ตามเฉ่ง ‘ดูเตร์เต’ ละเมิด ก.ม.สิทธิสตรี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/626390

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 27 พ.ค. 2559 04:45

 

(ภาพ: AFP)

เมื่อ 26 พ.ค. คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนของฟิลิปปินส์ แถลงว่า นายโรดริโก ดูเตร์เต นายกเทศมนตรีเมืองดาเวา ว่าที่ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ละเมิดกฎหมายคุ้มครองสิทธิ์ของสตรีที่ชื่อว่า “แมกนา คาร์ตา ออฟ วูเมน” กรณีกล่าวติดตลกขณะปราศรัยหาเสียงเลือกตั้งว่า อยากข่มขืนมิสชันนารีสาวชาวออสเตรเลียที่ถูกฆ่าข่มขืนในเหตุจลาจลที่เรือนจำเมืองดาเวาเมื่อปี 2532 เป็นคนแรก และร้องขอให้กรรมาธิการราชการพลเรือนและกระทรวงมหาดไทยพิจารณาใช้มาตรการที่เหมาะสมกับดูแตร์เต หลังเดือนที่แล้ว กลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิสตรีได้ยื่นร้องเรียนนายดูแตร์เตในเรื่องดังกล่าว

ส่วนดูเตร์เตตอบโต้อย่างโกรธเกรี้ยวว่า คณะกรรมาธิการสิทธิฯไม่สามารถขวางให้เขาพูดอย่างเปิดเผยต่อสาธารณะได้ และควรหยุดพูดเสียแล้วให้ลาออก แต่ยังไม่ชัดเจนว่าดูเตร์เตสามารถอุทธรณ์ความเห็นของคณะกรรมาธิการสิทธิฯหรือไม่ หรือบทลงโทษอะไรที่ดูแตร์เตอาจได้รับ ซึ่งภายใต้กฎหมายข้างต้น กรรมาธิการสิทธิฯทำการตรวจสอบการกระทำผิดและเสนอแนะมาตรการลงโทษ แต่ไม่มีอำนาจฟ้องร้องได้เอง ดูแตร์เตยังหารือกับนายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโดของแคนาดา ซึ่งโทรศัพท์มาหา และกล่าวขอโทษ กรณีตัวประกันชาวแคนาดาถูกกองกำลังมุสลิมฆ่าตัดศีรษะที่จังหวัดซูลู ภาคใต้ฟิลิปปินส์ด้วย.

อิเหนาอนุมัติเพิ่มโทษประหาร-ทำหมัน คนข่มขืนเด็ก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/626330

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 พ.ค. 2559 00:40

 

(ภาพ: AFP)

อินโดนีเซียเพิ่มโทษคดีข่มขืนเด็ก ให้มีโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต หลังจากเกิดคดีทางเพศกับเด็กเพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดี โจโก วิโดโด แห่งอินโดนีเซีย ออกกฤษฎีกาฉุกเฉิน เพิ่มโทษสำหรับคดีข่มขืนกระทำชำเราเด็ก ให้มีโทษสูงสุดคือ ประหารชีวิต และการทำหมันแล้ว หลังจากเกิดอาชญากรรมทางเพศขึ้นหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา รวมทั้งเหตุกลุ่มคนร้ายรุมโทรมข่มขืน และฆาตกรรมเด็กหญิงอายุ 14 ปีรายหนึ่ง ซึ่งสร้างความโกรธแค้นไปทั่วประเทศ

กฎใหม่ดังกล่าวมีผลบังคับใช้ทันที โดยประธานาธิบดี วิโดโด ระบุว่า กฎดังกล่าวมีขึ้นเพื่อฝ่าวิกฤติ ซึ่งเกิดจากการใช้ความรุนแรงทางเพศกับเด็ก “อาชญากรรมที่เกิดปกติธรรมดา สมควรจะได้รับการตอบโต้เป็นพิเศษ”

อนึ่ง ก่อนหน้านี้กฎหมายเกี่ยวกับการข่มขืนของอินโดนีเซีย ไม่ว่ากับเด็กหรือผู้ใหญ่ มีโทษสูงสุดคือจำคุก 14 ปี แต่จากการเพิ่มโทษล่าสุด ทำให้ผู้ที่ติดคุกจากความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเพศต่อเด็ก อาจต้องสวมอุปกรณ์ติดตามตัวหลังจากได้รับการปล่อยตัวแล้ว

