Celebrity Gossip : 8 มีนาคม 2569

Celebrity Gossip : 8 มีนาคม 2569

Celebrity Gossip : 8 มีนาคม 2569

วันอาทิตย์ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

– คนใกล้ชิดยืนยัน ลินด์เซย์ โลฮาน อดีตดาราเด็กฮอลลีวูดวัย 39 ปี ที่ปักหลักใช้ชีวิตกับสามีในดูไบกว่า 10 ปี ยังใช้ชีวิตตามปกติ ไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาค โลฮาน ซึ่งเป็นที่รู้จักจากผลงานภาพยนตร์ดังอย่าง The Parent Trap และ Freaky Friday ตัดสินใจลดบทบาทในวงการบันเทิงตั้งแต่ปี 2014 ก่อนจะย้ายออกจากสหรัฐอเมริกาในปีถัดมา เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ในตะวันออกกลาง เธอเคยให้สัมภาษณ์กับนิตยสารแฟชั่นฉบับหนึ่งว่า การย้ายไปดูไบทำให้เธอได้พบความสงบและความเป็นส่วนตัวที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน ต่างจากช่วงเวลาที่ต้องเผชิญแรงกดดันและการติดตามจากปาปารัซซีอย่างหนักในฮอลลีวูด  ปัจจุบัน โลฮานให้ความสำคัญกับครอบครัวและชีวิตส่วนตัวเป็นหลัก มองดูไบเป็นบ้านที่ให้ความรู้สึกมั่นคงและปลอดภัย ทำให้เธอกลับมาใช้ชีวิตอย่างธรรมดาและมีความสุข หลังผ่านช่วงเวลาผันผวนในอดีตมาอย่างยาวนาน

– ภาพยนตร์สยองขวัญภาคต่อ Scream 7 แม้จะถูกนักวิจารณ์สับเละ ได้คะแนนจากนักวิจารณ์บน Rotten Tomatoes เพียง 34% ต่ำที่สุดในแฟรนไชส์ แต่เปิดตัวในสหรัฐฯ สัปดาห์ที่ผ่านมา ด้วยรายได้สูงถึง 64 ล้านดอลลาร์ แซงหน้าภาคก่อนหน้าอย่าง Scream 6 ที่เปิดตัว 44 ล้านดอลลาร์ และ Scream ภาครีบูตปี 2022 ที่เปิด 30 ล้านดอลลาร์ ขณะที่รายได้ทั่วโลกช่วงสุดสัปดาห์แรกแตะ 104 ล้านดอลลาร์ ส่งสัญญาณว่าอาจทำรายได้รวมสูงกว่าสองภาคก่อนอย่างสบายๆ และมีโอกาสทุบสถิติรายได้สูงสุดของแฟรนไชส์ ซึ่งปัจจุบันเป็นของภาคแรกปี 1996 ที่ทำไว้ 173 ล้านดอลลาร์ทั่วโลก ก่อนหน้านี้ Scream 7 ถูกคาดว่าจะล้มเหลว หลังเกิดกระแสดราม่ารุนแรงจากการปลด เมลิสซา บาร์เรรา นักแสดงนำในปี 2023 จากกรณีแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสงครามอิสราเอล–กาซา ส่งผลให้ เจนนา ออร์เตกา ถอนตัวตามไป ทำให้หนังต้องปรับทีมนักแสดงใหม่ และดึงตัวนักแสดงรุ่นเก่าอย่าง เนฟ แคมป์เบลล์ กลับมารับบทเดิม

– นิตยสาร PEOPLE และแหล่งข่าวใกล้ชิดระบุว่า แองเจลินา โจลี ในวัย 50 ปี ยังคงครองตัวเป็นโสดและไม่ได้คบหาใครเลย นับตั้งแต่ปิดฉากคดีหย่าร้างที่ยืดเยื้อนานกว่า 8 ปีกับ แบรด พิตต์ เมื่อเดือนธันวาคม 2024 แหล่งข่าวระบุว่า การออกเดทไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับโจลีเลย เธอทุ่มเทเวลาเกือบทั้งหมดให้กับการดูแลลูกๆ ทั้ง 6 คน คือ แมดด็อกซ์, แพ็กซ์, ซาฮารา, ไชโลห์ และฝาแฝด น็อกซ์-วิเวียน เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนเติบโตและมีความสุขหลังจากช่วงเวลาที่ยากลำบาก โจลียังยุ่งอยู่กับงานในวงการภาพยนตร์ ล่าสุดเพิ่งมีผลงานภาพยนตร์เรื่อง Couture ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อปลายปี 2025 และเข้าฉายในยุโรปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แม้เมื่อต้นเดือนมีนาคม มีสื่อพยายามจับคู่เธอกับ หลุยส์ การ์แรล นักแสดงหนุ่มชาวฝรั่งเศส หลังจากถูกพบเห็นว่าไปรับประทานอาหารค่ำด้วยกัน แต่แหล่งข่าวยืนยันว่า ทั้งคู่เป็นเพียงเพื่อนที่ดีต่อกันและมีเพื่อนกลุ่มเดียวกันเท่านั้น

– กระแสข่าวลือเรื่องงานวิวาห์ของคู่รักคนดังแห่งฮอลลีวูดอย่าง เซนดายา และ ทอม ฮอลแลนด์ กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง หลังจาก ลอว์ โรช สไตลิสต์คู่ใจของนักแสดงสาว ออกมาให้สัมภาษณ์ในงานประกาศรางวัล Actor Awards 2026 ที่นครลอสแอนเจลิสว่า ทั้งสองอาจแต่งงานกันไปแล้วแบบเงียบ ๆ โดยไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ คลิปให้สัมภาษณ์ดังกล่าวถูกแชร์อย่างรวดเร็วในโซเชียลมีเดียและจุดกระแสคาดเดาอย่างหนัก ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน เซนดายายังถูกจับตามองหลังปรากฏตัวพร้อมแหวนวงสีทองที่นิ้วนาง ขณะที่เมื่อปีที่ผ่านมา เธอเคยยืนยันการหมั้นด้วยการสวมแหวนเพชรขนาดใหญ่ในงานลูกโลกทองคำ 2025 โดยมีรายงานว่า ทอม ฮอลแลนด์ ขอเธอแต่งงานช่วงปลายปี 2024 หลังได้รับอนุญาตจากพ่อแม่ของฝ่ายหญิงเรียบร้อย

– กลายเป็นกระแสไวรัลข้ามคืน เมื่อ จิม แคร์รีย์ วัย 64 ปี ปรากฏตัวบนพรมแดงงานประกาศรางวัล César Awards ครั้งที่ 51 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสเมื่อสัปดาห์ก่อน พร้อมลุคใหม่ที่ดูเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ทั้งพวงแก้มที่ดูอิ่มขึ้น ริมฝีปากเต็มกว่าเดิม และหน้าผากเรียบไร้ริ้วรอย จนโลกออนไลน์ตั้งคำถามว่าใช่ตัวจริงหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ตัวแทนของแคร์รีย์ออกมายืนยันกับ Daily Mail ว่า นักแสดงเจ้าของบท “เอซ เวนทูรา” เข้าร่วมงานด้วยตัวเอง ไม่มีการสวมหน้ากากหรือใช้ตัวแสดงแทนแต่อย่างใด โดยแคร์รีย์เดินทางมาพร้อมคู่ชีวิต ลูกสาว หลานชาย และเพื่อนสนิทกับครอบครัวรวม 12 คน อีกทั้ง มิเชล กงดรี เพื่อนเก่าชาวฝรั่งเศสและผู้กำกับภาพยนตร์ Eternal Sunshine of the Spotless Mind ซึ่งเคยร่วมงานกับแคร์รีย์ ก็เข้าร่วมงานและได้พบกันอีกครั้งอย่างอบอุ่นด้วย

‘เล้ง-ณัฐพล’ เปิดใจถึงความท้าทาย และการร่วมงานครั้งแรกกับ ‘เกลิน ธัญรดี’

‘เล้ง-ณัฐพล’ เปิดใจถึงความท้าทาย และการร่วมงานครั้งแรกกับ ‘เกลิน ธัญรดี’

‘เล้ง-ณัฐพล’ เปิดใจถึงความท้าทาย และการร่วมงานครั้งแรกกับ ‘เกลิน ธัญรดี’

