กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ ไม่จบ นัดบุกกกต.พรุ่งนี้ 10 โมงเช้า

กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ ไม่จบ นัดบุกกกต.พรุ่งนี้ 10 โมงเช้า

กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ ไม่จบ นัดบุกกกต.พรุ่งนี้ 10 โมงเช้า

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 21.51 น.

กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ ไม่จบ นัดบุกกกต.พรุ่งนี้ 10 โมงเช้า

เมื่อวันที่ 10 ก.พ.2569 ภายหลังจากกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ได้นัดรวมพลที่สกายวอล์คmbk เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา เพื่อเรียกร้องให้มีการนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ เนื่องจากพบพิรุธการนับคะแนนในหลายพื้นที่ ล่าสุดเพจเฟซบุ๊ก “แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม – United Front of Thammasat and Demonstration” ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “นัดหมาย 10.00เป็นต้นไป กกต.แจ้งวัฒนะ”

เขย่าเลือกตั้งใต้! ประชาชาติแถลงการณ์ จับทุจริตปัตตานี-นราฯ

เขย่าเลือกตั้งใต้! ประชาชาติแถลงการณ์ จับทุจริตปัตตานี-นราฯ

เขย่าเลือกตั้งใต้! ประชาชาติแถลงการณ์ จับทุจริตปัตตานี-นราฯ

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 21.19 น.

“พรรคประชาชาติ”ออกแถลงการณ์ ดำเนินการตรวจสอบการเลือกตั้งไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทั้ง”ปัตตานี-นราธิวาส”แล้ว

10 กุมภาพันธ์ 2569 นายพลรักษ์ รักษาพล ผู้ช่วยหาเสียงของ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ลำดับที่ 1 เปิดเผยว่า วันนี้ พ.ต.อ.ทวี ได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายพรรคฯ ไปดำเนินการตรวจสอบข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 จ.ปัตตานี และ จ.นราธิวาส เขตเลือกตั้งที่ 4

โดยออกแถลงการณ์ว่า ตามที่ได้มีการจัดการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา พรรคประชาชาติขอแสดงความเคารพต่อกระบวนการประชาธิปไตยและสิทธิของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกท่าน อย่างไรก็ตาม ภายหลังการเลือกตั้ง พรรคประชาชาติได้จัดประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคประชาชาติขึ้น ในวันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สำนักงานพรรคประชาชาติ ดอนเมือง กรุงเทพมหานคร ซึ่งในที่ประชุม ได้รับรายงานข้อร้องเรียนและข้อมูลจากคณะทำงานและผู้สังเกตการณ์ประจำหน่วยเลือกตั้งในหลายพื้นที่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความสุจริตและเที่ยงธรรมของกระบวนการเลือกตั้ง ดังนี้

กรณีการใช้สิทธิพลเมืองทางการเมือง ซึ่งมีข้อร้องเรียนว่าคณะทำงานของพรรคคู่แข่งหรือกดดันไม่ให้ลงพื้นที่หาเสียงหรือดำเนินกิจกรรมทางการเมือง รวมทั้งมีพฤติการณ์จูงใจให้ประชาชนงดการลงคะแนนให้กับพรรคประชาชาติ อันอาจเข้าข่ายเป็นการกระทำที่ไม่เป็นธรรมต่อการแข่งขันทางการเมือง

และกรณีการใช้อำนาจรัฐโดยมิชอบ ตามที่มีรายงานว่าบุคคลซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐบางส่วนอาจมีพฤติการณ์ที่ส่อไปในทางช่วยเหลือฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดในหน่วยเลือกตั้ง ซึ่งหากเป็นความจริงย่อมกระทบต่อความเป็นกลางของกระบวนการเลือกตั้ง

โดยตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการนับคะแนนว่า พรรคได้รับข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับความผิดปกติในการนับคะแนนในบางหน่วยเลือกตั้ง ซึ่งอาจมีลักษณะของการเพิ่มหรือเปลี่ยนแปลงบัตรเลือกตั้ง ส่งผลให้ผลคะแนนคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง

พรรคประชาชาติ ขอยืนยันว่า การนำเสนอข้อมูลดังกล่าวมีเจตนาเพื่อปกป้องความสุจริต โปร่งใส และความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบการเลือกตั้ง มิได้มุ่งกล่าวหาโดยปราศจากหลักฐาน ทั้งนี้ พรรคจะรวบรวมพยานหลักฐานและยื่นคำร้องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอให้มีการตรวจสอบอย่างเป็นธรรม เปิดเผย และเป็นไปตามกฎหมาย

พรรคขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพกติกาประชาธิปไตย และร่วมกันรักษามาตรฐานของการเลือกตั้งให้เป็นที่ยอมรับของสังคม เพื่อให้ผลการเลือกตั้งสะท้อนเจตจำนงของประชาชนอย่างแท้จริง

ทวี นั่งหัวโต๊ะขยับจุดยืน แย้ม ประชาชาติ เป็นได้ทั้งรัฐบาล-ฝ่ายค้าน

ทวี นั่งหัวโต๊ะขยับจุดยืน แย้ม ประชาชาติ เป็นได้ทั้งรัฐบาล-ฝ่ายค้าน

ทวี นั่งหัวโต๊ะขยับจุดยืน แย้ม ประชาชาติ เป็นได้ทั้งรัฐบาล-ฝ่ายค้าน

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 21.04 น.

