ซักฟอกนโยบายรัฐ ภารกิจทดสอบ”ฝ่ายค้าน”

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/380015?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ซักฟอกนโยบายรัฐ ภารกิจทดสอบ”ฝ่ายค้าน”

18 กรกฎาคม 2562 – 09:15 น.
ซักฟอก,รัฐบาล,ดาวสภา,เพื่อไทย
เปิดอ่าน 1,450 ครั้ง

คอลัมน์…  รักแผ่นดิน  โดย…   ฅนไท  ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

เป็นการทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลในสภาครั้งแรก อย่างเป็นทางการของฝ่ายค้าน ที่นำโดยพรรคเพื่อไทยและอนาคตใหม่ ต่อการอภิปรายนโยบายรัฐบาล ซึ่งจะมีขึ้นวันที่ 24-26 ก.ค.นี้

ขุนพลฝ่ายค้านรอบนี้ ล้วนแต่เป็น “หน้าใหม่” เพราะ “ดาวสภา” เดิมของฝ่ายค้าน กลายเป็น ส.ส.สอบตกไปเสียแทบหมดสิ้น จึงต้องติดตามดูว่า

“ดาวดวงใหม่” ของฝ่ายค้าน จะเกิดขึ้นได้อย่าง “เข้าตา” ประชาชนหรือไม่

การเป็น “ดาวสภา”ของฝ่ายค้าน หาใช่การเก่งแค่สร้าง “วาทะกรรม” หรือ

”หลอกด่ารัฐบาล” หากแต่คนที่ก้าวขึ้นเป็นระดับขุนพลในการอภิปรายจะต้องเป็นผู้ที่ “ทำการบ้าน” มีข้อมูล -หลักฐาน สามารถอภิปรายเรื่องยากให้ประชาชนเข้าใจง่าย ๆ

ยกตัวอย่างเช่น การอภิปรายของ ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี หรือ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ที่ทั้งสองเป็นตัวอย่างของ “ดาวสภาค้างฟ้า” ที่เวลาอภิปราย

ทั้งนโยบายรัฐ หรือไม่ไว้วางใจรัฐบาล คอการเมืองจะรอชมทางหน้าจอโทรทัศน์อย่างเนืองแน่น

แต่สภารอบนี้ ไม่มี “ดาวสภาทั้งสอง” จึงอาจจะเป็นโอกาส กำเนิดดาวดวงใหม่ ที่เริ่มฉายแววขึ้นมา เช่น ชลน่าน ศรีแก้ว จิรายุ ห่วงทรัพย์ แต่ต้องดูการทำการบ้านในการอภิปรายครั้งนี้ว่า จะเป็น “ดาวดวงใหม่” หรือ ดาวดับ!

เพราะสภา ถึงแม้จะเป็นที่พูด ที่สามารถ “สร้างคนได้” แต่ก็สามารถ “ฆ่า”คนได้ หากการพูดนั้นมาจากการไม่รู้จริง หรือการเอาข้อมูลเท็จ มากล่าวหาผู้อื่น จนจับได้ไล่ทัน ซึ่งเคยมีบทเรียนมาแล้วในประวัติศาสตร์การเมืองไทยหลายยุคหลายสมัย

ไมโครโฟนในสภา จึงไม่ใช่แค่อาวุธ “ทิ่มแทง” ศัตรูทางการเมืองเพียงอย่างเดียว หากแต่ไมโครโฟนในสภา อาจกลายเป็นอาวุธ “ประหัตประหาร”ตัวเอง

ดังนั้นการจะลุกขึ้นอภิปรายใดๆ จำเป็นจะต้องมีความรู้ และหลักฐานอย่างชัดเจน ใช่สักแต่ “พล่าม” ในสภาเท่านั้น

ยกแรกของสภาในระบอบประชาธิปไตยชุดนี้ หลังจากเราห่างหายบรรยากาศ แห่งการ “พูด”ในสภา จึงมิใช่แค่บททดสอบความพร้อมของรัฐบาลในระบอบประชาธิปไตยเท่านั้น หากแต่เป็นบททดสอบฝ่ายค้านไปด้วยเช่นกัน

“งาน-เงิน-สุขภาพ”ผู้สูงวัย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/380012?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

“งาน-เงิน-สุขภาพ”ผู้สูงวัย

18 กรกฎาคม 2562 – 07:30 น.
งาน-เงิน-สุขภาพผู้สูงวัย,ผู้สูงอายุ,สุขภาพ,โรงพยาบาล
เปิดอ่าน 1,297 ครั้ง

บทบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม 2562

ในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง บรรดาพรรคการเมืองต่างผลักดันนโยบายเกี่ยวกับผู้สูงอายุเกือบทุกพรรคการเมือง ซึ่งนโยบายหลากหลายนั้นครอบคลุมเกือบทุกด้าน หากนำมาปฏิบัติได้จริงคงสร้างคุณภาพชีวิตผู้สูงวัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนใหญ่ของนโยบายก็มุ่งในเรื่องการสร้างรายได้วัยเกษียณทั้งการเปิดกว้างให้สามารถทำงานต่อได้ในส่วนภาครัฐที่เริ่มดำเนินการไปบ้างแล้ว และการจูงใจให้เอกชนจ้างงานผู้เกษียณที่ยังแข็งแรงและมีประสบการณ์ นอกจากนั้นเป็นการเน้นมาตรการเรื่องการสร้างเงินออมเพื่อไว้ใช้ในยามเกษียณ ตลอดจนมาตรการเรื่องรัฐสวัสดิการที่พรรคต่างๆ แย่งชิงเสนอเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ จนตัวเลขพุ่งสูง ทำให้อดคิดคำนวณไม่ได้ว่าในอีกประมาณไม่เกิน 10 ปีประเทศไทยจะมีผู้สูงวัยประมาณ 18 ล้านคน จะส่งผลให้งบประมาณเบี้ยยังชีพก้าวกระโดดขึ้นไปขนาดไหนและไหวไหม

สำหรับผู้สูงวัยในเรื่องหลักที่ต้องบริหารจัดการน่าจะเป็นเรื่อง “งาน-เงิน-สุขภาพ” โดยในส่วนผู้สูงวัยหรือวัยเกษียณที่ยังมีสุขภาพแข็งแรงนอกจากการเปิดช่องของภาครัฐให้ยังสามารถจ้างงานต่อไปอีกได้และดึงให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในมาตรการนี้ถือเป็นเรื่องดี ขณะเดียวกันควรจะส่งเสริมให้ผู้สูงวัยใช้ประสบการณ์และทักษะทำงานในการสร้างอาชีพอิสระหรือรวมกลุ่มเหมือนกับรัฐวิสาหกิจชุมชนเพื่อสร้างอาชีพรายได้ รวมไปถึงหากสามารถพัฒนาต่อยอดโดยมีภาครัฐสนับสนุนก็อาจจะไต่ระดับขึ้นไปได้อีก ซึ่งในกลุ่มผู้สูงวัยที่มีรายได้เพียงพอทั้งจากเงินออม รายได้จากบุตร หรือจากบำนาญ เป็นกลุ่มที่ไม่น่าต้องวิตกมากนัก ในขณะที่กลุ่มผู้สูงอายุที่มีข้อจำกัดด้านรายได้แต่มีทักษะเชี่ยวชาญตามสายอาชีพหากมีแนวทางที่สร้างรายได้ให้แก่ผู้สูงวัยกลุ่มนี้น่าจะเป็นกลุ่มเป้าหมายธุรกิจที่สำคัญได้เช่นกัน

คุณภาพชีวิตและสุขภาพเป็นอีกปัจจัยที่ต้องจัดการบริหารให้เหมาะสมกับผู้สูงวัย ซึ่งภาครัฐได้มีนโยบายและทิศทางการทำงานมาแล้วเมื่อประกอบกับนโยบายของพรรคการเมืองที่นำเสนอกันมาจึงน่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงในระยะข้างหน้า อย่างเช่น ข้อเสนอตั้งกองทุนประชารัฐกตัญญูเพื่อปรับปรุงบ้านให้เหมาะกับผู้สูงอายุ หรือแม้แต่ข้อเสนอเรื่องคอนโดสำหรับผู้สูงอายุสำหรับกลุ่มผู้สูงวัยที่ไม่มีครอบครัวดูแล รวมไปทั้งการส่งเสริมสภาพแวดล้อม ทั้งด้านระบบขนส่งสาธารณะและที่อยู่อาศัยให้เหมาะสมกับผู้สูงอายุ การจัดการในเรื่องผู้ดูแลสำหรับผู้สูงอายุติดเตียง และอีกประการคือมาตรการส่งเสริมสุขภาพในกลุ่มผู้สูงวัย ซึ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าธุรกิจที่เกี่ยวกับผู้สูงอายุเติบโตขึ้นตามจำนวนกลุ่มผู้สูงวัยในขณะที่ภาครัฐต้องส่งเสริมเปิดให้เข้าถึงได้ง่าย รวมทั้งสนับสนุนด้านภาษีและงบประมาณด้วย

