‘โศรดา ศรประสิทธิ์’ นั่งเก้าอี้นายกสมาคมโฆษณาดิจิทัลฯ คนใหม่ ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสู่ยุคใหม่ของ Data, Creativity และ Technology Integration

‘โศรดา ศรประสิทธิ์’ นั่งเก้าอี้นายกสมาคมโฆษณาดิจิทัลฯ คนใหม่ ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสู่ยุคใหม่ของ Data, Creativity และ Technology Integration

‘โศรดา ศรประสิทธิ์’ นั่งเก้าอี้นายกสมาคมโฆษณาดิจิทัลฯ คนใหม่ ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสู่ยุคใหม่ของ Data, Creativity และ Technology Integration

วันพฤหัสบดี ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.57 น.

สมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) ประกาศแต่งตั้ง โศรดา ศรประสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แห่ง ปับลิซิส กรุ๊ป ประเทศไทย ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกสมาคมโฆษณาดิจิทัลฯ คนใหม่ โดยมีผลตั้งแต่ วันที่ 21 เมษายน 2569 เป็นต้นไป เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมโฆษณาดิจิทัลไทยสู่ยุคใหม่ของ Data, Creativity และ Technology Integration พร้อมยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในเวทีสากล

โศรดา ศรประสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แห่ง ปับลิซิส กรุ๊ป ประเทศไทย มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมการตลาดและการสื่อสารมากกว่า 30 ปี และมีบทบาทต่อเนื่องกับสมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) มากว่า 11 ปี โดยดำรงตำแหน่งเลขานุการสมาคมฯ เป็นระยะเวลา 8 ปี ทำให้มีความเข้าใจเชิงลึกถึงบทบาทของสมาคมฯ ในฐานะศูนย์กลางของอุตสาหกรรม และกลไกความร่วมมือระหว่างทุกภาคส่วน

การเข้ารับตำแหน่งครั้งนี้  โศรดา  กล่าวว่า เธอมุ่งผลักดันอุตสาหกรรมโฆษณาดิจิทัลไทยให้ก้าวจาก “การใช้เครื่องมือ” ไปสู่ “การสร้างคุณค่าทางธุรกิจ” ผ่านการผสาน Data, Creativity และ Technology อย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะในโลก Social-first ที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงแบบ real-time แบรนด์จึงต้องสามารถเชื่อมโยงข้อมูล เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์ เพื่อสร้างการสื่อสารที่มีความหมายและผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างชัดเจน

โศรดา ศรประสิทธิ์

“วันนี้อุตสาหกรรมของเราไม่ได้ต้องการเพียงการปรับตัว แต่ต้องยกระดับทั้งวิธีคิดและวิธีทำงาน  เราจะก้าวข้ามการเป็นเพียงตัวกลางของอุตสาหกรรม สู่การเป็น ‘engine’ ในการขับเคลื่อนการเติบโต โดยมุ่งสร้างแพลตฟอร์มกลางที่เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้เรียนรู้ร่วมกัน ทดลองแนวทางใหม่ และแลกเปลี่ยน best practices ระหว่างแบรนด์ เอเยนซี และพาร์ทเนอร์ ไม่เพียงเท่านั้น เรายังตั้งใจที่จะยกระดับบุคลากรของอุตสาหกรรมอย่างเป็นระบบ ทั้งการพัฒนาองค์ความรู้ การสร้างมาตรฐานทักษะวิชาชีพและการส่งเสริมการเรียนรู้ข้ามรุ่น เพื่อให้อุตสาหกรรมเป็นพื้นที่ที่บุคลากรสามารถเติบโต พัฒนาความคิดเชิงกลยุทธ์ และสร้างคุณค่าได้อย่างยั่งยืน  แพลตฟอร์มดังกล่าวจะช่วยเชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และการนำไปใช้จริง ลดช่องว่างระหว่างแนวคิดและการลงมือทำ พร้อมผลักดันมาตรฐานอุตสาหกรรม และนำเสนอ case studies ที่สะท้อนผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเร่งให้ทั้งอุตสาหกรรมสามารถต่อยอดและสร้างผลลัพธ์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ดิฉันเชื่อว่า หากเราสามารถยกระดับทั้งศักยภาพบุคลากร มาตรฐานการทำงาน และความร่วมมือของทั้ง ecosystem ไปพร้อมกัน รวมถึงการพัฒนาระบบรับรองวิชาชีพ และการยกย่องผลงานและบุคลากรในระดับอุตสาหกรรม จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจและคุณค่าร่วมให้กับคนในวงการ และทำให้อุตสาหกรรมโฆษณาดิจิทัลไทยเติบโตอย่างแข็งแรงและแข่งขันได้ในระดับสากล”  นายกสมาคมโฆษณาดิจิทัลฯ คนใหม่ กล่าว

ปับลิซิส กรุ๊ป ประเทศไทย (Publicis Groupe Thailand) ที่มี โศรดา เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หนึ่งในเครือข่ายเอเจนซี่โฆษณาและการสื่อสารชั้นนำที่ปรับโฉมสู่การเป็น “Intelligent System Driven Company” มุ่งเน้นการผสาน Data, เทคโนโลยี AI และความคิดสร้างสรรค์ (Creative Intelligence) เพื่อสร้างการเติบโตแบบ Full-Funnel ภายใต้กลยุทธ์ Power of ONE ที่เชื่อมโยงบริการทุกด้านครบวงจร เป็นเอเจนซี่ลำดับต้นๆ ในวงการที่คว้า 4 รางวัลใหญ่ จากงาน Agency of the Year 2024 Southeast Asia มาแล้ว

ทั้งนี้ สมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) ภายใต้การบริหารของ โศรดา จะเดินหน้าทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญของอุตสาหกรรม ผ่านการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการ เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ ยกระดับมาตรฐาน และสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจในยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน

MOC หนุน SACIT ลุยขยายตลาดหัตถศิลป์ไทย ดันรายได้กลับสู่ชุมชน ในงาน ‘อัตลักษณ์แห่งสยาม ครั้งที่ 17’

MOC หนุน SACIT ลุยขยายตลาดหัตถศิลป์ไทย ดันรายได้กลับสู่ชุมชน ในงาน ‘อัตลักษณ์แห่งสยาม ครั้งที่ 17’

MOC หนุน SACIT ลุยขยายตลาดหัตถศิลป์ไทย ดันรายได้กลับสู่ชุมชน ในงาน ‘อัตลักษณ์แห่งสยาม ครั้งที่ 17’

วันพฤหัสบดี ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.42 น.