“ทวี”นั่งประชุมหัวโต๊ะ แจ้ง กก.บห.-สส. “พรรคประชาชาติ”ยินดีทำงานในสภาทั้งบทบาทฝ่ายค้านและรัฐบาล คาดเจ้าตัวเปลี่ยนใจหลังทราบ”เพื่อไทย”โดดร่วมรัฐบาลแล้ว พร้อมมอบฝ่าย กม.ขยับตรวจสอบผลนับคะแนน เขต 3 ยะลา ระบุแม้แต่”ภท.”ยังขยับแล้ว

10 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคประชาชาติ ว่า เมื่อเวลา 15.00 น.ที่ผ่านมา พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ พร้อมด้วยกรรมการบริหารพรรคฯ ได้เดินทางเข้ามาที่ทำการพรรค ซึ่ง นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา เลขาธิการพรรคฯ ไม่ได้เข้าร่วมด้วย โดยเป็นการประชุม video conference ผ่านระบบ zoom เพื่อประชุมกับ สส.พรรค ที่ห้องประชุมชั้น 2 สำนักงานพรรคประชาชาติ ซอยเดชะตุงคะ 1 ถนนเดชะตุงคะ เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ

โดยในการประชุมดังกล่าว พ.ต.อ.ทวี ได้นั่งหัวโต๊ะที่ประชุมแจ้งให้กรรมการบริหารพรรค และ สส.พรรค ได้ทราบว่า พรรคประชาชาติพร้อมที่จะเป็นทั้งฝ่ายค้าน แต่ไม่เปิดประตูที่จะเข้าร่วมทำงานกับฝ่ายรัฐบาลเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ต้องขึ้นอยู่กับพรรคที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลจะยินดีทำงานร่วมกับพรรคประชาชาติหรือไม่ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่วานนี้ (9 ก.พ.) พ.ต.อ.ทวี ตัดสินใจว่าจะเป็นฝ่ายค้าน ภายหลังจากที่ผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งพรรคประชาชาติ ได้ สส.เขต 4 ที่นั่ง และ สส.บัญชีรายชื่อ 1 คน รวม สส.ทั้งหมด 5 คน ทั้งนี้ คาดว่าการเปลี่ยนแปลงการตัดสินใจที่จะทำงานในสภาฯ ได้ทั้งบทบาทของฝ่ายค้านหรือรัฐบาลก็ได้นั้น อาจเนื่องมาจากการที่พรรคเพื่อไทย (พท.) ได้ตัดสินใจที่จะเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ก็เป็นได้

พร้อมกันนี้ หัวหน้าพรรคประชาชาติ ยังได้แจ้งให้ลูกพรรคได้รับทราบเกี่ยวกับทางการดำเนินการตรวจสอบทุจริตผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ว่าพรรคการเมืองอื่นๆ ได้ขยับกันหมดแล้ว ทั้งพรรคเพื่อไทย , พรรคประชาชน (ปชน.) หรือแม้แต่พรรคภูมิใจไทย เอง ก็ยังมีการเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ในบางหน่วยเลือกตั้ง บางพื้นที่ ดังนั้น พรรคประชาชาติจึงสมควรที่จะต้องดำเนินการให้มีการตรวจสอบผลการนับคะแนนเลือกตั้ง เขต 3 ยะลา ด้วยเช่นกัน โดยให้เวลา 3 วัน ซึ่ง พ.ต.อ.ทวี ได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายของพรรคฯ ไปดำเนินการตรวจสอบผลการนับคะแนนและข้อร้องเรียนต่างๆ ที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งครั้งนี้แล้ว

– 006

กกต.ศรีสะเกษ สยบลือ เผยยังไม่มีการนับคะแนนเขต 6-7 ใหม่ ไร้ร้องเรียนผลเลือกตั้ง

กกต.ศรีสะเกษ สยบลือ เผยยังไม่มีการนับคะแนนเขต 6-7 ใหม่ ไร้ร้องเรียนผลเลือกตั้ง

กกต.ศรีสะเกษ สยบลือ เผยยังไม่มีการนับคะแนนเขต 6-7 ใหม่ ไร้ร้องเรียนผลเลือกตั้ง

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 20.44 น.

กกต.ศรีสะเกษ สยบลือ เผยยังไม่มีการนับคะแนนเขต 6-7 ใหม่ ไร้ร้องเรียนผลเลือกตั้ง 

เมื่อวันที่ 10 ก.พ.2569 เพจเฟซบุ๊ก “ศรีสะเกษนิวส์”  ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความ ระบุว่า “กกต.ศรีสะเกษ ยืนยันข่าวลือนับคะแนนใหม่เขต 6–7 ไม่เป็นความจริง

ขณะนี้ยังไม่มีการนับคะแนนใหม่และยังไม่มีการร้องเรียนผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ โดยผลคะแนนยังอยู่ระหว่างขั้นตอนตรวจสอบตามกระบวนการก่อนประกาศอย่างเป็นทางการ”

ขอบคุณภาพจาก : ศรีสะเกษนิวส์

ธนาธร จี้กกต.เปิดเผยใบบันทึกคะแนนทุกหน่วยเลือกตั้งทันที บี้ขอเหตุผล หากทำไม่ได้

ธนาธร จี้กกต.เปิดเผยใบบันทึกคะแนนทุกหน่วยเลือกตั้งทันที บี้ขอเหตุผล หากทำไม่ได้

ธนาธร จี้กกต.เปิดเผยใบบันทึกคะแนนทุกหน่วยเลือกตั้งทันที บี้ขอเหตุผล หากทำไม่ได้

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 20.29 น.