‘ดูเตอร์เต’ เล็งย้ายศพจอมเผด็จการ ‘มาร์กอส’ ฝังสุสานวีรชน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/625262

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 25 พ.ค. 2559 05:30

 

(ภาพ: AFP)

ว่าที่ประธานาธิบดี โรดริโก ดูเตอร์เต แห่งฟิลิปปินส์ ซึ่งกำลังเตรียมเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 มิ.ย.นี้ เสนอแนวคิดที่คาดว่าอาจก่อให้เกิดกระแสความไม่พอใจทั่วประเทศเมื่อ 23 พ.ค. โดยจะอนุญาตให้เคลื่อนย้ายศพของนายเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส อดีตจอมเผด็จการ จากบ้านเกิดทางตอนเหนือของประเทศ เข้ามาฝังอยู่ในสุสานวีรชนที่กรุงมะนิลา โดยอ้างไม่ใช่ว่ามาร์กอสเป็นวีรบุรุษ แต่เห็นว่าเป็นทหารที่รับใช้ชาติคนหนึ่ง และยังมองไปถึงพลทหารทั่วไปที่ไม่มีชื่อเสียงเกียรติยศก็จะย้ายให้มาฝังไว้ด้วยกัน

นอกจากนี้ ดูเตอร์เตยังเตรียมอภัยโทษให้กับนางกลอเรีย มาคาปากัล อาร์โรโย อดีตประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ซึ่งยังถูกควบคุมตัวอยู่ที่โรงพยาบาลทหารระหว่างดำเนินคดีข้อหาคอร์รัปชันและโกงการเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม ดูเตอร์เตก็เตรียมพร้อมรับความเสี่ยง และอนุญาตให้มีการประท้วง ขณะที่นายเบนิกโน อาคีโน ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน ไม่เห็นด้วยเพราะเห็นว่าไม่ยุติธรรมกับคนอื่น

ก่อนนี้ดูเตอร์เตเสนอให้แต่ละครอบครัวมีลูกไม่เกิน 3 คน แล้วกล่าวโทษบาทหลวงทั้งหลายว่าเป็น “ลูกโสเภณี” ต้นเหตุให้ประชากรประเทศเติบโตอย่างรวดเร็ว เพราะคัดค้านรัฐบาลเรื่องคุมกำเนิดกับวางแผนครอบครัว และประกาศลั่นว่าจะเผยความชั่วร้ายของคนกลุ่มนี้ ขณะที่บาทหลวงออสการ์ ครูซ ซึ่งเกษียณอายุแล้วก็ยืนกรานคัดค้านดูเตอร์เต.

เวียดนามเฮ! โอบามายกเลิกห้ามขายอาวุธ ปูทางกระชับสัมพันธ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/624654

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 พ.ค. 2559 23:50

 

(ภาพ: AP)

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศยกเลิกมาตรการห้ามขายอาวุธให้แก่เวียดนามแล้วในวันจันทร์ ท่ามกลางความตึงเครียดเกี่ยวกับข้อพิพาทในทะเลจีนใต้ที่เพิ่มสูงขึ้น…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดี บารัค โอบามา แห่งสหรัฐอเมริกา ประกาศยกเลิกมาตรการห้ามขายอาวุธให้แก่เวียดนาม ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นศัตรูกันมาก่อนแล้ว เมื่อวันจันทร์ที่ 23 พ.ค. หลังจากบังคับใช้มานานหลายสิบปี โดยถูกมองว่าเป็นความพยายามเพื่อเสริมกำลังให้แก่เวียดนามเพื่อรับมือกับความแข็งกร้าวของจีนในข้อพิพาททะเลจีนใต้

นายโอบามา ประกาศเรื่องการยกเลิกมาตรการห้ามขายอาวุธแก่เวียดนามโดยสมบูรณ์ ในงานแถลงข่าวในกรุงฮานอย ร่วมกับประธานาธิบดี เจิ่น ดั่ย กวาง แห่งเวียดนาม โดยนายโอบามาระบุด้วยว่า ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นปูทางสู่การทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และเวียดนามกลับไปอยู่ในระดับปกติ และกำจัดร่องรอยที่เหลือของสงครามเย็น

