คำมั่นจากมาร์ค “คืนครูให้นักเรียน”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/359213?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

คำมั่นจากมาร์ค “คืนครูให้นักเรียน”

วันที่ 17 มกราคม 2562 – 11:17 น.
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ,ประชาธิปัตย์,ครู,นักเรียน
เปิดอ่าน 139 ครั้ง

ถือฤกษ์วันครู 16 มกราคม 2562 ประกาศนโยบาย 4 ข้อ “ยกระดับครูไทย” ด้วยการคืนครูให้นักเรียน ยกเลิกทำหน้าที่ธุรการ เดินหน้าสอนอย่างเดียว

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงนโยบายด้านการศึกษาว่า พรรคให้ความสำคัญในเรื่องของการศึกษา เรื่องของการพัฒนาคน และอยากจะย้ำว่านโยบายที่พรรคประชาธิปัตย์ได้แถลงไปทั้งหมดท้ายที่สุดแล้วก็จะไม่สามารถประสบความสำเร็จได้ถ้าหากว่าเราไม่สามารถช่วยกันยกระดับคุณภาพชีวิตของครู หรือช่วยให้ครูสามารถที่จะปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
วันนี้ทุกข์ของครูทั่วประเทศ ประการที่หนึ่ง เรื่องของภาระหน้าที่หลายอย่าง ที่ไม่ได้มีส่วนช่วยให้การดูแลลูกหลานของเรา หรือภารกิจในเรื่องการเรียนการสอนดีขึ้น ครูยังคงมีงานธุรการงานที่เกี่ยวข้องกับการประเมินงานที่จำเป็นจะต้องทำเพื่อความก้าวหน้าในทางวิชาชีพจำนวนมาก ซึ่งใช้เวลาของครูไปแล้วก็ทำให้ครูซึ่งนอกจากจะมีภารกิจ มีทุกข์ ยังเป็นตัวบั่นทอนความสำคัญและเวลาที่ครูจะมีให้แก่ลูกหลานของเราในเรื่องของการเรียนการสอน

ประการที่สอง ระบบของการบริหารจัดการเกี่ยวกับการศึกษากลับกลายเป็นการบริหารที่มีการรวมศูนย์มากขึ้น มีความสลับซับซ้อนมากขึ้น โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ออกคำสั่งนำผู้ว่าราชการจังหวัดทับซ้อนโครงการทางการศึกษาเดิม ยิ่งทำให้การทำงานของครูลำบาก ล่าช้า ในขณะที่ความเปลี่ยนแปลงของโลกเกิดขึ้นรวดเร็ว

ทั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์ขอย้ำว่า ถ้าเราได้มีโอกาสเข้าไปบริหารงานทางด้านการศึกษา นโยบายที่สำคัญของเราในการที่จะแก้เรื่องเหล่านี้ทั้งหมดก็จะประกอบไปด้วย 1.สานต่อนโยบาย “คืนครูให้นักเรียน” ซึ่งหมายถึงการจ้างบุคลากรมาช่วยแบ่งเบางานธุรการและงานอื่นๆ ของครู รวมถึงเราจะลดภาระเกี่ยวกับการรายงาน ประเมินต่างๆ การทำวิทยฐานะเพื่อความก้าวหน้าทางวิชาชีพ ตรงนี้เป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยปลดปล่อยเวลาที่ครูสูญเสีย เพื่อนำเวลานั้นมาให้ความรู้แก่ลูกหลานของเรา

2.เน้นกระจายอำนาจมากกว่าในอดีต ต้องลงถึงระบบโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นการให้โรงเรียนตัดสินใจบริหารงบประมาณ สร้างทรัพยากรให้สอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่มากขึ้น สร้างหลักสูตรที่สามารถปรับให้สอดคล้องกับความต้องการในชุมชนและท้องถิ่นได้มากขั้น ซึ่งการกระจายอำนาจตรงนี้จะเป็นอีกมาตรการที่สำคัญให้ครูได้ทำงานได้เต็มที่มากขึ้น

3.เพิ่มผลตอบแทนและสิทธิประโยชน์ของครู ซึ่งต้องสอดคล้องกับการเป็นวิชาชีพชั้นสูง การมีระบบบัญชีเงินเดือนที่มีความก้าวหน้าโดยผูกโยงกับผลสัมฤทธิ์ในการปฏิบัติหน้าที่ของครู ซึ่งคือการวัดการพัฒนาในตัวเด็กนักเรียน หากระบบนี้เข้ามาพรรคมั่นใจจะทำให้ครูมีแรงจูงใจในการทำหน้าที่ได้ดีขึ้น และยังเป็นตัวกระตุ้นที่สำคัญทำให้เด็กนักเรียนได้รับการพัฒนา

4.ต้องมีครูยุคใหม่ และดึงคนเก่งเข้าสู่วิชาชีพครูมากยิ่งขึ้น จนถึงเปิดช่องทางและแรงจูงใจให้บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถสนใจประกอบอาชีพครู ทั้งหมดเป็นนโยบายของพรรคที่อยากนำเสนอในวันครูแห่งชาติ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการศึกษาและการแก้จน สร้างคน สร้างชาติของพรรคที่จะนำเสนอต่อประชาชนในการเลือกตั้งครั้งนี้
นโยบายทั้งสี่ข้อ คือการคืนครูให้นักเรียน คือการกระจายอำนาจ การเพิ่มผลประโยชน์ ผลตอบแทนและสิทธิประโยชน์ และการสร้างครูยุคใหม่ โดยดึงคนเก่งเข้ามาเป็นครู เป็นนโยบายที่พรรคประชาธิปัตย์อยากนำเสนอเนื่องในโอกาสวันครูแห่งชาติ เป็นส่วนสำคัญของนโยบายการศึกษา และเป็นส่วนสำคัญของการแก้จน สร้างคน สร้างชาติ ของพรรคประชาธิปัตย์ ที่จะนำเสนอต่อประชาชนในการเลือกตั้ง

แผนลับ “กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/359205?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

  แผนลับ “กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง”

วันที่ 17 มกราคม 2562 – 10:26 น.
คนเสื้อแดง,ฟอร์ด เส้นทางสีแดง,ไล่ประยุทธ์,คนอยากเลือกคั้ง,แกนนำเสื้อแดง,ทักษิณ ชินวัตร,พตททักษิณ ชินวัตร,Prayut​ Get Out,ไม่เลื่อนเลือกตั้ง,เลือกตั้ง,เลือกตั้ง 2562,สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ,พลังประชารัฐ,การเมืองไทย,พรรคการเมืองไทย
เปิดอ่าน 8,160 ครั้ง

19 ม.ค.นี้ ดีเดย์เกม “ไม่เลื่อนเลือกตั้ง” จะมากันมืดฟ้ามัวดินอย่างที่แกนนำวาดหวังไว้หรือไม่ ต้องรอดู เพราะงานนี้ฝ่ายความมั่นคงก็จับตาดูไม่กะพริบ

000 “และแล้วความเคลื่อนไหวก็ปรากฏ เป็นความงดความงามใช่ความชั่ว มันอาจขุ่นอาจข้นอาจหม่นมัว แต่ก็เริ่มจะเป็นตัวจะเป็นตน” วรรคทองของ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ เคยบันทึกเหตุการณ์ 14 ตุลา ผ่านบทกวี อย่างมีความหมาย แต่วันนี้ “แดงใหม่ไร้เดียงสา” และ “ซ้ายเก่าตกยุค” ยังวาดฝันวันฟ้าสีทอง เพียรปลุกระดมมวลชนหวังให้เกิด “14 ตุลา ภาค 2” มา ปีแล้ว

          000 และแล้วความเคลื่อนไหวก็ปรากฏ กลเกม “ไม่เลื่อนเลือกตั้ง” กลาย “Prayut​ Get Out” โดยกลุ่มแดงอิสระ “ฟอร์ด เส้นทางสีแดง” ประกาศผ่านสื่อโซเชียล 19 มกราคม 2562 ดีเดย์ “ไล่ประยุทธ์” ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย “เตรียมเครื่องแบบ​มาใส่ เตรียมเสียง​มาไล่​ เตรียมโทรศัพท์​มา​ไลฟ์เฟซบุ๊ก​” กิจกรรม​นี้จะจัดทุกสัปดาห์   

          000 สื่อบางสำนักอาจมองข้าม “ฟอร์ด เส้นทางสีแดง” แต่ในข้อเท็จจริง “กำลังคน” ที่มาร่วมทำกิจกรรมกับ “จ่านิว” และ “โบว์” คือคนเสื้อแดงป้าๆ ลุงๆ ที่เกาะเกี่ยวอยู่กับฟอร์ด นอกจากนี้ “กลุ่มแดงตะวันตก” ได้แก่ ราชบุรี นครปฐม สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม ก็ยังหนุนช่วยอยู่ทุกนัดทุกกิจกรรม 

หมอพงษ์ศักดิ์ ไปพบทักษิณที่ลอนดอน

          000 ผู้นำมวลชนคนหนึ่งที่ต้องขยายความ “นพ.พงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล” แกนนำแดงตะวันตก ซึ่งจบแพทยศาสตร์ มหิดล รุ่น 90 ปี 2527-28 ช่วงแดงทั้งแผ่นดิน “หมอพงษ์ศักดิ์” รับบท “ประธาน นปช.ราชบุรี” และเหนืออื่นใด หมอพงษ์ศักดิ์ได้รับความไว้วางใจจาก “ทักษิณ ชินวัตร” ให้มาช่วยงาน “พรรคไทยรักษาชาติ” รับผิดชอบแนวรบมวลชนตะวันตก