สุขภาพผู้สูงวัยย่อมหลีกเลี่ยงไม่พ้นที่เกี่ยวข้องกับโรงพยาบาลโดยเฉพาะปัจจุบันในหลายประเทศได้แยกโรงพยาบาลเฉพาะผู้สูงอายุออกมาแล้วส่วนในเมืองไทยก็กำลังเริ่มเดินเครื่องแม้จะยังไม่เต็มที่เพราะส่วนใหญ่ยังอยู่ในรูปแบบศูนย์การดูแลผู้สูงอายุโดยเป็นส่วนหนึ่งภายในโรงพยาบาล ซึ่งตอนนี้ทางกรุงเทพมหานคร หรือ กทม. ได้แจ้งความคืบหน้าการก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียนที่รุดหน้าเกือบเสร็จสมบูรณ์ จะสามารถเปิดให้บริการได้ภายในปีนี้ ขนาด 300 เตียง รองรับผู้ป่วยนอกได้ประมาณ 1,000 คนต่อวัน ซึ่งดูแล้วคงสามารถรองรับได้ในพื้นที่เขตฝั่งธนบุรี แต่ในระยะยาวคงไม่อาจรองรับได้เพียงพอ ดังนั้นภาครัฐควรต้องพิจารณาเพิ่มโรงพยาบาลเฉพาะผู้สูงอายุให้สมดุลกับภาวะสังคมผู้สูงอายุด้วย ซึ่งในนโยบายพรรคการเมืองก็เสนอสร้างโรงพยาบาลเฉพาะทางผู้สูงอายุทุกอำเภอไว้เช่นกัน

‘ป.ป.ส.’เตือน!..ระวังถูกอ้างชื่อส่งยาเสพติดทางไปรษณีย์

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/379898?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

‘ป.ป.ส.’เตือน!..ระวังถูกอ้างชื่อส่งยาเสพติดทางไปรษณีย์

17 กรกฎาคม 2562 – 12:55 น.
สายตรวจระวังภัย
เปิดอ่าน 1,900 ครั้ง

คอลัมน์…  สายตรวจระวังภัย    โดย…   กรกมล อักษรเดช

ประเทศไทยต้องเผชิญกับปัญหายาเสพติดมาอย่างยาวนาน ซึ่งสภาพปัญหาได้เปลี่ยนแปลงไปตามสภาวะการณ์ของโลกในยุคปัจจุบัน เด็กและเยาวชนเริ่มใช้ยาเสพติดมีอายุน้อยลง ขณะที่กลุ่มแก๊งเครือข่ายยาเสพติดมักเลือกใช้วิธีการส่งยาเสพติดให้แก่ผู้เสพและผู้ค้ารายย่อยด้วยการฝากส่งทางไปรษณีย์ หลังจากเจรจาตกลงผ่าน “โซเชียลมีเดีย”​ ที่เข้าถึงง่ายแค่ปลายนิ้วสัมผัส

จากปัญหาที่กำลังระบาดเรื่องยาเสพติดที่จัดส่งทางไปรษณีย์ นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) บอกว่า ขณะนี้ขบวนการค้ายาเสพติดได้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ และบริการจัดส่งสินค้าพัสดุภัณฑ์ในการกระทำผิด โดยที่ผ่านมาพบว่ามีการใช้ในการซื้อขายและจัดส่งยาเสพติดประเภท ยาบ้า ไอซ์ กัญชา กระท่อม เอ็กซ์ตาซี และโคเคน ในระดับขายส่งรายย่อยและขายปลีกให้ผู้เสพ จึงขอให้พี่น้องประชาชนได้ดูแลบุตรหลานในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ ที่สำคัญต้องระมัดระวังการถูกใช้ชื่อเป็นผู้ส่ง หรือผู้รับพัสดุภัณฑ์ โดยหลีกเลี่ยงให้บุคคลอื่นยืมบัตรประจำตัวประชาชนหรือเอกสารแสดงตนใดๆ หากพบสิ่งผิดปกติให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอันดับแรก

นายนิยม อธิบายว่า การส่งยาเสพติดให้ผู้ซื้อในประเทศมีความผิดฐาน “จำหน่าย” มีโทษสูงสุด คือ จำคุกตลอดชีวิต และปรับ 1-5 ล้านบาท หรือประหารชีวิต ถ้าเป็นการส่งยาเสพติดไปยังผู้ซื้อในต่างประเทศจะมีความผิดฐาน “ส่งออก” ในขณะที่ผู้รับยาเสพติดมีความผิดฐาน “ครอบครอง” การส่งสิ่งผิดกฎหมายทางไปรษณีย์ กรณีพบว่าเจ้าของหรือผู้ดำเนินกิจการสถานประกอบการรายใดที่มีพฤติการณ์ในการฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามประกาศข้างต้นในลักษณะที่เป็นการปล่อยปละละเลย ให้ความร่วมมือ หรือสนับสนุนการกระทำความผิด จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด จะมีโทษปรับตั้งแต่ 10,000-50,000 บาท จึงขอเน้นย้ำผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามประกาศดังกล่าวอย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ส. ได้เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ โดยผลิตสื่ออินโฟกราฟฟิกเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว เพื่อสร้างการรับรู้ให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน พร้อมข้อควรปฏิบัติสำหรับประชาชนไม่ให้กระทำความผิด และไม่ตกเป็นเหยื่อในการรับฝากส่งพัสดุไปรษณีย์ และหากพบเห็นว่า มีการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ไม่ว่าจะเป็นการซื้อ-ขาย หรือกรณีผู้ดำเนินกิจการสถานประกอบการรายใดมีพฤติการณ์ฝ่าฝืน สามารถแจ้งเข้ามาได้ที่สายด่วน สำนักงาน ป.ป.ส. 1386 ตลอด 24 ชั่วโมง

เช่นเดียวกับ นางสมร เทิดธรรมพิบูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) ระบุว่า ไปรษณีย์ไทยให้ความสำคัญในเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อป้องกันการส่งยาเสพติด สิ่งผิดกฎหมาย และวัตถุอันตรายผ่านเส้นทางไปรษณีย์มาโดยตลอด โดยมีมาตรการป้องกันการฝากส่งสิ่งของผิดกฎหมายในทุกขั้นตอนการฝากส่ง อาทิ การให้ผู้ใช้บริการแสดงบัตรประจำตัวประชาชนทุกครั้งก่อนการฝากส่ง ตามมาตรการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ของ ป.ป.ส. เพื่อให้สามารถตรวจสอบไปถึงบุคคลที่เกี่ยวข้อง ในกรณีที่พบการฝากส่งสิ่งของผิดกฎหมาย จะส่งต่อไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินคดี

นอกจากนี้ยังติดตั้งกล้องวงจรปิด ณ ที่ทำการไปรษณีย์ทุกแห่งทั่วประเทศ ที่สามารถบันทึกภาพขณะที่ผู้ใช้บริการทำการฝากส่งสิ่งของ เพื่อตรวจสอบหาผู้กระทำผิดที่ทำการฝากส่งสิ่งของผิดกฎหมาย การเอกซเรย์สิ่งของ ณ ศูนย์ไปรษณีย์ 19 แห่งทั่วประเทศ หากเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ไทยพบความผิดปกติของสิ่งของฝากส่ง จะสอบถามและตรวจสอบสิ่งของดังกล่าว

“การฝากส่งสิ่งของผิดกฎหมายทางไปรษณีย์ที่รวมถึงยาเสพติด เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย หากผู้ใช้บริการฝ่าฝืนส่งยาเสพติด หรือสิ่งของผิดกฎหมายอื่นๆ ผ่านเส้นทางไปรษณีย์ ไปรษณีย์ไทยพร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการตรวจสอบ และสืบหาผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีได้อย่างแน่นอน” นางสมร กล่าวย้ำ

บัตรประจำตัวประชาชนกับเอกสารแสดงตนอื่นๆ ไม่ใช่ของเล่น อย่าให้ยืม ลืม หล่น สูญหาย ก็ไม่ควรชะล่าใจ เพราะไม่เช่นนั้นชื่อคุณอาจปรากฏเป็นผู้รับหรือคนส่งยาเสพติดทางไปรษณีย์..!!

แฉพฤติการณ์ “สิบล้อมาเฟีย”ยิงขู่-พุ่งชน ไม่สน จนท.

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/379896?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

แฉพฤติการณ์ “สิบล้อมาเฟีย”ยิงขู่-พุ่งชน ไม่สน จนท.

17 กรกฎาคม 2562 – 12:35 น.
ล่าความจริงพิกัดข่าว,สิบล้อมาเฟีย
เปิดอ่าน 1,737 ครั้ง

คอลัมน์… ล่าความจริง..พิกัดข่าว โดย…  อนุรักษ์ เพ็ญสวัสดิ์

“มีการขัดขืนระหว่างเจ้าหน้าที่ขอตรวจสอบน้ำหนัก ทั้งจอดรถไว้แล้ววิ่งหนี หรือมีกลุ่มชายฉกรรจ์ที่ขับรถติดตามมาข่มขู่แย่งชิงรถไปจากเจ้าหน้าที่ ล่าสุดมีการยิงปืนขึ้นฟ้าข่มขู่ถึง 4 นัดที่หนองบัวลำภู และก่อนหน้านั้นมีการขว้างระเบิดปิงปองใส่ด่านตรวจที่สระบุรีด้วย”

นี่คือคำบอกเล่าจากเจ้าหน้าที่กรมทางหลวงเกี่ยวกับอันตรายที่ต้องเผชิญจากการปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบน้ำหนักรถบรรทุก โดยเฉพาะรถสิบล้อที่บรรทุกน้ำหนักเกินพิกัดที่กฎหมายกำหนด อ่านเผินๆ นึกว่าเป็นสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่จริงๆ แล้วสถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้นแทบทุกพื้นที่ ยิ่งเส้นทางไหนเป็นเส้นทางชุมนุมสิบล้อ ปัญหายิ่งวิกฤติ