ทั้งนี้ มาตรการห้ามขายอาวุธให้แก่เวียดนามของสหรัฐฯ ถูกบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 1984 ก่อนที่สหรัฐฯ จะผ่อนคลายมาตรการบางส่วนในปี 2014 แต่เวียดนามผลักดันให้มีการยกเลิกมาตรการนี้โดยสมบูรณ์มาตลอด ในระหว่างที่พวกเขาพยายามรับมือการอ้างสิทธิ์ครอบครองดินแดนต่างๆ และก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างทางทหารในทะเลจีนใต้

อย่างไรก็ตาม โอบามา ยืนยันว่า การยกเลิกการห้ามอาวุธครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับนโยบายของสหรัฐฯ ต่อประเทศจีน และการขายอาวุธยังจำเป็นต้องเป็นไปตามข้อจำกัดต่างๆ ซึ่งรวมถึงเรื่อที่เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน แต่ความเปลี่ยนแปลงนี้จะรับประกันว่า เวียดนามจะสามารถเข้าถึงอุปกรณ์ที่พวกเขาต้องการเพื่อป้องกันตนเองได้

ปธน.โอบามาเยือนเวียดนาม กระชับสัมพันธ์ หาทางเลิกห้ามขายอาวุธ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/624394

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 พ.ค. 2559 12:51

 

ประธานาธิบดีโอบามา แห่งสหรัฐฯ เยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการ หวังสานสัมพันธไมตรีให้แน่นแฟ้นมากขึ้น และหารือเกี่ยวกับการยกเลิกข้อห้ามไม่ให้สหรัฐฯขายอาวุธให้แก่เวียดนาม

เมื่อ 23 พ.ค. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ประธานาธิบดีบารัค โอบามา แห่งสหรัฐฯ เดินทางเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการ เป็นเวลา 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 23 พ.ค. โดยมีประธานาธิบดีเจิ่น ดั่ย กวาง ประมุขแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามให้การต้อนรับ จนนับเป็นผู้นำสหรัฐฯคนที่ 3 ที่มาเยือนเวียดนามในขณะดำรงตำแหน่ง ตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลง โดยบีบีซี แจ้งว่า การมาเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีโอบามา เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ขณะเดียวกัน รัฐบาลสหรัฐฯก็พยายามจะสร้างสัมพันธไมตรีเสาะหาพันธมิตรใหม่ในประเทศแถบแปซิฟิกด้วย

ขณะเดียวกัน คาดว่าระหว่างเยือนเวียดนามนั้น ประธานาธิบดีโอบามาจะพบหารือกับชาวเวียดนามที่ต่อต้านรัฐบาล รวมทั้งพยายามจะสลายอุปสรรคของการบรรลุข้อตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (TPP) นำโดยสหรัฐฯ และญี่ปุ่น เพื่อสร้างเขตการค้าเสรีใหญ่ที่สุดในโลก ขณะที่เวียดนามเป็นหนึ่งใน 12 ประเทศที่เป็นสมาชิกของ TPP แล้ว

รับมอบช่อดอกไม้ต้อนรับ ขณะเดินทางมาถึงท่าอากาศยานแห่งชาติในกรุงฮานอยเมื่อคืนวันที่ 22 พ.ค.

ด้านนายเบน โรเดส รองที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของประธานาธิบดีโอบามา เปิดเผยว่า การมาเยือนเวียดนามของโอบามา เพื่อต้องการหารือเกี่ยวกับการยกเลิกข้อห้ามไม่ให้สหรัฐฯ ขายอาวุธให้แก่เวียดนามด้วย

ประธานาธิบดีเจิ่น ดั่ย กวาง แห่งเวียดนาม ให้การต้อนรับประธานาธิบดีโอบามามาเยือนเวียดนาม