          000 ฝ่ายการเมืองหลายคนเริ่มกังขา “น้ำเสียง” ของ “พล..อภิรัชต์ คงสมพงษ์”  ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่พูดถึง “คนหน้าเดิม” และ “ชุดความคิดเก่าๆ” ซึ่งเคลื่อนไหวทำกิจกรรมทางการเมือง “มีสัญลักษณ์คล้ายคลึงกันกับสิ่งที่เกิดที่ผ่านมาในอดีต” คำว่า “ในอดีต” นั้นเป็นอย่างไร “บิ๊กแดง” คงอยากให้พิจารณาถึงเหตุการณ์พฤษภาคม 2553 

          000 สุดยอดนักการตลาด “เนวิน ชิดชอบ” ลงทุนจัดอีเวนต์เปิดตัวผู้สมัคร ส..พรรคภูมิใจไทย 350 เขต ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต (สนามแข่งรถทำเอาเมืองบุรีรัมย์คึกคัก เงินสะพัด เพราะผู้สมัคร ส..จากทุกภาค ต่างก็พา “กองเชียร์” หรือ “หัวคะแนน” ติดตามมาด้วย ประเมินว่ามีจำนวนคนหลายหมื่นคนที่เข้ามาพักค้างในแผ่นดินปราสายสายฟ้า พ่อค้าแม่ค้ายิ้มรับทรัพย์ และที่แน่ๆ เสื้อบอลบุรีรัมย์ขายดีราวกับแจกฟรี

          000 งานนี้พิสูจน์บารมีของสองแม่ทัพใหญ่คือ อนุทิน ชาญวีรกูล“ หัวหน้าพรรค และ “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” เลขาธิการพรรค ที่ชูคำขวัญ “บุรีรัมย์เหมือนเป็นบ้านเกิด” และเป็นแลนด์มาร์คที่อธิบายถึงความสำเร็จของพรรคภูมิใจไทย บรรดากองเชียร์จาก 350 เขต จะได้มาชม “บุรีรัมย์โมเดล” และนำกลับไปบอกเล่าให้คนในพื้นที่ของตนเองได้ฟัง จะว่าไปแล้วค่ายเนวินก็เปรียบเหมือน “พรรคท้องถิ่น” เพราะว่าที่ผู้สมัคร ส..ร้อยละ 80 เป็น ส.หรือ ส..ระดับ “กุมฐานคะแนนหลักหมื่น” ดังนั้นการขายฝันบุรีรัมย์โมเดลนั้น ตรงกับกลุ่มเป้าหมายเป๊ะ

เนวิน ศักดิ์สยาม และอนุทิน สามเสือค่ายสีน้ำเงิน

          00 วันก่อน สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นำทีมแกนนำพรรคพลังประชารัฐ เปิดตัวผู้สมัครส..เมืองช้าง เขต นำทีมโดย “เสี่ยเกิ๊ด”  ธีระทัศน์ เตียวเจริญโสภา อดีตส..สุรินทร์หลายสมัย ดูหน้าตาทีมพลังประชารัฐ สุรินทร์ ส่วนใหญ่เป็นนักการเมืองท้องถิ่น คงสู้กระแสเพื่อไทยลำบาก แถมพรรคภูมิใจไทยหมายมั่นปั้นมือจะล้างแค้นจากคราวที่แล้ว “พ่ายพลังเสื้อแดง”

ธีระทัศน์ เตียวเจริญโสภา  และทีมงานพลังประชารัฐสุรินทร์

      000 นอกจาก “ธีระทัศน์” สนามเมืองช้าง พรรคพลังประชารัฐ คงแอบลุ้นที่เขต 3 “ผกามาศ เจริญพันธ์” ลูกสาวของ กรรณิการ์ เจริญพันธ์ อดีตส..สุรินทร์ ที่เคยสังกัดพรรคมัชฌิมาประชาธิปไตย แต่พอพรรคถูกยุบ ก็ย้ายไปอยู่พรรคชาติไทยพัฒนา ในโควตา “เสธ.หนั่น”

ผกามาศ เจริญพันธ์ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 สุรินทร์

           รอบนี้ กรรณิการ์ ตัดสินใจวันสุดท้ายหอบลูกสาวมาเปิดที่พรรค พปชรตระกูล “เจริญพันธ์” มีฐานเสียงอยู่ในเขต อ.สนม โดย นุรุทธิ์ หรือ สมศักดิ์ เจริญพันธ์ (สามีกรรณิการ์เป็นส..เขตนี้มาหลายสมัย ก่อนจะได้รับเลือกตั้งเป็น ส..สุรินทร์ ปี 2557 

“ทักษิณ – สุดารัตน์” ลุยเต็มสูบ !!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/359202?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

“ทักษิณ – สุดารัตน์” ลุยเต็มสูบ !!

วันที่ 17 มกราคม 2562 – 09:57 น.
ทักษิณ ชินวัตร,คสช,สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์,ชัชชาติ สิทธิพันธุ์,เพื่อไทย,เลือกตั้ง
เปิดอ่าน 688 ครั้ง

คอลัมน์…  อินไซต์การเมือง   โดย…   นกน้อย บางนา

ในขณะที่ฝ่าย คสช.พยายามสกัด “ทักษิณ” ก็พยายามหาทางหนี

จากที่เคยเอา “ทักษิณ” มาหาเสียงชัดๆ แบบ “ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ” เมื่อโดนกติกาของ คสช.สกัด “ทักษิณ” จึงต้องคิดใหม่

ล่าสุด “ทักษิณ” โผล่มาในรูปแบบใหม่ ด้วยการทำ podcast รายการ “Good Monday” สวัสดีวันจันทร์

“ทักษิณ” มาแบบเนียนๆ ว่า “เสียดายเวลา 12 ปีที่อยู่ในต่างประเทศได้เห็นความเจริญและความล้าหลังของหลายประเทศในโลก ได้พูดคุยกับผู้นำประเทศทั้งปัจจุบันและอดีต ผู้นำทางธุรกิจ นักวิชาการ นักเทคโนโลยีทั่วโลก จึงอยากจะมาเล่าสู่พี่น้องคนไทยทุกคน”

ก่อนหน้านี้ฝ่าย คสช.ออกกติกามาสกัด “ทักษิณ” ไม่ให้มายุ่งเกี่ยวกับการเมืองโดยการเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ ทั้งที่เมื่อก่อน “พรรคทักษิณ” ตั้งแต่ยุคพรรคพลังประชาชนมาจนถึงพรรคเพื่อไทย ทักษิณยังเข้ามายุ่งเกี่ยวได้ โดยไม่มีกฎหมายเอาผิด และเมื่อถึงฤดูกาลเลือกตั้งก็สามารถนำทักษิณมาขายได้

รัฐธรรมนูญ มาตรา 45 จึงเขียนข้อห้ามไม่ให้ “บุคคลที่ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค” เข้ามาครอบงำหรือชี้นำ และมาเขียนล็อกไว้อีกครั้งในกฎหมายพรรคการเมือง

กฎหมายพรรคการเมืองมาตรา 28 ระบุว่า ห้ามมิให้พรรคการเมืองยินยอมหรือกระทําการใดอันทําให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่สมาชิกกระทําการอันเป็นการควบคุม ครอบงํา หรือชี้นํา กิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะที่ทําให้พรรคการเมืองหรือสมาชิกขาดความอิสระ ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม
มาตรา 29 ห้ามมิให้ผู้ใดซึ่งมิใช่สมาชิกกระทําการใดอันเป็นการควบคุม ครอบงํา หรือชี้นำกิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะที่ทําให้พรรคการเมืองหรือสมาชิกขาดความอิสระ ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม

เรียกว่าบังคับทั้ง “พรรคการเมือง” และ “บุคคล” คือ ทั้งห้ามไม่ให้พรรคปล่อยให้มีคนมาทำและห้ามคนไม่ให้กระทำการดังกล่าว และมีลงโทษไว้ทั้งสองส่วนเช่นกัน และกำหนดบทลงโทษไว้ทั้งสองส่วน
บทลงโทษในส่วนตัวบุคคลมีโทษจำคุก 5-10 ปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้น ส่วนบทลงโทษพรรค คือ “ยุบพรรค”
ก่อนหน้านี้ที่มีภาพและข่าวอดีตนายกฯ สองพี่น้อง “ทักษิณ” และ “ยิ่งลักษณ์” พบปะกับบรรดาแกนนำพรรคเพื่อไทย ก็มีปฏิกิริยาออกมาทั้งจาก กกต. และฝ่ายรัฐบาลโดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
เป็นกระแสออกมาว่าพรรคเพื่อไทยอาจจะถูกยุบพรรคเพราะทักษิณ ทำให้คนเพื่อไทยขวัญหนีดีฝ่อไปตามๆกัน

การออกมาของทักษิณคราวนี้ ทักษิณพูดถึงมุมมองทางเศรษฐกิจ สถานการณ์เศรษฐกิจโลก ไปจนถึงเรื่องเกี่ยวกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ในการดูแลสุขภาพ

ตามชื่อรายการ “Good Monday” ทักษิณ บอกว่า “ถ้าวันจันทร์ไหนผมว่าง ผมจะมาพูดกับพี่น้องสักครั้งหนึ่ง อาจจะเป็นจันทร์เว้นจันทร์ หรือว่าบางจันทร์ก็อาจจะติดกันแล้วแต่นะครับ จะพยายามเล่าอะไรให้ฟังให้เป็นความรู้ดีกว่านะครับ เรื่องที่ไม่สร้างสรรค์ก็ไม่ค่อยอยากเสียเวลาพูด เราพูดกันแต่เรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อชีวิตพวกเราดีกว่า”

เวลา 12 นาทีเศษที่พูดผ่านรายการ ทักษิณไม่พูดถึงเรื่องการเมืองสักคำ แต่ใครๆ ก็รู้ดีว่า นี่คือ อีกย่างก้าวทางการเมืองครั้งสำคัญของ “ทักษิณ” ที่มีเป้าหมายเรียกคะแนนเสียงให้พรรคเพื่อไทย

ในขณะที่เพื่อไทยกำลังเดินหน้าเต็มสูบไปสู่การเลือกตั้ง ถึงแม้ว่าจนถึงล่าสุดจะยังไม่มีการประกาศวันเลือกตั้งใหม่ออกมาชัดๆ หลังจากที่น่าจะแน่นอน 100 เปอร์เซ็นต์แล้วว่า วันที่ 24 กุมภาพันธ์ จะยังไม่มีการเลือกตั้ง

แม้พรรคเพื่อไทยยังไม่ประกาศนโยบายออกมา แต่ก็เห็นชัดเจนว่า “จุดขาย” ในการเลือกตั้งครั้งนี้ของพรรคเพื่อไทยคือ เรื่องเศรษฐกิจที่เป็น “จุดอ่อน” ของรัฐบาล คสช.

