คลิปร้อนเป็นเหตุ ลูกพรรคทักษิณงานเข้า ส่งกลิ่นโชยส่อยุบพรรค #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/488601

18 ต.ค. 2564 |07:00 น.

พูดไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก ภายหลัง เกรียง กัลป์ตินันท์ ลูกพรรคเพื่อไทยเผยแพร่”คลิปร้อน” การสนทนากับลูกพี่ใหญ่ดูไบ พร้อมยกยอ ให้คุณหญิงอ้อ มานำพรรคเพื่อไทย แต่หายนะกำลังมาเยือน เมื่อมีผู้เตรียมการยื่นร้องกกต.ให้ยุบพรรคเพื่อไทย /เจาะประเด็นร้อน เมฆาในวายุ

พูดไม่ได้ร้องไห้ไม่ออกกันไปเลยทีเดียว กับกรณี  “เกรียง กัลป์ตินันท์” รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และประธานโซนอีสานใต้ โชว์คลิปการสนทนากับลูกพี่แดนไกล “ทักษิณ ชินวัตร”  ถึงกับแลกเปลี่ยนหารือกันอย่างโจ๋งครึ้มต่อหน้าธารกำนัล  สมาชิกพรรครู้หรือไม่ นี่กำลังกลายเป็น “คลิปร้อน” ที่ตกอยู่ในมือฝ่ายตรวจสอบ ภัยกำลังมาถึงพรรคกับคำว่า เสี่ยง”ยุบพรรค”

ลีลาของ”ทักษิณ ชินวัตร” นับว่าไม่ธรรมดา แม้ตัวไกลแต่ใจยังถวิลหาการเมืองไม่ขาดสาย  จึงไม่แปลกที่ใครหลายคนในเพื่อไทยต้องสายตรงและอ้างคำสั่งนายใหญ่ดูไบ หรือนายหญิงจันทร์ส่องหล้าหากต้องการสิ่งประสงค์ให้บรรลุ 

ครั้งนี้ก็เช่นกัน “คลิปร้อน”การสังสรรค์เมื่อไม่กี่วันก่อนว่อนสังคมออนไลน์และหลุดมาถึงสื่อมวลชน โดยวันนั้นผู้แทนฯเพื่อไทยมีการเปิดช่องทางให้นายใหญ่ดูไบสามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นกับคนในพรรคได้ทันเหตุการณ์และเผยแพร่ให้รับรู้ไปพร้อมๆกันในหมู่ส.ส.ก่อนที่จะลบคลิปนี้ออกจากไลน์ของส.ส.พท.

เนื้อหาในคลิปนั้นเกี่ยวข้องกับการเตรียมลงเลือกตั้งผู้แทนฯและการวางตัวหัวหน้าพรรคคนใหม่ที่มีการชงชื่อ “คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพ็ชร์” ขึ้นมา 

ในคลิป “ทักษิณ” ออกตัวว่า คุณหญิงพจมาน พูดไม่เก่ง เรื่องปราศรัยไม่คล่อง เหมาะแค่นั่งเป็นประธานการประชุม พร้อมอธิบายว่า ได้วางยุทธศาสตร์แนวทางการขับเคลื่อนพรรคเพื่อไทยไว้แล้ว

มาถึงตอนนี้ ก็เข้าสู่ประเด็นสำคัญที่อาจนำไปสู่อนาคตเพื่อไทย เมื่อ ทักษิณ นักโทษหนีคดีอยู่ต่างแดน ได้พูดขึ้นมาว่า  “ผมมีหลายแนวทาง รับรองว่าแต่ละแนวทาง ส.ส.ที่คิดจะออก รับตังค์เขามาแล้ว ต้องเอาตังค์ไปคืน เที่ยวนี้ต้องชนะแลนด์สไลด์ เพราะว่าชนะธรรมดา มันไม่ให้เป็นรัฐบาลหรอก ถ้าแลนด์สไลด์ มันไม่กล้าเป็นรัฐบาล ต้องเอาแลนด์สไลด์ชนิดที่ไม่กล้าเป็นรัฐบาล”
 

ในทางกฎหมายมีคำถามตามมา  เพื่อไทยยินยอมให้”นายใหญ่ดูไบ”ดำเนินการตามข้อห้ามทางกฎหมายหรือไม่เพราะคลิปที่ปรากฏนั้น ใครหลายคนได้ยินได้ฟังกันแล้วลองพิจารณากันดู

แบบนี้”สุ่มเสี่ยง”กับการโดนยุบพรรคหรือไม่..น่าคิด

เนื่องจากนายใหญ่ดูไบไม่ใช่สมาชิกพรรค แม้ในทางพฤตินัยจะรับรู้กันทั่วเมืองว่าทักษิณคือผู้นำทางจิตวิญญาณของผู้แทนฯค่ายนี้   และการแสดงความเห็นทางการเมืองครั้งล่าสุดของทักษิณก็คล้ายกับคำบัญชาซึ่งคนในพรรคต้องน้อมรับ

มองกันแบบแฟร์ๆ  แม้เนื้อความในคลิปของนายใหญ่ดูไบจะเกี่ยวข้องกับภาวะทางการเมืองในปัจจุบัน และเผยแพร่ในงานสังสรรค์  มิได้กระทำในช่วงการประชุมพรรค แบบนี้อาจจะหลุดข้อกล่าวหาที่ใครบางคนจ่อยื่นเรื่องให้กกต.และศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

(เหตุแห่งการสิ้นสุดของพรรคการเมือง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย พรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มี 3 กรณี ได้แก่ 1) การสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง (ตามมาตรา 91) 2) ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคการเมือง (ตามมาตรา 92) และ 3) มีการควบรวมพรรคการเมือง (ตามหมวด 9 การควบรวมพรรคการเมือง)

ใจความในมาตรา 92    4) ยินยอมหรือกระทำการใดอันทำให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่สมาชิกกระทำการอันเป็นการควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำกิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะที่ทำให้พรรคการเมืองหรือสมาชิกขาดความอิสระ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม ) 

แต่ที่แน่ๆผลของคลิปนี้น่าจะเป็นจังหวะใหม่ทางการเมืองที่น่าจะเป็นเกมยาวและอาจเป็น”บ่วงกรรมยุบพรรครอบที่สี่”ของนายใหญ่ดูไบที่ต้องลุ้น…

แต่ที่แน่ๆผลของคลิปนี้น่าจะเป็นจังหวะใหม่ทางการเมืองที่น่าจะเป็นเกมยาวและอาจเป็น”บ่วงกรรมยุบพรรครอบที่สี่”ของนายใหญ่ดูไบที่ต้องลุ้น

เพราะสามพรรคที่นายใหญ่ดูไบหนุนหลังนั้น จะพบว่าคนในเครือข่ายชินวัตรแฟมิลี่เข้าไปเป็นผู้บริหารพรรคกันถ้วนทั่วโดนผลแห่งบ่วงกรรมการเมืองที่นายใหญ่ดูไบลิขิตให้

บ่วงกรรมการเมืองซึ่งนายใหญ่เคยประสบและเผื่อแผ่ไปยังคนข้างการนั้นมีใครบ้าง ลองทบทวนและไล่ประวัติศาสตร์กันดู

ครั้งแรก การเลือกตั้งวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2549 ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ  จึงทำให้ต้องมีการจัดการเลือกตั้งทั่วไปกันใหม่  ส่วนการร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรคไทยรักไทยนั้น เหตุเพราะแกนนำพรรคไทยรักไทยได้ทุจริตการเลือกตั้ง  (แกนนำพรรคไทยรักไทย จ้างพรรคการเมืองขนาดเล็ก คือพรรคพัฒนาชาติไทย และพรรคแผ่นดินไทยลงสมัครรับเลือกตั้งเพื่อหนีเกณฑ์ร้อยละ 20 ของผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง โดยร่วมกับเจ้าหน้าที่ กกต.ปลอมแปลงฐานข้อมูลสมาชิกพรรคเล็กเมื่อปี 2549  ทำให้พรรคเหล่านี้โดนยุบพร้อมกับพรรคไทยรักไทยและตัดสิทธิทางการเมืองกรรมการบริหารพรรคห้าปี) โดยตอนนั้นนายใหญ่ดูไบยังลงสมัครส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ อันดับหนึ่งในนามทรท.
 
 

ครั้งที่สอง การเลือกตั้งวันที่23 ธันวาคม ปี 2550 พรรคพลังประชาชน ถูกกล่าวหาว่าเป็นนอมินี หรือตัวแทนพรรคไทยรักไทย ต่อมากกต.ได้มีมติให้ใบแดงพรรคพลังประชาชนและส่งความเห็นไปยังศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง เพื่อสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของนายยงยุทธ ติยะไพรัช รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน หลังพบว่ามีการทุจริตการเลือกตั้งที่ จ.เชียงราย โดยในวันที่ 8 กรกฎาคม 2551 ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง วินิจฉัยเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งนายยงยุทธ 5 ปี พร้อมส่งอัยการสูงสุด เพื่อยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคพลังประชาชน และในวันที่ 2 ธันวาคม 2551 ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคพลังประชาชน   และพรรคนี้นั้นสายตรงของนายใหญ่ดูไบคือนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์(น้องเขย)เป็นรองหัวหน้าพรรคควบคู่กับยุทธ ตู้เย็น

ครั้งที่สาม  การเลือกตั้งวันที่22 มีนาคม2562นั้น วันที่  8 กุมภาพันธ์ 2562 พรรคไทยรักษาชาติยื่นพระนามทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดีเป็นผู้ที่จะเสนอเป็นนายกรัฐมนตรี  จากนั้นวันที่ 12 กุมภาพันธ์  2562 กกต. มีมติยุบพรรคไทยรักษาชาติตามมาตรา 92 (2) แห่ง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560  และวันถัดมาได้ยื่นเรื่องยุบพรรคต่อ ศาลรัฐธรรมนูญ `วันที่7  มีนาคม 2562 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ยุบพรรคไทยรักษาชาติพร้อมตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรค10 ปี  ซึ่งพรรคนี้มีหลายชายและหลานสาวของนายใหญ่ดูไบคือ นาย ฤภพ ชินวัตร เป๋นรองหีวหน้าพรรค และนางสาว  ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ เป็นนายทะเบียนพรรค

การติดบ่วงกรรมการยุบพรรคสามครั้งนั้น “รอบแรก” นายใหญ่ดูไบมีชื่อติดโผ  “รอบสอง” น้องเขยและมือขวาของทักษิณร่วมขบวน “รอบสาม” หลายชายและหลานสาวของโทนี่ วู้ดซัมต้องรับกรรม

“รอบสี่” แม้จะมีการพูดทีเล่นทีจริงด้วยชงชื่ออดีตคู่ชีวิตของคนไกลบ้านเข้าประกวด และได้รับการปฏิเสธ แต่มันก็ทำให้พท.ต้องลุ้นเสียวกันอีกเฮือกใหญ่และไม่รู้ว่าจะเข็ดกันอีกไหม…กับการเปิดทางให้นายใหญ่ดูไบลงมาวาดลวดลายเยี่ยงนี้

เพราะบ่วงกรรมที่ทักษิณครองไว้ สามารถแผ่รัศมีไปยังคนรอบกายได้มิยากเย็น

เบื้องลึกชง “คุณหญิงพจมาน” คุมเพื่อไทย เกรียงงานเข้า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/488583

17 ต.ค. 2564 |19:00 น.

