พญาเสือ แฉเบื้องลึก ศึก”สิระVSเก่ง” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/423893?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

พญาเสือ แฉเบื้องลึก ศึก”สิระVSเก่ง”

23 มีนาคม 2563 – 11:25 น.
มวยถูกคู่,เก่ง การุณ,สิระ เจนจาคะ,เก่ง ดอนเมือง,เพื่่อไทย,พลังประชารัฐ
เปิดอ่าน 5,975 ครั้ง

พญาเสือ แฉเบื้องลึก ศึก”สิระVSเก่ง” คอลัมน์… คลุกวงใน โดย… พญาเสือ

เรียกว่า มวยถูกคู่ คนดูถูกใจ ชอบฝ่ายไหนเชียร์ฝ่ายนั้น เชียร์ทางออนไลน์ปลอดภัยปลอดโควิด-19 “พญาเสือ” เห็นข่าวคั่นรายการ โควิด เสาร์ อาทิตย์ แล้วมันมืออยากร่วมวงไพบูลย์ด้วย

00000ก็ศึกระหว่างคนดังแห่งยุคสมัยโควิดระบาดไปทั่วโลก “สิระ เจนจาคะ “แห่งค่ายพลังประชารัฐ กับ “เก่ง การุณ โหสกุล” แห่งค่ายเพื่อไทย คนหนึ่งยึดหลักสี่ อีกคนยึดดอนเมือง เป็นฐานบัญชาการ

00000จะว่าไปแล้ว พรรษาการเมือง หากนับการเป็น สส. นั้น เก่ง ดอนเมือง แก่กว่า สิระ หลักสี่ เพราะลงสส.และได้เป็นสส.ก่อน ส่วน สิระ ไต่เต้ามาจากสนามท้องถิ่นของกทม.

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

00000แต่พรรษามากน้อยไม่เกี่ยว อยู่ที่ลีลาการออกหมัด ใครจะเจ้งโจ้งๆกว่ากัน กรรมการเห็นมากกว่าคนนั้นได้เปรียบ “พญาเสือ” คิดในใจว่า สักวัน ทั้ง “สิระ” และ “เก่ง” อยากให้โคจร มาเจอกันในสนามเลือกตั้ง ลงเขตเดียวกัน ปะทะกันตรงๆ จะได้รุ้ดำรู้แดงว่า ประชาชี จะเชียร์ใคร

00000”พญาเสือ” รู้ข่าววงในมาว่า เลือกตั้งหนที่แล้ว “เก่ง ดอนเมือง” พยายามจะข้ามเขตมาช่วย สรวงศ์ เทียนทอง หวังเขี่ย สิระ ให้ร่วงสอบตก นั้นจึงเป็นความแค้นของทั้งสอง และยิ่ง สรวงศ์ สอบตก เก่ง ยิ่งแค้น สิระ เป็นสองเท่า แบบผีไม่เผาเงาไม่เหยียบ

00000ทั้งสองเมื่อมีโอกาสโคจรมาเจอกันไม่ว่าจะเห็นตัวหรือไม่เห็นตัว มักจะฝากข้อความท้าทายเย้ยหยันกันตลอดเวลา ล่าสุด ชาวบ้านร้องเรียน สิระ ให้ไปจัดการเรื่องที่ดินที่เกาะเต่าให้หน่อย สิระ ก็ลงพื้นที่ พอไปถึงโรงพัก ก็นึกได้ว่า มาแล้วอย่าให้เสียเที่ยว หางานให้ตำรวจเกาะเต่า ทำเสียหน่อย เลยแจ้งความหมิ่นประมาท “เก่ง ดอนเมือง” เสียเลย

00000ที่แสบกว่านั้น “เก่ง ดอนเมือง” จะต้องขึ้นเครื่องมาลงสมุย แต่ว่าช่วงนี้โควิดกำลังอาละวาด ใครไปใครมาโดยเฉพาะมาจากกทม.จะต้องคัดกรองและกักตัว14วัน นี่แหละ มวยเหนือชั้นอย่าง สิระ วางแผนเอาไว้แล้ว ข่าวลึกว่าวันนี้ตำรวจจะส่งหมายเรียกมาถึง “เก่ง ดอนเมือง”

00000ยังไม่จบ”พญาเสือ” เหลือบไปเห็น เฟซบุ๊ก เก่ง ดอนเมือง ก็ออกมาท้าทายไม่หยุดเหมือนกัน และไม่กลัวที่ สิระ ไปฟ้องถึงเกาะเต่า ก็ยิ่งทำให้ “สิระ” ของขึ้นอีก

00000แต่ที่ฮากว่านั้น “พญาเสือ” ได้ยินว่า วันหนึ่งในการประชุมสภา ทั้งสอง ไปจ๊ะเอ๋กันในห้องน้ำสภา สิระ ก็ปรี่ไปถาม “เก่ง” เลยว่าทีปัญหาอะไร ฝ่ายเก่ง ตัวเล็กกว่า ปอดแหกขึ้นมาทันที ตอบกลับว่า “เกม”ครับ “เกม” แต่ระหว่างที่ “เก่ง” กำลังยืนฉี่อยู่ “สิระ” เลยถีบให้ทีจนฉี่กระจาย จบยกแรก มาต่อกันวันหน้า00000

ลับลวงพราง ‘คณะก้าวหน้า’ ลุยเลือกตั้ง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/423867?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ลับลวงพราง ‘คณะก้าวหน้า’ ลุยเลือกตั้ง

23 มีนาคม 2563 – 09:50 น.
คณะก้าวหน้า,พรรคอนาคตใหม่,ธนาธร,เจาะประเด็นร้อน,เลือกตั้งท้องถิ่น,นายก อบจ,ยุบพรรค,ท่องยุทธภพ,ขุนน้ำหมึก,พรรคก้าวไกล
เปิดอ่าน 3,069 ครั้ง

คอลัมน์ ‘ท่องยุทธภพ’ โดย ‘ขุนน้ำหมึก’ จากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก 23 มี.ค.63

**************************************

ท่ามกลางความสับสนวุ่นวาย คนไทยกำลังวิตกทุกข์ร้อนเรื่องการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 “เสี่ยเอก” ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, “อาจารย์ป๊อก” ปิยบุตร แสงกนกกุล และ “สาวช่อ” พรรณิการ์ วานิช ได้ร่วมกันแถลงข่าวผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ เปิดตัว คณะก้าวหน้า” (Progressive Movement) เมื่อช่วงบ่ายวันเสาร์ที่ผ่านมา

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ในโอกาสนี้ “เสี่ยเอก” อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ยังเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และจัดตั้งรัฐบาลเฉพาะกิจมาต่อสู้กับโควิด เพราะขืนปล่อยให้ พล.อ.ประยุทธ์ นำพาการแก้ปัญหานี้ ประชาชนไทยตายหมด

สานต่อยึด อบจ.

คณะก้าวหน้า ที่ตั้งชื่อขึ้นมาล้อไปกับ “พรรคก้าวไกล” เป็นแผนการของ “เอก-ป๊อก” ที่ได้ร่วมกันออกแบบไว้แล้ว หลังศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรค ตอนแรกจะตั้งชื่อ “คณะอนาคตใหม่” สำหรับภารกิจของคณะก้าวหน้า 1.การสร้างเครือข่ายทั่วประเทศไทย เหมือนการจัดตั้งองค์กรภาคประชาชน

เปิดตัวคณะก้าวหน้า

สำนักงานสาขาพรรคอนาคตใหม่ ก็จะแปลงกายเป็นคณะก้าวหน้าระยองคณะก้าวหน้าชลบุรีคณะก้าวหน้าเชียงใหม่คณะก้าวหน้าปัตตานี ฯลฯ เต็มแผ่นดิน

อนาคตใหม่ระยองแปลงกายเป็นคณะก้าวหน้า

2) รณรงค์ทางความคิดทั่วประเทศไทย หมายถึงความคิดอุดมการณ์หลัก คนเท่ากัน ประชาธิปไตยสมบูรณ์ ซึ่งไม่ต่างจากอุดมการณ์พรรคก้าวไกล

3) รณรงค์หาเสียงให้แก่การเลือกตั้งท้องถิ่นในทุกระดับทั่วประเทศไทย ชัดเจนว่า พรรคก้าวไกล สู้ในเวทีการเมืองระดับชาติ แต่คณะก้าวหน้า จะปักธงการเมืองท้องถิ่น

ถูกตัดสิทธิการเมืองไม่ใช่เรื่องใหญ่ ขอเล่นบทกองเชียร์เหมือนนักเลือกตั้งขาใหญ่หลายคน นี่แหละการเมืองไทย

ก้าวแรก 15 อบจ.

