นมตรามะลิ x เลอแปง เปิดตัวนมข้นหวานโปรตีน Lactose Free แบบซอง 20 กรัม จับคู่ขนมปังเลอแปง เติมความอร่อยและโปรตีนได้ง่ายในทุกวัน ที่ 7-Eleven

17 กันยายน 2569 เวลา 12:28 น.

“นมตรามะลิ” เดินหน้าสานต่อแนวคิด “Where Flavour Meets Innovation” จับมือ “เลอแปง” แบรนด์ขนมปังที่ผู้บริโภคคุ้นเคย สร้างประสบการณ์ใหม่ของการเติมความอร่อยและโปรตีนให้เข้ากับชีวิตประจำวัน ผ่านผลิตภัณฑ์นมข้นหวาน และผลิตภัณฑ์นมข้นหวานโปรตีนปราศจากแลคโตส ตรามะลิ ในรูปแบบซอง (Sachet) ขนาด 20 กรัม ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความสะดวกในการพกพาและรับประทาน สามารถจับคู่กับขนมปังเลอแปงได้ง่ายในหลากหลายช่วงเวลา พร้อมวางจำหน่ายแล้วที่ 7-Eleven ทุกสาขา ภายใต้แนวคิด อร่อยครบ จบหนึ่งมื้อ

ความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ไม่ได้มอง “โปรตีน” เป็นเรื่องของอาหารเพื่อสุขภาพเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มมองหาวิธีเติมโปรตีนที่สามารถเข้ากับกิจวัตรประจำวันได้อย่างเป็นธรรมชาติ ขณะเดียวกัน ความสะดวกในการรับประทานและการเข้าถึงสินค้าก็มีบทบาทสำคัญมากขึ้น

มะลิจึงนำความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมผลิตภัณฑ์มาต่อยอดจากรูปแบบเดิม สู่ Sachet ขนาด 20 กรัม ที่มีขนาดกะทัดรัด หยิบ พก และใช้งานได้ง่าย ช่วยเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคนำไปจับคู่กับอาหารและเมนูที่ชื่นชอบได้หลากหลาย โดยเฉพาะการรับประทานคู่กับขนมปังเลอแปง ซึ่งสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายผ่านช่องทาง 7-Eleven

การจับมือกันของสองแบรนด์จึงไม่ใช่เพียงการนำผลิตภัณฑ์มารับประทานคู่กัน แต่เป็นการนำจุดแข็งของ Flavour × Innovation × Convenience มาสร้างเป็นประสบการณ์ใหม่ ให้การเติมความอร่อยและโปรตีนสามารถเกิดขึ้นได้ง่ายในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่มื้อเช้า มื้อว่าง ไปจนถึงช่วงเวลาที่ต้องการความอร่อยระหว่างวัน

พิชญ์-พิชญเทพ ยุกตะเสวี รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท อุตสาหกรรมนมไทย จำกัด เจ้าของแบรนด์นมตรามะลิ กล่าวว่า มะลิมองว่านวัตกรรมที่ดีต้องสามารถเข้าไปอยู่ในชีวิตของผู้บริโภคได้จริง เราจึงไม่ได้มองเพียงเรื่องการพัฒนาผลิตภัณฑ์ แต่ให้ความสำคัญกับรูปแบบและประสบการณ์การบริโภคด้วย การพัฒนานมข้นหวานในรูปแบบ Sachet 20 กรัม เป็นการเพิ่มความสะดวกให้ผู้บริโภคสามารถพกพาและนำไปจับคู่กับเมนูที่ตัวเองชื่นชอบได้ง่ายยิ่งขึ้น และการร่วมมือกับเลอแปงในครั้งนี้ก็เป็นอีกก้าวสำคัญในการนำความอร่อยและความสะดวกเข้าไปอยู่ใกล้ผู้บริโภคมากขึ้น

ด้าน ธีรพันธุ์ ลักษณาภิรมย์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานการขายและการตลาด บริษัท ซีพีแรม จำกัด กล่าวว่า

เลอแปงให้ความสำคัญกับการนำเสนอผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวันของผู้บริโภค การร่วมมือกับมะลิในครั้งนี้จึงเป็นการนำความแข็งแรงของทั้งสองแบรนด์มาสร้างเป็นประสบการณ์ใหม่ โดยเฉพาะการนำนมข้นหวานมาอยู่ในรูปแบบ Sachet ที่สะดวกและสามารถรับประทานคู่กับขนมปังเลอแปงได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นนมข้นหวาน สูตรออริจินัล คู่กับ ขนมปังแซนด์วิช หรือ นมข้นหวานโปรตีน ปราศจากแลคโตส คู่กับ ขนมปังโฮลวี ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่ต้องการทั้งความสะดวก ความอร่อย และทางเลือกด้านโภชนาการในแต่ละวัน

สำหรับ ผลิตภัณฑ์นมข้นหวาน และนมข้นหวานโปรตีนปราศจากแลคโตส ตรามะลิ รูปแบบ Sachet ขนาด 20 กรัม ถือเป็นอีกหนึ่งการต่อยอดด้านนวัตกรรมที่ออกแบบโดยคำนึงถึง “ความสะดวก” เป็นสำคัญ จากผลิตภัณฑ์ในรูปแบบเดิมสู่ซองขนาดกะทัดรัดที่สามารถหยิบ พก และใช้งานได้ง่าย เหมาะสำหรับหลากหลาย Everyday Occasion ไม่ว่าจะเป็นมื้อเช้า มื้อว่าง หรือช่วงเวลาที่ต้องการเติมความอร่อยระหว่างวัน

การผนึกกำลังระหว่าง นมตรามะลิ x เลอแปง จึงเป็นอีกก้าวของการนำ Flavour × Innovation × Convenience มาสร้างเป็น “Everyday Protein Experience” ที่ทำให้การเติมความอร่อยและโปรตีนเป็นเรื่องง่าย เข้าถึงได้ และสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกวัน ผ่านช่องทางที่ผู้บริโภคคุ้นเคยอย่าง 7-Eleven  เพื่อให้ทุกคนสามารถสร้างสรรค์มื้ออร่อยในแบบของตัวเอง ภายใต้แนวคิด อร่อยครบ จบหนึ่งมื้อ

DARIO VITALE รับตำแหน่ง Creative Director EMPORIO ARMANI และ GIORGIO ARMANI ACCESSORIES

17 กันยายน 2569 เวลา 09:35 น.

