแผนบริหารจัดการทรัพยากรประมงทะเลไทย ปี 2563-2565 ในการบริหารจัดการกองเรือให้มีความสมดุลกับทรัพยากรประมงทะเล และเกิดความยั่งยืนในการใช้ประโยชน์จากสัตว์น้ำ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการบังคับใช้กฎหมายและระเบียบต่างๆ ลดปัญหาความขัดแย้ง บรรเทาความเดือดร้อนให้ชาวประมง

ทั้งนี้ กรมประมง ได้ดำเนินการตามมติของคณะกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพการประมงไทย ให้ปรับเปลี่ยนวิธีดำเนินการบริหารโครงการนำเรือออกนอกระบบให้เร็วขึ้น ด้วยการใช้วงเงินของ ธ.ก.ส.ซื้อคืนเรือให้แล้วเสร็จภายในปี 2566 โดยรัฐบาลชำระคืน ธ.ก.ส.ตามจำนวนและระยะเวลาที่ ครม.เห็นสมควร ได้หารือกับ ธ.ก.ส.ใช้แหล่งเงินทุนเพื่อให้สามารถนำเรือประมงออกนอกระบบได้หมดในคราวเดียวกัน ด้วยวิธีการซื้อเรือคืนสำหรับกลุ่มเรือที่ได้รับใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ที่ประสงค์จะเลิกอาชีพทำประมง เพิ่มเติม ทั้งนี้ มีเรือประมง 1,007 ลำ ที่ผ่านการตรวจสอบประวัติและมีคุณสมบัติครบถ้วน จากคณะทำงานตรวจสอบประวัติความถูกต้องคุณสมบัติเรือประมงและเจ้าของเรือ และได้รับการประเมินราคาชดเชย วงเงิน 1,806,334,900บาท ขณะนี้ผ่านการเสนอที่ต่อประชุมคณะทำงานกลั่นกรองการเยียวยาฯ

รองปลัดฯร่วมวงหารือ ซ่อมแหล่งน้ำขนาดเล็ก ไม่ได้โอนให้กับท้องถิ่น มีเป้าหมายรวม750แห่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/704658

วันอังคาร ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมหารือเพื่อขับเคลื่อนโครงการซ่อมแซมแหล่งน้ำขนาดเล็กของส่วนราชการที่ยังไม่ได้ถ่ายโอนให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ปี 2565-2570 ของมูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริโดยมี นายบุญสม ชลพิทักษ์วงศ์ รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เป็นประธาน ซึ่งที่ประชุมรับทราบมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เห็นชอบในหลักการโครงการซ่อมแซมแหล่งน้ำขนาดเล็กฯ ปี 2565-2570 ของมูลนิธิปิดทองหลังพระฯ ในคราวเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 และร่วมพิจารณาแนวทางขับเคลื่อนโครงการซ่อมแซมแหล่งน้ำขนาดเล็กของส่วนราชการ ที่ยังไม่ได้ถ่ายโอนให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ปี 2565-2570 ของมูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ

ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบแผนการดำเนินโครงการฯ โดยให้หน่วยงานภายใต้กระทรวงเกษตรฯ (กรมพัฒนาที่ดิน และกรมชลประทาน) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (กรมทรัพยากรน้ำ) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประสานหน่วยงานในพื้นที่ ร่วมดำเนินการกับมูลนิธิฯ มีเป้าหมายการซ่อมแซมแหล่งน้ำขนาดเล็ก 750 โครงการ ตามแผนที่กำหนดไว้ และกรณีมีความจำเป็นต้องขอเพิ่มเป้าหมายโครงการฯ นอกเหนือจาก 750 โครงการเดิมขอให้หน่วยงานตั้งงบประมาณประจำปี และเสนอให้สำนักงบประมาณพิจารณาจัดสรรงบประมาณตามแผนประจำปีของหน่วยงานต่อไป

เกษตรฯยกขบวนสินค้า มีคุณภาพ-ได้มาตรฐาน มุ่งส่งตรงถึงมือผู้บริโภค ร่วมช่วยลดค่าครองชีพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/704420