สมัยที่ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ได้กำหนดยุทธศาสตร์สู่การเลือกตั้งท้องถิ่น โดยพรรคอนาคตใหม่ จะคัดสรรผู้สมัครนายก อบจ. ลงสนามให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ต้นปี 2563  พรรคอนาคตใหม่ได้มีการพิจารณาคัดเลือกว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งนายก อบจ. เสร็จสิ้นไปแล้ว 15 จังหวัด แยกออกเป็นภาคกลาง 6 จังหวัด ได้แก่ จ.ฉะเชิงเทรา ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ, จ.นครปฐม ชัชวาล นันทะสาร, จ.พระนครศรีอยุธยา วัสพงษ์ วิทูรเมธา, จ.ระยอง สว่างจิตต์ เลาหะโรจนพันธ์, จ.สระบุรี วิฑูลย์ แก้วสุวรรณ และ จ.สิงห์บุรี อุดม จำปาสัก

สว่างจิตต์ เลาหะโรจนพันธ์ ตัวแทนก้าวหน้าระยอง

ภาคเหนือ 2 จังหวัด ได้แก่ จ.พิษณุโลก ณชพล พลอาสา และ จ.ตาก คริษฐ์ ปานเนียม

ภาคอีสาน 7 จังหวัด ได้แก่ จ.มุกดาหาร สุพจน์ สุอริยพงษ์, จ.ยโสธร รุ่งโรจน์ แก่นแก้ว, จ.ร้อยเอ็ด สถาพร ว่องสันธนพงษ์, จ.สกลนคร ณรงเดช อุฬางกูร, จ.หนองคาย กฤศภณ หล้าวงศา, จ.หนองบัวลำภู สมเกียรติ เชษฐสุมน และ จ.อุบลราชธานี เชษฐา ไชยสัตย์

ยังมีเวลามากพอ คณะก้าวหน้าคงสยายปีก คัดคนลงสนามท้องถิ่นมากกว่านี้แน่นอน

ดับบ้านใหญ่

หากโฟกัสตัวแทนของคณะก้าวหน้า ที่จะลงชิงชัยนายก อบจ. มีความน่าสนใจอยู่ที่ภาคกลางและภาคตะวันออก ซึ่งดูเหมือน “ธนาธร-ปิยบุตร” ฝากความหวังไว้มากทีเดียว เพราะผลคะแนนจากการเลือกตั้งใหญ่ พรรคอนาคตใหม่ได้มาเป็นกอบเป็นกำ

นครปฐม “หมอชัช” หรือ ส.นพ.ชัชวาล นันทะสาร ว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ.นครปฐม ได้ “เจี๊ยบ นครปฐม” อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ เป็นพี่เลี้ยง คงทำให้ตระกูล สะสมทรัพย์” หนักใจพอประมาณ

ตัวแทนคณะก้าวหน้านครปฐม

พระนครศรีอยุธยา วัสพงศ์ วิทูรเมธา ในนามอยุธยากรุงศรี หาญต่อกรกับ บ้านใหญ่วังน้อย” สมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายก อบจ.พระนครศรีอยุธยา 3 สมัย คงไม่ใช่เรื่องง่าย

ระยอง สว่างจิตต์ เลาหะโรจนพันธ์ ในนามระยองดีกว่านี้ได้ มีทีมคนรุ่นใหม่ไฟแรงช่วยหนุน ต้องเจอศึกหนักเพราะตระกูล ปิตุเตชะ” แห่งบ้านใหญ่บ้านค่าย คงไม่ยอมให้ผ่านง่ายๆ

ฉะเชิงเทรา ตัวแทนของคณะก้าวหน้าคือ “นายกสิงห์” จ.อ.ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ นายกเทศมนตรีตำบลบางผึ้ง อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา สามีของสุรีรัตน์ เหลี่ยมเลิศ นายก อบต.บางนาง อ.พานทอง จ.ชลบุรี

จ.อ. ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ ธนาธร และ จาตุรนต์ ฉายแสง

พูดถึง “นายกสิงห์” ถือว่าชื่อชั้นไม่ธรรมดา ตัวเขาเองก็สนิทสนมกับตระกูล “ฉายแสง” และฝ่ายภรรยา ก็อยู่ในซุ้มบ้านใหญ่ชลบุรี

เจ๊เปิ้ล ฐิติมา ฉายแสง กับ ยศสิงห์ ตัวแทนคณะก้าวหน้าแปดริ้ว

ฐิติมา ฉายแสง จึงวางแผนดัน “นายกสิงห์” ล้มผู้ใหญ่ไก่ กิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ นายก อบจ.ฉะเชิงเทรา สายบ้านริมน้ำให้ได้

ศึกชิงนายก อบจ. สนามแปดริ้วคราวหน้า…ลุ่มน้ำบางปะกง คงลุกเป็นไฟ

“ชาติพัฒนา”แนะรัฐเลื่อนเสียภาษี-ลดVATเหลือ 5%สู้โควิด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/423669?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

“ชาติพัฒนา”แนะรัฐเลื่อนเสียภาษี-ลดVATเหลือ 5%สู้โควิด

21 มีนาคม 2563 – 19:39 น.
นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ,โควิด-19,นายเทวัญ ลิปตพัลล,ชาติพัฒนา,COVID-19,ภาษี
เปิดอ่าน 309 ครั้ง

“ชาติพัฒนา”เสนอมาตรการแบ่งเบาภาระประชาชนช่วงโควิด-19  ระบาด แนะ แนะรัฐเลื่อนการชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาไปเป็น ก.ย.63 ยกเว้นหักภาษี ณ ที่จ่ายในแต่ละเดือน,  เลื่อนจ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคลไป ป็น ส.ค.63 , พิจารณาลดภาษี VAT จาก 7% เหลือ 5%  ถึงสิ้นปี 63

 นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา พร้อมด้วยนายเทวัญ ลิปตพัลล รัฐมนตรีรประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา ได้แถลงถึงข้อเสนอแนะของพรรคชาติพัฒนาต่อสถานการณ์ COVID-19 ระบุว่า

ตามที่ได้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ตลอดระยะเวลาสองสามเดือนที่ผ่านมา มีผลให้ขณะนี้ (20 มีนาคม) มียอดผู้ติดเชื้อสะสมของไทยเพิ่มเป็น 322 ราย และมีผู้เสียชีวิต 1 รายนั้น

พรรคชาติพัฒนามีความเห็นต่อการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ นอกจากการแก้ไขปัญหาเรื่อโควิด-19 แล้ว รัฐบาลยังได้มีมาตรการช่วยเหลือเยียวยา ที่จะทำคู่ขนานเพื่อลดผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นกับผู้ประกอบการ และผู้ใช้แรงงาน และประชาชนโดยทั่วไป ซึ่งได้รับผลกระทบจากปัญหาการว่างงาน การเลิกจ้าง ภาระการผ่อน หนี้สิน ฯลฯ โดยมอบให้หน่วยงานต่างๆ ไปดำเนินการ

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

พรรคชาติพัฒนาเห็นว่าเป็นนโยบายที่ถูกต้องที่รัฐบาลจะต้องเร่งดำเนินการ เยียวยาแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนโดยด่วน คู่ขนานกับการจัดการปัญหาโควิด-19 แม้กระทั่งสหรัฐอเมริกาเองก็ได้กำหนด

มาตรการทางเศรษฐกิจในวงเงินประมาณ 1 ล้านล้าน ดอลล่าร์ (ประมาณ 30 ล้านล้าน บาท) เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ ผู้ว่างงาน รวมทั้งมาตรการเลื่อนชำระภาษี เพื่อพยุงเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา

พรรคชาติพัฒนาใคร่ขอเสนอแนะข้อคิดเห็นให้รัฐบาลรับไปพิจารณา คือ ควรกำหนดมาตรการทางการคลัง และมาตรการทางการเงินที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มรายได้ เพื่อเพิ่มสภาพคล่อง และลดค่าใช้จ่ายให้กับผู้ประกอบการ และประชาชน ผู้เดือดร้อนในขณะนี้ คือ

1. สำหรับประชาชนทั่วไป ควรพิจารณาลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี 2562 ที่กำหนดจากเดิมชำระในเดือน มิ.ย.63 นี้ (หลังจากที่รัฐบาลได้เลื่อนให้แล้ว 3 เดือน) จากอัตราก้าวหน้า 10-35% เป็น 5-35% และเลื่อนการชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเพิ่มเติมจากเดือน มิ.ย. 2563 เป็น ก.ย. 2563 รวมทั้งการยกเว้นการหักภาษี ณ ที่จ่ายในแต่ละเดือน ของเงินได้ประเภทจ้างแรงงานหรือรับจ้าง ออกไป 6 เดือน โดยให้ไปชำระคราวเดียวกันในเดือนมีนาคม 2564 ก็จะเป็นการเสริมสภาพคล่องให้กับประชาชนโดยตรง ในภาวะวิกฤตปัจจุบัน


2. เลื่อนการจ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคล (อัตรา 20% ของกำไร) สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีสิ้นสุด 31 ธ.ค. 2562 ที่จะต้องจ่ายในเดือน พ.ค. 2563 เป็น ส.ค. 2563 และเลื่อนการยื่นเสียภาษีกลางปีของปี 2563 ที่จะครบกำหนดเดือน ส.ค.2563 ออกไปเป็น พ.ย. 2563 และลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล จาก 20% ลงเหลือ 10% สำหรับปี 2563 ผู้ประกอบธุรกิจก็จะมีสภาพคล่องมากขึ้น

3. เพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชนด้านราคาสินค้าและบริการในช่วงวิกฤต เห็นสมควรพิจารณาลดภาษี VAT จาก 7%  เป็น 5% ให้มีผลโดยเร็วถึงสิ้นปี 2563 นี้ เพื่อให้สินค้าราคาถูกลง เป็นการช่วยแบ่งเบาภาระของประชาชน