Armani Group ประกาศแต่งตั้ง Dario Vitale ดำรงตำแหน่ง Creative Director ของ Emporio Armani และ Giorgio Armani Accessories โดยนับเป็นบุคคลแรกนอกตระกูล Armani ที่เข้ารับตำแหน่งนี้

ตลอดเส้นทางการทำงานในวงการแฟชั่น Dario Vitale สั่งสมประสบการณ์จากการร่วมงานกับบริษัทชั้นนำ พร้อมพัฒนาความเข้าใจและความละเอียดอ่อนด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ คุณภาพ การรักษาอัตลักษณ์ของแบรนด์ และความร่วมสมัย

การร่วมงานกันในครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของบทใหม่ในประวัติศาสตร์แบรนด์ พร้อมต่อยอดเอกลักษณ์ของแบรนด์ผ่านมุมมองใหม่ เสริมความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างด้านความคิดสร้างสรรค์ของ Armani Group และสนับสนุนการพัฒนาแบรนด์ โดยยังคงเคารพวิสัยทัศน์ด้านความงามที่เป็นเอกลักษณ์ของ Giorgio Armani มาโดยตลอด

Dario Vitale กล่าวว่า “ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับหน้าที่ดูแลทั้ง Emporio Armani และ Giorgio Armani และรู้สึกขอบคุณ Silvana และ Leo เป็นอย่างมากที่เปิดต้อนรับผมเข้าสู่โลกของพวกเขา Armani มีมรดกอันทรงคุณค่าและภาษาการออกแบบที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร ซึ่งเป็นมรดกที่สั่งสมมายาวนานหลายทศวรรษและมีบทบาทสำคัญในการกำหนดประวัติศาสตร์แฟชั่น ผมพร้อมก้าวเข้าสู่บทบาทนี้ด้วยความรับผิดชอบและความตื่นเต้น เพื่อสานต่อรากฐานอันมั่งคั่งและร่วมกันสร้างสรรค์บทใหม่ให้กับแบรนด์”

Silvana Armani – Head of Womenswear Design และ Leo Dell’Orco – Head of Menswear Design of the Armani Group กล่าวว่า “Emporio Armani เป็นมากกว่าแฟชั่น เพราะเป็นแบรนด์ที่เราผูกพันอย่างลึกซึ้งและได้ร่วมเดินทางมาตั้งแต่จุดเริ่มต้น Emporio ถือกำเนิดขึ้นในฐานะพื้นที่แห่งอิสระ การทดลอง และพลังสร้างสรรค์ เราเชื่อมั่นว่าการเข้าร่วมทีมของ Dario ซึ่งเป็นดีไซเนอร์ที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ จะช่วยถ่ายทอดจิตวิญญาณของแบรนด์ได้อย่างเคารพและจริงใจ”

Giuseppe Marsocci – CEO and Managing Director of the Armani Group  กล่าวว่า “การแต่งตั้ง Dario Vitale ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของ Armani Group เป็นการตัดสินใจที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับความคิดสร้างสรรค์ และยืนยันความมุ่งมั่นของเราในการมองไปข้างหน้า พร้อมเดินหน้าพัฒนาองค์กรโดยยังคงยึดมั่นในคุณค่าและวิสัยทัศน์ของ Giorgio Armani Emporio Armani เป็นแบรนด์ที่มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์สำหรับเราและพันธมิตรทั่วโลก ขณะที่ Giorgio Armani Accessories ก็เป็นโอกาสสำคัญในการเติบโต เรามองไปยังบทใหม่นี้ด้วยความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยม”

“คู่แท้สเต็มเซลล์” ความหวัง 1 ใน 10,000 จากคนแปลกหน้า

16 กันยายน 2569 เวลา 17:30 น.

สำหรับผู้ป่วยโรคเลือดที่ได้รับข่าวดีว่า “ยังมีทางรักษาด้วยการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์” แต่ข่าวดีนั้นกลับมาพร้อมกับคำถามที่ผุดขึ้นมาทันทีว่า “แล้วสเต็มเซลล์นั้นจะมาจากใคร?” เพราะการปลูกถ่ายไม่สามารถรับจากใครก็ได้ ต้องเป็นคนที่มีเซลล์ที่เข้ากันได้เท่านั้น และโอกาสที่จะพบผู้ที่เข้ากันได้นั้นอาจยากถึง 1 ใน 10,000 คน แม้เป็นพี่น้องจากพ่อแม่เดียวกัน ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถบริจาคให้กันได้เสมอไป ยิ่งต้องตามหาจากคนที่ไม่ใช่เครือญาติแล้ว โอกาสพบผู้ที่เข้ากันได้นั้นก็ลดลง สำหรับผู้ป่วยคนหนึ่งตัวเลขนี้คือความหวังว่าจะมีใครสักคนที่ทำให้การรักษาเดินหน้าต่อไปได้

ธีรภัทร ภาณุวงศกร

ธีรภัทร ภาณุวงศกร เป็นหนึ่งในคนที่เคยรอคอย “คู่แท้สเต็มเซลล์” เล่าว่า “ตอนนั้นไปตรวจเพราะเหนื่อยง่าย ตัวซีด และเหงื่อออก และผลตรวจเลือดกลับพบความผิดปกติมาก ผมก็ได้คำตอบว่าเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลัน จากนั้นหมอได้พูดถึงการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ที่เป็นอีกทางเลือก หากต้องการหายขาดจากโรคหรือลดความเสี่ยงที่โรคจะกลับมา ก็เลยคิดว่าจะตัดสินใจทำครับ

เริ่มต้นคุณหมอจะหาจากคนในครอบครัวก่อน พี่น้องทุกคนก็มาเข้ารับการตรวจ เพื่อดูว่าใครสามารถเป็นผู้บริจาคได้ แต่ไม่มีเลย การค้นหาจึงต้องขยายออกจากคนในครอบครัว ไปยังอาสาสมัครที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ผ่านฐานข้อมูลผู้บริจาคสเต็มเซลล์ของ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย

รศ.นพ.กฤษฎา วุฒิการณ์

รศ.นพ.กฤษฎา วุฒิการณ์ แพทย์สาขาวิชาโลหิตวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้อธิบายเพิ่มถึงสิ่งที่แพทย์ใช้พิจารณาความเข้ากันได้ระหว่างผู้ให้กับผู้รับ เรียกว่า HLA ที่แม้จะเป็นพี่น้องจากพ่อแม่เดียวกัน โอกาสที่จะตรงกันมีประมาณ 1 ใน 4 หากต้องค้นหาจากคนที่ไม่ใช่ญาติ โอกาสพบผู้ที่ตรงกันยิ่งน้อยลง อาจเหลือเพียงประมาณ 1 ใน 10,000 เท่านั้น

“ตัวเลขนี้ถ้าจะเล่าง่าย ๆ ก็คือ ยิ่งเรามีอาสาสมัครในฐานข้อมูลผู้บริจาคสเต็มเซลล์มากเท่าไหร่ ยิ่งทำให้มีโอกาสที่จะจับคู่ได้ตรงกันมากขึ้น ส่งผลไปถึงผู้ป่วยที่รอเข้ารับการรักษา เขาจะมีโอกาสหายขาดจากโรค และมีโอกาสที่จะกลับมามีชีวิตปกติได้มากขึ้น” นพ.กฤษฎา กล่าวย้ำถึงเหตุผลที่การมีคนอยู่ในฐานข้อมูลจำนวนมากนั้นมีความหมายต่อผู้ป่วยเพียงใด