พรรคเพื่อไทยเริ่มต้นปูกระแสมาตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม โดยแคมเปญที่ตอกย้ำความรู้สึกของประชาชน “ล้าหลัง ถดถอย ยากจน และ สิ้นหวัง”

ปลายเดือนธันวาคม ใช้กระแสความฮอตในโลกโซเชียลของ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” มาช่วยตอกย้ำ ด้วยการให้ “ชัชชาติ” โชว์วิสัยทัศน์ด้านเศรษฐกิจ

หลังปีใหม่เป็นต้นมา การปูพรมลงพื้นที่ของ “สุดารัตน์” เน้นที่เศรษฐกิจเป็นหลัก

“อยู่กับเรากระเป๋าตุง อยู่กับลุงกระเป๋าแฟบ” เป็นวาทกรรมที่สุดารัตน์เปิด และเพื่อไทยก็ตอกย้ำคำนี้ มีการนำขึ้นเป็นฉากบนเวทีหาเสียง จนกลายเป็นคำแสลงหูฝ่ายตรงข้าม ล่าสุด “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” แกนนำพรรคพลังประชารัฐ ถึงกับออกมาตอบโต้จนเกิดวิวาทะกับ “คุณหญิงหน่อย”

ในส่วนของ “คุณหญิงหน่อย” นับวันภาพยิ่งฉายชัดว่า เธอนี่แหละคือ “เบอร์หนึ่ง” ของพรรคเพื่อไทยที่จะไปชิงตำแหน่งนายกฯ

ขณะ “คุณหญิงหน่อย” ลงพื้นที่ ก็มีการปั่นกระแส “นายกฯ หญิง”
แม้ก่อนหน้าจะมีกระแส “รัฐมนตรีที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี” ของชัชชาติโผล่ขึ้นมา แต่ดูจากภาพการลงพื้นที่ ดูจากความหนาแน่นของประชาชนในแต่ละเวทีปราศรัยที่เกิดจากการทำงานของคนในพื้นที่ นาทีนี้ไม่มีที่จะไม่ใช่ “คุณหญิงหน่อย” แล้ว

“คุณหญิงหน่อย” ย้ำในทุกเวทีที่ไป ขอให้เลือกพรรคเพื่อไทยให้เกิน 250 เพื่อเอาชนะฝ่าย คสช.ที่มีเสียง 250 ส.ว.ตุนอยู่ในกระเป๋าแล้ว

เป้าหมายเพื่อไทยครั้งนี้คือ “แลนด์สไลด์”

จะสำเร็จหรือไม่ ต้องรอดูตอนท้าย แต่ตอนนี้ “ทักษิณ-สุดารัตน์” ลุยเต็มสูบแล้ว !!

ปากน้ำโพ “ทัวร์ถาวรฟาร์ม” ชน “น้องเบลล์”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/359200?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ปากน้ำโพ “ทัวร์ถาวรฟาร์ม” ชน “น้องเบลล์”

วันที่ 17 มกราคม 2562 – 09:46 น.
ภิญโญ นิโรจน์
เปิดอ่าน 7,963 ครั้ง

คอลัมน์… สังเวียนเลือกตั้ง…ช้างชนช้าง

ยังไม่ได้หาเสียงกันเต็มที่แต่สีสันสนามเลือกตั้งนครสวรรค์พลันบังเกิด เมื่อสาวสวยระดับนางแบบประกาศตัวลงสมัคร ส.ส.เขต 1  เรียกเสียงฮือฮาไปทั่วประเทศ ลำพังปี 2554 “ภิญโญ นิโรจน์“ ชนกับ “สงกรานต์ จิตสุทธิภากร” ก็สุดสูสีบี้กันจนวันสุดท้าย

ความน่าสนใจประการหนึ่งของสนามนครสวรรค์คือนักการเมืองรุ่นใหญ่ 2 คน จับมือกันลงสนามในสีเสื้อพรรคพลังประชารัฐ คือ ภิญโญ นิโรจน์ ลงเขต 1 และวีระกร คำประกอบ ตระกูลการเมืองเก่าแก่ของปากน้ำโพ ลงเขต 2

สำหรับพื้นที่เขต 1 ปากน้ำโพ ส่วนใหญ่อยู่ใน อ.เมืองนครสวรรค์ พ่วงบางตำบลของ อ.เก้าเลี้ยว และอ.ลาดยาว

“ภิญโญ นิโรจน์”  ทายาทของ ถาวร นิโรจน์ เจ้าของกิจการรถโดยสายเหนือ “ถาวรฟาร์ม” ซึ่งตระกูล “นิโรจน์” ยึดการเมืองท้องถิ่นมายาวนาน ก่อนที่ภิญโญ จะลงเล่นการเมืองระดับชาติจนได้เป็น ส.ส.นครสวรรค์หลายสมัย และเป็นรัฐมนตรี

แม้จะพ่ายมังกรหนุ่ม “สงกรานต์” มาสองสมัย แต่มังกรเฒ่า “ภิญโญ” ก็ขอสู้อีกครั้ง คราวนี้หอบหิ้วลูกสาวออกมาหาเสียงช่วย เพราะอดีตส.ส.นครสวรรค์ บรรยิน ตั้งภากรณ์ ในฐานะแม่ทัพเพื่อไทยปากน้ำโพ ส่งลูกสาว “เบลล์” บุษญา ตั้งภากรณ์ ลงสนาม

“เบลล์ บุษญา” วัย 29 ปี จบจากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เกี่ยวกับแฟชั่นดีไซเนอร์ มีแบรนด์เสื้อผ้าเป็นของตนเอง รวมถึงเคยผ่านงานด้านธุรกิจออนไลน์อีกด้วย

เบลล์เติบโตมาในครอบครัวผู้แทนฯ  จึงกลายเป็นการปลูกฝังดีเอ็นเอการเมืองโดยไม่รู้ตัว สำหรับวันนี้ เธอพร้อมจะใช้ความรู้ร่วมสมัยเพื่อต่อยอดพัฒนาจากคนรุ่นก่อน

ถ้าส่องเฟซบุ๊กของเบลล์ จะรู้ว่าเธอไม่ปิดบังอำพรางจุดยืนและอุดมการณ์ “ไม่เอาเผด็จการทหาร” ในความเป็นลูกสาวนักการเมืองคนหนึ่ง เบลล์มีเส้นทางเดินที่น่าสนใจมากทีเดียว

ว่ากันตามตรง เขต 1 เมืองนครสวรรค์ ไม่ใช่ฐานเสียงของ “เสี่ยบรรยิน” แต่การส่งลูกสาวลงสนามก็หวังเก็บคะแนนจากคนรุ่นใหม่ที่ไม่ชอบรัฐบาล คสช.

คู่ชนตัวจริงของภิญโญ ค่าย พปชร. คือ “สงกรานต์ จิตสุทธิภากร” ลูกชายเจ้าของโรงหล่อเหล็กในตลาดปากน้ำโพ

ก่อนจะเล่นการเมือง “สงกรานต์” ผู้จัดการบริษัท เดชชัยรับเบอร์ จำกัด ซึ่งทำธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตลูกยางสีข้าว สำหรับใช้ในโรงสีข้าวขนาดใหญ่ทั่วประเทศและส่งออกไปต่างประเทศเกือบสิบประเทศทั่วโลก
สงกรานต์สวมเสื้อประชาธิปัตย์ ลงสนามเลือกตั้งแต่ปี 2538 ประสบความพ่ายแพ้ 4 ครั้ง แต่ไม่ท้อขอสู้ต่อจนสมหวังได้เป็น ส.ส.สมัยแรกปี 2550 เนื่องจาก “กระแสพรรค ปชป.” ดีมากในเขตตัวเมือง

เลือกตั้ง 2562 ภิญโญ นิโรจน์ อาจโชคดีที่ได้ 1 ตำบลจาก อ.ลาดยาว มาช่วยเพิ่มแต้มให้จากการแบ่งเขตของ กกต. ซึ่ง วีระกร คำประกอบ อาจช่วยได้ เพราะลาดยาวนั้นเป็นฐานเสียงของตระกูลคำประกอบมาแต่รุ่นพ่อ (สวัสดิ์ คำประกอบ)

ระดับสิงห์เฒ่า-ภิญโญ และวีระกร ต้องลง ส.ส.เขต ถือว่าศึกครั้งนี้มีเดิมพันสูง และเหนืออื่นใดทายาทถาวรฟาร์มต้องทำศึกล้างตามังกรหนุ่มค่ายเสื้อสีฟ้าให้ได้

