ศึกคนชายแดน ลูกชาย “ป๋าเหนาะ” เจอสายแข็ง

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/366395?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ศึกคนชายแดน ลูกชาย “ป๋าเหนาะ” เจอสายแข็ง

วันที่ 21 มีนาคม 2562 – 12:35 น.
สังเวียนเลือกตั้งช้างชนช้าง,สุรศักดิ์ ชิงนวรรณ์,พรรคพลังประชารัฐ,เจ้าพ่อวังน้ำเย็น,สนธิเดช เทียนทอง,ตรีนุช เทียนทอง,เสนาะ เทียนทอง,พรรคประชาธิปัตย์,ป๋าเหนาะ
เปิดอ่าน 4,292 ครั้ง

คอลัมน์… สังเวียนเลือกตั้ง..ช้างชนช้าง

คนสระแก้วเพิ่งเห็น “เจ้าพ่อวังน้ำเย็น” หอบสังขารวัย 80 เศษ ขึ้นปราศรัยบนรถโมบาย 6 ล้อ ซึ่งในอดีตยี่ห้อ “เทียนทอง” ไม่ต้องปราศรัยก็เข้าป้ายสบายๆ

บังเอิญสมรภูมิเลือกตั้งสระแก้วเกิดการพลิกผัน เมื่อ “เทียนทอง” สายกำนันขวัญเรือน ย้ายไปสวมเสื้อพลังประชารัฐ จึงเหลือแต่สายป๋าเหนาะ ที่อยู่พรรคเพื่อไทย

เขต 1 “ฐานิสร์ เทียนทอง” อดีต ส.ส.สระแก้ว ชน “สนธิเดช เทียนทอง” อดีตรองนายกเทศมนตรีตำบลวัฒนานคร

“ฐานิสร์ เทียนทอง”

เขต 2 “ตรีนุช เทียนทอง” อดีต ส.ส.สระแก้ว วัดฝีมือ พ.ต.อ.พายัพ ทองชื่น อดีต ส.ว.สระแก้ว

ส่วนเขต 3 “สรวงศ์ เทียนทอง” อดีต ส.ส.สระแก้ว ทายาทของ “เสนาะ เทียนทอง” เจอคู่แข่งหน้าใหม่ “สุรศักดิ์ ชิงนวรรณ์” นักการเมืองท้องถิ่น มีฐานเสียงใน อ.อรัญประเทศ และ อ.ตาพระยา

“ตรีนุช เทียนทอง”

          ดูเหมือนว่าพรรคพลังประชารัฐสระแก้ว จะแยกเป็น 2 สาย โดยสายสองพี่น้องตระกูลเทียนทอง “หนึ่ง-เหน่ง” อยู่ในสังกัดบ้านใหญ่พนมสารคาม-สุชาติ ตันเจริญ ส่วนเสี่ยสุรศักดิ์ ต่อสายตรง “พี่ใหญ่” ค่ายบูรพาพยัคฆ์

เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2562 ที่ อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว สุชาติ ตันเจริญ ได้นำผู้สมัคร ส.ส.ฉะเชิงเทรา มาร่วมเวทีปราศรัยช่วยผู้สมัคร ส.ส.สระแก้ว เขต 2 ตรีนุช เทียนทอง แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่าง “เทียนทอง” กับ “ตันเจริญ” ได้เป็นอย่างดี

“สรวงศ์ เทียนทอง”

เขตเลือกตั้งที่ 3 ประกอบด้วย อ.อรัญประเทศ อ.โคกสูง อ.ตาพระยา และอ.วัฒนานคร (ต.ช่องกุ่ม และต.แซร์ออ) “สรวงศ์” เป็นแชมป์ในสนามนี้มาหลายสมัยแล้ว

สำหรับผู้ท้าชิง “สุรศักดิ์ ชิงนวรรณ์” พรรคพลังประชารัฐ ผู้จัดการห้างหุ้นส่วนนวรรณ์ จำกัด รับเหมาก่อสร้าง และผู้จัดการตลาดเดชไทย (โรงเกลือ) เคยเป็นสมาชิกสภาเทศบาล ควบตำแหน่งรองประธานสภาเทศบาลตำบลอรัญประเทศ แถมยังเป็นสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้ว นอกจากนี้ สุรศักดิ์ยังมีน้องชายชื่อ พ.ต.อ.สุรจิต ชิงนวรรณ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว

“สุรศักดิ์ ชิงนวรรณ์”

ด้วยความเป็นนักการเมืองท้องถิ่นมีชื่อเสียงในเขตเทศบาลตำบลอรัญฯ สุรศักดิ์ได้ร่วมกับมณฑลทหารบกที่ 19 ทำกิจกรรมสร้างบ้านตามโครงการ “ทบ.สร้างบ้านผู้ยากไร้” และกิจกรรมเพื่อสังคมอื่นๆ อีก

เลือกตั้ง 2554 สรวงศ์ เทียนทอง ได้ 52,138 คะแนน เอาชนะ พล.ท.อิสระ วัชระประทีป พรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้ 29,787 คะแนน แต่เลือกตัั้ง 2562 “บอย” ลูกป๋าเหนาะ เจอคู่แข่งสายแข็ง-สายเขียว จึงไม่ประมาท ลงพื้นที่ปราศรัยหาเสียงในพื้นที่ในทุกอำเภอของเขต 3

“เสนาะ เทียนทอง”

เนื้อหาการปราศรัยของสองพ่อลูกหนีไม่พ้นเรื่องวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลขั้วเผด็จการและขอให้ประชาชนเลือกพรรคเพื่อไทย เลือกสรวงศ์  เทียนทอง เพื่อขับไล่ขั้วเผด็จการ ไม่ให้สืบทอดอำนาจต่อไปได้อีก

เฉพาะป๋าเหนาะถึงขั้นลำเลิกเบิกประจานหลานรัก “ผมประชุมกับพรรคเพื่อไทยประกาศเจตนารมณ์ไม่เอาเผด็จการทุกรูปแบบ แต่พอหันหลังกลับบ้าน ต้องตะลึง เมื่อหลานทั้ง 2 แอบไปลาออกจากพรรคเพื่อไทยและย้ายมาพรรคพลังประชารัฐ โดยไม่ได้บอกกล่าวผมสักคำ ซึ่งผมยอมไม่ได้ที่มีหลานเนรคุณ”

ขณะที่ “เหน่ง-ตรีนุช เทียนทอง” ได้ปราศรัยทุกเวทีว่า “ตรีนุช เปรียบเสมือนเป็นลูกหลานของตระกูลเทียนทอง คุณลุงเสนาะ เป็นคนที่รักเหมือนพ่อคนที่ 2 ของครอบครัว เพราะฉะนั้นแม้ว่าเราอาจจะมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน แต่ความรักความผูกพันที่พวกเรานั้น ยังมีต่อพ่อใหญ่ไม่เสื่อมคลาย”

         ทุกฤดูเลือกตั้งที่ผ่านมา “ป๋าเหนาะ” ไม่เคยเหนื่อยเท่ากับครั้งนี้ มิเพียงต้องสู้กับหลานรัก หากยังต้องเผชิญหน้ากับ “พลังสีเขียว” ที่ไม่เคยมีปัญหากับตระกูลเทียนทองมาก่อน 

เลือกตั้ง 24 มี.ค.ปลอดภัย-บริสุทธิ์-ยุติธรรม ??

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/366396?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

เลือกตั้ง 24 มี.ค.ปลอดภัย-บริสุทธิ์-ยุติธรรม ??

วันที่ 21 มีนาคม 2562 – 12:15 น.
ถอดรหัสลายพราง,เลือกตั้ง62,พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ,บริสุทธิ์,ยุติธรรม
เปิดอ่าน 436 ครั้ง

คอลัมน์…  ถอดรหัสลายพราง  โดย…  พลซุ่มยิง

ศูนย์การแก้ไขปัญหาความมั่นคงแบบบูรณาการ (ศมบ.) ภายใต้การกำกับดูแลของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง และ รมว.กลาโหม ได้กำหนดแผนปฏิบัติการเกี่ยวกับมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยเพื่อให้การเลือกตั้งในวันที่ 24 มีนาคม เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์-ยุติธรรมและคงไว้ซึ่งความสงบเรียบร้อย

แผนปฏิบัติการดังกล่าว เป็นการบูรณาการร่วมกันของหน่วยงานความมั่นคงระหว่าง กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ประชุมสรุปแผนการดูแลรักษาความปลอดภัย ทั้งในเหตุการณ์ปกติ คือ

การอำนวยความสะดวกประชาชนไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง และหากกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน

ต้องจัดชุดเฉพาะกิจ ดูแลพื้นที่เสี่ยง-พื้นที่ล่อแหลมและพื้นที่เชิงสัญลักษณ์ รวมทั้งจัดชุดรักษาความปลอดภัยส่วนบุคคลให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

ทั้งนี้ยังต้องเกาะติดงานด้านการข่าว เน้นความถูกต้องแม่นยำ ภายหลังมีการปลุกกระแส ‘โกงเลือกตั้ง’ อย่างต่อเนื่อง ให้จับตาสถานการณ์ภายหลังเสร็จสิ้นการลงคะแนนในเวลา 17.00 น. ของวันที่ 24 มีนาคม เป็นต้นไป โดยเฉพาะในห้วงการนับคะแนนและการประกาศผลอย่างไม่เป็นทางการ เนื่องจากขั้นตอนดังกล่าว จะมีทั้งกองเชียร์-กองแช่ง มาเฝ้าติดตามผลการเลือกตั้ง หากออกมาไม่ตรงใจ อาจเกิดการปลุกระดมทำให้เกิดความวุ่นวาย

สำหรับปฏิบัติการ ‘เฟคนิวส์’ หรือข่าวลวง

ที่จะส่งผลกระทบให้การเลือกตั้งเกิดความไม่เรียบร้อย พล.อ.ประวิตร เน้นย้ำให้ หน่วยงานเกี่ยวข้องออกมาตอบโต้ และเอาผิดกับบุคคลที่เผยแพร่อย่างทันท่วงที เนื่องจากเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและง่ายต่อการเข้าถึงของประชาชนทำให้เกิดความเข้าใจผิด

