‘รมว.นฤมล’เผย’กระทรวงเกษตรฯ’เตรียมจัดงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 68

'รมว.นฤมล'เผย'กระทรวงเกษตรฯ'เตรียมจัดงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 68

‘รมว.นฤมล’เผย’กระทรวงเกษตรฯ’เตรียมจัดงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 68

วันศุกร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2568, 18.06 น.

“รมว.นฤมล”เผยกระทรวงเกษตรฯ เตรียมจัดงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 68 พร้อมเปิดลงทะเบียนออนไลน์ รับพันธุ์ข้าวพระราชทาน

เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2568 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการเตรียมจัดงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2568 ว่า ในปีนี้ได้กำหนดวันพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ซึ่งประกอบด้วย พระราชพิธี 2 พิธีรวมกัน คือ พระราชพิธีพืชมงคล เป็นพระราชพิธีทางสงฆ์ โดยจะประกอบพระราชพิธี ในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง ในวันพฤหัสบดีที่ 8 พฤษภาคม 2568 และถือเป็นวันเกษตรกรด้วย สำหรับในวันถัดมาของการประกอบพระราชพิธีคือ พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ (วันไถหว่าน) อันเป็นพิธีพราหมณ์จะประกอบพระราชพิธีในวันศุกร์ที่ 9 พ.ค.2568 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง

“พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ถือเป็นพระราชพิธีซึ่งกระทำขึ้นเพื่อความเป็นสิริมงคลและส่งเสริมบำรุงขวัญเกษตรกร เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการเพาะปลูก โดยกำหนดจัดขึ้นในราวเดือนหกของทุกปี หรือเดือนพฤษภาคมที่มีฤกษ์ยาม ที่เหมาะสมต้องตามประเพณี ให้จัดขึ้นในเวลานั้นอันถือเป็นเวลาที่เหมาะสมในการเริ่มต้นฤดูกาลแห่งการทำนา”

ศ.ดร.นฤมล กล่าวต่อว่า ในปี พ.ศ.2568 ผู้ทำหน้าที่พระยาแรกนา คือ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เทพีคู่หาบทอง ได้แก่ นางสาวธิรดา วงษ์กุดเลาะ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ กรมส่งเสริมการเกษตร และนางสาววราภรณ์ วิลัยมาตย์ เจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงานกรมวิชาการเกษตร เทพีคู่หาบเงิน ได้แก่ นางสาวฉันทิสา อารีเสวต นายสัตวแพทย์ชำนาญการ สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ และนางสาวอภิชญา ฟูแสง นักวิชาการตรวจสอบบัญชีปฏิบัติการ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ผู้เชิญเครื่องอิสริยยศ จำนวน 4 ราย คู่เคียงในกระบวนแห่อิสริยยศพระยาแรกนา จำนวน 16 ราย และพระโคแรกนา ได้แก่ พระโคพอ และพระโคเพียง พระโคสำรอง ได้แก่ พระโคเพิ่ม และพระโคพูล

อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมการข้าว จะทำหน้าที่ในการจัดเตรียมพันธุ์ข้าวพระราชทานและพันธุ์พืช ซึ่งนำมาใช้ในงานพระราชพิธีฯ โดยขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตนำพันธุ์ข้าวทรงปลูกในฤดูนาปี 2567 โครงการนาทดลองในโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา มาใช้ในงานพระราชพิธีฯ ประจำปี 2568ประกอบด้วย พันธุ์ข้าวนาสวน จำนวน 5 พันธุ์ (ขาวดอกมะลิ 105, กข 79, กข 85, กข 99 (หอมคลองหลวง 72) และกขจ 1 (วังทอง 72)) พันธุ์ข้าวเหนียว จำนวน 2 พันธุ์ (กข 6 และ กข 24 (สกลนคร 72)) เมล็ดพันธุ์ข้าวเปลือกที่นำเข้าในพระราชพิธีมีน้ำหนักรวมทั้งสิ้น 4,880กิโลกรัม และจัดเป็น “พันธุ์ข้าวทรงปลูกพระราชทาน” บรรจุในซองพลาสติกแจกจ่ายให้บรรดาพสกนิกร ประชาชนผู้สนใจ และชาวนาทั่วประเทศรับไปเป็นมิ่งขวัญและสิริมงคลในการประกอบอาชีพการเกษตรตามประเพณีนิยม เพื่อให้เป็นไปตามพระราชประสงค์สืบไป