ทักษิณ กำหนดเกมรุก! รบคสช.ทุกรูปแบบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/359197?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ทักษิณ กำหนดเกมรุก! รบคสช.ทุกรูปแบบ

วันที่ 17 มกราคม 2562 – 08:57 น.
รักแผ่นดิน,ฅนไทย,ทักษิณ ชินวัตร,คสช,เลือกตั้ง
เปิดอ่าน 5,402 ครั้ง

คอลัมน์… รักแผ่นดิน โดย… ฅนไท

การประกาศจัดรายการ good monday ทาง social media ของทักษิณ ชินวัตร ผู้บงการพรรคการเมืองในเครือข่ายตรงข้ามกับคสช. และการรุกคืบของ “คนอยากเลือกตั้ง” ที่มีการใช้จังหวะเคลื่อนอันสอดประสานกัน กำลังจะกลายเป็น 2 ชนวนในการจุดการเมืองไทยให้ร้อนแรงที่สุดนับตั้งแต่หลังการยึดอำนาจ เมื่อ 22 พฤษภาคม 2557

คนอยากเลือกตั้ง คือกลุ่มเดิม ที่ตั้งขึ้นมาต่อต้าน คสช. ซึ่งใช้ชื่อ กลุ่ม24 มิถุนา มาก่อน และจากการเคลื่อนไหวที่ไม่มีพลังในนามกลุ่มเดิม ได้เปลี่ยนชื่อใหม่มาเคลื่อนไหวในนาม “คนอยากเลือกตั้ง” ซึ่งมีความเคลื่อนไหวมาเป็นระยะและมีสายสัมพันธ์ที่โยงใยกับพรรคการเมืองบางพรรคที่อยู่ตรงข้ามกับคสช.

เพียงแต่ประเด็นความไม่ชัดเจนในการกำหนดวันเลือกตั้งที่ต้องรับผิดชอบร่วมกันระหว่างรัฐบาลและกกต. ทำให้การเคลื่อนไหวของคนกลุ่มนี้เสียงดังมากขึ้นในสังคม ผสมกับการออกมาตอบโต้ ของทั้งหัวแถวอย่างนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองนายกรัฐมตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และผู้บัญชาการทหารบก พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ทั้งๆ ที่รู้ ว่าเจตนาของกลุ่มต่อต้านเพื่อ “ยั่วยุ” ให้เป็นประเด็นร้อน และเมื่อตอบโต้กันไปกันมา ทั้งที่คนมาร่วมเรียกร้องมีเพียงหยืบมือเดียว แต่ในยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนมวลชน เมื่อผู้มีอำนาจ “กระโจน” ลงมา “วิสาสะ” ด้วยจะทำให้การเคลื่อนไหวของมวลชนจะโตแบบก้าวกระโดด เพื่อสั่งสมกำลังโค่นอำนาจรัฐ

สอดรับกับการจัดรายการ Good Monday ของทักษิณ ชินวัตร ที่เป้าหมายมีอยู่ 2 เรื่องหลัก คือเป็นกลไกในการช่วยหาเสียงให้พรรคเครือข่าย และเสริมพลังมวลชนในการโค่นล้มคสช.

การเตรียมจัดรายการของ ทักษิณ ชินวัตร มิใช่เป็นความบังเอิญ แต่เป็นการเตรียมการและวางแผนไว้ตั่งแต่ก่อนเปิดศักราชใหม่ เลือกวันที่ 21 มกราคม เป็นวันเริ่มต้น เพราะเป็นแผนเดิมที่ทำตาม time line ที่รัฐบาล และ กกต.วางไว้เดิมว่าหากเลือกตั้ง 24 กุมภาพันธ์ 2562 จะมีการรับสมัคร ส.ส. ในระหว่างวันที่ 14-18 มกราคม หลังจากนั้นศึกการหาเสียงจะระเบิดขึ้น ทักษิณ ชินวัตร และทีมงานจึงกำหนดเปิดตัว Good Monday หลังการรับสมัครส.ส.

แต่ถึงแม้ time lineการเลือกตั้งจะเปลี่ยนไป แต่ความพร้อมที่เตรียมไว้ เกิดขึ้นแล้ว จึงต้องเดินหน้าด้วยหวังว่า Good Monday จะเป็นการ “กำหนด “วาระ”หรือประเด็นทางการเมือง ที่ทั้ง รัฐบาล คสช.และสื่อมวลชน ต้องหันมาเล่นเกมที่ทักษิณ กำหนด และนั่นคือโอกาสที่สังคมไทยจะพ่ายแพ้ “ระบอบทักษิณ”อีกครา!

ศึกชิงอำนาจ “มาร์ค” ต่ำร้อยถอยไป

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/359063?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ศึกชิงอำนาจ “มาร์ค” ต่ำร้อยถอยไป

วันที่ 16 มกราคม 2562 – 11:22 น.
มาร์ค อภิสิทธิ์,พรรคประชาธิปัตย์,พรรคชาติไทยพัฒนา,การเลือกตั้ง,เลือกตั้ง 2562,คสช,ผู้สมัคร สส
เปิดอ่าน 638 ครั้ง

วัดใจกันสุดๆ ที่พรรคสะตอของ “หัวหน้ามาร์ค” เลือกตั้งหนนี้ ถ้าต่ำร้อย โดนสอยร่วงแน่ๆ

000 พฤติกรรมการเลือกตั้งของคนไทยในพ.ศ.นี้ หลายฝ่ายคาดหวังว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลง แต่เสียงส่วนใหญ่ยังเห็นว่าน่าจะเหมือนเดิม เชื่อว่าคนยังมองที่ความสำเร็จในอดีตของพรรคการเมือง รองลงมาคือผู้นำพรรคและนโยบายพรรค ส่วนอุดมการณ์ทางการเมืองเดียวกัน (สีเดียวกัน) ก็มีความสำคัญ

000 สนามเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร เป็นอีกสมรภูมิหนึ่งที่มีความหมายกับ พรรคประชาธิปัตย์” เสียงคนนครบาลดังกว่าคนภูธร และเป็นเสียงแห่งความหวังของ ปชป. ยกเว้นภาคใต้ สนามภูมิภาคอื่น ปชป.พ่ายพรรคเพื่อไทยมาตลอด 20 ปีนี้

000 เลือกตั้ง 2554 สนามกรุงเทพฯ มีเก้าอี้ ส.ส. 33 ที่นั่ง พรรค ปชป.ได้ 23 ที่นั่ง พรรคเพื่อไทย ได้ 10 ที่นั่ง ส่วนเลือกตั้งครั้งใหม่จำนวน ส.ส.ลดลงเหลือ 30 ที่นั่ง ฉะนัั้น ปชป.ต้องรักษา 23 ที่นั่งไว้ให้เป็นอย่างต่ำหากว่าพ่ายพลิกกระดาน ย่อมส่งผลถึงภาพรวมทั้งประเทศ อาจ ต่ำร้อย” และคงได้เวลาเปลี่ยนหัวหน้าพรรค

อภิสิทธิ์ นำลูกทีม ปชป.เมืองกรุงพบชาวบ้าน

000 ในฐานะแชมป์เมืองกรุง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยแกนนำพรรคจัดกิจกรรมเปิดตัวผู้สมัครส.ส.กทม. 30 เขตที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย พร้อมแคมเปญหาเสียงข้อความว่า แก้จน สร้างคน สร้างชาติ” และ “ประชาชนเป็นใหญ่ ประชาธิปไตยสุจริต” จะโดนหรือไม่ ออกสตาร์ทไปสักพักก็คงรู้

000 หนที่แล้วฝั่งธนบุรี ปชป.กวาดเรียบ แม้เพื่อไทยจะโหมกระแสยิ่งลักษณ์ และกระแสแดงทั้งเมืองหลวง “ลูกเหลิม” และ “หมวดเจี๊ยบ” ก็ไม่ได้เกิด หนนี้ ปชป.ส่ง “คนหน้าเดิม” ลงสนามเกือบครบ ยกเว้นบางเขตที่ย้ายไปพรรคพลังประชารัฐ ตระกูล ม่วงศิริ” ยึด 3 เขตคือ สาทร ม่วงศิริ (ราษฎร์บูรณะและทุ่งครุ), สากล ม่วงศิริ (บางขุนเทียน) และ พ.ต.ท.นพ.สามารถ ม่วงศิริ (บางบอน)

ทีมม่วงศิริ “สากล สามารถ สาทร”

000 พรรคเพื่อไทยเพิ่งเปิดตัวทีมฝั่งธนฯ 6 เขต และที่เรียกความสนใจให้สภากาแฟก็คือ “วัน อยู่บำรุง” เขตบางบอน หวังทำศึกล้างตาคนในตระกูล “ม่วงศิริ” และที่เขตบางแค วัฒนา เมืองสุข” เจอของแข็ง อรอนงค์ คล้ายนก” แชมป์เก่า ค่าย ปชป. รับประกันดุเดือดทั้งสองเขต

สุธา ชันแสง อดีต ส.ส.เขตบางแค พา วัฒนา เมืองสุข ลงพื้นที่

000 ยังเดินหน้าไปเงียบๆ พรรคชาติไทยพัฒนา โดยเน้นพื้นที่ “ผู้แทนเก่า” อย่างวันก่อนไปเปิดสาขาพรรคที่เมืองมะขามหวาน กัญจนา ศิลปอาชา” หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นำทีมคณะผู้บริหารพรรคไปพร้อมหน้า ซึ่งมีรองหัวหน้าพรรค วิจิตร พรพฤฒิพันธุ์” อดีต ส.ส.เพชรบูรณ์ เขต 1 คอยต้อนรับ