การค้นหาครั้งนั้นใช้เวลาประมาณ 3 เดือน ก่อนที่ ธีรภัทร จะได้รับแจ้งว่าในที่สุดก็ได้พบผู้บริจาคที่มี HLA ตรงกัน   “พอทราบว่าเราจับคู่ได้ สิ่งแรกที่ผมรู้สึกคือ ผมยิ้มออกมาได้ หลังจากที่ไม่ได้ยิ้มมายาวนาน ไม่รู้หรอกว่าการปลูกถ่ายครั้งนี้ จะทำให้หายขาดหรือลดความเสี่ยงได้มากแค่ไหน แต่ที่รู้คือ ผมมีความหวัง ความหวังที่เราจะได้กลับมาใช้ชีวิตเป็นปกติอีกครั้งนึงครับ ขอบคุณมาก ๆ ครับ” ธีรภัทรกล่าวขอบคุณพร้อมรอยยิ้ม

หากฝั่งผู้ป่วยคือการเฝ้ารอให้พบคนที่เข้ากันได้ ฝั่งของผู้บริจาคกลับเป็นเรื่องที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง จตุพร เจนงามกุล ผู้บริจาคสเต็มเซลล์เผยว่า การเป็นอาสาสมัครบริจาคสเต็มเซลล์ แม้โอกาสที่จะพบผู้ป่วยที่เข้ากันได้มีน้อย แต่คิดว่าอยากเป็นหนึ่งในคนที่เพิ่มโอกาสให้แก่ใครสักคน จนวันที่ได้รับโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่แจ้งว่า ลักษณะเนื้อเยื่อของเธอมีโอกาสเข้ากันได้กับผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมียคนหนึ่ง

จตุพร เจนงามกุล

“ตอนได้รับโทรศัพท์ ก็รู้สึกเต็มใจและยินดีอย่างมาก ระหว่างขั้นตอนก็ได้รับการดูแลจาก แพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่สภากาชาดไทยอย่างดี ตอนนั้นความรู้สึกที่อยู่ในใจคือประทับใจมาก และรู้สึกดีที่เรากำลังจะได้ช่วยเหลือคน ๆ หนึ่ง ที่เราเองก็เป็นคนแปลกหน้าสำหรับเขา ที่เขาอาจจะกำลังเจ็บปวดทรมาน และรอความหวังตรงนี้จากเราอยู่ หรือจริง ๆ แล้วเราอาจจะเป็นความหวังสุดท้ายของเขาก็ได้ค่ะ” จตุพรกล่าวพร้อมปิดท้ายเพื่อบอกแก่ผู้ที่บริจาคแล้ว หรือยังลังเลว่า “ส่วนใครที่กลัว บอกเลยไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดค่ะ”

สเต็มเซลล์ในการรักษาโรคเลือด คือ เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต การบริจาคสามารถเก็บเซลล์ได้จากไขกระดูก หรือจากกระแสเลือดด้วยเครื่องแยกเซลล์ โดยหากพบผู้ที่มี HLA ตรงกับผู้ป่วยแล้ว จึงเข้าสู่การตรวจสุขภาพและประเมินความเหมาะสมก่อนการบริจาคจริง ผู้ที่ต้องการลงทะเบียนเป็นอาสาสมัคร ปัจจุบันผู้มีอายุ 18-50 ปี น้ำหนักตั้งแต่ 45 กิโลกรัมขึ้นไป สุขภาพแข็งแรงและสามารถบริจาคโลหิตได้ สามารถลงทะเบียนพร้อมกับการบริจาคโลหิต โดยจะมีการเก็บตัวอย่างโลหิตเพิ่ม 1 หลอด เพื่อนำไปตรวจ HLA และบันทึกเข้าสู่ฐานข้อมูล

ปัจจุบันยังมีผู้ป่วยอีกราว 3,800 คน ที่การค้นหา “คนที่ใช่” ยังไม่สิ้นสุด การเพิ่มชื่ออีกหนึ่งชื่อเข้าไปในฐานข้อมูลอาจดูเป็นเพียงตัวเลขเล็ก ๆ แต่สำหรับผู้ป่วยที่ยังคงรอคอยใครสักคนที่มี HLA ตรงกับเขา หนึ่งชื่อนั้นอาจเป็นชื่อที่เขากำลังรออยู่

คาโอ เดินหน้าสร้างพื้นฐานสุขอนามัยที่ดี ยกระดับสภาพแวดล้อมในโรงเรียน

16 กันยายน 2569 เวลา 17:24 น.

บริษัท คาโอ อินดัสเตรียล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตสินค้าอุปโภคชั้นนำและเคมีภัณฑ์จาก
ประเทศญี่ปุ่น เดินหน้าสร้างสรรค์คุณภาพชีวิตที่ดีให้กับสังคม เปิดตัว “โครงการคาโอห่วงใย โรงเรียนสุขอนามัยสร้างได้” (Kao Care & Protect School Program) เป็นครั้งแรก โดยร่วมมือกับ มูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี (CONNEXT ED) มุ่งสนับสนุนการเรียนรู้ด้านสุขอนามัยและสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการพัฒนาสภาพแวดล้อมภายในโรงเรียนให้สะอาด ปลอดภัย และเอื้อต่อการเรียนรู้และการเติบโตของเด็กและเยาวชน สอดคล้องกับกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนของคาโอ หรือ Kirei Lifestyle Plan

สำหรับปีแรก คาโอเดินหน้านำร่องโครงการใน 3 โรงเรียนในพื้นที่โดยรอบโรงงานคาโอ จ.ชลบุรี ได้แก่ โรงเรียนอนุบาลพุทธยาคม (วัดเขาบางทราย), โรงเรียนชุมชนวัดหนองตำลึง และโรงเรียนชลกันยานุกูล โดยออกแบบกิจกรรมให้เหมาะสมกับบริบทและความต้องการของแต่ละโรงเรียน เพื่อให้การส่งเสริมสุขอนามัยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการให้ความรู้ แต่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน และต่อยอดสู่การสร้างวัฒนธรรมด้านสุขอนามัยที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในโรงเรียน

คาโอเชื่อว่าการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีสำหรับเด็กและเยาวชนต้องเริ่มจากทั้ง “ความรู้ พฤติกรรม และสภาพแวดล้อม” ที่เกื้อหนุนซึ่งกันและกัน “โครงการคาโอห่วงใย โรงเรียนสุขอนามัยสร้างได้” จึงได้ออกแบบให้แต่ละโรงเรียนสามารถเลือกกิจกรรมที่สอดคล้องกับความสนใจ ผ่าน 5 กิจกรรมหลัก และได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชน ที่ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ ได้แก่

  1. Reborn Plastics – กิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดการขยะพลาสติก

กิจกรรมที่ชวนเด็ก ๆ เรียนรู้การจัดการขยะพลาสติก ตั้งแต่การคัดแยกไปจนถึงการนำกลับมาใช้ประโยชน์ ผ่านองค์ความรู้จากพี่ ๆ คาโอ และพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญ บริษัท ทีมพลาส เคมีคอล จำกัด  ที่ถ่ายทอดกระบวนการรีไซเคิล และบริษัท อมตะ ฟาซิลิตี้ เซอร์วิส จำกัด ที่นำเสนอแนวทางการเปลี่ยนขยะพลาสติกเป็นเชื้อเพลิง RDF เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้เด็ก ๆ เห็นคุณค่าของทรัพยากรและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลสิ่งแวดล้อม