วันอาทิตย์ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

หลังจากกระแสตอบรับดีต่อเนื่อง สำหรับซีรีส์แนวตั้งเรื่อง “ปานดวงใจ Signature” ล่าสุดเราได้พูดคุยกับพระเอกหนุ่ม “เล้ง-ณัฐพล นิลดอนหวาย” ผู้รับบท “กวิน” หนุ่มนิ่ง สุขุม แต่เต็มไปด้วยมิติทางอารมณ์ ถึงเบื้องหลังการทำงานและการร่วมงานกับนางเอก “เกลิน-ธัญรดี ชาญชนินท์กุล” เป็นครั้งแรก

“กวินเป็นตัวละครที่ท้าทายมากครับภายนอกดูนิ่งๆ แต่ข้างในมีความชัดเจนในความรู้สึกสูงมาก เขาเป็นคนที่ไม่ยอมให้เงินหรืออำนาจมาซื้อหัวใจได้ การเล่นบทแบบนี้ต้องใช้สายตาและแววตาเยอะ เพราะซีรีส์แนวตั้งจะเน้น Close-up มาก ๆ รายละเอียดเล็ก ๆ สำคัญหมดเลยครับ”ถึงแม้ หนุ่มเล้ง จะเคยผ่านซีรีส์แนวตั้งอย่างเรื่อง “เงารักใต้แสงเทียน” มาแล้ว แต่งานแสดงมักมีสิ่งที่ท้าทายอยู่ตลอดเวลา เขายอมรับว่า ต้องปรับตัว และต้องเข้าถึงบทบาทอย่างเต็มที่ เพราะซีรีส์ “เงารักใต้แสงเทียน” เป็น ซีรีส์วาย ซึ่งแตกต่างจากเรื่องนี้มากๆ

 “ความยากคือจังหวะ ทุกอย่างต้องกระชับและแม่นมาก เพราะเฟรมแนวตั้งจะโฟกัสที่หน้าเราเต็ม ๆ การขยับนิดเดียวคนดูเห็นหมด เราต้องควบคุมอารมณ์ให้พอดี ไม่มากไป ไม่น้อยไป แต่ก็ต้องส่งความรู้สึกให้ชัดที่สุด  แล้วคาแรกเตอร์มันเปลี่ยนไปด้วย เล่นซีรีส์วายก็จะใช้อารมณ์อีกแบบหนึ่ง พอมาเรื่องนี้ก็ต้องเล่นอีกแบบหนึ่ง ผมต้องปรับตัว ปรับความรู้สึก เพราะการถ่ายทำก็ไม่ได้ห่างกันมาก เลยต้องทำการบ้าน เวิร์คช้อป เพราะผมก็อยากให้ผลงานที่ผมเล่นออกมาดีครับ” 

เล่นเป็น “พระเอกซีรีส์แนวตั้ง” เต็มตัว ที่มีนางเอกเป็นของตัวเองอย่าง “เกลิน-ธัญรดี ชาญชนินท์กุล” ผู้รับบทเป็น “ดาริณ” หญิงสาวผู้น่าสงสารกับปมชีวิตที่หลายคนอาจจะไม่คาดคิด!!! “เกลิน เป็นนักแสดงที่ตั้งใจมากครับ ถึงแม้ว่าเขาจะพักการแสดงไปหลายปี แต่เขาก็มีของนะครับ คือเราได้เวิร์กช็อปกันก่อนถ่ายทำ เลยช่วยให้จูนอารมณ์กันง่ายขึ้น เวลาเข้าฉากดราม่า เขาส่งอารมณ์มาเต็ม ทำให้ผมเล่นต่อได้ง่ายมาก มีหลายฉากที่พอผู้กำกับสั่งคัทแล้ว เรายังอินกับอารมณ์อยู่เลยครับ

บรรยากาศในกองถ่ายก็อบอุ่นมากๆ ทีมงานทุกคนช่วยกันเต็มที่ ถึงจะเป็นซีรีส์แนวตั้งที่ต้องทำงานแข่งกับเวลา แต่ทุกคนละเอียดกับงานมาก ผมรู้สึกดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของซีรีส์เรื่องนี้ผมอยากให้ทุกคนได้ดูซีรีส์เรื่องนี้ครับ ผลงานด้านการแสดงเรื่องที่ผ่านๆ มา อาจจะเห็นผมในรูปแบบหนึ่ง แต่เรื่องนี้จะเห็นคาแรกเตอร์ผมที่เปลี่ยนไป คือจะดูจริงจังมาก เลยอยากจะให้ติดตาม ปานดวงใจ Signature เรื่องนี้ไม่ได้มีแค่ความรัก แต่พูดถึงคุณค่าของหัวใจ และการเลือกในสิ่งที่ถูกต้องด้วย หวังว่าทุกคนจะอินไปกับความรักของ กวิน กับ ดาริณ นะครับ”ติดตามชมซีรีส์แนวตั้ง “ปานดวงใจ Signature” ทุกวันเสาร์ เวลาหนึ่งทุ่มตรง ทางช่อง Youtube และ Tiktok ปานดวงใจ Signature 

เจาะชีวิต มอส-มายด์ คอนเทนต์ครีเอเตอร์สุดปัง ความพยายามเปลี่ยนชีวิต ค่าตัวพุ่งหลักแสน มีวันนี้เพราะคำว่าไม่มีเงิน

เจาะชีวิต มอส-มายด์ คอนเทนต์ครีเอเตอร์สุดปัง ความพยายามเปลี่ยนชีวิต ค่าตัวพุ่งหลักแสน มีวันนี้เพราะคำว่าไม่มีเงิน

เจาะชีวิต มอส-มายด์ คอนเทนต์ครีเอเตอร์สุดปัง ความพยายามเปลี่ยนชีวิต ค่าตัวพุ่งหลักแสน มีวันนี้เพราะคำว่าไม่มีเงิน

วันเสาร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2569, 21.38 น.

เปิดใจ “มอส-มายด์” คอนเทนต์ครีเอเตอร์สุดปังจากช่อง Mosmudjook จากคนเบื้องหลังสู่อินฟลูเอนเซอร์ที่มาแรง จนคนทั้งวงการต้องจับตา ดาราตัวพ่อตัวแม่ ยังมานั่งให้สองคนนี้สัมภาษณ์งาน กับปรากฏใหม่ของวงการ กับสถิติสัมภาษณ์น้องฝึกงานมากสุดในประเทศ จากค่าตัวหลักพันสู่การเป็นอินฟลูฯ ค่าตัวหลักแสน เส้นทางนี้พิสูจน์แล้วว่าความพยายามเปลี่ยนชีวิตคนได้จริงๆ ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่อง One31 ที่มี “เบนซ์ พรชิตา” และ “เป็กกี้ ศรีธัญญา” เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

ตามโซเชียลฮอตมาก สัมภาษณ์คนดังทั่วฟ้าเมืองไทย เป็นล้านวิวตลอด ตอนนี้คิวทองค่าตัวแพงมาก?

มอส : 10 ล้านกีบ (หัวเราะ) 

ตกใจมั้ย?

มอส : ตกใจ เราสองคนทำกันเล่นๆ 

มายด์ : ไม่ได้หวังอะไร

 มอส : แล้ววันนึงกลายเป็นไวรัลขึ้นมา พวกเราก็เกิดเป็นอาชีพใหม่ขึ้นมาสำหรับเราสองคนเลย

 ล่าสุดคว้ารางวัลอะไร?

มอส : ไทยแลนด์ โซเชียล วอร์ด ดีใจมาก 

สาขาผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ดาวรุ่งด้วย งานนี้เป็นงานใหญ่มาก ตอนขึ้นไปรับเหมือนฝันมั้ย?

มอส : มันเกินฝัน มอสเป็นคนชอบดูทีวีตั้งแต่เด็ก เราจะเห็นว่าแต่ละปีจะมีการประกาศรางวัล มีดาราขึ้นไปรับ นำหญิงนำชาย ทุกคนพูดความในใจ วันนึงเราได้เดินขึ้นไปรับรางวัล มันยิ่งกว่า เพราะตอนเรียนไม่เคยได้รับถ้วยรางวัลอะไรเลย 

คลิปแรกที่ทำคือคลิปอะไร?