พฤติการณ์ขัดขืน ตอบโต้ กลั่นแกล้ง และคุกคามเจ้าหน้าที่ ถึงขั้นขับรถสิบล้อไล่ชนก็ยังมี เป็นเหตุการณ์ร้ายที่เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษเคลื่อนที่เร็ว กรมทางหลวง ต้องประสบพบเจอแทบทุกครั้งที่ออกปฏิบัติภารกิจตั้งด่านตรวจสอบน้ำหนัก ไม่ว่าจะช่วงกลางวันแสกๆ หรือยามค่ำคืนก็ตาม สะท้อนถึงความอุกอาจ ไม่เกรงกลัวกฎหมายของแก๊งอิทธิพล

“ล่าความจริง” ขยายประเด็นตรวจสอบเรื่องนี้มาจากเรื่องร้องเรียนของชาวบ้านหนองบัวลำภู โดยเฉพาะ อ.ศรีบุญเรือง ที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักจากปัญหารถสิบล้อหลบด่านตรวจและด่านชั่งน้ำหนักที่มักไปดักบนถนนสายหลัก เลี่ยงมาใช้ถนนสายรองที่ชาวบ้านร้านตลาดใช้ในชีวิตประจำวัน เป็นถนนที่ตัดผ่านชุมชน วัด โรงเรียน และย่านการค้า ทำให้เกิดอันตรายและถนนพังเสียหายใช้การไม่ได้

เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงหลายสิบชีวิตได้รับคำสั่งลับให้ลงพื้นที่ไปทำภารกิจปราบปรามแก๊งรถบรรทุกที่สร้างความเดือดร้อน พบรถบรรทุกหลบด่านวันละนับร้อยคัน แต่เส้นทางการทำงานไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะพวกเขาต้องเจอพฤติกรรมการข่มขู่คุกคามสารพัดรูปแบบจนทำให้เกิดความรู้สึกไม่ปลอดภัย ซ้ำร้ายกลุ่มคนที่อยู่เบื้องหลังคอยสนับสนุนยังเป็นผู้มีอิทธิพลในจังหวัดย่านนั้นอีกด้วย

แก๊งสิบล้อแก๊งนี้โดยมากรับบรรทุกหินจากโรงโม่หินในจังหวัดเลย หนองบัวลำภู และใกล้เคียง มีรถยนต์เครื่องแรงทำหน้าที่ “ม้าเร็ว” เหมือนหน่วยล่วงหน้า คอยขับสอดส่องดูตามทางหลวงสายต่างๆ ว่ามีด่านตั้งอยู่หรือไม่ เมื่อเจอด่านก็พาขับหลบเลี่ยงเข้าไปตามถนนสายรอง จนกลายเป็นปัญหาค้างคาใจชาวบ้าน

แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ลงไปทำงานด้วยการใช้หน่วยเคลื่อนที่เร็วคอยดักทางแก๊งสิบล้อ ปรากฏว่าเมื่อสกัดจับรถที่กระทำผิดกฎหมายได้ ก็โดนแก๊งรถปิกอัพอีก 4-5 คันมาปิดล้อม จากนั้นก็มีการยิงปืนขู่ขึ้นฟ้า เปิดทางให้รถบรรทุกพุ่งชนแท่งแบริเออร์แล้วหลบหนีไป

ปราบพล โล่ห์วีระ ผู้อำนวยการสำนักงานควบคุมน้ำหนักยานพาหนะ กรมทางหลวง เปิดใจกับ “ล่าความจริง” ต้นตอของปัญหานี้เกิดจากการที่กลุ่มรถบรรทุกพยายามขนวัสดุและสินค้าให้เกินน้ำหนักที่กฎหมายกำหนดไว้ 2 เท่าตัว เพื่อหวังฟันกำไรเพิ่ม โดยไม่แคร์ว่ารัฐต้องสิ้นเปลืองเงินภาษีของคนไทยทั้งประเทศมาซ่อมผิวถนนปีละหลายหมื่นล้านบาท ขณะที่เจ้าของสินค้าหรือผู้ที่สั่งสินค้าก็ไม่มีความรับผิดชอบต่อสังคม พยายามสั่งวัสดุและกดราคาให้ถูกที่สุด ทำให้ต้องมีการขนใส่รถบรรทุกแล้วบรรทุกน้ำหนักเกิน เพื่อลดต้นทุนจากการขนส่ง

ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ทางหลวงเข้มงวดกับการบรรทุกน้ำหนักเกินมากขึ้น สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ถึงกว่า 12,000 ราย ทำให้สิงห์รถบรรทุกบางส่วนที่มีพฤติกรรมละเมิดกฎหมายและมีอิทธิพลหนุนหลัง ล้างแค้นด้วยการข่มขู่คุกคามเจ้าหน้าที่ในหลายรูปแบบ ทำให้หน่วยต้นสังกัดต้องส่งเจ้าหน้าที่ไปฝึกในค่ายทหารเพื่อรับมือกับภัยร้ายที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

“เวลาเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจจะลงพื้นที่แต่ละครั้งต้องสนธิกำลังหลายสิบคนและต้องส่งไปเรียนศิลปะป้องกันตัวกับหน่วยงานของทหารกันเลย” ปราบพล กล่าว

สำหรับแนวทางแก้ไขเฉพาะหน้าที่จังหวัดหนองบัวลำภูดำเนินการแล้ว นำร่องเป็น “หนองบัวลำภูโมเดล” ก็คือประสานท้องถิ่นทุกแห่งร่วมมือกันบังคับใช้กฎหมาย สนธิกำลังทุกหน่วยทุกฝ่ายให้ช่วยกันกวาดล้างจับกุม ส่วนในระยะกลางคือการสร้างด่านตรวจน้ำหนักถาวรในพื้นที่ และระยะยาวคือแก้กฎหมายเพิ่มบทลงโทษ เอาผิดถึงบริษัทที่รับจ้างสิบล้อมาขนวัสดุ

ทุกมาตรการล้วนดีและไม่มีใครค้าน แต่ต้องไม่ลืมดูแลสวัสดิภาพและสวัสดิการเจ้าหน้าที่ทางหลวงน้ำดีทุกคนด้วย!

ตู้พนัน-ตู้สล็อตทำลายอนาคตเด็ก

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/379895?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ตู้พนัน-ตู้สล็อตทำลายอนาคตเด็ก

17 กรกฎาคม 2562 – 12:05 น.
อ๊อด เทอร์โบดับเครื่องชน,ตู้พนัน,ตู้สล็อต
เปิดอ่าน 1,148 ครั้ง

คอลัมน์… อ๊อด เทอร์โบ..ดับเครื่องชน oddturbo1900@gmail.com

‘ดับเครื่องชน’ ได้รับการร้องเรียนจากพ่อแม่ผู้ปกครองเด็กนักเรียนจากร้อยเอ็ดว่าเวลานี้เกือบทุกหมู่บ้านมี ‘ตู้การพนัน-ตู้สล็อต’ ซึ่งเป็นต้นน้ำของความเลวร้ายต่างๆ ตามมาเป็นลูกโซ่

ตู้พนันเหล่านี้สร้างรายได้มหาศาลให้แก่เจ้าของซึ่งเป็นผู้มีอิทธิพลมีเงินและเป็นผู้มีความใกล้ชิดกับตำรวจและผู้นำชุมชน ซึ่งจะต้องถอนรากถอนโคนโดยด่วน

ปล่อยไว้จะเป็นตัวการทำลายเด็กนักเรียนและเยาวชนไทยให้หมดอนาคต

ที่บอกว่า ‘ตู้พนัน’ สารพัดรูปแบบเหล่านี้จะล่อใจให้เด็กหนีโรงเรียนมาเล่นและมีการพนัน โดยเด็กๆ เอาเงินค่าข้าวค่าขนมที่พ่อแม่ให้มาโรงเรียนมาเล่น

พอเงินหมดก็ต้องขโมยมาเล่น แล้วพอมั่วสุมกันหนักเข้าก็ลามปามไปถึงยาเสพติด ต่อด้วยการตั้งแก๊งก่ออาชญากรรม

อย่าถามว่าแล้วตำรวจไม่จับกุมจัดการตามกฎหมาย เพราะใครๆ ก็รู้ว่า ‘เงิน’ เก็บส่วยตู้สล็อต-ตู้พนัน เป็นรายได้หลัก ส่วน ‘เงินเดือน’ เป็นรายได้เสริม !