ประธานาธิบดีโอบามา นำคณะรัฐมนตรีร่วมหารือกับเจ้าหน้าที่ทางการเวียดนาม

ข่าวแจ้งว่า หลังจากประธานาธิบดีโอบามาเสร็จสิ้นการเยือนเวียดนามแล้ว จะเดินทางต่อไปยังญี่ปุ่น เพื่อร่วมการประชุมกลุ่มประเทศชาติอุตสาหกรรมชั้นนำของโลก 7 ประเทศ หรือกลุ่มจี 7 และโอบามาจะเป็นผู้นำสหรัฐฯคนแรกที่มายังเมืองฮิโรชิมา หลังจากกองทัพสหรัฐฯ ทิ้งระเบิดปรมาณูถล่มเมืองฮิโรชิมาและนางาซากิ เมื่อปลายสงครามสงครามโลกครั้งที่ 2 ในวันที่ 6 และ 8 ส.ค. 2488 เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตที่เมืองฮิโรชิมา 140,000 คน และที่เมืองนางาซากิ 80,000 คน จนทำให้ญี่ปุ่นประกาศยอมแพ้สงครามต่อฝ่ายสัมพันธมิตรในอีก 6 วันต่อมา

ภูเขาไฟ ‘ซินาบุง’ บนเกาะสุมาตราระเบิด ดับแล้ว 7 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/624167

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 พ.ค. 2559 02:15

 

(ภาพ: AFP)

การระเบิดของภูเขาไฟซินาบุง บนเกาะสุมาตรา เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 7 ราย และบาดเจ็บอีก 2 คน ขณะที่ทางการหาทางป้องกันไม่ให้ประชาชนแอบกลับไปบ้านในเขตอันตราย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เหตุภูเขาไฟ ‘ซินาบุง’ บนเกาะสุมาตราระเบิด เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (21 พ.ค.) ล่าสุด ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 7 ราย และได้รับบาดเจ็บอาการอยู่ในขั้นวิกฤติอีก 2 คน ตามการเปิดเผยของ สำนักงานจัดการภัยพิบัติแห่งชาติ (เอ็นดีเอ็มเอ) ของประเทศอินโดนีเซีย ขณะที่เจ้าหน้าที่ซึ่งประกอบด้วย ตำรวจ ทหาร เจ้าหน้าที่กาชาด และอาสาสมัคร กำลังช่วยกันค้นหาผู้เคราะห์ร้ายคนอื่นๆ

สุนัขบาดเจ็บตัวหนึ่งถูกปกคลุมด้วยเถ้าภูเขาไฟ เช่นเดียวกับถนนและสิ่งปลูกสร้างโดยรอบ ในหมู่บ้านที่ไร้ผู้คนแห่งหนึ่ง (ภาพ: AP)

ภูเขาไฟซินาบุง ระเบิดเมื่อเวลา 16.48 น. วันเสาร์ ตามเวลาท้องถิ่น โดยผู้เสียชีวิตทั้ง 7 คน เป็นชาวหมู่บ้านเกมบาร์ ในพื้นที่ทางตะวันตกของจังหวัดสุมาตราเหนือ หนึ่งในหมู่บ้าน 4 แห่งที่อยู่ในเขตอันตรายรัศมี 4 กม.รอบภูเขาไฟลูกนี้ ซึ่งทางการมีคำสั่งอพยพประชาชนกว่า 5,000 คน ออกไปตั้งแต่ปี 2014 อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านจำนวนหนึ่งแอบกลับไปที่บ้านของตนเองเพื่อดูแลบ้าน ทรัพย์สิน และเรือกสวนไร่นา และในตอนนี้ยังไม่แน่ชัดว่า มีประชาชนอยู่ในเขตอันตรายจำนวนเท่าใด

ทหารอินโดนีเซียทำเครื่องกีดขวางถนน เพื่อกันไม่ให้ชาวบ้านแอบกลับเข้าไปในเขตอันตราย (ภาพ: AP)

อนึ่ง จนถึงตอนนี้ทางการอินโดนีเซียยังคงเฝ้าระวังการระเบิดของภูเขาไฟซินาบุง ในระดับสูงสุด และโอกาสที่จะเกิดการระเบิดครั้งใหม่ก็อยู่ในระดับสูง ซึ่งหัวหน้าสำนักงานจัดการภัยพิบัติแห่งชาติได้ออกคำสั่งให้มีการอพยพประชาชนที่ยังยืนยันจะอยู่ในเขตอันตรายออกไปทันทีแล้ว

ไทย-รัสเซีย ชื่นมื่น ! นายกฯประยุทธ์พบหารือทวิภาคี ปธน.ปูติน ที่โซชิ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/623227