4. เลื่อนการมีผลบังคับใช้ของกฎหมายใหม่ คือ ภาษีที่ดินแล ะสิ่งปลูกสร้างออกไป 1 ปี ในช่วงวิกฤต ซึ่งยังไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง ณ ขณะนี้

5. ขอความร่วมมือจากธนาคารและสถาบันการเงินต่างๆ ในการลดอัตราดอกเบี้ย และผ่อนผันการชำระคืนเงินต้นต่างๆ ของผู้ประกอบการ SME และประชาชนทั่วไป ให้เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบ สอดคล้องกับการลดดอกเบี้ยนโยบายของ กบง. จาก 1% เหลือ 0.75%

6. เสริมสร้างการจ้างงานในชนบทให้ถึงมือประชาชน และผู้ใช้แรงงาน เกษตรกรโดยตรง ผ่านกลไกกองทุนหมู่บ้าน หรือกองทุนพัฒนาชุมชนเมือง ในลักษณะคล้ายโครงการเงินผันในอดีต เพื่อแก้ไขปัญหาการว่างงาน และสร้างรายได้ให้รากหญ้า

7. รัฐบาลต้องเตรียมตั้งรับกับภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนอย่างรุนแรงจากเดิมที่โลกเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยจากสงครามการค้า และเมื่อมีเหตุการณ์โควิด-19 ที่แพร่ขยายไปทั่วโลก และยังไม่สามารถประเมินสถานการณ์ที่ชัดเจนได้ว่าจะยุติเมื่อไหร่ แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นแน่นอนก็คือ การขยายตัวทางเศรษฐกิจโลกจะติดลบ (Negative Growth) คือ การว่างงานจะเพิ่มขึ้น การผลิตและบริการจะลดลง GDP ของประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะติดลบ ราคาน้ำมันที่ถูกลง จะเกิดผลกระทบต่ออุตสาหกรรมน้ำมันของประเทศ ราคาสินค้าเกษตรที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องในรอบ 4-5 ปีที่ผ่านมา รวมทั้งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่เป็นรายได้หลักของประเทศ


พรรคชาติพัฒนาใคร่ขอเสนอให้มีการปรับแผนการใช้จ่ายเงินของประเทศภายใต้งบประมาณปี 2563 (ประมาณ 3.2 ล้านล้าน บาท) และปรับปรุงงบประมาณปี 2564 ที่อยู่ระหว่างการจัดทำและยังไม่ได้เสนอสภา (ประมาณ 3.3 ล้านล้าน บาท) ให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจโลก ราคาน้ำมันและสถานการณ์โควิด-19  ในด้านการแก้ปัญหาโควิด-19 จะต้องมีการจัดสรรงบประมาณด้านสาธารณสุขที่เพียงพอกับการแก้ไขปัญหาการขาดแคลน แพทย์ โรงพยาบาล อุปกรณ์ ยา เวชภัณฑ์ เครื่องมือแพทย์ และส่งเสริมงานวิจัยและพัฒนาด้านการแพทย์อย่างจริงจัง เพื่อระงับยับยั้งโควิด-19 ให้ทันกับสถานการณ์ และเป็นบรรทัดฐานในการสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพของประชาชนให้กับประเทศ

ขณะเดียวกันภาวะเศรษฐกิจโลกที่ถดถอยและติดลบ รวมถึง GDP ของประเทศที่มีแนวโน้มติดลบ อาจนำไปสู่ DEMAND ด้านต่างๆ ที่ลดลงอย่างมาก ควรทบทวนงบประมาณด้านการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐ ให้เหมาะสมกับระยะเวลา ขนาดการลงทุน และความต้องการและให้ลำดับความสำคัญของการจัดสรรงบประมาณประเทศให้กับการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และพัฒนาศักยภาพ ด้านการเกษตร และการท่องเที่ยวอย่างจริงจัง โดยเฉพาะด้านการเกษตรที่ประเทศไทยเป็นครัวของโลก ซึ่งหลังจากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย เรื่องอาหาร กับการเกษตร จะเป็นสินค้าที่มีความต้องการอย่างมากในตลาดโลก ซึ่งวิกฤตที่เกิดขึ้น ก็อาจสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยได้

ปิดกรุงเทพฯเหมือนอู่ฮั่น #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/423659?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ปิดกรุงเทพฯเหมือนอู่ฮั่น

21 มีนาคม 2563 – 18:07 น.
ปิดเมือง,อู่ฮั่น,โควิด-19
เปิดอ่าน 4,546 ครั้ง

ปิดกรุงเทพฯเหมือนอู่ฮั่น คอลัมน์… Editor Talk

ผมยังเชียร์นายกฯอยู่นะครับ

แต่เมื่อเช้าที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุขแถลงว่ามีผู้ติดเชื้อเพิ่ม 89 ราย ซึ่งสูงกว่าทุกวันที่บางวันอยู่ระดับ30-40คนเท่านั้น

เป็นไปได้หรือไม่ว่า คนติดเชื้อเพิ่มสะท้อนว่าเราควบคุมไม่อยู่ เมื่อเราควบคุมไม่อยุ่จะทำอย่างไรดี

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

มาตรการที่ใช้อยู่แสดงว่าไม่ได้ผล

เพราะจุดแพร่กระจายยังมาจากสนามมวยลุมพินี ร้านอาหารทองหล่อ และคนที่เดินทางเข้าออกต่างประเทศ

นี่คือ 3 จุดที่เป็นจุดแพร่เชื้อ

แต่แปลกใจว่าทำไมไม่จัดการกับ 3 จุดนี้ คือสนามมวยลุมพินี ของทหาร ทำไมไม่มีการสอบสวนว่า คนที่นำเชื้อมาปล่อยต่อ แมทธิว ดีน คือใคร

แก๊งทองหล่อใครคือคนนำเชื้อมาปล่อย

และทางเข้าออกประเทศคือสุวรรณภูมิและดอนเมือง

หากเราปิด 3 จุดนี้เบื้องต้นเราจะสามารถควบคุมการเข้าออก การเคลื่อนย้ายของคนไทย แต่เราไม่ทำ จำนวนคนติดเชื้อจึงเพิ่มมากขึ้น

การที่มีข่าวว่า จะปิดห้างสรรพสินค้า ขอความร่วมมือให้คนอยู่แต่ในบ้าน จะช่วยได้แค่ไหนยังไม่มีใครทราบ ในเมื่อต้นตอของเชื้อยังไม่ได้รับการจัดการให้เป็นที่หายข้องใจว่า เชื้อมันมาจากไหน

เราจึงเหมือนตาบอดงมเข็มในมหาสมุทร

ต่างจากจีน เมื่อจีนทราบว่า อู่ฮั่น คือจุดแพร่เชื้อ จีนสั่งปิดทันทีทันควัน เขาจึงสามารถควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อได้

ตรงกันข้ามหากจีนไม่ปิดเมืองอู่ฮั่น หลงเชื่อว่าตนเองมีศักยภาพ มีหมอเก่ง มีบุคลากรทางการแพทย์ครบ มีโรงพยาบาลมากมายที่ทันสมัย

ป่านนี้ลามทั่วประเทศแล้วครับ จะมีคนติดเชื้อเป็นพันล้านคน

เราทำไมไม่ทำเหมือน จีนละครับ ท่านนายกฯสูดหายใจลึกๆและแรงๆแล้วสั่งปิดกรุงเทพฯ จะเรียกว่าชัตดาวน์หรือล็อคดาวน์แล้วแต่ เพื่อให้เชื้อมันๆไม่แพร่กระจาย

ตอนนี้เชื้อมันแพร่จากกรุงเพทฯลามไปเกือบทุกจังหวัดแล้วครับ จะทำอะไรก็รีบทำครับ อย่าเชื่อพวกกองเชียร์ทั้งหลายว่าปิดกรุงเทพฯแล้วจะเสียหายโน่นนี่นั่น

เศรษฐกิจพังสร้างใหม่ได้ แต่คนตาย ปลุกให้คืนชีพไม่ได้นะครับ

อย่าให้ถั่วสุกก่อนงาจะไหม้

จีนทำให้ดูเป็นตัวอย่างแล้ว

ผมยังเชียร์นายกฯอยู่นะครับ.

