รับรองไม่ผิดหวังแน่! หมอวรงค์ ประกาศจุดยืนไทยภักดี ยึดความถูกต้อง ไม่ยึดฝ่าย

รับรองไม่ผิดหวังแน่! หมอวรงค์ ประกาศจุดยืนไทยภักดี ยึดความถูกต้อง ไม่ยึดฝ่าย

รับรองไม่ผิดหวังแน่! หมอวรงค์ ประกาศจุดยืนไทยภักดี ยึดความถูกต้อง ไม่ยึดฝ่าย

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.28 น.

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า #ประกาศจุดยืนไทยภักดี มีประชาชนถามผมจำนวนมากว่า จะยืนฝ่ายไหน ระหว่างฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ผมยังยืนยันคำพูดเดิมครับว่า

ผมยืนอยู่ฝ่ายความถูกต้อง สิ่งที่รัฐบาลทำดีเพื่อประชาชน ผมจะสนับสนุนเต็มที่ แต่ถ้ามีหลักฐานการทุจริต การโกง คงได้ตรวจสอบสนุกแน่

ส่วนฝ่ายค้านที่ผมต้องตรวจสอบ คือ เรื่องยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ทั้งหมวด 1 และหมวด 2 รวมทั้งการตัดเรื่องคุณสมบัติ สส./สว. เรื่องจริยธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต และปัญหาอื่น ๆ ที่ประชาชนกังวลใจ

ผมยืนอยู่ฝ่ายประเทศไทยครับ ติดตามบทบาทของเราในสภานะครับ รับรองไม่ผิดหวังแน่ แม้จะมีแค่ 1 เสียง

มทภ.2-ผบ.กกล.สุนารี นำคณะเสธทหารฟิลิปปินส์ ดูรังสแกมเมอร์-ฐานปล่อยโดรนพลีชีพเขมรโจมตีไทย

มทภ.2-ผบ.กกล.สุนารี นำคณะเสธทหารฟิลิปปินส์ ดูรังสแกมเมอร์-ฐานปล่อยโดรนพลีชีพเขมรโจมตีไทย

มทภ.2-ผบ.กกล.สุนารี นำคณะเสธทหารฟิลิปปินส์ ดูรังสแกมเมอร์-ฐานปล่อยโดรนพลีชีพเขมรโจมตีไทย

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.16 น.

มทภ.2-ผบ.กกล.สุนารี นำคณะเสธทหารฟิลิปปินส์ ดูรังสแกมเมอร์-ฐานปล่อยโดรนพลีชีพกัมพูชาโจมตีไทย ภายในพื้นที่ กาสิโน-รีสอร์ต โอร์เสม็ด ห่างจากช่องจอม 500 เมตร

เมื่อวันที่ 10 ก.พ.2569 ที่ จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ พล.ท.วีระยุทธ  รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วย พล.ต.สมภพ  ภาระเวช  ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี  พ.อ.เกียรติศักดิ์ พรมตวง ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 54 ร่วมให้การต้อนรับ พล.อ. Romeo S. Brawner Jr. เสนาธิการทหารกองทัพฟิลิปปินส์ (เทียบเท่าผู้บัญชาการทหารสูงสุดฟิลิปปินส์) และคณะ ลงพื้นที่รับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ด้านความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน รวมถึงปัญหาอาชญากรรมทางไซเบอร์และการหลอกลวงออนไลน์ (Cyber Crime/Scammer) พร้อมทั้งตรวจภูมิประเทศและแนวทางการปฏิบัติงานของหน่วยในพื้นที่จริง เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ประสบการณ์ และแนวทางการประสานความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างประเทศ

โดยในการบรรยายช่วงหนึ่ง ฝ่ายไทยได้ชี้ให้เห็นพื้นที่โอร์เสม็ด รีสอร์ต รอยัลฮิลล์ รีสอร์ต จ.อุดรมีชัย อยู่ห่างจากจุดผ่านแดนถาวรช่องจอมเพียง 500 เมตร โดยทหารกัมพูชา ได้ใช้อาคารเป็นฐานบัญชาการปล่อยโดรนพลีชีพกว่า 100 โจมตีทหาร จนได้รับบาดเจ็บหลายราย ในการปะทะรอบล่าสุด 

นอกจากนี้ยังพบว่าภายในอาคาร 6 ชั้น ยังถูกใช้เป็นฐานปฏิบัติการสแกมเมอร์ หลอกลวงคนทั่วโลก มีการตกแต่งห้องต่างๆ ให้เป็นสถานีตำรวจของนานาประเทศ เช่น จีน สิงคโปร์ ออสเตรเลีย บราซิล เวียดนาม

นอกจากนี้ ยังพบกระดานที่มีข้อความภาษาอินโดนีเซีย ซึ่งเข้าใจว่ามีคนอินโดนีเซียส่วนหนึ่งเป็นเหยื่อของพวกแก๊งสแกมเมอร์เหล่านี้ รวมไปถึงมีการตกแต่งเลียนแบบธนาคาร ซึ่งเป็นพฤติกรรมมิจฉาชีพ-สแกมเมอร์