ขณะเดียวกันภาคใต้ถือเป็นพื้นที่น่าห่วง

ภายหลังการก่อความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ลุกลามไปยัง จังหวัดสงขลา

สตูล และพัทลุง โดย พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 เตรียมแผนและมาตรการรองรับสถานการณ์ แบบจัดกำลังเต็มอัตราศึก ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ หรือการจัดชุดปฏิบัติการทางอาวุธ รวมถึงชุดลาดตระเวนในแบบจรยุทธ์ ให้ปฏิบัติการทันต่อเป้าหมายเพื่อเป็นการจำกัดการเคลื่อนที่ของกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่

รวมถึงการสแกนพื้นที่หน่วยเลือกตั้งทุกจุด

เส้นทางลำเลียงหีบลงคะแนนเสียงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้หากประเมินแล้วมีความเสี่ยง อาจต้องใช้เฮลิคอปเตอร์ในการลำเลียง

และถ้าเกิดกรณีฉุกเฉิน ก็จะมีชุดเคลื่อนที่เร็วทางอากาศ และภาคพื้นที่ดินคอยสนับสนุนเข้าพื้นที่ปฏิบัติการทันทีควบคู่กับการขอความร่วมมือประเทศเพื่อนบ้านติดตามความเคลื่อนไหวบุคคลที่มีหมาย ป.วิอาญา

“พล.อ.ประวิตร สั่งการให้กำชับกำลังพลทุกนายตื่นตัวในการปฏิบัติหน้าที่รักษาบรรยากาศประเทศให้เกิดความเรียบร้อย ลดเงื่อนไขที่จะกลายเป็นประเด็นให้ผู้ไม่หวังดี นำไปขยายผลและส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้ง ภายหลัง มีการสร้างข่าวบิดเบือนทหารขนคนไปเลือกตั้ง การปลอมแปลงเอกสาร ทหารปฏิบัติการไอโอช่วยเหลือพรรคการเมืองหนึ่ง เพื่อหวังผลให้ประชาชนไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ รวมทั้งภัยแทรกซ้อนจากปัจจัยอื่น” แหล่งข่าวความมั่นคง ระบุ

ส่วนกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) โดยก่อนหน้านี้ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย(กกล.รส) ได้ปรับลดกำลังทั่วประเทศไปแล้ว 70% จากเดิมมี 200 กองร้อย กองร้อยละ 150 คน รวมกำลังพล 3 หมื่นนาย และนายทหารประจำกองบัญชาการ 50 นาย ปัจจุบันคงเหลือ 150 กองร้อย กองร้อยละ 70 คน

นายทหารประจำกองบัญชาการ 10 คน เพื่อสร้างบรรยากาศการเลือกตั้งและการลงพื้นที่หาเสียงของทุกพรรคการเมือง

แต่การเลือกตั้งวันที่ 24 มีนาคม กกล.รส.จะออกมาปฏิบัติหน้าที่ 100% อีกครั้ง โดยส่วนหนึ่งได้รับการร้องขอจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ให้ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานดูแลความเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกประชาชนที่เดินทางมาใช้สิทธิ์นอกคูหาเลือกตั้ง

และอีกส่วนได้รับคำสั่งให้ดูแลพื้นที่ตั้งของหน่วยทหารพื้นที่สำคัญทางราชการ เพื่อป้องกันมือที่สาม สร้างสถานการณ์ปั่นป่วนให้เกิดขึ้น

โดยดำเนินการควบคู่ไปกับการปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจ 7 ประการเดิม 1.การปฏิบัติต่อเป้าหมายบุคคลและการติดตามกลุ่มเป้าหมายที่มีพฤติกรรมเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ
2.การติดตามเฝ้าระวังสื่อโทรทัศน์โทรคมนาคม ระบบการติดต่อสื่อสารสถานีวิทยุชุมชน และสื่อออนไลน์
3.การควบคุมระบบคมนาคม การจัดตั้งด่านตรวจจุดตรวจ เพื่อสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมาย และสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย 4.การควบคุมการเคลื่อนไหวการชุมนุมบังคับใช้กฎหมายเพื่อควบคุมสถานการณ์การชุมนุมต่อต้านการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่และการบริหารงานแผ่นดิน 5.การปฏิบัติการกิจการพลเรือน 6.การปฏิบัติตามคำสั่ง คสช. 7.การปฏิบัติตามนโยบายของ ผบ.กกล.รส.

นับถอยหลังอีก 3 วัน สู่การเลือกตั้ง 24 มีนาคม ที่เปลี่ยนประเทศสู่ระบอบประชาธิปไตย ท่ามกลางจับตามอง ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ จะโปร่งใส บริสุทธิ์ ยุติธรรม เป็นที่ยอมรับของประชาชนในประเทศและต่างชาติหรือไม่ ???

เปิดกลยุทธ์”วิรัช รัตนเศรษฐ” แม่ทัพน้อยอีสาน พปชร.

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/366403?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

เปิดกลยุทธ์”วิรัช รัตนเศรษฐ” แม่ทัพน้อยอีสาน พปชร.

วันที่ 21 มีนาคม 2562 – 11:45 น.
วิรัช รัตนเศรษฐ,ทักษิณ ชินวัตร,พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา
เปิดอ่าน 4,072 ครั้ง

โดย… ณัฐภัทร พรหมแก้ว

แกนนำกลุ่มนครชัยบุรินทร์  “วิรัช รัตนเศรษฐ” ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่รับผิดชอบพื้นที่นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ สุรินทร์ และเลย ได้เปิด “บ้านรัตนเศรษฐ” ฐานบัญชาการเลือกตั้งครั้งนี้ ให้สัมภาษณ์พิเศษ “เครือเนชั่น” ในช่วงโค้งสุดท้ายการหาเสียงถึงสถานการณ์ในพื้นที่เมืองโคราช ที่หลายพรรคการเมืองต่างหมายมั่นปั้นมือหวังยึดเป็นเมืองหลวงให้ได้

ขณะเดียวกันเลือกตั้งเที่ยวนี้สมาชิกใน “บ้านรัตนเศรษฐ” ต่างพาเหรดสวมเสื้อพรรคพลังประชารัฐกันพรึบพรับ โดย “วิรัช” ในฐานะหัวหน้าครอบครัว ลงสมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 7 นางวลัยพร รัตนเศรษฐ น้องสาวแท้ๆ ลงสมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 29 นายตติรัฐ รัตนเศรษฐ ลูกชายคนเล็ก ลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 35 นางทัศนียา รัตนเศรษฐ ภรรยา เป็นผู้สมัคร ส.ส. เขต 7 นครราชสีมา นายอฐิรัฐ รัตนเศรษฐ ลูกชายคนโต ผู้สมัครส.ส. เขต 6 นครราชสีมา นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ ลูกชายคนรอง ผู้สมัคร ส.ส. เขต 4 นครราชสีมา และนางทัศนาพร เกษเมธีการุณ น้องสาวภรรยานายวิรัช เป็นผู้สมัครส.ส. เขต 8 นครราชสีมา

“วิรัช” ให้เหตุผลการมาร่วมชายคาเมื่อวันมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ว่า “ได้สอบถามประชาชนว่ามีพรรคการเมืองใดที่ดูแลประชาชนชัดเจน เราจะอยู่ตรงนั้น วันนี้พรรคพลังประชารัฐดูแลชัดเจน”

“วิรัช” เคยรับหน้าที่เลขานุการของ “บรรหาร ศิลปอาชา” อดีตนายกฯ ผู้ล่วงลับ ได้เรียนรู้เคล็ดวิชามากมาย ผ่านการเป็นส.ส.มาหลายสมัย และเคยขึ้นถึงเก้าอี้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในสมัยรัฐบาล “ชวน หลีกภัย” ครั้งสังกัดพรรคชาติไทย แต่ก็มีเหตุให้ต้องลาออกไป เนื่องจากเจอข้อครหา “โครงการผักสวนครัวรั้วกินได้” ด้วยการอนุมัติจัดซื้อเมล็ดพันธุ์ผักแพงเกินจริงที่มอบให้ชาวบ้านนำไปปลูก

ขณะที่ปัจจุบันยังมีกรณีถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) ไต่สวนกรณีกล่าวหาความโปร่งใสโครงการก่อสร้างสนามฟุตซอลอีกด้วย

“เรื่องนี้คงไม่เป็นปัญหาและต้องใช้เวลาอีกนาน ทุกคนต่างมีปัญหาหมด ไม่มีใครที่ไม่มี ผมไม่ได้กังวลอะไร และขอย้ำว่าการเข้าร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ ไม่มีเรื่องข้อแลกเปลี่ยนทางคดีในป.ป.ช.” วิรัช ชี้แจงเรื่องนี้ในวันสมัครสมาชิกพรรค

หากในสนามเลือกตั้งเวลานี้บทบาทของ “วิรัช” เรียกว่าเป็น “แม่ทัพน้อยอีสาน” ของ “พลังประชารัฐ” ก็ไม่ผิด การเดินสายปราศรัยแทบทุกเวลาที เขาใช้ไม้เด็ดคือ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” ที่เขาให้ชื่อใหม่ว่า “บัตรลุงตู่” วิรัช พยายามตอกย้ำให้ชาวบ้านจดจำว่าของอุปโภคบริโภคที่ได้กินได้ใช้ก็เพราะบัตรใบนี้ หรือเพราะลุงตู่

          โดยเฉพาะกลยุทธ์หาเสียงโค้งสุดท้าย เขาบอกแค่ว่าต้องพยายามบอกกับประชาชนว่าสิ่งที่ชาวโคราชได้รับจากการดูแลของพล.อ.ประยุทธ์ ในหลายเรื่องเป็นอย่างไรเท่านั้น