กัญจนา-วราวุธ ลงพื้นที่เมืองเพชรบูรณ์

000 ตระกูล พรพฤฒิพันธุ์” เล่นการเมืองท้องถิ่นมายาวนาน มีฐานมวลชนอยู่ในเขตเมืองเพชรบูรณ์ ก่อนหน้านี้ “วิจิตร” ถูกทาบทามให้ย้ายไปพรรคแต่ไม่ไป สุดท้ายก็มี พิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์” หลานสาวของวิจิตร ตัดสินใจร่วมงานกับทีม พปชร. แถมลงสมัคร ส.ส.เขต 1 อีกด้วย

วิจิตร พรพฤฒิพันธุ์

000 พูดถึงเมืองมะขามหวาน “สุทัศน์ จันทร์แสงศรี” กลายเป็น อดีตส.ส.เพชรบูรณ์ เพื่อไทย คนเดียวที่ไม่ย้ายไปพรรคพลังประชารัฐ เนื่องจากสุทัศน์อยู่คนละสายกับ “สันติ พร้อมพัฒน์” โดยก่อนหน้านี้ สุทัศน์ เคยเป็น ส.ว.เพชรบูรณ์ และ เป็นคนสนิทของพล.ต.มนูญกฤต รูปขจร จนได้รับมอบหมายให้ตั้งพรรค “ประชาภิวัฒน์” ในยุคที่อดีตกบฏ 9 กันยา ยังอยู่ฝ่ายเดียวกับคนเสื้อเหลือง

000 การเมืองเป็นอนิจจัง “สุทัศน์” ลูกเขยของ เชาว์ เพชรประเสริฐ” เจ้าของสัมปทานเดินรถสายหล่มสัก–กรุงเทพฯ และภูเรือ–กรุงเทพฯ หันมาสวมเสื้อเพื่อไทย และได้เป็น ส.ส.เขต 1 สมัยแรก ปี 2554 ครั้งนี้ สุทัศน์ได้รับมอบหมายจากแกนนำเพื่อไทยให้ดูแลพื้นที่ด้านใต้ของเพชรบูรณ์

 เด่นชัย สายสุพรรณ พรรคสยามพัฒนา

000 นี่ก็พรรคคนเสื้อแดง “พรรคสยามพัฒนา” มีหัวหน้าพรรคชื่อ “บุญส่ง เกิดหลำ“ อดีตรองประธาน นปช.ภาคกลาง เคยได้รับเลือกเป็นส.ว.สระบุรี ปี 2557 ช่วงนี้เดินสายเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ทั่วประเทศ โดยสนามสุพรรณบุรี เขต 2 (บางปลาม้า) จะส่ง “ชนพรรธน์ ธันยวิโรจน์” หรือ เด่นชัย สายสุพรรณ นักร้องเพลงลูกทุ่งชื่อดัง ชนณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ อดีตส.ส.พรรคชาติไทยพัฒนา

สดใส รุ่งโพธิ์ทอง พรรคชาติไทยพัฒนา

000 ปีนี้มีคนบันเทิงลงสนามการเมืองหลายสิบคน เฉพาะนักร้องลูกทุ่งที่คุ้นหน้าอย่าง สดใส รุ่งโพธิ์ทอง” ลงสมัคร ส.ส.เขต 5 ปทุมธานี พรรคชาติไทยพัฒนา และ สนุ๊ก สิงห์มาตร” เขต 1 ยโสธร พรรคพลังประชารัฐ จะรอดูว่านักร้องคนไหนจะเป็นผู้แทนฯ เหมือน เอกพจน์ วงศ์นาค” บ้าง สำหรับเอกพจน์นั้น บ๊ายบาย ส.ส. เตรียมตัวเล่นการเมืองท้องถิ่น

ศึกสามเส้าเขย่า “บ่อพลอย” เดือด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/359057?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ศึกสามเส้าเขย่า “บ่อพลอย” เดือด

วันที่ 16 มกราคม 2562 – 08:38 น.
สังเวียนเลือกตั้ง ช้างชนช้าง,กำนันเซียะ,เขมประชาฟาร์ม บ่อพลอย
เปิดอ่าน 2,963 ครั้ง

คอลัมน์… สังเวียนเลือกตั้ง… ช้างชนช้าง

แม้ศึกเลือกตั้งเมืองกาญจน์ ปี 2562 จะไม่มี “กำนันเซียะ” แต่ความดุเดือดก็หาลดดีกรีลงไม่ โดยเฉพาะเขตเลือกตั้งที่ 4 (อ.ห้วยกระเจา อ.เลาขวัญ อ.หนองปรือ และอ.บ่อพลอย)

ถ้ายังจำกันได้เลือกตั้ง 2554 เขต 4 ตกเป็นพื้นที่เฝ้าระวังเป็นพิเศษ 1 ใน 3 ของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 เพราะเป็น “ศึก 2 กำนัน” คือ “กำนันเซียะ” ประชา โพธิพิพิธ พรรคประชาธิปัตย์ และ “กำนันหยุน” ไพบูลย์ พิมพ์พิสิฐถาวร พรรคเพื่อไทย ผลเลือกตั้ง กำนันเซียะเฉือนกำนันหยุนไปไม่ถึง 3 พันคะแนน ได้เป็น ส.ส.เมืองกาญจน์ สมัยสุดท้าย ก่อนจะหายตัวไป

วันที่บ้านใหญ่ “เขมประชาฟาร์ม บ่อพลอย” ไม่มีกำนันเซียะ ก็ยังมี “ซ้อเขม” เขมพร ต่างใจเย็น เป็นแม่ทัพ โดยรอบนี้ ตระกูลโพธิพิพิธ จำต้องย้ายจาก ปชป.มาอยู่พรรคพลังประชารัฐ

“ธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ” อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลูกชายคนโตของกำนันเซียะ จะลงส.ส.เขต 4 แทนบิดาที่ยึดครองพื้นที่มา 2 สมัยแล้ว ส่วนน้องชาย “อัฏฐพล โพธิพิพิธ” จะย้ายไปลงสมัคร ส.ส.เขต 5 (อ.สังขละบุรี อ.ทองผาภูมิ) เจอกับทีมงานสะใภ้เสี่ยฮุก “ศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์” อดีตส.ส.กาญจนบุรี พรรค ปชป.

“ธรรมวิชญ์” หรือผู้ใหญ่แหลม ลูกชายกำนันเซียะ

เส้นทางการเมือง “ธรรมวิชญ์” หรือ ผู้ใหญ่แหลม เริ่มต้นงานการเมืองท้องถิ่นโดยการเป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ 14 บ้านตะคร้ำเอน ต่อมาได้รับเลือกตั้งเป็นนายก อบต.ตะคร้ำเอน อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี

จริงๆ แล้ว กำนันเซียะ พยายามปั้น อัฏฐพล ลงสู้ส.ส.เขต 1 หลายหน แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ และตัวผู้ใหญ่แหลม ก็เพิ่งได้เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ เมื่อปี 2554

สำหรับคู่ปรับเก่าของกำนันเซียะคือ “กำนันหยุน” ไพบูลย์ พิมพ์พิสิฐถาวร ส่งทนายคู่ใจ “สันติชัย จีระพัฒน์” สวมสีเสื้อพรรคไทยรักษาชาติ ตามยุทธศาสตร์นายใหญ่ เขตไหน พรรคเพื่อไทยแพ้ให้เป็นหน้าที่พรรคไทยรักษาชาติ

ทนายสันติชัยเดินตามหลังกำนันหยุนมานาน เรียนรู้วิทยายุทธ์ทุกกระบวนท่า จึงมั่นใจสู้ลูกกำนันเซียะได้

ที่น่าสนใจพรรคประชาธิปัตย์ส่ง “พล.ท.ทำนุ โพธิ์งาม” อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองบัญชาการกองทัพไทย ลงสมัครส.ส.เขต 4 โดยทีมงานของ “เฉลิมชัย ศรีอ่อน” อดีตเลขาธิการ ปชป. เป็นผู้วางแผนเดินเกม

กำนันหยุน อดิศร เพียงเกษ และทนายสันติ จีรพัฒน์

“เสธ.นุ” พล.ท.ทำนุ โพธิ์งาม เป็นลูกพี่ลูกน้องของ พล.ท.มะ โพธิ์งาม อดีตส.ส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย แต่ระหว่างรับราชการ “เสธ.นุ” จะใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 3

หากมองที่ตัวผู้สมัครส.ส.3 คน 3 พรรค จัดว่าเป็นหน้าใหม่ของเขต 4 แต่งานนี้คงต้องวัดฝีมือกันที่ “พี่เลี้ยง”

“ซ้อเขม” คู่ใจกำนันเซียะ ที่มาบุกเบิกสร้างอาณาจักรเขมประชาฟาร์ม น่าจะเป็นผู้กุมหัวคะแนนของกำนันไว้ทั้งหมด อีกอย่าง “ผู้ใหญ่แหลม” ก็กว้างขวางอยู่ในเขตบ้านเก่า-ท่ามะกา

สำคัญที่ว่า “ซ้อเขม” มีเดิมพันกับศึกครั้งนี้ และที่แน่ๆ ผู้ใหญ่แหลมรู้ดีว่า การทิ้งพรรค ปชป. ก็เป็นการทำเพื่อพ่อ

ส่วนกำนันหยุนได้ข่าวว่าจะเบนเข็มไปลงสมัครนายก อบจ.กาญจนบุรี และคงทุ่มสรรพกำลังช่วย “ทนายคู่ใจ” เอาชนะเป็นประเดิมในสนามระดับชาติ

“พล.ท.ทำนุ โพธิ์งาม” คนหน้าใหม่ ปชป.