คลิปร้อนกระฉ่อนเมือง เสนอชื่อ “คุณหญิงพจมาน” หัวหน้าเพื่อไทย เหตุขัดแย้งภายใน ขาใหญ่ขวางคนนอกคุมพรรค เสี่ยเกรียงร้อนเป็น ไฟ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

เป็นอีกครั้งที่ชื่อ “คุณหญิงพจมาน” ถูกชงให้เป็นประมุขพรรคเพื่อไทย แม้จะเป็นการพูดทีเล่นทีจริงในวงสังสรรค์ แต่ก็มีมูลเหตุของการจุดพลุคุณหญิงจันทร์ส่องหล้าขึ้นมา

คลิปนักการเมืองดังเมืองอุบลฯ ขออนุญาตทักษิณให้ “คุณหญิงพจมาน” มาเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย หลุดจากไลน์ ส.ส.แพร่ออกไปทั่วบ้านทั่วเมือง ได้ฟังได้ชมกันแล้ว

คนเพื่อไทยก็รู้ดีว่า “คุณหญิงพจมาน” ไม่คิดจะออกมาอยู่หน้าม่าน แต่การที่คนระดับรองหัวหน้าพรรคเสนอชื่อต่อหน้า ส.ส. คงร้อนเป็นไฟไปทั้งพรรค

มีรายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 12 ต.ค.2564 หลังการประชุมพรรค ได้มีการนัดสังสรรค์ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง แถวย่านเหม่งจ๋าย ระหว่างนั้น มีการพูดคุยกับทักษิณ ด้วยระบบสตรีมมิ่งมาจากต่างประเทศ

คลิปร้อนที่เผยแพร่ในโซเชียลเวลานี้ ก็มาจากงานสังสรรค์ดังกล่าว ซึ่งคลิปที่มาความยาว 3 นาที เป็นช่วงที่ทักษิณ เปิดโอกาสให้ ส.ส.ได้ถามบ้าง เกรียง กัลป์ตินันท์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และแกนนำอีสานใต้ ได้ถามถึงความเป็นไปได้ในการให้ คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร มาเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย สู้ศึกเลือกตั้งครั้งต่อไป เพราะหากคุณหญิงพจมานมารับตำแหน่ง เชื่อว่าจะเป็นแม่เหล็ก จะดูดอดีต ส.ส.กลับมาทั้งหมด
 

ทักษิณออกตัวว่า คุณหญิงพจมาน พูดไม่เก่ง เรื่องปราศรัยไม่คล่อง เหมาะแค่นั่งเป็นประธานการประชุม พร้อมอธิบายว่า ตนได้วางยุทธศาสตร์แนวทางการขับเคลื่อนพรรคเพื่อไทยไว้แล้ว

“ผมมีหลายแนวทาง รับรองว่าแต่ละแนวทาง ส.ส.ที่คิดจะออก รับตังค์เขามาแล้ว ต้องเอาตังค์ไปคืน เที่ยวนี้ต้องชนะแลนด์สไลด์ เพราะว่าชนะธรรมดา มันไม่ให้เป็นรัฐบาลหรอก ถ้าแลนด์สไลด์ มันไม่กล้าเป็นรัฐบาล ต้องเอาแลนด์สไลด์ชนิดที่ไม่กล้าเป็นรัฐบาล”

‘ประมุขจันทร์ส่องหล้า’

ทุกครั้งที่พรรคเพื่อไทยเกิดความขัดแย้งภายในพรรค จะปรากฏชื่อ “คุณหญิงพจมาน” ที่เข้ามาจัดการเคลียร์ปัญหาอยู่เสมอ

ปลายปีที่แล้ว คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ชิงลงมือทางการเมืองด้วยการลาออกจากพรรคเพื่อไทย ก็มีข่าวคุณหญิงพจมาน เข้ามาจัดวางตัวบุคคลเข้ามาแทนที่ในกรรมการบริหารชุดใหม่ และมอบให้ สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ เป็นหัวหน้าไปพลางก่อน

ว่ากันว่า คุณหญิงพจมานมานั่งหัวโต๊ะคณะปูลิตบูโรเพื่อไทย และดึงกลุ่มแคร์ เข้ามาทำงานเสริมความเข้มแข็งให้พรรค โดยโครงสร้างพรรคชุดใหม่ อาจมีหลายกลุ่มก๊วน แต่ผู้มีอำนาจตัวจริงคือ “คุณหญิงพจมาน” ที่จะเข้ามาเป็นผู้ประสานงานด้วยตัวเอง โดยจะไม่รับตำแหน่งทางการเมืองใดๆทั้งสิ้น

เหนืออื่นใด คุณหญิงอ้อ ต้องการรวบรวมนักการเมืองที่แตกออกไปทั้งหมดให้กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง เพื่อให้การบริหารงานเป็นเอกภาพ

ระยะหลัง มีข่าวว่า กลุ่มอำนาจใหม่พยายามชงเปลี่ยนตัวหน้าพรรค จึงมีชื่อของ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ และ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการ สมช. หลุดในสื่อหลายสำนักว่า จะเข้ามาเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย

กลุ่มอำนาจใหม่ มองว่า สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ เป็นนักการเมืองรุ่นเก่า ภาพลักษณ์ไม่โดดเด่นในสายตาคนรุ่นใหม่ แต่ ส.ส.รุ่นใหญ่ในพรรคส่วนใหญ่ ไม่เห็นด้วย จึงเคลื่อนไหวต่อต้านการเข้ามาของ พ.ต.อ.ทวี และ พล.ท.ภราดร

ภาพเสี่ยเกรียง จับไมค์โยนหินถามทาง เรื่องคุณหญิงพจมานนั้น ไม่ใช่เรื่องพูดเรียกเสียงฮาอย่างแน่นอน

‘เกรียงสายตรง’

ด้านหนึ่งต้องไปดูปูมหลังของเกรียง กัลป์ตินันท์ ที่เสนอชื่อ “คุณหญิงพจมาน” เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยนั้น ถือว่าไม่ธรรมดา

ปัจจุบัน เกรียง กัลป์ตินันท์ เป็นรองหัวหน้าพรรค และประธานโซนอีสานใต้ ตอนบน (ยโสธร ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี) โดยมี พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล เป็นที่ปรึกษา

ตอนแรกมีข่าวว่า เฮียเพ้ง-พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล คุมโซนอีสานใต้ทั้งตอนบนและตอนล่าง เพราะเกรียง กัลป์ตินันท์ และประเสริฐ จันทรรวงทอง ต่างก็เป็นคนสนิทของเฮียเพ้ง

สำหรับเมืองดอกบัว บารมีของเกียง กัลป์ตินันท์ ก็เบ่งบานสุดๆ เพราะน้องชาย-กานต์ กัลป์ตินันท์ เป็นนายก อบจ.อุบลราชธานี เอาชนะผู้สมัครนายก อบจ.กลุ่มสุพล ฟองงาม มาได้

ส่วน วรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ ลูกชายเป็น ส.ส. เขต 1 และลูกสะใภ้-พิศทยา ไชยสงคราม (ภรรยาของวรสิทธิ์) ได้รับเลือกเป็นนายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานี

ด้วยความมั่นใจของเสี่ยเกรียง อาจนำความหายนะมาสู่เพื่อไทย เพราะคลิปลับคลิปร้อนอาจนำไปสู่ประเด็นการร้องเรียนยุบพรรคเพื่อไทยในท้ายที่สุด

อ่านลายมือ”ทักษิณ”กับแคมเปญใหม่เพื่อไทย คนเคยรักเตรียมช้ำใน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/488564

17 ต.ค. 2564 |18:00 น.

เพื่อไทยปรับฉากใหม่ด้วยสีแดงสดมีลายมือ”ทักษิณ” มาพร้อมคำยืนยันของภูมิธรรม เพื่อไทยมีพรรคเดียวไม่มีสาขา ตรงนี้อาจกระทบชิ่งไปถึงอดีตแกนนำที่แตกหน่อออกไปตั้งพรรคใหม่ จะแยกกันเดินร่วมกันตีเหมือนเดิมหรือไม่ / เจาะประเด็นร้อน โดย เมฆาในวายุ

การประชุมใหญ่สามัญประจำปีพรรค เพื่อไทยใน วันที่ 28 ตุลาคม 2564 ที่ จ.ขอนแก่น จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “พรุ่งนี้เพื่อไทย : เพื่อชีวิตใหม่ของประชาชน”   โดยหลายคนมองว่าลายมือใน แบ็คดรอป แคมเปญการเมืองบนพื้นสีแดงนี้คล้ายลายมือของ”ทักษิณ ชินวัตร” (หลายครั้งที่ทักษิณเขียนถึงมิตรรักแฟนเพลง ผ่านจดหมายน้อย ครั้งที่สังคมน่าจะยังพอจำกันได้คือคือจดหมายอ้อนขอแต้มในการเลือกตั้งนายกอบจ.เชียงใหม่และเชียงรายซึ่งพรรคเพื่อไทยส่งคนลงแข่งขัน)

อ่านลายมือ"ทักษิณ"กับแคมเปญใหม่เพื่อไทย คนเคยรักเตรียมช้ำในอ่านลายมือ”ทักษิณ”กับแคมเปญใหม่เพื่อไทย คนเคยรักเตรียมช้ำใน

ลายมือนี้และข้อความนี้คือสาสน์การเมืองที่ผ่านการยืนยันจาก นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน ได้ทวิตถึงกรณีดังกล่าวเช่นเดียวกัน โดยระบุว่า“ยืนยันว่ามีพรรคเดียว ไม่มีแตกแบงค์ร้อยแบงค์พัน…ส่งผู้สมัครพรรคเดียว 400 เขตกับ 100 ปาร์ตี้ลิสต์..ไม่มีสาขาใด ๆ ทั้งสิ้น ยืนยันหนักแน่นครับ..ไม่มีอีแอบ”