วันจันทร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายธนา ชีรวินิจ เลขานุการ รมว.เกษตรและสหกรณ์ รับมอบหมายจาก ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ เป็นประธานเปิดโครงการ “เกษตรช่วยประชาชน ลดค่าครองชีพ” ที่ลานกิจกรรมตลาดน้ำ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) เขตจตุจักร กทม.ซึ่งโครงการดังกล่าวเกิดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 มีมาตรฐานการผลิตมาจำหน่ายในราคาพิเศษ อาทิ เนื้อหมูอนามัยวี.ซี.มีท, ไข่ไก่สด การันตีด้วยมาตรฐานปศุสัตว์ OK

จากนั้นนายธนา ได้เป็นประธานและสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร และผู้ประกอบการ ในการจำหน่ายผ้าไหมไทยที่มีคุณภาพให้กับผู้บริโภค ระหว่างกรมหม่อนไหม กับ อ.ต.ก.ซึ่งการลงนามดังกล่าว เป็นการยกระดับความร่วมมือระหว่างกรมหม่อนไหม และ อ.ต.ก.ในการร่วมกันส่งเสริมและเพิ่มช่องทางการตลาดและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและผลิตภัณฑ์หม่อนไหม ตามนโยบายการตลาดนำการผลิตให้กับเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร และผู้ประกอบการผ้าไหมและผลิตภัณฑ์หม่อนไหม ได้มีรายได้เพิ่มขึ้นและความเป็นอยู่ดีขึ้นจากการจำหน่ายผ้าไหมไทยที่มีคุณภาพให้กับผู้บริโภค โดยสามารถหาซื้อได้ที่ร้าน 109 ตลาด อ.ต.ก.นอกจากนี้ ยังเป็นการส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์ในกิจกรรมหรือโครงการ รวมถึงร่วมกันเผยแพร่ผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างการรับรู้ต่อประชาชนให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสังคมและประเทศชาติต่อไป

อลงกรณ์ชี้บอร์ดเกลือไฟเขียว รักษาเสถียรภาพราคา-ชะลอการขาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/704422

วันจันทร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ประชุมคณะกรรมการพัฒนาเกลือทะเลไทย ครั้งที่ 5/2565 แบบ Hybrid Meeting โดยมีผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม โดยนายอลงกรณ์ กล่าวว่า ที่ประชุมได้สรุปผลการดำเนินการการพัฒนาเกลือทะเลในปี 2565 รวมถึงกิจกรรมการสืบทอดและฟื้นฟูประเพณีทำขวัญเกลือและพิธีแรกนาเกลือ การคุ้มครองเกลือทะเลไทยจากการค้าระหว่างประเทศ การแสวงหาโอกาสในการส่งออก การพัฒนามาตรฐานเกลือ เพื่อเข้าสู่ตลาดผู้บริโภค รวมทั้งการใช้ผลผลิตจากนาเกลือไปใช้ประโยชน์ด้านต่างๆ มีการจัดตั้งสถาบันเกลือทะเลไทยซึ่งเป็นศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (ศูนย์ AIC) ประเภทศูนย์ความเป็นเลิศด้านเกลือ ในการยกระดับการพัฒนาเกลือทะเล

นายอลงกรณ์ กล่าวต่อว่า ที่ประชุมได้รับทราบรายงาน ดังนี้ 1.ผลการดำเนินงานอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาด้านเกลือทะเล “ประเพณีแรกนาเกลือ” 2.การคาดการณ์ปริมาณผลผลิตเกลือทะเล ปีการผลิต 2565/66 คาดการณ์ว่าจะมีผลผลิตเกลือทะเลรวม 7 จังหวัด 531,201.87 ตันและ 3.ความก้าวหน้าการดำเนินงานการพัฒนาเกลือทะเลไทย สถาบันเกลือทะเลไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี สถาบันเกลือทะเลไทย ซึ่งได้ดำเนินการขับเคลื่อนการพัฒนาเกลือทะเลไทย และการแก้ปัญหาเกลือทะเลอย่างเป็นระบบ