  1. Dengue School Protector – กิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันโรคไข้เลือดออก

เสริมความรู้เรื่องการป้องกันโรคไข้เลือดออกและการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย พร้อมเรียนรู้แนวทางและนวัตกรรมการป้องกันยุง โดยได้รับความร่วมมือจากศูนย์ควบคุมโรคติดต่อนำโดยแมลงที่ 6 สังกัดกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และบริษัท เอิร์ธ (ประเทศไทย) จำกัด มาถ่ายทอดความรู้เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยทั้งที่โรงเรียนและที่บ้าน

  1. Sis to Sis – กิจกรรมให้ความรู้ด้านสุขอนามัยเจริญพันธุ์แก่น้อง ๆ เพื่อเตรียมรับวัยสาว

ส่งต่อความรู้เรื่องการเปลี่ยนแปลงของร่างกายและการดูแลตัวเองช่วงมีประจำเดือนของนักเรียนหญิง ผ่านกิจกรรม Sis2Sis หนึ่งในกิจกรรมเพื่อสังคมของลอรีเอะที่ดำเนินงานต่อเนื่องมากว่า 27 ปี เพื่อเสริมความมั่นใจและเตรียมความพร้อมให้เด็กผู้หญิงก้าวสู่วัยรุ่นอย่างเข้าใจและดูแลตัวเองได้อย่างถูกต้อง

  1. Hygiene Heroes – กิจกรรมเสริมสร้างความสะอาดมีอนามัย ห่างไกลโรคติดต่อในโรงเรียน

เสริมสร้างความรู้และพฤติกรรมด้านสุขอนามัยที่สามารถทำได้ในชีวิตประจำวัน อาทิ การล้างมือ
การดูแลพื้นที่ส่วนรวม และการป้องกันโรคติดต่อ พร้อมชวนเด็กๆ ให้มีส่วนร่วมในการสร้างสภาพแวดล้อมที่สะอาดและน่าอยู่จนเกิดเป็น “Hygiene Heroes” ที่ช่วยส่งต่อพฤติกรรมสุขอนามัยที่ดีให้กับคนรอบตัว

  1. Kao Open House – กิจกรรมเปิดประสบการณ์การเรียนรู้นอกห้องเรียน พาเยี่ยมชมโรงงานคาโอ

เปิดประตูโรงงานคาโอให้นักเรียนได้สัมผัสประสบการณ์จริง เรียนรู้กระบวนการทำงานและการผลิตอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและมุมมองใหม่ ๆ ด้านวิทยาศาสตร์

การเปิดตัว “โครงการคาโอห่วงใย โรงเรียนสุขอนามัยสร้างได้” สะท้อนแนวคิดของคาโอในการนำความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ด้านสุขอนามัยมาสร้างประโยชน์ให้กับสังคม โดยเชื่อว่าการส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีไม่จำเป็นต้องเริ่มจากเรื่องที่ซับซ้อน แต่สามารถเริ่มต้นจากการสร้างความเข้าใจและพฤติกรรมที่ถูกต้องในเรื่องใกล้ตัว ขณะเดียวกันความร่วมมือกับ CONNEXT ED ยังเป็นการผสานพลังระหว่างภาคเอกชนและภาคการศึกษา เพื่อร่วมกันสร้างระบบนิเวศที่สนับสนุนการเรียนรู้ของเด็กอย่างรอบด้าน ทั้งในมิติของสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และทักษะที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิต

นอกจากการส่งเสริมความรู้และการเรียนรู้ภายในโรงเรียน คาโอยังส่งต่อความห่วงใยสู่ครอบครัวนักเรียน ด้วยการสนับสนุนผลิตภัณฑ์เพื่อสุขอนามัยสำหรับใช้ในพื้นที่ส่วนรวมของทั้ง 3 โรงเรียน พร้อมได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก บริษัท คาโอ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น เพื่อมอบผลิตภัณฑ์
กำจัดยุง อาท มอส ชูตเตอร์ จำนวน 6,000 ชิ้น มูลค่า 828,000 บาท เพื่อให้นักเรียนและครูนำกลับไปใช้ที่บ้าน ต่อยอดการดูแลสุขอนามัยจากโรงเรียนสู่ครอบครัว และร่วมสร้างสภาพแวดล้อมที่สะอาด ปลอดภัย ห่างไกลจากยุงและโรคที่มียุงเป็นพาหะ

คาโอจะเดินหน้าติดตามผลการดำเนินงานและเรียนรู้จากการนำร่องในปีแรก เพื่อนำมาพัฒนารูปแบบกิจกรรมให้ตอบโจทย์โรงเรียนและชุมชนมากยิ่งขึ้น พร้อมมุ่งหวังให้ “โครงการคาโอห่วงใย โรงเรียนสุขอนามัยสร้างได้” สามารถขยายผลและสร้างผลกระทบเชิงบวกได้ในวงกว้างต่อไป เพราะสุขอนามัยที่ดีไม่ได้เกิดขึ้นเพียงในบ้าน แต่สร้างได้ในทุกพื้นที่ที่เรียนรู้และเติบโต

แมด, มันมัน ศรีนครินทร์ ชวนชมนิทรรศการ MMAD Exhibition 3 ค้นพบแรงบันดาลใจไร้ขอบเขต

16 กันยายน 2569 เวลา 16:56 น.

สัมผัสพลังแห่งความ “บ้า” และแรงบันดาลใจไร้ขอบเขตไปกับ MMAD Exhibition รอบที่ 3 (กันยายน – ตุลาคม) นิทรรศการร่วมสมัยภายใต้โครงการ MMADness is Calling ที่ระเบิดพลังสร้างสรรค์ผ่าน 4 แกลเลอรีสุดขั้ว! MMAD GALLERY 1 – The Body, The Material, The Soul ชวนเดินฝ่ามิติมืดและแสงระยิบระยับเพื่อสำรวจ 17 ประติมากรรมมนุษย์ในชุดปฏิบัติงานสีจัดจ้าน ท้าทายความจริงที่ซ่อนเร้น ต่อด้วย MMAD GALLERY 2 – Test My Style, Try My Straight ทลายกรอบศิลปะล้านนาจากความ “เชย” สู่ตุงสเก็ตบอร์ดและจิตรกรรมดิจิทัลที่หลอมรวมความเชื่อเข้ากับป๊อปคัลเจอร์อย่างสิ้นเชิง MMAD GALLERY 3 – Urban/ Street/ Craft ร่วมรื้อสร้างนิยามสตรีทอาร์ตผ่านงานหัตถกรรมและวัสดุเหลือใช้เพื่อบันทึกความทรงจำแห่งเมือง ปิดท้ายด้วย MMAD GALLERY 4 – Soft World พื้นที่ Interactive Installation Art ที่ชวนหนีความใจร้ายของโลกภายนอกมาโอบกอดความนุ่มนวล ผ่านประติมากรรมผ้าและโครเชต์ Upcycle กว่า 1,000 ชิ้น เพื่อเปิดโอกาสให้คุณได้กลับมาอ่อนโยนกับหัวใจตัวเองอีกครั้ง ณ MMAD GALLERY 1-4,    ชั้น 2, แมด, มันมัน ศรีนครินทร์ ชมฟรี ตั้งแต่วันนี้ – 25 ตุลาคม 2569 เวลา 11.00 – 19.00 น.