แปลว่าทักษิณ”ทิ้งทวน”ไม่เอาด้วยกับพรรคใหม่ที่แตกหน่อออกไปจากคนกันเองเมื่อวันวาน และมั่นใจกับการใช้บัตรเลือกตั้งสองใบในการเลือกตั้งครั้งหน้าว่าแบรนด์เนมการเมืองที่ชื่อพรรคเพื่อไทยน่าจะเป็นอันดับหนึ่งอีกครั้งหลังประกาศผลเลือกตั้งในสายตาของคนแดนไกล หลังจากรัฐนาวาเรือเหล็กโดน”โทนี่ วู้ดซัม” จัดหนักมาตลอดหลายเดือนและมีแนวโน้มแต้มหายไปเพียบสำหรับพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคพลังประชารัฐ

พรรคที่แตกตัวไปจากพท.คือ”พรรคไทยสร้างไทย”ของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ รวมทั้งพรรคของนายจาตุรนต์ ฉายแสง ที่จะเปิดตัวในเร็ววันนี้นั้น

คุณหญิงสุดารัตน์  เกยุราพันธ์ุ  ประธานพรรคไทยสร้างไทย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ุ ประธานพรรคไทยสร้างไทย

คล้ายว่าเป็นแคนดิเดตกับพท.โดยทันทีในสายตาคนแดนไกล จะแชร์แต้มและแตะมือกันอย่างไรในวันข้างหน้าเพราะฐานเสียงของสองพรรคนี้ยึดโยงกับฐานคะแนนของเพื่อไทย

แต่หากมองบางคำตอบจากการที่คนวงในอย่าง”เดอะอ้วน”ทวิตข้อความเมื่อวันก่อนนั้น คือสัญญาณแรงชัดทั่วไทยว่า “คนกันเองก็ทิ้งกันได้หากผลประโยชน์ไม่ลงตัว…”

อย่าลืมว่าสองชีวิตที่เป็นแกนนำตั้งสองพรรคใหม่ขึ้นมานั้น  หลายคนรับทราบว่าไม่เห็นด้วยกับกลเกมการเมืองของคนแดนไกลที่บงการการเมืองในระบบรีโมทคอนโทรล ผ่านคนในระบบบ้านจันทร์ส่องหล้า

หากใครหลงลืมลองอ่านสิ่งที่“นายโภคิน พลกุล”  1 ในกำลังหลักของเพื่อไทยวันวานที่ลาออกจากพรรค ตาม “คุณหญิงสุดารัตน์ ” เคยให้สัมภาษณ์สื่อบางสำนักไว้ว่า พรรคเพื่อไทยโดยเฉพาะคำว่า”เพื่อไทยเป็น Family Business”

และยิ่งใครเคยได้ยิน”เดอะอ๋อย แปดริ้ว”ที่สะท้อนความในใจเกี่ยวกับจังหวะการเมืองของคนแดนไกลแล้วนั้น จะยิ่งเห็นภาพชัดขึ้นอีกทางหนึ่งกับหมากการเมืองที่คนแดนไกลวางไว้

เพราะหลายครั้งคล้ายว่าคนแดนไกลโดนหลอกและไม่หลาบจำกับความย่ามใจทางการเมือง

หลายครั้งที่สังคมได้ยินเสียงของคนแดนไกลว่าวางมือทางการเมืองและจะขอเลี้ยงหลาน รวมทั้งกลับบ้านแบบเท่ๆ(แต่ไม่ชัดเจนว่าเมื่อใดและวิธีใด) แต่ความจริงตรงกันข้าม

คราวนี้ก็เช่นกัน และลองมาอ่านจังหวะของคนแดนไกลในครั้งนี้ดีกว่าว่า”ทักษิณคิด เพื่อไทยจะทำอะไรบ้าง…”

เกมแตกหน่อเมื่อการเลือกตั้งครั้งก่อนนั้น คนแดนไกลวางไว้หลายพรรค เช่น พรรคเพื่อไทย (เน้นส.ส.เขตที่เคยปักธงได้) พรรคเพื่อธรรม(ไม่ส่งคนลงสมัครในเวลาต่อมา)  พรรคไทยรักษาชาติ(หวังคะแนนปาร์ตี้ลิสต์และโดนยุบพรรค) พรรคเพื่อชาติ(เจาะคะแนนคนเสื้อแดง) พรรคประชาชาติ(เจาะจังหวัดชายแดนภาคใต้)   แกนนำหรือกองเชียร์พรรคเหล่านี้คือใครบ้าง…

ลองทบทวนที่มาที่ไปของพวกเขาในวันนั้นสักนิด …คุณหญิงสุดารัตน์ คือหนึ่งในสามแคนดิเดตนายกฯของเพื่อไทย  นายจาตุรนต์คือประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ      นายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานรัฐสภาและนายจตุพร พรหมพันธุ์ เป็นคีย์แมนของพรรคเพื่อชาติ  พรรคประชาชาติมีหัวหน้าพรรคคือนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา แม้แต่นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยในตอนนี้ก็เคยเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อธรรมมาก่อน   

บางคนโดนเว้นวรรคการเมืองห้าปีแต่เมื่อพ้นโทษก็กลับมาร่วมงานกับคนแดนไกลและเครือข่าย แต่เมื่อแม่น้ำแยกสายในตอนนี้ หลายคนเดินจากไปพร้อมน้ำตาเป็นคนที่ไร้ค่าเพราะเป็นความจำเป็นของคนไม่จำเป็น…

(รายชื่อของนักการเมืองข้างต้นนั้นเคยร่วมหัวจมท้ายกับคนแดนไกลตั้งแต่สมัยพรรคพลังธรรม พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน และพรรคเพื่อไทย)

หมากเกมในตอนนี้จากคนแดนไกล ชัดแล้วว่าพรรคเพื่อไทยต้องปิดเกมแตกหน่อ  เพลานี้อ่านได้ว่า หากใครยังยินยอมกับคนแดนไกลก็ยังแตะมือกันต่อได้และรอชมกลเกมว่าวันหน้าจะแชร์แต้มกันอย่างไร หรือจะยุบพรรคมารวมกับต้นสังกัดเดิม (การยุบรวมพรรคนั้น คนแดนไกลชำนาญกับวิธีนี้ ตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทยได้ให้พรรคต่างๆเช่น พรรคความหวังใหม่ พรรคเสรีธรรม พรรคชาติพัฒนา หรือกลุ่มการเมืองในพรรคต่างๆ เช่น ส.ส.ภาคตะวันออกของพรรคชาติไทยที่นำโดยนายสนธยา คุณปลื้ม เลขาธิการพรรคชาติไทยในตอนนั้น รวมทั้งส.ส.อีสานใต้ในปีกของนายเนวิน ชิดชอบ ที่สังกัดพรรคชาติไทยก็ย้ายมาพรรคไทยรักไทย เป็นต้น)

แต่คนที่จากไปและคนที่ยังมีพรรคในตอนนี้จะวางเกมอย่างไร  น่าคิด
และบางคนที่ยังแตะมือกับคนแดนไกลอาจต้องเตรียมน้ำใบบัวบกไว้พลางๆเผื่อจะต้องดื่มแก้ช้ำในในวันข้างหน้า เพราะคนแดนไกลสามารถหักเหลี่ยมการเมืองในนาทีท้ายๆได้เสมอ บนแนวคิด”ผู้ชนะคือ ผู้คิดเกมใหม่”

เมื่อ “บ.สินเชื่อ” ชื่อดัง-ใจโคตรอำมหิต หน้าเลือดเห็นแก่เงินไม่คิดถึงใจคน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/488477

17 ต.ค. 2564 |17:00 น.

ไม่ได้ค้างแต่โทรฯเตือน ข้ออ้าง “บริษัทสินเชื่อ” ขณะที่ลูกหนี้กำลังทุกข์หนักแฟนประสบอุบัติเหตุเข้า ICU อาการปางตายต้องหารพ.! อำมหิตไม่คิดถึงชีวิตเพื่อนมนุษย์โทรฯจิกจนปวดใจจำต้องบอกยอมเสียค่าปรับเดือนหน้าเคลียร์ให้ แต่เหมือนสีซอให้ควายฟังยังโทรฯตามจิกทุกวัน

เลี่ยงข้อกม.กดเบอร์โทรแล้วรีบวาง 
-เชื่อว่าไม่มีใครบนโลกใบนี้อยากจะเป็นหนี้ ไม่ว่าหนี้ก้อนนั้นจะมาจากช่องทางไหนก็ตาม ด้วยเหตุจำเป็นบางอย่างจึงทำให้คนเป็นหนี้ เมื่อเป็นหนี้แล้วก็ต้องทำตามข้อตกลงแต่หากไม่ชำระฯตามกำหนด หรือตกลงผ่อนปรนกันไม่ได้ก็จะเกิดการทวงหนี้ตามมา ซึ่งกฎระเบียบเกี่ยวกับการทวงหนี้ระบุไว้ชัดเจนใน พรบ.การทวงถามหนี้ ทั้งหนี้ที่ชอบด้วยกฎหมาย และไม่ชอบด้วยกฎหมาย วันนี้ขอหยิบยกข้อห้าม(บางข้อ)ในลักษณะผิดกม.คือติดต่อทวงถามหนี้ได้ไม่เกินวันละ 1 ครั้ง นับรวมทั้งการโทรศัพท์, ส่ง SMS หรือแอพลิเคชั่น Line หากลูกหนี้รับสายหรือเปิดอ่านข้อความถือว่าทวงแล้ว แต่หากไม่รับสาย-ไม่อ่านข้อความไม่นับ!!!

เมื่อ "บ.สินเชื่อ" ชื่อดัง-ใจโคตรอำมหิต หน้าเลือดเห็นแก่เงินไม่คิดถึงใจคนเมื่อ “บ.สินเชื่อ” ชื่อดัง-ใจโคตรอำมหิต หน้าเลือดเห็นแก่เงินไม่คิดถึงใจคน


-ประเด็นเกี่ยวกับโทรฯทวงหนี้เกิดขึ้นกับตัวเอง คือช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา “เหยี่ยวขาว”  มีโอกาสไปเที่ยวเขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ โชคร้ายแฟนได้รับอุบัติเหตุพลัดตกจากที่สูงศีรษะกระแทกพื้นอาการสาหัสต้องพาตัวส่งโรงพยาบาล ขณะกลุ้มใจเครียดและทุกข์ใจ จู่ ๆ มีผู้หญิงโทรฯเข้ามาอ้างเป็นพนักงาน “บริษัทสินเชื่อ” ชื่อดังแห่งหนึ่งแจ้งให้ทราบว่าจะถึงวันครบรอบชำระเงิน ในภาวะเหตุการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่บอกตรง ๆ ใจคออยู่ที่เรื่องจะช่วยชีวิตคนได้อย่างไรจึงบอกเหตุผลให้ปลายสายฟัง พร้อมถามไปว่าค้างอยู่กี่งวด เนื่องจากบัตรชื่อตัวเองแต่แฟนเป็นคนใช้-จัดการผ่อนชำระมาตลอด อีกฝ่ายบอก “ไม่ได้ค้างแต่โทรฯมาเตือนหากเลยกำหนดจะเสียค่าปรับ” !!!   