กระทรวงพาณิชย์ โดยสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT จัดงาน “อัตลักษณ์แห่งสยาม ครั้งที่ 17” เวทีสำคัญในการขยายตลาดและสร้างรายได้ให้ผู้ผลิต  งานหัตถศิลป์ไทย ภายใต้แนวคิด “สานภูมิปัญญา สู่ความยั่งยืน” 22 – 26 เมษายนนี้ ที่ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์

นางสาวบรรจงจิตต์  อังศุสิงห์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ ได้กำหนดกรอบนโยบายสำคัญ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยให้สามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงต่อเนื่องและยั่งยืนในระยะยาว โดยมุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดโลก รวมถึงการเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขันของประเทศ หนึ่งในนโยบายสำคัญดังกล่าว คือ การเสริมสร้างศักยภาพ ให้แก่ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SMEs ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญของระบบเศรษฐกิจไทย เนื่องจากเป็นธุรกิจที่สร้างการจ้างงานจำนวนมากและกระจายรายได้สู่ชุมชนทั่วประเทศ กระทรวงพาณิชย์จึงให้การสนับสนุนผู้ประกอบการกลุ่มนี้ในหลายด้าน เช่น การพัฒนาความรู้ด้านการตลาด การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล การเพิ่มมาตรฐานสินค้า และการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับสินค้า GI หรือสินค้าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ซึ่งเป็นสินค้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นและมีคุณภาพเชื่อมโยงกับแหล่งผลิต เช่น อาหาร ผลไม้ หัตถกรรม หรือผลิตภัณฑ์พื้นบ้านต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้า สร้างรายได้ให้แก่ชุมชน และอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมถึงการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้มีโอกาสเข้าสู่ตลาดสากล มากขึ้น ผ่านการเจรจาการค้า การจัดกิจกรรมส่งเสริมการส่งออก การจับคู่ธุรกิจ และการเปิดช่องทางจำหน่ายสินค้าในแพลตฟอร์มออนไลน์ระดับนานาชาติ ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ใหม่ให้ประเทศ และเสริมความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจไทยในอนาคต

การจัดงาน “อัตลักษณ์แห่งสยาม ครั้งที่ 17” โดยสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งงานสำคัญที่จะเชื่อมโยงภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่กลุ่มคนเมือง คนรุ่นใหม่และนักท่องเที่ยว ผ่านการจัดกิจกรรมในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญที่เข้าถึงคุณค่างานหัตถศิลป์ไทย กระตุ้นให้คนไทยเกิดความหวงแหนในภูมิปัญญาและทักษะเชิงช่างของไทย รวมถึงการเพิ่มพูนทักษะฝีมือด้านการตลาดให้กับผู้ผลิต เพิ่มพูนรายได้กลับสู่ชุมชน เป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย  กล่าวเสริมว่า SACIT ภายใต้หน่วยงานของกระทรวงพาณิชย์ ทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการ “สร้างตลาด สร้างโอกาส สร้างรายได้” ให้กับงานศิลปหัตถกรรมไทยอย่างครบวงจร ตั้งแต่การพัฒนาศักยภาพผู้ผลิต การยกระดับมาตรฐานสินค้า ไปจนถึงการผลักดันสู่ตลาดเชิงพาณิชย์ทั้งในและต่างประเทศ โดยขับเคลื่อนผ่าน 3ภารกิจหลัก ได้แก่ การสืบสานองค์ความรู้ดั้งเดิมการสร้างสรรค์ให้สอดรับกับความต้องการของตลาด และการส่งเสริมช่องทางการตลาดทั้งออฟไลน์  และออนไลน์ “งานอัตลักษณ์แห่งสยาม” เป็นงานที่ SACIT จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 17 ในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “สานภูมิปัญญา สู่ความยั่งยืน” ระหว่างวันที่ 22 – 26 เมษายน 2569 ณ ศูนย์การค้า   เอ็มควอเทียร์       

ภายในงานพบกับกิจกรรมแบบครบครันทั้งชม ชอป เรียนรู้  อาทิ โซนจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ   พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่รวบรวมงานหัตถศิลป์ไทยคุณภาพ อาทิ ผ้าไหม ผ้าฝ้ายทอมือ งานจักสาน และเครื่องปั้นดินเผา โซนจัดแสดงและจำหน่ายงานหัตถศิลป์ไทยชั้นครูศิลป์ของแผ่นดิน  ครูช่างศิลปหัตถกรรม และทายาทช่างศิลปหัตถกรรม จากทั่วประเทศกว่า 70 ราย นอกจากนี้  ยังมีกิจกรรมสาธิตและทดลองทำงานหัตถศิลป์ไทย ที่เปิดโอกาสให้ลงมือสร้างสรรค์ผลงานด้วยตนเอง และกิจกรรมพิเศษ “อัตลักษณ์แห่งสยาม Exclusive Auction” การประมูลงานหัตถศิลป์ไทยระดับมาสเตอร์พีซกว่า 40 ผลงาน จัดขึ้นวันที่ 25 เมษายน 2569 ตั้งแต่ 16.30 น. เป็นต้นไป ณ ห้อง Moonlight Hall พิพิธภัณฑ์บ้าน Jim Thompson 

SACIT ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมสนับสนุนงานหัตถศิลป์ไทย มาพบและพูดคุยกับช่างฝีมือไทย ที่ทั้งงดงาม และหาชมได้ยาก รวบรวมไว้ในที่เดียวในงาน “อัตลักษณ์แห่งสยาม ครั้งที่ 17” ระหว่างวันที่ 22 – 26 เมษายน 2569 ระหว่างเวลา 10.00 – 22.00 น. ณ Quartier Avenue ชั้น G และ Helix Garden ชั้น 5 ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ กรุงเทพมหานคร เดินทางสะดวกด้วย BTS สถานีพร้อมพงษ์ (ทางออก 1) สอบถามเพิ่มเติม โทร. 1289 หรือ Facebook SACIT Shop

คุณแหน : 23 เมษายน 2569

คุณแหน : 23 เมษายน 2569

คุณแหน : 23 เมษายน 2569

วันพฤหัสบดี ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2569, 02.00 น.

  • พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์ นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ  นักธุรกิจชื่อดัง เจ้าของเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ-สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส-  สถานีโทรทัศน์ดิจิทัล PPTV HD 36-เศรษฐีหุ้นอันดับTop 10 เมืองไทย สิริอายุ 93 ปี ณ ศาลากวีนิรมิต (ศาลากลางน้ำ) วัดเทพศิรินทราวาส 22-28 เม.ย.18.30 น. เจ้าภาพของดพวงหรีดเชิญชวนบริจาคทำบุญสมทบมูลนิธิเวชดุสิตฯ ธนาคารTTB เลขที่ 214-2-05882-1หรือ ธ.กสิกรไทย เลขที่ 008-8—81502-5..
  • เพ็ญพักตร์ ศรีทอง ประธานสมาคมสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ เชิญกก. และสมาชิกร่วมประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 และเลือกตั้งคณะกก.ชุดใหม่ พ.ศ. 2569-2572 วันเสาร์ 9 พ.ค.08.30-12.00 น. รร.มิราเคิลแกรนด์คอนเวนชั่น ..
  • สงกรานต์ที่ผ่าน มุกดา-ดร.อมร จันทรสมบูรณ์ นำลูกหลานของท่านผู้หญิงตุ่นและกัลยาณมิตร ร่วมทำบุญถวายปัจจัยเพื่อบูรณะศาลา 10 (ท่านผู้หญิงตุ่น โกศัลวิตร) ณ วัดมกุฎกษัตริยารามและสรงน้ำขอพรจาก พระเทพวชิรเมธาจารย์ เจ้าอาวาสวัดมกุฎฯ ..
  • โอกาส 250 ปีแห่งการประกาศอิสรภาพของสหรัฐอเมริกา รศ.ดร.นริศ ชัยสูตร นายกสมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกา ในพระบรมราชูปถัมภ์ (AUAA) นำทีมนักเรียนเก่าฯ ร่วมจัดงาน “America 250 High Tea Concert”  3 พ.ค. 13.00 น. ห้องเบญจสิริ แกรนด์ บอลรูม โรงแรมโนโวเทล สุขุมวิท 20 .. แม่งานฝ่าย ปชส.  “ดร.ตุ๊ก” อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ นอกจากขยันช่วยขายบัตรแล้ว ยังส่งคริสปี้ ครีม โดนัทเป็นเสบียงให้นักร้องกิตติมศักดิ์  อาทิ ปัญญชลี เพ็ญชาติ, ศรีล สุขุม, ดร.ประทีป ตั้งมติธรรม ฯลฯ และสองศิลปินรุ่นใหม่ กอล์ฟ – คุณาวุธ จิรัฐติกร และ ปีเตอร์ – ปรัตถกร ดวงสว่าง รายได้สนับสนุนมูลนิธิเพื่อโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ..
  • สถานทูตเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย ร่วมกับ สยามพิวรรธน์ เชิญชมนิทรรศการออกแบบบัตรแรบบิท ที่สะท้อนความคิดสร้างสรรค์และเอกลักษณ์เฉพาะตัว  พร้อมถ่ายทอดมุมมองที่หลากหลายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศออสเตรเลียและประเทศไทย พร้อมร่วมกิจกรรมและรับของรางวัลมากมาย  22-29 เม.ย. ชั้น 3 โซน Creative Space สยามดิสคัฟเวอรี่ และ 30 เม.ย.-17 พ.ค.  ชั้น 5 สยามดิสคัฟเวอรี่..
  • มูลนิธินริศรานุวัดติวงศ์และสมาชิกราชสกุลจิตรพงศ์ จัดวันนริศ ประจำปี 2569 วันพุธ 29 เม.ย.ณ บ้านปลายเนิน คลองเตย ตั้งแต่เวลา 09.00-19.30 น. เพื่อเทิดพระเกียรติและรำลึกถึงพระอัจฉริยภาพของ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ชมตำหนักไทย ที่สร้างสรรค์ผลงานของสมเด็จฯ ,ชมศิลปวัตถุอันทรงคุณค่า,ชมผลงานฝีพระหัตถ์ชิ้นสำคัญ ฯลฯ ถ่ายทอดและนำชมโดย วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ม.ล.จิตตวดี จิตรพงศ์ พระทายาท,อธิภัทร แสวงผล รายได้สมทบทุนมูลนิธิฯ เพื่อสนับสนุนการศึกษา พัฒนาทักษะและความรู้ทางด้านศิลปะไทยทุกแขนง ทั้งด้านดุริยางคศิลป์ นาฎศิลป์ คีตศิลป์ ทัศนศิลป์ เพื่อสืบสานศิลปวัฒนธรรมประจำชาติให้คงอยู่สืบไป..

น้อง

กรมสมเด็จพระเทพฯ พระราชทานพระราชวโรกาสให้ ผู้บริหาร บจก.แวนทีฟฯ เข้ารับพระราชทานของที่ระลึกผู้บริจาคเงินมูลนิธิโรคไตฯ

กรมสมเด็จพระเทพฯ พระราชทานพระราชวโรกาสให้ ผู้บริหาร บจก.แวนทีฟฯ เข้ารับพระราชทานของที่ระลึกผู้บริจาคเงินมูลนิธิโรคไตฯ

กรมสมเด็จพระเทพฯ พระราชทานพระราชวโรกาสให้ ผู้บริหาร บจก.แวนทีฟฯ เข้ารับพระราชทานของที่ระลึกผู้บริจาคเงินมูลนิธิโรคไตฯ

วันพุธ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569, 19.59 น.

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชวโรกาสให้ ผู้บริหาร บริษัท แวนทีฟ เฮลธ์แคร์ (ประเทศไทย) จํากัดเข้ารับพระราชทานของที่ระลึกผู้บริจาคเงินมูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย

ในวโรกาสที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เป็นประธานการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของคณะกรรมการบริหารมูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย ได้พระราชทานพระราชวโรกาสให้ เภสัชกร กฤษฎา กิรสมุทรานนท์ ผู้อำนวยการ บริษัท แวนทีฟ เฮลธ์แคร์ (ประเทศไทย) จำกัด เฝ้าทูลละอองพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมรับพระราชทานของที่ระลึก เนื่องในโอกาสที่ แวนทีฟ ประเทศไทย ได้บริจาคเงินสมทบทุนจากกิจกรรมวิ่งการกุศล Vantive Kidney Run วิ่งเพื่อคนไทย ไตแข็งแรง ให้แก่มูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย จำนวน 346,000 บาท ในปี พ.ศ. 2568 เมื่อวันศุกร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569 ณ ห้องประชุมสลากกินแบ่งรัฐบาล ชั้น 9 ตึกกัลยาณิวัฒนา โรงพยาบาลสงฆ์

มูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย ซึ่งสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงเป็นองค์ประธานก่อตั้ง และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นองค์ประธาน ได้ดำเนินภารกิจในการให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยโรคไตและโรคทางเดินปัสสาวะที่ยากไร้อย่างต่อเนื่อง โดยมีมูลค่าการสนับสนุนรวมกว่า 1,680 ล้านบาท

แวนทีฟ ประเทศไทย ผู้นำนวัตกรรมการดูแลผู้ป่วยโรคไตระดับโลก มุ่งมั่นร่วมพัฒนาระบบการดูแลโรคไต ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยการสนับสนุนในครั้งนี้แสดงถึงความตั้งใจในการเพิ่มการเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพ สอดคล้องกับพันธกิจ ‘ชีวิตยืนยาว ก้าวสู่ความเป็นไปได้’ (Extending Lives Expanding Possibilities) ของแวนทีฟ ที่มุ่งยกระดับการรักษาและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 70 ปี แวนทีฟขับเคลื่อนนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการแพทย์ เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคไตทั้งในระดับประเทศและระดับโลก ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนถึงบทบาทของแวนทีฟ ประเทศไทย ในการสนับสนุนการดูแลผู้ป่วยโรคไตในประเทศ ผ่านการผสานนวัตกรรมเข้ากับความรับผิดชอบต่อสังคม และการทำงานร่วมกับภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อสร้างผลกระทบ เชิงบวกต่อระบบสาธารณสุขไทยอย่างยั่งยืน 

คณะกายภาพบำบัด DPU เปิดหลักสูตรมาตรฐานวิชาชีพปั้นนักกายภาพบำบัดรุ่นใหม่

คณะกายภาพบำบัด DPU เปิดหลักสูตรมาตรฐานวิชาชีพปั้นนักกายภาพบำบัดรุ่นใหม่

คณะกายภาพบำบัด DPU เปิดหลักสูตรมาตรฐานวิชาชีพปั้นนักกายภาพบำบัดรุ่นใหม่

วันพุธ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.07 น.