ธนาธร จี้กกต.เปิดเผยใบบันทึกคะแนนทุกหน่วยเลือกตั้งทันที บี้ขอเหตุผล หากทำไม่ได้

เมื่อวันที่ 10 ก.พ.2569 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ได้โพสต์ภาพ พร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “จากการเรียกร้องของคุณ พริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน ให้ กกต. เปิดเผยใบบันทึกคะแนน ทั้ง ส.ส.5/16, ส.ส.5/17, ส.ส.5/18 ทุกหน่วยทั่วประเทศทันที เพื่อพิสูจน์ความโปร่งใสในการนับคะแนนเลือกตั้ง

นี่คือหน้าตาของใบบันทึกคะแนนทั้ง 3 แบบ ผมเรียกร้องให้ กกต. เปิดเผยใบบันทึกคะแนนทั้งหมด ทุกหน่วยเลือกตั้งทันที หากทำไม่ได้ ผมขอเหตุผลว่าเป็นเพราะอะไร เพราะ กกต. ย่อมมีข้อมูลอยู่ในมือ
ไม่ใช่แค่ผม ประชาชนทั้งประเทศรอติดตามอยู่”

หนูลั่น!รอได้นับใหม่ ยัน รบ.รักษาการต่อ-ปัดเขี่ยกล้าธรรมพ้นขั้ว

หนูลั่น!รอได้นับใหม่ ยัน รบ.รักษาการต่อ-ปัดเขี่ยกล้าธรรมพ้นขั้ว

หนูลั่น!รอได้นับใหม่ ยัน รบ.รักษาการต่อ-ปัดเขี่ยกล้าธรรมพ้นขั้ว

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 19.33 น.

“อนุทิน”บอกรอได้หากต้องนับคะแนนใหม่ รัฐบาลก็รักษาการต่อ แต่ขอทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย-เป็นอำนาจ กกต. มองตั้งรัฐบาลช้าไม่เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม ลั่นตอนนี้มีในใจทุกสี บ่นสื่อชอบเสี้ยม หลังมีกระแสไม่เอา”กล้าธรรม”ร่วมรัฐบาล

10 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ จ.ปราจีนบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณีการชุมนุมเพื่อขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นับคะแนนการเลือกตั้งใหม่ทั่วประเทศ ว่า ขอให้เป็นไปตามกฎหมาย และเป็นดุลยพินิจของ กกต.หากทุกอย่างอยู่ภายใต้ขอบเขตกฎหมาย อยู่ภายใต้ดุลยพินิจของผู้มีอำนาจ รัฐบาลไม่มีสิทธิ์อะไรกับเรื่องนี้เลย

ส่วนถ้าหากมีการนับใหม่และกระทบกับพรรคภูมิใจไทยบางเขตนั้น นายอนุทิน ย้ำว่า เป็นเรื่องของ กกต. จะกระทบหรือไม่ พรรคภูมิใจไทยก็ต้องน้อมรับ การตัดสินใจของพี่น้องประชาชน ส่วนได้กำชับอะไรกับตำรวจให้ดูแลประชาชนที่ออกชุมนุมหรือไม่ นายอนุทิน ระบุเพียงว่า ขอให้เป็นไปตามกฎหมาย

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ขณะนี้ถึงเวลาที่บ้านเมืองต้องเร่งให้มีการจัดตั้งรัฐบาลโดยเร็ว แม้ว่าตอนนี้แกนนำจัดตั้งรัฐบาลอย่างเป็นพรรคภูมิใจไทย ก็มีความปรารถนาว่าจะจัดตั้งรัฐบาลให้ได้โดยเร็ว เพื่อจะบริหารราชการแผ่นดินด้วยความสมบูรณ์ แต่หากมีเหตุที่ทำให้เกิดความล่าช้ากับการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎร ประชาชนก็ไม่ได้สูญเสียอะไรมาก เนื่องจากรัฐบาลยังรักษาการณ์อยู่ ฉะนั้น สิ่งใดที่คิดว่าจะเป็นความสบายใจของผู้ที่ออกมาเรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ หาก กกต.จะพิจารณาภายใต้ดุลยพินิจของกฎหมายรัฐบาลก็ยินดี รอได้อยู่แล้ว ก็รักษาการไปเรื่อยๆ

ส่วนขณะนี้เดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลแล้วใช่หรือไม่ นายอนุทิน ย้ำว่า เป็นไปตามขั้นตอน ตอนนี้อยู่ระหว่างทำในสิ่งที่ทำได้ เช่น การเตรียมร่างแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ผู้สื่อข่าวถามว่า สีเขียวกับแดงมีในใจแล้วหรือยัง นายอนุทิน กล่าวว่า มีในใจทุกสี ผู้สื่อข่าวจึงถามย้ำว่า พรรคสีเขียวก็ระบุว่าไม่ได้มีอะไรขุ่นข้องหมองใจ หลังเกิดกระแสว่าจะไม่นำร่วมรัฐบาล นายอนุทิน กล่าวว่า ก็ไม่มี ผู้สื่อข่าวถามเสี้ยมกัน เมื่อถามย้ำว่า ได้เชิญแล้วหรือยัง นายอนุทิน กล่าวว่า ยังไม่รู้เลยว่าพรรคภูมิใจไทยมีกี่เสียงกันแน่ ทุกอย่างก็มีการประกาศรับรองก่อน หากไม่มีการร้องเรียนคงใช้เวลาไม่นาน ซึ่งจริงๆ แล้วหากใช้เวลานานไปก็ไม่เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม

พรรคส้ม จี้ กกต.นับใหม่ 18 เขต ชี้พิรุธพุ่ง-เปิดคลิปแฉอยุธยาซื้อเสียงชัด

พรรคส้ม จี้ กกต.นับใหม่ 18 เขต ชี้พิรุธพุ่ง-เปิดคลิปแฉอยุธยาซื้อเสียงชัด

พรรคส้ม จี้ กกต.นับใหม่ 18 เขต ชี้พิรุธพุ่ง-เปิดคลิปแฉอยุธยาซื้อเสียงชัด

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 18.48 น.