-ผ่านไป 2 วันซึ่งเลยวันครบกำหนดจ่ายไปแล้วเขาก็โทรฯตามอีก แต่ด้วยปัญหาที่เจออยู่ในตอนนั้นไม่ได้จางหายไปในเวลาวันสองวัน คนเจ็บยังนอนอยู่ห้องไอซียูท่ามกลางความเป็นห่วงของญาติพี่น้อง จึงบอกไปว่า “ผมยังไม่พร้อมคุณคิดเบี้ยปรับไปได้เลยเดี้ยวเดือนหน้าจะจัดการให้” ปลายสายก็วางหูไป คิดว่าเรื่องจะจบอีก 2 วันต่อมาผู้หญิงคนเดิมก็โทรฯมาอีก ด้วยความโมโหเลยถามไปว่า “คุยกันเรียบร้อยแล้วไม่ใช่เหรอ ผมยินดีเสียค่าปรับกรณีจ่ายช้า ทำไมคุณถึงไม่เข้าใจ คุณเป็นคนนะไม่ใช่หุ่นยนต์น่าจะคิดถึงหัวอกคนอื่นบ้าง ไม่ก็ลองเช็คดูลูกหนี้เคยมีประวัติค้างหรือไม่จ่ายหรือป่าว อีกฝ่ายตอบกลับมาเหมือนคนไม่สนโลก “มันเป็นหน้าที่ค่ะ” ตกลงที่คุยกันเมื่อวันก่อนผมสีซอให้ควายฟังเหรอครับ!!!

เมื่อ "บ.สินเชื่อ" ชื่อดัง-ใจโคตรอำมหิต หน้าเลือดเห็นแก่เงินไม่คิดถึงใจคนเมื่อ “บ.สินเชื่อ” ชื่อดัง-ใจโคตรอำมหิต หน้าเลือดเห็นแก่เงินไม่คิดถึงใจคน

-ไม่รู้ด้วยเหตุผลหรือกฎระเบียบของบริษัทหน้าเลือดเป็นอย่างไร ทุกวันนี้ยังมีการโทรศัพท์เขามาวันละ 2-3 ครั้ง แต่หลบเลี่ยงข้อกฎหมายคือโทรฯมาแล้วรีบวางสายทันทีไม่ให้อีกฝ่ายรับทัน เรื่องฉลาด ๆ นี่เก่งจริงๆไม่ผิดกฎหมายครับแต่มันไม่เหมาะสม คงพอกันทีสำหรับสินเชื่อบริษัทแห่งนี้ สาปส่งขอให้พวกท่านประสบพบเจอกับเรื่องร้าย ๆ ไม่ก็เกิดกับคนใกล้ตัวบ้างก็แล้วกันแล้วจะรู้ว่ามันทุกข์แค่ไหน!!!

เมื่อ "บ.สินเชื่อ" ชื่อดัง-ใจโคตรอำมหิต หน้าเลือดเห็นแก่เงินไม่คิดถึงใจคนเมื่อ “บ.สินเชื่อ” ชื่อดัง-ใจโคตรอำมหิต หน้าเลือดเห็นแก่เงินไม่คิดถึงใจคน

-สุดท้ายฝากไปถึงผู้บริหารบ.สินเชื่อด้วยว่า…ไม่ว่าใครจะเป็นลูกหนี้ท่าน เขาไม่ได้เอาเงินมาฟรี ๆ บริษัทฯคิดดอกเบี้ยบวกเงินต้นไปแล้ว เขาไม่จ่ายเบี้ยวท่านก็ฟ้องร้องได้ ในทางตรงกันข้ามเขาจ่ายมาทุกงวดประวัติไม่เคยเสีย เมื่อมีเหตุจำเป็นควรรับฟังบ้าง…ยุคโควิดฯมันทำลายล้างทุกสิ่งโดยเฉพาะระบบเศรษฐกิจพังย่อยยับทุกคนต่างได้รับเดือดร้อน บอบช้ำทางกายแล้วอย่าซ้ำเติมให้บอบช้ำทางใจอีกเลย มีความเป็นมนุษย์เหลือไว้บ้าง อย่างน้อยฟังเหตุผลกันหน่อย หวังว่าสิ่งที่ฝากคงจะไม่ใช่เป็นการสีซอให้ท่านฟังเหมือนกับลูกน้องท่านนะครับ!!!

เมื่อ "บ.สินเชื่อ" ชื่อดัง-ใจโคตรอำมหิต หน้าเลือดเห็นแก่เงินไม่คิดถึงใจคนเมื่อ “บ.สินเชื่อ” ชื่อดัง-ใจโคตรอำมหิต หน้าเลือดเห็นแก่เงินไม่คิดถึงใจคน


เรื่อง : “เหยี่ยวขาว”

ตอบโจทย์เพื่อไทย “เศรษฐา ทวีสิน” โดนใจใครบางคน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/488558

17 ต.ค. 2564 |16:00 น.

ดิสรัปต์เพื่อไทย “เศรษฐา ทวีสิน” นายใหญ่แสนสิริ ตอบโจทย์ทักษิณ ไม่ใช่คนยุคเบบี้บูมเมอร์ แต่เป็นคนของวันพรุ่งนี้ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

พลันที่เพื่อไทย เริ่มกิจกรรมพรุ่งนี้เพื่อไทย โดยร่วมเปลี่ยนภาพปกเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ “เศรษฐา ทวีสิน” นักธุรกิจคนดัง ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ @Thavisin ว่า “สโลแกนใหม่ก็ลํ้าเหนือคู่แข่ง…รูปแบบตัวอักษรทันสมัยโดนใจคนรุ่นใหม่ บ่งบอกถึงความเป็นไทย”

สโลแกนที่ “เศรษฐา ทวีสิน” พูดถึงนั้นคือ “พรุ่งนี้เพื่อไทย : เพื่อชีวิตใหม่ของประชาชน”ตัวหนังสือสีขาวบนพื้นสีแดงนั้น เป็นข้อความที่เขียนด้วยลายมือของทักษิณ ชินวัตร

การที่ “เศรษฐา ทวีสิน” แสดงความเห็นต่อการรีแบรนด์พรรคเพื่อไทยครั้งสำคัญ ย่อมถูกจับตามอง เนื่องจากชื่อเขาตกเป็นข่าวบ่อยครั้งว่าเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของค่ายทักษิณ

สำหรับการปรับเปลี่ยนดังกล่าว เป็นการโหมโรงก่อนการประชุมใหญ่สามัญประจำปีพรรคเพื่อไทย วันที่ 28 ต.ค.2564 ที่ จ.ขอนแก่น ซึ่งภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน ใช้ทวิตเตอร์ @phumtham อธิบายการเปลี่ยนจากสีน้ำเงินเป็นสีแดงว่า “ทำไมต้องเปลี่ยนเป็นสีแดง…เพราะสีเดิมและฟร้อนต์ตัวอักษรเดิมมีบางคน บางพรรคไปลอกเลียนแบบ หวังให้เกิดคามเข้าใจผิด…สรุปเพื่อไทย มีพรรคเดียวไม่มีพรรคสำรอง..”

แม้ภูมิธรรม จะไม่ระบุชื่อว่าพรรคไหน ลอกเลียนแบบ แต่ก็พอคาดเดาได้ เพราะเจ้าของพรรคใหม่ เป็นคู่ปรปักษ์กับเสี่ยอ้วน

“..ยืนยันว่ามีพรรคเดียว ไม่มีแตกแบงก์ร้อยแบงก์พัน…ส่งผู้สมัครพรรคเดียว 400 เขตกับ 100 ปาร์ตี้ลิสต์..ไม่มีสาขาใดๆ ทั้งสิ้น ยืนยันหนักแน่นครับ..ไม่มีอีแอบ” ภูมิธรรมย้ำ

‘ตอบโจทย์ทักษิณ’

ดังที่ทราบกัน ชื่อ “เศรษฐา ทวีสิน” นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เป็นหนึ่งในรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย มาตั้งแต่ปีที่แล้ว

เมื่อเร็วๆนี้ สำนักข่าวออนไลน์แห่งหนึ่ง ถึงขั้นนำชื่อ “เศรษฐา” กับณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ เขยใหญ่ของทักษิณ มาทำโพลว่าประชาชนจะเลือกใครเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของเพื่อไทย ผลปรากฏว่า คะแนนของเศรษฐานำลิ่ว

ว่ากันตามจริง ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์นั้น แม้ทักษิณอาจจะสนับสนุนอยู่ลึกๆ แต่เชื่อว่า คุณหญิงพจมาน นายใหญ่จันทร์ส่องหล้า คงไม่เอาลูกเขยมาเสี่ยงกับเกมอำนาจ เพราะที่ผ่านมา มีบทเรียนอันเจ็บปวดจากปรปักษ์การเมืองของตระกูลชินวัตร

ดังนั้น น้ำหนักในชั่วโมงนี้ จึงเทไปทางประมุขอาณาจักรแสนสิริมากกว่าคนอื่น และอีกอย่างหนึ่ง เศรษฐาไม่ใช่คนในยุคเบบี้ บูมเมอร์

หากย้อนไปดูกลยุทธ์ของทักษิณ สมัยปี 2554 ที่ไม่ยอมเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ เร็ว เพราะห่วงเรื่องการขุดคุ้ย ทำให้มีแผลทางการเมืองก่อนลงสู่สนาม ดังนั้น ทักษิณรอจนยุบสภา จึงส่งยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ออกสู่สมรภูมิรบ ใช้เวลา 40 กว่าชนะเลือกตั้งถล่มทลาย

ความเหมือนประการหนึ่งของเศรษฐา ทวีสิน กับยิ่งลักษณ์ ชินวัตร(ก่อนเล่นการเมือง) คือเป็นนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ภาพลักษณ์ดี ไม่มีบาดแผล

‘ดิสรัปต์เพื่อไทย’

ความเห็นของ “เศรษฐา ทวีสิน” ต่อการรีแบรนด์เพื่อไทย ที่ว่า “สโลแกนใหม่ก็ลํ้าเหนือคู่แข่ง…รูปแบบตัวอักษรทันสมัยโดนใจคนรุ่นใหม่ บ่งบอกถึงความเป็นไทย” สะท้อนว่านักธุรกิจคนนี้เห็นด้วยกับแนวทางการเปลี่ยนแปลงภายในพรรคเพื่อไทย

อย่างไรก็ตาม การประชุมใหญ่สามัญประจำปีพรรคเพื่อไทย วันที่ 28 ต.ค.2564 ที่ จ.ขอนแก่น จึงจัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “พรุ่งนี้เพื่อไทย : เพื่อชีวิตใหม่ของประชาชน” คงไม่มีการเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

ประเมินว่าการประชุมใหญ่ ณ เมืองหลวงภาคอีสาน คงเป็นอีเวนท์ครั้งใหญ่ของพรรคเพื่อไทย ยุคแดงเพลิง เพื่อตอกย้ำความเป็นหนึ่งในสนามเลือกตั้งภาคอีสาน

ทักษิณ ชินวัตร และพรรคการเมืองของเขา ครองใจชาวอีสานมานานกว่า 20 ปี แม้คนรุ่นใหม่จะเริ่มหันไปเชียร์พรรคก้าวไกล แต่ผู้มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ยังภักดีต่อแบรนด์ทักษิณ ไม่เปลี่ยนแปลง

หากมีชื่อ “เศรษฐา” เป็นแคนดิเดตนายกฯ จริง ก็จะตอบโจทย์ของเพื่อไทย ที่ชูคำขวัญ “พรุ่งนี้เพื่อไทย : เพื่อชีวิตใหม่ของประชาชน” เพราะนักธุรกิจหนุ่มใหญ่ค่ายแสนสิริ เป็นคนของวันพรุ่งนี้

เปิดใจ “สามารถ ราชพลสิทธิ์” ชำแหละปมร้อนโครงการรถไฟฟ้า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/488478

17 ต.ค. 2564 |05:00 น.