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 พ.ค. 2559 12:59

 

นายกฯ ประยุทธ์ นำคณะพบหารือทวิภาคีกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ที่ เมืองโซชิ ถีงความร่วมมือในด้านต่างๆ ระหว่างไทยกับรัสเซีย พร้อมเสนอ รบ.ไทยพร้อมส่งผู้เชี่ยวชาญจากกรมศิลปากร มาช่วยบูรณะสิ่งของที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานให้กับพระเจ้าซาร์ นิโคลัสที่ 2 ในโอกาสความสัมพันธ์ไทย-รัสเซียครบรอบ 120 ปี

เมื่อวันที่ 19 พ.ค.59 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พบหารือทวิภาคีกับนายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีสหพันธรัฐรัสเซีย ณ โรงแรมเรดิสัน บลู รีสอร์ต เมืองโซชิ สหพันธรัฐรัสเซีย โดยภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ พลตรีวีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวสรุปสาระสำคัญการหารือดังนี้

นายกรัฐมนตรีแสดงความขอบคุณประธานาธิบดีปูติน ที่ได้เชิญเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน-รัสเซียในครั้งนี้ ซึ่งเป็นวาระครบรอบ 20 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ระหว่างอาเซียน-รัสเซียด้วย ในโอกาสที่ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-รัสเซียจะครบรอบ 120 ปี ในปีหน้าซึ่งประชาชนของทั้งสองประเทศจะได้เฉลิมฉลองโอกาสพิเศษร่วมกัน รัฐบาลไทยยินดีสนับสนุนและอำนวยความสะดวกในการจัดงานแก่ฝ่ายรัสเซีย และหวังว่ารัฐบาลรัสเซียจะสนับสนุนและอำนวยความสะดวกในการจัดกิจกรรมต่างๆ ของฝ่ายไทยเช่นกัน นอกจากนี้รัฐบาลไทยพร้อมจะส่งผู้เชี่ยวชาญจากกรมศิลปากร (ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์) มาช่วยบูรณะสิ่งของที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานให้กับพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 อันจะเป็นของขวัญที่รัฐบาลไทยจะมอบให้กับรัฐบาลรัสเซียในวาระครบรอบ 120 ปีความสัมพันธ์ไทย-รัสเซีย

ด้านความร่วมมือทวิภาคี นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าเมื่อวานนี้ (18 พ.ค.) ได้พบกับนายดิมิทรี เมดเวเดฟ นายกรัฐมนตรีแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย โดยทั้งสองฝ่ายได้มีการลงนามความตกลงร่วมกันทั้งในส่วนของภาครัฐและเอกชน ซึ่งนายกรัฐมนตรีหวังให้ผลักดันการดำเนินการตามความตกลงเพื่อให้มีผลสำเร็จเป็นรูปธรรม

ด้านการค้า นายกรัฐมนตรีหวังให้ประธานาธิบดีปูตินสนับสนุนความพยายามของทั้งสองประเทศในการบรรลุเป้าหมายการค้าทวิภาคี เป็น 5 เท่าใน 5 ปี (จากประมาณ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2558 เป็นประมาณ 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2563) โดยนายกรัฐมนตรีเสนอให้เพิ่มมูลค่าการค้าให้ได้เป็น 2 เท่าในสองปีแรกก่อน จาก ประมาณ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2558 เป็น 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2560 เพื่อให้เห็นผลที่เป็นรูปธรรมโดยเร็ว สำหรับการลงทุนนั้น ประธานาธิบดีปูตินกล่าวว่า รัสเซียยินดีเข้ามามีส่วนร่วมในโครงการลงทุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งแผนพัฒนาระบบรถไฟไทยให้ทันสมัย

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลไทยเล็งเห็นถึงประโยชน์ของการจัดทำ FTA เพื่อเป็นการสร้างโอกาสในการขยายการค้าและการลงทุน และยกระดับความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจการค้าระหว่างไทยและะสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย โดยประธานาธิบดีปูตินหวังกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับองค์กรระหว่างประเทศที่มีบทบาทสูง เช่น สหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย องค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ โดยรัสเซียพร้อมเข้ามามีบทบาทในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้มากยิ่งขึ้น