คณะกายภาพบำบัด DPU พัฒนาหลักสูตรมาตรฐานวิชาชีพ ปั้นนักกายภาพบำบัดรุ่นใหม่ “คิดสร้างสรรค์เชิงธุรกิจ” สู่อุตสาหกรรมสุขภาพ ทุ่มทุนสร้างคลินิกต้นแบบให้บริการประชาชน หนุนนักศึกษา “เรียนจริง–รักษาจริง” ตั้งแต่เริ่มต้น วางระบบบริหาร สร้างแบรนด์ ต่อยอดสู่อาชีพอนาคตที่มั่นคง สร้างธุรกิจได้

ดร.กภ. เบญจมาภรณ์ หาญเจริญกุล คณบดีคณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU)

ดร.กภ. เบญจมาภรณ์ หาญเจริญกุล คณบดีคณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) เปิดเผยว่า สังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ ส่งผลให้ความต้องการด้านการฟื้นฟูสุขภาพและการดูแลระยะยาวเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ก็มีความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพจากการทำงาน เช่น ออฟฟิศซินโดรม อาการปวดเรื้อรัง หรือการบาดเจ็บจากการออกกำลังกาย นักกายภาพบำบัดจึงมีความสำคัญมากในระบบสาธารณสุขและภาคเอกชน นอกจากนี้ ปัจจุบันประเทศไทยมีนักกายภาพบำบัดที่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพประมาณ 15,000 คน แต่ทำงานในสายวิชาชีพจริงราว 10,000 คน และอยู่ในระบบกระทรวงสาธารณสุขประมาณ 7,000 คน นักกายภาพบำบัด 1 คน ต้องดูแลประชากรเฉลี่ยประมาณ 4,500 คน ขณะที่เกณฑ์ที่เหมาะสมซึ่งกระทรวงสาธารณสุขกำหนด อยู่ที่ 1 คนต่อประชากร 2,000 คน สะท้อนให้เห็นภาวะขาดแคลนนักกายภาพบำบัดในประเทศไทยอย่างหนัก ส่งผลให้เกิดความต้องการบุคลากรในสายวิชาชีพนี้อย่างต่อเนื่อง การพัฒนาหลักสูตรกายภาพบำบัดของ DPU จึงมุ่งตอบโจทย์ทั้งในเชิงคุณภาพและปริมาณ เพื่อผลิตบัณฑิตที่มีศักยภาพเข้าสู่ตลาดแรงงานได้ทันที สอดคล้องกับความต้องการของยุคปัจจุบัน

คณบดีคณะกายภาพบำบัด DPU กล่าวอีกว่า หลักสูตรของ DPU ได้รับการรับรองมาตรฐานจากสภาวิชาชีพอย่างถูกต้อง สะท้อนศักยภาพ ความพร้อมทั้งการเรียนการสอน บุคลากร และแหล่งฝึกปฏิบัติทางคลินิก โดยเน้นการผลิตบัณฑิตให้มีความรู้และทักษะครอบคลุมทุกด้านของวิชาชีพ ทั้งระบบโครงสร้างและกล้ามเนื้อ ระบบประสาท ระบบหัวใจและการไหลเวียนเลือด กายภาพบำบัดในเด็ก และเวชศาสตร์การกีฬา รวมถึงการดูแลผู้สูงอายุและงานฟื้นฟูในชุมชน หลักสูตรของคณะกายภาพฯ DPU ไม่เพียงให้ความสำคัญกับการเรียนการสอนตามมาตรฐานวิชาชีพ แต่ยังมุ่งเสริมสร้างทักษะการเป็นผู้ประกอบการในเชิงคลินิกบริการส่งเสริมสุขภาพ เนื่องจากแนวโน้มของอุตสาหกรรมสุขภาพ (Wellness Industry) เติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งในรูปแบบคลินิกเฉพาะทาง ศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพ ธุรกิจสปา และบริการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ให้นักศึกษาได้เรียนรู้การจัดตั้งธุรกิจคลินิกกายภาพบำบัดหรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องของตนเองตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อพัฒนาศักยภาพบัณฑิตให้สามารถต่อยอดสู่อาชีพอิสระหรือผู้ประกอบการได้มากขึ้น

“จุดเด่นของ DPU คือ เราไม่ได้ผลิตเพียงนักกายภาพบำบัด แต่ยังสร้างนักกายภาพบำบัดที่คิดในเชิงธุรกิจและการสร้างสรรค์นวัตกรรมการดูแลรักษาและพัฒนาระบบสุขภาพให้ดีขึ้น โดยมี ‘DPU Relieve คลินิกกายภาพบำบัด’ ซึ่งเป็นคลินิกกายภาพบำบัดต้นแบบที่จัดตั้งขึ้นภายในมหาวิทยาลัย เปิดให้บริการแก่ประชาชนทั่วไป ภายใต้การดูแลของอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ ให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากสถานการณ์จริง ด้วยอุปกรณ์การเรียนและเครื่องมือทางกายภาพบำบัดที่ทันสมัย ตั้งแต่พื้นฐานวิชาชีพไปจนถึงการออกแบบบริการสุขภาพ การสร้างแบรนด์ และการบริหารคลินิก ซึ่งเป็นทักษะสำคัญในยุคปัจจุบัน พร้อมทีมคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ทั้งด้านการสอนและการปฏิบัติงานจริงเฉพาะทางครบทั้ง 5 ด้านตามมาตรฐานวิชาชีพ นอกจากนี้ยังมีเครือข่ายความร่วมมือกับสถานพยาบาลชั้นนำทั่วประเทศกว่า 50 แห่ง เพื่อรองรับการฝึกปฏิบัติงาน และเสริมสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่หลากหลายให้นักศึกษา” ดร.กภ. เบญจมาภรณ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีสถาบันการศึกษาเปิดสอนหลักสูตรด้านกายภาพบำบัดเพิ่มมากขึ้น แต่ยังไม่เพียงพอกับความต้องการของระบบสาธารณสุขและตลาดแรงงานไทย เนื่องจากผู้ที่จะเป็นนักกายภาพบำบัดได้ ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ซึ่งคณะกายภาพบำบัด DPU สนับสนุนการเตรียมความพร้อมให้กับนักศึกษา โดยจัดติวเข้มสำหรับนักศึกษาชั้นปีที่ 4 เพื่อเตรียมสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ โดยรวบรวมข้อสอบย้อนหลังและฝึกทำข้อสอบเสมือนจริง พร้อมอธิบายแนวคิดอย่างเป็นระบบ เพื่อเพิ่มโอกาสสอบผ่านตั้งแต่รอบแรก ซึ่งเป็นตัวชี้วัดคุณภาพสำคัญของสถาบันและผู้เรียน

