ผู้ช่วยรมว.เกษตรฯถก แก้3ปัญหาเดือดร้อนเกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/703625

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายนราพัฒน์ แก้วทอง กรรมการผู้ช่วย รมว.เกษตรและสหกรณ์ ประชุมคณะกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ครั้งที่ 11/2565 โดยนายนราพัฒน์ นำปัญหาจากเกษตรกร ประชาชน และหน่วยงานปกครองท้องถิ่นที่ได้รับทราบจากการลงพื้นที่ เข้าที่ประชุมเร่งหาแนวทางแก้ปัญหา 3 ประเด็น ดังนี้ 1.เรื่องเร่งรัดการอนุญาตให้หน่วยงานต่างๆ เข้าไปพัฒนาและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน เช่น อาคาร ถนน และสิ่งปลูกสร้างในเขตพื้นที่ป่า เพื่อประโยชน์สาธารณะ ซึ่งปัจจุบันประชาชนได้รับความเดือดร้อนมาก จากการที่องค์การปกครองท้องถิ่นและหน่วยงานต่างๆไม่สามารถเข้าไปปรับปรุงและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานได้ ตัวอย่างเช่น การซ่อมศูนย์เด็กเล็กที่อยู่ในพื้นที่ป่า ต้องรอการอนุญาตจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ

2.เรื่องการดำเนินคดีและการออกระเบียบกฎเกณฑ์การเข้าไปทำกินและเก็บผลผลิตทางการเกษตรของชาวบ้านในพื้นที่ป่าให้ชัดเจน และสอดคล้องกับบริบทของวิถีชีวิตชุมชน เช่น การทำเกษตรปลูกบุกใน จ.แม่ฮ่องสอน ที่มีข้อตกลงการใช้พื้นที่ทำการเกษตรแล้ว แต่เมื่อเข้าช่วงเก็บผลผลิตและขนส่งไปขาย ก็จะถูกเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีอยู่ แม้แปลงปลูกจะมีการรับรองแล้วก็ตาม และ 3.เรื่องการเปิดช่องพิจารณาเร่งด่วนสำหรับการอนุญาตขุดบ่อบาดาลเพื่อการเกษตร ซึ่งอยากให้เร่งรัดเปิดช่องพิจารณาแยกจากการขุดบ่อบาดาลเพื่อประโยชน์อื่นๆ หรือตั้งกรรมการพิจารณาเรื่องนี้โดยเฉพาะ

ทั้งนี้ ผู้แทนจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ยืนยันว่าจะเร่งหาแนวทางเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น และจะเร่งจัดการและกำชับให้แต่ละจังหวัดปฏิบัติ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างดีที่สุดโดยกล่าวขอบคุณนายนราพัฒน์ ที่นำประเด็นจากพื้นที่มาหารือเป็นการแสดงความห่วงใยที่จริงใจต่อพี่น้องประชาชน

‘อธิบดีกรมข้าว’ลงใต้ ช่วยปชช.ประสบภัยน้ำท่วมหนัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/703626

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมคณะจากศูนย์วิจัยและศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวภาคใต้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์วิจัยข้าวปัตตานีเพื่อสร้างขวัญกำลังใจการทำงาน และเดินทางไปมอบถุงยังชีพให้พี่น้องชาวนาผู้ประสบภัยน้ำท่วมในจังหวัดปัตตานีและจังหวัดสงขลา

นายณัฏฐกิตติ์กล่าวว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักติดต่อกันในภาคใต้ ตั้งแต่วันที่ 6 มกราคมที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดภาวะน้ำท่วมฉับพลันแก่แปลงนาและบ้านเรือนเกษตรกรหลายพื้นที่โดยเฉพาะใน อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี และ อ.เทพา จ.สงขลา ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ มีความเป็นห่วงพี่น้องชาวนา จึงมอบหมายให้กรมการข้าว เร่งเข้าไปดูแลเยียวยาชาวนาในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบโดยเร็ว

ทั้งนี้ สำหรับ ต.มะกรูด อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี นั้น มีครัวเรือนทั้งหมด 1,115 ครัวเรือน เกษตรกรผู้ทำนา 500 ครัวเรือน พื้นที่ 800 ไร่ ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติน้ำท่วม 500 ราย แบ่งเป็น หมู่ 5 จำนวน 150 ครัวเรือน หมู่ 7 จำนวน 350 ครัวเรือน ในส่วนของ จ.สงขลา ที่ ต.ท่าม่วง อ.เทพา มีครัวเรือนทั้งหมด 3,229 ครัวเรือน ผู้ทำนา 1,000 ครัวเรือน พื้นที่ 1,413 ไร่ มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติน้ำท่วม 1,000 ราย