นี่คือประเทศไทยที่สังคมกำลังดิ่งนรกและอนาคตมืดมนหากไม่จัดระเบียบและทำกฎหมายให้ศักดิ์สิทธิ์นับแต่บัดนี้

อ๊อด เทอร์โบ


 ข้อแนะนำทำ ‘สมาธิ’
ขอเป็นสื่อกลางการแนะนำวิธีการฝึกสมาธิจาก ‘พญ.อรภา เข็มทอง’ จิตแพทย์ รถ.จิตเวชนครราชสีมา ซึ่งสามารถทำได้ง่ายๆ และเป็นประโยชน์ต่อร่างกายและจิตใจอย่างมาก

ขอขอบคุณ ‘นพ.กิตต์กวี โพธิ์โน’ ผอ.รพ.จิตเวชนครราชสีมาราชนครินทร์ ที่ให้ข้อเท็จจริงว่า

สภาพการเปลี่ยนแปลงของสังคมเศรษฐกิจและเทคโนโลยีการสื่อสารในยุคปัจจุบัน ล้วนก่อความเครียดให้ประชาชนได้ง่าย การคลายเครียดมีหลายวิธีที่ได้ผล เช่น การออกกำลังกาย แต่ประชาชนบางคนอาจไม่สะดวก หรือมีข้อจำกัดต่างๆ รพ.จิตเวชนคราชสีมาฯ

จึงมีข้อแนะนำให้ใช้วิธีการฝึกทำสมาธิ ซึ่งเป็นการผ่อนคลายความเครียดที่ลึกซึ้งที่สุด มีรูปแบบที่ง่าย สามารถปฏิบัติได้ด้วยตัวเอง ทำที่ไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องไปทำที่วัด สามารถทำได้ทุกอิริยาบถ ไม่มีข้อจำกัดด้านอายุ ผู้ที่กำลังนอนป่วยก็ทำได้

หลักสำคัญของการทำสมาธิคือการเอาใจไปจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพียงสิ่งเดียว คือการนับลมหายใจของตัวเองเป็นหลัก และยุติการคิดเรื่องอื่นๆ อย่างสิ้นเชิง การทำสมาธิจะช่วยให้จิตใจสงบ ปลอดความคิดฟุ้งซ่าน ความกังวล เศร้า โกรธ ซึ่งเป็นผลมาจากความเครียด


 ‘สมาธิ’ คลายเครียด
 ฝึกเป็นประจำป้องกันโรค

วิธีการฝึกสมาธิโดยการนับลมหายใจมีเพียง 3 ขั้นง่ายๆ ดังนี้

ขั้นที่ 1 ให้นั่งหรือนอนแล้วหลับตาเพื่อตัดสิ่งรบกวนทั้งหมดและหายใจเข้า-ออกช้าๆ จากนั้นให้เริ่มนับลมหายใจเข้า-ออก คือลมหายใจเข้านับ 1 หายใจออกก็นับ 1, หายใจเข้านับ 2 หายใจออกก็นับ 2 นับไปเรื่อยๆ ลักษณะเดียวกันจนถึง 5 แล้วให้เริ่มนับ 1 ใหม่ นับไปจนถึง 6 แล้วกลับมาเริ่มนับ 1 ใหม่จนถึง 7 และเพิ่มจำนวนเป็น 8, 9, 10 เมื่อครบ 10 ถือเป็น 1 รอบแล้วจึงเริ่มนับ 1 ใหม่ไปจนถึง 10 และทำซ้ำๆ กันจนใจสงบและนิ่งขึ้น โดยผู้ที่เริ่มฝึกครั้งแรกอาจจะนับเลขผิดพลาดได้ เนื่องจากอาจยังไม่มีสมาธิพอหรืออาจจะมีความคิดอื่นๆ ผุดขึ้นมาระหว่างนับลมหายใจ ไม่ต้องกังวลใจ ขอให้พยายามตั้งสติใหม่ ประการสำคัญเมื่อมีความคิดแทรกขึ้นมาขอให้รับรู้และปล่อยไป ไม่เก็บมาคิดต่อสมาธิจะดีขึ้น

ขั้นที่ 2 เมื่อใจสงบมากขึ้นแล้วให้เริ่มนับลมหายใจเข้า-ออกเร็วขึ้นไปอีก และต่อเนื่องกันคือหายใจเข้านับ 1 หายใจออกนับ 2 ไปจนถึง 10 และขั้นที่ 3 หากนับลมหายใจเข้า-ออกได้เร็ว และไม่ผิดพลาดแสดงว่าจิตใจสงบมากแล้ว คราวนี้ให้ใช้สติมารับรู้รับลมหายใจเข้า-ออกเพียงอย่างเดียว ไม่ต้องนับเลขและไม่คิดเรื่องใดๆ ทั้งสิ้นมีแต่เรื่องสงบเท่านั้น

หากเราฝึกสมาธิเป็นประจำโดยใช้เวลาเพียง 15 นาทีวันละ 2 ครั้ง คือ เช้าและเย็น หรือก่อนนอนจะทำให้จิตใจเราสงบ เบิกบานอารมณ์เย็น สมองแจ่มใส หายเครียด จนตัวเองและคนใกล้ชิดรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน

การฝึกสมาธินี้ได้รับความนิยมจากคนทั่วโลก มีงานวิจัยยืนยันตรงกันว่ามีผลดีต่อร่างกายและจิตใจช่วยทำให้จิตสงบ โดยร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนเอ็นดอร์ฟินส์ หรือสารแห่งความสุขออกมาช่วยให้ระบบประสาทสมองทำงานเป็นระเบียบ การทำงานของอวัยวะมีประสิทธิภาพดีขึ้น

สามารถป้องกันการเกิดโรคที่มีความสัมพันธ์กับความเครียดได้อย่างน้อย 6 โรค ได้แก่ โรคซึมเศร้า โรคอัลไซเมอร์ โรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคมะเร็งและโรคหลอดเลือดหัวใจ


 เครื่องหมายจราจรที่ชัดเจน
 ช่วยลดอุบัติเหตุ

ผมเป็นคนขับรับจ้างอยู่อ่างทอง และขอแจ้งผ่านคุณอ๊อดสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรื่องเส้นแบ่งเลนบนถนนปัจจุบันนี้ทำไมไม่สะท้อนแสงในเวลากลางคืน เครื่องหมายจราจรตามถนนที่สะท้อนแสงสำหรับเตือนผู้ใช้เส้นทางก็หายาก

ผมขอฝากไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำเรื่องนี้ไปพิจารณาสักนิดนะครับ เพื่อช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนนโดยเฉพาะถนนสายเอเชียและถนนที่แยกออกไปเข้าตัวจังหวัดและอำเภอต่างๆ มีปัญหามากๆ ยิ่งเวลานี้เข้าหน้าฝนขับรถไม่เห็นเส้นแบ่งถนนหรือแบ่งเลนเลยครับ ไม่เฉพาะตัวผมแต่รวมถึงผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย

ผมไม่รู้ว่าถนนเส้นไหนอยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวง, กรมทางหลวงชนบท หรือหน่วยงานอื่นๆ แต่ขอให้ช่วยกันปรับปรุงเส้นแบ่งเลน โดยเฉพาะให้มีเส้นสะท้อนแสงในตอนกลางคืน

โปรดเห็นใจและช่วยเหลือประชาชนผู้ต้องขับรถเวลากลางคืนด้วยเถิดครับ
ช้าง (อ่างทอง)


ตอบ คุณ ‘ช้าง’ อ่างทอง
จดหมายของคุณเข้าใจง่ายๆ และตรงไปตรงมาดี เพราะเวลานี้มีการแบ่งความรับผิดชอบในการซ่อมสร้างถนนจนประชาชนเข้าใจผิดและไม่รู้ว่าจะร้องเรียนไปที่ไหน แต่สรุปประมาณว่าให้ทุกหน่วยงานช่วยเหลือปรับปรุงแก้ไขด้วย

ท่านที่ขับรถไปต่างจังหวัดหรือแม้กระทั่งในเขต กทม. ย่อมเข้าใจถึงความสำคัญของเส้นแบ่งเลนถนนได้ดีเพราะคนขับรถจะได้รักษาเส้นทางของตนและเรื่องเส้นสะท้อนแสงยิ่งต้องให้มีสภาพดีเวลากลางคืนจะได้เห็นชัดเจน

ขณะนี้เข้าสู่หน้าฝน เวลาฝนตกหนักทัศนวิสัยไม่ดีก็ได้อาศัยเส้นสะท้อนแสงนี่แหละเป็นหลักในการขับรถ และทางที่ดีหากมีปัญหาเรื่องการมองเห็นขอแนะนำให้เข้าปั๊มน้ำมันพักก่อนดีกว่าปลอดภัยกว่า

ด้วยความปรารถนาดีและขอให้ทุกท่านเดินทางโดยปลอดภัยทุกประการ อย่าเมาแล้วขับ เวลาง่วงหรือเพลีย ต้องหยุดพัก อย่าขับรถเร็วเกินอัตรากฎหมายกำหนด !!!
อ๊อด เทอร์โบ


ความรับผิดชอบพึงบังเกิด

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/379893?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ความรับผิดชอบพึงบังเกิด

17 กรกฎาคม 2562 – 12:05 น.
พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา,จี้จุดตายคลายจุดเป็น
เปิดอ่าน 1,223 ครั้ง

คอลัมน์… จี้จุดตาย..คลายจุดเป็น โดย…   เร้นกาย ไร้เงา

“ครม.ลุงตุ่ 2” เริ่มทำงานตามกติกาแล้ว !