ทั้งนี้ ขอเชิญชวนประชาชนรับชมและรับฟังการถ่ายทอดสดพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2568 ในวันศุกร์ที่ 9 พฤษภาคม 2568เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป ผ่านช่องทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย และสื่อโซเชียลมีเดีย รวมทั้งสามารถลงทะเบียนออนไลน์ เพื่อขอรับเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน ผ่านทางเว็บไซต์ https://rice.moac.go.th ได้ตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน – 2 พฤษภาคม 2568

– 006

เกษตรกรสทิงพระ ‘เก็บผลผลิตแตงกวาขาย’ หลังช่วงนี้ราคาดี-สร้างรายได้อย่างงาม

เกษตรกรสทิงพระ ‘เก็บผลผลิตแตงกวาขาย’ หลังช่วงนี้ราคาดี-สร้างรายได้อย่างงาม

เกษตรกรสทิงพระ ‘เก็บผลผลิตแตงกวาขาย’ หลังช่วงนี้ราคาดี-สร้างรายได้อย่างงาม

วันศุกร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2568, 15.18 น.

เกษตรกรในอำเภอสทิงพระเก็บเกี่ยวผลผลิตแตงกวา ซึ่งเป็นพืชระยะสั้น ใช้เวลาปลูก 30 – 35 วัน ก็สามารถเก็บผลผลิตขายสร้างรายได้อย่างงามให้กับครอบครัว อีกทั้งในช่วงนี้แตงกวาราคาดี ในท้องตลาดราคา กก.ละ 25 บาท

วันที่ 4 เมษายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายบัณฑิต – นางปราณี เหมือนนอง สองสามีภรรยา เกษตรกรอำเภอสทิงพระ ใช้พื้นที่ดิน 1 ไร่ ที่หมู่ที่ 7 ต.กระดังงา อ.สทิงพระ จ.สงขลา ปลูกพืชระยะสั้น โดยทำการปลูกแตงกวาพันธุ์จังโก้ 1,300 ต้น ยกเป็นร่อง 10 ร่องปลูกแตงกวา ร่องละ 130 ต้น และใช้ไม้เสม็ดทำเสาค้างขึงด้วยอวนตลอดแนวร่อง เพื่อให้แตงกวาได้เลื้อยขึ้นไปบนค้าง เมื่อเจริญเติบโต โดยใส่ปุ๋ยน้ำชีวภาพตั้งแต่เริ่มปลูกไม่ใช้สารเคมี รวมทั้งให้น้ำทางสายยางใช้เครื่องสูบน้ำสูบจากคลองส่งน้ำที่ขุดกักเก็บน้ำไว้ สองสามีภรรยาใช้เวลาดูแลแตงกวาเป็นอย่างดี ใช้ระยะเวลาในการปลูก 30- 35วัน แตงกวาเจริญงอกงามดี โดยไม่มีศัตรูพืชมารบกวน  ออกดอกออกผล และสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ในวันนี้

สำหรับแตงกวาชุดนี้ ใช้สารปรับปรุงบำรุงดิน ของกรมพัฒนาที่ดินเพื่อปรับสภาพดิน การเก็บเกี่ยวผลผลิตแตงกวาของนายบัณฑิต-นางปราณี เหมือนนอง เกษตรกรอำเภอสทิงพระ ผลผลิตออกมาเป็นที่น่าพอใจ โดยราคาแตงกวาในวันนี้ที่แม่ค้ามารับซื้อที่บ้านราคาอยู่ที่ กก.ละ 15 บาท และสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ทุกวันตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือน และได้ตั้งเป้าในการขายผลผลิตแตงกวาแปลงนี้ไว้ 2 หมื่นบาท จากการลงทุนในการปลูก 6,500 บาท ในเวลา 1 เดือน