โอกาสนี้ อธิบดีกรมการข้าวได้มอบถุงยังชีพให้พี่น้องชาวนาผู้ประสบภัย โดยศูนย์วิจัยข้าวปัตตานีได้จัดเตรียมถุงยังชีพ 2,000 ชุด เพื่อมอบให้แก่ชาวนาผู้ประสบภัยน้ำท่วมใน ต.มะกรูด อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี 500 ชุด และ ต.ท่าม่วง อ.เทพา จ.สงขลา 1,000 ชุด นอกจากนี้ยังมีศูนย์ข้าวชุมชนที่ได้รับผลกระทบ ประกอบด้วย จ.ปัตตานี 12 แปลง พื้นที่ 860 ไร่ เกษตรกร 397 ราย และ จ.นราธิวาส 5 แปลง พื้นที่ 180 ไร่เกษตรกร 89 ราย โดยศูนย์วิจัยข้าวปัตตานี ได้จัดถุงยังชีพทั้งหมด 500 ชุด
ซึ่งได้ส่งมอบให้เกษตรกรต่อไป

เกษตรฯโชว์เครื่องพ่นฯขจัดหนอน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/703624

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า หนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุดเป็นศัตรูสำคัญที่ทำลายยอดข้าวโพด หากสภาพอากาศร้อนจัด แห้งแล้ง มักพบหนอนหลบใต้ผิวดิน เจาะกัดกินส่วนเจริญบริเวณโคนต้น ทำให้มีข้าวโพดแสดงอาการยอดเหี่ยว การป้องกันกำจัดตามคำแนะนำของสำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช เน้นพ่นสารลงในกรวยยอด ซึ่งการพ่นสารเพื่อป้องกันกำจัดศัตรูพืชแบบเดิมด้วยเครื่องพ่นแบบสะพายหลัง ใช้แรงงานคนเดินพ่น ไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของหนอนดังกล่าวได้

ด้าน ดร.ยุทธนา เครือหาญชาญพงค์ วิศวกรการเกษตรชำนาญการพิเศษ สถาบันวิจัยเกษตรวิศวกรรม ได้ออกแบบเครื่องพ่นสารป้องกันกำจัดหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุดแบบอุโมงค์ลม ซึ่งอาศัยหลักการของการใช้แรงลม ช่วยกระจายละอองฝอยของสารที่ออกจากหัวฉีดไปถูกตัวหนอนที่หลบซ่อนอยู่ในกรวยใบ หรือใต้ใบได้โดยตรง ป้องกันการระบาดของหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุดตั้งแต่ระยะต้นอ่อนของข้าวโพดจนถึงการพ่นครั้งสุดท้ายที่ระยะเริ่มติดฝัก สามารถพ่นสารออกฤทธิ์ได้ทั้งสารเคมีและชีวภัณฑ์ มีความสามารถในการทำงาน 20 ไร่ต่อชั่วโมง รวมทั้งยังเป็นการพ่นแบบใช้น้ำน้อย ช่วยลดการใช้น้ำในการพ่นสารได้มากกว่า 60% สามารถลดต้นทุนการป้องกันกำจัด ลดปริมาณสารเคมีและชีวภัณฑ์ได้ 20% นอกจากนี้ยังสามารถขยายผลกับพืชอื่น เช่น ข้าว ถั่วเหลือง ทานตะวัน ซึ่งพ่นได้ทุกอายุการเจริญเติบโต

นายระพีภัทร์ กล่าวต่อว่า เครื่องพ่นสารป้องกันฯ เป็นนวัตกรรมใหม่ สามารถพ่นป้องกันกำจัดการระบาดของหนอนชนิดนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ได้รับรางวัลถึง 3 รางวัล ซึ่งเป็นผลิตผล ผลิตภัณฑ์ กรรมวิธี กระบวนการ วิธีการหรือระบบ ตลอดจนวิทยาการต่างๆ ที่ดีเด่นพิสูจน์แล้วว่าเป็นประโยชน์ทั้งด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสังคมศาสตร์

