‘อ.อ๊อด’แนะวิธีสังเกตง่ายๆ’ผัก-เนื้อสัตว์-ผลไม้-อาหารทะเล’ที่แช่ฟอร์มาลิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696225

'อ.อ๊อด'แนะวิธีสังเกตง่ายๆ'ผัก-เนื้อสัตว์-ผลไม้-อาหารทะเล'ที่แช่ฟอร์มาลิน

‘อ.อ๊อด’แนะวิธีสังเกตง่ายๆ’ผัก-เนื้อสัตว์-ผลไม้-อาหารทะเล’ที่แช่ฟอร์มาลิน

วันจันทร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 11.17 น.

จากกรณีกรมปศุสัตว์ ได้ส่งเจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์ชลบุรี บุกยึดของกลางชิ้นส่วนเนื้อและเครื่องในสุกรและโค จำนวนกว่า 25,000 กิโลกรัม แช่ในถังน้ำผสมฟอร์มาลินรายใหญ่ ส่งขายร้านหมูกระทะ และร้านอาหารอีสาน กว่า 66 แห่งในพื้นที่ใกล้เคียง ลค่ากว่า 5 ล้านบาท ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ตะลึง!อายัดเครื่องใน-เนื้อสัตว์ 25 ตัน แช่ถังฟอร์มาลิน ส่งร้านหมูกระทะ-อาหารอีสาน)

ล่าสุด รองศาสตรจารย์วีรชัย พุทธวงศ์ หรือ อ.อ๊อด ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายนวัตกรรมและกิจการเพื่อสังคม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กว่า อาหารที่มักพบสารฟอร์มาลินปนเปื้อน ได้แก่อาหารทะเล เนื้อสัตว์ ผักสด และผลไม้ ซึ่งวิธีสังเกตง่ายๆ คือ

ถ้าเป็นเนื้อสัตว์ หากถูกแสงแดด หรือลมเป็นเวลานาน แล้วยังสดอยู่ก็ไม่ควรซื้อ

ถ้าเป็นอาหารทะเลที่เนื้อแข็งบางส่วน เปื่อยยุ่ยบางส่วน ไม่ควรซื้อ

ถ้าเป็นผัก ผลไม้ที่มีลักษณะแข็ง เขียว กรอบหรือสดผิดปกติ ให้ดมที่ใบ ผลหรือหักก้านดม ถ้ามีกลิ่นแสบจมูกแสดงว่ามีฟอร์มาลินปนเปื้อน

เมื่อซื้ออาหารมาแล้วควรแช่ด้วยสารละลายด่างทับทิมเจือจาง (ในอัตราส่วน ด่างทับทิมประมาณ 20 เกล็ด ผสมน้ำ 4 – 5 ลิตร) ประมาณ 5 – 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำ เพราะฟอร์มาลีนทำปฏิกิริยากับด่างทับทิมแล้วได้เกลือฟอร์เมตซึ่งละลายน้ำได้

ขอบคุณข้อมูลเฟซบุ๊ก Weerachai Phutdhawong

เกษตรฯจัดงานวันดินโลก บูรณาการเครือข่ายพัฒนาที่ดิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696176

วันจันทร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ จัดงาน “วันดินโลก World Soil Day” ประจำปี 2565 โดยมี นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม โดยจัดงานขึ้นที่สถานีพัฒนาที่ดินตาก ต.แม่ท้อ อ.เมือง จ.ตาก มีวัตถุประสงค์เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร และเผยแพร่พระราชกรณียกิจด้านการพัฒนาทรัพยากรดินเพื่อการเกษตร รวมทั้งสร้างการรับรู้เกี่ยวกับวันดินโลก และตระหนักถึงความสำคัญของดินต่อการผลิตอาหาร

นายอลงกรณ์กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณแก่ปวงชนชาวไทย พระราชทานแนวพระราชดำริด้านการจัดการทรัพยากรดินเพื่อการเกษตร โดยผ่านโครงการพระราชดำริต่างๆ จนเป็นที่ประจักษ์ในพระปรีชาสามารถและยอมรับไปทั่วโลก สหภาพวิทยาศาสตร์ทางดินนานาชาติ (IUSS) ได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัล “นักวิทยาศาสตร์ดิน เพื่อมนุษยธรรม (Humanitarian Soil Scientist)”เป็นพระองค์แรกของโลก ต่อมาองค์การสหประชาชาติ ได้ประกาศสดุดีพระเกียรติคุณ โดยรับรองให้วันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันดินโลก และบรรจุในปฏิทินการปฏิบัติงานขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และประเทศสมาชิกทั่วโลกจะร่วมกันจัดกิจกรรม

ทั้งนี้ วันที่ 5 ธันวาคม นอกจากเป็นวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ วันพ่อแห่งชาติ ยังเป็นวันดินโลก ซึ่งกลุ่มสมัชชาให้ความร่วมมือทรัพยากรดินโลก ได้กำหนดหัวข้อการจัดกิจกรรมวันดินโลกเป็นประจำทุกปี สำหรับปี 2565 กำหนดหัวข้อ Soils, where food begins

ด้าน นายปราโมทย์กล่าวว่า งานวันดินโลกประจำปี 2565 ผู้ร่วมงานจะได้สัมผัสกับบรรยากาศที่สวยงาม ได้รับความรู้ ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และร่วมกิจกรรมที่มาพร้อมความสนุกสนานมากมายโดยสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเพจเฟซบุ๊ก กรมพัฒนาที่ดิน, World Soil Dayวันดินโลก หรือ โทร.1760 นอกจากนี้ ได้กำหนดให้สถานีพัฒนาที่ดินทุกจังหวัด บูรณาการกับเครือข่ายการพัฒนาที่ดินที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา ชุมชน เกษตรกร ประชาชนทั่วไป จัดงานวันดินโลกตลอดเดือนธันวาคม 2565เพื่อทุกภาคส่วนจะได้มีส่วนร่วมตระหนักรู้ และปกป้องรักษาดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ ถ้าดินมีคุณภาพดี ย่อมผลิตพืชผลที่มีคุณค่าทางโภชนาการอันส่งผลถึงความมั่นคงและปลอดภัยทางอาหารและสิ่งแวดล้อมที่ดี ตามเป้าหมายของการขจัดความอดอยากหิวโหย (Zero hunger) และการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ

‘ธนวัช’จี้กยท.ปรับเกณฑ์ปลูกพืชทดแทน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696174

วันจันทร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายธนวัช ภูเก้าล้วน คณะที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ และว่าที่ผู้สมัคร สส.กระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงสถานการณ์ราคายางพาราในปี 2566 ว่ามีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งขึ้นจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ขณะที่การผลิตของประเทศอินโดนีเซีย และมาเลเซียยังกลับมาไม่เต็มที่ ประกอบกับอุตสาหกรรมต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นกลุ่มยานยนต์ หรือถุงมือยาง ยังมีทิศทางสดใส แต่ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลจะละเลยภารกิจการส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการปลูกพืชทดแทน ตาม พ.ร.บ.การยางแห่งประเทศไทย 2558 ด้วยการปลูกแทนด้วยยางพันธุ์ดี หรือไม้ยืนต้นที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ รวมถึงการควบคุมปริมาณการผลิต ลดพื้นที่การปลูกยางสร้างสมดุลและปริมาณยางพาราในประเทศเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางให้อยู่ในระดับที่น่าพอใจ ด้วยการส่งเสริมให้ชาวสวนยางที่ปลูกยางแต่ได้รับผลผลิตน้อย ติดต่อรับสิทธิ์ขอทุนในการปลูกแทนได้ อัตราไร่ละไม่เกิน 16,000 บาทต่อไร่ แต่ที่น่าเป็นห่วงคือกฎเกณฑ์ที่มียังไม่จูงใจให้เกษตรกรเข้าร่วมโครงการ

“ปัญหาคือตามระเบียบการปลูกแทน หากเกษตรกรปลูกแทนก่อนการอนุมัติทุน เมื่อถึงลำดับที่ได้รับทุน จะถูกตัดเงินปลูกแทนตามอายุพืชที่ปลูกนับถึงวันที่ได้รับทุน จึงจะทำให้ได้รับเงินทุนไม่เต็มในอัตรา 16,000 บาทต่อไร่เกษตรกรส่วนใหญ่จึงไม่กล้าปลูกพืชหลักที่ขอทุนปลูกแทน ทำให้เสียโอกาสในการปลูกใหม่ไปประมาณ 2 ปีทีมงาน สส.กระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ ได้เร่งผลักดันให้การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ปรับปรุงระเบียบดังกล่าว เพื่อให้เกษตรกรที่มีความพร้อมสามารถโค่นยางพารา และปลูกพืชอื่นแทนใหม่ โดยได้รับเงินทุนปลูกแทนเมื่อถึงลำดับได้รับอนุมัติเงินปลูกแทนเต็มจำนวน 16,000 บาทต่อไร่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ชาวสวนยางพารา และจะช่วยให้นโยบายลดพื้นที่การปลูกยาง สร้างสมดุลและปริมาณยางพาราในประเทศ เพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางบรรลุตามเป้าหมายด้วย” นายธนวัช กล่าว

กรมชลฯคาดการณ์ อ่างฯห้วยแม่สลิด สร้างเสร็จปี2567 แก้ปัญหาแล้งที่ตาก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696177

วันจันทร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายชูชาติ รักจิตร รองอธิบดีกรมชลประทาน นายเดช เล็กวิชัย ผอ.กองพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลาง นายวิวัธน์ชัย คงลำธาร ผอ.สำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 2 นายธนพล สงวนตระกูล ผอ.สำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่ 2 พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าและเร่งรัดการดำเนินงานก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยแม่สลิดจ.ตาก โดยมี นายธนบดี รักสัตย์ ผอ.สำนักงานก่อสร้างขนาดกลางที่ 3 ร่วมบรรยายสรุปผลความก้าวหน้าในการดำเนินงาน

สำหรับโครงการอ่างเก็บน้ำแม่สลิด ตั้งอยู่ที่ ต.แม่สลิด อ.บ้านตาก จ.ตาก มีลักษณะเป็นเขื่อนดิน ทำนบดินยาว 1,700 เมตร กว้าง 9 เมตร มีความจุที่ระดับเก็บกัก 25.41 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ปัจจุบันมีความคืบหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ 88 หากดำเนินการแล้วเสร็จ จะเป็นแหล่งน้ำต้นทุนให้กับประชาชนในพื้นที่ อ.บ้านตาก และพื้นที่ใกล้เคียงสำหรับใช้ในการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร มีพื้นที่รับประโยชน์ประมาณ 8,200 ไร่ ช่วยบรรเทาและแก้ปัญหาภัยแล้งได้อย่างมาก คาดว่าจะดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2567

ทั้งนี้ นายชูชาติ ได้เร่งรัดงานก่อสร้างอ่างเก็บน้ำดังกล่าวให้แล้วเสร็จตามแผนงานที่กำหนดไว้ เพื่อให้ประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่ได้รับประโยชน์จากโครงการโดยเร็วที่สุด พร้อมกำชับให้มีการตรวจสอบและควบคุมคุณภาพการก่อสร้างอย่างใกล้ชิด ให้ถูกต้องตามหลักวิศวกรรม เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบและความเสียหายได้ในอนาคต

กรมข้าวถกคณะมนตรีฯ ร่วมงานวิจัยข้าวในเอเชีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696173

วันจันทร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองอธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วย น.ส.เยาวลักษณ์ แสนคำ ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ข้าว สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ข้าว และนายจิรพงศ์ ใจรินทร์ รักษาการในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีชีวภาพ กองวิจัยและพัฒนาข้าว ได้ร่วมหารือกับ Md. Masumur Rahaman, Counsellor (Political) & Head of Chancery เพื่อเตรียมการเดินทางไปเข้าร่วมการประชุมคณะมนตรีความร่วมมือในการวิจัยข้าวแห่งเอเชีย (Council for Partnership on Rice Research in Asia: CORRA) ประจำปี ครั้งที่ 26 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29- 30 พฤศจิกายน 2565 โดย Bangladesh Agricultural Research Council (BARC) และสถาบันวิจัยข้าวระหว่างประเทศ (International Rice Research Center : IRRI) ณ กรุงธากา ประเทศบังกลาเทศ

ในโอกาสนี้ ต้องขอขอบคุณ Md. Masumur Rahaman, Counsellor (Political) & Head of Chancery ที่ต้อนรับและได้อำนวยความสะดวกในการจัดทำวีซ่าให้แก่คณะของกรมการข้าวเป็นอย่างดี

รีเอกซเรย์ทั่วประเทศ!ลุยตรวจแหล่งผลิต เช็ค‘ร้านหมูกระทะ’หวั่นมีฟอร์มาลิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696104

รีเอกซเรย์ทั่วประเทศ!ลุยตรวจแหล่งผลิต เช็ค‘ร้านหมูกระทะ’หวั่นมีฟอร์มาลิน

รีเอกซเรย์ทั่วประเทศ!ลุยตรวจแหล่งผลิต เช็ค‘ร้านหมูกระทะ’หวั่นมีฟอร์มาลิน

วันอาทิตย์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 13.42 น.