              MMAD GALLERY 1 – The Body, The Material, The Soul โดย ธิติพงษ์ เนื่องพิมพ์ นิทรรศการที่ชวนเดินฝ่าเข้าไปสำรวจกลุ่ม 17 ประติมากรรมมนุษย์ในชุดปฏิบัติงานสีจัดจ้าน ท่ามกลางจังหวะแสงระยิบระยับที่สลับสับเปลี่ยนกับความมืดสงัด กระตุ้นให้ตั้งคำถามถึงเส้นแบ่งระหว่างสิ่งที่ปรากฏตรงหน้า กับความจริงที่ซ่อนเร้นอยู่ลึกภายใน

              MMAD GALLERY 2 – Test My Style, Try My Straight โดยศิลปิน WhatTheYak นิทรรศการที่หยิบยกศิลปวัฒนธรรมล้านนาที่เคยถูกมองว่า “เชย” มาตีความใหม่ผ่านสไตล์ส่วนตัวอันโดดเด่น สัมผัส “ตุง” จากแผ่นสเก็ตบอร์ด และจิตรกรรมดิจิทัล ที่ผสานความเชื่อดั้งเดิมเข้ากับโลกของพ็อปคัลเชอร์และจินตนาการ ปลุกมัลติเวิร์สแห่งศิลปะให้มาบรรจบกันในพื้นที่เดียว เปิดโอกาสให้ความดั้งเดิมได้ลื่นไหลและเติบโตอย่างมีชีวิตชีวาอีกครั้ง

              MMAD GALLERY 3 – Urban/ Street/ Craft โดย นิศากร เพ็ญสมบูรณ์, องอาจ มากสิน และ ณัฏฐพล บุญเผือก นำเสนอสตรีทอาร์ตกระแสหลักมักถูกจดจําผ่านภาพของการแทรกแซงในพื้นที่สาธารณะ (Art intervention) ด้วยการพ่นสีสเปรย์ หรือวาดด้วยสีอะคริลิกบนผนังคอนกรีต แต่นิทรรศการนี้เลือกที่จะหลุดพ้นจากกรอบเดิม นิทรรศการสตรีทอาร์ตแนวทดลองที่ใช้ “ภูมิปัญญาและงานหัตถกรรม” เป็นแกนกลางในการรื้อสร้างนิยาม “ความเป็นเมือง” ปลุกพื้นที่ทับซ้อนระหว่างอดีต ความทรงจำ และคุณค่าทางสุนทรียะให้มีชีวิตขึ้นอีกครั้ง สำรวจภูมิทัศน์เมืองผ่านงานจัดวางที่สร้างสรรค์จากวัสดุเหลือใช้ พร้อมเปิดพื้นที่ให้ลงมือคราฟต์ชิ้นงานเล็ก ๆ จากเศษวัสดุเพื่อบันทึกความทรงจำที่มีต่อเมืองในแบบของคุณ

              MMAD GALLERY 4 – Soft World พื้นที่ Interactive Installation Art โดย จิตติมน มันทรานนท์ นิทรรศการที่ชวนหนีความใจร้ายของโลกภายนอก แล้วมากอดความนุ่มนิ่มเยียวยาหัวใจในโลกจำลองอันอบอุ่น ผ่านประติมากรรมผ้าและงานโครเชต์สีสดใสกว่า 1,000 ชิ้น งานคราฟต์ที่ศิลปินใช้เวลาสร้างสรรค์มากกว่า 1 ปี ร่วมกับ กลุ่มผ้าปักมือบ้านสันกอง จ.เชียงราย และชุบชีวิตไหมพรม Upcycle จาก มูลนิธิกระจกเงา เตรียมใจให้พร้อมกระโดดเข้าสู่ในดินแดนที่คุณอาจได้พบเจอกับทั้งความประหลาดใจ ความทรงจำที่แทรกขึ้นมาผ่านรอยเย็บ รอยยิ้มในห้วงเวลาที่เผชิญกับความสับสน  ตลอดจนความอบอุ่น และเบิกบานใจ

อัปเดตไอเดียใหม่ ๆ และเข้าร่วมคอมมูนิตี้ของศิลปะและดีไซน์กับ แมด, มันมัน ศรีนครินทร์ (ซีคอนสแควร์) ได้ที่ Facebook และ Instagram: MMAD – MunMun Art Destination และ MunMun Srinakarin

ศูนย์คุณธรรม ขับเคลื่อนสังคมด้วยนวัตกรรม เดินหน้าจัด “Moral Hackathon 2026” ปีที่ 5 เปิดพื้นที่คนรุ่นใหม่เปลี่ยนโลกด้วยคุณธรรม

16 กันยายน 2569 เวลา 15:10 น.

ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) หน่วยงานในกำกับของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ตอกย้ำบทบาท การเป็น “ศูนย์กลางความรู้และนวัตกรรมขับเคลื่อนคุณธรรมของสังคมไทย” โดยมุ่งมั่นดำเนินภารกิจด้านการส่งเสริม พัฒนาและเผยแพร่องค์ความรู้ด้านคุณธรรม เพื่อสร้างระบบนิเวศแห่งความดีให้เกิดขึ้นในสังคมไทยอย่างยั่งยืน

รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี

รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม เปิดเผยถึงแนวทางการออกแบบนวัตกรรมทางสังคม โดยศูนย์คุณธรรมทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา และภาคประชาสังคม เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่ ๆ ภายใต้แนวคิด Moral Touchable : คุณธรรมที่คุณสัมผัสได้ โดยมุ่งปรับเรื่องคุณธรรมให้เข้าใจง่าย ใกล้ตัว และประยุกต์ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน มุ่งเน้นสร้างคุณธรรมที่ “วัดได้ กินได้ และสัมผัสได้จริง” เพื่อร่วมขับเคลื่อนและพัฒนาสังคมไทยอย่างยั่งยืน

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ศูนย์คุณธรรมเดินหน้าขับเคลื่อนและส่งต่อพลังความดีอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งขยายผลสู่กลุ่มเยาวชนและคนรุ่นใหม่ผ่านโครงการ Moral Hackathon 2026 โดยปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด Moral Hack (a bit) เปลี่ยนนิด ชีวิตดี” เพื่อมุ่งสร้างสรรค์นวัตกรรมที่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคนในสังคม ซึ่งได้จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 แล้ว โดยการแข่งขันเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทั้งในแง่จำนวนผู้สมัคร คุณภาพของผลงาน และการสนับสนุนจากผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา

รูปแบบโครงการ Moral Hackathon 2026 มุ่งเน้นการเปลี่ยนการทำงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์จริง ผ่านกระบวนการเรียนรู้และพัฒนานวัตกรรมทางสังคมอย่างเป็นระบบ 4 ขั้นตอนสำคัญ ดังนี้