“สามารถ ราชพลสิทธิ์” มือตรวจสอบโครงการรถไฟฟ้า และอดีตรองผู้ว่าฯ​ กทม. เปิดใจ”คมชัดลึก” ถึงความเกี่ยวโยงจากโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวสู่รถไฟฟ้าสายสีส้ม ​ที่เต็มไปด้วยเงื่อนงำไม่ชอบมาพากล

ในบรรดาผู้ติดตามการดำเนินโครงการระบบขนส่งขั้นพื้นฐานในประเทศไทย โดยขุดคุ้ยพบปมพิรุธโครงการนั้นๆถึงใส้ในชนิดกัดไม่ปล่อย  คงต้องนึกถึงชื่อ “ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์”  ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อจากพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)   โดยล่าสุด “ดร.สามารถ” เกาะติด การดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม  ซึ่งมีความเกี่ยวโยงไปถึงโครงการรถไฟฟ้าอีกหลายสีก่อนหน้านี้ 

กว่าจะมาถึงวันนี้ “ดร.สามารถ”  จบระดับปริญญาตรี ที่วิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต จาก มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระดับปริญญาโท วิศวกรรมโยธา สาขาวิศวกรรมจราจรและขนส่ง สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (เอไอที) โดยทุนยูเสด (USAID) และระดับปริญญาเอก วิศวกรรมโยธา สาขาการวางแผนโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง มหาวิทยาลัยโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยทุนรัฐบาลญี่ปุ่น

ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์  ได้ถ่ายทอดประสบการณ์เกือบ 30 ปี จากการทำงานในแวดวงวิศวกรรมจราจรและขนส่ง ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงช่วงเวลาปีเศษ ในตำแหน่ง “รองผู้ว่ากทม.  ที่รับผิดชอบดูแลการแก้ไขปัญหาจราจร และผลักดันเส้นทาง รถไฟฟ้าบีทีเอส ให้ข้ามไปถึงฝั่งธนบุรี กลายเป็นผลงานเขียนเล่มแรกในชีวิตชื่อ “เปิดปมรถไฟฟ้า ที่คนกรุงเทพฯ ต้องรู้” ประกอบไปด้วยเนื้อหาเกี่ยวกับรถไฟฟ้าในหลากหลายประเด็น

ฉะนั้นอย่าได้แปลกใจว่าเหตุใด “ดร.สามารถ” ถึงได้มีความเชี่ยวชาญโครงการรถไฟฟ้าสารพัดสีในประเทศไทยได้อย่างทะลุปรุโปร่ง มีการนำปมปัญหา ความผิดปกติ ออกมาตีแผ่ให้สาธารณะชนรับทราบเป็นระยะๆ  

โดยเฉพาะปมปัญหาล่าสุดของโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม  ดร.สามารถ​   เปิดเผยผ่านคมชัดลึกออนไลน์  ว่า ประเด็นรถไฟฟ้าสายสีส้มส่วนตะวันตกจากบางขุนนนท์​ถึงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย​ ซึ่งทางรฟม.เปิดให้ประมูลตั้งแต่ปีที่แล้ว​ แต่หลังจากขายเอกสารประกวดราคาการได้เปลี่ยนการประมูลจากเกณฑ์ราคา​ มาเป็นการใช้เกณฑ์ราคาร่วมกับเกณฑ์เทคนิค​ จนทำให้มีการฟ้องร้องโดยขณะนี้เรื่องอยู่ที่ศาลปกครองและศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบกลาง

“ก็ต้องดูว่าศาลอาญาจะพิจารณาออกมาอย่างไร​ ถ้าคดีมีมูลขึ้นมา​ รฟม.อาจจะต้องคิดหนักว่าจะเดินหน้าโครงการนี้อย่างไร​ จากที่เคยจะเปิดวิ่งไปมีนบุรี​ ในปี 2567 และจะเปิดตลอดเส้นทางทั้งตะวันตกและตะวันออกปี​ 2569  อาจจะล่าช้าไปกว่าที่ตั้งไว้​ 1​ปี” ดร.สามารถ ชี้ปมปัญหาที่กำลังจะตามมา

“​มือชำแหละรถไฟฟ้า” แนะนำ​ต่อปมปัญหานี้ว่า   “ถ้าให้ผมแนะนำ ผมคิดว่าถ้า​ รฟม.ใช้เกณฑ์ราคาจะเร็วขึ้นและไม่ต้องขออนุมัติ​ ครม.​ และไม่สุ่มเสี่ยงที่จะถูกฟ้อง​ แต่ถ้าใช้เกณฑ์ราคาและเกณฑ์เทคนืคก็จะต้องขออนุมัติครม.​ เพราะฉะนั้นการใช้เกณฑ์ราคาที่​ รฟม.เคยยกเลิกไปน่าจะดีที่สุด”

สามารถ  ราชพลสิทธิ์  ส.ส.ระบบัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์และรองหัวหน้าพรรคปชป.สามารถ ราชพลสิทธิ์ ส.ส.ระบบัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์และรองหัวหน้าพรรคปชป.

“ดร.สามารถ” ยังได้กล่าวอีกว่า คณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา​ 36​ พรบ.ร่วมทุน​ 2562​ บางคนรอการพิจารณาของศาลอาญาทุจริตก่อน​ ไม่กล้าเดินหน้าเวลานี้เกรงว่าจะมีปัญหาเพราะบีทีเอสฟ้องคดีอาญาคณะกรรมการคัดเลือก​ 6​ คน​และผู้ว่าการ​ รฟม.​ เทียบเคียงแอร์พอร์ตลิงค์​ ที่ศาลมีคำพิพากษาให้จำคุกผู้บริหารถึง​ 9​ ปี​ 

“แนวโน้มแล้ว​ รฟม.พยายามใช้เกณฑ์ใหม่​ คือเกณฑ์ราคาบวกเกณฑ์เทคนิค​ ผมคิดว่าการใช้เกณฑ์ราคาดีที่สุด​ ​ไม่ใช่ว่าเกณฑ์ราคาไม่สนใจเทคนิคเลย​ แต่ผู้ร่วมเสนอราคาต้องสอบผ่านเทคนิคมาก่อน​ ด้วยคะแนนไม่น้อยกว่า​ 85 % แล้วมาดูว่าใครเสนอราคาสูงสุดให้​ รฟม.​ ก็ชนะไป” ดร.สามารถ​ กล่าว

“ดร.สามารถ”​ บอกว่า​ วัตถุประสงค์ต้องการให้โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มได้เปิดบริการโดยเร็ว​ เนื่องจากเป็นโครงการที่มีประโยชน์ต่อประชาชนมาก​ เป็นการขนส่งระหว่างแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกและตะวันตก​ ซึ่งจะมีผู้โดยสารหลายแสนคนต่อวัน​ ลดเวลาการเดินทาง​ ลดมลพิษ​ รฟม.ควรเร่งรัดให้เร็วที่สุด

เปิดใจ "สามารถ ราชพลสิทธิ์" ชำแหละปมร้อนโครงการรถไฟฟ้าเปิดใจ “สามารถ ราชพลสิทธิ์” ชำแหละปมร้อนโครงการรถไฟฟ้า

“ความเชื่อมโยงกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย​ ส่วนไข่แดงภายในที่บีทีเอสสัมปทานมีเงินลงทุนจำนวนมาก​ กทม.ไม่มีเงินใช้หนี้หลายหมื่นล้านบาท​ และจ้างบีทีเอสในส่วนต่อขยาย​ ถึงเวลานี้ประมาณ​ 37,000 ล้านบาท​ บวกเงินที่ต้องจ่ายทุกวัน​ ดอกเบี้ยด้านโยธา​ รวทแล้วประมาณ​ 1.3 แสนล้านบาท​ โดยมี2​ ทางเลืิอกคือหนึ่ง​ รอให้ถึงปี​ 2572  แล้วเปิดประมูลใหม่  แต่รัฐต้องมีเงินในกระเป๋า​ 1.3​ แสนล้านบาท​ และสอง​คือ​ กทม.ขยายสัญญาจ้างบีทีเอสไปถึงปี​ 2585 ซึ่งก็ต้องมีเงิน​ 1.3​ แสนล้านบาทเช่นกัน​ จำเป็นต้องขยายเวลาให้บีทีเอสออกไป 30 ปี​ ซึ่งที่ผ่านมาทุกฝ่ายก็เห็นด้วย​

กระทั่ง​ส.ค.2563​ รฟม.เปิดประมูลผู้ลงทุนในโครงการรถไฟฟ้าสายตะวันตกมีการเปลี่ยนแปลงเกณฑ์การประมูล​ บีทีเอสฟ้องต่อศาลปกครองและศาลคดีอาญาฯ​ พอเข้าครม.เดือน​ พ.ย.2563​ กระทรวงคมนาคมเกิดไม่เห็นด้วยขึ้นมาอ้างว่าค่าโดยสารยังแพงอยู่​ จะเป็นเพราะมีการเปลี่ยนทีโออาร์กลางอากาศหรือไม่​ เพราะบีทีเอสไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการแก้เกณฑ์ประมูลแล้วไปฟ้องศาล​ ปัจจัยนี้ทำให้ขยายเวลารถไฟฟ้าสายสีเขียวล่าช้าต่อไปนี่คือสิ่งที่เชื่อมโยงกัน” ดร.สามารถ​ กล่าว

เปิดใจ "สามารถ ราชพลสิทธิ์" ชำแหละปมร้อนโครงการรถไฟฟ้าเปิดใจ “สามารถ ราชพลสิทธิ์” ชำแหละปมร้อนโครงการรถไฟฟ้า

ทั้งนี้​ รถไฟฟ้ามหานคร สายสีส้ม (บางขุนนนท์ – ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย – แยกร่มเกล้า)เป็นระบบรถไฟฟ้าที่มีทั้งโครงสร้างใต้ดิน และยกระดับ มีแนวเส้นทางที่รองรับการเดินทางภายในเขตเมืองตามแนวตะวันออก – ตะวันตกของกรุงเทพมหานคร เริ่มต้นจากบริเวณจุดตัดทางรถไฟสายสายธนบุรี (ทางรถไฟสายใต้เดิม) แล้วลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยา เข้าสู่ย่านเมืองเก่า ย่านใจกลางเมืองก่อนออกไปยังชุมชนประชาสงเคราะห์และออกสู่ย่านชานเมืองถนนรามคำแหง มาสิ้นสุดเส้นทางที่ชานเมืองด้านทิศตะวันออกของกรุงเทพมหานครบริเวณจุดตัดถนนรามคำแหงกับถนนสุวินทวงศ์

ศึก”ชิงพื้นที่”เพื่อไทย-ก้าวไกล ต้องหักดิบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/488345

17 ต.ค. 2564 |01:00 น.