สำหรับความร่วมมือด้านความมั่นคงนั้น ทั้งสองฝ่ายยินดีที่บรรลุความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการทหารเพื่อเป็นกรอบความร่วมระหว่างกัน ซึ่งจะเป็นการพัฒนาและยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคงและทางทหารไทย-รัสเซีย และเพื่อพัฒนาศักยภาพการป้องกันประเทศของไทยต่อไป ทั้งนี้ประเทศไทยยินดีสนับสนุนความร่วมมือกับรัสเซียเพื่อต่อต้านการก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติ

ประเด็นความร่วมมือในกรอบภูมิภาคและองค์การระหว่างประเทศ ASEAN นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไทยมีความยินดีในโอกาสครบรอบ 20 ปี ความสัมพันธ์อาเซียน-รัสเซียและแสดงความขอบคุณที่รัสเซียสนับสนุนการเป็นประชาคมของอาเซียน โดยนายกรัฐมนตรียืนยันความมุ่งมั่นของไทยในการส่งเสริมความร่วมมือกับรัสเซียในทุกมิติเพื่อความมั่นคงและมั่งคั่งของภูมิภาค และเพื่อพัฒนาความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมมากขึ้นในสาขาสำคัญ เช่น พลังงาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การบรรเทาภัยพิบัติ การเกษตร การคมนาคม รวมถึงการขยายความเชื่อมโยงในภูมิภาค ACD นายกรัฐมนตรีแสดงความขอบคุณที่รัสเซียสนับสนุนไทยในฐานะประธานและเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรี ACD ครั้งที่ 14 ณ กรุงเทพฯ APEC ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องว่าเอเปคเป็นเวทีแห่งความร่วมมือเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และศักยภาพ โดยอาจพิจารณาร่วมมือกันภายใต้กรอบเอเปค

โอกาสนี้ทั้งสองฝ่ายยังแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออก โดยนายกรัฐมนตรีแสดงความขอบคุณที่รัสเซียมีส่วนร่วมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกอย่างต่อเนื่องและหวังว่ารัสเซียจะยังคงแสดงบทบาทที่สร้างสรรค์ในภูมิภาคต่อไปผ่านกลไกต่างๆ ที่มีอยู่ อาทิ ARF EAS และความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา

ที่มา http://www.thaigov.go.th/index.php/th/2012-07-18-11-42-15/item/103386-103386

‘ปาเกียว’ สาบานตนนั่งเก้าอี้ ส.ว.ปินส์-หนุนฟื้นโทษประหาร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/622992

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 พ.ค. 2559 00:20

 

แมนนี ปาเกียว (ภาพ: AP)

สมาชิกวุฒิสภาฟิลิปปินส์เข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งแล้ว เมื่อวันพฤหัสบดี รวมทั้ง แมนนี ปาเกียว อดีตนักมวยชื่อก้องโลก โดยเขาประกาศหลังรับตำแหน่งว่า เขาสนับสนุนแผนรื้อฟื้นโทษประหารชีวิต…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า แมนนี ปาเกียว อดีตนักมวยสากลชาวฟิลิปปินส์เจ้าของเข็มขัดแชมป์โลกใน 8 รุ่นน้ำหนัก ผู้ผันตัวมาเล่นการเมือง เข้าพิธีสาบานตนร่วมกับคนอื่นๆ อีก 11 คน รับตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาแห่งฟิลิปปินส์แล้วในวันพฤหัสบดี โดยเขาแสดงท่าทีว่า สนับสนุนการรื้อฟื้นโทษประหารชีวิตของ นายโรดริโก ดูเตร์เต ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของประเทศ ซึ่งถูกต่อต้านจากคริสตจักรในฟิลิปปินส์ และกลุ่มสิทธิต่างๆ

แมนนี ปาเกียว ซึ่งเป็นชาวคริสต์นิกายอีแวนเจลิคัล กล่าวหลังสาบานตนรับตำแหน่งว่า เขาสนับสนุนโทษประหารชีวิต เพราะว่ามันตรงกับความเชื่อของเขา “ผมยอมรับในโทษประหารชีวิต ที่จริงพระผู้เป็นเจ้าอนุญาตเรื่องนี้ในคัมภีร์ไบเบิล” ปาเกียวบอกกับผู้สื่อข่าว