รีเอกซเรย์ทั่วประเทศ!ลุยตรวจแหล่งผลิต เช็ค‘ร้านหมูกระทะ’หวั่นมีฟอร์มาลิน

4 ธันวาคม 2565 นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า จากกรณีตรวจพบสารฟอร์มาลิน โซดาไฟ และไฮโดรเจนเปอร์อ๊อกไซด์ ที่เป็นแหล่งผลิตแปรรูปวัตถุดิบร้านหมูกระทะ อ.บ่อวิน จังหวัดชลบุรี ที่ผสมในเนื้อหมู เนื้อวัว เครื่องในกว่า25,000 กิโลกรัม (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ตะลึง!อายัดเครื่องใน-เนื้อสัตว์ 25 ตัน แช่ถังฟอร์มาลิน ส่งร้านหมูกระทะ-อาหารอีสาน) ล่าสุดนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สั่งการให้กรมปศุสัตว์ขยายผลจากการจับกุมแหล่งผลิตแปรรูปขนาดใหญ่ มีทั้งเนื้อสัตว์สุกร เนื้อวัว เครื่องในสัตว์ ผสมสารอันตรายต่อผู้บริโภคในพื้นที่ จ.ชลบุรี

อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า นอกจากนั้น รมว.เกษตรฯ ยังได้สั่งการปศุสัตว์ทุกจังหวัดทั่วประเทศไปตรวจสอบสถานประกอบการมีลักษณะแบบนี้มีอีกหรือไม่ โดยให้เร่งดำเนินการจับกุมลงโทษตาม พ.ร.บ.อาหาร , พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ , พ.ร.บ.ควบคุมการฆ่าหรือจำหน่ายเนื้อสัตว์ หากพบกระผิดให้ปิดสถานประกอบการทันที เพื่อตรวจสอบใบอนุญาตและแหล่งที่มาของวัตถุดิบเนื้อสัตว์ว่ามาจากโรงเชือดที่ถูกกฎหมายหรือไม่ รวมทั้งส่งเนื้อสัตว์เข้าห้องปฏิบัติการตรวจสอบสารตกค้างด้วย

ทั้งนี้ รมว.เกษตรฯ มีความห่วงใยประชาชนที่จะจัดงานฉลองกันช่วงเทศกาลปีใหม่ มักจะทำอาหารบริโภค หากเนื้อสัตว์มีแหล่งผลิตที่มไม่มีความปลอดภัย จะเกิดอันตรายทั้งจากสารปนเปื้อนและโรคระบาดได้ จึงสั่งการให้เร่งตรวจสอบทุกแหล่งประกอบการทั่วประเทศ และเนื้อสัตว์ทุกประเภทด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ได้รับมอบอำนาจจากกระทรวงสาธารณสุข ร่วมตรวจสอบด้านอาหาร ตรวจสอบแหล่งที่มา มีความปลอดภัยตามมาตรฐานฟู๊ดเซฟตี้

“นอกจากนี้ได้ประสานให้กระทรวงสาธารณสุข เข้าตรวจสอบร้านหมูกระทะ ร้านอาหารอีสาน 66 แห่งที่รับเนื้อสัตว์แปรรูไปจำหน่าย เพื่อควบคุมในเรื่องสารปนเปื้อน และสารตกค้าง ในอาหารที่นำไปจำหน่าย เพราะสารฟอร์มาลิน คือ สารใช้ดองศพ จะทำให้เนื้อสัตว์ไม่เน่าและมีสีขาว สารโซดาไฟทำให้เนื้อนุ่มไม่เหนียว และสารไฮโดรเจนเปอร์อ๊อกไซด์ เป็นกลุ่มฟอกขาว ซึ่งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ได้ยึดอายัดของไว้ไม่ให้ไปจำหน่าย ต้องไปหาแหล่งที่มาให้ได้ นำเนื้อไปตรวจหาในเรื่องโรคระบาด เป็นมาตรการเกี่ยวกับความปลอดภัยผู้บริโภค” นายสัตวแพทย์สมชวน กล่าว

นายสัตวแพทย์สมชวน กล่าวด้วยว่า รมว.เกษตรฯ สั่งการให้ขยายผลทั่วประเทศ โดยให้ตรวจสอบความปลอดภัยอาหาร รวมถึงต้องมีเอกสารการนำเนื้อสัตว์มาจากไหน ตรวจสอบป้องกันไม่ให้นำเข้าเนื้อ ชิ้นส่วนซากสัตว์ผิดกฎหมาย โดยขอเตือนผู้บริโภคว่าเมื่อจะซื้อเนื้อสัตว์ต้องดูอันดับแรก คือ แหล่งผลิต ร้านจำหน่ายหรือเขียงในตลาดต่างๆไปซื้อจากโรงเชือดถูกกฎหมาย หรือให้ดูตราปศุสัตว์โอเค (OK) เพราะเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภค สามารถเลือกซื้อเนื้อสัตว์โดยทราบแหล่งที่มาได้

ตะลึง!อายัดเครื่องใน-เนื้อสัตว์ 25 ตัน แช่ถังฟอร์มาลิน ส่งร้านหมูกระทะ-อาหารอีสาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696091

ตะลึง!อายัดเครื่องใน-เนื้อสัตว์ 25 ตัน แช่ถังฟอร์มาลิน ส่งร้านหมูกระทะ-อาหารอีสาน

ตะลึง!อายัดเครื่องใน-เนื้อสัตว์ 25 ตัน แช่ถังฟอร์มาลิน ส่งร้านหมูกระทะ-อาหารอีสาน

วันอาทิตย์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 11.36 น.