พลัน เลขากกต.เข้าหารือ วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี รายงานกระบวนการยกร่างกฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ย่อมทำให้ไทม์ไลน์การดำรงอยู่ของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ชัดขึ้น และยิ่งชัดขึ้นกับการ”ชิงพื้นที่”ในอนาคต/เจาะประเด็นร้อนโดย เมฆาในวายุ

พลันที่ พ.ต.อ.จรุงวิทย์  ภุมมา  เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เข้าหารือ วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี  ทำให้ปรากฎภาพเงื่อนเวลาของการดำรงอยู่ของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กับเส้นทางทางการเมืองที่เป็นไปในไม่ช้า แต่ยังมีภาพการ”แย่งชิงพื้นที่”ชัดขึ้นอีกด้วยโดยเฉพาะพรรคร่วมฝ่ายค้านระหว่าง เพื่อไทยและก้าวไกล อาจถึงขั้นต้องหักดิบ

“กกต.จะเป็นผู้จัดทำกฎหมายเลือกตั้งให้สอดคล้องกับร่างรัฐธรรมนูญ สำนักงาน กกต.ยกร่างเสร็จแล้ว 30 มาตรา ทั้งบัตร 2 ใบ รวมถึงวิธีการนับคะแนน จากนั้นจะเปิดเผยให้สาธารณชนทราบ เมื่อ กกต.ใหญ่เห็นชอบแล้วจะรับฟังความเห็นปรับปรุงก่อนนำเสนอ ครม. ส่วนจะมีการนำเสนอครม.เมื่อไหร่อีกนานเลยกว่าทุกอย่างจะเสร็จ ” วิษณุ เครืองาม  รองนายกฯ กล่าว 

บทสัมภาษณ์ข้างต้น แปลความได้เลยว่า รัฐบาลนี้มีเวลาทำงานเบาะๆครึ่งปีในการรอ” แก้กติกาหลักและกฎหมายลูก และยังไม่รู้ว่าบอลจะพลิกหรือไม่ในวันนั้น…

แต่อีกปรากฏการณ์หนึ่งที่สอดรับและน่าติดตามต่อคือ สิ่งที่”นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์” โพสต์เฟซ บุ๊กว่า “ครบรอบ 48 ปี เหตุการณ์ 14 ตุลาปีนี้ ขอประกาศจุดยืนการเมืองเรียกร้องประชาธิปไตย ขอยืนหยัดต่อสู้ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2560 ให้เป็นประชาธิปไตยตามมาตรฐานสากล ขอยึดอุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ และเงื่อนไขของพรรคในการเข้าร่วมรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 256  (เงื่อนไขประชามติแก้ไขรธน.)และการปิดสวิตช์ ส.ว.ในมาตรา 272 เป็นเบื้องต้นให้สำเร็จก่อน ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญระบบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบและเปลี่ยนแปลงสัดส่วน ส.ส.จากระบบเขต 350 เขตเป็น 400 เขต และระบบบัญชีรายชื่อจาก 150 คนเป็น 100 คน เป็นประเด็นปลีกย่อยแค่กระพี้ไม่ใช่แก่นแท้ประชาธิปไตย ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมมือกัน ยืนหยัดสร้างประชาธิปไตยที่แท้จริงโดยเร็วที่สุด”

ตรงนี้แปลว่าอะไรกับสิ่งที่ “เดอะคึก เมืองคอน”ออกมาโพสต์ปั่นกระแสเคียงข้างในยามนี้….

เเน่นอนว่า ส.ส.ทั้งหลายย่อมไม่แฮปปี้กับกติกาหลักที่วางไว้ในยุคคสช.เพื่อให้พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำหน้าที่อย่างไร้รอยต่อคือเป็นนายกรัฐมนตรีสองช่วง(ยุคคสช.และยุคเลือกตั้ง) และในบทเฉพาะกาลนั้นสภาสูงยังเหลือสิทธิการลงมติเลือกสร.1ได้อีกหนึ่งวาระ( อธิบายง่ายๆเลือกตั้งครั้งที่แล้ว ส.ว.ลงมติเลือกลุงตู่พร้อมกับสภาผู้แทนฯ โดยรัฐบาลมีวาระทำงานสี่ปี หากมีการเลือกตั้งครั้งหน้า สมมติว่ารัฐบาลนี้ทำงานครบหรือเกือบครบวาระ ส.ว.ก็ยังเหลือสิทธิเลือกประมุขฝ่ายบริหารอีกหนึ่งครั้ง)

แต่ร่างแก้ไขรธน.สิบสามฉบับที่ชงขึ้นมาเมื่อคราวก่อนก็มีการเสนอเรื่องนี้ไว้ด้วยแต่ไม่ผ่านเสียงส่วนใหญ่ของสมาชิกรัฐสภา(ส.ส.และส.ว.ร่วมลงมติ) ดังนั้นสิ่งที่”เดอะคึก เมืองคอน” ปั่นกระแสขึ้นมาอีกครั้งนั้น จะปั่นขึ้นหรือไม่และจะเกิดเมื่อใด….

เพราะที่ผ่านมาหลายพรรคไม่เห็นด้วยกับกติกาหลักฉบับนี้ แต่เมื่อมีจังหวะแก้ไขได้ในบางมาตราก็ดำเนินการไปแล้ว แต่แก่นแท้ประชาธิปไตยตามที่”เดอะคึก เมืองคอน”ระบุไว้กลับมิได้โดนแตะต้อง แบบนี้มิต้องคิดเยอะ เพราะแน่นอนว่าคนที่ยังพอได้เปรียบในกติกานี้คือ”ลุงตู่” เพราะมีแบ็กอัพไว้ในมือแน่นอนแล้ว”สองร้อยห้าสิบชีวิต”

แบบนี้แปลว่าหากแคนดิเดตนายกฯจากพรรคต่างๆที่เสนอชื่อไว้ช่วงหาเสียงและต้องมาประชันกันสองชีวิตบนเวทีย่านเกียกกาย(ว่าที่ฝ่ายรัฐบาลและว่าที่ฝ่ายค้านเสนอชื่อว่าที่นายกฯได้ฝั่งละหนึ่งชื่อ)ในวันข้างหน้า แน่นอนว่าส.ส.แต่ละฝั่งย่อมหนุนคนของตัวเอง แต่จุดชี้ขาดคือ”สภาสูง” หากส.ว.ลงน้ำหนักไปในทางใดทางหนึ่ง ฝ่ายนั้นย่อมมีสิทธิสูงที่จะเดินเข้าตึกไทยคู่ฟ้า (เหมือนการลงมติเลือกนายกฯครั้งที่แล้วระหว่างพลเอกประยุทธ์กับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ(พรรคเพื่อไทยถอนสามแคนดิเดตนายกฯและมอบสิทธิให้อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่แทน)

แต่ยามนี้กลับพบว่าพรรคร่วมรัฐบาลไม่ขยับกับการปลดล็อกส.ว.เพื่อไม่ให้สภาสูงเข้ามามีส่วนร่วมในการเลือกนายกฯ เมื่อเป็นเช่นนี้ อนุมานขั้นต้นได้ว่าพรรคร่วมรัฐบาลน่าจะแพ็คกันต่อ…แล้วไปวัดดวงกันหลังเลือกตั้งว่าแคนดิเดตนายกฯของพรรคใดควรทำหน้าที่ผู้นำประเทศ(ดูจำนวนส.ส.ของแต่ละพรรคที่จะมาตั้งรัฐบาล/การแบ่งโควตากระทรวง/ร่างนโยบายรัฐบาล) ดังนั้นแนวโน้มพรรคร่วมรัฐบาลชุดนี้น่าจะมีสิทธิได้ไปต่อกับมติของส.ว.

ส่วนขั้วตรงข้ามคือพรรคร่วมฝ่ายค้านในวันนี้ หากบางพรรคไม่สวิทช์ขั้วก็น่าจะจองสิทธิว่าที่ฝ่ายค้านต่ออีกสมัยหนึ่ง และรอดูพรรคน้องใหม่ที่แตกตัวจากพรรคต้นสังกัดเดิมและพร้อมลงสนามแล้วว่า จะไปแตะมือขั้วใดในวันข้างหน้า(หากมีส.ส.แจ้งเกิดได้)

ดังนั้นเมื่อพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกลในฐานะหัวหอกต้านลุงตู่ต้องหวังที่จะคว้าส.ส.ให้มากสุด เพื่ออาศัยฉันทามติในการตั้งรัฐบาลใหม่ บัตรเลือกตั้งสองใบ(ส.ส.เขตและบัญชีรายชื่อ)ย่อมทำให้บางพรรคได้เปรียบ/เสียเปรียบ แต่ตามหน้าเสื่อแล้วอัตราต่อรองของพรรคเพื่อไทยน่าจะมีมากที่สุดกับส.ส.สองระบบ และการต่อสู้เพื่อชิงมวลชนนั้นพรรคเพื่อไทยตอนนี้เน้นน้ำหนักมาไฟท์กับพรรคก้าวไกลแบบไม่เป็นทางการในตอนนี้(อย่าลืมรอยหมางบนกระดานการเมืองที่เคยมีเป็นระยะระหว่างแกนนำพรรคก้าวไกลกับพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะในช่วงศึกซักฟอกและการลงมติร่างกฎหมายบางฉบับในวันวาน) เพราะ”โทนี วู้ดซัม”ออกมาขยับในคลับเฮ้าส์ช่วงแปดเดือนมานี้มันชัดแล้วว่านำนโยบายเก่าๆสมัยไทยรักไทยฟีเวอร์มาปัดฝุ่นและไกด์ไลน์คร่าวๆให้เพื่อไทยเดินตาม