ด้าน “พล.ท.ทำนุ” ถือว่าเป็นน้องใหม่จริงๆ แต่มีจุดแข็งที่ “กระแสพรรค” ในเมืองกาญจน์ยังดีอยู่ เมื่อเปรียบเทียบกับพรรคพลังประชารัฐ ย่อมเหนือกว่า

ผลเลือกตั้งเขต 4 จะเป็นการพิสูจน์ฝีมือพี่เลี้ยง..ซ้อเขม กำนันหยุน และเสี่ยต่อ (เฉลิมชัย ศรีอ่อน) ว่าใครเจ๋งจริง?

เเม้วมาเเล้ว ลุงตู่หลบหน่อย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/359056?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

จี้จุดตาย คลายจุดเป็น,แม้ว,ทักษิณ,ชินวัตร,ลุงตู่,พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา
เปิดอ่าน 3,216 ครั้ง

คอลัมน์…  จี้จุดตาย คลายจุดเป็น  โดย…  เร้นกาย ไร้เงา

ข่าววงในที่ลือมาหลายวันนั้นว่าพรรคพี่มิยอมหลีกทางให้พรรคน้องเดิน…ยามนี้ชัดเเล้วว่า การเเบ่งเค้กของพรรคพี่เเละพรรคน้องสมดุลเเล้ว

เพื่อไทยยอมให้ไทยรักษาชาติส่งผู้สมัครส.ส.ลงในพื้น ที่เพื่อไทยมิเคยได้เเต้มเเละเปิดทางให้ทษช.ยืนบ้าง เเต่บางเขตก็ต้องชนกันเองป้องกันข้อหาฮั้ว

เมื่อยามนี้ชัดเเล้วว่าพรรคเจ๊จะกินไม่เเบ่งพรรคน้องนั้นมิจริง กระเเสลบในครัวก็ซาลง

พรรคพี่ยึดโพลล์ในสังกัดเดินลุยกวาดเเต้มเบบเน้นๆ เเละพรรคน้องก็ถอนหายใจว่า อย่างไรเสียคนในวงก็คงไม่ล้มโต๊ะกวาดเรียบเเละพอมีเเรงลุยต่อเเม้ยามนี้ทษช.จะปั่นราคายากก็ตาม เเต่ความหวังคือเเรงจูงใจให้เดินหน้า

เกมนี้ว่ากันว่านายใหญ่เคาะเมื่อช่วงต้นปี ….เมื่อนายใหญ่เคาะเเล้ว ดังนั้นพรรคน้องเเละพรรคพี่นั้นเมื่อเเกนนำวงในรับวาจาจากนายใหญ่เเละเปิดช่องหารือ ปัญหาในครัวทุกอย่างลงตัว ก็เตรียมตัวลุยกับคสช.เเละลุงตู่บนกระดานเลื่อน…เลือกตั้ง

นายใหญ่น่าจะจับตาเเละอ่านเกมออกว่า ยามนี้ พปชร.เเละลุงตู่ ตอนนี้ยวบ…เพราะฉะนั้นยามนี้ผ้ายันต์ตรานายใหญ่ในการเรียกเเต้มจึงต้องคลอด

ผ้ายันต์ต้องตีตราจากนายใหญ่เท่านั้นที่จะมาเรียกความเชื่อมั่นเเละเเชร์เเต้มให้สองพรรคน้องพี่ชนะผ้ายันต์ตราลุงตู่

โดยนายใหญ่จะออกมากำชับอาคมบนผ้ายันต์เเละพบชาวบ้านในทุกวันจันทร์ (หากสะดวก) ผ่านสังคมออนไลน์

อ่านหมากกลของคนไกลบ้านเเล้วตีความว่าศรัทธาในการกู้วิกฤติปากท้องยามนี้จากไอเดียของนายใหญ่น่าจะเเจ่มกว่าเรียกประชาธิปไตยกลับมาเพราะชาวบ้านกระเป๋าเเบน…

ตรงนี้นายใหญ่มองออกว่าชาวประชาช้ำชอกเพราะใคร เเละใครจะมาเปิดทางให้กระเป๋าตุงอีกรอบ เเม้ความจริงตรงนี้ทุกพรรคสบช่องใช้เรียกราคา…เเต่เมื่อมองข้อเท็จจริงเเล้ว ลีลาของนายใหญ่สะกดใจชาวบ้านให้ศรัทธามากกว่าคณะอื่น

ส่วนลีลาทวงคืนปชต.หลากพรรคนำมาใช้จนปรุเเละหมดเเนวคิดเตะตัดขาลุงตู่เเล้ว ตรงนี้นายใหญ่มองออกว่าการทวงคืนประชาธิปไตยนั้น เดินคู่กับการเเก้ปัญหาท้องหิว เเต่ควรให้ชาวบ้านกินอิ่มก่อนน่าจะเวิร์กกว่า

ฉะนั้นการขายฝันว่าหากหย่อนบัตรเเล้วขั้วตรงข้ามลุงตู่เข้าวิน ชาวบ้านท้องจะอิ่ม นอนอุ่น อนาคตใส อุดมการณ์ปชต.จะเต็มเปี่ยมเเละสมหวังตามลำดับ เเละความฝันของนายใหญ่จะกลับมาให้ลุ้นอีกคราว

ตรงนี้นายใหญ่มองเเละตีอัดลุงตู่เเบบมิยั้งเพราะข้อมูลจากคนในข่ายนายใหญ่มองเเละสื่อความออกไปว่า….ยิ่งเลื่อนการหย่อนบัตร เเต้มยิ่งไหลออกจากลุงตู่ เเม้เกมนี้จะมีการตีความจากขั้วลุงตู่ว่าพรรคใดลุยก่อนเดี๋ยวก็ล้า…

เเต่บนความจริงนั้นบางพรรคที่ลุงตู่นิยมในใจจะรอจังหวะเปิดเเคมเปญเรียกเเต้มเเละมีความพร้อมสุดๆ ก่อนจึงจะมีความชัดเจนบนไทม์ไลน์หย่อนบัตร

เเต่บางครั้งขุนพลของลุงตู่ที่ออกไปพบชาวบ้านยามนี้พาลุงตู่เเละคณะออกทะเลไปหลายไมล์เเล้ว

คนขั้วนายใหญ่มองว่าฉะนั้นการยื้อเวลา…หาใช่ผลบวกกับลุงตู่เเละคณะเลย ดีไม่ดีพวกตรงข้ามคว้าจังหวะตีกินเก็บเเต้มจากลุงตู่เเบบสบายๆ

ยิ่งพรรคน้องเเละพรรคพี่จุดธูปเรียกคนไกลบ้านมาร่ายมนต์เรียกราคาผ่านสังคมออนไลน์เช่นนี้

มันอาจสื่อว่า…ลุงตู่น่าจะโกยราคาสู้คนหน้าเหลี่ยมมิได้ในด้านนี้

“ทักษิณ ชินวัตร” จึงขยับออกมาโปรยยาหอมมิให้เเฟนๆ หนีหน้าไปมองมุมอื่น เหลี่ยมของนายใหญ่มาช่วงนี้นับว่าเหนือเมฆเเละมองช้ามช็อต

ฉะนั้นหากลุงตู่อยากเข้าวิน จังหวะนี้ควรทบทวนหาเเนวทางสวนกลับเพื่อมิให้โดนรุกจนหมดเเต้มเดิน

เตือนภัย!อ้างชื่อ’ป.ป.ส.’ขอค้น..จริงหรือมั่วโทร.1386 ได้24ชม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/358969?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

เตือนภัย!อ้างชื่อ’ป.ป.ส.’ขอค้น..จริงหรือมั่วโทร.1386 ได้24ชม

วันที่ 16 มกราคม 2562 – 00:00 น.
สายตรวจระวังภัย,ปปส,เตือนภัยอ้างชื่อปปสขอค้น,แอบอ้าง
เปิดอ่าน 796 ครั้ง

คอลัมน์…  สายตรวจระวังภัย   โดย…  ทีมข่าวอาชญากรรม

มิจฉาชีพที่เกิดขึ้นในสังคมไทยมีหลากหลายรูปแบบ มีวิวัฒนาการตามยุคสมัย แต่รูปแบบการ “แอบอ้าง” ยังถูกนำมาใช้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ ทหาร กรมการปกครอง ดีเอสไอ รวมถึง ป.ป.ส. เพื่อใช้ในการข่มขู่รีดเอาทรัพย์สิน ยิ่งแล้วเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด จึงทำให้ประชาชนที่อาจตกเป็น “เหยื่อ” เกิดความไม่มั่นใจในกระบวนการยุติธรรมไทย เพราะไม่รู้ว่าการเข้าตรวจค้นของเจ้าหน้าที่รัฐที่ว่ามานี้จะมีการ “ยัดยา” ก่อนเรียกเงินเคลียร์ให้หลุดคดี

เกี่ยวกับเรื่องการแอบบอ้างตรวจค้นยาเสพติดมักมี 2 หน่วยงานหลักๆ คือ ตำรวจ กับ ป.ป.ส. หลายครั้งมีตำรวจนอกรีต บ่อยครั้งเป็นป.ป.ส.นอกแถว แต่ส่วนใหญ่เป็นโจรที่สมอ้างเป็นเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการเพื่อตบทรัพย์ ซึ่งล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ออกมาประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนว่า ที่ผ่านมาพบว่ามีผู้แสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานป.ป.ส ขอเข้าค้นบุคคลและสถานที่เพื่อหายาเสพติด จนทำให้เกิดข้อสงสัยเคลือบแคงใจว่าจะทราบได้อย่างไรว่าผู้แสดงตัวนั้นเป็นเจ้าพนักงานป.ป.ส. และมีอำนาจตามกฎหมายจริงหรือไม่