ห้าปีเศษกับการบริหารราชการแผ่นดินในยุค คสช.ปิดฉากไปแล้ว และวันนี้รัฐบาลที่มาจากการหย่อนบัตรเลือกตั้งได้มาทำหน้าที่แทน…

ช่วงหนึ่งของการแถลงปิดฉากนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.เมื่อเย็นวันจันทร์นั้น น่าพินิจว่าลุงตู่ได้บอกสังคมให้ทราบทั่วกันแล้วว่า จากนี้ไปเมืองไทยจะไปอีกขั้นหนึ่ง “บัดนี้ประเทศไทยได้เข้าสู่การปกครองระบอบประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์ มี ส.ส.มาจากการเลือกตั้ง มีรัฐบาลที่มาจากความเห็นชอบของรัฐสภา สิทธิเสรีภาพต่างๆ ได้รับหลักประกันคุ้มครองไว้ในรัฐธรรมนูญตามแบบอย่างนานาอารยประเทศ ปัญหาทุกอย่างจะได้รับการแก้ไขตามกฎเกณฑ์ปกติโดยไม่มีอำนาจพิเศษใดๆ อีกต่อไป…”

ดังนั้นดีๆ ชั่วๆ ในวันวานคือบทเรียนของวันนี้และวันหน้าว่า “สิ่งใดควร สิ่งใดมิควร”

สามสิบห้าชีวิตเสนาบดีที่ต้องช่วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขับเคลื่อนเรือเหล็กออกจากปากอ่าวเพื่อเผชิญมรสุมและเกลียวคลื่นที่รออยู่เบื้องหน้า

ภารกิจนี้ต้องสอดรับกับการทำหน้าที่ ส.ส.สิบเก้าพรรคร่วมรัฐบาล ที่ต้องยืนบนหลักการทำงานที่ถูกต้องเพราะเงินเดือนของฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัตินั้นมาจากภาษีประชาชนต้องทำให้คุ้มค่า

ดังนั้นการร่วมแรงร่วมใจคือสิ่งสำคัญสุด ความหมางใจในการชิงเก้าอี้ควรยุติลง แล้วปักหมุดเดินหน้าลุยทันทีเพราะเวลาไม่คอยท่าแล้ว

ภารกิจรับผิดชอบกับการดูแลความเดือดร้อนของประชาชนคือการบ้านที่ ครม.ชุดนี้ต้องทำทันที หลายนโยบายที่พรรคร่วมรัฐบาลหาเสียงแล้วนำมาปรับให้เป็นเนื้อหาเดียวกันที่ต้องแถลงต่อรัฐสภาในวันที่ 25 กรกฎาคม เป็นต้นไปนั้น คือคำมั่นของครม.ลุงตู่ 2 ที่มิอาจละเลยได้แม้แต่ข้อเดียว

รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งและไร้มาตรา 44 อาจจะไม่สะดวกในการทำงานนัก แต่ลุงตู่ต้องรับสภาพพร้อมทั้งเตรียมตัวที่จะถูกขั้วตรงข้ามทั้งในและนอกสภาจัดหนักในทุกชั่วขณะ

ล่าสุดในโลกออนไลน์ ติดตามมิวสิกวิดีโอ “เอาไงดีครับพี่ตู่” ของวงคาราบาวกันพอควร มิวสิกวิดีโอเพลงนี้ที่ปล่อยออกมานั้น เนื้อหาของเพลงสะท้อนปัญหาอันเกิดมาจากภาครัฐที่ไม่ยอมยกเลิกการใช้สารพิษอันตราย “แอ๊ด คาราบาว” ตั้งคำถามตรงๆ ต่อผู้นำประเทศที่เปรียบเสมือนพี่ชายของตนให้หันมาแก้ไขปัญหานี้อย่างเร่งด่วน เพื่อยุติการเทสารพิษลงบนผืนแผ่นดินไทย หยุดอันตรายจากการปนเปื้อน

ตรงนี้คือส่วนหนึ่งของภาคสังคมที่ตั้งคำถามต่อ ครม.ลุงตู่ 2 ว่าจะแก้ไขอย่างไร? และขั้วตรงข้ามจะงัดทุกมุมที่สามารถทำได้ออกมา แม้บางเรื่องจะไม่ใช่เรื่องก็ตาม แต่อย่าลืมว่ามันคือเทคนิคของคนการเมืองที่จะตอดเล็กตอดน้อยให้หงุดหงิดใจ นัยว่าเพื่อยั่วอารมณ์ให้ฟิวส์ขาด

แว่วมาจากเจ็ดพรรคร่วมฝ่ายค้านว่าการแถลงนโยบายรัฐบาล จะมีการชำแหละหลากวาระ แม้บางวาระจะคล้ายว่าไม่เกี่ยวกัน แต่อย่าลืมว่ามันคือแท็กติกในการเก็บแต้มของฝ้ายค้านที่จะนำสิ่งละอันพันละน้อยมารวบรวมไว้แล้วรอทุบ !

เพราะเจ็ดพรรคฝ่ายค้านจะผลัดกันออกมาเปิดประเด็นต่างๆ ให้สังคมรับรู้และเตรียมถามกลับว่า มันจริงดั่งคำที่พวกเขาว่าไว้หรือ ?

งานนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ นักที่ลุงตู่จะรับมือได้ดั่งที่ผ่านมา เพราะขั้วตรงข้ามรู้ว่าลุงตู่ฉุนง่าย…ดังนั้นสตาฟฟ์หลังบ้านลุงตู่อย่าตกหลุมที่ขั้วตรงข้ามขุดดักรอไว้ และเสนาบดีรวมทั้งองครักษ์ก็ต้องแสดงบทให้ดีอย่ามั่วจนเกินงาม

ขอย้ำอีกครั้งว่าความรับผิดชอบต่อบ้านเมืองเป็นของทุกฝ่าย สิ่งใดดีควรส่งเสริมกันและกัน สิ่งใดไม่ดีควรแนะนำเพื่อหาทางแก้ไข

การเมืองคือความรับผิดชอบร่วมกันของคนการเมือง เกมการเมืองก็ต้องอยู่ในกติกา

ดังนั้นความรับผิดชอบพึงบังเกิดกับทุกฝ่ายแล้ว…ขอให้โชคดีกับทุกชีวิตเพราะเกมการเมืองเริ่มอย่างเป็นทางการแล้ว !

ใครอุ้ม “ปวิน” หายตัวไปไม่ร่ำลา

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/379912?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ใครอุ้ม “ปวิน” หายตัวไปไม่ร่ำลา

17 กรกฎาคม 2562 – 10:25 น.
ปวิน,ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์,จรรยา ยิ้มประเสริฐ,แดงลี้ภัย,ผู้หนีคดี 112,คดี 112,มาตรา 112,ผู้ต้องหาคดีมาตรา,จอม เพชรประดับ,วัฒน์ วรรลยางกูร,แยม ไฟเย็น,ลี้ภัยต่างแดน
เปิดอ่าน 20,059 ครั้ง

คอลัมน์ “ท่องยุทธภพ” โดย “ขุนน้ำหมึก” หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก 17 ก.ค.62

*****************

ข่าวสารจากกลุ่มผู้ลี้ภัย ผู้หนีคดี 112 ในต่างแดน หนีไม่พ้นเรื่องถูกขู่ฆ่า ถูกไล่ล่า ซึ่งข้อมูลที่เผยแพร่ผ่านสื่อโซเชียลของฝ่ายผู้ลี้ภัย ก็มิอาจยืนยันได้ว่าเป็นข่าวจริงหรือข่าวลวง

ล่าสุด “วัฒน์ วรรลยางกูร” ผู้ลี้ภัยคดี 112 ที่เพิ่งเดินทางออกจากลาวไปถึงนครปารีส ได้เปิดเผยถึงชีวิตผู้ลี้ภัยในลาวเป็นครั้งแรกผ่านเฟซบุ๊กและช่องยูทูบของ จอม เพชรประดับ

ปวิน” หายไปไหน?

ระหว่างที่ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และ “ช่อ” พรรณิการ์ วานิช พรรคอนาคตใหม่ เดินสายไปแถวยุโรปและข้ามฝั่งไปสหรัฐอเมริกา 

ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

บรรดาขาเชียร์ขาแช่งเฝ้าเกาะติดหน้าเฟซบุ๊ก Pavin Chachavalpongpun เพราะอยากจะได้อ่านคำวิจารณ์แสบๆ คันๆ จาก “ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์” ต่อกรณีของ “ธนาธรช่อ” ทัวร์ต่างแดนเที่ยวนี้ จู่ๆ เหล่าสาวกก็รู้สึกแปลกใจ เมื่อ “ปวิน” หายไปจากหน้าเฟซตั้งแต่วันที่ กรกฎาคม 2562

มีสื่อบางสำนักเสนอข่าวการหายตัวไปอย่างลึกลับของปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการประจำสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษามหาวิทยาลัยเกียวโต ซึ่งก็ยังไม่ได้รับการตอบรับจากทางมหาวิทยาลัยต้นสังกัด

มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ นานา เนื่องจากภาพ “คนหาย” ในสายน้ำโขงยังตามหลอนผู้ลี้ภัยอยู่

จอม”แจ้งเบาะแส

เมื่อ 14 กรกฎาคม ที่ผ่านมา “จอม เพชรประดับ” สื่ออิสระในสหรัฐ ได้แจ้งเบาะแสของปวินผ่านเฟซบุ๊ก Jom Petchpradab ว่า หลังจากพยายามติดต่อ สืบหาข้อมูล ถึงการเงียบหายไปของ อ.ปวิน ทั้งคนใกล้ชิด สนิทสนมทั้งในและต่างประเทศ อยู่หลายคน ทุกคน ทุกแหล่ง ต่างก็อ้างข้อมูลของ Andrew MacGregor Marshall ที่บอกว่า อ.ปวิน สบายดี เพียงแต่อยากจะดึงตัวเองจากโลกโซเชียลไปสักพักเท่านั้นเอง (แหล่งข่าวจากขอบเตียงแอบกระซิบมาว่า ก็คงไม่พ้นเรื่องผู้ชง ผู้ชายนั่นแหละค้าที่เป็นเหตุหลัก)

จอม เพชรประดับ

ตอนท้าย “จอม” ยังยืนยันว่า “การเงียบหายไปครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับการมาทัวร์ต่างประเทศของหัวหน้าพรรคสีส้มนะครับ เพราะ อ.ปวิน ไม่กินน้ำส้มมานานแล้ว”

จอมเชื่อว่าปวินเยียวยาหัวใจตัวเองเรียบร้อยและพร้อมเมื่อไหร่ก็คงจะมาพบกับแฟนๆ

ไฟเย็น”รอแต่ไร้หวัง

สำหรับกลุ่มวงดนตรีไฟเย็นที่ยังรอความหวังเรื่องการลี้ภัยอยู่ในลาว ยิ่งเนิ่นนานวันไป ยิ่งเหว่ว้าวังเวง “แยม ไฟเย็น” เสมือนโฆษกกลุ่มไฟเย็น ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า “ถ้าหากว่ากระบวนการช่วยเหลือไปประเทศที่สามนั้นล่าช้า หรือสุดท้ายมองในแง่ร้ายสุดคืออาจจะไม่ประสบผลสำเร็จอะไรแบบนี้ แยมควรต้องดำเนินแนวทางอย่างไรต่อไป..”