นายบัณฑิต เหมือนนอง เกษตรกรอำเภอสทิงพระ กล่าวว่า วันนี้เป็นการเก็บผลผลิตแตงกวาชุดแรกที่ได้ทยอยออกมาก่อน โดยเก็บได้ 30 กก.ปลูกทั้งหมด 1,300 หลุม ในพื้นที่ 1 ไร่ แตงกวาเจริญเติบโตดี ลูกดก แล้วได้ราคา ในส่วนของปัญหาในการปลูกแตงกวา ไม่มีปัญหาเลย เพราะปลูกโดยใช้ชีวภาพล้วนๆ โดยไม่ใช้สารเคมีเลย ไม่มีแมลงมารบกวน ///-026

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’ส่ง จนท.ร่วม บก.ปคบ.บุกทลายโรงงานอาหารสัตว์เถื่อนจังหวัดนครปฐม

'อธิบดีกรมปศุสัตว์'ส่ง จนท.ร่วม บก.ปคบ.บุกทลายโรงงานอาหารสัตว์เถื่อนจังหวัดนครปฐม

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’ส่ง จนท.ร่วม บก.ปคบ.บุกทลายโรงงานอาหารสัตว์เถื่อนจังหวัดนครปฐม

วันศุกร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.54 น.

อธิบดีกรมปศุสัตว์เผย ส่งเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจกรมปศุสัตว์ ร่วมกับตำรวจ บก.ปคบ. บุกตรวจสอบสถานที่ผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์เถื่อนในจังหวัดนครปฐม พบลักลอบผลิตและแบ่งบรรจุอาหารสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาต อายัดของกลางมูลค่ารวมกว่า 3.3 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2568 นายสัตวแพทย์ สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์เปิดเผยว่า ได้ส่งเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจของกรมปศุสัตว์ประกอบด้วย สารวัตรปศุสัตว์ไซเบอร์ กองสารวัตรและกักกัน กองควบคุมอาหารและยาสัตว์ ร่วมกับปศุสัตว์จังหวัดนครปฐม ปฏิบัติการร่วมกับตำรวจจากกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ). ในการบุกตรวจสอบแหล่งผลิตอาหารสัตว์เถื่อนในจังหวัดนครปฐม ตามที่ได้รับแจ้งเบาะแสว่า มีการลักลอบผลิตอาหารสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาต
ทั้งนี้ กรมปศุสัตว์และตำรวจ บก.ปคบ. ร่วมกันสืบสวนติดตามพฤติกรรมของสถานที่ต้องสงสัย ก่อนขอหมายค้นจากศาลจังหวัดนครปฐม และเข้าตรวจสอบสถานประกอบการดังกล่าวในตำบลทัพหลวง อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม

ขณะเข้าตรวจสอบพบว่า สถานประกอบการดังกล่าวกำลังดำเนินการผลิตอาหารสัตว์โดยใช้เครื่องบรรจุซองอัตโนมัติและภาชนะบรรจุอาหารสัตว์ โดยมีบุคคลที่แสดงตัวเป็นผู้จัดการสถานประกอบการ แต่ไม่สามารถนำใบอนุญาตผลิตอาหารสัตว์มาแสดงได้ซึ่งเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ. ควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2558 มาตรา 15 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เจ้าหน้าที่ได้อายัดเครื่องจักร อุปกรณ์ และอาหารสัตว์ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตทั้งหมด 29 รายการซึ่งประกอบด้วย อาหารสัตว์ 10 รายการ มูลค่า 1,806,915 บาท ซองบรรจุผลิตภัณฑ์ 11 รายการ มูลค่า 1,117,971 บาท และเครื่องมือเครื่องจักร 8 รายการ มูลค่า 416,400 บาท รวมมูลค่าทั้งสิ้น 3,341,286 บาท นอกจากนี้ ยังได้เก็บตัวอย่างอาหารสัตว์จำนวน 3 ตัวอย่าง เพื่อส่งตรวจที่ห้องปฏิบัติการของกรมปศุสัตว์