เป็นหยัง ‘คนลาว’ ยังบ่ติดโควิด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/423605?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

เป็นหยัง ‘คนลาว’ ยังบ่ติดโควิด

21 มีนาคม 2563 – 11:55 น.
โควิด 19,ลาว,ศูนย์วิเคราะห์เชื้อโควิดลาว,ทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรีลาว,เจาะประเด็นร้อน,ท่องยุทธภพ,ขุนน้ำหมึก
เปิดอ่าน 63,529 ครั้ง

คอลัมน์ ‘ท่องยุทธภพ’ โดย ‘ขุนน้ำหมึก’ จากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก 21 มี.ค.63

***************************

สปป.ลาว และสหภาพเมียนมา เป็น 2 ประเทศเดียวในอาเซียน ที่ยังไม่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งหลายคนอาจคลางแคลงสงสัย แต่หากได้ติดตามข่าวจากลาวและเมียนมาโดยตรง ก็หายความกังขา

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

กรณีผู้ประกาศข่าวช่องวัน ได้พาดพิงถึงมาตรฐานการสาธารณสุขของ 2 ชาติดังกล่าว หากกองบรรณาธิการได้ติดตามข่าวสารจากสำนักข่าวใหญ่ของเพื่อนบ้าน ก็จะไม่เกิดปัญหาการสื่อสารผิดพลาด

อย่างว่าแหละ สำนักข่าวในประเทศไทยส่วนใหญ่ ติดตามข่าวเพื่อนบ้านผ่านสำนักข่าวต่างประเทศ ซึ่งไม่ได้ให้รายละเอียดอย่างครบด้าน

กระทรวงสาธารณสุขลาว แถลงเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2563 ว่า สปป.ลาวพบผู้สงสัยติดเชื้อโควิด 106 กรณี เมื่อตรวจหาเชื้อแล้ว มีผลเป็นลบ 103 กรณี และรอผลการตรวจอีก กรณี

ประชากรไม่หนาแน่น

ดร.รัดตะนะไช เพ็ดสุวัน รองรัฐมนตรีสาธารณสุข สปป.ลาว ได้ตอบคำถามสื่อมวลชนลาวที่สงสัยว่า เหตุใดคนลาวยังไม่พบผู้ติดเชื้่อโควิด-19 ซึ่งมีคำตอบแบบกว้างๆ ดังนี้

ดร.รัดตะนะไช เพ็ดสุวัน

1.ประชากรไม่หนาแน่น ลาวมีพลเมือง 7 ล้านคน อาศัยอยู่ในเนื้อที่ทั้งประเทศ 2 ล้านกว่าตารางกิโลเมตร ผู้คนอยู่กันอย่างกระจัดกระจาย อย่างนครหลวงเวียงจันทน์ มีประชากร 7 แสนคน ฉะนั้น โอกาสติดเชื้อจึงมีน้อย

2.ขนส่งมวลชนลาวมีจำกัด คนลาวใช้รถส่วนตัว โดยเฉพาะใช้มอเตอร์ไซค์เป็นส่วนใหญ่ การกระจายเชื้อในรถขนส่งสาธารณะจึงแทบไม่มี

ศูนย์วิเคราะห์เชื้อโควิดของลาว

3.รัฐบาลลาว ได้ดำเนินมาตรการป้องกันโควิดมาตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม 2563 เช่นการคัดกรองผู้มาถึงลาวอย่างเข้มงวด โดยการตรวจสอบอุณหภูมิ และแยกผู้ต้องสงสัยที่ติดเชื้อออกไปกักตัว 14 วัน

โรงหมอมิตรภาพ เตรียมรักษาผู้ป่วย

สปป.ลาว มีศูนย์วิเคราะห์และควบคุมโรค แห่ง ด้วยเครื่องมือทันสมัยจากการร่วมมือกับองค์การอนามัยโลก และเตรียมความพร้อมสำหรับโรงพยาบาล แห่งในนครหลวงเวียงจันทน์ และโรงพยาบาลประจำแขวง หากพบผู้ป่วยหากติดเชื้อโควิด

โรงหมอของกองทัพประชาชนลาว

รัฐบาลลาวตระหนักดีว่า การป้องกันโควิดเป็นมาตรการเดียวที่จะทำให้ลาวอยู่รอด จึงโฆษณาให้คนลาวตระหนักถึงการป้องกันตัวเองเป็นอันดับแรก

ข่าวสารจากเมืองลาวทำนองนี้ สื่อหลักของไทย ไม่ค่อยสนใจ รอแต่แปลข่าวจากเอพี รอยเตอร์ จึงเกิดความไม่เข้าใจเพืื่อนบ้าน

สกัดคนจีนเป็นด่านแรก

ทันทีที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสอู่ฮั่น ช่วงปลายเดือนมกราคม 2563 รัฐบาลลาว ได้สั่งให้คณะกรรมการคุ้มครองเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ มีคำสั่งห้ามบุคคลสัญชาติจีน เข้า-ออก เป็นเวลา 10 วัน พูดง่ายๆคือ ปิดกาสิโนที่ใหญ่ที่สุด

ปิดสามเหลี่ยมทองคำ เป็นอันดับแรก

ต่อมา เขตเศรษฐกิจพิเศษฯ ได้ยกระดับห้ามบุคคลทุกสัญชาติ เข้า-ออก เป็นเวลา 17 วัน และวันนี้ ได้ขยายเวลาการปิดสามเหลี่ยมทองคำออกไปอีกเป็น 15 วัน

ทางการลาวได้ระงับการออกวีซ่ากับด่านสากล ที่มีชายแดนติดจีน ห้ามนักท่องเที่ยวจีนเข้าลาว ตั้งแต่วันที่ กุมภาพันธ์นี้ และปิดด่านท้องถิ่น 24 แห่ง ด้านที่ติดพรมแดนเวียดนามและกัมพูชา

ห้ามคนจีนเข้าลาว

สำหรับกรรมกรจีน ที่มาทำงานก่อสร้างเขื่อน และทางรถไฟในลาว ได้กลับไปเยี่ยมบ้านช่วงตรุษจีน ทางการลาวได้ประสานกับบริษัทก่อสร้างของจีน ขอให้กรรมกรจีนเลื่อนการเดินทางกลับลาวออกไปก่อน

ช่วงแรกๆ ตำรวจลาวยังออกไล่ล่า “รถคนจีน” ที่วิ่งเข้ามาในลาว และนำตัวคนจีนไปกักตัว 14 วัน

กึ่งปิดประเทศ

เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2563 ท่านทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีลาวเกี่ยวกับสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 แม้ สปป.ลาว ยังไม่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 แต่ก็มีความเสี่ยงสูง เพราะประเทศเพื่อนบ้านพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สปป.ลาว จึงมีมาตรการสกัดกั้นดังนี้

ทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรีลาว

1.ปิดด่านท้องถิ่น และด่านประเพณี ในขอบเขตทั่วประเทศ ส่วนด่านสากล ให้รับประกันอุปกรณ์ และการตรวจ กลั่นกรองผู้ติดเชื้อไวรัส หากมีความพร้อม จึงอนุญาตให้เปิดเข้า-ออก ได้ตามปกติ

2.ระงับการออกวีซ่าท่องเที่ยวกับด่านทุกประเภท รวมทั้ง E-visa และการท่องเที่ยว เป็นเวลา 30 วัน

3.หลีกเลี่ยงการเดินทางไปต่างประเทศของพลเมืองลาว ยกตัวอย่างห้ามคนลาวมาเที่ยวหรือชอปปิงในไทย แต่อนุญาตให้ไปราชการ และพบแพทย์ได้

4.ผู้ที่เดินทางกลับมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยงติดโควิด ต้องแยกเดี่ยวเป็นเวลา 14 วัน

5.ห้ามจัดงานที่มีการชุมนุมของมวลชน อาทิ งานบุญประเพณี งานแสดงสินค้า การแข่งกีฬา ฯลฯ แม้กระทั่งงานแต่งงานก็ถูกห้ามจัดเด็ดขาด

การซ้อมรับมือผู้ป่วยโควิดของลาว

6.ปิดกิจการร้านบันเทิง ร้านคาราโอเกะ และร้านนวด ทั่วประเทศ

7.ปิดโรงเรียน ตั้งแต่โรงเลี้ยงเด็ก อนุบาล มัธยม มหาวิทยาลัย และสถาบันการศึกษาอื่นๆ

การทำงานของศูนย์วิเคราะห์เชื้อโควิดลาว

8.กำหนดสถานที่กักตัว 14 วัน สำหรับคนลาวที่อยู่ในต่างประเทศจะกลับบ้าน โดยเฉพาะแรงงานลาวในไทย

9.แนะให้คนลาวที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศ เลื่อนการเดินทางกลับประเทศ

มาตรการดังกล่าว ก็คล้ายเมืองไทย ไม่ปิดประเทศ ก็เหมือนปิด เพราะเข้า-ออกยากขึ้น

ยื้อ…ปิดประเทศ พรุ่งนี้ละ? ป่วยโควิด-19 เพิ่มอีกเท่าไหร่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/423285?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ยื้อ…ปิดประเทศ พรุ่งนี้ละ? ป่วยโควิด-19 เพิ่มอีกเท่าไหร่

20 มีนาคม 2563 – 18:10 น.
ไวรัสโคโรน่า,โควิด-19,COVID-19,ปิดประเทศ,่ นายกฯ,ผู้ป่วยใหม่,รัสเซีย,วลาดีมีร์ ปูติน,สี เจิ้นผิง
เปิดอ่าน 7,311 ครั้ง

ยื้อ…ปิดประเทศ พรุ่งนี้ละ? ป่วยโควิด-19 เพิ่มอีกเท่าไหร่ ไม่ใช่ปรากฏการณ์ธรรมดาแน่ เมื่อกระทรวงสาธารณสุข แถลงจำนวนผู้ติดเชื้อวันเดียวถึง 2 ครั้ง..