สำหรับการตรวจเยี่ยมครั้งนี้นับเป็นโอกาสสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์อันดี เสริมสร้างความเข้าใจร่วมกัน และพัฒนาความร่วมมือทางทหารระหว่างกองทัพไทยกับกองทัพฟิลิปปินส์ อันจะนำไปสู่การยกระดับศักยภาพการป้องกันภัยคุกคามรูปแบบใหม่ และเสริมสร้างเสถียรภาพความมั่นคงในระดับภูมิภาคอย่างยั่งยืน

พิธา โพสต์ถึง เท้ง จงอดทน ผมจะสนับสนุนคุณเสมอ ทำด้อมส้มแห่เมนต์ให้กำลังใจ

พิธา โพสต์ถึง เท้ง จงอดทน ผมจะสนับสนุนคุณเสมอ ทำด้อมส้มแห่เมนต์ให้กำลังใจ

พิธา โพสต์ถึง เท้ง จงอดทน ผมจะสนับสนุนคุณเสมอ ทำด้อมส้มแห่เมนต์ให้กำลังใจ

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.57 น.

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2568 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้โพสต์รูปภาพคู่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี บนอินสตาแกรม @pita.ig พร้อมระบุข้อความเป็นภาษาอังกฤษ และแท็กแอคเคานต์อินสตาแกรมส่วนตัวของนายณัฐพงษ์ ว่า “Persevere, and tomorrow will carry the strength you build today
You got my support ALWAYS @teng.pple”

โดยแปลเป็นภาษาไทย มีความหมายว่า “จงอดทน และวันพรุ่งนี้จะมีความแข็งแกร่งที่คุณสร้างขึ้นในวันนี้ด้วย ผมจะสนับสนุนคุณเสมอ”

หลังจากโพสต์นี้ถูกเผยแพร่ออกไป บรรดาแฟนคลับของพรรคประชาชน คอมเมนต์ให้กำลังใจจำนวนมาก พร้อมแนบอีโมจิรูปส้มหรือรูปหัวใจสีส้ม

หวั่นมีการเข้ารักษาความสงบ! เจษฎ์ เตือน กกต. เคลียร์ให้ชัด ห่วงเกิดม็อบลามทั่วประเทศ

หวั่นมีการเข้ารักษาความสงบ! เจษฎ์ เตือน กกต. เคลียร์ให้ชัด ห่วงเกิดม็อบลามทั่วประเทศ

หวั่นมีการเข้ารักษาความสงบ! เจษฎ์ เตือน กกต. เคลียร์ให้ชัด ห่วงเกิดม็อบลามทั่วประเทศ

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.42 น.

เจษฎ์ เตือน กกต. เคลียร์ให้ชัด หลังเกิดความผิดพลาดหลายจุด หวั่นเกิดม็อบลามทั่วประเทศ ท้ายสุดอาจมีการเข้ารักษาความสงบเรียบร้อยก็ได้

เมื่อวันที่ 10 ก.พ.2569 นายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติ ได้ส่งสัญญาณเตือนถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยระบุว่า ขณะนี้ภารกิจของผู้สมัครและพรรคการเมืองสิ้นสุดลงแล้ว แต่ภารกิจที่หนักกว่าคือหน้าที่ของ กกต. ที่ต้องจัดการกับการเลือกตั้ง ที่ถูกครหาว่า ไม่สุจริตและไม่เที่ยงธรรม โดยเฉพาะประเด็นความผิดปกติของการนับคะแนน จากปม “บัตรเขย่ง” ที่ลือสะพัดว่ามีจำนวนมหาศาลอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์การเมืองไทย

“บัตรมันจะเกินได้ยังไง ที่ว่าบัตรเขย่ง ที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เขาก็เขย่งกันจำนวนหลักสิบ แต่หลักร้อยแทบไม่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ ซึ่งถ้ามันมากมายมหาศาลขนาดนี้ การเลือกตั้งจะถูกมองว่าไม่เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม” นายเจษฎ์ กล่าว

นายเจษฎ์ กล่าวว่า กกต. มีเครื่องมือและอำนาจล้นมือในตอนนี้ หากพบหลักฐาน อันควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริต ต้องกล้าตัดสินใจ เช่นให้ “ใบเหลือง” สั่งเลือกตั้งใหม่ในเขตที่มีปัญหาเพื่อคืนความชอบธรรม หรือให้“ใบแดง” ส่งศาลตัดสิทธิ์พวกโกงให้พ้นวงจรการเมือง และต้องชดใช้ค่าเลือกตั้งใหม่ 