คณะเจ้าหน้าที่ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน บก.ปคบ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่าเพิ่มเติมว่า การปฏิบัติการครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมทั้งนายอิทธิ ศิริลัทยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ให้ความสำคัญต่อการควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ เพื่อความปลอดภัยของทั้งสัตว์และผู้บริโภคผลิตภัณฑ์จากสัตว์ หากพบการกระทำผิด กรมปศุสัตว์จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

หากประชาชนพบเห็นการกระทำผิดโปรดแจ้งเบาะแสหรือข้อมูลเพิ่มเติม สามารถแจ้งได้ที่แอปพลิเคชัน DLD 4.0 ได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าตรวจสอบการกระทำความผิดและดำเนินการตามกฎหมายได้อย่างทันท่วงที

– 006

ผู้ช่วยฯร่วมทำน้ำปลาจาก‘หมอคางดำ’

ผู้ช่วยฯร่วมทำน้ำปลาจาก‘หมอคางดำ’

ผู้ช่วยฯร่วมทำน้ำปลาจาก‘หมอคางดำ’

วันศุกร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ดร.ณมาณิตา กลับบ้านเกาะ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดกิจกรรมฝึกอาชีพ แปรรูปผลิตภัณฑ์น้ำปลา จากปลาหมอคางดำ โดยมีนายวีระศักดิ์ สัจจะปกาสิต ผอ.ส่วนพัฒนาผู้ต้องขัง เรือนจำจังหวัดสมุทรสาครนายเผดิม รอดอินทร์ ประมงจังหวัดสมุทรสาคร และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมที่เรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร

ดร.ณมาณิตา กล่าวว่า ที่ผ่านมา จ.สมุทรสาคร ประสบปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ในแหล่งน้ำสาธารณะ และพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของเกษตรกร โดยภาครัฐมีมาตรการต่างๆ ออกมาแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในนั้นคือมาตรการลงแขกลงคลอง กำจัดปลาหมอคางดำ มาทำน้ำปลา โดยสำนักงานประมงจังหวัดสมุทรสาคร บูรณาการร่วมกับเรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร และภาคเอกชน นำปลาหมอคางดำที่จับได้ มาแปรรูปเป็นน้ำปลา ภายใต้แบรนด์ “หับเผยสมุทรสาคร”เพื่อเป็นการเสริมสร้างทักษะอาชีพให้ผู้ต้องขังและเป็นการส่งเสริมให้เกิดการบริโภคผลิตภัณฑ์จากปลาหมอคางดำในวงกว้าง

สำหรับพื้นที่จัดกิจกรรมเป็นเรือนจำชั่วคราวบางหญ้าแพรก สังกัดเรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร ตั้งอยู่ด้านข้างภายนอกเรือนจำ มีเนื้อที่ 2 ไร่ 50 ตารางวาเป็นสถานที่ควบคุมอบรมและฝึกวิชาชีพให้แก่ผู้ต้องขังชั้นดี ในรูปแบบของแปลงเกษตร บ่อเลี้ยงปลา พื้นที่เลี้ยงสัตว์ และลานแปรรูปผลิตภัณฑ์ โดยกิจกรรมผลิตน้ำปลาจากปลาหมอคางดำครั้งนี้ ใช้ปลาหมอคางดำ ที่จับได้เมื่อวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา ประมาณ 500 กิโลกรัมมาทำเป็นวัตถุดิบ ในสัดส่วน 1 ต่อ 4 คือเกลือ 1 ส่วนต่อปลาหมอคางดำ 4 ส่วนซึ่งเป็นสูตรแบรนด์น้ำปลาใน จ.เพชรบุรีที่การันตีความหอมและรสชาติถูกปากทุกคน ซึ่งหลังจากนี้มีการต่อยอดแบรนด์น้ำปลาหับเผยสมุทรสาคร ให้เป็นที่รู้จักกว้างขวางมากยิ่งขึ้น