มายด์ : นั่งสัมภาษณ์ปกติในออฟฟิศค่ะ แต่ว่าวันนั้นมีน้องฝึกงานเยอะกว่าทุกวัน มายด์ฝึกงานจริงๆ เป็นพี่เลี้ยงหนูจริงๆ 

มอส : มายด์มาฝึกงาน มอสเป็นพนักงานประจำ

มายด์ : วันนั้นมีน้องฝึกงาน 3 คน มีพี่มอสคนนึง เราว่างกันทุกคน พี่มอสเลยชวนกันถ่ายเล่นๆ ชีอยากสวมบท HR อยากสัมภาษณ์ ก็ทำถามตอบแบบสดๆ เลย

มอส : ไปตัดแล้วก็ลง 

ติดตอนคลิปที่เท่าไหร่?

มอส : คลิปที่ 4  อีพี 4 คุยกันสองคน

มายด์ : ลาป่วยค่ะ

เป็นคลิปที่ 4 ที่เป็นไวรัล และโด่งดัง จากการถ่ายกันเล่นๆ คิดมั้ยว่าจากการสัมภาษณ์เรื่องต้องถ่ายรูปอ้วกและรูปขี้ มันจะโด่งดังจนเราได้รับรางวัล?

มายด์ : ไม่เคยคิดมาก่อนเลย เอาจริงๆ คิดว่าการเป็นคนดังเป็นเรื่องห่างไกลสำหรับตัวหนูมาก มันยากมากที่จะเข้าไปถึงคำว่าคนดัง ถ่ายแบบไม่ได้คิดอะไร ถ่ายจอยๆ มีความสุขดีตอนถ่ายได้ปลดปล่อยได้หัวเราะ

ตอนนี้เป็นคนดังแล้วนะ เมื่อก่อนคุณแม่กีดกันไม่ให้เข้าวงการบันเทิง?

มอส : ห๊ะ! กีดกันเลยเหรอ

มายด์ : ใช่ (หัวเราะ) ไม่ถึงขนาดนั้น หนูชอบดูศิลปินดารามาตั้งแต่เด็กๆ เลย บอกตลอดว่าแม่ หนูอยากทำงานแบบนั้นบ้างจัง อยากทำงานตรงนี้ ชอบไปตามศิลปินดารา แม่ก็ไม่ให้ไป บอกว่าอยากทำงานตรงนั้น เขาก็ไม่ให้ เขาเชื่อว่างานตรงนี้มันไม่มั่นคง เราไม่สามารถเข้าไปทำตรงนั้นได้หรอก เพราะในหัวเขาคิดว่าต้องเป็นดาราเท่านั้นถึงจะทำได้

ตอนนี้คุณพ่อคุณแม่ว่าไง?

มายด์ : ซัปพอร์ต 

รวยกว่าดาราอีก มอสเองเดิมทีมีความฝันอยากเป็นผกก.ซีรีส์?

มอส : อยากเป็นผกก.ละคร ชอบดูละครมาก ละครพี่เบนซ์ก็ชอบดูมาตั้งแต่เด็กๆ เลย ปลิวลมเนอะ เรามีภาพในหัวเวลาดู เราอยากเขียนบทขึ้นมาเอง อยากเป็นผกก. ถ้ามีโอกาสจะทำจริงๆ ครับ เวลามอสทำคลิปจะมีภาพในหัว อยากได้มายด์คาแรกเตอร์ไหน มีครั้งนึงเคยบอกว่ามายด์ ครั้งนี้บทมันเศร้านะ หนูสามารถร้องให้พี่ได้มั้ย ชีร้องเลย ตกใจว่าร้องไห้ได้เลยเหรอ ชีเก่งนะ ตอนนั้นคิดถึงอะไร

มายด์ : คิดถึงตอนแม่ไม่อยู่ 

อินเนอร์อยู่ในใจ คู่นี้ประสบความสำเร็จได้ จุดผลักดันคือคำว่าไม่มีเงิน?

มอส : ของมอสคือเงินเดือนไม่พอใช้ แล้วมีหนี้ เป็นหนี้การศึกษาของเรานี่แหละ เด็กต่างจังหวัดพอมาอยู่กรุงเทพฯ อย่างน้อยเราต้องเสียค่าที่พัก เงินเดือนไปแล้วเกือบครึ่ง ค่ากินบางทีเขามีเลี้ยงทีม ไปกินร้านนี้แล้วต้องจ่ายเพิ่มนะ เราคนนึงก็จะเป็นคนที่โหวตว่าขอร้านที่ไม่ต้องจ่ายเพิ่มนะคะ เพราะเราไม่ได้มีเงินขนาดนั้น เราส่งเงินให้พ่อให้แม่เหมือนกัน ส่งได้ไม่เยอะ และไม่มีเงินเก็บ ก็คิดว่าคงใช้ชีวิตแบบนี้ไปเรื่อยๆ ล่ะมั้ง ถ้าอยากปรับฐานเงินเดือนต้องเปลี่ยนงานไปเรื่อยๆ คิดแค่นี้เลยค่ะ 

มายด์ : มีส่วนเรื่องการเงินเหมือนกัน ตอนนั้นฝึกงาน แล้วเพิ่งเรียนจบ ยังไม่มีงานทำ ที่บ้านไม่ได้ซัปพอร์ตแล้ว ต้องหาเงินจ่ายค่าหอค่ากินเอง เขาช่วยบ้างเราก็ต้องใช้ให้ประหยัดที่สุด พอพี่มอสชวนทำโน่นนี่นั่นก็เลยอยากทำ 

 จักรวาลจัดสรรให้คู่นี้มาเจอกัน มอสแค่ชอบเสียงหัวเราะชอบมายด์?

มอส : ใช่ เจอมายด์ครั้งแรก ชีน่าเกลียดเรา 

มายด์ : เจอกันในแชตก่อน ถ้าในแชต พี่มอสเป็นคนตอบห้วน ไม่สอนงาน แต่ให้ไปดูเอง และไม่บอกแนวทางเลย พอเสนอไป ชีเอาความที่หนูเสนอไป ไปคัด ไปเขียนว่า ไม่เอาๆๆ ทำแล้ว ซ้ำ ไม่เอา พอเจอหน้ากันวันเข้าออฟฟิศ พี่มอสเดินเร็วและเดินเชิ่ดมุ่งตรงเข้าสตูฯ หนูบอกว่าพี่มอสสวัสดีค่ะ เขาตอบจ้ะ จ้ะแบบไม่มองหน้านะ จะเดินตรง

ในคลิปคือชีวิตจริง?

มอส : ไม่ ขอแก้ต่าง เราติดเล่นละคร ช่วงนั้นงานเยอะมาก เราเป็นพี่เลี้ยงที่ดูแลน้องฝึกงานหลายคน เราจะเจอเด็กๆ ถามแบบนี้เยอะมากๆ เราพยายามให้น้องๆ คิดเองก่อนแล้วมาคัดทีหลัง ดูสิว่าเด็กคนนี้จะทำการบ้านมั้ย ไปดูว่าช่องเราทำคอนเทนต์อะไรบ้าง จะสอนแบบนี้ จริงๆ เราพูดจาดีนะ แต่ชอบเล่นละคร อันนั้นเล่นละคร จ้ะ แล้วเดินเข้าไป ถ้ามายด์เข้ามาเจอก็จะเล่นแบบนี้อยู่

ตอนนั้นมายด์เข้าใจมั้ย?

มายด์ : ไม่เข้าใจเลย (หัวเราะ) หนูต้องฝึกต่ออีก 4 เดือน เป็นวันแรกที่เจอกัน หนูไม่อยากอยู่แล้ว

มอส : เวอร์ ขนาดนั้นเลยเหรอ (หัวเราะ)

 อะไรทำให้คุยกันรู้เรื่อง?