“พรรคส้ม”จี้ กกต.นับคะแนนใหม่ 18 เขต มีเหตุบ่งชี้ความผิดปกติระหว่างนับคะแนน เปิดคลิปอยุธยาเขต 2 บ่งชี้มีคนซื้อเสียงชัดเจน ชวนประชาชนร่วมแจ้งเบาะแสเหตุผิดปกติ ย้ำพรรคแพ้เลือกตั้งได้ แต่เลือกตั้งไม่สุจริตยอมไม่ได้

10 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ชั้น 7 อาคารอนาคตใหม่ พรรคประชาชน (ปชน.) นายกิตติชัย เตชะกุลวณิชย์ ผู้อำนวยการเลือกตั้งพรรคประชาชน และนายธีระ สุธีวรางกูร ทีมเฉพาะกิจตรวจสอบการนับคะแนนเลือกตั้ง ร่วมแถลงข่าวถึงกรณีความผิดปกติในการเลือกตั้งและการนับคะแนนการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 8 ก.พ.ในหลายๆ หน่วย พร้อมข้อเรียกร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ดำเนินการ

โดย นายกิตติชัย กล่าวว่า พรรคประชาชนขอเรียกร้องให้ กกต.สั่งการให้สำนักงาน กกต.ทุกจังหวัด เปิดเผยรายงานผลการนับคะแนนเลือกตั้งหน้าหน่วย หรือแบบ สส. 5/18 ทางเว็บไซต์ของสำนักงาน กกต.จังหวัด หรือเว็บไซต์ของทางสำนักงาน กกต.ว่าถูกต้องและตรงตามที่ได้มีการประกาศผลหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ทางผู้สมัครทั้ง 400 เขต กำลังติดตามในส่วนของผลการนับคะแนนอยู่ ว่าถูกต้องและตรงตามที่ได้มีการประกาศผลสำหรับการเลือกตั้งหรือไม่อย่างไร รวมถึงพี่น้องประชาชนทั่วประเทศขณะนี้ก็ได้มีการติดตามผลคะแนนของทางผู้สมัครอยู่ว่าถูกต้องหรือไม่อย่างไร จึงขอเรียกร้องให้ทางคณะกรรมการ กกต.ได้สั่งการไปยังสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งทุกจังหวัด ให้มีการเปิดเผยแบบ สส. 5/18

นายกิตติชัย กล่าวต่อว่า ขณะนี้ผู้สมัครของพรรคประชาชน ได้มีการยื่นหนังสือต่อสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัด รวมทั้งสิ้น 18 เขต เพื่อขอให้มีการสั่งการให้มีการนับคะแนนใหม่ ประกอบด้วย ขอนแก่น เขต 3, ลำปาง เขต 2, สุราษฎร์ธานี เขต 1, ชลบุรี เขต 1, มหาสารคาม เขต 1, นครราชสีมา เขต 13, ชัยนาท เขต 1, สมุทรปราการ เขต 6, ตาก เขต 1, สระบุรี เขต 1,  และมีเพิ่มเติมอีก 8 เขตที่เพิ่งได้ยื่นไป ประกอบด้วย เชียงใหม่ เขต 6, เชียงราย เขต 6, นครราชสีมา เขต 2 และสุพรรณบุรี ยกจังหวัดทั้ง 5 เขต ดังนั้น ขณะนี้พรรคประชาชนได้รวบรวมข้อมูลทั้งหมดและยื่นเรื่องไปที่ กกต.แล้ว 18 เขตทั่วประเทศ และหลังจากนี้ทางผู้สมัครของพรรคประชาชนจะมีการยื่นเพิ่มเติมอีก

นายกิตติชัย กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของพรรคประชาชนเองได้มีการเปิดเว็บไซต์ https://ppleth.ai/issue69 เพื่อรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนและแจ้งเบาะแส ไม่ว่าจะเป็นการทุจริตในการหาเสียงเลือกตั้ง การปฎิบัติหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วยว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ไหนอย่างไรบ้าง รวมถึงหลักฐาน โดยเป็นการทำงานร่วมกับเว็บไซต์ vote62 ในการรับข้อมูล และยังมีทีมกฎหมายของพรรคในการร่วมพิจารณายื่นคำร้องไปยังคณะกรรมการ กกต. โดยในเว็บไซต์นี้ ประชาชนจะสามารถติดตามสถานะเรื่องร้องเรียนของตัวเองได้ที่เว็บไซต์นี้ https://report69.pplethai.org ว่า อยู่ระหว่างการดำเนินการหรือดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว หากประชาชนมีเบาะแสในเรื่องร้องเรียน ไม่ว่าจะเป็นการทำหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วย หรือการซื้อเสียง หรือการทำให้การเลือกตั้งไม่เกิดความสุจริตและเที่ยงธรรม สามารถที่จะแจ้งผ่านทางเว็บไซต์นี้ได้ด้วยเช่นเดียวกัน

“จากหลักฐานที่พรรคได้รับมา ค่อนข้างชัดเจนว่าหลายกรณีเกิดเหตุทุจริตจากการเลือกตั้งขึ้นจริง พรรคประชาชนจึงขอเรียกร้องไปยังคณะกรรมการ กกต.ขอให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต โปร่งใส และเที่ยงธรรมจริงๆ มิฉะนั้นอาจถูกดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่” นายกิตติชัย กล่าว

ด้าน นายธีระ กล่าวว่า ตามที่ปรากฏต่อสื่อมวลชน พบว่ามีข้อเท็จจริงจำนวนมากที่แสดงให้เห็นว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ อาจมีกรณีที่ไม่สุจริตเที่ยงธรรมไม่น้อย ในฐานะที่พรรคประชาชนเป็นพรรคการเมืองซึ่งลงสู่สนามการเลือกตั้ง มีความจำเป็นต้องตรวจสอบเรื่องนี้คู่ขนานไปกับการทำหน้าที่ของ กกต.