‘กรมปศุสัตว์’ ส่งเจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์ชลบุรี บุกตรวจสอบแหล่งลักลอบผลิตวัตถุดิบชิ้นส่วนเนื้อสัตว์แช่ในถังน้ำผสม ‘ฟอร์มาลิน’ รายใหญ่ ส่งขายร้านหมูกระทะและร้านอาหารอีสาน กว่า 66 แห่งในพื้นที่ใกล้เคียง ปริมาณน้ำหนักรวม 25,000 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 5 ล้านบาท เสี่ยงแพร่เชื้อโรคระบาดสัตว์ร้ายแรง

นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม ที่ผ่านมา ว่าได้รับรายงานจาก นายสัตวแพทย์ชุติพนธ์ ศิริมงคลรัตน์ ผู้อำนวยการกองสารวัตรและกักกัน กรมปศุสัตว์ เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2565 นายสัตวแพทย์จิรภัทร อินทร์สุข หัวหน้าด่านกักกันสัตว์ชลบุรี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ ได้เข้าตรวจสอบสถานประกอบกิจการผลิตแปรรูปวัตถุดิบเนื้อและเครื่องในสัตว์รายใหญ่ แห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ในพื้นที่ ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี สืบเนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่ามีการลักลอบผลิตเนื้อสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาตหวั่นแพร่โรคระบาดสัตว์ร้ายแรง

ผลการเข้าตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่าสถานประกอบการดังกล่าว ไม่มีการขออนุญาตผลิตอาหาร ไม่มีเอกสารใบอนุญาตค้าซากสัตว์(ร.10) ไม่มีเอกสารเคลื่อนย้ายซากสัตว์(ร.3) และไม่มีเอกสารรับรองให้จำหน่ายเนื้อสัตว์(รน.) ซึ่งมีความผิดตามพระราชบัญญัติโรคระบาด พ.ศ.2558 พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 พระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ.2559 อีกทั้งยังพบการผลิตวัตถุดิบชิ้นส่วนเครื่องในโค ชิ้นส่วนเครื่องในสุกร มีการใช้สารเคมีในกระบวนการผลิต ประกอบด้วย ฟอร์มาลิน โซดาไฟ และไฮโดรเจนเปอร์อ๊อกไซด์

พนักงานเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการยึดอายัดของกลางชิ้นส่วนเนื้อและเครื่องในสุกรและโคที่อยู่ในสถานประกอบการและในตู้แช่เย็นคอนเทนเนอร์ จำนวนกว่า 25,000 กิโลกรัม นอกจากนี้ได้ยึดอายัดของกลางสารเคมีและแกนลอนบรรจุสารฟอร์มาลิน ขนาด 25 ลิตร จำนวนกว่า 50 แกนลอน รวมถึงได้ยึดใบเสร็จกว่า 2,300ใบ ที่มีหลักฐานการขายให้กับลูกค้าร้านหมูกระทะ และร้านอาหารอีสาน จำนวนกว่า 66 ราย และในส่วนของชิ้นส่วนสไบนาง ที่ผลิตแปรรูปนั้นแช่อยู่ในถังน้ำผสมสารฟอร์มาลิน พนักงานเจ้าหน้าที่จึงได้สั่งยึดอายัดไว้ และเก็บตัวอย่างเนื้อและเครื่องในสัตว์ นำส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ สำนักตรวจสอบคุณภาพสินค้าปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์ เพื่อตรวจหาเชื้อโรคปนเปื้อนที่เป็นอันตรายและตรวจหาสารเคมีตกค้าง (ฟอร์มาลิน)

ทั้งนี้ ได้ให้เจ้าของกิจการห้ามโยกย้ายถ่ายเทของกลางที่อายัดไว้ และให้นำเอกสารที่เกี่ยวข้องมาแสดงภายใน 15 วันหากไม่สามารถนำมาแสดงได้ พนักงานเจ้าหน้าที่จะดำเนินการทำลายด้วยการฝังหรือเผา และดำเนินคดีถึงที่สุด ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ได้สั่งการให้ปศุสัตว์จังหวัดทั่วประเทศ ขยายผลในการตรวจสอบสถานประกอบการในลักษณะเดียวกันนี้ และหากพบการกระทำผิดให้ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดต่อไปด้วย หากประชาชนต้องการแจ้งเบาะแสหรือข้อมูลเพิ่มเติม สามารถแจ้งได้ที่แอปพลิเคชัน DLD 4.0 หรือสายด่วนกรมปศุสัตว์ 063-225-6888 ได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง

‘สมาคมกุ้งตะวันออกไทย’พร้อมพันธมิตร จัดงานสัตว์น้ำไทย 2022

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/695816

‘สมาคมกุ้งตะวันออกไทย’พร้อมพันธมิตร จัดงานสัตว์น้ำไทย 2022

‘สมาคมกุ้งตะวันออกไทย’พร้อมพันธมิตร จัดงานสัตว์น้ำไทย 2022

วันศุกร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 15.55 น.

‘สมาคมกุ้งตะวันออกไทย’พร้อมพันธมิตร จัดงานสัตว์น้ำไทย 2022 

2 ธันวาคม 2565 นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ อธิบดีกรมประมง เป็นประธานเปิด “งานสัตว์น้ำไทย 2022 หรือ Thai Aqua Expo 2022” ณ โรงแรมซันไรส์ ลากูน โฮเทลแอนด์กอล์ฟ บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา  “สัตว์น้ำไทย ผลิตอย่างไร ให้ยั่งยืน” โดยมีนายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา นายบรรจง นิสภวาณิชย์ ประธานสมาพันธ์การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมกุ้งตะวันออกไทย นางสาวพัชรินทร์ จินดาพรรณ นายกสมาคมกุ้งตะวันออกไทย นายสมประสงค์ เนตรทิพย์ ประธานชมรมผู้เพาะพันธุ์สัตว์น้ำ (SAC) ในฐานะประธานจัดงานฯ พร้อมพันธมิตร ผู้เข้าร่วมสัมมนา ผู้นำองค์กรเกษตรกรเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทั่วประเทศ บริษัท ห้างร้าน และแขกผู้มีเกียรติ ให้การต้อนรับ 