  • ค่ายอบรมเชิงปฏิบัติการ (Boot Camp): จัดขึ้นเมื่อวันที่ 17–19 สิงหาคม 2569 เพื่อให้ผู้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง ทำความเข้าใจโจทย์ และร่วมบ่มเพาะไอเดียกับเพื่อนๆ รวมถึงผู้เชี่ยวชาญ
  • กิจกรรมบ่มเพาะไอเดีย (Ideation Workshop): การติวเข้มเพื่อต่อยอดและกลั่นกรองแนวคิดของ 8 ทีมที่ผ่านเข้ารอบ ระหว่างวันที่ 3–4 กันยายน 2569 ให้มีความคมชัดและเป็นไปได้จริงก่อนเข้าสู่รอบตัดสิน
  • กิจกรรมทบทวนความก้าวหน้า (Progress Review): การให้ผู้เข้าแข่งขันได้เห็นจุดบกพร่องและปรับปรุงชิ้นงานให้ดียิ่งขึ้น โดนต้องนำเสนอความคืบหน้าให้แก่เมนเทอร์ เพื่อเช็คว่าตัวงานเดินถูกทาง และสามารถพัฒนาให้ทันตามเวลาที่กำหนด
  • การแข่งขันรอบสุดท้าย (Final Pitching): เวทีระดมสมอง คิด ออกแบบ พัฒนา และนำเสนอผลงานในรอบตัดสินสุดท้าย (Final Pitching) เพื่อชิงเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 150,000 บาท

ผู้เข้าร่วมโครงการทุกท่านจะได้รับประกาศนียบัตรรับรองการเข้าร่วมกิจกรรมจากศูนย์คุณธรรม เพื่อการันตีศักยภาพและการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนนวัตกรรมทางสังคม

 โครงการ Moral Hackathon 2026 เป็นเวทีที่สะท้อนความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมของศูนย์คุณธรรม ในการเปิดโอกาสให้นิสิต นักศึกษาในระดับอุดมศึกษาได้ร่วมออกแบบแนวคิดสร้างสรรค์ทั้งในรูปแบบผลิตภัณฑ์ บริการ หรือกระบวนการ เพื่อพัฒนาเป็นโมเดลต้นแบบนวัตกรรมขับเคลื่อนสังคม

 ภายหลังผ่านการอบรมในกิจกรรม Boot Camp และการติวเข้มในรอบ Ideation Workshop ทีมผู้เข้าแข่งขันทั้ง 8 ทีมสุดท้าย ที่มีผลงานโดดเด่นพร้อมเข้าสู่การแข่งขันรอบตัดสิน (Final Pitching) และพิธีมอบรางวัล ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 15 กันยายน 2569 ณ โรงแรม เดอะ ควอร์เตอร์ รัชโยธิน กรุงเทพฯ เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป โดยในปีนี้ ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศ ได้แก่

  • รางวัลชนะเลิศ Moral Hackathon ประจำปี 2026 ทีม NONGNAO ประกอบด้วย นายณารา อินทรโสธรฉันท์ นางสาวณัฏธญาณ์ บุณยะวัฒน์ และ นางสาวธชา เทนญา บุณยนิตย์
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ทีม ขบวนการนักสืบเยาวชน ประกอบด้วย นายพีรดณย์ วิลเลียมโฮ นางสาวกมลทิพย์ วิลเลียมโฮ และนายปวริศ รัตนาเอนกชัย
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ทีม มหาพยัคฆ์ คือ นายภูวนัตถ์ เติมบุญ

ศูนย์คุณธรรม ขอเชิญชวนผู้สนใจร่วมรับชมการนำเสนอผลงานและการตัดสินรอบ Final Pitching ผ่านทาง Facebook Page: Moral Spaces (https://www.facebook.com/Moral.Innovation ) ได้ตั้งแต่ วันที่ 15 กันยายน 2569 นี้ พร้อมกับ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม เกี่ยวกับองค์ความรู้และกิจกรรมของศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ได้ทางเว็บไซต์ https://www.moralcenter.or.th/th/

ชุดกีฬาทีมชาติไทย และชุดไทย โชว์เด่นกลางกรุงโตเกียว ก่อนลุ้น UNESCO ขึ้นเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ธันวาคมนี้

17 กันยายน 2569 เวลา 12:56 น.

กระหึ่มเอเชีย! ชุดไทยพระราชนิยมและชุดนักกีฬาทีมชาติไทย ขึ้นบิลบอร์ดกลางย่านกินซ่า ณ กรุงโตเกียว  “กระทรวงวัฒนธรรม” เดินหน้าผลักดัน CHUD THAI สู่เวทีโลก โรดโชว์ญี่ปุ่น 17-18 ก.ย. นี้ ก่อนลุ้น UNESCO พิจารณาขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ธันวาคมนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ย่าน Ginza (กินซ่า) กรุงโตเกียว แหล่งช็อปปิ้งชั้นนำของประเทศญี่ปุ่นบนบิลบอร์ดจอใหญ่ได้มีการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ชุดพิธีการนักกีฬาทีมชาติไทยในศึก Asian Games 2026 ที่เมืองนาโกยา ประเทศญี่ปุ่น ที่ออกแบบโดยแบรนด์ SIRIVANNAVARI ภายใต้คอนเซปต์ “The Art of Unity” หรือ “ศิลปะแห่งความเป็นหนึ่งเดียว” ซึ่งสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตน์ราชกัญญา  องค์ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์แห่งแบรนด์ “SIRIVANNAVARI” ทรงออกแบบและทรงร่วมเป็นนางแบบพรีเซนต์ผลงาน ซึ่งในจอบิลบอร์ดดังกล่าว มีพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในแคมเปญนั้นด้วย

นอกจากนี้ยังมีชุดไทยพระราชนิยม (CHUD THAI) แสดงบนบิลบอร์ดดังกล่าวด้วย โดยกระทรวงวัฒนธรรม เตรียมจัดงาน “CHUD THAI KNOWLEDGE, CRAFTSMANSHIP AND PRACTICES OF THE THAI NATIONAL COSTUME”  ระหว่างวันที่ 17–18 กันยายน 2569 ณ อาคารเฮียวเคกัง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

โดยในวันที่ 18 กันยายน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา จะทรงเป็นองค์ประธานในการแสดงแบบ “ชุดไทยพระราชนิยม” ขณะที่นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม จะเดินทางไปร่วมงานดังกล่าวเพื่อเผยแพร่เกี่ยวกับ “ชุดไทย” สู่เวทีโลก ซึ่งการจัดงานครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญในการผลักดัน “ชุดไทย : ความรู้ งานช่างฝีมือ และแนวปฏิบัติการแต่งกายชุดไทยประจำชาติ” เพื่อพิจารณาขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของ UNESCO ใน เดือนธันวาคม2569 นี้ ภายใต้พระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ต่อการสืบสาน ต่อยอด และเผยแพร่มรดกทางวัฒนธรรมไทย อันมีรากฐานจากพระราชกรณียกิจอันยิ่งใหญ่ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

Location เวลาเเละจำนวนออนแอร์จอที่ญี่ปุ่น

Ginza Chuo Street

Time :  8:00〜24:00(16h)

TVC : 5 times per hour

Shinjuku Cross Vision

Time :  7:00〜25:00 (18h)

TVC : 5 times per hour

Shinjuku Yunika Vision

Time :  7:00〜25:00 (18h)

TVC : 5 times per hour

Shibuya Pandora Vision

Time :  8:00〜25:00(17h)

TVC : 5 times per hour

‘ชุมทางดาวทอง’ เปิดตำนานราชาเพลงพูด จัดคอนเสร์ตฯรำลึก 2ปี ‘ครูเพลิน พรมแดน’คนลูกทุ่งร่วมเวทีคึกคัก

17 กันยายน 2569 เวลา 11:41 น.