“คนโคราชชื่นชม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพราะตั้งแต่มีนายกรัฐมนตรีมา ยังไม่เคยมีนายกฯ คนไหนมีผลงานเด่นชัดให้คนโคราชจับต้องได้เช่นนี้มาก่อน เห็นได้จากโครงการมอเตอร์เวย์ บางปะอิน-โคราช รถไฟความเร็วสูง รถไฟรางคู่ และรัฐบาลนี้ยังได้อนุมัติรถไฟรางเบาวิ่งในเมืองโคราชอีกด้วย ตรงนี้ถือว่านครราชสีมาได้รับการดูแลอย่างจริงใจ เราต้องขอบคุณในฐานะตัวแทนพี่น้องประชาชน”

พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นชาวโคราชด้วยนั้น มีผลกับความนิยมของพรรคมากน้อยแค่ไหนไม่รู้ แต่ที่ “วิรัช” สามารถพูดแทนคนโคราชได้ คือคนโคราชรู้สึกว่าใครที่ทำเพื่อบ้านเมืองคนโคราชสนับสนุน ขณะเดียวกันใครที่คิดเอาโคราชมาหลอกลวง คนโคราชจะลงโทษ

          “ตลอดระยะเวลาที่ผมเป็นผู้แทนราษฎรมา 30 กว่าปี จนถึงวันนี้ ต้องยอมรับว่ายังไม่มีนายกฯ คนไหนที่ดูแลประเทศไทย ให้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐทุกครัวเรือน ให้ทุกเดือนตรงเวลา ตรงนี้เป็นจุดที่ พล.อ.ประยุทธ์ สามารถครองใจชาวบ้านได้” วิรัช กล่าวย้ำ

แม้จะยอมรับว่าเป็นที่น่าเสียดายที่ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่มาร่วมเวทีปราศรัยใหญ่ เมื่อวันที่ 10 มีนาคม ที่ผ่านมา ทำให้ชาวบ้านพลาดโอกาสพบเจอแคนดิเดตนายกฯ ผู้นี้ แต่นั่นคงไม่มีผลกับกระแสความนิยมในพื้นที่ว่าจะดีหรือไม่ ซึ่งวิรัชระบุว่า เรื่องนี้ต้องบอกว่ากระแสดีขึ้นโดยระบบของมัน ถึง พล.อ.ประยุทธ์มา คนโคราชก็รัก ถึงไม่มาก็รัก จะยังไงก็รัก!!!

ทั้งนี้ “นครราชสีมา” ถือเป็นจังหวัดใหญ่ มีถึง 14 เขตเลือกตั้ง “วิรัช” พูดจากความรู้สึกโดยตรงว่า “ผมอยากได้ทุกเขต แต่ก็ต้องยอมรับความจริงว่าอาจจะขาดไปบ้าง แต่อย่างไรก็ตาม กว่าพรรคอื่นจะชนะพลังประชารัฐ ก็ต้องบอกว่าลำบากจริงๆ ผมรู้ว่าทุกพรรคพยายามสุดความสามารถ แต่ในความพยายามนั้น เขาอาจแพ้เราบ้าง”

นอกจากพื้นที่ “นครราชสีมา” แล้ว ยังมีพื้นที่รับผิดชอบอีก 4 จังหวัด ได้แก่ ชัยภูมิ-บุรีรัมย์-สุรินทร์ และเลย รวมกันทั้งหมดมี 38 เขตเลือกตั้ง ผู้สมัครของพรรคทุกคนพร้อมที่จะดูแลพี่น้องประชาชน ด้วยนโยบายที่ออกมาสามารถดูแลได้มากกว่าทุกพรรค อย่ามาใช้วาทกรรมเศรษฐกิจแย่ ความจริงมันไม่ได้แย่ ดังนั้นการที่ตั้งเป้ากวาด ส.ส. ให้ได้มากกว่าครึ่งจากทั้งหมด 38 เขตนั้น วันนี้ยังไม่รู้จะมากหรือน้อยกว่าที่คิดไว้

          “คนที่จะมาสร้างอีสาน มาดูแลพี่น้องชาวอีสาน นาทีนี้จากประสบการณ์ที่เป็นผู้แทนฯ มา 30 กว่าปี ไม่มีใครดีเท่า พล.อ.ประยุทธ์ ขอยืนยัน วันนี้จะใช้คำนี้ก็คงไม่ผิดว่า คนโคราชมีขวัญใจคนใหม่แล้ว คือ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะท่านทุ่มเทในการพัฒนานครราชสีมามากกว่าทุกๆ นายกรัฐมนตรีที่เคยมีมา”

ส่วนเมื่อเปรียบเทียบกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่มีผลงานและคะแนนนิยมในภาคอีสาน ทาง “แม่ทัพน้อยอีสาน” ของพปชร. ตอบทันทีว่า “แน่นอน ผมกล้ายืนยันได้เลยว่ายังไม่มีโครงการไหนเลยที่นายทักษิณทำให้คนโคราชที่เห็นชัดเหมือนพล.อ.ประยุทธ์”

“ส่วนใครจะบอกว่าท่านเป็นเผด็จการ ผมยืนยันได้เลยว่า วันนี้ท่านสืบทอดเจตนารมณ์เรื่องเดียวคือ ทำให้บ้านเมืองสงบ ไม่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย นี่ถือว่าดีที่สุด แต่ถ้าเลือกคนอื่นผมไม่กล้าการันตีว่าอะไรจะเกิดขึ้น และพรรคพลังประชารัฐไม่ได้สืบทอดอำนาจจากใคร แต่สืบทอดความสงบเรียบร้อย”

ดังนั้นงานสำคัญของ “วิรัช” และครอบครัว “รัตนเศรษฐ” เที่ยวนี้จะเป็นไปตามเป้ามากน้อยแค่ไหน จะได้รับการปูนบำเหน็จจากผู้ใหญ่ที่คอยแบ็กอัพอย่างเต็มที่ ด้วยการตอบแทนในตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงใด ทุกอย่างจะปรากฏหลังวันหย่อนบัตร 24 มีนาคม 2562

“ทวี”มั่นใจประชาชาติคว้า25ส.ส.หากขั้วตรงข้ามดื้อ “จบในสภาแน่

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/366408?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

“ทวี”มั่นใจประชาชาติคว้า25ส.ส.หากขั้วตรงข้ามดื้อ “จบในสภาแน่

วันที่ 21 มีนาคม 2562 – 10:24 น.
ประชาชาติ,วันมูหะมัดนอร์ มะทา,พตอทวี สอดส่อง,ณหทัย ทิวไผ่งาม,พรรคประชาชาติ
เปิดอ่าน 2,361 ครั้ง

“พรรคประชาชาติ” คือพรรคที่หลายคนมองว่าอยู่ขั้วต้านการสืบทอดอำนาจ และหวังที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการตั้งรัฐบาลใหม่จากการเลือกตั้งครั้งนี้

“ประชาชาติ” ส่งผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต 215 คน และแบบบัญชีรายชื่อ 58 คน ส่วนบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรีของพรรคมี 3 ชื่อ ได้แก่ วันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรค, พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรค และ น.ส.ณหทัย ทิวไผ่งาม รองหัวหน้าพรรค

เลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าวกับ “เครือเนชั่น” ว่า “ช่วงโค้งสุดท้ายการเลือกตั้ง พรรคมีความพร้อม เน้นให้ผู้สมัคร ส.ส.เข้าพบประชาชนและปราศรัยในทุกภาค เพื่อชี้จุดยืนของพรรคที่ต้านเผด็จการและอธิบายนโยบายพหุวัฒนธรรมของพรรค โพลล์ของพรรคชี้ว่า คะแนนนิยมดีขึ้นในหลายจังหวัด เช่น อำนาจเจริญ ชัยภูมิ อุบลราชธานี ขอนแก่น เลย และจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่พรรคน่าจะได้ ส.ส. แคน เป็นอย่างน้อย ฉะนั้นพรรคน่าจะได้ ส.ส. 2 ระบบ 25 คน”

พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า “ถ้าเราคิดว่าเสาหลักในการทำให้ประเทศเจริญรุ่งเรือง ผมมองว่ามีอยู่ 4 เสาหลักคือ เสาหลักที่ 1 เสาหลักทางด้านการเมืองการปกครอง เสาหลักที่ 2 คือเสาหลักทางด้านสังคมซึ่งแยกเป็นศาสนากับการศึกษา เสาหลักที่ 3 คือเรื่องทางเศรษฐกิจ ส่วนเสาหลักที่ 4 คือเรื่องความมั่นคง
ทั้งสี่เสาหลักนี้จะต้องมีความสมดุล แต่เรื่องใหญ่คืออำนาจทางการเมืองพรรคการเมืองจะเป็นเสาหลักที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของคนทุกคน เพื่อเรียกความเชื่อมั่นของจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้กลับคืนมา ย้ำว่า พรรคประชาชาติต้องการจะมาทำงานการเมือง คือเจตนารมณ์เพื่อจะเข้าไปบริหารและปกครองประเทศในช่องทางประชาธิปไตย”

พ.ต.อ.ทวี กล่าวด้วยว่า วันนี้กระแสพรรคประชาชาติในอีสาน ได้ไปทำโพลล์แล้ว หลายจังหวัดพรรคจะมี ส.ส.ด้วย วันนี้พรรคประชาชาติ เป็นพรรคการเมืองที่จัดตั้งขึ้นใหม่ โดยโอกาสที่พรรคประชาชาติจะก้าวไปสู่จุดหมายนั้น เราต้องทำให้พรรคฝ่ายประชาธิปไตยชนะฝ่ายตรงข้ามให้ได้และต้องรวมกันให้ได้ 376 คนขึ้นไปจากการเลือกตั้งครั้งนี้แม้จะค่อนข้างยากก็ตาม เพราะพรรคที่จะเป็นแกนนำตั้งรัฐบาลและพรรคร่วมต้องมี ส.ส.อย่างน้อย 250 คนที่จะเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีได้