นายเจษฎ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีข่าวว่ากัมพูชาเริ่มอีกแล้ว ดังนั้นเรื่องของนานาอารยประเทศที่กำลังรุกเข้ามาก็ยังไม่จบ ก็น่ากังวลว่าเราจะได้รัฐบาลโดยเร็วหรือไม่ ซึ่งตามกฎหมายกำหนดไว้ว่ากกต.ต้องประกาศผลการเลือกตั้งภายใน 60 วัน ดังนั้นจะทำอะไรก็ต้องรีบทำ อย่าปล่อยให้มีข้อครางแคลงใจ หรือสงสัยของพี่น้องประชาชนแบบนี้ อย่าปล่อยให้ผู้เล่นถูกตั้งข้อรังเกียจแบบนี้ กกตต้องรีบจัดการโดยเร็ว ไม่ต้องรอครบ 60 วันก็ได้

“เครื่องมือมีอยู่ในมือกกต.แล้วมีอำนาจที่สามารถทำได้ ถ้ากกต.เห็นว่ามีเหตุอันควรสงสัย หรือมันมีหลักฐานอันควรเชื่อว่าการเลือกตั้งไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม ถ้ากกต.จะคิดพิจารณาแบบที่คนเขาบอกกันว่าให้ ‘ใบเหลือง’ คือไม่ได้ไปกระทบสิทธิ์ใคร แต่ต้องจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ในเขตใด กกต.ต้องรีบทำ และหากพบว่ามีการกระทำผิด มีสิ่งที่ถึงขนาดว่ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผิดจริง ก็ต้องให้”ใบแดง”ตัดสิทธิ์แล้วส่งศาลต่อไป และต้องมีการจัดการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งเมื่อศาลได้วินิจฉัยมาแล้ว คนผู้นั้นก็ต้องเป็นผู้ที่ออกค่าใช้จ่ายค่าเลือกตั้งใหม่เองทั้งหมด” นายเจษฎ์ กล่าว

นานเจษฎ์ ยังได้เตือนสติ กกต.ด้วยว่า หาก กกต. ยังปล่อยให้ประชาชนค้างคาใจกับผลการเลือกตั้งแบบนี้ สถานการณ์อาจบานปลายไปสู่การ “ชุมนุมประท้วง” และการก่อความไม่สงบ แล้วท้ายที่สุดอาจนำไปสู่ข้ออ้างในการเข้ามารักษาความสงบเรียบร้อย อีกครั้ง 

“ตอนนี้บ้านเมืองเรามีภัยรายล้อมอยู่แล้ว ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่ต้องก้าวต่อไป การบริหารราชการแผ่นดินสะดุดหยุดลงไม่ได้ จะให้รัฐบาลอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปแบบนี้ไม่ได้ เมื่อมีผลการเลือกตั้งออกมาแล้ว มีคนที่ได้รับการคัดเลือกเป็นจำนวนมากที่สุด และมีคนที่พร้อมในการที่จะทำหน้าที่กันแล้ว ก็ขอให้กกต.รีบจัดการให้เรียบร้อย ทั้งนี้สิ่งที่น่ากังวลใจที่สุดคือคนที่มีความไม่พอใจการนับคะแนน หรือว่าผลการนับคะแนน จากการเลือกตั้งที่ผ่านมา หากปล่อยเอาไว้ ไม่รีบจัดการ สถานการณ์อาจจะบานปลายไปถึงขั้นมีการชุมนุม มีการประท้วง มีการก่อความไม่สงบ และท้ายที่สุดถ้ามันไปไกลถึงขนาดต้องมีการเข้ารักษาความสงบเรียบร้อย เดี๋ยวก็จะมีการกล่าวหากันไปอีก รีบดำเนินการให้แล้วเสร็จครับ” นายเจษฎ์ กล่าว

บิ๊กเล็ก ยิ้มไม่ตอบ ถูกทาบร่วมรัฐบาลอนุทิน 2 หรือไม่

บิ๊กเล็ก ยิ้มไม่ตอบ ถูกทาบร่วมรัฐบาลอนุทิน 2 หรือไม่

บิ๊กเล็ก ยิ้มไม่ตอบ ถูกทาบร่วมรัฐบาลอนุทิน 2 หรือไม่

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.37 น.

10 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม ปฏิเสธตอบคำถามสื่อว่ามีการทาบทามร่วมรัฐบาลใหม่หรือไม่ โดย พล.อ.ณัฐพล เพียงแต่ยิ้ม และเอามือป้องหู พร้อมกล่าวว่า “ไม่ได้ยิน” ผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้าการยกเลิก MOU 43 และ MOU 44 ที่จะให้มีการปรับแก้ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไม่ได้มีการพูดคุยกันในเรื่องนี้ คงต้องรอรัฐบาลใหม่พิจารณา

จตุพร มองสูตรจับขั้วรัฐบาลใหม่ ฟันธง อนุทิน ไม่เอาเพื่อไทยร่วม

จตุพร มองสูตรจับขั้วรัฐบาลใหม่ ฟันธง อนุทิน ไม่เอาเพื่อไทยร่วม

จตุพร มองสูตรจับขั้วรัฐบาลใหม่ ฟันธง อนุทิน ไม่เอาเพื่อไทยร่วม

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.35 น.