แยม ไฟเย็น

ที่เธอต้องออกตัวไว้ก่อนเพราะสัญญาณการช่วยเหลือจากต่างประเทศนั้นดูเลื่อนลอย แถมยังมีคนแอบส่งข้อความขู่ฆ่ามาเป็นระยะๆ

ขณะเดียวกันทางการลาวได้ออกมาตรการเด็ดขาดห้ามผู้หลบภัยทุกกลุ่มจัดรายการวิทยุใต้ดินหรือวิเคราะห์การเมืองบนยูทูบ ซึ่งกลุ่มไฟเย็นต้องหากิจกรรมอย่างอื่นทำ เช่นการทำเพลงใหม่ๆ ออกมาเผยแพร่

จอม เพชรประดับ ก็ได้แสดงความเห็นต่อกรณีกลุ่มไฟเย็นว่า ที่ประชุมกลุ่ม Red USA รับทราบด้วยความเห็นใจ และเป็นห่วงเป็นใยอย่างยิ่ง และเฝ้ารอผลกระบวนการการช่วยเหลือเพื่อให้ออกจากลาวได้อย่างปลอดภัย

 สำหรับบริบทของการเมืองและสังคมอเมริกาในยุคนี้ การช่วยเหลือเบื้องต้นจึงทำได้เพียงระดมเงินช่วยเหลือไปจำนวนหนึ่ง ซึ่งผมได้ส่งเงินจำนวนดังกล่าวไปยังน้องๆ ที่ลาวเรียบร้อยแล้วครับ” 

อธิบายความตามนี้ หมายถึงว่าประธานาธิบดีทรัมป์ พรรครีพับรีกัน ไม่ได้ชูประชาธิปไตยและสิทธิมนษยชนเหมือนพรรคเดโมแครต

ระหว่างรอการลี้ภัย วงไฟเย็นทำเพลงชุดใหม่

แม้แต่ จรรยา ยิ้มประเสริฐ หัวเรี่ยวหัวแรงในยุโรปก็ออกอาการถอดใจ ฉะนั้นโอกาสที่กลุ่มไฟเย็นจะต้องอยู่ในลาวตลอดไป มีความไปได้สูง

จะว่าไปแล้วการที่ผู้หลบภัยในลาวเปิดปฏิบัติการข่าวสารข้ามโขงนั่นแหละ ที่นำมาสู่ความเดือดร้อนกันถ้วนหน้า ต้องมาทำเรื่องลี้ภัยกันวุ่นวาย

การประเมินกำลังตนเองสูงเกินจริง จึงทำให้ “โกตี๋” สุรชัย แซ่ด่าน และลุงสนามหลวง ต้องพานพบความปราชัยในที่สุด

“อนุดิษฐ์”กับการเข็นฝันพท.ยุคใหม่

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/379894?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

“อนุดิษฐ์”กับการเข็นฝันพท.ยุคใหม่

17 กรกฎาคม 2562 – 10:10 น.
นตฐิติ นาครทรรพ,พรรคเพื่อไทย
เปิดอ่าน 1,927 ครั้ง

โดย…  สมัชชา หุ่นสาระ

ตำแหน่งเลขาธิการพรรคในบริบทของการเมืองไทยนั้นมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าหัวหน้าพรรคเลยเพราะบางครั้งในหน้าประวัติศาสตร์จะพบว่าพ่อบ้านพรรคมีบทบาทสูงยิ่งกับความเป็นความตายของพรรคการเมืองนั้นๆ ด้วยซ้ำไป

“น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ” ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย กล่าวกับเครือเนชั่นหลังรับหน้าที่เลขาธิการพรรคคนใหม่ในการขับเคลื่อนพรรคเพื่อไทย ท่ามกลางหลากข้อกังขาว่าการปรับโครงสร้างพรรคคราวนี้มาจากใครบางคนที่ต้องการขจัดบางขั้วในพรรคออกจากเส้นทางการบริหารพรรค…

ชายผู้นี้คือบุตรของ น.ต.ฐิติ นาครทรรพ อดีตเลขาธิการพรรคสามัคคีธรรมที่โด่งดังในอดีต ผ่านมา 28 ปี สองชีวิตนี้ยืนบนตำแหน่งพ่อบ้านพรรคอย่างไม่น่าเชื่อ แม้บริบททางการเมืองในยุคบิดาจะแตกต่างกับยุคของบุตรอย่างสิ้นเชิง แต่เป้าหมายหลักของเลขาธิการพรรคนั้นย่อมหนีไม่พ้นการช่วยหัวหน้าพรรคนำต้นสังกัดไปให้ถึงฝั่ง

พ่อบ้านพรรคเพื่อไทยคนใหม่กล่าวว่า “ตอนนี้พรรคมีกรรมการบริหารพรรคที่จะมาทำหน้าที่หลายด้านจากคนหลายรุ่น และยังมีสองคณะกรรมการที่แต่งตั้งขึ้นมาทำหน้าที่สนับสนุนการทำงานของกรรมการบริหารพรรคในภาพรวมคือ คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค ที่มีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เป็นประธาน มีหน้าที่เสนอยุทธศาสตร์พรรคด้านต่างๆ เพื่อให้พรรคนำไปขับเคลื่อนในรัฐสภา และสะท้อนปัญหาต่างๆ ของประชาชนให้ฝ่ายบริหารรับทราบ เพื่อวางแนวทางปรับปรุงแก้ไขต่อไป

คณะกรรมการที่ปรึกษาพรรค ที่มี นายเสนาะ เทียนทอง เป็นประธาน โดยรวบรวมผู้อาวุโสของพรรคที่มีประสบการณ์ทางการเมืองในรัฐสภาและรัฐบาลที่ผ่านๆ มาเพื่อให้คำแนะนำด้านต่างๆ ต่อพรรค และกรรมการยุทธศาสตร์พรรคให้เกิดความรอบคอบ รัดกุม และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด”

 0 มีกระแสข่าวว่าการปรับโครงสร้างพรรคครั้งนี้มีการงัดข้อกัน
“ยืนยันว่าไม่มีความขัดแย้ง ทุกคนทำงานร่วมกันด้วยดี แต่การทำงานย่อมมีความเห็นแตกต่างกันได้ เมื่อเสียงส่วนใหญ่สรุปอย่างไรก็ว่าไปตามนั้น เพราะทุกคนย่อมหวังดีและอยากให้พรรคเดินหน้า”

    0 เป้าหมายการปรับโครงสร้างพรรคคืออะไร
“ทำให้เดินหน้าพรรคได้ราบรื่นและสอดคล้องกับบริบททางการเมืองที่เปลี่ยนไป บุคลากรของพรรคยังอยู่ครบ แต่ปรับปรุงการทำงานให้เกิดการเชื่อมโยงระหว่างสมาชิกในพรรคในแต่ละรุ่นมากขึ้น เชื่อว่าการปรับปรุงครั้งนี้จะตอบโจทย์ประชาชน และสมาชิกพรรคสามารถมีส่วนร่วมกับการบริหารพรรคได้มากขึ้น หากทุกฝ่ายทำงานเต็มที่ เชื่อว่าประชาชนจะเห็นผลงานและคะแนนนิยมจะกลับมา ผู้สมัครของพรรคในระดับต่างๆ ก็จะได้รับการยอมรับมากขึ้น”

 0 ที่ผ่านมามีกระแสข่าวว่าการปรับโครงสร้างพรรคครั้งนี้มาจากผลการเลือกตั้ง 24 มีนาคม ที่พรรคอนาคตใหม่เอาชนะพรรคเพื่อไทยได้ โดยเฉพาะการเก็บแต้มจากคนรุ่นใหม่
“ขอเรียนว่าพรรคเพื่อไทยมีคนหลายรุ่นร่วมทำงาน เรามีผู้อาวุโสหลายคนเป็นอดีตรัฐมนตรี และหลายคนเป็น ส.ส.หลายสมัย มีชั่วโมงบินทางการเมืองสูง เรามีผู้บริหารระดับกลางที่เป็นผู้บริหารมืออาชีพที่ทำงานมากับหลายองค์กรชั้นนำ มีคนรุ่นใหม่ที่เติบโตกับโลกในปัจจุบันและเข้าใจกระแสในวันนี้และจะเชื่อมโยงพรรคเข้ากับสังคมวันนี้ได้ ดังนั้นการขับเคลื่อนพรรควันนี้จะผสมผสานคนทั้งสามรุ่นในพรรคเข้าด้วยกัน

ผลเลือกตั้งที่ผ่านมาเป็นปัจจัยหนึ่งที่นำมาปรับปรุงพรรคเพื่อพร้อมรับมือกับ 3 ความท้าทายคือ ความท้าทายทางการเมือง ที่พรรคและผู้สนับสนุนต้องอยู่กับกติกาของประเทศ ที่หลายคนบอกว่าเขียนไว้แบบไม่เป็นประชาธิปไตย เป็นกลไกที่บิดเบี้ยว ส่งผลลบกับหลายฝ่าย