บวกกับเคยสอนมวยพรรคสีส้มเวอร์ชั่นสองไว้บ้างในบางคราว (แน่นอนว่าทุกครั้งย่อมมีการคอมเม้นท์หนักๆไปยัง3ป.ที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องจากปากของโทนี วู้ดซัม แต่แปลกว่าโทนี วู้ดซัมแทบไม่คอมเม้นท์พรรคร่วมเรือเหล็ก)นัยว่าชิงมวลชนกันล่วงหน้ากันแล้วของสองพรรคแกนนำฝ่ายค้าน

แต่พรรคก้าวไกลของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ก็เน้นลงพื้นที่หลายจังหวัดเพื่อหวังชิงคะแนนและปักธงส.ส.เขตให้ได้( โดยเฉพาะภาคอีสาน เพราะอย่าลืมว่าชาวบ้านในภาคนี้ยังนิยมสีแดง (แม้จะสู้ไปกราบไป)และบางส่วนปันใจให้สีส้ม(เพราะยังยืนสู้แบบไม่เกรงกลัว)ตรงนี้อาจเป็นช่องให้พรรคก้าวไกลบุกไปชิงแต้มจากพรรคเพื่อไทย )  

เพราะอย่างน้อยๆหนึ่งเขตเลือกตั้ง  ประชาชนหนึ่งคนใช้สิทธิเลือกตั้งส.ส.ได้สองใบ ใบหนึ่งคือ ส.ส.เขต คะแนนอาจจะเป็นของเพื่อไทย แต่บัญชีรายชื่ออีกหนึ่งคะแนนนั้น พรรคสีส้มเวอร์ชั่นสองอาจได้ไป( มีความเป็นไปได้สูงในการชิงแต้มของสองพรรคนี้)เว้นแต่ว่าผู้สมัคร ส.ส.เขตของพรรคสีส้มเวอร์ชั่นสองจะดี/เด่น/ดังกว่าพรรคเพื่อไทย

ตรงนี้คิดหรือว่าโทนี วู้ดซัมจะอ่านหมากของพรรคก้าวไกลไม่ออก ดังนั้นในยามหน้าคงต้องจับตาการหักดิบเฉือนคมของสองพรรคแกนนำฝ่ายค้านว่าจะเปิดศึกอย่างเป็นทางการเมื่อใด และรอดูว่าพรรคไทยสร้างไทยของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ รวมทั้งพรรคเส้นทางใหม่ของนายจาตุรนต์ ฉายแสง จะแชร์แต้มจากพรรคเพื่อไทยอย่างไร เนื่องจากสองพรรคนี้แตกหน่อจากพรรคเพื่อไทย

ตรงนี้คือการบ้านที่โทนี  วู้ดซัมต้องวางแผนอีกชั้นหนึ่งและผลจะออกมาเช่นใด รอชม…

ชนเด็กธรรมนัส “เมธี ลาบานูน” ศิษย์ ปชป. สะท้านนราธิวาส #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/488357

15 ต.ค. 2564 |20:00 น.

อุ่นเครื่องเลือกตั้ง “เมธี ลาบานูน” สวมเสื้อ ปชป. ขอลุยนราธิวาส อาจชน ส.ส.พลังประชารัฐ ขาใหญ่สุไหง-โกลก เด็กปั้นธรรมนัส คดลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

สุดสัปดาห์นี้ ไม่มีข่าวการเมืองโด่งดังเท่ากับการเปิดตัว “เมธี ลาบานูน” ในสีเสื้อพรรคประชาธิปัตย์ ที่จะลงสนามเลือกตั้งนราธิวาส บ้านเกิดของนักร้องดังในสมัยหน้า

“เมธี ลาบานูน” นักร้องแนวเพลงร็อกชื่อดัง คลุกคลีอยู่ในแวดวงการเมืองมานานแล้ว นับแต่เป็นเลขานุการนายก อบจ.สตูล กระทั่งมีแผนการจะลงสมัครนายก อบจ.นราธิวาส เมื่อปลายปีที่แล้ว

วันนี้ “เมธี ลาบานูน” เลือกทำงานการเมืองกับประชาธิปัตย์ พรรคแนวอนุรักษ์นิยมย่อมมีคำถามจากเยาวชนคนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยที่ชื่นชอบบทเพลงของเขา

“อยากให้เยาวชนเปิดใจกว้างๆ แล้วเราจะเห็น อุดมการณ์ของพรรคการเมือง สถาบันที่เป็นพรรคการเมืองที่แท้จริง และจะเห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์ตอบโจทย์ได้ทั้งหมด ตอนเด็กๆ เราศรัทธาประชาธิปัตย์ และตั้งปณิธานว่า หากวันหนึ่งจะได้มีโอกาสทำการเมือง First Choice ที่เราจะเลือกมาอยู่ก็คือประชาธิปัตย์” เมธี อรุณ หรือ เมธี ลาบานูน กล่าวระหว่างการเปิดตัวเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ และผู้สมัคร ส.ส.นราธิวาส

วันที่ 11 ต.ค.2564 “เมธี ลาบานูน” เพิ่งเดินทางไปให้กำลังใจภรรยา ฟาตีม๊ะ หมาดตา ลงสมัครชิงเก้าอี้นายก อบต.ฉลุง อ.เมือง จ.สตูล สะท้อนความสนใจการเมืองของครอบครัวนักร้องดังคนนี้

วันที่ 15 ต.ค.2564 “เมธี ลาบานูน” ได้เปิดตัวเป็นนักการเมือง สังกัด ปชป. รอลงสนามเลือกตั้งที่บ้านเกิด ซึ่งจะลงสมัครเขตไหน หนีไม่พ้นต้องเจอ ส.ส.คู่แข่งจากพรรคพลังประชารัฐ และพรรคประชาชาติ

‘การเมืองลาบานูน’

ก้าวแรกบนเส้นทางการเมืองของ “เมธี ลาบานูน” นั้น เริ่มจาก ธานินทร์ ใจสมุทร อดีต ส.ส.สตูล ได้รับเลือกตั้งเป็นนายก อบจ.สตูล ปี 2551 เมธีจึงถูกชวนให้มารับตำแหน่งเลขานุการนายก อบจ.สตูล แต่ปี 2552 ธานินทร์ โดนใบแดงต้องเว้นวรรคทางการเมือง เขาจึงหันเหไปเป็นอาจารย์สอนหนังสือที่มหาวิทยาลัยหาดใหญ่

ปี 2563 “เมธี ลาบานูน” ถูกทาบทามให้ลงสมัครนายก อบจ.นราธิวาส โดยกลุ่มอดีต ส.ส.นราธิวาส เขาก็ให้ความสนใจจะลงสนาม แต่คุณสมบัติของเมธี ไม่สามารถลงสมัครได้ เนื่องจากมีทะเบียนบ้านอยู่ใน จ.นราธิวาสไม่ครบตามที่กฎหมายกำหนด

อย่างไรก็ตาม เมธี ลาบานูน ได้ช่วยหาเสียงให้ รำรี มามะ อดีต ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ที่ลงสมัครนายก อบจ.นราธิวาส แต่ก็พ่ายแชมป์เก่า 4 สมัยอย่าง กูเซ็ง ยาวอหะซัน

ช่วงไม่กี่เดือนมานี้ มีรายงานข่าวว่า พรรคประชาชาติ ก็ทาบทามเมธี ลาบานูน เป็นตัวแทนพรรคลงสมัคร ส.ส.สมัยหน้า แต่เขาไม่ตัดสินใจ กระทั่งเมื่อสัปดาห์ วงน้ำชาแถวเมืองนราฯ โจษขานกันให้แซดว่า เมธีตัดสินใจเลือกพรรคภูมิใจไทย

ในที่สุด เมธี ลาบานูน เลือกสวมสีเสื้อ ปชป. ตามที่เขาให้บอกว่า “หากวันหนึ่งจะได้มีโอกาสทำการเมือง First Choice ที่เราจะเลือกมาอยู่ก็คือประชาธิปัตย์”

‘เด็กธรรมนัส’

สำหรับ “เมธี ลาบานูน” เกิดที่ตำบลแว้ง อ.แว้ง จ.นราธิวาส ซึ่งอำเภอบ้านเกิดของเขาอยู่ในเขตเลือกตั้งที่ 2 ประกอบด้วย อ.สุไหงปาดี, อ.สุไหงโก-ลก และ อ.แว้ง โดย สัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ พรรคพลังประชารัฐ เป็น ส.ส.เขตนี้

เดิมทีสนามเลือกตั้งเมืองนราธิวาส 4 เขต ถูกยึดครองโดยพรรคประชาธิปัตย์ และมีตระกูลยาวอหะซัน ที่เบียดแทรกได้บางเขต เมื่อการเลือกตั้งปี 2562 ทั้ง เจะอามิง โตะตาหยง ,รำรี มามะ และ สุรเชษฐ แวอาแซ 3 ส.ส.นราธิวาส ลาออกจาก ปชป. ไปสังกัดพรรครวมพลังประชาชาติไทย แต่ทั้ง ส.ส.ปชป. และรวมพลังประชาชาติไทย สอบตกหมด

โฉมหน้า 4 ส.ส.นราธิวาส ได้แก่เขต 1 วัชระ ยาวอหะซัน พรรคพลังประชารัฐ ,เขต 2สัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ พรรคพลังประชารัฐ ,เขต 3 กูเฮ็ง ยาวอหะซัน พรรคประชาชาติ และเขต 4 กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ พรรคประชาชาติ

ความพ่ายแพ้ของ ปชป. และ รปช. มาจากกระแสเลือกประยุทธ์ หรือเลือกทักษิณ เมื่ออภิสิทธิ์ อดีตหัวหน้าพรรค ปชป. ชูคำขวัญไม่เอา คสช. คนปลายด้ามขวานที่กลัวทักษิณจะกลับมา จึงเลือกพลังประชารัฐ

เฉพาะเขต 2 สัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ นักการเมืองท้องถิ่น อ.สุไหง-โกลก ที่หาเสียงชู พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ จึงได้รับเลือกตั้ง ขณะที่ สุรเชษฐ์ แวอาแซ อดีต ส.ส.นราธิวาส 5 สมัย สอบตกได้ 8 พันคะแนน

ชั่วโมงนี้ สัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ ส.ส.หน้าใหม่ไฟแรง สังกัดซุ้ม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หาก “เมธี ลาบานูน” ลงสมัคร ส.ส.เขต 2 บ้านเกิดจริง ก็ต้องเจอขาใหญ่ชายแดนใต้เมืองสุไหง-โกลก

ปักธงล้างอาย “พิธา” ปั้นซ้ายจัด ชำระแค้นงูเห่า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/488330

15 ต.ค. 2564 |17:00 น.