มายด์ : เพราะโดนย้ายมาทำงานกับพี่มอส ย้ายมาอยู่ฝั่งติ๊กต๊อก พี่มอสคุมคอนเทนต์ติ๊กต๊อก ได้ถ่ายในสตูฯ จะอยู่กับพี่มอสเป็นหลัก ได้อยู่ด้วยกันมากขึ้น ได้เรียนรู้พฤติกรรมว่าจริงๆ นิสัยเป็นแบบนี้ แบบนี้คือปกติ

มอส : มอสทำคอนเทนต์แจกอั่งเปาให้น้องฝึกงาน แล้วตบหนึ่งที มายด์ก็เป็นอีกคนที่มาต่อแถว เล่นตบชีครั้งแรก ชีหัวเราะขำก๊าก เราก็คิดว่าอุ้ย หัวเราะได้ดังมาก เริ่ด เอามาเล่นสิ

พอถ่ายกันจริงๆ คลิปที่สี่เป็นไวรัล เรารู้สึกยังไง?

มอส : เรายังไม่ได้รู้สึกว่าอุ้ยคนนี้แหละ แต่ว่าพอจบคลิปนี้ เราไปที่ไหนมีแต่คนทัก จากที่ไม่มีคนทักเลย เขาทักว่าใช่พี่มอสลาป่วยหรือเปล่า หนูเพิ่งดูคลิป มายด์ก็ทักมาบอกว่าพี่มอส มีคนทักหนู น้องคนอื่นฝึกจบ ก็เหลือแค่มายด์ ก็เลยงั้นมายด์ เรามาเล่นกัน ก็เล่นไปเรื่อยๆ จนลูกค้าเขาติดต่อมา ก็อยากให้เล่นกับน้องมายด์ มันก็ยาวเลยหลังจากนั้น

ลูกค้าชู้ต หลายคนชื่นชอบมายด์ มอสคนรักอยู่แล้ว แต่มีคนบางประเภทบอกว่าเสียงหัวเราะน่ารำคาญ?

มายด์ : ใช่ ตอนแรกก็นอยด์ มีไปถามพี่มอสว่าหนูหัวเราะเยอะไปมั้ย รอบหน้าเอาน้อยลงมั้ย หนูเป็นคนเส้นตื้น ขำพร่ำเพรื่อ พี่มอสบอกว่าให้เป็นตัวเองไปนั่นแหละ 

มอส : ชีไม่ได้ขำปลอม ชีขำจริง ก็คิดว่าไม่ต้องลดอะไร ปล่อยไปตามฟีลเลยดีกว่า 

นอกจากเสียงหัวเราะ มีคนว่าเรื่องอื่นด้วย มีคำไหนที่ทำให้เราเจ็บ?

มายด์ : เอาจริงๆ ไม่เจ็บนะ แต่จะโดนถามบ่อยๆ ว่าตาพี่มายด์เป็นอะไรคะ ทำไมตาโปน แล้วคำค้นหาในช่องติ๊กต๊อกช่องหนู จะขึ้นเกือบทุกคลิปว่ายัยมายด์ทำไมตาโปน (หัวเราะ) หนูเป็นโรคธาลัสซีเมียค่ะ เป็นโรคเลือดจาง แล้วโครงหน้าคนเป็นโรคนี้จะเป็นแบบนี้อยู่แล้ว 

มอส : เราก็มีการทำคลิปว่ามายด์ป่วยเป็นโรคนี้เหมือนกัน ไปดูได้ เป็นคลิปที่น้องมายด์ลาไปเติมเลือด เราก็บอกว่าให้เอางานไปทำด้วย เติมเลือดไปด้วย 

บางคอมเมนต์บอกว่าหน้าเหมือนสุชาติ แคปเจอร์?

มายด์ : ใช่ เพราะเป็นโรคเดียวกันเลยค่ะ เราเลยมีโครงหน้าที่เหมือนกัน เวลาโดนคนทักว่าทำไมหน้าเหมือนสุชาติ แคปเจอร์ไมได้โกรธ ไม่ได้เจ็บ แต่คือไม่รู้จะอธิบายยังไงให้เขาเข้าใจแล้วถ้าคอมเมนต์ไหนเขาต้องการความรู้ สาระจริงๆ เราก็พร้อมอธิบาย แต่ถ้าอันไหนถามเพื่อจิกกัด อ่านแต่ไม่ได้เข้าไปตอบ 

เป็นเอกฉันท์แล้วว่าคู่นี้สนุกจริง เห็นว่าลูกค้าเข้าเยอะมาก คลิปแต่ละตัว ตอนนี้ไม่ธรรมดา แตะค่าตัวหลักแสน แสนอัป สองแสน ไปถึงล้าน?

มอส : ใช่ค่ะ ตอนนี้คิดอยู่ประมาณ 2-3 ล้าน (หัวเราะ) ไม่ใช่ ล้อเล่น ไม่ถึงค่ะ หลักแสนคือจริง เราก็ไปเช็กเรตราคาอินฟลูฯ ทั่วฟ้าเมืองไทยว่าอยู่ที่เท่าไหร่ ประมาณไหน ถ้าเราราคานี้ลูกค้าจะสู้มั้ย เพราะเราทำงานเราก็เหนื่อย มอสเต็มที่กับทุกคลิป มอสคิดเองทุกสินค้า เราทำเองหมดเลย แม้แต่การสัมภาษณ์ศิลปินดารา การตัดต่อมอสตรวจทุกคลิปอยู่แล้ว และลงเอง เราก็เลยคิดว่าเอาให้คุ้มกับค่าเหนื่อยของพวกเรากันไป ก็อยู่ที่เรตปกติมากกว่า

ปีที่แล้วรับสินค้าไป 500 ตัว?

มอส : ใช่ค่ะ บาเธอร์ 400 (หัวเราะ) ล้อเล่นๆ ก็รวมหมด มีทุกเรต เรตโปรโมตอะไรต่างๆ ปีที่แล้วปรับเรตเยอะมาก เพราะบางทีทำไม่ไหว ก็ 500 กว่างานครับ 

คุณใช้เวลาแค่ปีเดียว ปีที่แล้วแตะ 1 พันล้าน?

มอส :   ใช่ เข้าไปคุยกับผู้บริหารหลายบริษัท (หัวเราะ) ไม่ถึงขนาดนั้นเลย 

ช่วงแรกไม่คิดแพง?

มอส : ใช่ พอเราเพิ่มค่าตัว เราก็คำนึงว่าเราต้องเปิดบริษัทแล้ว ปีที่แล้วก็เปิดบริษัทเลย ทำยื่นภาษีแต่ละเดือน ทุกเดือนให้บัญชีจัดการ เราก็กลัวว่ามันเยอะเกิน

ติ๊กต๊อกหาเงินได้จริงๆ กี่ปีถึงจะสำเร็จในแพลตฟอร์มติ๊กต๊อก?

มอส : ถ้าปีนี้ก็ 8 แล้วครับ สมัครติ๊กต๊อกตั้งแต่แรกๆ เลยตอนติ๊กต๊อกเข้าไทย เล่นลิปซิงค์ละคร เล่นไปเรื่อยๆ ทำคอนเทนต์ถ่ายละครเยอะมาก คนดูมอสที่เขาติดตามมาตั้งแต่แรกๆ เขาจะบอกว่าดีใจ จนมาเจอมายด์นี่แหละ ทำให้คอนเทนต์น้องฝึกงานมันไวรัล 8 ปี

จับทางถูก ชีวิตมันจะมีจังหวะของมัน หาอยู่นาน พอเจอปุ๊บมันพุ่งเลย?

มอส : มอสไม่ได้สมัครติ๊กต๊อกทำเป็นอาชีพ แต่เราทำเพื่อเป็นสิ่งที่เราชอบ งานอดิเรกของเรา เราก็ทำมาเรื่อยๆ 

งานคู่ต้องมีรายได้ แบ่งรายได้ให้ถูกต้องกับมายด์?

มอส : ตอนแรกมอสได้ 3 พัน ให้มายด์ 300 มายด์น้ำตาคลอเลย (หัวเราะ) 

สัมภาษณ์ดารา เซเลบตัวท็อป ต่างชาติก็มาหมดแล้ว คนไหนที่ประทับใจ?

มอส : จริงๆ อึ้งหมดเลย เพราะเราเป็นช่องติ๊กต๊อกช่องเล็กๆ ผู้ติดตามยังไม่ถึง 1 แสนตอนนั้น อยู่ดีๆ แขกคนแรกคือพี่อัพ ภูมิพัฒน์ คนที่สองคือพีพีเลย มันเลยไปเลย 

ของพีพีตอนนี้ 10 ล้าน?