นายเฉลิมชัย  กล่าวว่าการตัดงานครั้งนี้เป็นการรวมกลุ่มของผู้เลี้ยงสัตว์น้ำเศรษฐกิจที่สำคัญของไทยทั้งกุ้งขาวแวนนาไม กุ้งกุลาดำ กุ้งก้ามกราม ปลากะพงขาว และปลานิล เป็นเวทีที่ได้แลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์ แสดงสินค้า นวัตกรรมการเพาะเลี้ยงต่างๆ ตลอดจนเผยแพร่ความรู้และวิชาการ รวมถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยี แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการยกระดับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทยที่ก้าวสู่ความเป็นสากลและเป็นที่ประจักษ์ของภูมิภาคนี้  ซึ่งขณะนี้ความต้องการบริโภคสัตว์น้ำมีเพิ่มสูงขึ้น สัตว์น้ำไทยก็มีความก้าวหน้าการพัฒนาการเลี้ยงมาอย่างต่อเนื่อง และมีศักยภาพการเพาะเลี้ยงให้มีผลผลิตที่เพิ่มมากขึ้น ต่อไปในอนาคตด้วน

ขณะที่นายบรรจง กล่าวว่า การตัดงานครั้งนี้เป็นการรวมพลังของพันธมิตรองค์กรเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในภาคตะวันออกมาตั้งแต่ปี 2562 โดยปีนี้นับเป็นการจัดงานครั้งที่ 3 ภายใต้แนวคิด “สัตว์น้ำไทย ผลิตอย่างไร ให้ยั่งยืน” มุ่งเน้นเผยแพร่ให้ความรู้ ข้อมูลทางวิชาการสัตว์น้ำเศรษฐกิจไทย ในปีนี้มีทั้งหมด 5 ชนิด ได้แก่ กุ้งขาวแวนนาไม กุ้งกุลาดำ กุ้งก้ามกราม ปลานิล และปลากะพง ให้เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ตลอดจนผู้เที่ยวชมงานได้รับความรู้อย่างเต็มที่ และสามารถนำไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้ต่อไป เพื่อให้การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของประเทศได้รับการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม ตามนโนบายของรัฐด้วย

ด้านนางสาวพัชรินทร์ กล่าวว่า คณะผู้จัดงาน ซึ่งประกอบไปด้วย สมาคมกุ้งตะวันออกไทย ชมรมผู้เพาะพันธุ์สัตว์น้ำ (SAC) ชมรมผู้เลี้ยงกุ้งคุณภาพ (ซีโอซี) จังหวัดระยอง ชมรมผู้เลี้ยงกุ้งตราดยั่งยืน สมาคมผู้เพาะเลี้ยงปลาทะเลไทย และแปลงใหญ่ปลานิลชลบุรี ตั้งใจจัดงานนี้ขึ้นเพื่อ 1) ต้องการเผยแพร่ความรู้ข้อมูลทางวิชาการ นวัตกรรม งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ให้กับเกษตรกรเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย 2) เพื่อยกระดับขีดความสามารถ ของอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของไทย 3) เพื่อส่งเสริมการผลิต ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางการตลาดสัตว์น้ำภายในประเทศ และตลาดโลก และ 4) เพื่อถ่ายทอดแนวทางการลดต้นทุนการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน

“เราตั้งใจจัดงานขึ้น และคาดหวังให้พี่น้องเกษตรกร รวมถึงผู้ที่มาร่วมงาน ได้เข้าถึงข้อมูล พร้อมเปิดประสบการณ์ใหม่ ด้านทักษะ วิทยาการ นวัตกรรม งานวิจัย ในหลากหลายมุมของการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทั้ง 5 ชนิด จากวิทยากรที่มากด้วยประสบการณ์ เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรนำไปประยุกต์ใช้ในฟาร์มเลี้ยงสัตว์น้ำของตน ให้มีผลผลิตที่ดี สอดคล้องกับสถานการณ์ทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ ที่สำคัญยังเป็นการช่วยกัน ยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขัน ของอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทยบนเวทีระดับโลกได้เป็นอย่างดีนอกจากนี้ผู้เข้าร่วมงาน ยังจะได้รับความรู้ และข้อแนะนำที่ดีสำหรับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจากบริษัท ห้างร้านต่าง ๆ ที่มาร่วมออกบูธ ด้วย” นางสาวพัชรินทร์ กล่าว

ปลัดมท.คิกออฟเปิดงานวันดินโลก ปี 65 ภายใต้แนวคิด’อาหารก่อกำเนิดเกิดจากดิน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/695752

ปลัดมท.คิกออฟเปิดงานวันดินโลก ปี 65 ภายใต้แนวคิด'อาหารก่อกำเนิดเกิดจากดิน'

ปลัดมท.คิกออฟเปิดงานวันดินโลก ปี 65 ภายใต้แนวคิด’อาหารก่อกำเนิดเกิดจากดิน’

วันศุกร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 14.21 น.

ปลัดมท.คิกออฟเปิดงานวันดินโลก ปี 2565 (World Soil Day 2022) ภายใต้แนวคิด “อาหารก่อกำเนิดเกิดจากดิน (Soils, where food begins)” ผนึกร่วมภาคีเครือข่ายในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี สร้างตระหนักรู้ – ประกาศเจตนารมณ์สร้างความอุดมสมบูรณ์ ชูเป็นแหล่งก่อกำเนิดอาหารอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2565 ที่วัดป่าศรีแสงธรรม บ้านดงดิบ ตำบลห้วยยาง อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมเดินรณรงค์และเป็นประธานเปิดงานวันดินโลก ปี 2565 (World Soil Day 2022) ภายใต้แนวคิด “อาหารก่อกำเนิดเกิดจากดิน (Soils, where food begins)” โดยได้รับเมตตาจาก พระปัญญาวชิรโมลี เจ้าอาวาสวัดป่าศรีแสงธรรม พระพิพัฒน์วชิโรภาส ผู้อำนวยการศูนย์พุทธธรรมสมเด็จพระมหาธีราจารย์ ป่าดงใหญ่วังอ้อ ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมงาน โดยมี นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายพงษ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง นายขจร ศรีชวโนทัย อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น รศ.วรวรรณ โรจนไพบูลย์ ผศ.พิเชฐ โสวิทยสกุล ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงมหาดไทย นายสมเพชร สร้อยสระคู รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี นายวิรุจ วิชัยบุญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี นายอำเภอ คณะทำงาน Change for Good กระทรวงมหาดไทย ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ประชาชนจิตอาสา และภาคีเครือข่ายทั้ง 25 อำเภอรวมกว่า 500 คน ร่วมกิจกรรม

ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า วันนี้เป็นวันแรกที่พวกเราชาวไทยทั้งประเทศ นำโดยพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี อันเป็นดินแดนที่เราจะเห็นอรุณรุ่งแห่งแสงตะวันที่สวยงามและอบอุ่นเป็นแห่งแรกของประเทศไทย ได้ช่วยกันในการน้อมนำพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงประกาศเป็นปฐมบรมราชโองการ “เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป” ด้วยทรงมุ่งมั่นในการสืบสาน รักษา และต่อยอด แนวพระราชดำริและพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อทรงช่วยทำให้แผ่นดินไทย เป็น “แผ่นดินทอง” อันเป็นดินแดนแห่งความอุดมสมบูรณ์ที่พี่น้องประชาชนอยู่ด้วยความสุข ความรัก ความสามัคคี ความมีน้ำจิตน้ำใจซึ่งกันและกัน ให้สมกับเป็นดินแดนแห่งพุทธภูมิที่มีคณะสงฆ์ผู้เป็นพุทธทายาทแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นหลักชัย

“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระราชดำรัสองค์ที่ 2 เมื่อเดือนมิถุนายน 2563 อันเป็นการตอกย้ำพระราชปณิธานที่แน่วแน่ของพระองค์ท่านในการที่จะทรงทำนุบำรุงให้สังคมประเทศชาติของเรามีความผาสุก ความว่า “ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข แก้ไขในสิ่งผิด สืบสานในพระราชปณิธาน ภายใต้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” อันเป็นพระราชปณิธานที่สอดรับกับสิ่งที่พวกเราได้มาทำร่วมกันในวันนี้  อันเป็นเดือนแห่งวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมราชาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร “มหาราชผู้ยิ่งใหญ่ ผู้เปี่ยมไปด้วยเมตตาธรรม” พระบรมชนกนาถของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้พระราชทาน “หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” และโครงการพระราชดำริที่ฟื้นฟูดิน น้ำ ลมไฟ เพื่อยังประโยชน์ให้เกิดความสุขกับพวกเรา จำนวนมากกว่า 4,000 โครงการ จนกระทั่งองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization of the United Nations: FAO) ได้กำหนดให้วันพระบรมราชสมภพของพระองค์ท่าน คือ วันที่ 5 ธันวาคม เป็น “วันดินโลก” อันเป็นวันสำคัญของโลก เพราะพระบาทสมเด็จพระบรมชนาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงเผยแผ่องค์ความรู้ และแนวทางในการให้พวกเราทุกคนและคนทั่วทั้งโลกได้ให้ความสำคัญกับ “ดิน” ว่าเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ เพราะดินคือแหล่งผลิตอาหาร เป็นที่มาของรากฐานระบบนิเวศที่เอื้อเฟื้อ ทำให้เกิดความหลากหลายทางชีวภาพ และทำให้สิ่งมีชีวิตที่อยู่ในน้ำมีชีวิตเป็นปกติ และเป็นความโชคดีของคนไทยทุกคน ที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงพยายามเชิญชวนรณรงค์ให้พวกเราได้ใช้สีธรรมชาติแทนสีเคมีในการย้อมผ้า โดยทรงอรรถาธิบายไว้ว่า ถ้าใช้สีเคมีย้อมผ้า แล้วเทสีเคมีหรือน้ำย้อมผ้าสีเคมีลงไปในแม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลองก็จะเน่าเสีย สิ่งมีชีวิตในน้ำก็รอดยาก หรือถ้ารอดแล้วมาเป็นอาหารให้กับคนก็จะมีสารพิษตกค้างในร่างกายคน หรือถ้าพวกเราฉีดยาฆ่าหญ้า ยาฆ่าแมลง แล้วนำถังที่ใส่ยาฆ่าหญ้า ฆ่าแมลงนั้นไปล้างในลำห้วย ลำหนอง คลอง บึง สารพิษสารเคมีเหล่านั้นก็จะทำลายระบบนิเวศในน้ำ” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวในช่วงต้น

นายสุทธิพงษ์ กล่าวต่อว่า วันนี้เป็นวันที่พวกเราทุกคนต้องดีใจและภาคภูมิใจ ที่ “คนอุบลราชธานี” จะเป็นต้นแบบให้คนอีก 75 จังหวัดทั่วประเทศ ได้ช่วยกันศึกษา เรียนรู้ และดำเนินกิจกรรมตามคนอุบลราชธานี ด้วยจิตใจอันดีงามซึ่งแสดงออกด้วยความจงรักภักดี ความรักเทิดทูน ความกตัญญูกตเวทีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ มาแปลงเป็นการปฏิบัติบูชา โดยพี่น้องทุกคน ทั้งท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านอำเภอ และท่านนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ครูบาอาจารย์ คณะสงฆ์ทั้งของจังหวัดอุบลราชธานีและทั่วประเทศ ทั้งนี้ แม้ว่าผลลัพธ์ของการดำเนินการจะช่วยกันทำนุบำรุงให้แผ่นดินของพวกเรามีความอุดมสมบูรณ์ มีสภาพที่เหมาะสมต่อสิ่งมีชีวิต ทั้งจุลินทรีย์  ฮิวมัส ไส้เดือน กิ้งกือ แมลงต่าง ๆ และผลหมากรากไม้ ต้นพืช ต้นไม้ใหญ่โตจนถึงต้นหญ้าได้เจริญงอกงามและเราทุกคนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ร่มเย็นเป็นสุขแล้ว ในท้ายที่สุดจะส่งผลมาทำให้โลกของเราซึ่งกำลังประสบปัญหาภาวะโลกร้อน (Climate Change) ได้รับการเยียวยา ทำให้โลกใบนี้สวยงาม พืชผักธัญญาหารจะเพิ่มพูนเพิ่มมากขึ้น แต่เป้าหมายสูงสุด คือ “การพัฒนาคน” สมกับเจตนารมณ์ของ FAO ทั้งตั้งเป้าหมายไว้ว่าในปี 2565 จะเชิญชวนให้คนทั้งโลกช่วยกัน กลับมาดูแลปรนนิบัติแก้ไขในสิ่งผิดกับพื้นดิน เพื่อให้ผืนดินนั้นกลับกลายมาเป็นสิ่งที่สร้างคุณประโยชน์ให้กับมวลมนุษยชาติและสัตว์โลกทั้งหลาย ให้ผืนดินเป็นแหล่งกำเนิดเกิดอาหารที่ปลอดภัย ดังแนวคิดของวันดินโลกที่ว่า Soils, where food begins อาหารก่อกำเนิดเกิดจากดิน