นายธีระ กล่าวถึงกรณีของจังหวัดชลบุรี เขต 1 ที่ปรากฏเป็นข่าวมาตั้งแต่เมื่อวาน (9 ก.พ.) ที่ประชาชนมีการเรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ ซึ่งเมื่อบ่ายวันนี้ ทางคณะกรรมการ กกต.ได้มีมติให้ กกต.จังหวัดชลบุรี รวบรวมข้อเท็จจริงทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ภายใน 2 วัน หลังจากนั้นจึงส่งข้อมูลนี้ให้ทางคณะกรรมการ กกต.พิจารณาว่าจะใช้ดุลพินิจสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่หรือไม่อย่างไร

นายธีระ กล่าวต่อไปว่า จากข้อเท็จจริงที่ปรากฏในเขต 1 จังหวัดชลบุรี มีความน่าสงสัยอยู่หลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไฟดับขณะที่มีการนับคะแนน แต่พัดลมยังทำงานอยู่ ผลคะแนนก็มีความไม่เท่ากัน ยิ่งไปกว่านั้น หีบบัตรเลือกตั้งยังไม่มีสายรัดหีบ ซึ่งแสดงข้อพิรุธบางอย่าง และใบประกาศผลคะแนน แทนที่จะอยู่กับหีบบัตรเลือกตั้ง กลับถูกทิ้งในถังขยะ  ในแง่การประเมินพยานหลักฐาน นับว่ามีความชัดเจนเพียงพอ อันมีเหตุที่เชื่อได้ จึงควรจะมีการสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ได้ตั้งแต่วันนี้ แต่คณะกรรมการ กกต.กลับใช้ดุลยพินิจให้ กกต.จังหวัดชลบุรี รวบรวมข้อเท็จจริง 2 วันก่อน ที่จะมีการสั่งว่าจะมีการสั่งให้นับคะแนนใหม่หรือไม่อย่างไร

นายธีระ กล่าวต่อไปว่า การเลือกตั้งไม่ว่าจะเป็นจังหวัดชลบุรี หรือเขตไหน พรรคประชาชนต้องการให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม การที่ประชาชนไปรวมตัวกันบริเวณที่เก็บบัตรเลือกตั้ง ก็เพื่อต้องการให้สะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชน ในการกาบัตรเลือกตั้งที่สะท้อนออกมาอย่างแท้จริง ไม่ใช่ว่ามีการเปลี่ยนหีบบัตร หรือไปทำให้บัตรเสีย ตนขอขอบคุณในความกล้าหาญของประชาชนที่ช่วยกันรักษาให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรม ท่านอาจต้องอยู่บริเวณนั้นสัก 1 – 2 วัน ถ้าทำได้ โดยผู้สมัครของพรรคก็จะไปร่วมอยู่ตรงนั้นด้วย เพื่อร่วมสังเกตการณ์ว่าในอีก 2 วันถัดไป ทาง คณะกรรมการ กกต.จะมีความเห็นประการใด

“จากข้อเท็จจริงที่ปรากฏอยู่แล้วในขณะนี้ น่าจะเป็นพยานหลักฐานที่เพียงพอ ที่จะสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ได้ แต่เนื่องจาก กกต.ใช้ดุลยพินิจเช่นนั้น ก็ต้องว่าไปตามดุลยพินิจของ กกต.แต่ผมขอตั้งข้อสังเกตให้ประชาชนได้ทราบว่า ไม่ว่าอย่างไรหีบเลือกตั้งในจังหวัดชลบุรีจะต้องไม่ถูกเคลื่อนย้าย เปลี่ยนแปลงไป หรือทำให้กลายเป็นสภาพอย่างอื่น ประชาชนกับทางพรรค จะร่วมจับตาดูอย่างใกล้ชิดต่อไป”

นายธีระ กล่าวต่อไปว่า สำหรับกรณีของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไม่ใช่เป็นเรื่องขอให้มีการนับคะแนนใหม่ แต่เป็นเรื่องที่มีการตรวจสอบพบว่าการเลือกตั้งในเขต 2 ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อาจเกิดความไม่สุจริตเที่ยงธรรม พรรคประชาชนได้รับคลิปที่ประชาชนส่งมา(เปิดให้สื่อดูด้วย)ที่บ่งชี้ว่ามีผู้สมัครได้พูดคุยกับประชาชนในลักษณะที่เป็นการซื้อเสียง ซึ่งหากเป็นความจริง คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอำนาจที่จะไม่ประกาศผลการเลือกตั้ง และสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ได้ นอกจากนั้น อาจจะมีการระงับสิทธิในการลงสมัครรับเลือกตั้งของผู้สมัครที่กระทำผิดกฏหมายได้