มอส : 11 ล้านกว่า แล้วพอมาเจอศิลปินเกาหลี ก็ยิ่งอึ้งขึ้นไปอีก เราจะพูดกับเขายังไง เราจะเล่นยังไง

มายด์ :   เรื่องมุกระหว่างประเทศไทยกับเกาหลี กลัวเขาไม่เข้าใจด้วย

มาร์ค ต้วน มายด์เสียอาการ?

มายด์ : ภาพในหัวคือโอ้โห เขาเวิลด์วายทั่วโลก ไม่คิดว่าจะได้มาเจอเขาต่อหน้า แต่พยายามเก็บอาการเพราะต้องทำงานกับพี่เขา กลัวเขาตกใจ เก็บอาการแล้วแต่ยังดูออก ตกใจหน้า (หัวเราะ) 

ถ้าเจอดาราเบอร์ใหญ่ ทำยังไงถึงสู้เขาได้ รัศมีไม่ดร็อป?

มอส :   ถ้ามอสเป็นมอส ก็จะเหมือนเราอ่อน มอสก็จะสวมคาแรกเตอร์เป็นพี่มอส สร้างคาแรกเตอร์เป็นพี่มอส เป็น HR  ที่ดุๆ เกรี้ยวกราด ไม่ว่าเป็นคนไหนมานั่งสัมภาษณ์ก็ต้องเชิ่ดใส่ พยายามฮึบตัวเอง ตอนเล่นกับพี่ชมพู่ตื่นเต้นมาก เพราะเราชอบดูเรยา พอเล่นก็จะต้องแบบ ว่าไง ใบสมัครจ้ะ สวมบทเข้ามาเลย 

มีใครที่รู้สึกว่าต้องพิชิตคนนี้ให้ได้?

มอส : ที่เราคุยกันก็เป็นลิซ่า 

มีใครอยากสัมภาษณ์?

มอส : ในเมืองไทยมีหลายคนที่ยังไม่ได้สัมภาษณ์ มีหลายคนอยากเห็นสัมภาษณ์พี่ปาล์มมี่ พี่อั้ม จริงๆ อยากเก็บทุกคนเลยในโลก (หัวเราะ)

คิดว่าประสบความสำเร็จหรือยัง?

มอส : ประสบความสำเร็จมาก มันเป็นชีวิตที่ไม่คาดคิด มันโอเวอร์ไปจากที่เราคาดหวังมานาน นี่สำเร็จแล้วสำหรับเรามาก

ก่อนมาถึงตรงนี้ไม่ได้มาชิลๆ นะ มีความมูเตลู ดวงต้องปังด้วย ก่อนคลิปโด่งดัง ไปมูที่ไหน?

มอส : ที่ถ้ำนาคา ส่วนตัวเป็นคนไม่ได้มูเยอะ แต่เราจะไปไหว้ในที่ที่เราอยากไป วันนั้นดูรายการพี่มดดำ เราเห็นเขาไปทำโน่นทำนี่ เราก็มีความเชื่อตรงนั้น คิดว่าสักวันเราอยากไป แต่เราไม่มีเงิน หัวหน้ามอสที่บริษัทเก่า เขาบอกว่าอยากพาพนักงานไปด้วยกัน มอสบอกว่ายังไม่ไปดีกว่า เพราะไม่มีเงิน เขาบอกอยากให้ไป งั้นพี่ออกให้ก่อน ค่าตั๋วเท่าไหร่ ไปเหอะอยากให้ไป มอสบอกว่าถ้าไป พี่ออกค่าตั๋วรถทัวร์ให้แล้วกัน ไม่เอาตั๋วเครื่องบิน มอสนั่งรถทัวร์ไปคนเดียว พวกเขานั่งเครื่องบินแล้วไปเจอกันที่โน่น ตอนมอสนั่งรถบัสไป ฝันว่าเราไปลงที่บึงกาฬ ต้นไม้มีความเหมือนพญานาค คนที่เป็นผู้หญิง เขามาเรียกเราตื่น เราสะดุ้งตื่นเป็นอุดรฯ ก็เล่าเรื่องนี้ให้เพื่อนฟัง ตอนไปถ้ำนาคาก็ไหว้จริงจังเลย กลับมา 1 เดือน มีลูกค้าเริ่มทักมาถามเจ้าแรก ตอนนั้นยังไม่ถึงคอนเทนต์กับมายด์นะ สักพักมายด์มา ก็ทำคอนเทนต์น้องฝึกงาน แล้วก็พุ่งเลย ยาวเลย 

ตอนหลังก็เลยชวนมายด์ไปด้วยกัน?

มอส : ใช่ ก็พูดกับมายด์เชื่อว่าส่วนหนึ่งที่มาถึงตรงนี้ได้ คิดว่าถ้ำนาคามีส่วน

ชวนมายด์ไปก็นั่งรถทัวร์ไป?

มอส : เป็นเกวียนค่ะ (หัวเราะ) ล้อเล่น อันนี้นั่งเครื่องไป พามายด์ไปครั้งแรก  

ปังไม่ปังไม่รู้ ล่าสุดมายด์ไกลเกินที่ฝันไปเยอะมาก เขาฝันอยากร่วมงานกับดีสนีย์ ตอนนี้เป็นนักพากย์ของดีสนีย์?

มายด์ : ตอนแรกคิดว่ามิจฉาชีพโทรมา ไม่คิดว่าดีสนีย์จะทักมาจริงๆ โอกาสมันยากมากๆ ที่เราจะได้เข้าไปมีส่วนร่วมกับดีสนีย์ก็คิดว่าไม่ใช่หรอก แต่คุยไปเรื่อยๆ อ้าว ใช่ (หัวเราะ) เราพากย์เรื่อง Hopper นางพญางูสีเหลือง สนุกมาก ตอนแรกก็ยากอยู่ แต่พอพากย์ไปก็สนุกมากๆ 

ทำไมดีสนีย์เลือกเรา?

มายด์ : เขาบอกว่าอยากให้คนเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น แล้วคาแรกเตอร์งู 3 ตัวเป็นฟีลแบบสาวเฟียส เริ่ด เชิ่ด หยิ่ง ก็อาจจะเหมาะ ก็เลยชู้ตเราไปเป็นหนึ่งในนั้น 

พี่มอสรู้หรือเปล่าเราทิ้งงานบริษัทไปรับงานดีสนีย์?

มายด์ : ไม่รู้เลย หนูโดดไปจริง วันนั้นมีงานด้วยกัน พี่มอสชวนไป แต่หนูไม่ไปเลย หนูบอกว่าหนูกลับบ้านแล้ว หนูหนีไปพากย์เสียงต่อเลย

มอส : รู้ทีหลัง แต่ไม่ถือว่าโดด เพราะเสร็จงานแล้วชีก็ไป แต่ก็งง ชีชวนไปดูหนัง ตอนแรกไม่ค่อยอยากดูการ์ตูนเท่าไหร่ ก็เซอร์ไพรส์ ตอนแรกไปถึงงาน ก็งงทำไมชีต้องไปยืนหน้าแบ็กดรอป แต่งตัวสวยงาม ยืนกับดารา เป็นอะไร  ชีรับบทนางอีเวนต์เหรอ พอเข้าไปถึงเขาบอกว่าชีได้พากย์เสียง ก็ไม่เชื่อเลย เพราะนี่ดีสนีย์ ปรากฏว่าจริง แล้วเขาบอกว่าดีสนีย์ไม่ให้บอกใคร ไม่ให้พูดเลย ก็ตกใจ ขนลุกเลย หลังไปถ้ำนาคาด้วยนะ 

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น.  ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

แห่อนุโมทนาบุญ แจ็ค แฟนฉัน กราบขอขมาลาไปปฏิบัติธรรม ถือศีล 8 ฝึกจิตใจให้สงบ

แห่อนุโมทนาบุญ แจ็ค แฟนฉัน กราบขอขมาลาไปปฏิบัติธรรม ถือศีล 8 ฝึกจิตใจให้สงบ

แห่อนุโมทนาบุญ แจ็ค แฟนฉัน กราบขอขมาลาไปปฏิบัติธรรม ถือศีล 8 ฝึกจิตใจให้สงบ

วันเสาร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2569, 21.23 น.