ความท้าทายทางเศรษฐกิจ ที่วันนี้ชาวบ้านเดือดร้อนมากว่า 5 ปี และมีท่าทีที่จะเจอปัญหานี้ต่อไป คำว่ารวยกระจุก จนกระจายยังมีอยู่ทุกพื้นที่ มันสะท้อนความล้มเหลวของการทำงานใน 5 ปีเศษที่ผ่านมา และปีนี้ความเดือดร้อนนี้ยังอยู่ และนับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ

ความท้าทายของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ระบบไอทีและกระแสโลกที่ทุกประเทศต้องเจอและรับมือให้ทัน พรรคนำคนรุ่นใหม่ที่เข้าใจความท้าทายนี้มาทำงานและบูรณาการให้สอดรับกันเพื่อไม่ให้ตกยุค”

0 หากกติกาบิดเบี้ยวดั่งที่ระบุ การแก้รัฐธรรมนูญนั้น รมว.มหาดไทยบอกว่า ต้องทำประชามติก่อน
“การแก้รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องที่ควรสอบถามประชาชน และต้องดำเนินการหากเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วย เพื่อกำจัดกติกาที่บิดเบี้ยว และคืนความเป็นธรรมให้แก่สังคม เพื่อประโยชน์ต่อบ้านเมืองที่แท้จริง และทำให้เกิดความชอบธรรมที่ทุกฝ่ายยอมรับ พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้านจำเป็นที่จะดำเนินการเรื่องนี้เพื่อให้ปัญหาต่างๆ ของบ้านเมืองหมดไป”

0 ครม.ชุดใหม่เกิดขึ้นแล้วและจะมีการแถลงนโยบายรัฐบาลในไม่กี่วันนี้ ประเมินรัฐบาลใหม่ไว้อย่างไร
“ประชาชนรอรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง 5 ปีเศษ และยังมีความเดือดร้อนหลายเรื่อง วันนี้มี ครม.ใหม่แล้ว หวังว่าจะยึดการทำงานเพื่อประชาชนเป็นที่ตั้ง ผมเชื่อว่าหาก ครม.ยึดหลักการนี้ก็จะมีความสามารถแก้ไขปัญหาและนำความสุขกลับมาให้สังคมได้ แต่อดกังวลไม่ได้ว่ารัฐบาลนี้มีพรรคร่วมมากถึง 19 พรรค และยังมีเสียงปริ่มน้ำอีกด้วย ปัญหาก็คือจะทำงานร่วมกันได้อย่างไรโดยไม่ให้เกิดความขัดแย้ง เพราะแต่ละพรรคต่างมีนโยบายของตัวเองที่ต้องรับผิดชอบ

เชื่อว่าความสำเร็จของรัฐบาลจะเกิดได้ต้องมาจากนายกรัฐมนตรีที่สามารถนำพา ครม.ทั้งชุด ทำงานขับเคลื่อนนโยบายให้เดินไปในแนวทางเดียวกัน หากรัฐมนตรีแต่ละคน แต่ละพรรค ต่างมีเงื่อนไขของตัวเอง หรือทำงานแบบตัวใครตัวมัน ก็น่าห่วงว่าการทำงานแต่ละกระทรวงจะขาดการบูรณาการ และทำให้การบริหารราชการแผ่นดินล้มเหลว”

   0 กระแสข่าวว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านจองกฐินครม.ชุดใหม่ไว้แล้ว
“การแถลงนโยบายรัฐบาลในเร็วๆ นี้คือจุดเริ่มต้นการบริหารราชการแผ่นดิน ฝ่ายค้านมีหน้าที่ตรวจสอบรัฐมนตรีทุกคนที่ได้รับมอบหมายมาทำงานข้างต้น ถือว่าเป็นหน้าที่สำคัญของฝ่ายค้าน อย่าลืมว่า ครม.ชุดนี้ถูกตั้งคำถามจากสังคมหลายเรื่อง โดยเฉพาะคุณสมบัติของรัฐมนตรี ที่มา ประวัติในอดีต รวมทั้งความเหมาะสมกับตำแหน่งนั้นๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีผลกับความเชื่อมั่นหลายด้าน ฝ่ายค้านต้องสอบถามเพื่อขจัดข้อข้องใจของประชาชน เพราะ ครม.ทุกท่านต้องทำหน้าที่แทนคนไทยทุกคน ส่วนตัวมองว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะรัฐมนตรีที่ถูกกล่าวหาก็มีโอกาสชี้แจงต่อรัฐสภาด้วยเช่นกัน”

 0 พรรคเพื่อไทยจะใช้ศูนย์ปราบโกงติดตาม ครม.ชุดนี้อย่างไร และมองว่ารัฐบาลนี้อายุยืนแค่ไหน
“อายุของรัฐบาลอยู่ที่ผลงานหากตอบโจทย์แก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้ สังคมจะยอมรับ แต่หากปัญหาไม่ได้รับการแก้ไข ตรงนี้จะชี้ว่าอายุรัฐบาลยืนแค่ไหน ส่วนการตรวจสอบการทุจริตของพรรคนั้นยังมีทีมติดตามอยู่ เวลานี้เรามี ส.ส. เรามีสภาแล้ว ผลงานของทีมนี้จะส่งให้ ส.ส.ของพรรคนำไปใช้ในสภาผู้แทนฯเพื่อให้การทำงานของฝ่ายค้านมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น”

ประชาธิปไตยคืนสู่ท้องถิ่น

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/379879?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ประชาธิปไตยคืนสู่ท้องถิ่น

17 กรกฎาคม 2562 – 07:18 น.
ประชาธิปไตยคืนสู่ท้องถิ่น,ประชาธิปไตย,ท้องถิ่น,เลือกตั้งระดับท้องถิ่น,สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร,สมาชิกสภาเขต
เปิดอ่าน 1,481 ครั้ง

บทบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก ฉบับวันพุธที่ 17 กรกฎาคม 2562

ตามคาดการณ์ที่ว่าการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น ตั้งแต่สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) สมาชิกสภาเขต(ส.ข.) สมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.) สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) จะมีขึ้นหลังการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ประมาณเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคมปีนี้ ถือเป็นการเริ่มต้นคืนอำนาจการปกครองตนเองให้แก่ท้องถิ่นหลังการรัฐประหารเมื่อปี 2557 โดยเฉพาะตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2559 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ได้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่งพักงาน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร จากตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. และแต่งตั้ง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ดำรงตำแหน่งแทน ขณะที่ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นๆ ทั่วประเทศ ก็ถูกคำสั่งให้พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่และออกคำสั่งคืนตำแหน่งในช่วงที่ผ่านมา แต่ก็ว่างเว้นการเลือกตั้งมานานหลายปี

กล่าวสำหรับ กทม. มีกระแสข่าวว่า ขณะนี้พรรคพลังประชารัฐกำลังทาบทามบุคคลผู้มีผลงานด้านการบริหารจัดการเข้ามาลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เช่นเดียวกับพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตยฺ์ ซึ่งต่างก็หวังจะให้มีตัวแทนของพรรคเข้ามาบริหารมหานครซึ่งนอกจากจะเป็นหัวใจของการพัฒนาในแทบทุกด้านแล้ว การกุมอำนาจบริหาร กทม. ยังหมายถึงคะแนนเสียงสนับสนุนพรรคการเมืองที่ได้รับเลือกตั้งอีกด้วย อย่างไรก็ตาม การบริหารงาน กทม.ในโครงสร้างปัจจุบันมีความสลับซับซ้อน ต้องอาศัยการทำงานร่วมกับหลายหน่วยงาน จึงจะสามารถแก้ปัญหาได้ อย่างเช่น ปัญหาจราจรติดขัด ปัญหาน้ำท่วม ซึ่งกลายเป็นเรื่องซ้ำซากจำเจของคนเมือง กรณีระบายน้ำไม่ทัน เพราะไฟฟ้าของการไฟฟ้านครหลวง(กฟน.)ดับเครื่องสูบใช้การไม่ได้ หรือวิกฤติจราจรเพราะการก่อสร้างรถไฟฟ้าในความดูแลของกระทรวงคมนาคม เป็นกรณีตัวอย่างที่เห็นกันอยู่ว่า ผู้ว่าฯ กทม.ต้องยึดโยงกับรัฐบาลและการเลือกตั้ง

สำหรับระดับท้องถิ่น ทั้ง อบจ. อบต. ในความเป็นจริงแล้ว ที่ผ่านมา จะเรียกว่าการบริหารงานเดินไปได้ด้วยระบบราชการก็คงไม่ผิด สภาพเช่นนี้ ทำให้ขาดการจัดการจากฝ่ายการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง ส่งผลให้ภารกิจบำบัดทุกข์บำรุงสุข อย่างเข้าถึงประชาชนขาดหายไปเป็นเวลานาน นโยบายเกี่ยวกับท้องถิ่นหลายด้านขับเคลื่อนด้วยข้าราชการประจำที่ขาดการเชื่อมโยงกับประชาชน งบประมาณจำนวนมหาศาลที่จัดสรรจากส่วนกลางลงไป ไม่ได้ทำให้เกิดการสร้างงานหรืออาชีพใหม่ๆ กลายเป็นมหกรรมตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ ขณะที่รัฐบาลซึ่งก็ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งเช่นกัน ก็ขาดการตรวจสอบว่า “รัฐราชการ” นั้น ทำให้การบริหารงานในส่วนท้องถิ่นง่อยเปลี้ยเสียขาไปอย่างไร เหมือนพาประเทศกลับไปสู่ยุค “ผู้ใหญ่ลีตีกลองประชุม” ใช่หรือไม่