คลิปที่ 1

  เช้าผู้ป่วยใหม่ 35 ราย

          บ่ายผู้ป่วยเพิ่มเป็น 60 ราย

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

19 มีนาคม 2563 นับเป็นวันแรก  และครั้งแรกที่กระทรวงสาธารณสุขออกแถลงการณ์ วันเดียวถึงสองรอบต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 และตัวเลขก็เพิ่มเป็น “ดับเบิ้ล” เล่นเอาโลกโซเชียลรุมถล่มรัฐบาลแบบไม่ยั้งมือ

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :  

      ด่วน ! สธ.พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 อีก 35 ราย

      ด่วน ไทยติดเชื้อเพิ่มตัวเลขพุ่งกระฉูด 60 ราย

โดนหนักสุด ตกยกให้ “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เจ้าของวลีเด็ด โคโรนาไวรัส2019 หรือโควิด-19 แค่ “ไข้หวัดธรรมดา” ตามมาด้วยอีกวลี “จะติดตั้งจุดคัดกรองที่สนามบินหาสวรรค์วิมานอะไร??” 

ณ วันนี้  สถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 คงไม่ใช่ “ไข้หวัดธรรมดา”อีกแล้ว เมื่อจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มทวีคูณ ขณะที่เดียวกันท่าทีของรัฐบาลเริ่มขยับและปรับกระบวนยุทธ์ในการทำงาน เพื่อรับมือโควิด-19 มากขึ้น

อีกทั้ง การปรากฏตัวของ  “พล.ร.อ.ปวิตร รุจิเทศ” ผู้บัญชาการสำนักงานฝ่ายเสนาธิการในพระองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. และพล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงโหม พร้อมด้วย นพ.พิศิษฐ์ ศรีประเสริฐ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ย่อมไม่ใช่ปรากฏการณ์ธรรมดาแน่

ไม่เพียงเท่านั้น ระดับผู้นำ อย่าง“พลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี ต้องวางมือทุกภารกิจ เพื่อเดินทางด่วน เพื่อมานั่งหัวโต๊ะร่วมประชุมที่กระทรวงสาธารณสุข จากทำเนียบรัฐบาลสู่จังหวัดนนทบุรี “ย่อมไม่ธรรมดา” กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสร้าย “โควิด-19”

ยังมีอะไรอีกมั๊ยที่คนไทยไม่รู้  หรือว่าเราคนไทยต้องพึ่งตัวเอง ดูแลตัวเอง เมื่อการแพร่ระบาดของโควิด-19 เริ่มส่อเค้าจะซ้ำรอยเมืองอู่ฮั้น  ที่วันแรกพบผู่ติดเชื้อ 300 คน วันที่สองเพิ่มเป็น 700 คน และวันที่ เพิ่มเป็น1,700 คนในที่สุด “สี จิ้นผิง” ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ต้องประกาศ “ปิดประเทศ”

เฉกเช่นเดียวกับ มาเลเซีย ออสเตรเลีย ที่สั่งปิดประเทศไปก่อนหน้านัั้น  แต่ที่ฉงนช็อกโลกต้องยกให้ “วลาดิมีร์ ปูติน” ผู้นำรัสเซีย ที่สั่งปิดประเทศเป็นเวลา 2 เดือน วงในระบุว่า“ปูติน”สั่งทุกภาคส่วนคุมเข้มความปลอดภัยด้านสุขภาพให้ประชาชน ตรวจคัดกรองแบบเข้มข้น หลังพบผู้ป่วยเพียง 90 ราย ขณะเดียวกันขอให้ทุกครัวเรือนเตรียมอาหารให้พร้อมสำหรับการดำรงชีพนาน 2 เดือน และให้อยู่ในบ้านเรือนไม่พบปะสังสรรค์

ย้อนมาดูประเทศไทย 19 มีนาคม 2563 ช่วงบ่ายๆ “นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมายืนยันว่าการรับมือโควิด-19 ของประเทศไทยและกระทรวงสาธารณสุขมา”ถูกทางแล้ว“ แต่เพิ่มความเข้มข้นทุกประเทศที่จะเดินทางเข้าไทย

     “ต้องมีใบรับรองแพทย์เพื่อยืนยันว่าไม่มีเชื้อโควิด-19 และใบรับรองแพทย์มีอายุไม่เกิน3วันและต้องซื้อประกันสุขภาพ เมื่อมาถึงไทยต้องผ่านการคัดกรองและกักตัว14วัน” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุ

เหนืออื่นใด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังขอความร่วมมือประชาชนงดการเคลื่อนย้าย หรือออกจากบ้านถ้าไม่จำเป็น แม้ประเทศไทยยัง “ไม่มีประกาศเคอร์ฟิว” ก็ตาม..

ขณะที่กระแสเรียกร้องให้ “ปิดประเทศ” กระหึ่มโชเชียล พร้อมวลีเด็ด “เจ็บ…แต่จบ” เมื่อสิ้นถ้อยแถลงของกระทรวงสาธารณสุข มีจำนวนผู้ป่วยใหม่เพิ่มทวีคูณ และกระจายอยู่ทั่วประเทศ ไม่เกาะกลุ่มเฉพาะกรุงเทพมหานคร อีกต่อไป แบบนี้แล้ว รัฐบาลยัง “เอาอยู่” มั๊ย??

วันนี้คนไทยจะเป็นอย่างไร

แล้วพรุ่งนี้ละ??

 0 กมลทิพย์  ใบเงิน 0 รายงาน 

รู้จัก ‘ผู้ใหญ่ไก่’ ใหญ่กว่า ‘ฉายแสง’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/423377?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

รู้จัก ‘ผู้ใหญ่ไก่’ ใหญ่กว่า ‘ฉายแสง’

20 มีนาคม 2563 – 09:35 น.
ผู้ใหญ่ไก่,กิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์,ฉะเชิงเทรา,แปดริ้ว,ผู้ใหญ่ รักแปดริ้ว,ต้อย แปดริ้ว,สุชาติ ชมกลิ่น,เจาะประเด็นร้อน,ท่องยุทธภพ,ขุนน้ำหมึก
เปิดอ่าน 5,243 ครั้ง

คอลัมน์ ‘ท่องยุทธภพ’ โดย ‘ขุนน้ำหมึก’ จากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก 20 มี.ค.63

****************************

สืบเนื่องจากเกิดเหตุการณ์ที่คนในวงการมวยที่เข้าไปรับชมมวย “ศึกลุมพินีแชมเปี้ยนเกริกไกร” ที่สนามมวยลุมพินี รามอินทรา เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2563 และมีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 กันเป็นจำนวนมาก

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

หนึ่งในนั้นคือ “ผู้ใหญ่ไก่” กิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ นายก อบจ.ฉะเชิงเทรา ในแวดวงมวยไทย ไม่มีใครไม่รู้จักผู้ใหญ่ไก่ ผู้สนับสนุนหลักของ 2 ค่ายมวยดังคือ ค่าย สจ.วิชิตแปดริ้ว และค่าย สจ.ต้อยแปดริ้ว

จังหวะที่ผู้ใหญ่ไก่ เตรียมตัวลงป้องกันตำแหน่งนายก อบจ.ฉะเชิงเทรา จึงเปิดแฟนเพจเฟซบุ๊ก “ผู้ใหญ่ รักแปดริ้ว” เป็นกระบอกเสียง และแฟนเพจผู้ใหญ่ไก่ได้ช่วยกระจายข่าวให้ทราบว่า นายก อบจ.แปดริ้ว ติดเชื้อโควิด และขอให้คนที่สัมผัสหรืออยู่ใกล้ชิด ได้สังเกตอาการอยู่บ้านและไปพบแพทย์

บ้านเปี่ยมทรัพย์

บ้านเปี่ยมทรัพย์ ต.บ้านใหม่ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา กลายเป็น “บ้านใหญ่” ในยุคนี้ อย่างงานเลี้ยงวันคล้ายวันเกิด สุรวดี เป้าเปี่ยมทรัพย์ คู่ชีวิตผู้ใหญ่ไก่ เมื่อกลางปีที่แล้ว มีนักการเมืองทั้งระดับชาติและท้องถิ่น ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ และผู้นำท้องถิ่นมาร่วมอวยพรกันอย่างคับคั่ง

ผู้ใหญ่ไก่ นายก อบจ.แปดริ้ว

จากอดีตผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2(บ้านสัมปทวน) ต.บางแก้ว อ.เมืองฉะเชิงเทรา ผู้ใหญ่ไก่” ได้ก้าวสู่ถนนการเมืองท้องถิ่น เป็น ส.อบจ.ฉะเชิงเทรา และปี 2547 ลงสมัครนายก อบจ.สมัยแรก ก็ได้รับชัยชนะ

สุรวดี เป้าเปี่ยมทรัพย์ 

ผู้ใหญ่ไก่สั่งสมบารมี และสร้างฐานคะแนนทางการเมืองในพื้นที่ จึงเป็นนายก อบจ.ฉะเชิงเทรา สมัยที่ 3 โดยเป็นพันธมิตรกับ สุชาติ ตันเจริญ” บ้านใหญ่พนมสารคาม และ จินดา มะลิผล” พี่สาวสุชาติ (ภรรยา รส มะลิผล อดีต ส.ส.แปดริ้ว) ซึ่งเป็นบ้านใหญ่สนามชัยเขต