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมาก่อน โดยคาดว่า พรรคภูมิใจไทยจะจับมือกับพรรคกล้าธรรม เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แล้วเลือกดึงพรรคเล็กพรรคน้อยหรือทาบทามพรรคประชาธิปัตย์มาเสริมเสถียรภาพรัฐบาลผสมด้วย

“สิ่งสำคัญ การจัดตั้งรัฐบาลเมื่อสองพรรครวมกันเกินครึ่งแล้ว หลักการแรกคงควานหาพรรคเล็กมาร่วมให้ได้เสียงเกินครึ่งไปถึง 20-30 เสียง ถ้ามีปัญหากับพรรคเล็กๆ พรรคใดพรรคหนึ่งแล้ว เสียงรัฐบาลก็ไม่เดือดร้อนเหมือนกับการมีปัญหากับพรรคใหญ่เกินความจำเป็น”

อีกทั้งกล่าวว่า ชัยชนะการเลือกตั้งอย่างท่วมท้นของพรรคภูมิใจไทยมาจากออกแบบกลยุทธ์ชิงเสียงกระแสและฐานเสียงพื้นที่มาอย่างดี จึงทำให้ชนะ สส.เขตและบัญชีรายชื่อเพิ่มขึ้นแบบกระโดดเกือบ 3 เท่าตัว และเมื่อรวมกับเสียงพรรคกล้าธรรมได้ 251 เสียงเกินครึ่งเป็นฐานตั้งรัฐบาลใหม่ได้นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกฯ

ดังนั้น คาดว่า การตั้งรัฐบาลใหม่คงไม่ดึงพรรคเพื่อไทยมาร่วม เพราะจะทำให้สถานะพรรคกล้าธรรมกลายเป็นพรรครัฐบาลอันดับสาม อีกอย่างพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคใหญ่ถ้าเกิดปัญหาขึ้นย่อมทำให้เสถียรภาพรัฐบาลคลอนแคลนและอาจพังได้ในพริบตา

นายจตุพร ประเมินว่า แม้ขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์ดูเหมือนเสียงดังจะไปเป็นฝ่ายค้าน แต่ทางการข่าวแล้ว ตนสังหรณ์ว่า อาจมีการเจรจาให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไปเป็นประธานสภาก็ได้

อย่างไรก็ตาม อย่าลืมว่า นายอภิสิทธิ์ เคยเป็นนายกฯ เพราะพรรคภูมิใจไทยเมื่อครั้งแยกออกจากพรรคพลังประชาชนมาโหวตให้ ดังนั้น จึงต้องรออีกสักพักจึงจะเห็นเค้าลางพรรคประชาธิปัตย์มาร่วมรัฐบาลนายอนุทินหรือไม่

อีกอย่าง ถ้าพรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย และพรรคประชาธิปัตย์ ไปเป็นฝ่ายค้านจริงแล้ว ทั้งสามพรรคเสมือนเป็นน้ำผสมน้ำมันย่อมทำหน้าที่ร่วมกันไม่ลงตัว จึงกระทบต่อเสถียรภาพไม่มากนัก

ส่วนคดี 44 สส.พรรคก้าวไกลฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรงนั้น จะกระทบกับ 10 เสียงของพรรคประชาชน ซึ่งเป็นปาร์ตี้ลิสต์ 8 คนและ สส.เขต 2 คน ถ้าศาลฎีกาฯ รับคำร้องต้องถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ สส.ทันที ย่อมเกิดปัญหาตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านและแกนนำทำหน้าที่ในสภาเช่นกัน

กรณีประชามติจัดทำร่าง รธน.นั้น นายจตุพร กล่าวว่า เมื่อมีเสียงเห็นชอบร่วม 20 ล้านเสียงแล้ว แต่การทำประชามติครั้งสองจะมีขั้นตอนอย่างไร ซึ่งกฎหมายนี้ค้างอยู่ในสภา โดยต้องพิจารณาว่า ต้องมีเสียง สว. 1 ใน 3 ให้ความเห็นชอบหรือไม่ และเห็นด้วยกับวิธีการเลือกคณะยกร่าง รธน.ใหม่ แบบ 20 หยิบ 1 ด้วยหรือไม่ และกระทบกับปัญหาการทำประชามติครั้งสองด้วย

“การถามประชามติครั้งสอง ต้องให้ สว.เห็นชอบกฎหมายขั้นตอนวิธีการเลือกคณะร่าง รธน.ก่อน ถ้าผ่านการเห็นชอบ ยังต้องมีการทำประชามติครั้งสามอีก อย่างไรก็ตาม หาก สว.จำนวน 1 ใน 3 ไม่เห็นชอบก็ทำประชามติครั้งสามไม่ได้ หรือมีคนยื่นร้องขัด รธน.หรือไม่ ดังนั้น เส้นทางจัดทำ รธน.ใหม่จึงมีอุปสรรคขวางกั้นหลายด่าน และไม่ง่ายอย่างที่คิด จึงอย่าเพิ่งฝันหวานว่าจะได้ รธน.ใหม่แล้ว”.