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาประเด็นสำคัญ ดังนี้ 1.เห็นชอบในหลักการโครงการสินเชื่อชะลอการขายเกลือ ปีการผลิต 2565/66 โดยเป็นเรื่องสืบเนื่องจากการประชุมในครั้งที่แล้ว มีวัตถุประสงค์เพื่อชะลอปริมาณเกลือทะเลไม่ให้ออกสู่ตลาดพร้อมกัน บรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรนาเกลือด้านค่าใช้จ่ายในครอบครัวและหนี้สิน ตลอดจนยกระดับราคาเกลือให้สูงขึ้นและรักษาราคาเกลือให้มีเสถียรภาพและมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่ ธ.ก.ส. กระทรวงพาณิชย์ กรมส่งเสริมการเกษตร และหน่วยงานอื่นๆ เร่งดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

2.แนวการพัฒนาความร่วมมือด้านการตลาดเกลือทะเลไทยในต่างประเทศ โดยความร่วมมือจากทูตเกษตร(ประเทศเบลเยียม สหรัฐอเมริกา อิตาลี ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย จีน ญี่ปุ่น) เพื่อพิจารณาแนวทางความร่วมมือช่องทางการตลาดไปยังต่างประเทศ เช่น ช่องทางการขยายตลาดไปต่างประเทศด้วยการตลาดออนไลน์ การให้ความรู้เกี่ยวกับประเทศที่สามารถส่งออก มาตรการสินค้าเกษตรในแต่ละประเทศ ความรู้ทั้งกฎหมายการค้าภาษี สถิตินำเข้าส่งออกที่น่าสนใจ รวมไปถึงเทคนิคที่สร้างสินค้าให้โดนใจ สามารถเข้าใจ Insight แต่ละประเทศได้ และการเจาะไปที่การตลาดที่เหมาะสมในแบบประเทศนั้นๆ เป็นต้น เพื่อการสร้างโอกาสในการแข่งขันในตลาดใหม่ และลดผลกระทบกับภาคการเกษตรของไทยเพื่อให้การขับเคลื่อนการสร้างโอกาสในการลงทุนการขยายช่องทางการตลาดเกลือทะเลในต่างประเทศด้วย และ 3.การใช้นิยามศัพท์ “นาเกลือสมุทร” และ “นาเกลือทะเล” โดยที่ประชุมมีมติใช้คำว่า “นาเกลือทะเล” ซึ่งมีความเหมาะสม และเข้าใจง่ายตรงตามความหมายการทำนาเกลือของเกษตรกร

กรมข้าวรีแบรนด์ศูนย์ข้าวฯทำครบวงจร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/704425

วันจันทร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวภายหลังประชุมผู้บริหารฯ ว่าศูนย์ข้าวชุมชนเป็นองค์กรตัวแทนของชาวนาด้านการผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี มีหน้าที่ผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีในชุมชน เป็นศูนย์เรียนรู้ในการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตข้าว รวมทั้งเป็นศูนย์กลางการพัฒนาข้าวของชุมชนแต่ที่ผ่านมา ยังมีข้อจำกัดหลายประการ จึงส่งผลให้ศูนย์ข้าวชุมชนขาดความเข้มแข็ง เพื่อให้ศูนย์ข้าวชุมชน สามารถผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพได้อย่างทั่วถึง จึงยกระดับจากศูนย์ข้าวชุมชน สู่ “ศูนย์บริหารจัดการข้าวครบวงจร” (CRMC : Comprehensive Rice Management Center) ที่เป็นตัวกลางในการบริหารจัดการข้าวอย่างครบวงจร ในพื้นที่ 6,559 ตำบลซึ่งแบ่งเป็นพื้นที่การปลูกข้าวที่ไม่เกิน 500 ไร่ 909 ตำบล, พื้นที่การปลูกข้าว 501 – 1,499 ไร่ 562 ตำบล และพื้นที่การปลูกข้าวมากกว่า 1,500 ไร่ขึ้นไป 5,088 ตำบล รวมพื้นที่ทั้งหมด 62,700,000 ไร่ โดยทุกตำบลต้องได้รับการดูแล และการบริหารจัดการการปลูกข้าวให้เหมาะสมตามสภาพพื้นที่ รวมทั้งการเข้าถึงเมล็ดพันธุ์ดี เพื่อยกระดับปริมาณและคุณภาพให้ตรงกับความต้องการ ส่งเสริมการแปรรูปเพื่อต่อยอดผลิตภัณฑ์ข้าว