บ้านใหญ่เป้าเปี่ยมทรัพย์ เบ่งบานบารมี…ขณะที่ตระกูล “ฉายแสง” พื้นที่การเมืองหดแคบลงเรื่อยๆ เหลือแค่เขตเทศบาลเมืองเท่านั้น

การมวยการเมือง

ชื่อ “นายกไก่” กิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ เป็นที่รู้จักของโปรโมเตอร์มวยชั้นนำของประเทศ โดยมีขุนพลคู่ใจคือ สจ.วิชิต อ่องลออ หัวหน้าค่าย สจ.วิชิตแปดริ้ว และ สจ.ชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ หัวหน้าค่าย สจ.ต้อยแปดริ้ว

ชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์” หรือฉายาในวงการมวย ต้อย แปดริ้ว” เป็นบุตรชายคนโตนายกไก่ และเป็น ส.อบจ.ฉะเชิงเทรา เขต อ.เมือง ถูกวางตัวเป็นทายาททางการเมือง

 สจ.ต้อย แปดริ้ว

ปลายปี 2556 “นายกไก่” ส่งลูกชาย “ต้อย แปดริ้ว” สวมเสื้อพรรคชาติไทยพัฒนา โดยลงสมัครที่เขต 2 ชนกับแชมป์เก่า สมชัย อัศวชัยโสภณ พรรคเพื่อไทย เอาชนะได้ด้วย แต่การเลือกตั้งหนนั้นเป็นโมฆะ

“ต้อย แปดริ้ว” เป็นคนกว้างขวาง มีเพื่อนมิตรทั้งวงการมวย และการเมือง อย่าง “เสี่ยเฮ้ง” สุชาติ ชมกลิ่น ก็สนิทกับ ส.จ.ต้อย

ตอนแรก ส.จ.ต้อยไปคุยกับกลุ่มสามมิตร ก่อนเข้าพลังประชารัฐ เมื่อสุชาติ ลุยจัดทัพเอง ก็ดึง ส.จ.ต้อยมาร่วมทีม

ตระกูลยึดแปดริ้ว

การเลือกตั้งปี 2562 สุชาติ ตันเจริญ จัดวางตัวผู้สมัคร ส.ส.แปดริ้วในนามพรรคพลังประชารัฐ โดยสุชาติผันตัวเองไปลง ส.ส.เขต 3 พร้อมให้พี่เขย รส มะลิผล อดีต ส.ส. ลงเขต 3 และหลานชาย ณัชพล ตันเจริญ อดีต ส.ส. ลงเขต 1 สังกัดพรรคภูมิใจไทย

สุชาติ นำทีมอวยพรวันเกิดชัยวัฒน์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา

“ส.จ.ต้อย” สวมเสื้อพลังประชารัฐ ลงสนามเขต 2 เจอกับคู่ปรับเก่า “เฮียเน้า” สมชัย อัศวชัยโสภณ อดีต ส.ส. 2 สมัยพรรคเพื่อไทย เฮียเน้าเป็นเพื่อน “อิทธิ ศิริลัทธยากร” อดีต ส.ส. 4 สมัย พรรคเดียวกัน แต่สมัยนี้ อิทธิย้ายไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐ

ผลการเลือกตั้ง ชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ ชนะสมชัย อัศวชัยโสภณ ได้เป็น ส.ส.แปดริ้วสมัยแรก สมใจผู้ใหญ่ไก่ และสุชาติ ประมุขบ้านริมน้ำ

สุชาติ และชัยวัฒน์ ลูกผู้ใหญ่ไก่

ทุกวันนี้ สุชาติจับมือผู้ใหญ่ไก่ ในนาม “อบจ.แปดริ้ว” ออกหาเสียงอย่างหนัก ด้วยหวังจะดันผู้ใหญ่ไก่ เป็นนายก อบจ.ฉะเชิงเทรา สมัยที่ 4 ให้ได้ ซึ่งสมัยที่แล้ว ประสิทธิ์ ตันเจริญ เป็นรองนายก อบจ. และลูกชายสุชาติ “มดเล็ก” ศักดิ์ชาย เป็นรองประธานสภา อบจ.

สำหรับ “กิตติชัย เรืองสวัสดิ์” ส.ส.ฉะเชิงเทรา เขต 1 อดีตอนาคตใหม่ที่ย้ายไปพรรคภูมิใจไทย ก็อยู่ในซุ้ม “อบจ.แปดริ้ว” ของสุชาติและผู้ใหญ่ไก่

จะเห็นได้ว่า สุชาตินั้นลีลาการเมืองชั้นเซียนเหยียบเมฆ จึงวางคนไว้ทั้งพรรคพลังประชารัฐ และพรรคภูมิใจไทย

แนะเคล็ดลับ เช็ก 4 เงื่อนไข…ก่อนซื้อ “ประกันโควิด-19” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/423295?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

แนะเคล็ดลับ เช็ก 4 เงื่อนไข…ก่อนซื้อ “ประกันโควิด-19”

19 มีนาคม 2563 – 17:19 น.
โควิด19,ประกันโควิด-19,เงื่อนไข,ซื้อประกัน
เปิดอ่าน 4,822 ครั้ง

ตัวแทนขายประกันแนะเคล็ดลับ 4 เงื่อนไขที่ต้องตอบตัวเอง ก่อนซื้อ “ประกันโควิด-19” ที่สำคัญคือต้องรู้เงื่อนไขว่า ตรวจพบโควิด – 19 เท่านั้นถึงจ่ายค่าคุ้มครอง

หลายคนกำลังเป็นห่วงภาวะแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ ที่ยอดผู้ติดเชื้อในประเทศไทยเพิ่มขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่ต้องการหาซื้อ “ประกันภัยโควิด-19” เพื่อลดภาระทางการเงิน หากโชคร้ายติดเชื้อนี้ขึ้นมา… แต่ใครจะรู้ว่าผู้ซื้ออาจกลายเป็นเหยื่อของกลุ่มธุรกิจที่ฉวยโอกาส... ก่อนควักเงินซื้อโปรดอ่านคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญตัวแทนขายประกัน!

ตอนนี้ตลาดแข่งขันขายประกันโควิด–19 กำลังเดือดสุดขีด เปิดราคาสู้กันตั้งแต่ถูกสุด 99 บาทจนถึง 1,500 บาท มีระยะเวลาคุ้มครอง 1 ปี ทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจไม่ถูกว่าควรเลือกซื้อแบบไหนดี เพราะแม้แต่ในร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น ยังมีขายประกันภัยแบบเลือกซื้อเบี้ยเพียง 117 บาทต่อปี หรือใช้แต้มสะสมแลกก็ยังได้ หากพบเชื้อโควิดจะจ่ายค่ารักษาพยาบาล 7 พันบาท และป่วยขั้น “ภาวะโคม่า” จ่ายให้ทันที 7 หมื่นบาท หรือกรณีบางบริษัทเสนอแผนความคุ้มครองจ่ายค่าเบี้ย 1,300 ตรวจพบโควิด-19 จ่ายทันที 2 แสนบาท หากเข้ารักษาในภาวะโคม่าจะมีวงเงินคุ้มครองอีก 1 ล้านบาท

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official              

             หลายคนสับสนว่าควรดูเงื่อนไขก่อนซื้อประกันอย่างไรบ้าง?

ตัวแทนขายประกันจากบริษัทยักษ์ใหญ่ของไทยรายหนึ่งให้สัมภาษณ์ “คมชัดลึก” ว่าก่อนเลือกซื้อประกันภัยโควิด–19 ต้องอ่านรายละเอียดและพิจารณา 4 เงื่อนไขสำคัญดังนี้

1. บริษัทที่เลือกต้องเป็นบริษัทมีชื่อเสียงเชื่อถือได้เท่านั้น ไม่ควรเลือกซื้อบริษัทเล็กหรือเปิดใหม่ที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน เพราะที่ผ่านมาเคยมีบริษัทเปิดใหม่ขนาดเล็กมาขาย “ประกันวินาศภัย” แล้วสักพักก็ปิดตัวเองหายไป เพราะไม่มีเงินจ่ายค่าเคลมหรือชดใช้ค่าสินไหมทดแทนของลูกค้าที่เกิดอุบัติเหตุไฟไหม้หลายรายในเวลาใกล้เคียงกัน

2.ไม่ควรซื้อประกันที่ราคาถูกมากเกินไป เช่น 99 บาท เพราะจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลเพียงแค่ 1-2 หมื่นบาท ซึ่งไม่พอเพียงกับค่าใช้จ่ายในกรณีที่เกิดติดเชื้อไวรัสโคโรนาแล้วต้องเข้าโรงพยาบาล แต่ควรเลือกซื้อราคาตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป จะจ่ายประมาณ 1 แสนบาท

3. ไม่ต้องจ่ายซ้ำซ้อนหากมี “กรมธรรม์ประกันชีวิต” พ่วง “ประกันภัยสุขภาพ” ซึ่งปกติจะมีการคุ้มครองโรคร้ายอยู่แล้ว เพราะการติดเชื้อไวรัสโคโรนาแล้วป่วย ต้องนอนรักษาในโรงพยาบาล จะได้รับการคุ้มครองตามสิทธิเดิมอยู่แล้ว ไม่ว่าเจ็บป่วยไม่สบายจากเชื้อไวรัสตัวใดก็ตาม นอกจากอยากซื้อ“ประกันภัยโควิด-219” เพิ่มเติมเป็นพิเศษ