19.8 ล้านเสียงเปิดทาง! สว.พันธุ์ใหม่ ได้ทีไล่บี้รัฐบาล เขียนกติกาใหม่ให้ชัด

19.8 ล้านเสียงเปิดทาง! สว.พันธุ์ใหม่ ได้ทีไล่บี้รัฐบาล เขียนกติกาใหม่ให้ชัด

19.8 ล้านเสียงเปิดทาง! สว.พันธุ์ใหม่ ได้ทีไล่บี้รัฐบาล เขียนกติกาใหม่ให้ชัด

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.32 น.

พันธุ์ใหม่ดี๊ด๊า! เรียงหน้าโค้งคำนับ 19.8 ล้านเสียงไฟเขียวเปิดทางทำ”รธน.ฉบับใหม่” ได้ทีจี้”รัฐบาลใหม่”เขียนกรอบทำกติกาประเทศใหม่ให้ชัดในคำแถลงนโยบาย หวังได้ทำประชามติรอบสองไม่เกินสิ้นปี 69 ลามบี้”สว.สีน้ำเงิน”ร่วมมือตามฉันทามติประชาชน ค้านร่างฯแก้ ม.256 เหตุสูตร 20 หยิบ 1 อาจส่อปัญหาได้ผู้ร่างสีน้ำเงิน

10 กุมภาพันธ์ 2569 ที่รัฐสภา กลุ่ม สว.พันธุ์ใหม่ นำโดย นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา , นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย , น.ส.นันทนา นันทวโรภาส , นายสุนทร พฤกษ์พิพัฒน์ , นายวีรยุทธ์ สร้อยทอง และ น.ส.มณีรัตน์ เขมะวงค์ สว.ร่วมแถลงขอบคุณประชาชนที่ร่วมออกเสียงประชามติเห็นชอบต่อการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ กว่า 19.8 ล้านเสียง

โดย นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า ขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลใหม่ที่จะจัดตั้งหลังจากนี้กำหนดกรอบและกระบวนการที่นำไปสู่การทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้ชัดเจน แน่นอนในคำแถลงนโยบายรัฐบาล เพื่อให้เป็นไปตามผลการออกเสียงประชามติของประชาชน ทั้งนี้ ตนมองว่าคะแนนที่ได้มานั้นสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาวิกฤตรัฐธรรมนูญที่ประชาชนช่วยแง้มประตูไปสู่การเปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ดี การกำหนดกรอบทำรัฐธรรมนูญใหม่ ตนสนับสนุนกระบวนการที่โปร่งใสและให้โอกาสประชาชน ทั้งที่เห็นชอบกับประชามติ หรือไม่เห็นชอบได้มีส่วนร่วม

“สำหรับกรอบการทำรัฐธรรมนูญตามผลประชามติครั้งที่ 1 นั้น ที่จริงผมอยากฟังรัฐบาลแถลงให้ชัดเจน ว่าเป็นกรระบวนการทำใหม่ หรือยืนยันร่างแก้ไขมาตรา 256 ที่ค้างอยู่ในวาระพิจารณาของรัฐสภา ทั้งนี้ ในความคาดหวังผมอยากเห็นการออกเสียงประชามติครั้ง 2 อย่างช้าคือก่อนสิ้นปี 2569 พร้อมกับต้องมีกระบวนการสร้างความรับรู้และเข้าใจของประชาชนให้เพียงพอ เพราะเข้าใจว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 นั้น มีรายละเอียดเนื้อหาที่ต้องทำความเข้าใจกับประชาชนเพื่อสะท้อนเจตจำนงของประชาชนที่แท้จริง” นายนรเศรษฐ์ กล่าว

ขณะที่ นางนันทนา กล่าวเรียกร้องไปยัง สว.กลุ่มใหญ่ของวุฒิสภา ให้เห็นแก่ฉันทามติของประชาชนที่ออกเสียงประชามติสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ในวาระหนึ่ง วาระสอง วาระสาม เพราะผลที่ออกมาถือว่ามากกว่าผลประชามติเห็นชอบกับรัฐธรรมนูญ 2560 เมื่อปี 2559