“ชุมทางดาวทอง” สัปดาห์นี้ขอเปลี่ยนบรรยากาศจากการแข่งขันบนเวที พาแฟน ๆ ไปสัมผัสอีกหนึ่งช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและความทรงจำ กับงานรำลึกครบรอบ 2 ปีแห่งการจากไปของ “เพลิน พรมแดน” เจ้าของฉายา “ราชาเพลงพูด” ศิลปินลูกทุ่งผู้ฝากผลงานและสีสันไว้ในวงการเพลงมาอย่างยาวนาน งานจัดขึ้นที่ วัดสว่างอารมณ์ (แคแถว) หลวงพ่อแป๊ะ อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม โดยสองพิธีกรหนุ่ม “นก บริพันธ์” แท็คทีม “เอก-ชัชวาล” พาแฟนรายการไปสัมผัสบรรยากาศแบบใกล้ชิดทั้งหน้าและหลังเวที รวมถึงเรื่องราวความทรงจำ บทเพลง และโมเมนต์สุดประทับใจจากงานรำลึกครั้งสำคัญ

เรียกได้ว่างานนี้เป็นการรวมตัวคนลูกทุ่งไว้บนเวทีอย่างคึกคัก เพราะมีศิลปินชื่อดังมาร่วมถ่ายทอดบทเพลงเพื่อรำลึกถึง “ครูเพลิน พรมแดน” กันอย่างพร้อมหน้า นำโดย อ๊อด โฟร์เอส, ดำรง วงค์ทอง, หมิง ร้อยเสียง, ทศพล หิมพานต์, รุ่ง สุริยา, สดใส รุ่งโพธิ์ทอง, สลักจิต ดวงจันทร์ และ จอมขวัญ กัลยา นอกจากเสียงเพลงที่ชวนให้แฟน ๆ ได้ย้อนวันวานแล้ว ยังมีช่วงพูดคุยที่น่าสนใจ เมื่อ อ.พูพาน เพชรปฐมพร สมาชิกและบุคคลใกล้ชิดกับ “ครูเพลิน พรมแดน” มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวและความทรงจำ พร้อมเปิดมุมที่หลายคนอาจไม่เคยได้ยินมาก่อน

ชวนสัมผัสเสน่ห์ของ “ราชาเพลงพูด” ท่ามกลางบรรยากาศงานรำลึก 2 ปี “เพลิน พรมแดน” ได้ในรายการ “ชุมทางดาวทอง” วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน และวันศุกร์ที่ 18 กันยายน 2569  เวลา 13.10 น. ทางช่อง 7HD หรือรับชมย้อนหลังได้ทาง http://www.bugaboo.tv, Youtube Channel 7 Star Studio และเฟสบุ๊คแฟนเพจhttps://www.facebook.com/chumtangdaotong/

โปรฯข่าวดีเดือน 9 รายการ “ชุมทางดาวทอง” เปิดโอกาสทองเปิดออดิชั่นซีซั่นใหม่ สำหรับคนที่มีความฝันและรักการร้องเพลง ไม่จำเป็นต้องเป็นนักร้องมืออาชีพ ขอเพียงมีใจรักเสียงเพลงและอยากโชว์ความสามารถ เตรียมอัดคลิปเสียงร้องของตัวเอง แล้วส่งเข้ามาที่ แฟนเพจ Facebook ชุมทางดาวทอง เปิดรับคลิปตั้งแต่วันนี้จนถึง 15 ตุลาคม 2569 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 09 2789 5656 ใครมีฝัน อย่าปล่อยให้เป็นเพียงเสียงเพลงที่ร้องอยู่หน้ากระจก เพราะเวที “ชุมทางดาวทอง” อาจเป็นจุดเริ่มต้นให้เสียงของคุณได้ถูกได้ยินในวงกว้างขึ้น

โค้งสุดท้าย! ‘เบิ้ม เบิ้ม concert’พร้อมเสิร์ฟทุกความสนุก 26-27 กันยายนนี้ ถ้าไม่อยากพลาด กดบัตรด่วน

17 กันยายน 2569 เวลา 11:37 น.

เข้าสู่โค้งสุดท้ายแห่งความเบิ้ม!!! กับวาไรตี้คอนเสิร์ตยักษ์ใหญ่ที่สุดในสยาม “เบิ้ม เบิ้ม concert” ครั้งนี้ โอ๊ต-ป๊อบ พร้อมสาดความบันเทิงทุกที่นั่ง ขำกันให้ปอดโยกแบบเต็มๆ แท็คทีมเหล่าแขกรับเชิญ ทั้ง ตั๊ก บริบูรณ์, อ๊อฟ ปองศักดิ์, ว่าน ธนกฤต, BILLKIN และ โอ๊ค LITTLE JOHN ที่มาเสริมทัพทั้ง 2 วันและแขกแบบกล่องสุ่มให้ลุ้นกันว่าในแต่ละวันจะมีใครมาเซอร์ไพรส์ชุดใหญ่อีกด้วย

แถมงานนี้ ยิ่งใกล้ยิ่งได้กรี๊ด มีเบเนกับเค้าด้วย! ทั้ง HI-TOUCH , GOODBYE SESSION, SPECIAL GIFT! หนึ่งเดียวของโลก จบคอนไม่จบเจา อะไรที่ไม่เคยเห็น โอ๊ต-ป๊อบ มีมาเสิร์ฟให้ฟินแน่นอน ใครที่ยังไม่กดบัตร รีบเลย

ทาง EVENTPOP หรือ www.eventpop.me กับ 2 รอบการแสดง

  วันเสาร์ 26 กันยายน 2569  เวลา 19.00 น.

  วันอาทิตย์ 27 กันยายน 2569  เวลา 18.00 น.

สถานที่ : พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน บัตรราคา :  5,000 / 4,500 / 4,000 / 3,500 / 3,000 / 2,000 และ 1,500 บาท (บัตรนั่งทุกที่)  ราคาบัตรดังกล่าวรวม VAT แต่ไม่รวมค่าธรรมเนียมการชำระเงิน และค่าธรรมเนียมอื่นๆ

‘ชอบดู ต้องดูดิ’ TrueID เปิดม่าน DOODi by TrueID รวมตัวตึงทุกวงการ

17 กันยายน 2569 เวลา 11:24 น.