4.ควรศึกษา “เงื่อนไขที่เขียนซ่อนไว้” หรือรายละเอียดยิบย่อยในกรมธรรม์ ซึ่งมีความแตกต่างกันในแต่ละบริษัท เช่น บางแห่งระบุว่า “ผู้ซื้อ” ต้องไม่เคยมีประวัติเดินทางออกนอกประเทศไทยเป็นเวลา 30 วัน ในวันเริ่มต้นที่กรมธรรม์คุ้มครอง หรือ ต้องมีร่างกายแข็งแรงไม่มีโรคประจำตัว“ไม่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงเป็นผู้ติดโรค” หรือ“ไม่เคยอยู่ในกลุ่มที่เคยถูกสงสัยว่าอาจติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019” หรือบางบริษัทกำหนดว่าขายเฉพาะคนไทยที่อยู่ในประเทศไทยเท่านั้น อยู่ต่างประเทศซื้อไม่ได้

ตัวแทนขายประกันข้างต้นกล่าวแนะนำต่อว่า“ ที่สำคัญคือต้องรู้เงื่อนไขว่า ตรวจพบโควิด – 19 เท่านั้นถึงจ่ายค่าคุ้มครอง หลายคนเข้าใจผิดว่าถ้าไปโรงพยาบาลเพื่อขอตรวจก็คุ้มครองแล้ว จ่ายค่าตรวจไป 5 -7 พันบาทแต่ไม่พบโควิด แล้วมาเคลมว่าไปตรวจโควิด บริษัทไม่จ่ายเด็ดขาด จ่ายเฉพาะคนที่ตรวจแล้วเจอโควิด ตอนนี้คนสูงอายุก็ซื้อได้ เพราะระบุอายุตั้งแต่ 1 – 99 ปี แนะนำว่าอย่าซื้อราคาถูกเกินไป ตอนนี้มีบางบริษัทประกันภัยปิดการขายไปแล้ว ไม่รู้ว่าเกิดจากอะไร ให้พิจารณาว่าต้องการวงเงินคุ้มครองแบบไหน บางแห่งตรวจพบจ่ายทันที 5 หมื่นบาทแล้วจบกันไป คนที่ซื้อแบบนี้ควรเป็นผู้ที่เคยซื้อประกันสุขภาพประจำปีอยู่แล้ว แต่ซื้อเพิ่มเพื่อความอุ่นใจ แต่ถ้าใครไม่มีอาจต้องซื้อแบบที่จ่ายหลักแสนบาทขึ้นไป เพื่อให้ครอบคลุมขณะที่ต้องนอนรักษาในโรงพยาบาล เพราะแต่ละคนมีอาการหนักเบาไม่เท่ากัน”

ล่าสุด “คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย” (คปภ.) มีคำสั่งห้ามผู้ประกอบธุรกิจประกันภัยใช้ภาวะการประกาศโรคระบาดของรัฐบาล ในกรณีเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ 2019 มาเป็น“ข้ออ้าง”หรือเป็น“ข้อยกเว้น”  ไม่ยอมจ่ายค่าคุ้มครองกรณีผู้ที่ซื้อกรมธรรม์ชีวิตหรือประกันสุขภาพไว้แล้ว

นอกจากนี้คปภ. ยังมีนโยบายช่วยเหลือการทำประกันให้กับชาวบ้านทั่วไปที่เป็นสมาชิกกองทันหมู่บ้านทั่วประเทศด้วย โดย“รักษ์พงษ์ เซ่งเจริญ” ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) ระบุว่าปัจจุบันมีกองทุนหมู่บ้านมีสมาชิกทั่วประเทศ 8 หมื่น กองทุน แต่ละกองทุนมีสมาชิกประมาณ 100 คน สำนักงาน คปภ.จะนำระบบประกันภัย หรือ “กรมธรรม์ประกันภัยการติดเชื้อไวรัสโควิด-19”เข้ามาช่วยบริหารความเสี่ยงภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เพื่อให้กับสมาชิกกองทุนหมู่บ้านพิจารณาร่วมกัน โดยเฉพาะ สำหรับสมาชิกกองทุนมีความเสี่ยง

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจอยากตรวจสอบรายชื่อ “บริษัท” และ “สาขา” ของบริษัทประกันชีวิตสามารถเช็คได้ที่เวบไซด์สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย  http://www.oic.or.th/th/industry/statistic/data/27/2

ส่องลึก ‘ที่ปรึกษาหญิง’ เกมหน้ากากผี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/423159?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ส่องลึก ‘ที่ปรึกษาหญิง’ เกมหน้ากากผี

19 มีนาคม 2563 – 09:35 น.
ติ่ง มัลลิกา,มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข,อัจฉริยะ เรืองรัตนพง,ที่ปรึกษารมวพาณิชย์,กักตุนหน้ากาก,เจาะประเด็นร้อน,ท่องยุทธภพ,ขุนน้ำหมึก
เปิดอ่าน 4,606 ครั้ง

คอลัมน์ ‘ท่องยุทธภพ’ โดย ‘ขุนน้ำหมึก’ จากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก 19 มี.ค.63

***************************************

สัปดาห์ที่แล้ว อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์” ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้นำหลักฐานข้อมูลการกักตุนหน้ากากอนามัย มามอบให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผบ.ตร. เพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกักตุนและการนำเข้า-ส่งออกหน้ากากอนามัย

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

มาถึงสัปดาห์นี้ มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข” ที่ปรึกษารัฐมนตรีพาณิชย์ ได้มอบอำนาจให้ทนายความดำเนินคดีกับอัจฉริยะ กรณีระบุตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีพาณิชย์ ซึ่งตัวมัลลิกาเอง เป็นหนึ่งในจำนวนที่ได้รับการแต่งตั้ง

สำหรับทีมทนายความที่ “ติ่ง มัลลิกา” มอบให้ทำคดีคือสำนักงานนิติธร ล้ำเหลือ (KAT) โดยวันนั้น “ทนายนกเขา” ได้นำทีมเข้าแจ้งความที่ ปอท.ด้วยตัวเอง

ที่ปรึกษาติ่ง

หลังจากตกเป็นข่าวเม้าท์อยู่หลายวัน “ที่ปรึกษาติ่ง” ก็ตั้งโต๊ะแถลงชี้แจงกรณีที่ดำเนินคดีกับประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม และยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเกี่ยวกับการส่งออกหน้ากากอนามัย หรือผู้ประกอบการหน้ากากอนามัย รวมถึงไม่เคยรู้จักกับผู้ใดที่เกี่ยวข้องกับกิจการหน้ากากอนามัย

ที่ปรึกษาติ่ง

“ติ่ง” หรือ “มอลลี่” เป็นชาวไทลื้อ อ.เชียงม่วน จ.พะเยา อดีตผู้สื่อข่าว ผู้ประกาศข่าวและพิธีกร ได้เข้าสู่วงการการเมืองโดยการสนับสนุนของ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ผู้ก่อตั้งพรรคมหาชน

นับแต่ปี 2548 “ติ่ง ไอทีวี” พยายามจะปักธงเป็น “ส.ส.พะเยา” แต่ไม่เคยสำเร็จ ทั้งในสีเสื้อพรรคมหาชน และพรรคประชาธิปัตย์ ถึงขั้นตั้งมูลนิธิมัลลิกาช่วยเหลือประชาชน เพื่อกรุยทางมัดใจชาวบ้าน

เลือกตั้งปี 2562 ติ่งลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และวางตัวน้องชาย มนัสศักดิ์ บุญมีตระกูล ลงสมัคร ส.ส.เขต 3 พะเยา ก็ไม่ได้เป็น ส.ส.ทั้งพี่ทั้งน้อง

สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ ติ่งก็มีตำแหน่งทางการเมือง เป็นอดีตเลขานุการรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมและที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

สาวไทลื้อชื่อ ติ่ง

เมื่อพรรคประชาธิปัตย์เปลี่ยนแปลงคณะบริหาร ติ่งได้รับเลือกให้เป็นกรรมการบริหารพรรค หลัง ปชป.เข้าร่วมรัฐนาวาตู่ 2 “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” ในฐานะ รมว.พานิชย์ เสนอชื่อติ่ง มัลลิกา เป็นที่ปรึกษา โดยการเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี

สมัย จุติ ไกรฤกษ์ เป็นเจ้ากระทรวงไอซีที ชื่อที่ปรึกษา “ต.เต่า” (ติ๊ก ติ่ง ตั๊น) ดังระบือลือลั่น…วันนี้ ต. แยกทางกันเดินเป็นที่เรียบร้อย

ที่ปรึกษาหญิง

วันที่ 16 มีนาคม 2563 แฟนเพจชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม มีข้อความว่า “ที่ปรึกษา รมต.พาณิชย์ มีตั้งหลายคนที่เป็นผู้หญิง ชมรมยังไม่เคยระบุเลยว่า…เป็นใคร ทำไมมันร้อนตัวจัง อิอิ”