‘มนัญญา’ชูศักยภาพนม อ.ส.ค.เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/703412

‘มนัญญา’ชูศักยภาพนม  อ.ส.ค.เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่

‘มนัญญา’ชูศักยภาพนม อ.ส.ค.เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่

วันพุธ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานแถลงข่าวจัดงานเทศกาลโคนมแห่งชาติ ปี 2566 ภายใต้แนวคิด : “พัฒนาอุตสาหกรรมโคนมเพื่อชีวิตที่ดีกว่า” โดยองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี โดยมีนายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นายสมพร ศรีเมือง ผอ.อ.ส.ค. และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม โดยงานจัดที่ฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ค เขาตาแป้น อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (ในหลวงรัชกาลที่ 9) ที่พระองค์ได้พระราชทานอาชีพการเลี้ยงโคนมให้แก่ปวงชนชาวไทย และแสดงความก้าวหน้าของวิทยาการด้านการเลี้ยงโคนมและอุตสาหกรรมโคนมของประเทศ ตลอดจนเผยแพร่ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่ไปสู่เกษตรกร

น.ส.มนัญญากล่าวว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมโคนมไทยมีความก้าวหน้าเป็นลำดับ โดยประเทศไทยได้รับการยอมรับว่าเป็นศูนย์กลางข้อมูลอุตสาหกรรมนมของอาเซียน จึงให้การส่งเสริมโคนมอาชีพพระราชทาน และพัฒนาศักยภาพการเลี้ยงโคนมให้กับเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง จนเกิดความมั่นคง เข้มแข็งในอาชีพ ขณะที่ อ.ส.ค.ปัจจุบันเป็นองค์กรที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในฐานะผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์ค หรือ นมวัวแดง ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากน้ำนมโคสดแท้ 100% ของฟาร์มเกษตรกรไทย ทำรายได้ปีละไม่ต่ำกว่า 8,700 ล้านบาท มีเกษตรกร และสหกรณ์โคนมในเครือข่ายไม่น้อยกว่า 4,355 ฟาร์ม มีโครวม 113,565 ตัว ส่งน้ำนมดิบให้ อ.ส.ค. ประมาณ 581 ตัน/วัน โดยพื้นที่ภาคกลางมีสหกรณ์โคนมที่ส่งน้ำนมดิบมากที่สุดคือ 14 สหกรณ์ และจำนวนโครีดนม 47,739 ตัว นับว่าเป็นองค์กรที่เคียงข้างเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมมาตลอด 60 ปี

ด้านนายสมพร ศรีเมือง ผอ.อ.ส.ค. กล่าวว่า งานเทศกาลโคนมแห่งชาติ ปี 2566 เป็นเวทีสำคัญในการพบปะระหว่างเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ภาครัฐ และเอกชนด้านอุตสาหกรรมนมเพื่อแสดงความก้าวหน้าทางวิทยาการด้านการเลี้ยงโคนมและอุตสาหกรรมโคนมของประเทศ ผ่านนิทรรศการและการเสวนาร่วมกัน

“นอกจากนี้ อ.ส.ค.มีแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ภายใต้ชื่อโยเกิร์ต อบกรอบ โพรไบโอ ตราไทย-เดนมาร์ค ที่ทำจากน้ำนมโค 100% หมักโดยจุลินทรีย์โยเกิร์ตชนิดโพรไบโอติกผ่านกระบวนการทำแห้งแบบแช่เยือกแข็ง จึงรักษาคุณค่าทางอาหารได้ดี มีเชื้อจุลินทรีย์ที่มีชีวิต โพรไบโอติกมากกว่า 1 ล้านตัวต่อถุงเป็นสายพันธุ์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยรักษาสมดุลของลำไส้และระบบขับถ่าย ตอบโจทย์ตลาดคนรุ่นใหม่ที่รักสุขภาพอย่างแน่นอน” นายสมพร กล่าว