ส่วน นายเทวฤทธิ์ กล่าวว่า ในกระบวนการแก้ไขมาตรา 256 ของรัฐธรรมนูญ ที่ค้างอยู่ในการพิจารณาวาระสองของรัฐสภา ตนมองว่ามีหลายประเด็นที่เป็นข้อขัดแย้งและเห็นต่าง โดยเฉพาะกระบวนการที่ออกแบบผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญขณะที่สูตร 20 หยิบ 1 ที่ให้รัฐสภาจัดกลุ่มตัวแทนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน 35 คนนั้น จากตัวเลของผลการเลือกตั้ง สส.ที่พรรคภูมิใจไทยคาดว่าจะได้เกือบ 200 เสียง และมี สว.สนับสนุน เมื่อใช้สูตรดังกล่าวอาจทำให้เลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญเสียงข้างมากเป็นสีน้ำเงิน ซึ่งตนมีข้อกังวล ดังนั้นกระบวนการเพื่อสรรหาผู้ทำรัฐธรรมนูญใหม่ ควรให้มาจากการเลือกตั้งโดยตรงหรือเลือกตั้งทางอ้อมจะเหมาะสมที่สุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่คณะ สว.พันธุ์ใหม่ แถลงแล้วเสร็จ ได้ออกมายืนเรียงแถวหน้ากระดานเพื่อโค้งคำนับเพื่อแสดงความขอบคุณผู้ที่มาออกเสียงประชามติเห็นชอบกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้วย

ไอซ์ ท้า สุชาติ ลาออก ปมวุ่นนับคะแนนชลบุรี เขต 1

ไอซ์ ท้า สุชาติ ลาออก ปมวุ่นนับคะแนนชลบุรี เขต 1

ไอซ์ ท้า สุชาติ ลาออก ปมวุ่นนับคะแนนชลบุรี เขต 1

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.32 น.

ศึกเลือกตั้งชลบุรี เขต 1 ยังไม่จบง่าย ๆ และดูท่าจะทวีความรุนแรงขึ้น เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่ช่วงเที่ยงเป็นต้นมา ไอซ์ รักชนก ศรีนอก สส.ตัวตึงจากพรรคประชาชน ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กเคลื่อนไหวรัว ๆ แท็กตรงถึง สุชาติ ชมกลิ่น หรือเสี่ยเฮ้ง ผู้ชนะเลือกตั้งในเขตดังกล่าว โดยมีข้อความทั้งหมดว่า “สุชาติ ชมกลิ่น ตัวเองเป็นคนอย่างไร ก็เหมารวมคิดว่าคนอื่นจะเป็นเหมือนตัวเอง ที่ปรึกษาของ สุชาติ ชมกลิ่น เคยจัดรวมพลให้คนมายืนด่าดิฉัน ในวันที่จับเบอร์ สส.เขต ที่ชลบุรี วันนี้ประชาชนเค้ารวมตัวกันเพราะเห็นความไม่ชอบธรรม ความผิดปกติที่เกิดขึ้นในการนับคะแนน

– ทั้งบัตรเขย่ง ผู้มาใช้สิทธิ์กับบัตรรวมไม่ตรงกัน

– กล่องไม่ได้รัดสายเคเบิ้ลทาย อ้างว่าหมด แต่ประชาชนเจอว่ามี มันอาจจะให้มีการหยิบบัตรเข้าออก ส่อทุจริตหรือไม่ ทั้งยังไม่เป็นไปตามระเบียบเลือกตั้ง

– ประชาชนพบกระดาษนับคะแนนในขยะ ซึ่งกระดาษเหล่านี่ต้องเก็บไว้ที่ กกต.

– เพราะทิ้งกระดาษกันไปแบบนี้หรือป่าว ถึงตัดสินใจนับใหม่ไม่ได้สักที เพราะถ้านับใหม่ จะรู้ทันทีว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้น

ไอซ์ รักชนก

แต่ สุชาติ ชนกลิ่น กลับดูถูกประชาชนที่มาด้วยความบริสุทธิ์ใจมาตามหาความโปร่งใสในคะแนนที่พวกเค้ากา ว่า ’เป็นเด็กร้องอยากได้ลูกอม‘ ทั้งๆที่ถ้าบริสุทธิ์ใจจริงๆ ควรต้องออกมาสนับสนุนการตรวจสอบความไม่โปร่งใส ความไม่ชอบมาพากล

สุชาติ ชมกลิ่น กลัวอะไร ?

ถ้าชนะอย่างโปร่งใส นับร้อยรอบยังไงก็ชนะ แล้วจะได้เอามาตอกหน้าพรรคประชาชนด้วยไง จะได้แดกส้มหวานโชว์รอบสองไปเลย หยามๆ ไม่ดีหรอ ? แต่ได้ข่าวว่ากำลังร้อนรน ผู้ชนะอย่างโปร่งใส จะร้อนรนเรื่องอะไร ชี้นิ้วท้าทาย พร้อมใส่ร้ายว่ามี สส ที่ปลุกปั่น ท้าให้ลาออกทั้งๆที่มันเป็นเสียงของประชาชนเค้าเรียกร้องเอง ขอท้ากลับบ้าง ถ้านับใหม่แล้วคะแนนไม่เหมือนเดิม ผิดเพี้ยนไปแม้แต่คะแนนเดียว สุชาติ ชมกลิ่น แม้จะชนะแต่ถ้านับแล้วคะแนนไม่เหมือนเดิมกล้าลาออกจาก สส. และขอไม่รับตำแหน่งในรัฐบาลไหม? กล้าท้าทายคนอื่น แล้วกล้ารับคำท้าไหม? นี่ก็มั่นใจว่านับใหม่ยังไงเราก็แพ้ แต่แกจะกลัวอะไร”