ฉก.พญานาคราชลุยจับ เมล็ดฝ้ายเถื่อนมูลค่า1.8ล้าน

ฉก.พญานาคราชลุยจับ  เมล็ดฝ้ายเถื่อนมูลค่า1.8ล้าน

ฉก.พญานาคราชลุยจับ เมล็ดฝ้ายเถื่อนมูลค่า1.8ล้าน

วันศุกร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

พ.อ.รวิรักษ์ สัตตบุศย์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจ (ฉก.) พญานาคราช กล่าวภายหลังนำกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีการลักลอบนำเข้าเมล็ดฝ้าย ผ่านท่าเรือแหลมฉบัง โดยเข้าตรวจสอบ 2 จุด คือ 1.ท่าเรือแหลมฉบัง และ 2.ที่ตั้งบริษัทที่นำเข้าเมล็ดฝ้าย เขตทุ่งครุ กทม.

เบื้องต้นเข้าตรวจสอบเส้นทางการนำเข้าเมล็ดฝ้าย ที่ท่าเรือแหลมฉบัง พบข้อมูลในระบบแจ้งนำเข้าสินค้าของด่านตรวจพืช (NSW) มีชื่อผู้นำเข้ารายเดียวกันกับที่มีการแจ้งการนำเข้ากากเมล็ดฝ้ายไว้กับด่านตรวจพืชท่าเรือแหลมฉบัง และจากการประสานข้อมูลจากสำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง พบว่าตู้สินค้าทั้งหมดถูกปล่อยออกไปจากเขตท่าเรือแหลมฉบัง แล้ว จึงขยายผลไปยังโกดังให้เช่าเก็บสินค้า เลขที่ 319/10 ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ พบว่าในโกดังมีเมล็ดฝ้าย 231,942 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 1,831,876.29 บาท ซึ่งเป็นสิ่งต้องห้ามตาม พ.ร.บ.กักพืช พ.ศ.2507 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งการตรวจค้นพบว่าสินค้าเป็นเมล็ดฝ้ายจริงตามที่ได้รับข้อมูล สำหรับสินค้าที่สำแดงอันเป็นเท็จ มีความผิดตามมาตรา 8 พ.ร.บ.กักพืช พ.ศ.2507 และแก้ไขเพิ่มเติม (นำเข้า
สิ่งต้องห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต) และสำแดงข้อมูลอันเป็นเท็จในเอกสารแจ้งการนำเข้า และความผิดตามมาตรา 202, 244 และ 252 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 และความผิดตามมาตรา 8 พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 จึงแจ้งข้อกล่าวหา และเก็บตัวอย่างสินค้า มอบให้พนักงานสอบสวน อายัดห้ามเคลื่อนย้ายไว้ในโกดัง เพื่อดำเนินคดี โดยลงบันทึกจับกุมที่ สภ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ

พด.คัดเกษตรกรดีเด่น ด้านพัฒนาที่ดิน-หมอดินอาสา

พด.คัดเกษตรกรดีเด่น ด้านพัฒนาที่ดิน-หมอดินอาสา

พด.คัดเกษตรกรดีเด่น ด้านพัฒนาที่ดิน-หมอดินอาสา

วันศุกร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล อธิบดี กรมพัฒนาที่ดิน (พด.) กล่าวว่าได้รับมอบหมายจากทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้คัดเลือกเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาการพัฒนาที่ดินเพื่อเกษตรกรรม จาก 16 สาขาอาชีพโดยให้ความสำคัญแก่หมอดินอาสา ที่ทำงานร่วมกับกรมพัฒนาที่ดิน ในการพัฒนา ดูแลดินและที่ดินทางการเกษตร นับตั้งแต่ปี 2538 พร้อมแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ในสาขาการพัฒนาที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และหมอดินอาสาดีเด่น ปี 2568 ซึ่งคัดเลือกจากหมอดินอาสา 77,777 คน ที่มีผลงานดีเด่น มีความรู้ความสามารถ ในการบริหารจัดการพื้นที่การเกษตร รวมทั้งเสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวมในด้านต่างๆ ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ จะประกาศผลการคัดเลือกเกษตรกร สถาบันเกษตรกรและสหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2568 ภายในเดือนเมษายนนี้ ซึ่งเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาการพัฒนาที่ดินเพื่อเกษตรกรรม จะเข้ารับพระราชทานโล่รางวัลในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง สำหรับเกษตรกรดีเด่นระดับประเทศลำดับที่ 2-3 จะได้รับโล่เงินและโล่ทองแดง นอกจากนี้หมอดินอาสาดีเด่น ในลำดับ 1-2จะได้รับโล่ พร้อมรางวัลเงินสด ในงานวันคล้ายวันสถาปนากรมพัฒนาที่ดิน(23 พฤษภาคม)