รองปลัดฯร่วมวง ถกกรรมการโคนม จัดสรรโควตานำเข้า ตามข้อตกลงAFTA

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/703410

วันพุธ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมคณะกรรมการ (คกก.) โคนมและผลิตภัณฑ์นม ครั้งที่ 5/2565 พร้อมด้วยผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยที่ประชุมได้รายงานความก้าวหน้าของคณะอนุกรรมการศูนย์สารสนเทศโคนมระดับชาติ ความก้าวหน้าโครงการช่วยเหลือราคาน้ำนมดิบแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม การศึกษาผลกระทบกรณีผู้ประกอบการร่วมจัดทำบันทึกข้อตกลง (MOU) จำนวนมาก และเรื่องการใช้ตัวเลข MOU เพื่อวัตถุประสงค์นมโรงเรียนที่มากเกินจริง และการขาดแคลนน้ำนมดิบ การจัดตั้งกองทุนโคนม และการหารือปรับปรุงหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และขั้นตอนการจัดทำบันทึกข้อตกลง (MOU) การซื้อขายน้ำนมโค หลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินงานโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ให้สอดคล้องกัน นอกจากนี้ เพื่อทราบต้นทุนการผลิตน้ำนมโค ไตรมาส 2 และคาดการณ์ไตรมาส 3 ปี 2565 เรื่องการขออนุมัติปรับเพิ่มราคากลางในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์นม โครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน

นอกจากนี้ ยังพิจารณาในประเด็นสำคัญต่างๆ ทั้งการจัดสรรโควตานำเข้าสินค้านม ปี 2566 แบ่งเป็นนมปรุงแต่ง 504 ตัน นมและครีม 7,595 ตัน และนมผงขาดมันเนย 75,704 ตัน การอนุมัติปริมาณเครื่องดื่มประเภทนมปรุงแต่งตามความตกลงอาเซียน (AFTA) การทบทวนกำหนดราคากลางรับซื้อน้ำนมดิบหน้าศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบ และหน้าโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์นม ปี 2565 การกำหนดราคาผลิตภัณฑ์นม และการขออนุมัติการนำเข้าน้ำนมโคยูเอชที รสจืด ตามความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA)

กรมข้าวยกเครื่องผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/703408

วันพุธ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว เป็นประธานการประชุมจัดทำข้อตกลงคุณธรรม โครงการปรับปรุงการผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวปี 2566 (Kick Off Meeting) พร้อมด้วย พล.อ.อ.วีรวิท คงศักดิ์ กรรมการส่งเสริมโครงการข้อตกลงคุณธรรม ดร.ประเสริฐ ตปนียางกูร นายป๋วย จันทรานนท์ศิริ และคณะผู้สังเกตการณ์โครงการฯ เข้าร่วม โดยนายณัฏฐกิตติ์ กล่าวภายหลังลงนามสัญญาจัดซื้อและข้อตกลงคุณธรรม โครงการปรับปรุงการผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าว ปี 2566 กิจกรรมการปรับปรุงการผลิตเมล็ดพันธุ์ชั้นพันธุ์คัด-พันธุ์หลัก ว่า ได้กำหนดแผนการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวเพื่อตอบสนองต่อความต้องการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวของเกษตรกร 150,000 ตัน แต่ปัจจุบันสามารถผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวได้เพียง
ปีละ 95,000 ตัน เนื่องจากมีข้อจำกัดหลายด้าน

ดังนั้น กรมการข้าว จึงจัดทำโครงการการปรับปรุงระบบการผลิตเมล็ดพันธุ์ชั้นพันธุ์คัดและเมล็ดพันธุ์ชั้นพันธุ์หลัก ซึ่งดำเนินโครงการในศูนย์วิจัยข้าว 16 แห่ง เพื่อเป็นการจัดซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์ปรับปรุงชั้นพันธุ์คัด-ชั้นพันธุ์หลัก และอาคารโรงคลุม อาทิ เครื่องทำความสะอาดขั้นต้น (Pre cleaner) เครื่องคัดเมล็ดพันธุ์แบบใช้ตะแกรงและลม (Air screen cleaner) เครื่องคัดเมล็ดพันธุ์ตามความถ่วงจำเพาะ (Gravity separator) และชุดเครื่องชั่งบรรจุ เป็นต้น พร้อมระบบจัดเรียงแบบอัตโนมัติ 31 รายการ งบประมาณ 1,256 ล้านบาท เพื่อช่วยเพิ่มศักยภาพในการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวชั้นพันธุ์คัดและเมล็ดพันธุ์ข้าวชั้นพันธุ์หลัก ให้มีเมล็ดพันธุ์ที่บริสุทธิ์เพิ่มมากขึ้น และมีปริมาณเพียงพอในการนำไปผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวชั้นพันธุ์ขยายและเมล็ดพันธุ์ข้าวชั้นพันธุ์จำหน่าย ที่กำลังขยายกำลังการผลิต ตอบสนองต่อความต้องการเมล็ดพันธุ์ของเกษตรกร ลดภาวะขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ดี และสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน

‘ประภัตร’ชี้แจงสร้างอาชีพ มุ่งยกระดับรายได้เกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/703409

วันพุธ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ลงพื้นที่ชี้แจง “โครงการสานฝันสร้างอาชีพ ยกระดับรายได้เกษตรกร” ที่เทศบาล ต.ดงมูล อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ ว่าโครงการสานฝันสร้างอาชีพ และยกระดับรายได้เกษตรกร เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างกรมปศุสัตว์ ร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะส่งเสริมสนับสนุนการให้สินเชื่อแก่เกษตรกรรายย่อย โดยใช้บุคคลค้ำประกันเงินกู้ ภายใต้หลักการ 3 คนร่วมมือ 1 คนกู้ 2 คนค้ำ หนี้เสียสามารถกู้ได้ เงินได้ไม่เกินรายละ 100,000 บาท วงเงินกู้ทั้งหมด 30,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 ต่อปี ระยะเวลาปล่อยเงินกู้ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2564 ถึง 31 มีนาคม 2567 เพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรได้มีเงินทุนในการสร้างงานสร้างอาชีพ หรือการประกอบอาชีพเกษตรกรรมตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง กระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศให้ฟื้นคืนกลับมาโดยเร็ว

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ จะส่งเสริมเกษตรกรในการประกอบอาชีพด้านเกษตรกรรม (พืช ปศุสัตว์ ประมง) ที่มีตลาดรองรับชัดเจน หรือการประกอบอาชีพนอกภาคการเกษตรที่มีลักษณะเป็นอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ เพื่อเลี้ยงชีพ
ในครัวเรือน ซึ่งใช้เงินลงทุนไม่มากนัก และต้องไม่เป็นการประกอบอาชีพในลักษณะที่ทำลายสิ่งแวดล้อมหรือผิดกฎหมายด้วย ผู้สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้ที่ ธ.ก.ส.สาขาใกล้บ้าน

กฟก.เข้ารับนโยบาย!! ‘จุรินทร์’ ขอให้เป็นกลไกขับเคลื่อนประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/703293

กฟก.เข้ารับนโยบาย!! 'จุรินทร์' ขอให้เป็นกลไกขับเคลื่อนประเทศ

กฟก.เข้ารับนโยบาย!! ‘จุรินทร์’ ขอให้เป็นกลไกขับเคลื่อนประเทศ

วันอังคาร ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2566, 14.54 น.

นายสไกร พิมพ์บึง พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ประกอบด้วย นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ประธานกรรมการบริหาร นายจารึก บุญพิมพ์ ประธานกรรมการหนี้ฯ รองประธานกรรมการหนี้ฯ นายสมศักดิ์ โยอินชัย นางนิสา คุ้มกอง นายดรณ์ พุมมาลี รองเลขาธิการ ผู้อำนวยการ และหัวหน้าส่วน ร่วมสวัสดีปีใหม่ 2566 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร โดยมีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงพาณิชย์ และกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จำนวน 13 หน่วยงาน เข้าร่วมรับนโยบายการทำงาน พร้อมอวยพรปีใหม่

นายจุรินทร์ กล่าวว่า ขอขอบคุณที่เสียสละทุ่มเททำงานมาตลอดทั้งปี และขอให้เป็นกลไกขับเคลื่อนประเทศให้เดินหน้าต่อไปได้ บรรลุตามภารกิจและเป้าหมายของกองทุนฟื้นฟูฯ ที่ตั้งไว้ทั้ง 3 ด้าน คือ ด้านการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ด้านการแก้ไขปัญหาหนี้ของเกษตรกร และด้านการบริหารงานสำนักงาน   เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ ขออวยพรจตุรพิธพรให้กับทุกคนที่เป็นพลังส่วนตน เป็นพลังให้กับร่างกายจิตใจ เพราะมีจตุรพิธพรนี้มีความหมายถึง พร 4 ประการ คือ อายุ วรรณะ สุขะ พละ ขอให้ทั้ง 4 พรนี้อยู่กับทุกท่าน และนอกเหนือจากนี้ขอให้ทุกท่านสมปรารถนาดั่งที่ตั้งใจไว้ในทุกประการ.-008 