ปลายปีนี้ นับเป็นนิมิตหมายที่ดีว่า มีสัญญาณที่ประชาธิปไตยจะกลับคืนสู่ท้องถิ่่น การบริหารองค์กรส่วนท้องถิ่นจะได้สนองตอบความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง ขณะเดียวกัน ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นก็เป็นเรื่องใหญ่ เช่นที่ หัวหน้าคสช.ใช้อำนาจตามมาตรา 44 สั่งให้ผู้บริหารท้องถิ่นพ้นจากหน้าที่เพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ แต่เมื่ออำนาจนี้สิ้นสุดลงพร้อมคสช. หลังจากที่คณะรัฐมนตรีชุดใหม่เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ ก็น่าคิดว่า องค์กรท้องถิ่นจะหวนกลับไปสู่วังวนเดิมๆ หรือไม่ ในทางหนึ่งนั้นก็ต้องอาศัยภาคประชาชน สื่อมวลชน องค์กรอิสระ ร่วมกันตรวจสอบอย่างเข้มข้น ทั้งนี้ก็เพื่อให้ระบอบประชาธิปไตยในระดับฐานรากเดินหน้าต่อไปได้ และผู้บริหารได้ทำงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ไม่อิงแอบกับการเมืองมากเกินไปจนกลายเป็นระบบอุปถัมภ์เหมือนที่ผ่านมา

“สิงห์โตทอง” ชักธงอนาคตใหม่ ล้ม “บ้านใหญ่แสนสุข”

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/379745?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

“สิงห์โตทอง” ชักธงอนาคตใหม่ ล้ม “บ้านใหญ่แสนสุข”

16 กรกฎาคม 2562 – 11:40 น.
ชลบุุรี,นายกฯ อบจ,เลือกตั้งท้องถิ่น,เรารักชลบุรี,นายก อบจชลบุรี,สติล คุณปลื้ม,จิรวุฒิ สิงห์โตทอง,พรรคเพื่อไทย,พรรคอนาคตใหม่,บ้านใหญ่แสนสุข
เปิดอ่าน 49,821 ครั้ง

คอลัมน์ “ท่องยุทธภพ” โดย “ขุนน้ำหมึก” หนังสือพิมพ์คมชัดลึก 16 ก.ค.2562

*******************

การเลือกตั้งท้องถิ่นที่เมืองชลบุรี ดูท่าทางจะดุเดือดเลือดพล่านกว่าครั้งใด เมื่อตระกูล “สิงห์โตทอง” สวมเสื้อ “อนาคตใหม่”  ประกาศขอล้มแชมป์เก่า เรารักชลบุรี”

หากวันใดวันหนึ่งมีการเลือกตั้งนายก อบจ.ชลบุรี เชื่อว่าคนเมืองชลก็อยากรู้เหมือนกันว่า สิ้นกำนันเป๊าะ กลุ่มเรารักชลบุรี ยังจะเหนียวแน่นกันอยู่หรือไม่?

นายกเป้า”ลาเพื่อไทย

แฟนเพจเฟซบุ๊กส่วนตัวของ จิรวุฒิ สิงห์โตทอง ได้เล่นเกมแจกเสื้อพรรคอนาคตใหม่ โดยกติกาง่ายๆ คนชลบุรี​ช่วยกันแสดงความคิดเห็น​ คำถามคือ​ “อยากให้จังหวัดชลบุรี ​มีการพัฒนาหรือเปลี่ยนแปลงในด้านใดบ้าง”

จิรวุฒิ สิงห์โตทอง อดีต ส.ส.ชลบุรี

นี่คือการเปิดตัวของ จิรวุฒิ สิงห์โตทอง” ที่เตรียมตัวลงสมัครชิงตำแหน่ง “นายก อบจ.ชลบุรี”

“ผมว่าชลบุรี​ควรล้มล้างระบอบศักดินา​ ลด​ ละ​ เลิก​ การผูกขาดทุนนิยมภายในจังหวัดครับ​” สัญญาณแรกที่ “นายกเป้า” จิรวุฒิ สิงห์โตทอง ส่งตรงถึงบ้านใหญ่แสนสุข

เมื่อ 2 กรกฎาคม 2562 “นายกเป้า” ได้แถลงการณ์ส่วนตัวผ่านแฟนเพจตัวเองว่า “ผมได้ย้ายพรรคมาอยู่พรรคอนาคตใหม่อย่างเป็นทางการแล้วนะครับ”

ตอนท้ายนายกเป้า อดีต ส.ส.ชลบุรี ได้ขอบคุณพรรคเพื่อไทย ที่ให้โอกาสได้ทำงานทางการเมือง “เราเปรียบเสมือนพี่น้องที่ร่วมกันทำงาน หลังจากนี้ก็ยังเหมือนเดิม เพราะเรามีอุดมการณ์การทางการเมืองเหมือนกันเช่นเดิม”

สถานการณ์การเมืองชลบุรีในนาทีนี้ยังฝุ่นตลบ แม้ว่าอนาคตใหม่มีความนิ่งในระดับหนึ่ง

ปักธงอนาคตใหม่

จิรวุฒิ สิงห์โตทอง ลูกชาย “เฮียซุ้ย” ดรงค์ สิงห์โตทอง อดีต ส.ส.ชลบุรีหลายสมัย ฐานเสียงของตระกูลสิงห์โตทอง คือเกษตรกรผู้ปลูกอ้อย ปาล์ม และยางพารา

เฮียซุ้ย ดำรงแหน่งนายกสมาคมกลุ่มอาชีพการเกษตรชลบุรีมายาวนาน ก่อนจะส่งต่อให้ลูกชาย-จิรวุฒิ คนแถวบ้านบึงจึงเรียกทายาทเฮียซุ้ยว่า “นายกเป้า”

ลาเพื่อไทยสู่อนาคตใหม่

เมื่อการเลืือกตั้งครั้งที่ผ่านมา เขตเลือกตั้งที่ 4 (บ้านบึง บ่อทอง และหนองใหญ่) จิรวุฒิ สิงห์โตทอง สวมเสื้อเพื่อไทยพรรค ต้องเจอคู่แข่งจากตระกูลเนื่องจำนงค์อย่าง พายุ เนื่องจำนงค์ ประชาธิปัตย์ และสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ พลังประชารัฐ สุดท้ายนายกเป้าพ่ายแพ้แก่ สรวุฒิ เนื่องจำนงค์ อีกครั้ง

จิรวุฒิ คนจริง ขวัญใจคนบ้านบึง พนัสนิคม

หลังเลือกตั้งใหม่ๆ มีข่าวว่าเพื่อไทย อนาคตใหม่ และประชาธิปัตย์ จะรวมตัวกันเฉพาะกิจส่งคนลงสมัครนายก อบจ. และส.อบจ.

ยังไม่มีใครทราบว่าการตัดสินใจย้ายจากเพื่อไทยมาอนาคตใหม่ของนายกเป้า เป็นเกมรวมพลังโค่นกำนันเป๊าะหรือไม่

เรารักชลบุรี

พรรคอนาคตใหม่ได้สร้างปรากฏการณ์แผ่นดินไหวในเมืองน้ำเค็ม เมื่อการเลือกตั้งส.ส.ที่ผ่านมา กระแสธนาธรไม่ต่างจากกระแสมาร์คในการเลือกตั้ง 2550

ฉะนั้นการเลือกตั้งนายก อบจ.ชลบุรี นายกเมืองพัทยา และการเลือกตั้งท้องถิ่นที่เคยอยู่ภายใต้การดูของบ้านใหญ่แสนสุข กำลังถูกท้าทายจากพรรคอนาคตใหม่

สำหรับบ้านแสนสุข เมื่อไม่มีกำนันเป๊าะ ก็ยังมี สติล คุณปลื้ม” คู่ทุกข์คู่ยากของกำนันเป๊าะ เป็นเสาหลักของตระกูลอยู่

สนธยา-วิทยา คุณปลื้ม

สมัยที่กำนันเป๊าะยังนั่งบัญชาการอยู่ที่บ้านใหญ่ซุ้มเฟื่องฟ้า หรือซุ้มแสนสุข ได้วางเครือข่ายการเมืองท้องถิ่นไว้ทุกระดับ โดยใช้ชื่อ กลุ่มเรารักชลบุรี” ที่มี วิทยา คุณปลื้ม นายก อบจ.ชลบุรี เป็นแม่ทัพใหญ่

นอกจากนี้ สนธยา คุณปลื้ม เป็นนายกเมืองพัทยา และ ณรงค์ชัย คุณปลื้ม เป็นนายกเทศมนตรีเมืองแสนสุข

แน่นอน “วิทยา” ก็ยังต้องลงสนามป้องกันแชมป์ในนามเรารักชลบุรี  แต่บังเอิญ สุชาติ ชมกลิ่น” ส.ส.ชลบุรี ทีี่พลาดนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีแรงงาน กลับให้สัมภาษณ์สื่อว่า นักการเมืองท้องถิ่นใน 3 อำเภอ ขอแยกตัวออกจากกลุ่มเรารักชลบุรีไปตั้งกลุ่มชลบุรีโฉมใหม่

บทบาทของ “ส.ส.เฮ้ง” สุชาติ ชมกลิ่น ดูเหมือนโดดเด่น เหมือนดาวอีกดวงหนึ่งเหนือฟ้าเมืองชล