เพื่อเป็นการแก้ปัญหาและคลายข้อสงสัยว่าเจ้าหน้าที่ที่ขอตรวจค้นยาเสพติดเป็นตัวจริง หรือเป็นเพียงมิจฉาฉีพแอบอ้าง สำนักงานป.ป.ส.ได้เปิดช่องทางให้ประชาชนสามารถขอตรวจสอบข้อมูลในกรณีที่สงสัยเกี่ยวกับผู้ที่แสดงตัวว่าเป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. เป็นความจริงหรือไม่ ผ่านทางสายด่วน “1386”

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการป.ป.ส อธิบายว่า ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าพนักงานป.ป.ส. จะมีอำนาจตามกฎหมายในการขอค้น อำนาจจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด กระทั่งยึดหรืออายัดยาเสพติด รวมถึงอำนาจในการตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะของผู้ที่มีเหตุอันควรเชื่อว่าเสพยาเสพติด แต่ในการค้นที่อยู่อาศัยต้องเป็นเฉพาะกรณีที่ไม่อาจรอหมายศาลได้ และปรากฏชัด หรือเชื่อได้ว่าผู้กระทำผิดจะหลบหนี ทรัพย์สิน หรือพยานหลักฐานจะถูกโยกย้ายหรือทำลาย ดังนั้นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ก็มีอำนาจเข้าค้นโดยไม่ต้องมีหมายศาลก็ได้

“ทั้งนี้ทั้งนั้นเจ้าพนักงานป.ป.ส. มีเกณฑ์ในการปฏิบัติ คือ จะต้องแสดงบัตรประจำตัว และทำการค้นต่อหน้าเจ้าของ หรือผู้ครอบครองสถานที่ แต่หากไม่พบเจ้าของหรือผู้ครอบครอง ก็ให้ค้นต่อหน้าบุคคลอื่นอย่างน้อย 2 คน ที่ขอให้เข้ามาเป็นพยานในการค้น อีกทั้งเมื่อค้นเสร็จต้องทำบันทึกระบุเหตุของการค้นโดยไม่มีหมายศาลแก่เจ้าของหรือผู้ครอบครองสถานที่นั้นด้วย และต้องรายงานให้เลขาธิการ ป.ป.ส. ทราบภายใน 15 วันนับแต่วันค้น ดังนั้นหากประชาชนสงสัยผู้แสดงตนเป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส ว่าเป็นตัวจริงหรือตัวปลอม สามารถตรวจสอบได้ที่สายด่วน 1386 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง” เลขาธิการ ป.ป.ส. ระบุ

สำหรับการตรวจสอบผ่านสายด่วน 1386 ต้องให้รายละเอียดเกี่ยวกับชื่อและนามสกุลของผู้แสดงตนเป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ขณะเดียวกันทางป.ป.ส. ก็ขอความร่วมมือประชาชนที่ขอตรวจสอบดังกล่าวแจ้งชื่อและนามสกุล รวมถึงเลขประจำตัวประชาชนของตัวเอง เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าพนักงานป.ป.ส.ผู้ปฏิบัติงานถูกเปิดเผยตัวโดยไม่จำเป็นเนื่องจากอาจมีผู้กระทำผิดกฎหมายยาเสพติดแอบแฝงโทรศัพท์เข้ามาสอบถามได้ โดยสำนักงานป.ป.ส.จะปกปิดข้อมูลของผู้ขอตรวจสอบเป็นความลับ เพื่อให้ประชาชนมีความมั่นใจในการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. และเพื่อความปลอดภัยของประชาชน

แม้ไม่มีความผิด ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดก็ต้องตั้งสติรับมือ เพราะอาจมีเหล่ามิจฉาชีพแอบอ้างมาสร้างความเสียหายได้ หวังว่าสายด่วน 1386 ที่ป.ป.ส. เปิดช่องทางให้เช็กว่าเป็นตัวจริง หรือ “ป.ป.ส.กำมะลอ” จะช่วยได้ไม่มากก็น้อย..!!

ความหวังปักธงส.ส.เมืองหลวงของ4พรรคหลัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/358925?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ความหวังปักธงส.ส.เมืองหลวงของ4พรรคหลัก

วันที่ 15 มกราคม 2562 – 10:20 น.
สรรเสริญ สมะลาภา,นออนุดิษฐ์ นาครทรรพ,พอดรเศรษฐพงศ์ มะลิสุวรรณ,ณัฐพล ทีปสวุรรณ,พลังประชารัฐ,พรรคภูมิใจไทย,พรรคเพื่อไทย,พรรคประชาธิปัตย์
เปิดอ่าน 1,200 ครั้ง

โดย…   สมัชชา หุ่นสาระ

“สนามเมืองหลวง” คือหนึ่งในเวทีที่ชี้เป็นชี้ตายเกี่ยวกับว่าที่รัฐบาลใหม่ว่าคนกรุงจะไว้วางใจพรรคใด…

คำกล่าวทางการเมืองที่หลายคนติดหูว่า “คนชนบทเลือกรัฐบาล คนกรุงล้มรัฐบาลนั้น” ไม่ทราบว่าคำกล่าวนี้ในวันข้างหน้าจะยังใช้ได้ผลหรือไม่…

หลังการปฏิรูปการเมืองเเละมีรัฐธรรมนูญ 2540 บังคับใช้ พบว่าพรรคประชาธิปัตย์เเละพรรคเพื่อไทย (พลังประชาชนเเละไทยรักไทยในอดีต) คือสองพรรคหลักที่ครองเวทีนี้ในการเลือกตั้งสี่ครั้ง (2544, 2548, 2550, 2554) เเละมีเพียงพรรคชาติไทยที่เคยเเทรกปักธงได้ครั้งหนึ่ง (จณิสตา ลิ่วเฉลิมวงศ์ เขตดอนเมือง ปี 2548)

ผลการเลือกตั้งเมื่อปี 2554 นั้นพบว่าพรรคประชาธิปัตย์ได้ 23 ส.ส. พรรคเพื่อไทยได้ 10 ส.ส. สิ่งเหล่านี้พอจะบ่งชี้อะไรบางอย่างได้บ้าง เเละการเลือกตั้งคราวนี้หลากพรรคงัดกลยุทธ์ในการโกยเเต้มเเละเตรียมนำผู้สมัครลงปักธงเเละเก็บทุกเเต้มที่มีผลต่อส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์เเบบ “ไม่ให้หล่นน้ำ”

วันนี้คีย์เเมนสี่พรรคใหญ่ คือ “ประชาธิปัตย์, เพื่อไทย, ภูมิใจไทยเเละพลังประชารัฐ” ที่ดูเเลสนามเมืองหลวงโดยเฉพาะ อ่านสถานการณ์เเละโอกาสที่พรรคของตัวเองจะมีโอกาสในสามสิบเขตของกทม.อย่างไรบ้าง…ติดตาม       

“เเม้พรรคจะโดนบางพรรคชักชวนอดีตสมาชิกย้ายไปบ้าง เเละอาจโดนตัดคะเเนนเเต่เชื่อว่านโยบายพรรคเเละคุณสมบัติผู้สมัครในเขตนั้นๆ พรรคน่าจะได้ส.ส.เเละคะเเนนเพิ่ม”

สรรเสริญ สมะลาภา”

          “สรรเสริญ สมะลาภา” รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

          0 ความพร้อมของพรรคในกทม.ตอนนี้เป็นอย่างไร?
พรรคพร้อมที่จะเสนอผู้สมัครหน้าใหม่เเละอดีตส.ส. เเม้พรรคจะโดนบางพรรคชักชวนอดีตสมาชิกย้ายไปบ้าง เเละอาจโดนตัดคะเเนนเเต่เชื่อว่านโยบายพรรคเเละคุณสมบัติผู้สมัครในเขตนั้นๆ พรรคน่าจะได้ส.ส.เเละคะเเนนเพิ่ม

        0 การเเบ่งเขตใหม่ในการเลือกตั้งครั้งนี้ มีสิ่งที่หนักใจหรือไม่?
กติกาที่ออกมาใหม่ พรรคต้องปรับตัว เเต่เดิมนั้นกทม.มี 33 เขตเเละตอนนี้มี 30 เขต บางพื้นที่ทับซ้อนกัน เเต่เราเเก้ไขปัญหานี้ได้เเล้ว ส่วนผู้สมัครที่ทับซ้อนกันนั้นจะให้บางคนลงสมัครปาร์ตี้ลิสต์ โดยพรรคได้บอกให้ผู้สมัครเเนะนำตัวเเละประชาสัมพันธ์ในนโยบายพรรครวมทั้งการรสร้างความรับรู้ในกติกา เเละเน้นให้ชัดว่าผู้สมัครคือตัวเเทนของพรรค เพราะบางคนที่เคยสนับสนุนพรรคเเละเคยทำงานการเมืองท้องถิ่นในกทม.ย้ายไปจากพรรค ไปเเนะนำตัวว่าจะลงสมัครส.ส.ในครั้งนี้เเต่ไม่บอกสังกัด ตอนนี้หากกกต.ใช้ระบบเบอร์เดียวทั่วประเทศ จะลดปัญหานี้ลงได้ มันจะเกิดประโยชน์กับทุกฝ่าย เพราะชาวบ้านยังสับสนในกติกาใหม่พอสมควร

   0 คาดหวังพื้นที่ใดเป็นพิเศษ?
“เรารักษาพื้นที่เดิมเเละขยายในพื้นที่ที่ไม่มีส.ส. เน้นให้ผู้สมัครขยันลงพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ที่ไม่มีส.ส.ของพรรค เพราะต้องหาคะเเนนเพิ่มในทุกเขต”

+++

“หลายปีที่ผ่านมา คนของพรรคลงพื้นที่ตลอด จนสังเคราะห์เป็นนโยบายพรรคเเละเเคมเปญพรรค เเละหวังว่าประชาชนจะพิจารณาจุดยืนของเเต่ละพรรคประกอบการตัดสินใจด้วย”

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ”

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เเกนนำภาคกทม. พรรคเพื่อไทย
0 เลือกตั้งครั้งนี้พรรครับฟังเสียงของประชาชนมาอย่างไรเเละพรรคมีโอกาสมากน้อยเพียงใดใน กทม.?