เกษตรฯรุกประจวบฯมหานครสับปะรด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/703160

วันอังคาร ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดงานและบรรยายในการประชุมใหญ่สามัญ ประจำปี 2565
ครั้งที่ 38 สหกรณ์ชาวไร่สับปะรดสามร้อยยอด จำกัด จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมี นายณฐกร สุวรรณธาดา คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีเกษตรฯ และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม โดยนายอลงกรณ์ กล่าวว่า สถานการณ์การเพาะปลูกและผลผลิตสับปะรด ปี 2565 มีพื้นที่เก็บเกี่ยว457,255 ไร่ คิดเป็นปริมาณผลผลิต 1.772 ล้านตัน โดยแหล่งผลิตสำคัญ ได้แก่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ราชบุรี เพชรบุรี พิษณุโลก และระยอง ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 3 ปีที่ผ่านมา ร้อยละ 0.39 ร้อยละ 2.68 และร้อยละ 2.27 ตามลำดับ ด้านราคาตั้งแต่ปี 2563 ถึงต้นปี 2564 อยู่ในเกณฑ์ดี ทำให้เกษตรกรรายใหม่ขยายพื้นที่ปลูก

นายอลงกรณ์กล่าวต่อว่า ศักยภาพของประเทศไทยในฐานะประเทศผู้ส่งออกสับปะรดและผลิตภัณฑ์สับปะรดกระป๋อง เป็นอันดับ 1 ของโลก ด้วยมูลค่า 2 หมื่นล้านบาท ครองสัดส่วนตลาดโลก 32% มีพื้นที่ปลูกสับปะรดและโรงงานสับปะรดมากที่สุด คือ จ.ประจวบคีรีขันธ์ จึงเป็นเสมือนมหานครสับปะรดของโลก โดยการบริหารจัดการสับปะรดเชิงโครงสร้าง และการกำหนดแผน เป้าหมายการเป็นมหานครสับปะรดของโลก ภายใต้คณะกรรมการนโยบายและพัฒนาสับปะรดแห่งชาติ มีการปรับแผนรับมือวิกฤตการระบาดของไวรัสโควิด-19 เรียกว่าแผนพัฒนาสับปะรด ปี 2563-2565 พร้อมจัดทำแผนพัฒนาสับปะรด 5 ปี (2566-2570) เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิต แปรรูป และการตลาด รวมทั้งจัดตั้ง “มหานครสับปะรด Pineapple
metropolis” ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ครอบคลุมพื้นที่แหล่งผลิตหลัก จ.เพชรบุรี ราชบุรี และกาญจนบุรี ยกร่างกฎหมายการพัฒนาผลไม้เศรษฐกิจ (สับปะรด ทุเรียน ลำไย ฯลฯ) มีกองทุนพัฒนาผลไม้เป็นกลไกสำคัญเพื่อยกระดับรายได้ของชาวไร่สับปะรด และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมสับปะรดตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ อย่างยั่งยืนด้วยแนวทางเกษตรมูลค่าสูง

เกษตรฯเร่งแก้ปัญหาที่ดิน สนองข้อเรียกร้องชาวบ้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/703161

วันอังคาร ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายธนา ชีววินิจ เลขานุการ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการแก้ปัญหาที่ดินที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงเกษตรฯครั้งที่ 4/2565 โดยมี นายธิติ โลหะปิยะพรรณ ผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูงสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯ ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) และผู้แทน
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่กระทรวงเกษตรฯ

ทั้งนี้ ในที่ประชุมได้พิจารณากรณีข้อเรียกร้องของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) ที่อยู่ระหว่างดำเนินการภายใต้คณะอนุกรรมการฯ 12 กรณีอาทิ 1.กรณีปัญหาที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมชลประทาน 2 กรณี 2.กรณีปัญหาที่อยู่ในความรับผิดชอบของ ส.ป.ก.5 กรณี 3.กรณีปัญหาที่อยู่ในความรับผิดชอบของ ส.ป.ก.และกรมที่ดิน 3 กรณี และ 4.กรณีปัญหาที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมส่งเสริมสหกรณ์และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ 2 กรณี