การเมืองช่วงจากนี้ไปจะเหมือนสมัยรัฐบาล พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ (เหตุการณ์รัฐประหาร 20 ตุลาคม 2520 โดยคณะปฏิวัติภายใต้การนำของ พล.ร.อ.สงัด ชลออยู่ ยึดอำนาจรัฐบาลนายธานินทร์ กรัยวิเชียร พล.อ.เกรียงศักดิ์ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และให้มีสภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่ด้านนิติบัญญัติ และร่างรัฐธรรมนูญ ภายหลังการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2521 แต่สาระสำคัญของรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้ในบทเฉพาะกาล แสดงให้เห็นถึงการสืบทอดอำนาจของฝ่ายทหารจนกระทั่งได้ฉายาว่า “ประชาธิปไตยครึ่งใบ” ภายหลังการเลือกตั้ง พล.อ.เกรียงศักดิ์กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งภายใต้หลากปัญหาและมีการชุมนุมขับไล่รัฐบาล จนมีการเรียกประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา สมัยที่สอง ในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2523 ซึ่งในการประชุมครั้งนี้ พล.อ.เกรียงศักดิ์ได้แถลงชี้แจงถึงปัญหาที่ผ่านมา และได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี)

          “ผมมองว่าหากอีกฝ่ายยังขืนกระแสและพยายามตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย โดยให้ส.ว. 250 คนมาลงมติเลือกนายกฯ และมีพรรคการเมืองที่ไม่ใช่พรรคอันดับหนึ่งไปร่วมตั้งรัฐบาล แน่นอนว่าทางนั้นจะพยายามทำให้สำเร็จ สมมุติว่าทำได้จริง ประชุมรัฐสภาเพื่อเลือกนายกฯ คนใหม่เกิดขึ้นได้ หากวันนั้นเราได้บางคนตามที่เป็นข่าวแล้วทำงานไประยะหนึ่ง วันนั้นพรรคประชาชาติจะร่วมลงชื่อหรือเป็นแกนนำในยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ วันนั้น ส.ว.ก็มาร่วมลงมติไม่ได้ ถามว่ารัฐบาลเสียงข้างน้อยจะเดินแบบใด เรื่องนี้ต้องจบในรัฐสภา”

ส่วนความเป็นไปได้ที่จะมี ส.ส.งูเห่าภาคสาม ตามที่หัวหน้าพรรควิเคราะห์ไว้หรือไม่นั้น เลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าวว่า “วันนี้ต้องยอมรับว่าระบบเผด็จการไม่สามารถแก้ปัญหาประเทศชาติได้ ระบอบเผด็จเป็นระบอบที่คนกลุ่มหนึ่งมีความสุข ประชาชนส่วนใหญ่มีความทุกข์ ประชาชนต้องออกมาบ่นว่าไม่ไหวแล้ว สภาพเศรษฐกิจแย่มาก ประชาชนต่างเฝ้ารอวันที่จะเลือกตั้งเร็วๆ แต่บ้านเมืองขณะนี้เป็นบ้านเมืองที่ป่วยจนต้องหายาขนานใหม่ ยาขนานนั้นคือยาประชาชาติ ยาประชาชาติซึ่งจะเป็นการรักษาประเทศไทยและจะเปลี่ยนประเทศไทยให้ดีขึ้น”

          เลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าวว่า “ตอนนี้การซื้อเสียงจากพรรคใหญ่บางพรรคเกิดขึ้นแล้วในหลายเขต ขอให้ กกต.ใช้อำนาจตามกติกาที่ชัดและไปตรวจสอบด้วยเพื่อนำคนทำผิดออกไปจากเส้นทางการเมือง เพราะพรรคต่อต้านเรื่องนี้ เพราะหากซื้อเสียงก็จะมีการถอนทุนด้วยการทุจริตในช่วงเป็นรัฐบาล จากนั้นก็จะมีการยึดอำนาจ วงจรอุบาทว์กลับมาแบบเดิม หัวหน้าพรรคย้ำทุกเวทีว่าอย่าให้เงินซื้อประชาชนได้ ต้องตอบแทนในคูหาเลือกตั้งกับคนพวกนี้”

          “หากวันนั้นเราได้บางคนตามที่เป็นข่าวมาเป็นนายกฯ พรรคประชาชาติจะร่วมลงชื่อหรือเป็นแกนนำในยื่นญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจ วันนั้น ส.ว.ก็มาร่วมลงมติไม่ได้ ถามว่ารัฐบาลเสียงข้างน้อยจะเดินแบบใด เรื่องนี้ต้องจบในรัฐสภา”

‘1762’ สายด่วนสงกรานต์ 24 ชม.

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/366405?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

‘1762’ สายด่วนสงกรานต์ 24 ชม.

วันที่ 21 มีนาคม 2562 – 10:10 น.
สงกรานต์,สายด่วน1762,อ๊อด เทอร์โบดับเครื่องชน
เปิดอ่าน 247 ครั้ง

คอลัมน์… อ๊อด เทอร์โบ..ดับเครื่องชน oddturbo1900@gmail.com

ร่วมสงกรานต์วิถีไทย
เรียน คุณอ๊อด เทอร์โบ

ผมเป็นคนเหนืออยู่ลำปางเมืองรถม้า ทุกปีจะกลับบ้านไปทำบุญตักบาตรตามประเพณีไทยในช่วงสงกรานต์ขึ้นปีใหม่ไทยและวางแผนว่าปีนี้จะขับรถกลับบ้านและไปแบบสบายๆ ออกเดินทางก่อนวันหยุดยาวเพราะช่วงนั้นรถจะเยอะเดินทางลำบาก

ทุกปีที่ผ่านมามักจะมีปัญหาเรื่องการเล่นสงกรานต์บ่อยๆ ไปในทางลามกอนาจาร ซึ่งผมดีใจที่ทางรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมได้ประกาศแนวทางหรือโยบายหลักช่วงเทศกาลสงกรานต์และขอสนับสนุนตามข่าวที่ประกาศมาว่า

การจัดงานประเพณีสงกรานต์ปีนี้ จัดงานภายใต้แนวคิดสงกรานต์วิถีไทย ใช้น้ำคุ้มค่า ทุกชีวาปลอดภัย ส่งเสริมประเพณีวันขึ้นปีใหม่ของไทย สะท้อนถึงวิถีชีวิตด้วยการทำบุญตักบาตร เข้าวัด สรงน้ำพระ รดน้ำขอพรผู้ใหญ่ แสดงความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ อุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษ เล่นน้ำอย่างคุ้มค่า และเคารพกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

หน่วยงานต่างๆ ได้กำหนดแนวทางและมาตรการจัดงานประเพณีทั้งส่วนกลางและภูมิภาค รวมถึงจังหวัดที่มีพื้นที่ติดประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน ได้แก่ กัมพูชา ลาว และเมียนมาร์

แบ่งเป็น 3 แนวทาง 14 ด้าน ได้แก่ 1.การรณรงค์จัดสงกรานต์แบบไทย อาทิ สืบสานประเพณีท้องถิ่น รณรงค์แต่งผ้าไทย ผ้าท้องถิ่น “ไม่แป้ง ไม่โป๊ และไม่แอลกอฮอล์” โดยจะจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังร่วมกับตำรวจ มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง หากประชาชนพบเห็นความไม่เหมาะสมต่างๆ อาทิ โชว์สรีระอนาจาร ลวนลาม คุกคามทางเพศ ทะเลาะวิวาท แจ้งสายด่วน 1762 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

2.รณรงค์ใช้น้ำคุ้มค่า งดใช้รถบรรทุกตระเวนสาดน้ำในพื้นที่ต่างๆ กำหนดเวลาเล่นน้ำ ห้ามใช้แป้งและสี ไม่ใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันสูง เล่นน้ำอย่างสุภาพ

3.รณรงค์ทุกชีวาปลอดภัย ขอความร่วมมือสถานบันเทิง กำหนดเวลาเปิด-ปิดงาน และงดจำหน่ายแอลกอฮอล์ตามเวลาที่กำหนด

ใช้มาตรการเมาไม่ขับ ปลอดแอลกอฮอล์ มีวินัยจราจร เน้นการดูแลประชาชนและนักท่องเที่ยว ส่งคนกลับบ้านปลอดภัย ตรวจจับความเร็วรถ จัดโซนนิ่งดูแลการจัดงานป้องกันพฤติกรรมไม่เหมาะสม มูศูนย์แจ้งเตือนภัยสภาพอากาศแก่ประชาชน

ผมอยากให้ทุกคนมีความสุขในการเล่นสงกรานต์ จึงได้แจ้งมาตรการเหล่านี้มาและขอร้อง ขอความร่วมมืออย่าให้เกินเลยมากมายขาดสติจนโดนตำรวจจับแล้วจะเสียใจภายหลัง
ไพโรจน์ (ลำปาง)

ตอบ คุณ ‘ไพโรจน์’ ลำปาง
วันเวลาผ่านไปรวดเร็วเหมือนติดปีกบินนะครับ นี่ก็ใกล้จะถึงเทศกาลสงกรานต์แล้ว ซึ่งทางกรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศว่าจะมีประชาชนเดินทางไปทำบุญและท่องเที่ยวต่างจังหวัดมากกว่าที่ผ่านมาหลายเท่า

ขอบคุณสำหรับจดหมายที่กรุณาแจ้งแนวทางนโยบายการจัด-การเล่นสงกรานต์ของกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งขอร่วมสนับสนุนเต็มที่ โดยเฉพาะ ‘สายด่วนสงกรานต์ 24 ชม. 1762’ นี่ยอดเยี่ยมมากและขอให้มีเจ้าหน้าที่ประจำการบริการดูแลช่วยเหลือประชาชนตามแผนด้วย ไม่ใช่โทรไปแล้วไม่มีใครรับสายหรือตอบคำถามอะไรไม่ได้จะเปล่าประโยชน์

นอกจากการเล่นสงกรานต์ตามวิถีไทยแล้ว ขอเตือนเรื่อง ‘ความปลอดภัย’ ในการเดินทางช่วงวันหยุดยาวสงกรานต์ด้วยเพราะเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายและถือคติว่า ‘เมาไม่ขับ’ และ ‘ง่วงหรือเพลีย’ ก็ไม่ขับให้จอดพัก

ขอให้ทุกหน่วยงาน เช่น ตำรวจทางหลวง, ตำรวจท่องเที่ยว, ตำรวจท้องที่และอาสาสมัคร ฯลฯ ช่วยดูแล-ช่วยเหลือประชาชนด้วย
อ๊อด เทอร์โบ