“ข้อเท็จจริงตามคลิปนี้ เป็นหลักฐานที่ทางพรรคจะได้ยื่นไปทาง กกต.เพื่อให้พิจารณาว่าเข้าข่ายกรณีทำให้เกิดการเลือกตั้งที่ไม่สุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่ และพิจารณาว่าจะสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ และเพิกถอนสิทธิรับสมัครเลือกตั้งของผู้สมัคร ที่มีส่วนร่วมกับการทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่”

นายธีระ กล่าวต่อว่า ไม่ใช่เฉพาะในสองกรณีข้างต้นนี้เท่านั้น ที่ทำให้การเลือกตั้งในครั้งนี้ถูกตั้งข้อสงสัย และมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า การเลือกตั้งในหลายจังหวัดและหลายเขตไม่ได้เป็นไปอย่างสุจริตเที่ยงธรรม ไม่มีความโปร่งใส ไม่มีความชัดเจน มีข้อน่าสังเกตหลายประการ เรื่องนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องพรรคพ่ายแพ้จากการเลือกตั้งแล้วมาตีรวน แต่การเลือกตั้งแต่ละครั้งประชาชนเลือกเพื่อให้ได้รัฐบาลที่มีความชอบธรรมในการบริหารประเทศ หากพรรคการเมืองไหน หรือผู้สมัครรายใด ที่ต่อไปจะไปจัดตั้งรัฐบาลมาจากการเลือกตั้งที่ไม่สุจริตเที่ยงธรรม รัฐบาลที่ได้ก็จะเป็นรัฐบาลที่ไม่มีความชอบธรรม ไม่ว่าจะอย่างไร พรรคประชาชนจะทำงานคู่ขนานกันไปกับประชาชนในการตรวจสอบการเลือกตั้งให้เป็นไปอย่างสุจริตธรรมต่อไป

“ไม่ใช่ว่าพรรคประชาชนแพ้ไม่ได้ แต่พรรคประชาชนยอมไม่ได้ที่จะปล่อยให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างไม่สุจริต” นานธีระ กล่าว

สุรเดช กระทุ้ง กกต.ปรับตัวใหม่ ไม่อยู่ภายใต้อาณัติใคร หลังถูกวิจารณ์หนัก

สุรเดช กระทุ้ง กกต.ปรับตัวใหม่ ไม่อยู่ภายใต้อาณัติใคร หลังถูกวิจารณ์หนัก

สุรเดช กระทุ้ง กกต.ปรับตัวใหม่ ไม่อยู่ภายใต้อาณัติใคร หลังถูกวิจารณ์หนัก

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 18.16 น.

“สุรเดช”กระทุ้ง กกต.ปรับตัวใหม่ ไม่อยู่ภายใต้อาณัติใคร หลังถูกวิจารณ์หนัก จัดการเลือกตั้งผิดพลาดหลายจุด ย้ำกล้าแจก”ใบเหลือง-ใบแดง”คัดคนดีเข้าสภา อย่าปล่อย”คนชั่ว-นักการเมืองสีเทา”เข้ามา ออกกฎหมายเอื้อประโยชน์ตัวเอง-พวกพ้อง ทำประเทศติดหล่ม ชี้วางตัวไม่เป็นกลาง อาจเจอร้อง ม.157

10 กุมภาพันธ์ 2569 นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ นักการเมืองอิสระ อดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ อดีต สส.และอดีต สว.ที่มาจากการเลือกตั้ง ให้สัมภาษณ์ภายหลังการเลือกตั้งที่เสร็จสิ้นไปแล้วโดยมีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่เกิดความผิดพลาดในหลายจุด ว่า ครั้งนี้ต้องยอมรับจริงๆว่ามีความผิดพลาดมากจริง ซึ่งส่วนตัวเห็นว่า กกต.ต้องปรับปรุงการทำงานให้มากกว่านี้ ที่สำคัญคือเรื่องของการทุจริตคอรัปชั่นหรือการซื้อสิทธิ์ขายเสียงจะต้องตรวจสอบให้เข้มข้นและต้องนำคนกระทำความผิดมาลงโทษให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นคนซื้อหรือคนขาย เราทราบกันดีว่า การซื้อสิทธิ์ขายเสียงในบ้านเรามีมานานแล้ว ซึ่ง กกต.ในอดีต อย่างช่วงปี 2543 ที่มีกรรมการ กกต.อย่าง นายยุวรัตน์ กมลเวชช , นายโคทม อารียา หรือ สวัสดิ์ โชติพานิช ซึ่งการทำงานของ กกต.ยุคนั้นมีความเข้มข้นมาก กว่าจะประกาศรับรองได้ใช้เวลาหลายสัปดาห์ มีการออกใบเหลือง-ใบแดงจำนวนมาก จึงอยากให้ กกต.ปัจจุบันยึดถือการทำงานเหมือน กกต.ในอดีต ต้องศึกษาการทำหน้าที่ในอดีต เพื่อมาปรับปรุงในปัจจุบัน

“กกต.ถือเป็นด่านสำคัญในการคัดกรองคนดีที่จะเข้ามาบริหารบ้านเมือง ถ้าปล่อยให้มีการซื้อเสียงทุจริตคอรัปชั่นก็จะทำให้ในสภามีแต่สีเทา และนักการเมืองก็จะเป็นนักการเมืองสีเทาที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้องมากกว่าประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ดังนั้น จึงอยากฝากไปถึง กกต.อย่าปล่อยผ่านคนที่ทุจริตซื้อสิทธิ์ขายเสียง และหากยังไม่มั่นใจ ก็ยังไม่ควรประกาศรับรอง สส.เพราะหากรับรองไปแล้วและมาสอยทีหลังก็จะยุ่งยาก โดยเฉพาะเมื่อ สส.เข้าไปทำหน้าที่ในสภาแล้ว ซึ่งจะต้องโหวตกฎหมายต่างๆ และหากถูกสอยทีหลังก็จะต้องมายื่นร้องหรือตีความกันอีกว่าสิ่งที่ สส.ให้ความเห็นชอบหรือรับรองไปนั้นถือเป็นโมฆะหรือไม่ ดังนั้น กกต.จะต้องตระหนักเรื่องนี้และให้ถือเป็นเรื่องสำคัญแม้ว่าจะต้องเสียเวลามากก็ตาม”