ในฐานะเจ้ากระทรวงพาณิชย์ “อู๊ดด้า” จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ได้แต่งตั้ง “คณะที่ปรึกษา” ขึ้นมาชุดหนึ่งประมาณ 10 กว่าคน และในนั้นเป็นผู้หญิง คน

จุรินทร์เจอศึกหน้ากาก

ประกอบด้วย อรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์ อดีต ส.ส.กทม., พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ลูกสาวพิเชษฐ อดีต ส.ส.กระบี่ และส.ส.บัญชีรายชื่อ, อรอนงค์ คล้ายนก อดีต ส.ส.กทม., เบญญาภา เกษประดิษฐ อดีตผู้สมัคร ส.ส.เขตหนองจอก, นาถยา แดงบุหงา อดีต ส.ส.กทม., นันทพร วีรกุลสุนทร อดีต ส.ส.กทม. และเยาวลักษมิ์ โตอนันต์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.ปราจีนบุรี

จะว่าไปแล้วตำแหน่งคณะที่ปรึกษาก็เป็นรางวัลปลอบใจคนแพ้ ไม่ได้มีอำนาจอะไรมากมาย ต่างจากที่ปรึกษาติ่ง

เหนือทนาย

หลายคนเข้าใจผิดคิดว่า “อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์” โดยเส้นทางชีวิตของเขาเริ่มจากอาชีพวิศวกร เพราะจบการศึกษาในระดับปริญญาตรีด้านวิศวกรรมโยธา จึงยึดอาชีพเป็นนักธุรกิจก่อสร้างก่อนจะมาทำชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมและสำนักงานกฎหมายและทนายความควบคู่กันไป

อัจฉริยะ ตอนที่สมัครเป็นสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนา แต่ลาออกแล้ว

ประมาณต้นเดือนกันยายน 2562 “อัจฉริยะ” ได้สร้างความประหลาดใจให้แฟนคลับ เขาเปิดตัวเป็นสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนา และเตรียมเปิดศูนย์ช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมที่ภายในปั๊มน้ำมัน ปตท.หลักเมือง ถนนมาลัยแมน ต.ท่าพี่เลี้ยง อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี ของ สรชัด สุจิตต์” ส.ส.สุพรรณบุรี เขต 1 ชาติไทยพัฒนา

วันที่ 19 ธันวาคม 2562 อัจฉริยะ ประกาศลาออกจากสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนา ผ่านทางแฟนเพจชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม โดยไม่มีคำชี้แจงใดๆ

อัจฉริยะผ่านศึกเสือเหนือใต้มาโชกโชน..มีเรื่องหน้ากากผีนี่แหละที่เป็นเรื่องการเมืองล้วนๆ

กรุงเทพมหานคร ต้อง รุกฆาตโควิด-19 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/423075?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

กรุงเทพมหานคร ต้อง รุกฆาตโควิด-19

18 มีนาคม 2563 – 17:55 น.
ไวรัสโคโรนา,โควิด-19,COVID-19,ผู้ว่าฯอัศวิน,อนุทิน,คมชัดลึกออนไลน์
เปิดอ่าน 708 ครั้ง

กรุงเทพมหานคร ต้องรุกฆาตโควิด-19 ….เพื่อให้สิ่งเหล่านี้… ความหวาดกลัว! ความหวาดผวา! ความวิตกกังวล! ทุกข์ใจ! ไร้ที่พึ่ง! เครียด! หมดไป ฯลฯ

        หวาดกลัว! หวาดผวา! วิตกกังวล! ทุกข์ใจ! ไร้ที่พึ่ง! เครียด! ฯลฯ

                นี่เป็นส่วนหนึ่งของความรู้สึกของคนไทยค่อนประเทศ กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเจ้าวายร้าย “ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19” ที่กระจายไปทั่วโลก ยังไม่ทีท่าว่าจะ“หยุด”ซะทีเดียว 

        อ่านข่าว : รัฐบาลแถลงปิดสถานศึกษาทั่วไทย เพื่อควบคุมโควิด-19

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

                 เอาเถอะ!! แม้รัฐนาวา “ลุงตู่” แถลงว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดในไทยยังไม่เลวร้าย หรือยังอยู่ใน “ระยะที่2” เท่านั้น และรัฐบาลได้เตรียมพร้อมแผนสำรองเอาไว้แล้วเพื่อรองรับหากถึงขั้นแย่ที่สุด 

                จากนั้นครม.ลุงตู่ ก็เข็นมาตรการปิดสถานศึกษาทั่วประเทศ ปิดเรือนจำ และตามด้วยปิดสถานบริการหลายประเภท อาทิ สนามมวย ผับ สถานบริการ ร้านนวด นวดแผนไทย นวดแผนโบราณ โรงภาพยนตร์ พิกัดเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เป็นเวลา 14 วันเริ่มตั้งแต่วันที่ 18-31 มี.ค.2563

                 เชื่อหรือไม่ว่า มาตรการเหล่านี้คนไทยส่วนใหญ่รวมถึงพลเมืองกรุงเทพมหานคร จำนวนกว่า 13 ล้านคน ยังไม่เชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะ “เอาอยู่” หรือเอาชนะเจ้าวายร้ายโควิด-19 นี้ได้แบบ “อยู่หมัด” 

         “คมชัดลึกออนไลน์” มีโอกาสได้รับคำชี้แนะ รวมถึงกลยุทธ์เพื่อนำไปสู่ยุทธวิธีในการทำงานเชิงรุก ก้าวล้ำไปข้างหน้า จาก “คณะทำงานอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข” เพื่อปราบปรามเจ้าวายร้ายโควิด-19 ให้หยุดการแพร่เชื้อ และเรียกขวัญกำลังใจคนไทยและชาวกรุงเทพมหานครให้กลับคืนมา…

       ก่อนอื่น 2 ผู้นำ หมายถึง “พลตำรวจเอกอัศวิน ขวัญเมือง” ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร  และ “นายอนุทิน ชาญวีรกุล” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ต้องหลอมรวมเป็น “ดรีมทีม” เพื่อสู้โควิด-19 โฟกัสเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานคร ก่อนด้วยการทำงานเชิงรุก ดังนี้

 1.กทม.-สธ. 2 หน่วยงานประสานกันเป็นหนึ่งเดียว

 2.ระดมบุคลากรทางการแพทย์ ทั้งจาก กทม.และสธ. จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ลุยตรวจคัดกรองประชาชนในพื้นที่ เริ่มจากพื้นที่ “เซฟโซน5เขต” ได้แก่เขตพระนคร,เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย,เขตสัมพันธวงศ์,เขตบางรัก และเขตปทุมวันที่อยู่ใจกลางกรุงเทพมหานคร การคัดกรองสุขภาพประชาชน ไล่เรียงมาตั้งแต่ระดับเขต ลงไปแขวง และลงสู่ชุมชน  

 3.ประสานขอความร่วมมือจากหน่วยกู้ภัย จิตอาสา อาสามัคร ในการร่วมลงพื้นที่คัดกครองประชาชนชาวกรุงเทพฯ เพื่อให้ครบทั้ง 50 เขต และในการทำ “บิ๊กคลิ่นนิ่ง” ฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อ หากไม่มีอุปกรณ์ก็ขอความร่วมมือจากเกษตรกรในพื้นทีไ่ด้

 4.สำรวจสุขภาพของประชาชน ในแต่ละชุมชน ว่ามีความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหน ควบคุมโซนไม่ให้เกิดการแพร่ระบาด

5.เฝ้าระวังหากมีเคสเสี่ยงติดโควิด-19

 6.มีจุดบริการครบวงจร เจ้าหน้าที่พร้อมเคลื่อนย้ายหากพบผู้ป่วยฉุกเฉิน

7.ตรวจติดตามการคัดครองสุขภาพประชาชนแต่ละชุมชนซ้ำ บันทึก ข้อมูล จัดเก็บ รายงาน และเฝ้าระวังตลอด24ชั่วโมง

   8. มีจุดสื่อสารใกล้ชิดกับประชาชน อาจจะผ่าน “เพจผู้ว่าฯอัศวิน” เป็นช่องทางตอบทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับโควิด-19 ให้ชาวกรุงเทพฯ 13 ล้านคนอบอุ่นใจว่ามีผู้นำเป็นที่พึ่งได้และอยู่เคียงข้าง ยามยากลำบาก

  9.ประมวลผล ทั้งหมดนำเสนอระดับชาติ คลอดเป็นโมเดลเพื่อนำไปใช้ในอีก 76 จังหวัดที่เหลือ

  10 เดินหน้าลงชุมชนถี่ยิบ เพื่อตรวจคัดกรองประชาชนอย่างเข้มข้น แบบเชิงรุก เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ

    ด้วยจิตคารวะ ทั้งหมดทั้งมวล ผู้เขียนหวังเพียงว่า ยุทธวิธีเหล่านี้หากนำมาใช้จริงชาวกรุงเทพฯ คงอบอุ่นใจ และรู้สึก“ปลอดภัย” อาจจะนำไปสู่การผนึกกำลังลุกขึ้นสู้กับเจ้าวายร้ายโควิด-19 ในที่สุด..

       0 กมลทิพย์   ใบเงิน 0 รายงาน