‘อ๊อด เทอร์โบ’ ขอเป็นสื่อกลางแจ้งข่าวอันเป็นมหามงคลสำหรับท่านที่สนใจจะบวช-ปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติ ในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ
จึงขอบอกบุญมา ณ ที่นี้
อ๊อด เทอร์โบ


 บวชเฉลิมพระเกียรติ
มหาเถรสมาคม(มส.) มีมติจัดโครงการบรรพชาอุปสมบท ปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ระหว่างวันที่ 2-16 พฤษภาคม จำนวน 6,810 รูปทั่วประเทศ

คณะสงฆ์กรุงเทพฯ มีมติเลือกวัดพิชยญาติการามเป็นศูนย์กลางในการจัดโครงการดังกล่าว โดยเปิดรับสมัครจนถึงวันที่ 30 เมษายนนี้ ผู้ที่สนใจเข้าร่วมบรรพชาอุปสมบท เตรียมเอกสารหลักฐาน ประกอบด้วยรูปถ่ายหน้าตรง 1-2 นิ้ว สำเนาบัตรประชาชน 1 ชุด สำเนาทะเบียนบ้าน 1 ชุด ใบรับรองแพทย์ และต้องมีผู้ปกครอง พร้อมสำเนาบัตรประชาชนหรือญาติมาเซ็นรับรองเอกสารในวันที่สมัคร 1 ชุด

โดยผู้สมัครเข้าร่วมบรรพชาอุปสมบทไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

ท่านที่สนใจจะร่วมเป็นเจ้าภาพอุปถัมภ์โครงการนี้ร่วมทำบุญผ่านธนาคารไทยพาณิชย์ บัญชีออมทรัพย์ สาขาเฉลิมนคร ชื่อบัญชี วัดพิชยญาติการาม วรวิหาร โครงการอุปสมบทเลขบัญชี 037-255705-0 สอบถามได้ที่ไลน์ @thai9599 หรือเฟซบุ๊ก : วัดพิชยญาติการาม วรวิหาร โทร.0-2438-1738, 08-8565-1915, 09-3915-3995

“ปชป.” แดนทักษิณ คะแนนหาย-คนดังร่วง ปิดฉาก “เสาไฟฟ้า”อนาล็อก

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/366397?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

“ปชป.” แดนทักษิณ คะแนนหาย-คนดังร่วง ปิดฉาก “เสาไฟฟ้า”อนาล็อก

วันที่ 21 มีนาคม 2562 – 09:04 น.
พรรคประชาธิปัตย์,พรรคสะตอ,พื้นที่ภาคใต้,เสาไฟฟ้า,ชวน หลีกภัย,สุเทพ เทือกสุบรรณ,พรรคอนาคตใหม่,ธนาธร,เลือกตั้ง 2562,หาเสียงเลือกตั้ง
เปิดอ่าน 21,144 ครั้ง

อดีตส.ส.ค่ายสะตอ ทำท่าว่าจะสอบตก พอนายชวนมากล่อม คนก็กลับมาเลือกอีกสมัย

000 สภากาแฟเริ่มพูดกันหนาหู กรณี “คนดังคนเด่น” ของ 2 พรรคใหญ่อย่างพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาธิปัตย์ จะ “สอบตก” อันเนื่องมาจากกติกาเลือกตัั้ง ส.ส.แบบใหม่ คือ “ระบบจัดสรรปันส่วนผสม” หมายถึง บัตรใบเดียว” แต่ยังมี “ส.ส. 2 ระบบ” กรณีคะแนนเฉลี่ย 8 หมื่นคะแนนต่อ ส.ส. 1 คน สมมุติว่า พรรคใหญ่ได้ ส.ส.เขต 200 คน เมื่อนำคะแนน ส.ส. เขตรวมทั้งประเทศและคิดสูตร ส.ส.พึงมีลบด้วย ส.ส.เขตพรรคใหญ่อาจจะไม่ได้ส.ส.บัญชีรายชื่อเลยแม้แต่คนเดียว

000 เหตุนี้เอง นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี” จึงออกมาเสนอ “โหวตยุทธศาสตร์” พรรคเพื่อไทยชนะในเขตเลือกตั้งยิ่งมากเขตเท่าใด จะยิ่งยกระดับคะแนนที่ต้องการเพื่อได้ “ส.ส.พึงมี” มากขึ้นเท่านั้น เช่นเพื่อไทยได้เขตละ หมื่นคะแนน ไปถึงมากกว่า แสนคะแนน ก็จะทำให้คะแนน “ส.ส.พึงมี” ต่อ แสนคะแนน ไม่ใช่ คนต่อ หมื่น ทำให้พรรคขนาดกลางจำนวน ส.ส.ลดวูบ และพรรคขนาดเล็กไม่ได้ ส.ส.เลย

000 พรรคประชาธิปัตย์ก็คิดได้ไม่ต่างจากพรรคเพื่อไทย “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” จึงประกาศทุกเวทีในโค้งสุดท้ายต้องเลือกแบบไม่เกรงใจใคร เลือกผู้สมัคร ปชป.ระบบเขต ให้ได้คะแนนเกิน 8 หมื่นคะแนน เพราะคะแนนที่เหลือถือว่าได้กำไร และทำให้หัวหน้ามาร์ค และประธานชวน ไม่สอบตก

สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์

000 ส่วน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” พูดย้ำแล้วย้ำอีกเลือกตั้งอย่างมียุทธศาสตร์เลือก “เพื่อไทย” อย่างถล่มทลาย หมายถึงต้องได้มากกว่า 8 หมื่นคะแนนขึ้นไป เหมือนกับที่ ปชป.เสนอ หากไม่เป็นไปตามนี้คงได้เศร้าทั้งพรรค เมื่อคุณหญิงหน่อย และ “เหลิม บางบอน” ไม่ได้เข้าสภา

000 พรรคใหญ่พยายามสร้างกลยุทธ์ “เบ่งคะแนน” ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ สุเทพ เทือกสุบรรณ” ก็ลุ้นปาฏิหาริย์ครั้งที่ 3 ให้ประชาชนออกมาเทคะแนนให้ พรรครวมพลังประชาชาติไทย” โดยปาฏิหาริย์ครั้งที่ 1 คนไทยหลั่งไหลออกมาหลายล้านคนโค่นรัฐบาลภายใต้ระบอบทักษิณได้สำเร็จ และปาฏิหาริย์ครั้งที่ 2 ประชาชนลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ 16.8 ล้านเสียง

000 เนื่องจาก “ลุงกำนัน” แสดงตัวหนุน “ลุงตู่” สุดกำลัง แต่เวลานี้กองเชียร์ลุงตู่ทุ่มเทสุดหัวใจเลือก “พรรคพลังประชารัฐ” อาจทำให้คะแนนที่พรรค รปช.วาดหวัง ไม่ได้ตามเป้าหมาย

000 สนามชุมพร เขต 3 “สุเทพ” หวังได้ ส.ส.เขต 1 ที่นั่ง จาก ลูกช้าง” สุพล จุลใส อดีตนายกอบจ.ชุมพร ที่สร้างฐานการเมืองมานานหลายปี แต่ โกจ้าว” ธีระชาติ ปางวิรุฬรักษ์ แชมป์เก่า ปชป. คงไม่ยอมแพ้ง่ายๆ การต่อสู้ยกแรก “ลูกช้าง” เสียงดีกว่า “โกจ้าว” แต่ยกหลังๆ ลุงกำนันออกมาอาละวาดลำเลิกเบิกประจาน “อภิสิทธิ์” และปชป. ก็ส่งผลให้ลูกช้างคะแนนเสียงตกวูบ

ลูกช้าง สุพล จุลใส หาเสียงค่ำไหนนอนนั่น มุ่งล้มเสาไฟฟ้า

000 สังเกตว่าลุงกำนันลดการวิพากษ์อภิสิทธิ์ลงทันที หลัง “นายชวน” ออกมาปรามแบบนิ่มๆ ฉะนั้น สองวันสุดท้าย “ลูกช้าง” อาจต้องออกแรงเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวเพื่อจะเบียดเข้าป้าย แต่ “โกจ้าว” ยังต้องพึ่ง “นายชวน” โฉบมาที่เขต 3 แค่ไม่กี่นาทีก็คงได้เป็น ส.ส.อีกสมัย

โกจ้าว ธีระชาติ ยังพึ่งบารมีชวน เข้าสภา

000 มิเพียงเท่านั้นลุงกำนันยังเจอ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” นำทัพอนาคตใหม่ ลุยเมืองหอยใหญ่ โดยวันก่อนมีการปราศรัยใหญ่ที่ อ.เมืองสุราษฎร์ธานี มีคนมาให้กำลังใจมากกว่า 4 พันคน

ธนาธร ปราศรัยใหญ่ที่สุราษฎร์ธานี

หากดูรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคส้มหวาน ก็ไม่ต้องแปลกใจ อย่างเขต 1 “ส.จ.แอ๊ด” ธีรพงศ์ศักดิ์ เมืองราม ที่เคยลงสมัคร ส.ส.สังกัดพรรคชาติพัฒนามาแล้ว หรือเขต 2 ณัฐดนัย หิมทอง หรือ กำนันยศ อดีตกำนันดังในเกาะสมุยที่มีฐานเสียงหลักใน อ.เกาะสมุยและเกาะพะงัน

กำนันณัฐดนัย ที่ธนาธร หวังปักธง ส.ส.เขต 2 สุราษฎร์ธานี

000 สำหรับพรรค ปชป.ยังดำเนินกลยุทธ์ปราศรัยใหญ่ทั่วภาคใต้ และที่ขาดไม่ได้คือ ชวน หลีกภัย” ที่มาวอนขอให้คนใต้เลือก พรรคคนใต้” ซึ่งลีลาการปราศรัยโน้มน้าวใจคนบ้านเดียวกัน มักจะส่งผลต่อการตัดสินใจของชาวบ้าน หลายเขตหลายจังหวัด อดีตส.ส.ค่ายสะตอ ทำท่าว่าจะสอบตก พอนายชวนมากล่อม คนก็กลับมาเลือกอีกสมัย

ชวน หลีกภัย เทพเจ้าการเมืองของคน ปชป.