สี่ปีเศษที่ผ่านมาบ้านเมืองเเละประชาชนเจอปัญหาการลงพื้นที่ของเเกนนำพรรคในช่วงที่ผ่านมาได้รับฟังข้อมูลเเละนำมากำหนดเเนวทางเเก้ไข พรรคคัดเลือกผู้สมัครที่จะเป็นตัวเเทนพรรคไปทำหน้าที่อย่างเหมาะสมที่สุดในเขตนั้นๆ เเละหวังจะได้รับการสนับสนุนจากประชาชน

          0 พื้นที่กทม.ในการเลือกตั้งครั้งนี้หวังจะได้ส.ส.เพิ่มขึ้นเท่าใดจากจำนวนสิบคนในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด?
“อยู่ที่ความไว้วางใจของประชาชนในกทม.ที่มีต่อพรรคเเละผู้สมัคร ตามที่พรรคเปิดแคมเปญทั่วประเทศ ด้วยข้อความว่า “พรรคเพื่อไทยจะไม่ปล่อยให้ประเทศไทยล้าหลัง ล้มเหลว ถดถอย สิ้นหวัง” หลายปีที่ผ่านมา คนของพรรคลงพื้นที่ตลอด จนสังเคราะห์เป็นนโยบายพรรคเเละเเคมเปญพรรค เเละหวังว่าประชาชนจะพิจารณาจุดยืนของเเต่ละพรรคประกอบการตัดสินใจด้วย”

         0 ประเมินพรรคคู่เเข่งที่หวังจะได้ส.ส.กทม.อย่างไร?
“พรรคจะเสนอสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม เเต่จะได้ส.ส.เท่าใดอยู่ที่ประชาชนตัดสิน หวังว่าการลงสนามเลือกตั้งของทุกพรรคในคราวนี้ทุกพรรคจะเสนอนโบายที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม เพื่อให้ประชาชนพิจารณานโยบายของทุกพรรคเพื่อให้ตัดสินใจว่าจะวางอนาคตของประเทศว่าจะไปในทางใด”

+++

“เทคโนโลยีกำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอย่างมาก ปัญหาหลักของพระชาชนคือปากท้อง พรรคจึงเน้นการแก้ปัญหานี้ โดยใช้เทคโนโลยีที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลก” “พ.อ.ดร.เศรษฐพงศ์ มะลิสุวรรณ”

     พ.อ.ดร.เศรษฐพงศ์ มะลิสุวรรณ โฆษกพรรคภูมิใจไทย
0 พรรคพร้อมที่จะมีส.ส.กทม.อย่างไร?

หากประชาชนเลือกและไว้ใจพรรค เราเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า นโยบายของพรรคสามารถแก้ปัญหาของกทม.ได้อย่างเป็นรูปธรรมและชัดเจน ภูมิใจไทยในวันนี้ได้เปลี่ยนไปมากหากเปรียบเทียบกับในอดีต เนื่องจากว่าพรรคมีบุคลากรที่เป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านครบทุกด้าน

เราเห็นว่าเทคโนโลยีกำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจและสังคมของประเทศเป็นอย่างมาก พรรคเห็นว่าปัญหาหลักของพระชาชนคือปัญหาปากท้อง จึงเน้นการแก้ปัญหานี้ โดยใช้เทคโนโลยีที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลก พรรคเชื่อมั่นว่าประชาชนมองเห็นเเละเลือตัวเเทนกพรรคในกทม. แน่นอน และทีมงานพร้อมที่จะทำงานทันที

  0 ยุทธศาสตร์จะใช้ดึงเเต้มในกทม.?
ใช้แนวคิด “กรุงเทพฯ สะดวก สบายเนื่องจากเชื่อว่าคน กทม. เลือกผู้แทนจากนโยบายของพรรคที่ทันสมัย มีความเป็นไปได้และชัดเจน

พรรคอยากให้คนกรุงเทพฯ สามารถจะเข้าถึงการให้บริการ Co Working space และการเรียนผ่านออนไลน์ในในหลักสูตรที่ทันสมัย รวมไปถึงนักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงข้อมูลโรงแรมและสถานที่ท่องเที่ยว การให้บริการรถสาธารณะ รวมทั้งผลักดันให้กรุงเทพมหานครและสำนักเขตกรุงเทพมหานคร สามารถทำให้ประชาชนใช้บริการโดยไม่ต้องมาสำนักงานเขตผ่าน “One Bangkok One Application”

พรรคสนับสนุนการทำอาชีพใหม่ๆ ที่อยู่บนเศรษฐกิจแบ่งปัน (sharing economy) ให้ถูกต้องตามกฎหมาย สร้างความร่วมมือภาตรัฐกับบริษัทภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการสร้างธุรกิจใหม่ๆ และตำแหน่งงานดิจิทัลรูปแบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็น Grab, Airbnb หรือแอพพลิเคชั่นที่เกิดจากกลุ่มสตาร์ทอัพ ของคนไทยมารวมไว้ในที่เดียวกัน

เป้าหมายคือต้องการให้คนกรุงเทพฯ เดินทางให้น้อยที่สุด ใช้รถให้น้อยที่สุด จึงจะยังผลให้การจราจรติดขัดน้อยลงและทำให้สิ่งแวดล้อมมลพิษทางอากาศดีขึ้น และทำให้คนกทม. มีความสะดวกสบาย มีอาชีพใหม่ๆ ที่ไม่ต้องลงทุนสูงแต่มีมูลราคามาก ซึ่งคนรุ่นใหม่จะมีเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพโดยแพลตฟอร์มนี้พรรคจะเตรียมไว้ให้ทั้งหมด

   0 เขตใดในกทม.ที่พรรคคาดหวังจะได้ส.ส.?
ทุกเขต

+++

“เราคัดเลือกทีมเเบ็กอัพที่เคยช่วยปั้นส.ส.ให้ 2 พรรคใหญ่ในกทม.โดยเป็นคนที่พื้นที่ยอมรับ เป็นคนทำงานในพื้นที่นั้นจริงๆ ใกล้ชิดชาวบ้าน จะเป็นโอกาสให้คนทำงานเบื้องหลังได้ทำหน้าที่ผู้เเทน”

“ณัฐพล ทีปสวุรรณ”

   ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ
0 ความพร้อมของพรรคในกทม.ตอนนี้เป็นอย่างไร?

พรรคกำลังพิจารณาผู้สมัครที่มีความพร้อม โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่มีดีกรีเเเละคุณสมบัติที่เป็นทางเลือกใหม่ให้ชาวกทม.พิจารณา ตอนนี้ถือว่าพื้นที่กทม.พรรคพร้อม พรรคดึงนักการเมืองท้องถิ่นเเละระดับชาติมาร่วมงานหลายคน เเละการเเข่งขันครั้งนี้จะต่อสู้กับพรรคเพื่อไทยเเละพรรคประชาธิปัตย์ที่ครองสนามนี้มานาน

 0 จะมีจุดขายเเบบใด?
พรรคหวังจะมีผู้เเทนฯ ในพื้นที่ด้าน กทม.ตะวันออก เพราะพรรคได้เลือกคนที่ทำงานในพื้นที่เเละประชาชนยอมรับมาลงสมัคร เช่น หนองจอก ลาดกระบัง สะพานสูง มีนบุรี เป็นต้น ส่วนพื้นที่อื่นๆ ในกทม.พรรคก็ส่งคนรุ่นใหม่ที่อาสาเป็นทางเลือกใหม่ รวมทั้งใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กเเนะนำพรรคเเละผู้สมัครเพื่อขอโอกาส โดยตอนนี้หวังว่าจะได้ส.ส.สิบห้าคนในกทม.

พรรคจะใช้การหาเสียงเกี่ยวกับการสร้างเเละดูเเลชาวกทม.ทั้งระบบที่คิดว่าชาวกทม.จะให้โอกาสพรรค

        0 สนามกทม.ถือเป็นสนามปราบเซียนเเละมีความพลิกผันสูง พรรคจะเสนอตัวเองอย่างไรเพราะหลายคนมองว่าพรรคนี้มีคสช.หนุน?
เราคัดเลือกทีมเเบ็คอัพที่เคยช่วยปั้นส.ส.ให้สองพรรคใหญ่ในกทม.โดยเป็นคนที่พื้นที่นั้นๆ ยอมรับ เป็นคนทำงานในพื้นที่นั้นๆ จริงๆ ใกล้ชิดชาวบ้าน ตรงนี้จะเป็นโอกาสที่คนทำงานเบื้องหลังได้มีโอกาสทำหน้าที่ผู้เเทนฯ ส่วนการที่บางฝ่ายอ้างว่าพรรคนี้มีคสช.หนุนนั้น คนรุ่นใหม่ที่มีดีกรีหลากหลายของพรรคที่เสนอตัวลงสมัครส.ส.จะพบว่าไม่มีส่วนข้องเกี่ยวกับคสช.เลยเเละเป็นคนที่ทำงานในพื้นที่จริงๆ