7 มีนาคม 2569 หลังจากที่นักแสดงอารมณ์ดี แจ็ค แฟนฉัน หรือ แจ็ค เฉลิมพล ทิฆัมพรธีรวงศ์ ได้ออกมาเปิดใจว่า ได้ลดสถานะกับภรรยาสาวสวย ใบหม่อน กิตติยา แล้ว คงเหลือสถานะแค่เพียงพ่อและแม่ของลูกชาย ‘น้องคากิ’ เท่านั้น 

ล่าสุด แจ็ค แฟนฉัน ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านทางไอจีส่วนตัวกราบลาไปถือศีล 8 ปฏิบัติธรรม ระบุข้อความว่า ข้าพเจ้าขอกราบลา เพื่อไปถือศีล 8 และปฏิบัติธรรมตามหลักพระพุทธศาสนา เพื่อฝึกจิตใจให้สงบ มีสติ และสร้างบุญกุศลให้แก่ตนเอง หากการกระทำ คำพูด หรือความคิดของข้าพเจ้าในอดีตเคยล่วงเกินต่อท่านทั้งหลาย ไม่ว่าจะโดยเจตนาหรือไม่เจตนา

ข้าพเจ้าขอกราบขอขมาไว้ ณ โอกาสนี้ ขอให้ท่านทั้งหลายอโหสิกรรมให้แก่ข้าพเจ้าด้วย และขออนุโมทนาบุญที่ข้าพเจ้าจะได้ปฏิบัติธรรมในครั้งนี้ หากมีบุญกุศลใดเกิดขึ้น ข้าพเจ้าขออุทิศบุญนั้นให้แก่ท่านทั้งหลายด้วยเทอญ

ตู่ ภพธร เล่านาทีชีวิต แท็กซี่ที่นั่งมาเสียหลักไถลฟาดข้างทาง ย้ำเข็มขัดนิรภัยสำคัญจริงๆ

ตู่ ภพธร เล่านาทีชีวิต แท็กซี่ที่นั่งมาเสียหลักไถลฟาดข้างทาง ย้ำเข็มขัดนิรภัยสำคัญจริงๆ

ตู่ ภพธร เล่านาทีชีวิต แท็กซี่ที่นั่งมาเสียหลักไถลฟาดข้างทาง ย้ำเข็มขัดนิรภัยสำคัญจริงๆ

วันเสาร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2569, 20.44 น.

7 มีนาคม 2569 ทำเอาแฟนๆ แห่เป็นห่วงเมื่อนักร้องเสียงละมุน ตู่ ภพธร สุนทรญาณกิจ ได้ออกมาโพสต์ภาพและข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัวหลังเผชิญเหตุระทึกกลางถนน พร้อมระบุข้อความว่า 

การใส่เข็มขัดนิรภัยมันสำคัญจริงๆนะครับ ผมบอกลูกสาวตลอดว่าให้นั่ง Carseat ให้รัดเข็มขัด แต่วันนี้เป็นผมเองที่ไม่ได้ใส่ นั่งก้มหน้าจัดระเบียบกระเป๋าเดินทางอยู่เบาะหลังแท็กซี่กำลังจะไปสนามบิน อยู่ดีๆได้ยินเสียงคุณลุงคนขับร้อง “เฮ้ยย” แล้วห็หักหลบอะไรไม่รู้บนถนน (ตอนหลังมารู้ว่าเป็นถุงทราย)

หลังจากนั้นรถก็เสียหลักไถลไปฟาดอะไรบ้างก็ไม่รู้เสียงดังปัง! ปัง! 3-4 รอบ ตัวผมกระเด็นไปกระแทกฝั่งขวารอบนึง ซ้ายรอบนึงแล้วก็เกาะเบาะไว้ได้ รถหมุนไปกระแทกน่าจะฟุตบาท แล้วก็หยุด ข้าวของในกระเป๋ากระเด็นไปทั่วรถเลย รู้เลยว่าถ้าใส่เข็มขัดคงไม่ถูกโยนไปมาขนาดนี้ 

ลุงคนขับก็น่ารักถามผมหลายรอบว่าเป็นอะไรมั้ย ผมก็ถามแกว่าโอเคมั้ย ลุงบอกเดี๋ยวจะเรียกแท็กซี่ให้ใหม่ลุงจะจ่ายค่ารถให้เอง ผมถามว่านี่รถลุงเองรึเปล่าแล้วก็ให้เงินแกไปเท่าที่มีติดตัวอยู่ 5 พันบาท บอกผมช่วยซ่อมรถ พี่แท็กซี่อีกคันกำลังจะพาแฟนไปกินข้าวก็จอดช่วยลุง แล้วรับผมต่อไปส่งสนามบินแถมจะไม่เอาค่ารถจากผมด้วย 

โชคดีที่รอบนี้ไม่ได้บาดเจ็บอะไรมากครับ มีแค่เจ็บจุดเดิมๆ ที่เคยเจ็บเพิ่มเติมเล็กน้อย แต่นั่นแหละครับ รู้เลย ว่าอุบัติเหตุเล็กน้อยบางทีอาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้นะถ้าเราไม่ใส่เข็มขัดนิรภัย ไม่ว่าจะขึ้นรถตัวเองหรือรถสาธารณะถ้ามีเข็มขัด ให้ใส่ไว้ครับ เพื่อความปลอดภัยของตัวเราเอง

ต่อมา ตู่ ภพธร ก็ได้โพสต์อัปเดตอาการบาดเจ็บ ว่า ผมโอเคนะคร๊าบบ ไป x-rayมาแล้วไม่มีอะไรหัก ไม่มีอะไรรั่ว น่าจะเจ็บมาจากกล้ามเนื้อครับ ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วงนะคร๊าบ

ฟังคำตอบของตัวแม่! ก้อย อรัชพร เผยความรู้สึกที่มีแฟนเป็นอาจารย์ ทำสองเพื่อนซี้กรี๊ดไม่หยุด

ฟังคำตอบของตัวแม่! ก้อย อรัชพร เผยความรู้สึกที่มีแฟนเป็นอาจารย์ ทำสองเพื่อนซี้กรี๊ดไม่หยุด

ฟังคำตอบของตัวแม่! ก้อย อรัชพร เผยความรู้สึกที่มีแฟนเป็นอาจารย์ ทำสองเพื่อนซี้กรี๊ดไม่หยุด

วันเสาร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.36 น.

7 มีนาคม 2569 หลังจากเปิดตัวคบกันก็หวานไม่มีแผ่วสำหรับ ก้อย อรัชพร โภคินภากร กับอดีตนักการเมือง ทิม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ที่ช่วงนี้เสิร์ฟโมเมนต์หวานให้แฟนๆ ได้อมยิ้มกันต่อเนื่อง

ล่าสุดในรายการ ทายของใช้ถูก VS แพง ทางช่องยูทูบ GoyNattyDream Channel ที่ 3 สาวอย่าง ก้อย นัตตี้ ดรีม เล่นเกมทายมูลค่าสินค้ากัน โดยบางช่วงบางตอนในรายการ ทีมงานได้โยนโจทย์ของทายสินค้าพร้อมบอกว่า “มาฝึกเป็นแม่ศรีเรือนกันเอาไว้ เวลาที่เรามีแฟน เราจะได้ดูแลแฟนเราได้”  

ซึ่ง ดรีม อภิชญา ก็ได้พูดว่า “ตอนนี้มีแฟนกันหมดแล้วนะ 3 คน” ด้าน นัตตี้ นันทนัท ก็ได้ยิงคำถามเพื่อนซี้ทันทีว่า “เอางี้ มีแฟนเป็นอาจารย์เนี่ยรู้สึกยังไง” ซึ่งคำตอบของสาวก้อย อรัชพร ทำเอาเพื่อนสาวทั้ง 2 กรี๊ดกันสนั่นเมื่อเธอตอบว่า “รู้สึกว่า แพง ความสุข และก็รู้สึกว่า ถูกต้อง” นัตตี้ ถึงกับลุกขึ้นยืนละบอกว่า “มันเริ่ดนะคะ” ซึ่งเมื่อคลิปนี้เผยแพร่ออกมานั้นแฟนคลับก็ได้เข้ามาแซวกันยกใหญ่ 

ก.แรงงาน ออกระเบียบใหม่ วางแนวยึด-อายัด-ขายทรัพย์นายจ้าง ค้างเงินกองทุนลูกจ้าง

ก.แรงงาน ออกระเบียบใหม่ วางแนวยึด-อายัด-ขายทรัพย์นายจ้าง ค้างเงินกองทุนลูกจ้าง

ก.แรงงาน ออกระเบียบใหม่ วางแนวยึด-อายัด-ขายทรัพย์นายจ้าง ค้างเงินกองทุนลูกจ้าง

วันอาทิตย์ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.15 น.