000 ครั้งนี้กลับมีปรากฏการณ์ธนาธรเกิดขึ้น ทำให้แกนนำพรรค ปชป.กังวลเรื่องคะแนนเสียงภาพรวมจะลดลง เฉพาะสนามพัทลุงที่เจอสองเด้งทั้ง “ไพร่หมื่นล้าน” และ “เจ๊เปี๊ยะ” ค่ายภูมิใจไทย ทำให้ นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ” ต้องมาย้ำ “พัทลุง เปรียบเสมือนเมืองหลวงของพรรค ปชป.” หากว่าที่สนามเมืองลุงแพ้ 1-2 เขต ก็ถือว่าพ่ายแพ้ทั้งภาค

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่พัทลุง

000 คอการเมืองเฝ้าจับตาสนามภาคใต้อย่างใกล้ชิด ต่างลุ้นกันว่า “ปรากฏการณ์ธนาธร” จะสร้าง เสาไฟฟ้า” ยุคดิจิทัล ขึ้นมาได้หรือไม่? และจะถึงกาลอวสานของ เสาไฟฟ้า” ยุคอนาล็อก ใช่หรือไม่?

ระวังทักษิณคืนชีพ! สกัดพรรครับใช้ “ชินวัตร”

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/366386?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ระวังทักษิณคืนชีพ! สกัดพรรครับใช้ “ชินวัตร”

วันที่ 21 มีนาคม 2562 – 08:45 น.
ทักษิณ ชินวัตร,พรรคเพื่อไทย
เปิดอ่าน 10,625 ครั้ง

คอลัมน์…  รักแผ่นดิน   โดย…  ฅนไท  ที่มา นสพ. กรุงเทพธุรกิจ

มีความพยายามของนักยุทธศาสตร์เลือกตั้งในระบอบทักษิณ ที่จะเอาชนะรัฐธรรมนูญ 2560 ของพรรคเพื่อไทย ด้วยการแตกตัวเป็นพรรคเพื่อไทย เพื่อชาติ ไทยรักษาชาติ และประชาชาติ พร้อมสร้างพรรคพันธมิตรทางการเมือง อย่างเสรีรวมไทย และอนาคตใหม่ เพื่อมุ่งหวัง ตั้งรัฐบาลยึดอำนาจรัฐสภา เหมือนที่ทำสำเร็จมาแล้ว 4 ครั้ง ในรอบ 20 ปี

ที่น่าตกใจคือ บรรดานักการเมืองหน้าเก่าและรุ่นใหม่ ที่เข้ามาสังกัดพรรคเหล่านี้ ทั้งที่กำลังอุ้มชู “ระบอบทักษิณ”ให้คืนชีพกลับมา หลังจากถูกทั้ง อำนาจทหารและตุลาการภิวัฒน์ พยายามสกัดกั้นการครองอำนาจในระบอบคณาธิปไตยของทักษิณ ชินวัตร มาหลายครั้ง ด้วยเหตุผลที่ระบอบทักษิณเข้ามาโกงบ้านกินเมือง มหกรรมการโกงทั้งแก้กฎหมาย เพื่อขายหุ้นให้ต่างชาติแบบไม่เสียภาษี โกงการก่อสร้างและการประมูลงานในสนามบินสุวรรณภูมิ ภาคแรก (2549) โกงจำนำข้าวและอีกมากมายแห่งมหากาพย์การทุจริต เกิดขึ้นในรัฐบาล 2 ชินวัตร (ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์)

แต่นักการเมืองเก่า-ใหม่ ที่ยังอยู่และตั้งพรรคใหม่ รับใช้ระบอบทักษิณ ยังอาจหาญประกาศตัวประกาศตัว อ้างรับใช้ประชาชน แต่ที่แท้รับใช้ “ชินวัตร” อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ ทั้ง ยงยุทธ ติยะไพรัช แห่ง ”เพื่อชาติ” บอกภารกิจครั้งนี้ “เอาทักษิณกลับบ้าน “ ส่วน ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประกาศว่า “get him back” แบบนี้เหรอเจตนาแก้ปัญหาให้ประเทศชาติ หรือเบื้องหลังคือ เจตนาฟื้นระบอบทักษิณ

กว่า 10 ปี ที่ระบอบทักษิณ โกงกินประเทศ เอาทรัพย์สินสร้างความร่ำรวยให้คนในครอบครัว”ชินวัตร”และเครือข่าย

กว่า 10 ปี ที่ระบอบทักษิณ “ปลุกคนไทยมาฆ่ากัน” เพื่อหวังยึดอำนาจล้างมลทินให้ตัวเอง

วันนี้เราจะปล่อยให้ ระบอบทักษิณ ฟื้นคืนชีพ เข้ามาโกงกินและสร้างความไม่สงบให้แผ่นดินอีกหรือ รักแผ่นดินช่วยกันสกัดเครือข่ายระบอบทักษิณ! ก่อนไม่มีอะไรในแผ่นดินจะเหลือไว้เล่าขานให้ลูกหลานเราภาคภูมิใจ

หลังหย่อนบัตร เมืองไทยไปทางไหน?

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/366265?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

หลังหย่อนบัตร เมืองไทยไปทางไหน?

วันที่ 20 มีนาคม 2562 – 12:20 น.
หย่อนบัตร,เลือกตั้ง 62,ทิศทาง,จี้จุดตายคลายจุดเป็น,ประชาธิปไตย,พรรคเพื่อไทย,พรรคพลังประชารัฐ,พรรคประชาธิปัตย์,พรรคอนาคตใหม่
เปิดอ่าน 991 ครั้ง

คอลัมน์… จี้จุดตาย..คลายจุดเป็น โดย… เร้นกาย ไร้เงา

ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 51,427,890 คน คือผู้กำหนดเส้นทางประชาธิปไตยของไทย เเละไม่กี่อึดใจข้างหน้าคนไทยส่วนใหญ่จะได้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งกันเเล้ว หลังจากมีการเลือกตั้งในต่างประเทศเเละเลือกตั้งล่วงหน้าไปเเล้ว

โดยบรรยากาศในช่วงที่ผ่านมาเเม้จะมีอะไร “พิลึกๆ” ออกมาเเบบไม่น่าจะเกิดขึ้นหลายกรณี เเต่สิ่งหนึ่งที่ควรจดจำ คือ ความตื่นตัวที่น่าประทับใจของคนไทยที่มีมากกว่าการเลือกตั้งหลายครั้งที่ผ่านๆ มา เเละหวังใจว่าผู้ที่อาสามาทำงานการเมืองคราวนี้ต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเเละเหมาะกับการไว้วางใจของคนไทย

วันอาทิตย์นี้ตั้งเเต่เเปดโมงเช้ายันห้าโมงเย็น หน่วยเลือกตั้ง 92,336 หน่วยจะรองรับคนไทยที่จะออกไปเเสดงเจตจำนง

ขอเพียงว่า…อย่าให้สิ่งนอกเหนือความคาดหมายบังเกิดขึ้นตามการคาดการณ์ของคนวงในการเมืองบางคนที่จับจ้องจังหวะนี้อยู่….

เนื่องจากคนวงในการเมืองบางคนสะท้อนมุมมองที่น่าไตร่ตรองว่า เลือกตั้งครั้งนี้เสมือน “การเผาหลอก” เพราะมีเเนวโน้มความวุ่นวายหลากปัจจัยที่อาจเเป็นชนวน “เลือกตั้งโมฆะ” หลังการหย่อนบัตรยุติเเละทราบผลคะเเนนเบื้องต้นว่าใครเเละพรรคใดได้รับการชูมือจากประชาชน

มีการประเมินเบื้องต้นของคนวงในหลายพรรคเเล้วว่าเเนวโน้มเลือกตั้งคราวนี้จะฟาวล์ จะมาจากหลายปัจจัยจนโอกาสเลือกตั้งใหม่มีสูง ทราบว่าที่ผ่านมาบางพรรคลดหรือระงับน้ำเลี้ยงให้ผู้สมัครส.ส. เเม้บางพรรคยังเดินหน้าก็ตาม

เลือกตั้งครั้งนี้พ่วงทีเดียวสามนัย ทั้งการมี ส.ส. โอกาสการตั้งรัฐบาลเเละว่าที่นายกฯ ที่ผ่านมา เมื่อผลคะเเนนออกมาเบื้องต้นก็รู้สูตรเลยว่าการเมืองไทยจะไปเเบบใด เเต่ตอนนี้มองสูตรตั้งรัฐบาลลำบาก เพราะอันดับหนึ่งคราวนี้ไม่พ้นพรรคเพื่อไทย เเต่หากไม่มีพรรคอันดับสองหรือพรรคอันดับสามจับมือกับเพื่อไทยตั้งรัฐบาล จะตั้งรัฐบาลยาก เเม้เพื่อไทยจะมีพรรคเครือข่ายไม่เอาการสืบทอดอำนาจมาร่วมก็ตาม เเต่คะเเนนเสียงโดยรวมเเล้วหากไม่มีพรรคอันดับสองหรืออันดับสามมาร่วมเพื่อไทยเเละพรรคเเนวร่วมน่าจะทะลุสามร้อยส.ส.ยาก

ประชาธิปัตย์วันนี้ไม่เอาทั้งระบอบทักษิณเเละการสืบทอดอำนาจของคสช.เหมือนอ่านเกมออกว่า อย่างไรเสียอันดับหนึ่งเเละอันดับสามต้องมาเจรจาด้วย เพราะตัวเเปรคืออันดับสอง เเละปชป.น่าจะมองว่าอันดับสามเบียดขึ้นมาตรงนี้ยาก ตอนนี้ปชป.ทำอย่างเดียวคือเก็บส.ส.เขตให้มากที่สุดเเละรอเวลา เพราะธรรมเนียมปฏิบัตินั้น ต้องรออันดับหนึ่งจัดตั้งรัฐบาลก่อน หากไม่ได้อันดับสองจะรับสิทธิ์ หากอันดับสามมีการขยับรับรองปชป.ออกมาถล่มเเน่