ทั้งนี้ หลักสูตรกายภาพฯ DPU 4 ปี เปิดรับนักเรียนที่สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6) สายวิทย์-คณิต หรือศิลป์-คำนวณ มีหน่วยกิตวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์รวมกันไม่น้อยกว่า 22 หน่วยกิต สำหรับนักเรียนที่สนใจ สามารถเยี่ยมชมคณะและทดลองเรียนรู้บรรยากาศจริงได้ ผ่านกิจกรรม Open House หรือการนัดหมายเข้าชมสถานที่ พร้อมพูดคุยกับคณาจารย์โดยตรง เพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนสมัครเรียน โดยสามารถติดตามรายละเอียดได้ทาง https://www.dpu.ac.th/th/faculty-of-physical-therapy    

“เราอยากเห็นบัณฑิตของเราเติบโตในแบบที่เขาเลือก ไม่ว่าจะทำงานในองค์กร หรือสร้างธุรกิจของตัวเอง สิ่งสำคัญ คือ การมีทักษะคิดวิเคราะห์ และต่อยอดความรู้ให้เกิดมูลค่าได้ในโลกยุคปัจจุบันและอนาคต” คณบดีกล่าว และเพิ่มเติมอีกว่า DPU Relieve คลินิกกายภาพบำบัดของมหาวิทยาลัย ไม่เพียงใช้ในการฝึกปฏิบัตินักศึกษาเท่านั้น แต่เปิดให้บริการแก่ประชาชนทั่วไปทุกวัน ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 10.00–19.00 น. โดยสามารถเข้ารับบริการแบบ Walk-in หรือจองคิวล่วงหน้าผ่าน Line และ Facebook ของคลินิกได้ เพื่อความสะดวกในการเข้ารับบริการ

หนึ่งเดียวในโลก! ย้อนรอยตำนาน ‘มนต์เสน่ห์บางปู’ สุดยิ่งใหญ่

หนึ่งเดียวในโลก! ย้อนรอยตำนาน ‘มนต์เสน่ห์บางปู' สุดยิ่งใหญ่

หนึ่งเดียวในโลก! ย้อนรอยตำนาน ‘มนต์เสน่ห์บางปู’ สุดยิ่งใหญ่

วันพุธ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.04 น.

เทศบาลตำบลบางปู จังหวัดสมุทรปราการ นำโดย นายธีรพล ชุนเจริญ นายกเทศมนตรีตำบลบางปู จัดงาน “วิถีน้ำ วิถีไทย มนต์เสน่ห์บางปู” สืบสานประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น หนึ่งเดียวในโลก ท่ามกลางทัศนียภาพริมน้ำอันงดงามและความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศชายฝั่งบางปู พร้อมโชว์ศักยภาพการก้าวสู่หมุดหมายท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติแห่งใหม่ของประเทศไทย ในวันที่ 25-26 เมษายน 2569 ตั้งแต่เวลา 14.00 – 22.00 น. ณ วงเวียนหาดอมรา ถนนท้ายบ้าน อำเภอเมืองฯ จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อร่วมอนุรักษ์มรดกแห่งวัฒนธรรมของชาว “บางปู” ให้กลายเป็นสมบัติอันทรงคุณค่า พร้อมส่งต่อให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ เทศบาลตำบลบางปู

ภายในงานนำเสนอความโดดเด่นของ “บางปู” สถานที่สำคัญของจังหวัดสมุทรปราการและของประเทศไทย ซึ่งมีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 90 ปี ภายใต้แนวคิดหลักที่มี “น้ำ” เป็นจุดเชื่อมความสุข ได้แก่ ศรัทธาแห่งน้ำ ความสนุกแห่งน้ำ และ ภูมิปัญญาแห่งน้ำ ผ่านพิธีกรรมทางศาสนา กิจกรรมนันทนาการ การแสดงความกตัญญูกตเวทิตา การละเล่นพื้นบ้าน การแสดงมหรสพ ซุ้มนิทรรศการ และ การออกร้านค้าชุมชน อาหารท้องถิ่น ของดีบางปู เป็นต้น

กิจกรรมเริ่มจาก การเสริมความเป็นสิริมงคล ร่วมสรงน้ำ “หลวงพ่อประกายมงคล” วัดตำหรุ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์เก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองชาวบางปูและชาวจังหวัดสมุทรปราการ ต่อด้วยชมนิทรรศการชุด “วิถีน้ำ วิถีไทย มนต์เสน่ห์บางปู” ร่วมย้อนประวัติความเป็นมาของ “บางปู” จากบทประพันธ์ นิราศสัตหีบ  พ.ศ. 2500 ของ พลเรือตรี จวบ หงสกุล และยังเป็นสถานที่พักผ่อนตากอากาศยอดนิยม พบปะสังสรรค์ เต้นลีลาศ ของกลุ่มบุคคลชั้นนำในอดีต ตลอดจนถึงปัจจุบันที่กลายเป็นแหล่งศึกษาระบบนิเวศป่าชายเลนที่สำคัญของประเทศไทย ช่วยรักษาสมดุลทางธรรมชาติ ฟอกอากาศ ดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ และเป็นที่อยู่อาศัย     ของสัตว์อย่าง นกนางนวล ปูแสม ปลาตีน และพืชหลายชนิด เป็นต้น

นอกจากนี้ ภายในงานยังจัดพื้นที่การแสดงความเคารพนอบน้อมแด่ผู้ใหญ่ ร่วมรดน้ำขอพรผู้สูงอายุกว่า 600 ท่าน เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นภายในชุมชน ลดช่องว่างระหว่างวัย พร้อมด้วยกิจกรรมนันทนาการอีกมากกมาย อาทิ การละเล่นหมากรุกคน ของชุมชนคลองตาเจี่ย บางปู สมุทรปราการ ที่สืบทอดกันมานานกว่า 80 ปี จากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งจะมีการละเล่นปีละ 1 ครั้งในเทศกาลสงกรานต์เท่านั้น โดยแบ่งเป็นผู้เล่นชายและหญิง แต่งกายตามลักษณะตัวละครในหมากรุกอย่าง ม้า เรือ ขุน เบี้ย อีกทั้งยังมีการแสดง รำวงย้อนยุค ร้องเพลงไทยเดิม การแสดงนาฏศิลป์ไทยประยุกต์ การแสดงกลองยาว วงดนตรีไทย การแสดงโขน เป็นต้น