ทั้งนี้ แมนนี ปาเกียว ได้รับความนิยมชมชอบอย่างมากในฟิลิปปินส์ โดยได้คะแนนเสียงในการเลือกตั้งทั่วประเทศเมื่อสัปดาห์ก่อนมากกว่า 16 ล้านเสียง อย่างไรก็ตาม เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา เขาออกมาพูดว่าคนรักเพศเดียวกันเลวร้ายยิ่งกว่าสัตว์ ส่งผลให้ถูกกลุ่มสิทธิโจมตีอย่างหนัก และเขายังถูกวิพากษ์วิจารณ์การทำงานสมัยดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วยว่า ขาดงานบ่อยเพราะเอาเวลาไปซ้อมมวย ออกทีวี และทำกิจกรรมอื่นๆ

อิเหนาล่าไต้ก๋งเรือไทย ปีนรั้วหนีสถานคุมขัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/621927

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 18 พ.ค. 2559 03:50

 

(ภาพ: AFP)

เมื่อวันที่ 17 พ.ค. สำนักข่าวเอพีรายงานอ้างการเปิดเผยของกระทรวงประมงอินโดนีเซีย ระบุเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตามล่าตัวกัปตันของเรือประมงสัญชาติไทย จำนวน 3 คน หลังปีนรั้วหลบหนีออกจากศูนย์กักกันในจังหวัดกาลิมันตัน ตอนใต้เกาะบอร์เนียว ประเทศอินโดนีเซีย ตั้งแต่คืนวันที่ 7 พ.ค. โดยทั้งนี้ เรือประมงสัญชาติไทย แต่ติดธงชาติมาเลเซีย 3 ลำ ได้ถูกทางการจับกุมเมื่อวันที่ 12 เม.ย. หลังเข้ามาหาปลานอกชายฝั่งจังหวัดกาลิมันตัน ขณะที่ลูกเรือได้ถูกควบคุมตัวไว้ทั้งหมด พบมีสัญชาติไทย 8 คน ก่อนที่กัปตันจะก่อเหตุหลบหนีดังกล่าว

นอกจากนี้ กระทรวงประมงอินโดนีเซียยังเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเรือทั้ง 3 ลำ พบลูกเรือ 79 คน เป็นชาวกัมพูชาและเมียนมา ที่ตกเป็นเหยื่อการลักลอบค้ามนุษย์ และส่วนใหญ่ถือเอกสารเดินทางปลอมของไทย ส่วนกระทรวงต่างประเทศกัมพูชาระบุว่า ลูกเรือชาวกัมพูชา 54 คน ที่ถูกพบบนเรือดังกล่าวนั้น ถูกล่อลวงให้มาทำงาน.

มะกันผ่อนคลายคว่ำบาตรเมียนมา เพื่อหนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/621867

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 พ.ค. 2559 23:30

 

ภาพเมื่อครั้งประธานาธิบดี บารัค โอบามา แห่งสหรัฐฯ เยือนนครย่างกุ้งในเดือนพ.ย. 2014 (ภาพ: AP)

สหรัฐฯ ผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรบางอย่างแก่ประเทศเมียนมา เพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ ก่อนรมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ จะเดินทางเยือนอาเซียนในสัปดาห์หน้า…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กระทรวงการคลังของสหรัฐฯ เปิดเผยในวันอังคารที่ 17 พ.ค. ว่า พวกเขาได้ดำเนินการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรบางประการแก่ประเทศเมียนมาแล้ว เพื่อสนับสนุนการปฏิรูปการเมือง และการเติบโตทางเศรษฐกิจ

ตามแถลงการณ์ของกระทรวงการคลัง สหรัฐฯ ได้ผ่อนคลายข้อจำกัดของสถาบันการเงินต่างๆในเมียนมา ถอดชื่อบริษัท 7 แห่งที่รัฐเป็นเจ้าของออกจากบัญชีดำของสหรัฐฯ และขยายเวลามาตรการอนุญาตให้เมียนมาสามารถขนส่งสินค้าผ่านทางท่าเรือหรือสนามบินของสหรัฐฯได้

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวล่าสุดของสหรัฐฯ เกิดขึ้นก่อนที่นาย จอห์น แคร์รี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ จะเดินทางประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในวันที่ 22 พ.ค.นี้