ไอซ์ รักชนก ศรีนอก

ในเวลาต่อมา ไอซ์ รักชนก ยังได้โพสต์เพิ่มเติมอีกว่า “ถ้านายกกำลังคิดอยู่ว่าจะตั้ง สุชาติ ชมกลิ่น เป็นรัฐมนตรีกระทรวงอะไรดี ก็ขอให้ดูถ่างตาดูปรากฏการณ์วันนี้ไว้ให้ชัดๆด้วย ไม่ใช่แค่ ชลบุรีเขต1 ที่สงสัยในตัวผู้สมัคร แต่มันคือประชาชนทั้งประเทศที่รู้สึกร่วมกันผู้ประกันตนเค้าไม่ได้โง่ อ่านข่าวมาปีนึง ย่อมรู้ว่าอะไรเป็นอะไร : )”

ไอซ์ รักชนก ศรีนอก

กระทั่งเจ้าตัวได้แชร์โพสต์จากทางพรรคประชาชนพร้อมแคปชั่นสั้น ๆ ว่า “สู้กลับ” ขณะที่โพสต์ของทางพรรคประชาชน ระบุว่า “เรายอมรับผลการเลือกตั้ง แพ้-ชนะเป็นเรื่องยอมรับได้ แต่โกงการนับคะแนนเรารับไม่ได้! ทุกคะแนนเสียงของประชาชนคือเจตจำนงที่เราต้องปกป้อง ตอนนี้เรามีทีมเฉพาะกิจสำหรับรับเคส ดำเนินคดีการนับคะแนนผิดปกติทั่วประเทศนับตั้งแต่เมื่อวานนี้ และดำเนินการยื่นเรื่องขอนับคะแนนใหม่ 10 เขต ดังนี้ ขอนแก่น เขต 3 ชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง, ลำปาง เขต 2 สุวิภา กุศลจูง, สุราษฎร์ธานี เขต 1 รัฐภัทร์ พัฒนาศิริรักษ์, ชลบุรี เขต 1 วรท ศิริรักษ์, มหาสารคาม เขต 1 ธีระวัฒน์ พรรณะ, นครราชสีมา เขต 13 นาลันทา บุญชิต, ชัยนาท เขต 1 ทรงพล ภัทราภิรมย์, สมุทรปราการ เขต 6 วีรภัทร คันธะ, ตาก เขต 1 คริษฐ์ ปานเนียม,สระบุรี เขต 1 สรพัช ศรีปราชญ์

พรรคประชาชนขอยกย่องพี่น้องประชาชนชลบุรี เขต 1 และทุกพื้นที่ที่กำลังตื่นตัวออกมาปกป้องเสียงของตัวเอง พรรคประชาชนยืนยันว่าเราจะเดินหน้าปกป้องทุกคะแนนเสียงของทุกท่านเช่นกัน หากประชาชนมีบันทึกความผิดปกติเพิ่มเติม โดยเฉพาะภาพถ่ายใบขีดคะแนนหน้าหน่วย (สส.5/11) สามารถส่งข้อมูลให้เราได้ทันทีผ่านทุกช่องทางของพรรค เพื่อนำมาตรวจสอบกับผลคะแนนที่รวมเรียบร้อยแล้วว่าตรงกันหรือไม่ ยืนหยัดร่วมกัน ปกป้องเจตจำนงของประชาชนด้วยกัน”

ไอซ์ รักชนก ศรีนอก

ความเดือดยังไม่ได้หยุดแค่นั้น เมื่อเจ้าตัวได้ทิ้งท้ายหลังฟังคำแถลงของ กกต. จากสื่อช่องดังอย่างดุเดือดว่า “เอาละ ฟัง กกต. แถลงการณ์แล้วยิ่งชัด ที่ชลบุรีมีคนโกงเลือกตั้ง และกรรมการปกป้องโจร”

ไอซ์ รักชนก ศรีนอก

ขณะที่ทางด้าน สุชาติ ชมกลิ่น ที่ถูกแท็กและพูดถึง ยังไม่มีการเคลื่อนไหวอะไรออกมาตั้งแต่เมื่อวาน ทำให้โพสต์ของ ไอซ์ รักชนก ศรีนอก กลายเป็นสมรภูมิการแสดงความคิดเห็นบนโลกโซเชียล ที่มีชาวเน็ตเข้าไปกดไลก์และคอมเมนต์ถล่มทลาย เช่น

“ตอนพิธาชนะ กกต. สั่งนับใหม่ 47 หน่วยเลยนะ ลืมแล้วเหรอ?”