“นอกจากนี้ FAO ยังได้สรุปไว้ว่าความเจริญทางวิทยาศาสตร์  ความเจริญของมนุษยชาติ ตลอดระยะ 70 ปีที่ผ่านมาได้ทำลายความอุดมสมบูรณ์ ทำลายสิ่งที่เรียกว่า “ความสมดุลของธรรมชาติ” เช่น ไปใช้ปุ๋ยเคมีทำให้ดินแข็งโป๊ก ปลูกมันทำสวนก็ใช้ยาฆ่าแมลง ใช้ยาฆ่าหญ้าฉีดลงไป จนสิ่งมีชีวิตที่เป็นประโยชน์กับพื้นดินพลอยตายไปด้วยกลายเป็นผืนดินที่ผิวหน้าเป็นฝุ่น เมื่อแสงแดดส่องมาก็จะกลายเป็นฝุ่นซ้ำเติมให้เกิด PM 2.5 และยังมีการจุดไฟเผาป่าเกิดผลกระทบตามมาเป็นโทษมหาศาลคือความแห้งแล้ง มลภาวะทางอากาศที่เป็นพิษ ชีวิตก็ไม่มีความสุข แต่เพราะคนอุบลราชธานีเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน เป็นบัวพ้นน้ำ ได้ช่วยกันทำให้เป้าหมายสำคัญ คือ ทำให้คนในสังคม คนในประเทศ ได้รู้ว่า ใช้ชีวิตที่ผ่านมามันผิด ถึงเวลาที่ต้องมาช่วยกันแก้ไขในสิ่งผิด โดยเมื่อคนได้รับรู้รับทราบสิ่งที่ทุกคนได้ช่วยกันในวันดินโลก ด้วยการทำให้คนน้อมนำทฤษฎีใหม่มาประยุกต์สู่โคก หนอง นา ใช้การรู้จักปรนนิบัติดูแลแม่พระธรณี หรือ “เลี้ยงดิน” เพื่อให้ดินเลี้ยงพืช และพืชมาเลี้ยงเรา วันนี้สำเร็จแล้วครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่ง เมื่อพี่น้องคนไทยทั้ง 76 จังหวัด 878 อำเภอรู้แล้ว ก็จะต้องช่วยกัน ไม่ใช่รู้ยากมากนาน แต่ต้อง “รู้แล้วลงมือทำทันที” ก็จะสำเร็จ 100% ส่งผลให้เกิดผลผลิตที่ดี (Better Production) ทำให้มีโภชนาการที่ดีขึ้น (Better Nutrition) และพื้นดินจะมีความร่มเย็นชุ่มชื้นอุดมสมบูรณ์และมีความหลากหลายทางชีวภาพ กลายเป็นสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น (Better Environment) และทั้ง 3 ดี ก็จะทำให้คุณภาพชีวิตของพวกเราดี (Better Life) เพื่อให้พวกเราทุกคนและพี่น้องประชาชนมีความสุข เมื่อพี่น้องประชาชนมีความสุข ประเทศชาติก็จะมั่นคงได้ด้วยน้ำมือเรา” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวเน้นย้ำ

นายสุทธิพงษ์ กล่าวด้วยว่า ขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องประชาชนทุกท่านได้ช่วยกัน Kick Off เนื่องในงานวันดินโลกของกระทรวงมหาดไทย “อันเป็นวันของพี่น้องประชาชนทุกคน” ที่มีประจักษ์พยานและความรับผิดชอบที่ชัดเจนหนักแน่นของผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยทั้งส่วนกลาง ทั้งราชการและรัฐวิสาหกิจ และผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยที่ออกมารับใช้พี่น้องประชาชน ในจังหวัด ในอำเภอ ในตำบล ในหมู่บ้าน อันมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้นำในจังหวัด ท่านนายอำเภอเป็นผู้นำที่อำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นผู้นำที่ตำบล/หมู่บ้าน นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้นำในท้องถิ่น ได้ผนึกกำลังกับ 7 ภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน เดินไปเคียงคู่กับพี่น้องประชาชน ช่วยกัน Change for Good สร้างสิ่งที่ดีให้กับแผ่นดินที่เคยย่อยยับอับปรางค์ เพราะพวกเราไปเบียดเบียนรังแกเพราะต้องทำมาหาเลี้ยงชีพ ให้กลายเป็น “แผ่นดินทองที่มีความอุดมสมบูรณ์ และทำให้คุณภาพชีวิตของทุกคนดีไปด้วย” เพื่อให้ด้วยห้วงเวลา 15 วันที่พวกเราลุกขึ้นมาช่วยกันรณรงค์ปลุกกระแส “ทำดีเพื่อตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน” สร้างความสุขให้กับมวลมนุษยชาติ และสรรพสัตว์ทั้งหลายอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

“ขอให้ทุกคนได้ภาคภูมิใจและเป็นกำลังใจให้กันและกัน ในการร่วมไม้ ร่วมมือ ทำให้แผ่นดินของเราเป็นแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ สมกับเจตนารมณ์ในการขับเคลื่อนกิจกรรมวันดินโลก 5 ธันวาคม 2565 ให้แผ่นดินนี้เป็นแหล่งก่อกำเนิดของอาหารเพื่อมวลมนุษยชาติ หรือ Soils, where food begins อาหารก่อกำเนิดเกิดจากดินอย่างต่อเนื่องตลอดไป ด้วยการน้อมนำเอาแนวทางพระราชดำริตามพระบรมราชโองการ ที่จะช่วยกันสร้างประเทศชาติให้มั่นคง ประชาชนมีความสุข แก้ไขในสิ่งผิด สืบสานในพระราชปณิธาน น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในชีวิต พลิกฟื้นแผ่นดินไทยให้เป็นแผ่นดินทองอีกครั้งหนึ่ง ฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของดินเพื่อรักษาคุณภาพทางชีวภาพและเป็นแหล่งกำเนิดอาหารที่สมบูรณ์เพื่อหล่อเลี้ยงคนไทยและคนทั้งโลก “ดินดี อาหารดี สุขภาพดี ชีวีมีสุข” อย่างยั่งยืนสืบไป” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวในช่วงท้าย