พลังประชารัฐตอนนี้อยู่อันดับสาม เเม้จะพยายามเร่งเครื่องเข้าป้ายอันดับสองให้ได้ เเต่เวลาที่เหลือนี้ต้องดูว่าจะทะลุไปอันดับสองด้วยส.ส.กี่คนเเละจะใช้วิธีใด ตอนนี้คนวงในรับรู้กันเเล้ว เพียงเเต่รอดูว่าผลจะสัมฤทธิ์เเค่ไหน

ส่วนพรรคอื่นๆ ก็น่าจะเป็นองค์ประกอบ ขั้วไม่เอาบิ๊กตู่ เเน่นอนไปร่วมกับเพื่อไทย ส่วนพรรคขนาดกลางไปทางไหนก็ได้ เเละพรรคหนุนบิ๊กตู่ไปจับมือกับพปชร.เเน่นอน ตรงนี้ต้องรอดูว่าพรรคเหล่านี้จะมีส.ส.กี่คน

เเละรอดูว่าบางพรรคอาจเจอเเจ็กพอตเหมือนพรรคที่เพิ่งโดนยุบไปในไม่ช้านี้

ตรงนี้จะเป็นอีกตัวเเปรที่จะส่งผลการคำนวณส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ เเละอาจส่อเค้าให้คนที่เลือกพรรคนี้ไม่พอใจเเละอาจออกมาเคลื่อนไหวข้างนอก รวมทั้งการเเสดงออกในโลกออนไลน์ที่น่าจะเข้มข้น

คนวงในมองกันไปอีกสถานการณ์หนึ่งเเล้วว่า “หากการรับรองผลส.ส.ที่น่าจะออกมาหลังช่วงกลางเดือนพฤษภาคมไปเเล้ว หากวุ่นวาย รับรองเลือกตั้งใหม่ชัวร์ เเละรอดูว่าใครคือเเพะ”

ส่วนการดูเเลความเรียบร้อยนั้น คนในเเวดวงท็อปบู๊ทที่เกาะติดเเละวิเคราะห์การเมืองกำลังถอดรหัสว่า “การเมืองไทยหลังการหย่อนบัตรจะเดินไปในเเนวทางใด…” โดยยกสมมุติฐานจากการเลือกตั้งในประเทศเพื่อนบ้านมาเทียบเคียงว่าหลังการหย่อนบัตรในวันอาทิตย์นี้เมืองไทยจะเดินไปในเเนวทางใดของทางสองเเพร่ง

“การเลือกตั้งในเเดนเสือเหลืองที่มหาธีร์ มูฮัมหมัด กลับมาชนะลูกศิษย์ “นาจิบ ราซัก” เมื่อปีที่เเล้วโดยคนรุ่นใหม่มาเลเซียเป็นตัวเเปรหลักที่ทำให้เกิดภาวะนี้ขึ้น”

“เเละเหตุการณ์ 8888 เเห่งลุ่มน้ำอิรวดีเมื่อกว่าสามสิบปีที่เเล้วซึ่งชาวพม่าออกเรียกร้องการใช้สิทธิ์เลือกตั้งเเละทวงคืนประชาธิปไตยจนเกิดเหตุที่มิน่าจดจำ…”

คำตอบที่พอเจาะมาได้คือ “หลังเลือกตั้งเเนวโน้มหากไม่วุ่นวายเหมือนการเลือกตั้งเเดนเสือเหลือง ส่วนผลเลือกตั้งจะเหมือนกันหรือไม่นั้น หากมีการยอมรับผลการเลือกตั้งเเบบมาเลย์ มันก็น่าจะดี หากไม่มีการยอมรับ หรือมีปัญหาเกิดขึ้น จนเกิดการเคลื่อนไหวของหลากฝ่าย สถานการณ์ตรงนี้อาจลุกลามไปเหมือนพม่า…”
เมื่อฟังการประเมินสถานการณ์เเละความเป็นไปได้นั้น ภาวนาอย่างเดียวว่าเลือกตั้งครั้งนี้เมืองไทยอย่าเดินย้ำรอยประวัติศาสตร์ด้านมืดของเพื่อนบ้านที่เป็นตราบาปหนึ่งของประชาธิปไตยโลกที่เคยเกิดขึ้นเมื่อหลายสิบปีที่เเล้วเลย

เราควรมีด้านสวยงามของประชาธิปไตยที่สร้างด้วยมือคนไทยไว้บันทึกให้ลูกหลานจดจำน่าจะดีกว่า….

สนับสนุนให้ล่า (เสือดำ) แต่ไม่ได้ครอบครองซาก?

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/366258?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

สนับสนุนให้ล่า (เสือดำ) แต่ไม่ได้ครอบครองซาก?

วันที่ 20 มีนาคม 2562 – 11:30 น.
เสือดำ,เปรมชัย
เปิดอ่าน 840 ครั้ง

คอลัมน์… ล่าความจรืง..พิกัดข่าว โดย… ปกรณ์ พึ่งเนตร

 คดีล่าเสือดำมีคำถามให้สังคมคาใจจนได้…

แม้การพิพากษาลงโทษจำคุก 16 เดือนกับ “เจ้าสัวเปรมชัย” โดยไม่รอลงอาญา ดูจะทำให้หลายฝ่ายพึงพอใจในผลคำตัดสินในช่วงแรกๆ ที่มีข่าวออกมา แต่เมื่อข้อมูลเริ่มปรากฏมากขึ้น ก็เริ่มมีคำถามและข้อสังเกต

          เพราะศาลตัดสินคุณเปรมชัย ว่ามีความผิดฐานสนับสนุนให้ผู้อื่นล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า มีโทษจำคุก 8 เดือน ซึ่งโดยนัยน่าจะหมายถึงสนับสนุนให้ล่าเสือดำ แต่กลับยกฟ้องในข้อหาร่วมกันมีซากเสือดำไว้ในครอบครอง ขณะที่ลูกน้องอีก 3 คนมีความผิดข้อหานี้

ขณะที่ความผิดฐานมีซากสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น คุณเปรมชัยมีความผิดเฉพาะการครอบครองซากไก่ฟ้าหลังเทา มีโทษจำคุก 2 เดือน

จุดนี้ทำให้เกิดปัญหาว่าคุณเปรมชัยสนับสนุนให้ล่าเสือดำ จึงมีความผิด แต่กลับไม่ผิดครอบครองซากเสือดำ ส่วนลูกน้องอีก 3 คน มีเพียง 1 คนที่ผิดล่าเสือดำ แต่อีก 2 คนกลับโดนโทษจำคุกฐานร่วมกันครอบครองซากเสือดำ

หรือว่าคุณเปรมชัยผิดฐานสนับสนุนให้ล่าไก่ฟ้าหลังเทา ไม่ได้ผิดฐานสนับสนุนให้ล่าเสือดำ จุดนี้ต้องรอดูคำพิพากษาฉบับเต็มอีกครั้ง

แต่ข้อมูลที่พึงทราบก็คือสถานะการเป็น “ผู้สนับสนุน” ตามประมวลกฎหมายอาญา รับโทษเพียง 1 ใน 3 ของความผิดนั้น หากเป็นผู้ก่อ ผู้ใช้ ผู้จ้างวาน จึงจะรับโทษเท่า “ตัวการ”

แปลกไหมอีก 3 คนเป็นลูกน้องคุณเปรมชัย แต่คุณเปรมชัยสนับสนุนให้ไปล่าสัตว์ ไม่ได้ใช้ หรือจ้างวานให้ไปล่า ทั้งหมดนี้คงต้องรอฟังคำชี้แจงจากอัยการและตำรวจ

คุณผู้อ่านที่ติดตามคดีนี้มาตั้งแต่ต้นจะทราบดีว่าเป็นคดีที่ถูกสังคมจับตามากที่สุดคดีหนึ่ง เพราะผู้ต้องหาหรือจำเลยเป็นคนร่ำรวย มีสถานะทางสังคมสูง และการทำงานของกระบวนการยุติธรรมลำดับต้น โดยเฉพาะตำรวจ ถูกมองอย่างไม่ไว้ใจ

ตลอดอายุของรัฐบาลคสช. มีความพยายามปฏิรูปตำรวจ แต่ก็ไม่เห็นผลเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะช่วง 3 ปีแรกแทบไม่แตะงานปฏิรูปตำรวจเลย มีแต่ออกคำสั่ง คสช.ทำให้โครงสร้างการบังคับบัญชามีลักษณะคล้ายทหาร ต่อมามีการตั้งคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ ก็ใช้ “ทหาร” เป็นประธานคณะปฏิรูป และเน้นไปที่โครงสร้างกับการแต่งตั้งโยกย้ายเป็นหลัก

ทั้งๆ ที่งานตำรวจและการปฏิรูปตำรวจ หากต้องการให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและต่อส่วนรวมอย่างแท้จริงแล้ว ต้องเอาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่เกิดขึ้นในท้องถิ่นและจังหวัดเป็นตัวตั้ง เพราะงานตำรวจมุ่งตอบสนองความต้องการของประชาชน บำบัดทุกข์บำรุงสุขให้ประชาชนได้

แต่การบริหารงานตำรวจไทยเป็นแบบรวมศูนย์อำนาจไว้ที่ส่วนกลาง บังคับบัญชาจาก “บนลงล่าง” ในรูปแบบพีระมิด ทั้งที่การบริหารงานตำรวจที่ถูกต้องควรเน้นไปที่การบริหารแบบ “ล่างขึ้นบน” โดยผู้บังคับบัญชาควรรับฟังปัญหาที่ตำรวจสายตรวจ สายสืบ และพนักงานสอบสวนประสบมา แล้วช่วยสนับสนุนด้านการวางนโยบายแก้ไข การฝึกฝนอบรม และการเสริมความพร้อม ตลอดจนให้อุปกรณ์ในการทำงานเพื่อช่วยให้ตำรวจปฏิบัติหน้าที่แบบมืออาชีพ