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะไม่ทำให้เสียเวลารัฐบาลที่จะเข้ามาบริหารประเทศใช่หรือไม่ โดยเฉพาะเรื่องการแก้ปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ นายสุรเดช กล่าวว่า แต่ถ้าเราปล่อยให้คนไม่ดีเข้ามาในรัฐสภา มาเป็นรัฐมนตรีอยู่ในรัฐบาล อะไรจะเกิดขึ้นกับประเทศชาติ เราเคยคิดตรงนี้กันหรือไม่ โดยเฉพาะถ้าคนๆ นั้นเป็นพวกสแกมเมอร์ แล้วเข้ามาในสภา หรือเป็นรัฐมนตรีแล้ว อะไรจะเกิดขึ้นกับประเทศชาติ และถ้าเป็นอย่างนี้ใครจะรับผิดชอบ ดังนั้น เมื่อ กกต.เป็นหน่วยงานที่สำคัญที่สุดในการดูแลการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ก็ต้องทำงานให้เต็มที่เพราะถือเป็นกลไกสำคัญที่จะทำให้ประชาธิปไตยเบ่งงานมากที่สุด ในการที่จะพัฒนาชาติบ้านเมืองและพัฒนาคุณภาพชีวิตของ ประชาชนคนไทยทั้งประเทศ การทำงานของ กกต.ต้องทำให้เร็วที่สุด เพราะมีทั้งบุคลากรและงบประมาณจำนวนมาก หากพบการทุจริตก็ควรแจกใบเหลืองหรือใบแดงเลย และคิดว่าใช้เวลาไม่นาน เพียงแต่ต้องเร่งทำงานให้เร็วขึ้น แล้วประกาศการเลือกตั้งใหม่

“ความจริงเสียเวลา ยังดีกว่าการปล่อยให้คนไม่ดีเข้าสภา แล้วมาออกกฎหมายที่อาจจะเอื้อประโยชน์ให้กับตัวเองหรือพวกพ้อง แต่ไม่มีประโยชน์อะไรกับประชาชนเลย ถ้าเข้ามาแบบไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก็เหมือนกับปล่อยให้โจรเข้าสภา ซึ่งน่าเป็นห่วง และตอนนี้สังคมกำลังจับตา กกต.อยู่ว่าจะทำงานด้วยความสุจริต ยุติธรรม หรือไม่ จึงอยากเตือนว่า กกต.ทั้ง 7 คนว่า เมื่อมีโอกาสเข้ามาทำงานรับใช้ประเทศชาติ ประชาชน ก็ควรจะทำหน้าที่ของตัวเองให้เต็มที่ วางตัวเป็นกลางที่สุด เพราะพวกท่านสามารถชี้เป็นชี้ตาย สส.หรือคนที่จะเข้ามาเป็นตัวแทนประชาชนได้ จึงต้องยึดความถูกต้อง ความเป็นธรรม สุจริตให้มากที่สุด หาก กกต.ยังทำงานแบบนี้ ผมคิดว่าอาจจะมีปัญหาเจอคนร้องเรียนผิดตามมาตรา 157 แน่ ดังนั้น จึงอยากให้ กกต.ทำหน้าที่ของตัวเองให้เต็มที่เพื่อประโยชน์ของชาติและประชาชน ไม่อยู่ภายใต้อาณัติใคร เมื่อ กกต.มีโอกาสมานั่งตรงนี้มากกว่าคนอื่น ก็ควรจะภาคภูมิใจ ดังนั้น ก็ควรจะทำหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้บริสุทธิ์ยุติธรรม การซื้อสิทธิขายเสียงแม้ว่าจะไม่สามารถแก้ปัญหาให้หมดไปได้ เพราะอยู่คู่กับประเทศไทยเรามานานแล้ว แต่ก็ขอให้มีให้น้อยที่สุดก็แล้วกัน”

ธรรมนัสอย่างเอา ท้าพวกข้องใจนับใหม่ได้ทุกเมื่อ พร้อมเสมอ

ธรรมนัสอย่างเอา ท้าพวกข้องใจนับใหม่ได้ทุกเมื่อ พร้อมเสมอ

ธรรมนัสอย่างเอา ท้าพวกข้องใจนับใหม่ได้ทุกเมื่อ พร้อมเสมอ

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.58 น.