จากนั้น ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้นำผู้ร่วมงานประกาศเจตนารมณ์ ความว่า “ข้าพเจ้า จะสืบสานศาสตร์พระราชา เพื่อพัฒนาดินอย่างยั่งยืน  ข้าพเจ้า จะรักษาความอุดมสมบูรณ์แห่งดิน เพื่อเป็นแหล่งสร้างอาหารที่มีคุณภาพ ข้าพเจ้า จะต่อยอด ขยายผล ขับเคลื่อนเครือข่ายพลังแผ่นดิน สู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน”

พร้อมทั้งร่วมปลูกผักหวานป่าบนโพนที่ทำจากวัสดุธรรมชาติเหลือใช้ในพื้นที่ เช่น ผักตบชวา กิ่งไม้ และเศษวัสดุในแนว Permaculture ร่วมกับผู้ร่วมงาน และเยี่ยมชมนวัตกรรมปลูกผักใต้แผงโซล่าเซลล์ อันเป็นเจตนาร่วมกันในการทำให้วันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันที่ทุกคนจะช่วยกันทำสิ่งที่ดีให้เกิดขึ้นกับแผ่นดิน คือ “การสร้างความอุดมสมบูรณ์ทำให้ดินเป็นแหล่งก่อกำเนิดเกิดอาหาร” อย่างยั่งยืน

– 006

ตั้งเป้าปี68 ไทยปลอดโรคพิษสุนัขบ้า ชวนปชช.ร่วมเป็นอาสาปศุสัตว์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/695713

ตั้งเป้าปี68 ไทยปลอดโรคพิษสุนัขบ้า ชวนปชช.ร่วมเป็นอาสาปศุสัตว์

ตั้งเป้าปี68 ไทยปลอดโรคพิษสุนัขบ้า ชวนปชช.ร่วมเป็นอาสาปศุสัตว์

วันศุกร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 09.59 น.

กระทรวงเกษตรตั้งเป้า ปี 68 ประเทศไทยปลอดโรคพิษสุนัขบ้า ชวนประชาชนร่วมเป็นอาสาปศุสัตว์เฝ้าระวังโรคฯ

2 ธันวาคม 2565 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย “ประเทศไทยปลอดโรคพิษสุนัขบ้าภายในปี 2568” ตามโครงการสัตว์ปลอดโรคคนปลอดภัยจากพิษสุนัขบ้า ซึ่งทางกรมปศุสัตว์ มีแนวทางแก้ปัญหาโรคนี้โดยมุ่งเน้นการควบคุมประชากรสุนัขและแมว และสัตว์ต้องได้รับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของจำนวนสุนัขและแมวเป็นประจำทุกปี อีกทั้งยังส่งเสริมความตระหนักรู้เรื่องโรคพิษสุนัขบ้าให้ประชาชนและเจ้าของสัตว์เลี้ยงรวมถึงการเลี้ยงสัตว์อย่างรับผิดชอบและไม่ปล่อยทิ้งสัตว์ในพื้นที่สาธารณะ ทั้งนี้ สถานการณ์โรคพิษสุนัขบ้าปี 2565 ข้อมูล ณ วันที่ 25 พ.ย. มีรายงานพบจากการสุ่มตรวจจำนวนสัตว์ที่มีเชื้อรวม 210 ตัว คิดเป็นร้อยละ 5  มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ขณะที่ปี 2561 สูงถึงร้อยละ 15 ผู้เสียชีวิต 18 ราย

รองโฆษกฯกล่าวต่อว่า เพื่อให้สำเร็จตามเป้าหมาย “ประเทศไทยปลอดโรคพิษสุนัขบ้า” นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้กรมปศุสัตว์เร่งบูรณาการการทำงานกับภาคส่วนต่างๆและประชาชนในการสร้างอาสาปศุสัตว์รุ่นใหม่และพัฒนาอาสาปศุสัตว์เดิมที่มีอยู่แล้วให้มีความรู้ ความเข้าใจและมีทักษะในการปฏิบัติงานด้านการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคพิษสุนัขบ้าครอบคลุมในทุกพื้นที่ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาได้จัดโครงการฝึกอบรมเพื่อสร้างและพัฒนาศักยภาพอาสาปศุสัตว์ด้านโรคพิษสุนัขบ้า ไปแล้วหลายรุ่น มีผู้ผ่านการอบรมครอบคลุมทุกพื้นที่ มากกว่า 1 แสนคน และในปี งบประมาณ 2566 นี้ ตั้งเป้าไว้ที่ 8,600 คน อย่างน้อย 2 – 3 คนต่อตำบล อาสาปศุสัตว์ที่ผ่านการฝึกอบรมแล้วจะได้รับใบประกาศนียบัตรผู้ผ่านการฝึกอบรม บัตรประจำตัวอาสาปศุสัตว์ และหนังสือมอบหมายให้ทำการฉีดวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้าจากสัตวแพทย์ ตามพระราชบัญญัติโรคพิษสุนัขบ้า พ.ศ. 2535

“รัฐบาลขอเชิญชวนประชาชนร่วมมือกันป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งทางกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรฯ พร้อมอำนวยความสะดวกในเรื่องการฉีดวัคซีนแก่สุนัขและแมว อีกทั้ง มุ่งสร้างอาสาปศุสัตว์ด้านโรคพิษสุนัขบ้า เพราะถือเป็นหัวใจหลักของชุมชนที่จะช่วยให้การเฝ้าระวังป้องกัน ควบคุมและกำจัดโรคพิษสุนัขบ้าเกิดความอย่างยั่งยืน ลดอุบัติการณ์การเกิดโรคพิษสุนัขบ้าทั้งในคนและสัตว์เลี้ยง” นางสาวรัชดา กล่าว