ด้านนายพชร อริยะสกุล ผอ.กองวิจัยและพัฒนาการจัดการที่ดิน ที่ปรึกษาคณะกรรมการฯ กล่าวว่า การแต่งตั้งคณะกรรมการฯ มี 2 ระดับ คือคณะกรรมการในระดับเขต เพื่อคัดเลือกหมอดินอาสาที่โดดเด่นที่สุด เป็นตัวแทนระดับเขตจากสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 1–12 ส่งมายังคณะกรรมการคัดเลือกระดับกรม เพื่อพิจารณาคัดเลือกจากผลงาน รวมถึงการลงพื้นที่คัดเลือกเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาการพัฒนาที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และหมอดินอาสาดีเด่น มีหลักเกณฑ์และคุณสมบัติตามประกาศกระทรวงเกษตรฯ ดังนี้ เป็นเกษตรกร/บุคคลทางการเกษตร มีสัญชาติไทย ประพฤติดี ประกอบอาชีพด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เสียสละเพื่อส่วนรวม มีผลงานดีเด่นให้ส่วนรวมนำไปใช้ประโยชน์ได้ พื้นที่ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย และไม่เคยได้รับพระราชทานโล่รางวัลเกษตรกร/บุคคลทางการเกษตรดีเด่นแห่งชาติ สาขาเดียวกันมาก่อน นอกจากนี้ยังมีเกณฑ์การให้คะแนนความคิดริเริ่ม พยายามฟันฝ่าอุปสรรค มีผลสำเร็จตลอดระยะเวลาที่ปฏิบัติงานและความยั่งยืนในอาชีพ เป็นผู้นำ ทำกิจกรรมเพื่อประโยชน์ส่วนรวมในด้านต่างๆ

อนึ่ง วันพระราชพิธีพืชมงคลนับตั้งแต่ปี 2509 เป็นต้นมา คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ลงมติให้เป็น“วันเกษตรกร” ประจำปี โดยในปีนี้ตรงกับวันที่ 9 พฤษภาคม 2568

กรมชลฯเดินหน้า ‘บางระกำโมเดล’ ขยายอีก6หมื่นไร่ ทำนาก่อนน้ำหลาก

กรมชลฯเดินหน้า  ‘บางระกำโมเดล’  ขยายอีก6หมื่นไร่  ทำนาก่อนน้ำหลาก

กรมชลฯเดินหน้า ‘บางระกำโมเดล’ ขยายอีก6หมื่นไร่ ทำนาก่อนน้ำหลาก

วันศุกร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกลุ่มผู้ใช้น้ำ ดำเนินโครงการบริหารจัดการน้ำแบบประชาชนมีส่วนร่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำบางระกำ หรือ “โครงการบางระกำโมเดล” ต่อเนื่อง เป็นปีที่ 9 โดยได้จัดสรรน้ำเพื่อสนับสนุนพื้นที่เพาะปลูกไว้ 390 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) เนื่องจากปริมาณน้ำสะสมจากช่วงฤดูฝนที่ผ่านมา อยู่ในเกณฑ์ดี ทำให้ปีนี้สามารถขยายพื้นที่โครงการจาก 265,000 ไร่ เป็น 327,000 ไร่ โดยเริ่มทยอยส่งน้ำเข้าระบบชลประทาน ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม 2568 เพื่อให้เกษตรกรเตรียมแปลงเพาะปลูกพร้อมกัน และเก็บเกี่ยวแล้วเสร็จก่อนฤดูน้ำหลากช่วงกลางเดือนสิงหาคม-ตุลาคม ซึ่งเป็นไปตามการปรับปฏิทินการเพาะปลูก ช่วยลดความเสี่ยงที่ผลผลิตข้าวจะเกิดความเสียหายจากน้ำท่วม อีกทั้งช่วยป้องกันและบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ตอนบน รวมถึงพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง โดยระหว่างนั้นเกษตรกรยังใช้ประโยชน์จากพื้นที่แก้มลิง สร้างรายได้เสริมจากการทำอาชีพประมง เก็บกักน้ำไว้ใช้เป็นน้ำต้นทุนทำเกษตรกรรมและการอุปโภค-บริโภคในปีถัดไป