ชนะที่อีสานเป็นนายกฯ “พิธา” ปักธงชัยสีส้ม ชูขอนแก่นโมเดล ส่งทนายซ้ายจัดลงสนาม หวังชำระแค้น ส.ส.งูเห่า คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ฤกษ์ดีมีชัย “พิธา” ปักธงชัยที่ขอนแก่น เมืองหลวงของภาคอีสาน ตอกย้ำคำประกาศพรรคก้าวไกล “จะเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยได้ ต้องชนะใจคนอีสานให้ได้”

คล้อยหลัง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ถูกกลุ่มดาวดินขับไล่แค่วันเดียว “พิธา” ได้พาแกนนำพรรคมาปักธงชัยที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย กลางเมืองขอนแก่น ซึ่งเป็นจุดที่ม็อบไล่ประยุทธ์มักนัดหมายมาทำกิจกรรมอยู่เนืองๆ

ชั่วโมงนี้ “พิธา” ให้ความสำคัญกับสนามเลือกตั้งภาคอีสานมากเป็นพิเศษ เพราะมีจำนวน ส.ส.มากที่สุด ตามกติกาใหม่ ภาคอีสานจะมี ส.ส.กว่า 120 คน

วันที่ 15 ต.ค.2564 พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล นำทีมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ขอนแก่นสักการะศาลหลักเมืองจังหวัดขอนแก่น และประกาศปักธงชัยหน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยขอนแก่น

“พิธา” ได้เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ขอนแก่น เขต 1 คือ วีรนันท์ ฮวดศรี ทนายความ สังกัดศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน และสหายร่วมอุดมการณ์กับทนายอานนท์ นำภา

“พรรคก้าวไกลยืนยันมาโดยตลอดว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยได้ ต้องชนะใจคนอีสานให้ได้ ด้วยอุดมการณ์ที่แน่วแน่และความจริงใจทั้งหมดที่เรามี เราจะพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะชนะใจคนขอนแก่นและประชาชนทั้งหมดในภาคอีสานต่อไป”

ดังนั้น พรรคก้าวไกล จึงเอาจริงเอาจังกับสนามเลือกตั้งภาคอีสานมากขึ้น โดยไม่หวาดหวั่นว่าจะต้องเจอแชมป์ผูกขาดอย่างพรรคเพื่อไทย

‘บทเรียนงูเห่า’

เหตุที่ “พิธา” ต้องชิงเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 ขอนแก่น เพราะพื้นที่นี้ พรรคอนาคตใหม่ เคยปักธงไว้ได้ 1 ที่นั่ง แต่ ส.ส.เขตค่ายสีส้ม คนแรกและคนเดียวของภาคอีสาน กลับย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย

หัวหน้าพรรคก้าวไกล ตระหนักดีว่า ปม ส.ส.งูเห่า เป็นบทเรียนราคาแพง ดังนั้น การคัดเลือกตัวผู้สมัคร ส.ส. จึงต้องคัดกรองเข้มข้น เพราะประชาชนจะไม่ให้โอกาสพรรคก้าวไกลเป็นครั้งที่ 3 หากเลือกตั้งสมัยหน้า พรรคยังมี ส.ส.งูเห่า

ย้อนไปดูผลเลือกตั้ง ส.ส.เขต 1 ขอนแก่น (ต.ในเมือง, ต.เมืองเก่า และ ต.บ้านเป็ด) แชมป์เก่า 4 สมัย จักริน พัฒน์ดำรงจิตร อดีต ส.ส.เพื่อไทย พ่ายคนหน้าใหม่ ฐิตินันท์ แสงนาค พรรคอนาคตใหม่ ทำเอาวงการเมืองขอนแก่นตื่นตะลึงไปตามๆกัน

“ส.ส.นันนี่” ฐิตินันท์ แสงนาค เคยสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ว.ขอนแก่น ปี 2557 แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง หลังรัฐประหาร 2557 ฐิตินันท์ เคยเป็นคณะอนุกรรมาธิการ และรองโฆษกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ประจำตัว เอกราช ช่างเหลา สมัยดำรงตำแหน่ง สปช. จาก จ.ขอนแก่น

วันนี้ ส.ส.นันนี่ ยังเดินหน้าช่วยเหลือประชาชน ในสีเสื้อภูมิใจไทย พร้อมลงสนามเลือกตั้งอีกครั้ง แม้จะต้องเจอกระแสแอนตี้งูเห่า จากกองเชียร์สีส้ม

‘เพื่อนอานนท์’

“พิธา” เป็นผู้ตัดสินใจเลือก วีรนันท์ ฮวดศรี เป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 ขอนแก่น เพื่อขอโอกาสจากคนขอนแก่นอีกครั้ง และเป็นการล้างอายที่ปล่อยให้มีงูเห่าภายในรังสีส้ม

หัวหน้าพรรคก้าวไกล บอกว่า ทนายป๊อก หรือวีรนันท์ เป็นทนายความที่เชื่อมั่นและศรัทธาในระบอบประชาธิปไตย เป็นนักประชาธิปไตยโดยแท้จริง

ทนายป๊อก เป็นเพื่อนรุ่นน้องของอานนท์ สมัยมัธยมปลายที่โรงเรียนร้อยเอ็ดวิทยาลัย สมัยเรียนนิติศาสตร์ รามคำแหง ก็ยังทำกิจกรรมทางสังคมร่วมกัน

หลังเหตุการณ์การณ์ล้อมปราบคนเสื้อแดง วีรนันท์ ได้เข้าร่วมกับกลุ่มประกายไฟ ที่มีเก่งกิจ กิติเรียงลาภ เป็นแกนนำ โดยกลุ่มประกายไฟ มีสมาชิกพื้นฐานมาจากกลุ่มเลี้ยวซ้าย และเป็นกลุ่มที่สนใจแนวคิดสังคมนิยม ทั้งแนวคิดมาร์กซิสต์หรือไม่ใช่มาร์กซิสต์ก็ได้

บทเรียน ส.ส.งูเห่า ทำให้ “พิธา” และแกนนำก้าวไกล ต้องยึดหลักการคัดสรรตัวผู้สมัคร ส.ส.จากผู้ศรัทธาระบอบประชาธิปไตยประชาชน ไม่จำเป็นต้องดี เด่น ดัง ขอเพียงมีอุดมการณ์อันมั่นคง

“น้ำท่วม” อีสาน พรรคการเมืองชิงมวลชน บนพื้นที่ อุทกภัย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/488278

15 ต.ค. 2564 |12:00 น.

หลายพรรคการเมืองพาเหรดลงพื้นที่ “น้ำท่วม” อีสาน แปรวิกฤติ อุทกภัย กลายเป็นโอกาส ตุนคะแนน เลือกตั้งครั้งหน้า

"น้ำท่วม" อีสาน พรรคการเมืองชิงมวลชน บนพื้นที่ อุทกภัย“น้ำท่วม” อีสาน พรรคการเมืองชิงมวลชน บนพื้นที่ อุทกภัย

ยอดเงินภาษีที่ประชาชนบริจาคให้พรรคการเมืองตามกฎหมาย ประจำปีภาษี 2563 พรรคก้าวไกล ได้เงินบริจาคจากประชาชนมากที่สุด12 ล้านบาท  มากกว่าแชมป์เก่าอย่างพรรคประชาธิปัตย์ ถึงสี่เท่า ตามมาด้วยพรรคกล้า น้องใหม่ของกรณ์ จาติกวนิช  ในลำดับ 3 พรรคพลังประชารัฐและเพื่อไทยตามมาเป็นลำดับ
กฏหมายกำหนดให้ผู้เสียภาษี เงินบริจาคพรรคการเมือง ได้ไม่เกิน 500 บาท หากคิดเต็มเพดาน เท่ากับ 24,000 คน แต่หากบริจาค100 บาท ก็หมายความว่ามีคน 120,000 คน  สนับสนุน พรรคการเมืองนี้  นี่จึงเป็นที่สมมติฐานที่ ไพศาล
พืชมงคล อดีตที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี  ชี้ให้เห็นถึงความน่ากลัวของพรรคก้าวไกล  อาจจะแลนสไลด์ในการเลือกตั้งครั้งหน้า ถ้ารวมกับพลังนักศึกษาและคนรุ่นใหม่  สอดรับกับอดีตนายกฯทักษิณที่มองว่า การบริหารประเทศนี้ ในภายภาคหน้า เป็นเรื่องของคนเจนวาย  หมดยุคของเบบี้ บูมเมอร์ 
 

"น้ำท่วม" อีสาน พรรคการเมืองชิงมวลชน บนพื้นที่ อุทกภัย“น้ำท่วม” อีสาน พรรคการเมืองชิงมวลชน บนพื้นที่ อุทกภัย

ในท่ามกลางสถานการณ์อุทกภัย ภาคอีสานจึงกลายเป็นสมรภูมิ สัปประยุทธ์กันทางการเมือง พลังประชารัฐขนสองคณะใหญ่ ทั้งหัวหน้าพรรคและพลเอกประยุทธ์ ต่อคิวกันลงพื้นที่ ท่ามกลางข่าวยุติความขัดแย้งกันชั่วคราว แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พยายามยื่นมือเข้าไปจัดระเบียบภายในพรรคพลังประชารัฐ จะเกิดปฏิกิริยาตอบโต้เด่นชัดจากภายใน   เพื่อไทยตั้งเป้าทวงคืนแชมป์ ส.ส. ภาคอีสาน มีพงษ์ศักดิ์ รักตพงษ์ไพศาล เป็นแม่ทัพ ขณะที่ก้าวไกลขับเคลื่อนขบวนประชาธิปไตยจากฐานราก  วัดผลจากการเลือกตั้ง อบต. ชี้วัดอนาคต ส.ส.ในการเลือกตั้ง ครั้งหน้า 

การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาหลายพรรคเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี แต่พอมีการเลือกกันจริงๆ ในที่ประชุมรัฐสภา กลับไม่พิจารณาโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีของพรรค
ตัวเอง
ทั้งที่สัญญากับประชาชนว่าจะไม่สนับสนุนพลเอกประยุทธ์เป็นนายก หรือแม้แต่การแก้รัฐธรรมนูญ ขณะที่การเลือกตั้งครั้งใหม่ยังไม่กำหนด  แต่ปรากฏรายชื่อ นายกรัฐมนตรี ที่จะเสนอในการเลือกตั้งครั้งใหม่ จากพรรคการเมืองเหล่านั้น บางรายก็เป็นชื่อเก่า  
เอามาขายใหม่แต่หากชาวบ้านจำวีรกรรมที่ผ่านมาได้ ก็คงรอโอกาส  “ให้บทเรียน”