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญและนับเป็นความภาคภูมิใจของชาวบางปู คือการยกระดับวัตถุดิบพื้นบ้านที่มีชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วประเทศ อย่าง กะปิ น้ำปลา และปลาแห้ง นำมารังสรรค์เป็นเมนูฟิวชั่นยุคใหม่ ซึ่งได้ เชฟจากัวร์ ธีรวีร์ ดิษยะไชยพงษ์ ผู้ชนะเลิศสุดยอดข้าวแกงไทยสู่สากล 2025 มาสาธิตการปรุงอาหารจากวัตถุดิบท้องถิ่นบางปูในเมนู ยำบางปูซันเซต และ แกงคั่วใบชะครามบางปู (แกงบางปูฟ้าคราม) พร้อมเพลิดเพลินไปกับร้านค้าของดีของเด่นเมืองบางปูกว่า 50 ร้านค้า

ปิดท้ายความประทับใจในยามเย็น แดดร่ม ลมตก ร่วมชมความงดงามของแสงอาทิตย์สีทอง พร้อมสนุกสนานไปกับด้วยคอนเสิร์ตจากศิลปินคุณภาพ Blackhead, ซูเปอร์เตย, บังนัส แอนด์ ฟิวเจอร์แบนด์, และต้นข้าว สุปรียา สามารถติดตามรอบการแสดงและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : เทศบาลตำบลบางปู สมุทรปราการ https://www.facebook.com/bangpoocities/?locale=th_TH

ร่วมย้อนรอยเสน่ห์แห่งกาลเวลาในงาน สืบสานประเพณีวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น “วิถีน้ำ วิถีไทย มนต์เสน่ห์บางปู” งานเดียวที่รวมความเก๋าและความเก๋ไว้ด้วยกันอย่างลงตัว วันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2569 ชวนแต่งกายชุดไทยสไตล์ “สไบยีนส์”  วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน 2569  สนุกกับกิจกรรมชุ่มฉ่ำความสุขตลอดงาน ตั้งแต่เวลา 14.00 – 22.00 น. ณ วงเวียนหาดอมรา ถนนท้ายบ้าน อำเภอเมืองฯ จังหวัดสมุทรปราการ

BRT Intertech เปิดตัวแบรนด์ ‘INTO SPEC’ ชวนคนรักการตกแต่งบ้าน เปิดมุมมองใหม่

BRT Intertech เปิดตัวแบรนด์ 'INTO SPEC’ ชวนคนรักการตกแต่งบ้าน เปิดมุมมองใหม่

BRT Intertech เปิดตัวแบรนด์ ‘INTO SPEC’ ชวนคนรักการตกแต่งบ้าน เปิดมุมมองใหม่

วันพุธ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.00 น.

บริษัท บีอาร์ที อินเตอร์เทค จำกัด ตอกย้ำผู้นำนวัตกรรมวัสดุทดแทนไม้ เปิดตัวแบรนด์  “INTO SPEC” อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมชูไฮไลท์ “ประตู SPC” ผสานเทคโนโลยี Sanitized® จากสวิตเซอร์แลนด์ คุณสมบัติยับยั้งแบคทีเรียและไวรัสได้ถึง 99%     ในงาน สถาปนิก’69 (Architect’26) ครั้งที่ 38 วันที่ 30 เมษายนนี้  เวลา 16.30 น. ณ เลขที่บูธ TP07 ระหว่างเสาที่ 39–40 ฮอลล์ชาเลนเจอร์ 3 ประตู 1 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

ภายในงานร่วมพูดคุยถึงวิสัยทัศน์  ที่มาของแบรนด์ INTO SPEC  นวัตกรรม Sanitized® โดย คุณศรัณย์ วงษ์กมลชุณห์ กรรมการผู้จัดการ และ คุณศลิษา วงษ์กมลชุณห์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท บีอาร์ที อินเตอร์เทค จำกัดฯ

พบกับไฮไลท์ตื่นตาไปกับนวัตกรรม Thematic Pavilion “ปราณสถาน” งานออกแบบเชิงพาราเมตริกที่สะท้อนความสงบและความแข็งแกร่งของวัสดุ SPC ได้อย่างลงตัว โดยสถาปนิกชื่อดัง บดินทร์ พลางกูร จาก Context Studio และเปิดเวทีเสวนา “ การใช้ AI แบบมีสติ ”โดย คุณบูม พีรพล การุณวิวัธน์ (Computational Design Specialist)และ คุณเท็ด ภาวิน วัฒนชัยยิ่งเจริญ ที่จะมาร่วมเปิดมุมมองใหม่ของวงการออกแบบ ระหว่างเทคโนโลยีและงานคราฟต์ โดยมี “แก๊ป ธนเวทย์ สิริวัฒน์ธนกุล” รับหน้าที่เป็นพิธีกร

เอ็ม บี เค ผนึกจังหวัดปทุมธานีและพันธมิตร ขับเคลื่อนโครงการ MBK Green Community ปลูกต้นโกงกาง ลำพู ฟื้นฟูระบบนิเวศ ริมน้ำเจ้าพระยา ณ ริเวอร์เดล มารีน่า

เอ็ม บี เค ผนึกจังหวัดปทุมธานีและพันธมิตร ขับเคลื่อนโครงการ MBK Green Community ปลูกต้นโกงกาง ลำพู ฟื้นฟูระบบนิเวศ ริมน้ำเจ้าพระยา ณ ริเวอร์เดล มารีน่า

เอ็ม บี เค ผนึกจังหวัดปทุมธานีและพันธมิตร ขับเคลื่อนโครงการ MBK Green Community ปลูกต้นโกงกาง ลำพู ฟื้นฟูระบบนิเวศ ริมน้ำเจ้าพระยา ณ ริเวอร์เดล มารีน่า

วันพุธ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.13 น.

บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อม จัดโครงการ MBK Green Community สรรค์สร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีสู่สังคมที่ยั่งยืน  โดยร่วมมือกับภาครัฐและพันธมิตรภาคเอกชน ปลูกต้นโกงกาง ต้นลำพู เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศ ป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งจากคลื่นลมพายุและสร้างสมดุลทางธรรมชาติ ณ ท่าเรือริเวอร์เดล มารีน่า ศูนย์กลางและผู้ให้บริการด้านเรือและกิจกรรมทางน้ำครบวงจรบนลุ่มน้ำเจ้าพระยา

ทางบริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) และธุรกิจในเครือ นำโดย พงษ์ศักดิ์ ศัพทเสน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร 1 สำนักกรรมการผู้อำนวยการ ได้เป็นประธานร่วมกับ เอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี และ ธวัชชัย อึ้งอัมพรวิไล นายกเทศมนตรีเมืองบางกะดี กิจกรรมปลูกต้นโกงกางในโครงการ MBK Green Community สรรค์สร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีสู่สังคมที่ยั่งยืน โดยมี ผู้บริหารและพนักงานจิตอาสา MBK CARE ในเครือเอ็ม บี เค ประกอบด้วย พุทธชาด ศรีนิศากร  ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการตลาด บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน), แสงสูรย์ แสงประสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอพเพิล ออโต้ ออคชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด, พิมลรัตน์ จิตต์ภาวนาสกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายการตลาด บริษัท พี อาร์ จี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) รวมถึง บริษัท เอ็ม บี เค แอสเซท โซลูชั่น จำกัด บริษัท เอ็ม บี เค ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด บริษัท กรีน เอเลเมนท์ จำกัด บริษัท เอ็ม บี เค บางกอก กอล์ฟ โฮเต็ล จำกัด บริษัท เอ็ม บี เค กอล์ฟ แมเนจเม้นท์ จำกัด บริษัท เดอะไนน์ ติวานนท์ จำกัด ตลอดจนหน่วยงานราชการในจังหวัดปทุมธานี ได้แก่ ภัทริศ คุณกิตติ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดปทุมธานี , อำนาจ สอนหมวก ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขานนทบุรี , ว่าที่ร้อยตรี ธีระพล โชคนำชัย ปลัดจังหวัดปทุมธานี , ภูไทย กมลวารินทร์ ผู้ช่วยนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี , พ.ต.ท.เนติ รุ่งฟ้าแสงอรุณ รองผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรปากคลองรังสิต และพันธมิตรสำคัญ บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) โดย สรศักย์ ชยารักษ์ ผู้อำนวยการกลยุทธ์องค์กรและการลงทุน ร่วมกันปลูกต้นโกงกาง และต้นลำพู กว่า 70 ต้น บนพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยากว่า 70 เมตร เพื่อเป็นปราการทางธรรมชาติในการฟื้นฟูระบบนิเวศริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้สมบูรณ์ในการปกป้องหน้าดิน ซึ่งระบบรากของต้นไม้ทั้ง 2 ชนิดมีความพิเศษที่ยึดเกาะดินได้อย่างแน่นหนา ลดการปะทะกัดเซาะจากคลื่นลมพายุ  รวมถึงยังเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อนที่สำคัญ เช่น กุ้ง หอย ปู ปลา ในการเติบโตซึ่งเป็นการช่วยเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ พร้อมยังช่วยดูดซับสารพิษ กรองเศษขยะและสิ่งเจือปนทำให้น้ำที่ไหลลงสู่แม่น้ำมีความสะอาดมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ของความร่วมมือที่แข็งแกร่งระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนในจังหวัดปทุมธานี เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมที่ดีสู่สังคมที่ยั่งยืนให้กับคนรุ่นหลังต่อไป

พงษ์ศักดิ์ ศัพทเสน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร 1 สำนักกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงความสำคัญในโครงการ ฯ นี้ว่า “สำหรับโครงการ MBK Green Community สรรค์สร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีสู่สังคมที่ยั่งยืน ในปีนี้ เรามุ่งเน้นใน 3 วัตถุประสงค์หลัก ประการแรกคือ การปลูกฝังจิตสำนึกและรณรงค์ให้พนักงานในเครือเอ็ม บี เค ตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลรักษาธรรมชาติอย่างแท้จริง ประการต่อมาคือการตอบรับนโยบาย ESG เพื่อขับเคลื่อนมิติด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ตอกย้ำในการเป็นองค์กรที่มุ่งเน้นการทำธุรกิจที่เป็นมิตรต่อโลกเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2050  (Net Zero Emissions) และประการสำคัญคือการเพิ่มพื้นที่สีเขียว เพื่อเสริมทัศนียภาพให้กับ ริเวอร์เดล มารีน่า) ซึ่งเราตั้งใจยกระดับให้เป็นแลนด์มาร์คสีเขียวที่ให้บริการด้านกิจกรรมทางน้ำอย่างครบวงจรริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งการสร้างระบบนิเวศที่ดีนี้ไม่เพียงแต่ช่วยฟื้นฟูธรรมชาติ แต่ยังช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์และสนับสนุนทุกกลุ่มธุรกิจในเครือเอ็ม บี เค ให้เติบโตไปพร้อมกับความยั่งยืนของสังคมและสิ่งแวดล้อม อีกด้วย”


 
ปราโมทย์ เกตุทอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารออกแบบและปฏิบัติการงานโครงการ บริษัท กรีน เอเลเมนท์ จำกัด จิตอาสาของ MBK CARE เผยความตั้งใจในการขยายพื้นที่สีเขียวภายในโครงการริเวอร์เดล ดิสทริค ว่า “ทางเอ็ม บี เค เริ่มรณรงค์การปลูกต้นไม้ ที่ใช้ในโครงการริเวอร์เดล ดิสทริค ทั้งในพื้นดินและขยายไปบริเวณริมน้ำบริเวณ ริเวอร์เดล มารีน่า ด้วยการปลูกไม้ธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น โกงกาง ลำพู เพื่อแก้ปัญหาการกัดเซาะตลิ่ง พร้อมสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ ตัวเล็ก คืนความร่มรื่นและสมดุลให้กับระบบนิเวศริมแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างยั่งยืน และมอบความร่มรื่นให้แก่โครงการฯ ในระยะยาว”

ทางด้าน เอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี กล่าวถึงการปลูกต้นโกงกางและต้นลำพูบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยาว่า “การปลูกต้นไม้ทั้ง 2 ชนิด เป็นแนวทางสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงของพื้นที่ชายฝั่งแม่น้ำในจังหวัดปทุมธานี อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงของการทรุดตัวในระยะยาว ซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนและโครงสร้างพื้นฐานในหลายพื้นที่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมวางแผนบูรณาการแนวคิดดังกล่าวเข้าสู่การบริหารจัดการพื้นที่อย่างเป็นระบบ โดยมุ่งเน้นการปลูกและฟื้นฟูพืชท้องถิ่นให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมของลุ่มน้ำเจ้าพระยา พร้อมทั้งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการดูแลรักษา เพื่อให้เกิดความยั่งยืนทั้งในด้านระบบนิเวศและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ของปทุมธานี”

ปิดท้ายที่ ธวัชชัย อึ้งอัมพรวิไล นายกเทศมนตรีเมืองบางกะดี กล่าวเสริมว่า “ในส่วนของต้นลำพู ที่ปลูกในวันนี้ ยังมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เนื่องจากเป็นพืชที่เอื้อต่อการเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของหิ่งห้อย หากมีการดูแลและส่งเสริมการเจริญเติบโตอย่างเหมาะสม จะสามารถพัฒนาเป็นเส้นทางท่องเที่ยวชมหิ่งห้อยริมแม่น้ำเจ้าพระยาได้ในอนาคต ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ให้กับชุมชน ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก และสร้างความตระหนักด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติควบคู่กันไป”

นิทรรศการศิลปะ ‘ศิลป์สยาม’ พลังคนรุ่นใหม่ถ่ายทอดอัตลักษณ์จิตรกรรมไทย

นิทรรศการศิลปะ ‘ศิลป์สยาม’ พลังคนรุ่นใหม่ถ่ายทอดอัตลักษณ์จิตรกรรมไทย

นิทรรศการศิลปะ ‘ศิลป์สยาม’ พลังคนรุ่นใหม่ถ่ายทอดอัตลักษณ์จิตรกรรมไทย

วันพุธ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.05 น.