ก.แรงงาน ออกระเบียบใหม่ วางแนวยึด-อายัด-ขายทอดตลาดทรัพย์สินนายจ้างค้างจ่ายเงินกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ให้ชัดเจนและเป็นมาตรฐานเดียวกัน เป็นกลไกสำคัญในการช่วยคุ้มครองสิทธิลูกจ้าง

8 มีนาคม 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงแรงงาน ได้ออกระเบียบกระทรวงแรงงาน ว่าด้วยการยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สินตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 พ.ศ.2569 เพื่อปรับปรุงหลักเกณฑ์และขั้นตอนการดำเนินการให้มีความชัดเจน มีประสิทธิภาพ และเป็นมาตรฐานเดียวกันมากขึ้น

ระเบียบดังกล่าวได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 และกำหนดให้มีผลใช้บังคับ เมื่อพ้นกำหนด 90 วันนับแต่วันประกาศ

ระเบียบฉบับใหม่นี้ มีเป้าหมายเพื่อใช้เป็นแนวทางในการติดตามเงินจากผู้ที่มีหน้าที่ต้องจ่ายเงินเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง แต่ไม่นำส่ง นำส่งไม่ครบ หรือค้างชำระ รวมถึงกรณีที่กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างได้จ่ายเงินช่วยเหลือลูกจ้างไปก่อน แล้วต้องใช้สิทธิไล่เบี้ยคืนจากนายจ้างหรือผู้มีหน้าที่ชดใช้เงิน

รองโฆษกฯ กล่าวว่า สาระสำคัญของระเบียบฉบับนี้ คือการกำหนดขั้นตอนการบังคับใช้กฎหมายให้ชัดเจนขึ้น ตั้งแต่การส่งคำเตือน การตรวจสอบทรัพย์สิน การออกคำสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์ การขายทอดตลาด และการนำเงินที่ได้มาชำระหนี้ให้แก่กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง โดยให้สอดคล้องกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง

ในส่วนของการตรวจสอบทรัพย์สิน ระเบียบใหม่นี้เปิดทางให้พนักงานตรวจแรงงานสามารถขอข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สถาบันการเงิน กรมที่ดิน กรมการขนส่งทางบก กรมทรัพย์สินทางปัญญา และหน่วยงานของรัฐอื่นที่มีข้อมูลเกี่ยวกับทรัพย์สิน เพื่อใช้ประกอบการติดตามและบังคับชำระหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังวางหลักเกณฑ์เกี่ยวกับทรัพย์สินที่สามารถถูกยึดหรืออายัดได้อย่างชัดเจน ทั้งสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ สิทธิเรียกร้อง หุ้น หลักทรัพย์ สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา สิทธิการเช่า หรือสิทธิอื่นที่มีมูลค่า รวมถึงกำหนดวิธีดำเนินการในกรณีทรัพย์สินอยู่ต่างพื้นที่ ทรัพย์สินมีเจ้าของร่วม หรือมีผู้คัดค้านการยึดและอายัดไว้ด้วย

รองโฆษกฯ ระบุเพิ่มเติมว่า ระเบียบฉบับนี้ยังให้ความสำคัญกับความเป็นธรรม โดยเปิดช่องให้ผู้มีส่วนได้เสียหรือบุคคลภายนอกที่อ้างสิทธิในทรัพย์สิน สามารถยื่นคำร้องคัดค้านได้ตามขั้นตอน และหากตรวจสอบแล้วพบว่าไม่ควรยึดหรืออายัดทรัพย์ดังกล่าว ก็สามารถมีคำสั่งถอนการยึดหรืออายัดได้

สำหรับการขายทอดตลาดทรัพย์สิน ได้กำหนดแนวทางไว้อย่างเป็นระบบ ทั้งเรื่องการประกาศขาย ระยะเวลา สถานที่ เงื่อนไขการวางเงินมัดจำ การชำระเงิน และการโอนกรรมสิทธิ์ เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และคุ้มครองประโยชน์ของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

“ระเบียบฉบับใหม่นี้จะช่วยให้การบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองแรงงาน โดยเฉพาะในส่วนของกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง มีความชัดเจน รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น เป็นอีกกลไกสำคัญในการคุ้มครองสิทธิของลูกจ้างและสร้างหลักประกันให้ลูกจ้างได้รับความช่วยเหลือตามกฎหมายอย่างเป็นธรรม” นางสาวลลิดา กล่าว

ชยิกา ย้ำ เพื่อไทย พร้อมสานต่อนโยบายสตรีจาก ยิ่งลักษณ์-แพทองธาร

ชยิกา ย้ำ เพื่อไทย พร้อมสานต่อนโยบายสตรีจาก ยิ่งลักษณ์-แพทองธาร

ชยิกา ย้ำ เพื่อไทย พร้อมสานต่อนโยบายสตรีจาก ยิ่งลักษณ์-แพทองธาร

วันอาทิตย์ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.06 น.

“ชยิกา”ย้ำ”เพื่อไทย” พร้อมสานต่อนโยบายสตรีจาก”ยิ่งลักษณ์-แพทองธาร” เพื่อผู้หญิง-ทุกเพศสภาพได้เติบโตมั่นคง-ใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย

8 มีนาคม 2569 น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ อดีตที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงความสำคัญของวันสตรีสากล และนโยบายสร้างโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้หญิงของพรรคเพื่อไทย (พท.) ว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ได้เห็นความก้าวหน้าของผู้หญิงในหลายด้าน ทั้งโอกาสทางการศึกษา รายได้ สิทธิ และการรวมตัวของเครือข่ายผู้หญิงที่เข้มแข็งมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและความขัดแย้งก็ทำให้ปัญหาความรุนแรงต่อผู้หญิงและทุกเพศสภาพเปลี่ยนรูปแบบไปเช่นกัน แต่ประเทศไทยมีนโยบายสำคัญที่ช่วยสร้างโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้หญิงอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งนโยบายเหล่านี้เกิดขึ้นจากการทำงานอย่างมุ่งมั่นและต่อเนื่องของรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทย ทั้งกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ที่ริเริ่มโดยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจของผู้หญิง ด้วยความเชื่อว่าหากผู้หญิงยังไม่สามารถยืนบนลำแข้งของตัวเองได้ ก็ยากที่จะต่อยอดไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตในด้านอื่นๆ

น.ส.ชยิกา กล่าวต่อว่า กองทุนนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการสร้างโอกาส สร้างรายได้ และสร้างความเข้มแข็งให้ผู้หญิงทั่วประเทศด้วยงบกองทุนหมุนเวียน จังหวัดละ 100 ล้าน 77 จังหวัด จนมีเครือข่ายกองทุนสตรีฯ มากกว่า 14 ล้านคน ซึ่งนโยบายดังกล่าวยังได้รับการสานต่อโดยรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ด้วยงบประมาณกองทุนหมุนเวียน 1,500 ล้านบาท พร้อมต่อยอดไปสู่การสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้ผู้หญิงรุ่นใหม่ เช่นโครงการ Empower Young Women ที่เปิดพื้นที่ให้นักศึกษาหญิงได้เรียนรู้การเป็นผู้ประกอบการ ได้คิดโมเดลธุรกิจ ลงมือทำ และได้เห็นศักยภาพของตัวเองในฐานะพลังสำคัญของเศรษฐกิจและสังคมไทย จึงขอขอบคุณกรมพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ที่ยังดำเนินนโยบายดีๆ ต่อเนื่องเพื่อผู้หญิง