ขณะที่ประเภทของอาชญากรรมก็มีหลายประเภท ที่ใกล้ตัวประชาชนมากที่สุดคือ “คดีมโนสาเร่” เป็นปัญหาเล็กๆ น้อยๆ แต่เกิดมากที่สุดและรบกวนความสงบสุขของประชาชนมากที่สุด เช่น การเปิดดนตรีหรือจัดงานเสียงดังรบกวนชาวบ้าน จอดรถไม่เป็นที่ ฯลฯ แต่คดีประเภทนี้ไม่ค่อยได้รับความสนใจจากตำรวจ ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนเรื้อรัง และมองตำรวจในแง่ไม่ดี

นอกจากนั้นยังมีอาชญากรรมเฉพาะ และอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ ที่ต้องใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเป็นกรณีพิเศษ แน่นอนว่า “คดีล่าสัตว์ป่า” ก็เป็นหนึ่งในนั้น จึงต้องสนับสนุนให้ตำรวจมีองค์ความรู้และเครื่องมืออันทันสมัย ตลอดจนช่องทางการเชื่อมประสานกับผู้เชี่ยวชาญในแต่ละหน่วยงาน เพื่อให้การทำสำนวนคดีมีความแน่นหนา เอาผิดผู้กระทำผิดได้ ลดความสงสัยและความคาใจของสังคม

ช่วงนี้ใกล้เลือกตั้ง ไล่ดูหน้าตาผู้สมัครระดับแกนนำพรรค ก็พบมีอดีตตำรวจอยู่หลายคน เช่น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรองผู้การกองปราบ และอดีตอธิบดีดีเอสไอ เป็นเลขาธิการพรรคประชาชาติ นอกจากนั้นก็มี ร.ต.อ.ดร.จอมเดช ตรีเมฆ เป็นนายทะเบียนพรรครวมพลังประชาชาติไทย ส่วนคนในกระบวนการยุติธรรมอื่นๆ ก็เช่น แคนดิเดตนายกฯ ลำดับที่ 3 ของพรรคเพื่อไทย นายชัยเกษม นิติสิริ อดีตอัยการสูงสุด

แต่นโยบายการปฏิรูปตำรวจที่แต่ละพรรคนำเสนอและส่งให้ กกต. ก็ไม่ค่อยมีของพรรคไหนที่ละเอียด ลงลึก และมีแนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม ทั้งๆ ที่เป็นปัญหาใกล้ตัวประชาชน และสังคมไทยคาดหวังอย่างมาก เท่าที่ไล่ดูก็มีนโยบายของพรรคประชาชาติที่มีความละเอียดและดูจะเข้าใจปัญหามากที่สุด

          5 ปีของคสช.งานปฏิรูปตำรวจและกระบวนการยุติธรรมไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร คงต้องรอรัฐบาลเลือกตั้งว่าจะสานงานนี้ต่อ หรือจะปล่อยให้มีคดีดังที่เต็มไปด้วยประเด็นคาใจเหมือนเดิม

ชุมพรเดือด “เสธ.แอ๊ด” เพื่อนลุงตู่ ไล่บี้ ปชป.

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/366254?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ชุมพรเดือด “เสธ.แอ๊ด” เพื่อนลุงตู่ ไล่บี้ ปชป.

วันที่ 20 มีนาคม 2562 – 10:15 น.
สังเวียนเลือกตั้งช้างชนช้าง,สราวุธ อ่อนละมัย,พรรคประชาธิปัตย์,เสธแอ๊ด,พลตกลชัย สุวรรณบูรณ์,ชวน หลีกภัย,สมบูรณ์ หนูนวล,พรรคพลังประชารัฐ
เปิดอ่าน 3,786 ครั้ง

คอลัมน์…  สังเวียนเลือกตั้ง..ช้างชนช้าง

สนามชุมพรไม่ได้มีแค่เขต 3 ที่เป็นสังเวียนเดือด คนทั้งประเทศจับตามองระหว่าง “ลูกช้าง” ศิษย์ลุงกำนัน กับ “โกจ้าว” ศิษย์นายชวน และที่เขต 2 ก็ดุเดือดไม่แพ้กัน

         เขตเลือกตั้งที่ 2 อ.ท่าแซะ อ.ปะทิว และอ.เมืองชุมพร (เฉพาะ 6 ตำบล) แชมป์เก่าคือ “สราวุธ อ่อนละมัย” พรรคประชาธิปัตย์ เจอของแข็ง “สมบูรณ์ หนูนวล” พรรคพลังประชารัฐ ที่ได้พี่เลี้ยงชื่อ “พล.ต.กลชัย สุวรรณบูรณ์” สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) 

สราวุธ อ่อนละมัย พรรคประชาธิปัตย์

“ส.ส.เอก” สราวุธ อ่อนละมัย เป็นบุตรชายของศิริศักดิ์ อ่อนละมัย อดีต ส.ส.ชุมพร 6 สมัย ซึ่งเป็นอดีตนักจัดรายการวิทยุชื่อดังในนาม “โทน ท่าตะเภา” ได้เป็น ส.ส.สมัยแรก ยุคชวนฟีเวอร์

เลือกตั้ง 2550 “ศิริศักดิ์” ตัดสินใจที่จะไม่ลงสมัคร ส.ส.ชุมพรในระบบเขต เพื่อเปิดทางให้ลูกชายลงสนามแทน นัยว่าตอนนั้นมีเรื่องคดีความที่ฝ่ายตรงข้ามหยิบฉวยมาโจมตี ศิริศักดิ์เลยหันมาดันลูกเป็น ส.ส.ชุมพร

สำหรับคู่แข่งพรรคปชป.คือ “โกหมู” สมบูรณ์ หนูนวล อดีตหัวหน้าศูนย์ควบคุมโรคติดต่อนำโดยแมลงที่ 11.4 ชุมพร และอดีตเลขานุการ พล.ต.กลชัย สุวรรณบูรณ์ ชื่อชั้นอาจดูเสียเปรียบ “ส.ส.เอก” แต่การได้ “เสธ.แอ๊ด” มาเป็นที่ปรึกษานั้น ทำให้การต่อสู้ในสนามเขต 2 เข้มข้นขึ้น

สราวุธ อ่อนละมัย พรรคพลังประชารัฐ

“เสธ.แอ๊ด” หรือ “ลุงแอ๊ด” พล.ต.กลชัย สุวรรณบูรณ์ เตรียมทหารรุ่น 12 เป็นเพื่อนรักของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาแต่สมัยเรียนแล้ว เส้นทางชีวิตราชการทหาร ก็เริ่มต้นที่ภาคใต้ เคยดำรงตำแหน่ง ผบ.ร 25 พัน 1 ค่ายเขตอุดมศักดิ์ จ.ชุมพร และผบ.ร.25 พัน 2 ค่ายรัตนรังสรรค์ จ.ระนอง นอกจากนี้ยังเคยเป็นหัวหน้าฝ่ายยุทธการและข่าวกองกำลังผสมเฉพาะกิจไทย-มาเลเซีย จ.สงขลา และหัวหน้าชุดประสานงานชายแดนไทย-พม่า จ.ระนอง

“เสธ.แอ๊ด”  พล.ต.กลชัย สุวรรณบูรณ์ เพื่อนรัก บิ๊กตู่ 

บทบาททางการเมือง “เสธ.แอ๊ด” ทำงานร่วมกับสองพี่น้องตระกูล “จุลใส” คือ ลูกช้าง-สุพล กับลูกหมี-ชุมพล จึงส่งผลไปถึงช่วงเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาปี 2551 “เสธ.แอ๊ด” ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง ส.ว.ชุมพร และสมัยอยู่ในสภาสูง เพื่อนรักบิ๊กตู่คนนี้ก็เข้าร่วมกลุ่ม 40 ส.ว. ดำเนินงานการเมืองเป็นฝ่ายตรวจสอบรัฐบาลนอมินีทักษิณ

ทุกวันนี้ “เสธ.แอ๊ด” แยกทางกับพี่น้อง “จุลใส” โดยหันมาสร้างฐานกำลังมวลชนของตัวเอง เมื่อมีการทำรัฐประหาร 2557 “เสธ.แอ๊ด” ก็ได้รับการแต่งตั้งเป็น สนช. จึงก่อตั้ง “กลุ่มฟ้าใหม่ชุมพร” ทำงานในนามภาคประชาชน

ชวน หลีกภัย ช่วยหาเสียงที่ชุมพร 

“เสธ.แอ๊ด” เคยเปิดใจกับสมาชิกกลุ่มฟ้าใหม่ชุมพรว่า “หลังรัฐบาล คสช. เข้าบริหารประเทศ จ.ชุมพร ได้รับจัดสรรงบประมาณพัฒนาในด้านต่างๆ จำนวน 22,000 ล้านบาท โดยเฉพาะถนนเส้นทางคมนาคมสำคัญ ทางหลัก ทางเชื่อม ทางรอง โครงการเขื่อนเรียงหินกันน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่ง”

อีกเรื่องหนึ่งที่ “เสธ.แอ๊ด” มอบหมายให้เลขานุการคือ โกหมู ไปทำร่วมกับสภาองค์กรชุมชนคือ เรื่องสิทธิในที่ดินในโครงการของคณะกรรมการที่ดินแห่งชาติ (คทช.) เพราะชาวบ้านแถว อ.ปะทิว และอ.ท่าแซะ มีปัญหาเดือดร้อนเรื่องที่ดินทำกินมาก

ด้าน “ส.ส.เอก” ก็เชื่อว่า “นายชวน” และพรรค ปชป.ยังครองใจคนใต้ แม้คู่แข่งหน้าใหม่จะกุนซือดีและมีแต้มต่อจากปัจจัยแวดล้อม แต่โค้งสุดท้ายนายชวนมาปราศรัยอ้อนขอคะแนน ก็ปิดกล่องได้ทันที

คราวนี้คะแนนของ “ส.ส.เอก” จะไม่นำคู่แข่งขาดลอยเหมือนครั้งที่แล้ว เพราะชื่อชั้นบารมี “ลุงแอ๊ด” เพื่อนลุงตู่ คงไม่ยอมแพ้กันง่ายๆ