ไอคอนสยาม ชวนเสพงานศิลป์จากพลังคนรุ่นใหม่ในงาน GRAD AND GLOW ARTS THESIS SHOWCASE 2026 โดยนักศึกษาสาขาวิชาจิตรกรรมไทย วิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ จัดแสดงนิทรรศการผลงานศิลปนิพนธ์ “ศิลป์สยาม”  ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2569 ณ ICON Art & Culture Space ชั้น 8 ไอคอนสยาม

นิทรรศการที่สะท้อนอัตลักษณ์ของศิลปะไทยผ่านมุมมองร่วมสมัย นำเสนอผลงานที่ผสานแนวคิดจากวรรณกรรม ตำนาน และเรื่องราวทางวัฒนธรรมไทย เข้ากับกระบวนการสร้างสรรค์แบบโบราณและเทคนิคศิลปะร่วมสมัย ถ่ายทอดผ่านลายพู่กันและเส้นสายที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะบุคคลของนักศึกษา โดยยังคงรักษากลิ่นอายของ “ศิลปะประจำชาติ” ในแขนงจิตรกรรมไทยไว้อย่างงดงาม

“ศิลป์สยาม” ไม่เพียงเป็นเวทีแสดงศักยภาพของนักศึกษา แต่ยังเป็นพื้นที่ในการรวบรวมองค์ความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมตลอดหลักสูตรศิลปบัณฑิต สู่การถ่ายทอดผลงานที่สะท้อนตัวตน ความคิด และจินตนาการ ผ่านศาสตร์และศิลป์ที่หลอมรวมความเป็น “สยาม” ได้อย่างลึกซึ้ง  

พิธีเปิดงานได้รับเกียรติจาก ยูน ปัณพัท เตชเมธากุล ศิลปินจิตรกร และแฟชั่นดีไซน์เนอร์ ผู้มีผลงาน Collaboration ร่วมกับแบรนด์ต่างๆ ทั้งไทยและต่างประเทศไทย มาบอกเล่าประสบการณ์ในหัวข้อ “Finding Your Signature Style: ลายเส้นที่โลกจำ” ให้กับนักศึกษาในวันนี้ด้วย พร้อมกล่าวชื่นชมผลงานนักศึกษาว่ารู้สึกประทับใจในผลงานเพราะทุกชิ้นงานมีความสวยงามและมีคุณค่า 

สยบดราม่าหน้าเสีย คริส เคลียร์ชัด โอม จริงจังเรื่องซอง แฮปปี้ได้คนช่วยน้องคิดก่อนจ่าย

สยบดราม่าหน้าเสีย คริส เคลียร์ชัด โอม จริงจังเรื่องซอง แฮปปี้ได้คนช่วยน้องคิดก่อนจ่าย

สยบดราม่าหน้าเสีย คริส เคลียร์ชัด โอม จริงจังเรื่องซอง แฮปปี้ได้คนช่วยน้องคิดก่อนจ่าย

วันพฤหัสบดี ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.32 น.

เป็นประเด็นร้อนบนโลกโซเชียลทันทีหลังจากที่มีการเผยแพร่คลิปบรรยากาศงานแต่งงานช่วงกั้นประตูเงินประตูทองโดยภายในคลิปปรากฏภาพของนักร้องหนุ่ม”โอม Cocktail” (ปัณฑพล ประสารราชกิจ) และนักแสดงสาว “คริส หอวัง” ที่ร่วมอยู่ในเหตุการณ์ในระหว่างพิธี โดยระหว่างกั้นประตูเงินประตูทอง คริส หอวัง ได้มีการแซวเจ้าบ่าวเรื่องการต่อรองราคาซองกั้นประตูเงินประตูทองในขบวนขันหมาก ให้ซองยากจะดูแลน้องสาวพี่อย่างไง ซึ่งทางด้าน โอม Cocktail ได้ออกมาอธิบายในเชิงวิเคราะห์ถึงสถานการณ์ดังกล่าวว่า “การต่อรองเรื่องซอง จริงๆ แล้วคือสัญญาณที่ดีของหัวหน้าครอบครัว เพราะสะท้อนถึงการเป็นคนใช้เงินอย่างไตร่ตรอง ไม่สุรุ่ยสุร่าย” ทำเอาหลายคนมองว่าเป็นการหักหน้า ‘คริส หอวัง’ถึงขั้นทำให้หน้าเสียกลางงานมงคล

และดูเหมือนชาวเน็ตก็เสียงแตก แบ่งเป็น 2 ฝ่ายหลังจากคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างล้นหลาม โดยมีความเห็นแตกออกเป็นสองฝั่งอย่างชัดเจน ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย มองว่าคำพูดดังกล่าวดูจริงจังเกินไปสำหรับบรรยากาศงานมงคลที่ควรจะเน้นความสนุกสนาน โดยมีคอมเมนต์อาทิ “รู้ว่าพูดได้ แต่ไม่ควรพูดในงานแต่ง”, “งงนะ คือมาจริงจังสุดๆ”, และ “หน้าเสียเลยดอกนี้” ด้านฝ่ายที่ปกป้อง มองว่าเป็นเพียงสไตล์การพูดที่เป็นเอกลักษณ์ของหนุ่มโอมอยู่แล้ว และอาจเป็นการแซวเล่นกันในกลุ่มเพื่อนเพียงแต่บุคลิกอาจจะดูขรึมไปหน่อย “พี่โอมเป็นแบบนี้อยู่แล้ว พี่เค้าแซวแต่ลุคอาจจะดูจริงจังไปหน่อย”

ซึ่งทางด้าน ‘คริส หอวัง’ ก็ได้ออกมาสยบดราม่าเสียหน้า โดยเจ้าตัวไม่ได้มีความกังวลอะไรกับประเด็นดังกล่าวได้ลงสตอรี่นี้โดยแท็กหา @ohmhar พร้อมข้อความที่ชัดเจนว่า “I love u @ohmhar We are cousins แล้วนะ 5555” และยังบอกว่า “ดีละ คริสสบายใจละ มีคนช่วยน้องของคริสคิดก่อนจ่าย !”

และยังเป็นการ”สยบดราม่า” ะยืนยันความสัมพันธ์อันดีระหว่างคริส หอวัง และโอม Cocktail โดย ‘คริส’เลือกที่จะมองมุมบวกและแสดงความขอบคุณโอมที่มาช่วยแนะนำการวางแผนการใช้เงินให้กับคนในครอบครัวของเธอ (น้องของคริส) เรื่องนี้จึงจบลงด้วยความเข้าใจและมิตรภาพที่แน่นแฟ้น