อธิบดีกรมการข้าว กล่าวอีกว่า สำหรับศูนย์บริหารจัดการข้าวครบวงจรนั้น ในแต่ละตำบลจะมีชาวนาอาสาอยู่ในพื้นที่ หมู่บ้านละไม่น้อยกว่า 3 คน โดยกรมการข้าวจะดำเนินการจดทะเบียน และขึ้นทะเบียนเป็นอาสาสมัครเกษตรประเภทชาวนาอาสา ซึ่งเป็นไปตามระเบียบกระทรวงเกษตรฯ ว่าด้วยการบริหารงานอาสาสมัครเกษตร ปี 2563 ให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ของการขับเคลื่อนอาสาสมัครเกษตร ทั้ง 16 ประเภท โดยผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นนายทะเบียน ขึ้นทะเบียนอาสาสมัครเกษตรประเภทชาวนาอาสา เพื่อความสะดวก รวดเร็ว และที่สำคัญสามารถอำนวยประโยชน์แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้ดียิ่งขึ้น

รองปลัดฯมอบนโยบายงาน รับมือไฟป่า-หมอกควัน-ฝุ่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/704426

วันจันทร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับมอบหมายจากนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ให้ร่วมประชุมมอบนโยบายเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองในพื้นที่ภาคเหนือ ปี 2566 โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และมีปลัดกระทรวงฯ/ผู้แทน 11 กระทรวง ผู้ว่าราชการจังหวัด 17 จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ GMS อาคารเจียงราย จ.เชียงราย

สำหรับการประชุมดังกล่าว ได้รับทราบการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองในพื้นที่ภาคเหนือ ปี 2566 ทั้งในพื้นที่เมือง พื้นที่ป่าและพื้นที่เกษตรกรรม ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีมาตรการป้องกัน แก้ไข ปัญหาในพื้นที่เกษตรกรรม 3 มาตรการ ดังนี้ มาตรการที่ 1 การสร้างการรับรู้ รณรงค์ และประชาสัมพันธ์ มาตรการที่ 2 การป้องกันและเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงและมาตรการที่ 3 การส่งเสริมและสร้างเครือข่ายในการงดเผาในพื้นที่เกษตรกรรม โดยมีเป้าหมายลดจุดสะสมความร้อนในพื้นที่การเกษตรลดลง ร้อยละ 10 จากปี 2565ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร เน้นย้ำให้เฝ้าระวัง ป้องปราม ระงับ ยับยั้ง การเผาในพื้นที่เกษตรกรรม สร้างเครือข่ายเกษตรกรงดการเผา และขยายเครือข่าย เพื่อปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตให้เป็นเกษตรปลอดการเผา ส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากเศษวัสดุทางการเกษตร

‘เฉลิมชัย’เปิด‘กินลั่นทุ่ง’ครั้งที่ 1 ส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่-ท่องเที่ยว สร้างรายได้ชุมชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/704360

‘เฉลิมชัย’เปิด‘กินลั่นทุ่ง’ครั้งที่ 1 ส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่-ท่องเที่ยว สร้างรายได้ชุมชน

‘เฉลิมชัย’เปิด‘กินลั่นทุ่ง’ครั้งที่ 1 ส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่-ท่องเที่ยว สร้างรายได้ชุมชน

วันอาทิตย์ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2566, 13.37 น.

‘เฉลิมชัย’เปิด‘กินลั่นทุ่ง’ครั้งที่ 1 ส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่-ท่องเที่ยว สร้างรายได้ชุมชน

15 มกราคม 2566 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมเปิดกิจกรรมและเที่ยวชมงาน กินลั่นทุ่ง ครั้งที่ 1 ณ สวนหลังบ้านราชบุรี ตำบลท่าผา อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ที่ศูนย์การเรียนรู้ “สวนหลังบ้าน”