น.ส.ชยิกา กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังได้ริเริ่มแนวคิด One Stop Crisis Center หรือ OSCC ที่บูรณาการความช่วยเหลือผู้ถูกกระทำความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และผู้สูงอายุ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า การคุ้มครองผู้หญิงต้องไม่ใช่เพียงหลักการที่พูด แต่ต้องเป็นระบบที่เข้าถึงได้จริง ทันท่วงที และเท่าทันกับความรุนแรงในรูปแบบใหม่ๆ นี่เป็นเพียง 2 นโยบายตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมเพื่อผู้หญิง และเชื่อว่า ภารกิจเพื่อผู้หญิงและทุกเพศสภาพยังไม่จบ เพราะยังมีปัญหาความเหลื่อมล้ำอีกหลายด้านที่ต้องช่วยกันแก้ไข ทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม กฎหมาย และระบบคุ้มครองที่ต้องทำงานได้จริง

น.ส.ชยิกา กล่าวอีกว่า ในฐานะแม่คนหนึ่ง ตนอยากเห็นสังคมที่เปิดโอกาส มีความปลอดภัย และมีความเป็นธรรมมากกว่านี้สำหรับลูกสาวและคนรุ่นต่อไป และในฐานะคนทำงานการเมืองผู้หญิง ตนรู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันนโยบายเพื่อผู้หญิงมาตลอด เพราะตนเชื่อเสมอว่าเมื่อผู้หญิงคนหนึ่งได้รับโอกาส โอกาสนั้นจะไม่หยุดอยู่แค่คนๆ เดียว แต่จะส่งต่อเป็นพลังใจ เป็นความเข้มแข็ง และเป็นความหวังไปถึงผู้หญิงอีกหลายคน ครอบครัวอีกหลายครอบครัว และสังคมโดยรวม ตนดีใจที่เห็นผู้นำและผู้บริหารพรรคเพื่อไทยพร้อมสานต่อภารกิจนี้อย่างเต็มกำลัง เพื่อให้ผู้หญิงและทุกเพศสภาพได้มีโอกาส เติบโตอย่างมั่นคง ใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย และได้รับการเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียม

นายกฯชูวันสตรีสากล 69 ย้ำ!สิทธิ-ศักดิ์ศรีผู้หญิง คือรากฐานประชาธิปไตย

นายกฯชูวันสตรีสากล 69 ย้ำ!สิทธิ-ศักดิ์ศรีผู้หญิง คือรากฐานประชาธิปไตย

นายกฯชูวันสตรีสากล 69 ย้ำ!สิทธิ-ศักดิ์ศรีผู้หญิง คือรากฐานประชาธิปไตย

วันอาทิตย์ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.54 น.

นายกรัฐมนตรี กล่าวเนื่องในวันสตรีสากล ประจำปี พ.ศ.2569 “สิทธิ ความเสมอภาค และศักดิ์ศรีของสตรี” คือรากฐานสำคัญของสังคมประชาธิปไตย และการพัฒนาที่ยั่งยืน

8 มีนาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวคำปราศรัยสารเนื่องในวันสตรีสากล ประจำปี พ.ศ.2569 ใจความว่า เนื่องในวันที่ 8 มีนาคม เป็น “วันสตรีสากล” ขอส่งความปรารถนาดีไปยังสตรีไทยทั่วประเทศ รวมถึงผู้ที่ทำงานด้านการพัฒนาสตรีที่ได้ร่วมกันเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมไทยให้ก้าวหน้าอย่างมีคุณภาพ วันสตรีสากล ไม่ได้เป็นเพียงวันแห่งการแสดงความยินดีเท่านั้น แต่เป็นวันที่ประชาคมโลกกำหนดขึ้น เพื่อช่วยกันย้ำเตือนว่า “สิทธิ ความเสมอภาค และศักดิ์ศรีของสตรี” คือรากฐานสำคัญของสังคมประชาธิปไตย และการพัฒนาที่ยั่งยืน

ตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ผู้หญิงทั่วโลกได้ร่วมกันต่อสู้เพื่อให้ได้รับการยอมรับอย่างเท่าเทียม ทั้งในครอบครัว สถานที่ทำงาน และในเวทีสาธารณะ วันนี้จึงไม่ได้เพียงรำลึกถึงการต่อสู้เหล่านั้น แต่ต้องเดินหน้าสานต่อให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น เพราะสังคมที่เข้มแข็ง คือสังคมที่ทุกคนมองเห็นคุณค่าของกันและกัน และสนับสนุนการนำคุณค่าเหล่านั้น มามีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคม

สำหรับปีนี้ รัฐบาลกำหนดแนวคิดหลักสำหรับวันสตรีสากลว่า “สิทธิ ความยุติธรรม และเสียงของผู้หญิง : สู่สังคมที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” ซึ่งแสดงถึงการให้ความสำคัญกับการสนับสนุนให้ผู้หญิงมีที่ยืนอย่างทัดเทียม และมีโอกาสในการใช้ศักยภาพของตนอย่างเต็มที่ มีโอกาสในการมีส่วนร่วมกำหนดนโยบาย และทิศทางของการพัฒนาประเทศ

นายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่า สตรีไทยมีศักยภาพอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะในบทบาทผู้นำ นักธุรกิจ นักวิชาการ เกษตรกร แรงงานในทุกสาขาอาชีพ หรือในฐานะแม่และผู้ดูแลครอบครัว ทุกบทบาทล้วนมีคุณค่า และเป็นส่วนเติมเต็มสังคมของเราให้มีความสมบูรณ์

“เนื่องในโอกาสวันสตรีสากล ขออำนวยพรให้สตรีไทยทุกคนมีความสุข มีสุขภาพกาย และใจที่เข้มแข็ง มีความมั่นใจในคุณค่าของตนเอง และก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยความภาคภูมิใจ เพื่อเป็นแบบอย่างและแรงบันดาลใจให้กับเด็กหญิงทั้งหลายซึ่งเป็นลูกหลานของเรา ที่จะก้าวขึ้นมาเป็นพลังอันสำคัญของประเทศของเราในอนาคตต่อไป”

กกต.เคลียร์ชัด! ยันประกาศผลออกเสียงประชามติเป็นไปตามกฎหมาย

กกต.เคลียร์ชัด! ยันประกาศผลออกเสียงประชามติเป็นไปตามกฎหมาย

กกต.เคลียร์ชัด! ยันประกาศผลออกเสียงประชามติเป็นไปตามกฎหมาย

วันอาทิตย์ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.24 น.

กกต.แจงประกาศผลออกเสียงประชามติเป็นไปตามกฎหมาย ยันแตกต่างจากปี 59 เหตุกฎหมายกำหนดหลักเกณฑ์รูปแบบแตกต่างกัน

8 มีนาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจงกรณีมีข้อสังเกตเกี่ยวกับการประกาศผลการออกเสียงประชามติ ประเด็น “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่” เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดย 1.การประกาศผลประชามติครั้งนี้ ดำเนินการตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ.2564 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งมีหลักเกณฑ์และรูปแบบการออกเสียงแตกต่าง จากการออกเสียงประชามติเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2559 ที่ดำเนินการตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2559

2.การออกเสียงประชามติเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 กำหนดให้บัตรออกเสียง มีทางเลือก 3 ช่อง ได้แก่ เห็นชอบ ไม่เห็นชอบ และไม่แสดงความคิดเห็น ซึ่งแตกต่าง จากการออกเสียงประชามติ เมื่อปี 2559 ที่ไม่ได้กำหนดช่อง “ไม่แสดงความคิดเห็น” จึงทำให้ การรายงานผลคะแนนครั้งนี้ มีรายการ “ไม่แสดงความคิดเห็น” รวมทั้งบัตรเสียประกอบด้วย

3.การประกาศผลการออกเสียงประชามติของคณะกรรมการการเลือกตั้ง เป็นการประกาศจำนวนผู้มีสิทธิออกเสียง ผู้มาใช้สิทธิ และผลคะแนนของแต่ละทางเลือก ตามที่ปรากฏจากการนับคะแนน โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง มีหน้าที่ประกาศผลการออกเสียง ในราชกิจจานุเบกษา และรายงานผลให้นายกรัฐมนตรีและประธานรัฐสภาทราบ ตามมาตรา 68 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ.2564 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ยืนยันว่า การดำเนินการประกาศผลประชามติ เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมาย และได้เปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะอย่างโปร่งใส

– 006