ทรูไอดีเดินหน้าย้ำภาพ Digital Ecosystem Hub  ศูนย์กลางระบบนิเวศดิจิทัลที่เชื่อมคอนเทนต์ คอมมูนิตี้ และโอกาสทางธุรกิจ สานต่อ “CO CREATE THE SERIES” หลังประเดิมด้วย “ตาตั้ง by TrueID” แบรนด์ซีรีส์แนวตั้ง ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี  ล่าสุดเผยโฉม “DOODi by TrueID” เอ็นเตอร์เทนเมนต์แบรนด์ใหม่ กับสโลแกน “ชอบดู ต้องดูดิ” ชูการคัดสรรและร่วมสร้างสรรค์คอนเทนต์กับครีเอเตอร์ชั้นนำ ให้ผู้ชมค้นพบรายการและเรื่องราวใหม่ที่ตรงกับความสนใจ พร้อมต่อยอดคอนเทนต์สู่โอกาสธุรกิจผ่าน TrueID Advertising Solutions ที่ยกระดับบทบาทสู่พาร์ทเนอร์ร่วมสร้างสรรค์ เปิดให้แบรนด์พันธมิตรร่วมพัฒนาคอนเทนต์และแคมเปญกับ ครีเอเตอร์ ผสานศักยภาพด้านแพลตฟอร์ม ข้อมูล และเทคโนโลยีของทรูไอดี เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดผลได้

DOODi by TrueID ประเดิมความสนุกด้วยทัพคอนเทนต์ วาไรตี้ออริจินัล จากเหล่าครีเอเตอร์ชั้นนำ  อาทิ TRUE HAUNT เรื่องเล่าคืนหลอน, ป๋าเชียร์ เฮียเล่า, The Celebrities, ตัวตึงรุ่นจิ๋ว THE LITTLE MISSION, อังคารคลุมโปง THE MU CURSE, พุธทอล์คพุธโทร SHARED LOVE, MU TO GO, The Exclusive และ TechBiz Update พร้อมทยอยนำเสนอคอนเทนต์ใหม่ตลอดทั้งปี เพื่อให้ผู้ชมค้นพบความสนุกที่ตรงกับความสนใจ และมีส่วนร่วมกับครีเอเตอร์ที่ชื่นชอบได้มากยิ่งขึ้น

ภายในงานยังคึกคักไปกับตัวแทนจากรายการดัง  พบกับตัวแทนจากรายการ Little Mission ตัวตึงรุ่นจิ๋ว โซล & โมเน่ พร้อมด้วย แม่เม & พ่อแซก, MU TO GO แทค – ภรัณยู, พุธทอล์คพุธโทร SHARED LOVE แพทริค – อนันดา, อังคารคลุมโปง, THE MU CURSE  โก้ – วศิน พร้อมด้วยทัพนางงามจาก Miss Identity ซาฟ ซาฟฟรอน มายา สนูค Miss Global Thailand 2026, น้ำผึ้ง-กานต์ธีรา เตชะภัทรธนากุล Miss World Thailand 2026, มายมิ้นต์-จิราภรณ์ ศาลาแดง นางสาวไทย 2569, มาลัย มาลัยกะ คาร Miss Cosmo Thailand 2026, เบนซ์ ปัณณิกา บุญศิริฐากร 4th Runner Up Miss World Thailand 2026, ไข่มุก พลอยชมพู แก้วกำพลกุล NextG Junior 2025, เมแกน แม็คโดนัล Next Universe Teenage 2023

อีกหนึ่งกลไกสำคัญคือทรูไอดี ต่อยอดการตลาดแบบครบวงจรผ่าน TrueID Advertising Solutions   กับแนวคิด “Don’t Just Run an Ad. Be Part of the Story.”   ชวนแบรนด์พันธมิตรเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราว  โดยมีทรูไอดีเป็นพาร์ทเนอร์ร่วมสร้างสรรค์ เชื่อมแบรนด์กับครีเอเตอร์ที่เหมาะสม เพื่อร่วมพัฒนาคอนเทนต์และแคมเปญที่ตอบโจทย์ผู้ชมและเป้าหมายทางธุรกิจ

คุณวินท์รดิศ กลศาสตร์เสนี กรรมการผู้จัดการ  ทรูไอดี กล่าวว่า “ทรูไอดีเดินหน้าด้วยหลักการ ‘สร้างโดยคนไทย เข้าใจคนไทย เพื่อประเทศไทย’ มุ่งพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลของคนไทยที่ผู้ชม ครีเอเตอร์ และพันธมิตรธุรกิจเชื่อมั่นได้ ให้ความสำคัญกับการดูแลและประมวลผลข้อมูลภายในประเทศ การรักษามาตรฐานความปลอดภัย และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามข้อกำหนด PDPA ควบคู่กับการสร้างโอกาสให้ครีเอเตอร์และธุรกิจไทยเติบโตไปด้วยกัน”

“จากตาตั้ง by TrueID ที่เปิดประสบการณ์ซีรีส์แนวตั้ง วันนี้ DOODi by TrueID จะเติมความหลากหลายด้วยคอนเทนต์จากครีเอเตอร์ชั้นนำ พร้อมเปิดพื้นที่ร่วมพัฒนาผลงานใหม่ ขณะที่ TrueID Advertising Solutions จะเชื่อมแบรนด์เข้ามาร่วมสร้างสรรค์คอนเทนต์และแคมเปญ เพื่อให้ผู้ชมได้รับความสนุกที่ตรงใจ ครีเอเตอร์มีโอกาสสร้างผลงานและรายได้ และแบรนด์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายพร้อมสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดผลได้ ซึ่งทั้งหมดนี้คือการเดินหน้าสู่ Digital Ecosystem Hub ผ่าน ‘CO CREATE THE SERIES’ โดยนำความเข้าใจผู้บริโภคไทยมาผสานกับแพลตฟอร์ม เทคโนโลยี และเครือข่ายการเข้าถึงในระบบนิเวศทรูและเครือเจริญโภคภัณฑ์ เพื่อเชื่อมคอนเทนต์ คอมมูนิตี้ และโอกาสทางธุรกิจเข้าด้วยกัน เราพร้อมเปิดรับครีเอเตอร์ เจ้าของคอนเทนต์ และแบรนด์พันธมิตร มาร่วมสร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่และขับเคลื่อนบทต่อไปของความบันเทิงไทย” 

นอกจากคอนเทนต์ที่หลากหลาย DOODi by TrueID ยังเพิ่มความสนุกผ่านกิจกรรม watch & earn และสิทธิประโยชน์ภายในระบบนิเวศ ให้ผู้ชมได้รับความคุ้มค่าควบคู่กับการติดตามคอนเทนต์ที่ชื่นชอบ

สัมผัสความบันเทิงบทใหม่กับ DOODi by TrueID ได้แล้ววันนี้บน TrueID เพราะถ้า #ชอบดูต้องดูดิ ร่วมสร้างเรื่องราวและขับเคลื่อนโอกาสทางธุรกิจไปกับ TrueID Advertising Solutions ในฐานะ Co-Creation Partner ติดต่อได้ที่  tid.advertising.team@truedigital.com