นายเฉลิมชัย กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้เพื่อดำเนินรอยตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เป็นแหล่งการเรียนรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่แบบผสมผสานให้กับบุคคลในชุมชน โรงเรียน องค์กร และหน่วยงานอื่น ๆ รวมทั้งเด็กและเยาวชนที่ต้องการเรียนรู้ อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรวิถีชุมชน ส่งเสริมการสร้างงานสร้างรายได้ให้ชุมชน อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาและการละเล่นพื้นบ้านของไทยไว้ให้เยาวชนรุ่นหลังได้เรียนรู้ และเสริมสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชุมชน

“ยุทธศาสตร์เกษตรกรรมยั่งยืนตามแนวทางศาสตร์พระราชา เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญที่จะสร้างรากฐานและความมั่นคงให้เกษตรกรไทย ซึ่งจากการที่ศูนย์เรียนรู้ฯ แห่งนี้ มุ่งมั่นที่จะดำเนินการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จะเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนได้อย่างยั่งยืน อย่างไรก็ตาม ได้มอบหมายกรมส่งเสริมการเกษตรเข้ามาช่วยในการสนับสนุนองค์ความรู้และเทคโนโลยี เพื่อยกระดับ เพิ่มมูลค่า และพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพและปลอดภัย เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค ทั้งนี้ ขอให้ทุกท่านเตรียมพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว ซึ่งเชื่อว่าศูนย์เรียนรู้ฯ แห่งนี้ จะเป็นประโยชน์แก่เกษตรกรและสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยว เพื่อสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนต่อไป” นายเฉลิมชัย กล่าว        

สำหรับความก้าวหน้าด้านการจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนของจังหวัดราชบุรี (ข้อมูล ณ วันที่ 14 ม.ค. 66) มีวิสาหกิจชุมชนที่อนุมัติการจดทะเบียนแล้ว 511 แห่ง สมาชิก 8,245 ราย มีเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนที่อนุมัติการจดทะเบียนแล้ว 3 แห่ง สมาชิก 23 ราย จำแนกตามประเภทกิจการ เรียงลำดับมากที่สุด 3 ลำดับ ได้แก่ การผลิตพืช วิสาหกิจชุมชน 214 แห่ง (27.94%) การแปรรูปและผลิตภัณฑ์อาหาร วิสาหกิจชุมชน 193 แห่ง (25.20%) และการผลิตปศุสัตว์ วิสาหกิจชุมชน 71 แห่ง (9.27%)

สอบเพิ่ม 6 พยานปมซองเงินห้องอธิบดีกรมอุทยานฯ ดาหน้าปฏิเสธไม่รู้ซองเงินอะไร?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/704091

สอบเพิ่ม 6 พยานปมซองเงินห้องอธิบดีกรมอุทยานฯ  ดาหน้าปฏิเสธไม่รู้ซองเงินอะไร?

สอบเพิ่ม 6 พยานปมซองเงินห้องอธิบดีกรมอุทยานฯ ดาหน้าปฏิเสธไม่รู้ซองเงินอะไร?

วันศุกร์ ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2566, 17.25 น.

รองปลัด ทส. เผยคืบหน้าสอบวินัยร้ายแรงอธิบดีกรมอุทยานฯปมทุจริต รอครบ 7 วันให้เจ้าตัวค้านรายชื่อคณะกรรมการสอบฯ คาดรู้ผลสอบใน 30 วัน ขณะที่ ป.ป.ป.สอบเพิ่มอีก 6 พยาน แจงปมซองเงินห้อง”รัชฎา” ดาหน้าอ้างไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับซองเงินที่พบแต่อย่างใด

13 ม.ค.66 นายเถลิงศักดิ์ เพ็ชรสุวรรณ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงนายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมอุทยานฯ กรณีเรียกรับทรัพย์สินบน เปิดเผยความคืบหน้าในการสอบสวนว่า ล่าสุดคณะกรรมการฯ อยู่ระหว่างรอให้ครบกำหนด 7 วัน ที่ผู้ถูกสอบสวนจะสามารถคัดค้านรายชื่อคณะกรรมการสอบสวนทั้งหมดว่ามีความไม่เป็นกลางหรือไม่ ตามเงื่อนไขการสอบสวนวินัยซึ่งจะครบ 7 วันภายในวันนี้