อย่างไรก็ตาม ถือได้ว่า “บางระกำโมเดล” เป็นต้นแบบของการบริหารจัดการน้ำแบบมีส่วนร่วมอย่างเกิดประโยชน์สูงสุด สามารถลดความเสียหายทางเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศจากฤดูน้ำหลาก ทั้งยังสร้างรายได้เสริมให้เกษตรกรมีรายได้ตลอดทั้งปี ลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนให้ได้มากที่สุดตามนโยบายของรัฐบาล และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

‘อธิบดีกรมฝนหลวงฯ’ลงพื้นที่บุรีรัมย์ พบปะพูดคุยกับอาสาสมัครกรมฝนหลวงฯ-เกษตรกร

'อธิบดีกรมฝนหลวงฯ'ลงพื้นที่บุรีรัมย์ พบปะพูดคุยกับอาสาสมัครกรมฝนหลวงฯ-เกษตรกร

‘อธิบดีกรมฝนหลวงฯ’ลงพื้นที่บุรีรัมย์ พบปะพูดคุยกับอาสาสมัครกรมฝนหลวงฯ-เกษตรกร

วันพฤหัสบดี ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568, 17.18 น.

เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2568 นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร พร้อมด้วย นายสุรพันธุ์ สุวรรณไพบูลย์ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง จังหวัดบุรีรัมย์ นายนิติพงษ์ ผลชู ผู้อำนวยกลุ่มวิศวกรรม กองบริหารการบิน และคณะ ลงพื้นที่พบปะและพูดคุยกับอาสาสมัครกรมฝนหลวงและการบินเกษตรและเกษตรกรในพื้นที่ โดยมี นายจำลอง พวงประโคน ประธานอาสาสมัครกรมฝนหลวงฯ และ นายภัสกร พวงประโคน ประธานกลุ่มเกษตรอินทรีย์ จ.บุรีรัมย์ เป็นผู้กล่าวต้อนรับในครั้งนี้ เพื่อรับฟังปัญหา และความต้องการขอรับการสนับสนุนการปฏิบัติการฝนหลวง ณ ศูนย์เกษตรข้าวอินทรีย์ ตำบลโคกม้า อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์

– 006

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’เป็น ปธ.ประชุมหารือกำหนดแนวทางบูรณาการด้านการป้องกันและกำจัดโรคพิษสุนัขบ้า

'อธิบดีกรมปศุสัตว์'เป็น ปธ.ประชุมหารือกำหนดแนวทางบูรณาการด้านการป้องกันและกำจัดโรคพิษสุนัขบ้า

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’เป็น ปธ.ประชุมหารือกำหนดแนวทางบูรณาการด้านการป้องกันและกำจัดโรคพิษสุนัขบ้า

วันพฤหัสบดี ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568, 17.14 น.

อธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นประธานการประชุมหารือเพื่อกำหนดแนวทางการบูรณาการด้านการป้องกันและกำจัดโรคพิษสุนัขบ้า ระหว่าง กรมปศุสัตว์ กรมควบคุมโรค และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2568 นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นประธานการประชุมหารือเพื่อกำหนดแนวทางการบูรณาการด้านการป้องกันและกำจัดโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งเป็นการประชุมร่วมกันระหว่าง กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย โดยมีนายสัตวแพทย์บุญญกฤช ปิ่นประสงค์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ นายสัตวแพทย์ณรงค์ เลี้ยงเจริญ ผู้อำนวยการสำนักควบคุม ป้องกัน และบำบัดโรคสัตว์ นายสัตวแพทย์เลิศชัย จินตพิทักษ์สกุล ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ นายสัตวแพทย์ชัยวลัญช์ ตุนาค ผู้อำนวยการกองสวัสดิภาพสัตว์และสัตวแพทย์บริการ และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่ นายแพทย์ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค นางสาวนรัตนาภรณ์ สองแก้ว หัวหน้างานควบคุมโรค กองสาธารณสุขท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าประชุมฯ ณ ห้องซุ้มเรือนแก้ว ตึกอำนวยการ ชั้น 1 กรมปศุสัตว์ กรุงเทพฯ

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้รับทราบสถานการณ์และแนวโน้มการพบโรคพิษสุนัขบ้า และพิจารณาปรับมาตรการต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการบูรณาการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคพิษสุนัขบ้าทั้งในสัตว์และในคน โดยเฉพาะการสำรวจประชากรสัตว์ การฉีดวัคซีน การสร้างความร่วมมือด้านต่างๆ ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านโรคพิษสุนัขบ้าต่อไป

– 006

‘อธิบดีกรมชลประทาน’จับมือ 4 หน่วยงาน ร่วมลงนาม MOU สนับสนุนข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม

'อธิบดีกรมชลประทาน'จับมือ 4 หน่วยงาน ร่วมลงนาม MOU สนับสนุนข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม

‘อธิบดีกรมชลประทาน’จับมือ 4 หน่วยงาน ร่วมลงนาม MOU สนับสนุนข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม

วันพฤหัสบดี ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.08 น.

วันนี้ (3 เม.ย.68) ณ ห้องพระพรหม โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วยผู้บริหารจากกรมการข้าว กรมส่งเสริมการเกษตร กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพพูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ Gistda ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือว่าด้วยการส่งเสริมและสนับสนุนข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม เพื่อแก้ไขปัญหาอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมี นางอรนุช หล่อเพ็ญศรี รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นางสาวนนทิชา วรรณสว่าง ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสิทธิพร พฤฒิพิบูลธรรม เลขานุการกรมชลประทาน และเจ้าหน้าที่จากสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กรมชลประทาน ตลอดจนผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน ในการนี้ นายเลอบุญ อุดมทรัพย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมชลประทาน (ด้านจัดสรรน้ำและบำรุงรักษา) เป็นผู้แทนกรมชลประทาน เข้าร่วมเสวนาในประเด็นเรื่อง “กลยุทธ์ปรับตัวสู่อนาคต แผนรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสำหรับภาคการเกษตรไทย” ในครั้งนี้ด้วย

นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทาน ได้ตระหนักถึงผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ก่อให้เกิดภัยพิบัติด้านน้ำ ไม่ว่าจะเป็นอุทกภัย ภัยแล้ง และการรุกล้ำของน้ำทะเล ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรกรรมและทรัพยากรน้ำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในฐานะหน่วยงานหลักในด้านการบริหารจัดการน้ำ จึงจำเป็นต้องอาศัยเทคโนโลยีและข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียม เข้ามาช่วยเสริมในการวางแผนบริหารจัดการน้ำ ทำให้การติดตามสถานการณ์น้ำ การคาดการณ์ปริมาณฝน รวมทั้งประเมินพื้นที่เพาะปลูกและบริหารความเสี่ยงจากภัยพิบัติ เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์วางแผนการบริหารจัดการน้ำ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างแม่นยำและทันท่วงที

การลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการส่งเสริมและสนับสนุนข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม เพื่อแก้ไขปัญหาอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ระหว่างหน่วยงานภาครัฐที่มีภารกิจเกี่ยวข้องกับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ เกษตรกรรม และการบริหารจัดการน้ำ ในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญในการบูรณาการร่วมกันอย่างเข้มแข็ง ในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศในปัจจุบัน ซึ่งจะช่วยบรรเทาปัญหาที่จะเกิดกับประชาชนและภาคการเกษตรได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อไป

– 006