10 กุมภาพันธ์ 2569 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) โพสต์ข้อความสั้นๆ ผ่านเฟซบุ๊ก ถึงกรณีที่สังคมมีการวิพากษ์วิจารณ์การนับคะแนนการเลือกตั้ง สส.ในพื้นที่ จ.พะเยา และกระแสเรียกร้องให้มีการนับคะแนนการเลือกตั้งใหม่อีกครั้งทั่วประเทศ โดยระบุว่า “ข้องใจ นับใหม่ได้ครับ พร้อมเสมอ”

จากนั้นได้มีบรรดาแฟนคลับเข้ามาคอมเมนต์มากมาย อาทิ สุชาติ ชมกลิ่น คนจริงต้องแบบนี้ ทำมากกว่าพืดดด , เพราะท่านรู้ดี ว่ายังไงก็ไม่นับหรอก , นี่มันต้องกล้าแบบนี้ นักเลงตัวจริง ท่านครับ เป็นไปได้มั้ยที่จะตั้ง รบ. เป็น ไฟจราจร , พี่นัสคะ สนใจสูตร ส้ม+แดง+เขียว รัฐบาลไฟจราจรมั๊ยคะ ? , ถ้าข้องใจเลือก ตั้ง ใหม่ได้ไหมครับ พอดีช่วงนี้ช็อต เป็นต้น

เปิดเกณฑ์นับคะแนนใหม่ ทนายบอนเผยต้องทักท้วงทันที

เปิดเกณฑ์นับคะแนนใหม่ ทนายบอนเผยต้องทักท้วงทันที

เปิดเกณฑ์นับคะแนนใหม่ ทนายบอนเผยต้องทักท้วงทันที

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.29 น.

“ทนายบอน” เปิดเกณฑ์นับคะแนนใหม่ ต้องทักท้วงทันที ถ้าไม่เห็นด้วยกับการวินิจฉัยของ กปน. ต้องเขียน “ข้อทักท้วง” หากไม่ทักท้วงถือว่าไม่มีปัญหา

เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ นายณัฐนันท์ กัลยาศิริ หรือ ทนายบอน นักกฎหมาย ผู้สมัคร สส.เขต 16 พรรคภูมิใจไทย ได้โพสต์เฟซบุ๊กกรณีพรรคประชาชนร้องให้กกต.นับคะแนนใหม่ 10 เขตว่า ตามปกติการนับคะแนนเลือกตั้ง ต้องกระทำโดยเปิดเผย ต่อหน้าประชาชน สื่อมวลชน

พรรคการเมืองและผู้สมัครมีสิทธิส่งผู้สังเกตการณ์ของตนเองไปประจำหน่วยเลือกตั้งได้ และโดยปกติพรรคการเมืองหรือผู้สมัคร ต้องอบรมผู้สังเกตการณ์ของตนเอง ว่านับคะแนนแบบไหนผิดกฎหมาย หากพบความผิดปกติต้องทักท้วงอย่างไร

นอกจากนั้นยังมีหัวคะแนนธรรรมชาติ ที่ทำหน้าที่รักษาผลประโยชน์ให้กับผู้สมัครหรือพรรคการเมืองที่ตนรักคอยสังเกตอยู่ แถมทุกวันนี้ทุกคนมีมือถือพร้อมถ่ายคลิป ลงสื่อโซเชี่ยลตลอดเวลา

ในการนับคะแนน การเปิดบัตรเลือกตั้ง การขานคะแนน การเขียนคะแนนลงกระดาน ทำทีละคะแนน อย่างค่อยเป็นค่อยไป ดังนั้น ทุกคะแนนที่ไม่ถูกต้องจึงจะต้องถูกทักท้วงทันที … ถ้าไม่มีคนทักท้วงเลยต้องถือว่าคะแนนนั้นถูกต้อง สมบูรณ์

เมื่อมีการทักท้วง “กปน” กรรมการประจำหน่วย จะเป็นผู้วินิจฉัย ท่ามกลางประชาชนทุกคน ส่วนใหญ่จบที่ขั้นตอนนี้

ถ้า กปน. วินิจฉัยแล้วผู้ทักท้วงไม่เห็นด้วย มีสิทธิ “เขียนข้อทักท้วง” ตามแบบฟอร์ม กกต. ได้

หรือกรณีอื่นๆ ที่ผิดปกติ ประชาชนหรือผู้สังเกตการณ์ก็สามารถเขียนข้อทักท้วงได้

ประเด็น คือ “ข้อทักท้วงในแบบฟอร์ม” นี่แหละที่เป็นกุญแจ เปิดประตูสู่การ “นับคะแนนใหม่” ตามที่กฎหมายกำหนด
เพราะถือว่า ทุกคะแนนทักท้วงได้ และต้องทักท้วงทันที หากไม่มีการทักท้วงไว้ตามแบบฟอร์มย่อมหมายความว่า “ทุกคะแนน” ที่นับต่อหน้าประชาชน นั้น ไม่มึปัญหา

การไม่ทักท้วงแต่ละคะแนนไว้ แล้วมาโวยวายทีหลังเมื่อทราบว่าหีบนั้น กระดานนั้นเราแพ้เลือกตั้ง ย่อมผิดปกติ ดังนั้น กกต. จึงมักจะไม่อนุญาตให้มีการนับคะแนนใหม่ หากไม่มีการทักท้วงไว้
เพราะหากอนุญาตให้นับคะแนนใหม่ได้ ทุกหีบ ทุกกระดาน โดยระหว่างการนับคะแนนโดยเปิดเผย ไม่มีการทักท้วงไว้ ก็คงวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น แพ้ขอนับใหม่ แพ้ขอนับใหม่อยู่ร่ำไป

การจะนับคะแนนใหม่จึงมีกติกา มีกฎหมาย และมีเหตุผลรองรับกฎกติกานั้นอยู่ในระดับหนึ่ง

โพสต์นี้พูดถึงหลักเกณฑ์การนับคะแนนใหม่ โดยทั่วไป ส่วนกรณีอื่นๆ หากมึการเปลี่ยนหีบ เปลี่ยนกระดาษเขียนคะแนน ไฟดับ หากมีจริงก็เป็นอีกเรื่องนึง ที่จะต้องสืบสวนสอบสวนกันครับ