โดยหลังจากนี้หากไม่มีการคัดค้านจากผู้ถูกสอบ คณะกรรมการถึงจะเรียกประชุมอย่างเป็นทางการครั้งแรก  แต่ก่อนหน้านี้ยังไม่ได้มีการประชุม พร้อมกำหนดกรอบเวลาในการสอบสวนให้รวดเร็วที่สุด คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 30 วัน  โดยได้รับนโยบายจากรัฐมนตรีและปลัดฯ ให้ตรวจสอบอย่างรอบคอบ รวบรวมพยานหลักฐานให้มากที่สุดและพิจารณาอย่างเป็นธรรมว่าไปตามผิดถูก เบื้องต้น จะดูเรื่องเงิน 2 ก้อนคือ 98,000 บาทและ 4 ล้าน 9 แสนบาทว่าเงินทั้ง 2 ก้อนมีที่มาจากที่ใดจากนั้นจะเรียกพยานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล 

ทั้งนี้การทำงานของคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงจะทำงานคล้ายกับเจ้าพนักงานปปป.ที่จะต้องรวบรวมพยานหลักฐานให้ได้มากที่สุดก่อนพิจารณาลงโทษ และจะต้องขอข้อมูลการตรวจสอบจากป.ป.ป.และป.ป.ชมาพิจารณาร่วมกัน โดยโทษสูงสุดคือ ไล่ออก

ส่วนจะมีการเรียกหัวหน้าหน่วยงานต่างๆมาสอบสวนด้วยหรือไม่นั้นเบื้องต้นจะตรวจสอบข้อมูลตามรายชื่อและเงินของกลางซึ่งน่าจะตรงกับข้อมูลที่มีกับป.ป.ป ขณะที่ตัวอธิบดีกรมอุทยานฯจะถูกเรียกมาสอบสวนภายหลังการสอบพยานแล้วทั้งหมด อย่างไรก็ตาม หากภายในวันนี้ มีการคัดค้านรายชื่อคณะกรรมการสอบสวนวินัยฯ  เรื่องจะถูกส่งกลับไปให้ปลัดกระทรวงพิจารณาเหตุผลที่คัดค้านอีกครั้งว่ามีเหตุขัดแย้งหรือโกรธเคืองกันมาก่อนหรือไม่

พร้อมยอมรับว่ามีความกดดันในการเป็นประธานสอบสวนวินัยร้ายแรงในครั้งนี้แต่มองว่าหากทุกอย่างยังอยู่ในระเบียบกฎหมายก็จะสามารถดำเนินการได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) กลุ่มบุคคลที่ถูกออกหมายเรียกในฐานะพยานคดีอธิบดีกรมอุทยานฯ เรียกรับเงินแต่งตั้งโยกย้ายตำแหน่งจากผู้ใต้บังคับบัญชา ทยอยเดินทางเข้าปากคำกับทางพนักงานสอบสวนเพิ่มอีก 6 ราย แบ่งเป็นเจ้าหน้าที่กรมอุทยานในพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ จ.บุรีรัมย์ จ.เชียงใหม่ จ.นครราชสีมา จ.แพร่ และ จ.ชลบุรี หลังปรากฎรายชื่อหน่วยงานต่างๆบนซองเงินของกลางที่ตรวจพบภายในลิ้นชักโต๊ะทำงานของนายรัชฎา

จากการสอบปากคำ เบื้องต้นทั้งหมดให้การปฏิเสธว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับซองเงินที่พบแต่อย่างใด นอกจากนี้พนักงานสอบสวน บก.ปปป. ยังเตรียมพิจารณาออกหมายเรียกเป็นครั้งที่ 2 สำหรับกลุ่มพยานส่วนที่เหลิอที่ยังไม่ยอมมาให้ปากคำอีกด้วย 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :’ชัยวัฒน์’ซัดพยานให้การเท็จ แฉเงินสดในห้องอธิบดีกรมอุทยานฯ ไม่ใช่เงินค่าเช่าพระ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘ปปป.’จ่อสอบเชิงลึกเส้นทางเงินห้องอธิบดีกรมอุทยานฯ หลังพยานเริ่มให้การเท็จ