“ทำอะไร 2 วันไม่น่าใช่แล้วล่ะ พิรุธชัดมาก”

“แถลงอย่างมั่วเลย ดูทั้งคืนกับที่แถลงคนละเรื่องกันเลย”

“พวกนี้กลัวบ้านใหญ่ชลบุรี ลุยเลยน้องไอซ์!”

“เวลคัม กกต. มาชลบุรี ฝากคนพื้นที่ดูแลด้วยนะคะ”

ไอซ์ รักชนก ศรีนอก
ไอซ์ รักชนก ศรีนอก

สถานการณ์ในพื้นที่ชลบุรี เขต 1 นาทีนี้ จึงก้าวข้ามไปไกลกว่าแค่การลุ้นผลแพ้ชนะ แต่มันคือการเผชิญหน้าทางอุดมการณ์และการเมืองที่แหลมคมที่สุด เป็นบทพิสูจน์ความโปร่งใสที่เดิมพันด้วยศรัทธาของประชาชนหลังจบศึกเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69

ไอซ์ รักชนก
ไอซ์ รักชนก

ขอขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก Rukchanok Srinork

ขอขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ก Rukchanok Srinork, เฟซบุ๊ก สุชาติ ชมกลิ่น

สว.พันธุ์ใหม่ จี้กกต. เปิดรายชื่อผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศ ข้องใจผู้มาใช้สิทธิ์ลดลง

สว.พันธุ์ใหม่ จี้กกต. เปิดรายชื่อผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศ ข้องใจผู้มาใช้สิทธิ์ลดลง

สว.พันธุ์ใหม่ จี้กกต. เปิดรายชื่อผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศ ข้องใจผู้มาใช้สิทธิ์ลดลง

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.26 น.

ตาสัปปะรดจับโกงเลือกตั้ง! ‘สว.พันธุ์ใหม่’ จี้ ‘กกต.’ เปิดรายชื่อผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศ ข้องใจจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ลดลง แนะสอบการลงคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ 1-5 ส่อลงคะแนนมีพิรุธ

เมื่อวันที่ 10 ก.พ.2569 ที่รัฐสภา น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กลุ่มพันธุ์ใหม่ แถลงว่า ขอเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจงต่อกระบวนการจัดการเลือกตั้งที่มีปัญหา และบกพร่อง ว่า จากจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง หากเป็นไปตามที่ กกต. ประกาศ คือ 65% ถือว่าลดลงจากการเลือกตั้งปี 2566 มากถึง 10% หรือกว่า 5 ล้านเสียง ดังนั้น กกต. ต้องมีคำตอบต่อการรณรงค์ให้คนออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งด้วยว่า รณรงค์อย่างไรถึงมีคนออกมาใช้สิทธิ์จำนวนน้อยลง หรือ เป็นเพราะการนับจำนวนที่บกพร่อง

น.ส.นันทนา กล่าวต่อว่า กับประเด็นการซื้อเสียงที่ กกต. ไม่สารมาถจับได้เลย แต่พบว่าทุนเทาถูกพูดถึงเต็มทุกพื้นที่รวมถึงการนับคะแนนที่ไม่โปร่งใส เพราะมีหลายหน่วยไม่ยอมให้ถ่ายวิดีโอและมีบัตรเขย่งจำนวนมาก เช่น การนับคะแนนที่เขต 7 ปทุมธานี และเขต 1 ชลบุรี รวมถึงบัตรเสียกว่า 3 ล้านใบ ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนมาก และการนับคะแนนที่ล่าช้า ดังนั้น กกต. ต้องชี้แจงว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร 

“กกต. ต้องนับคะแนนที่มีปัญหาใหม่ โดยเปิดหีบใหม่ ซึ่งกกต.ทั้ง 7 คน มีอำนาจสั่งอยู่แล้ว เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและชัดเจน และต้องการให้เปิดเผยรายชื่อผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศ มีรายชื่อหายไป 5 ล้านคน จากการเลือกตั้งครั้งก่อน” น.ส.นันทนา กล่าว 

ด้านนายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สว. กล่าวเรียกร้องให้ กกต. ตรวจสอบการลงคะแนนให้กับผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1-5 ที่ส่อพิรุธ บางคนบอกว่าเป็นลูกโดด ที่ยิงเฉพาะเขต เวลาเลือกให้จำเบอร์ของผู้สมัคร สส.เขตเป็นหลัก ซึ่งอาจตรงกับหมายเลขของผู้สมัครบัญชีรายชื่อของพรรคอื่น

“จากการตรวจสอบบางพื้นที่เบอร์ 1-5 ได้ คะแนนสส.เขตหลักร้อยหรือหลักพัน คะแนน แต่บัญชีรายชื่อได้เป็นแสนเช่น เขต 3 ชัยภูมิ เบอร์ 1 เขต 4 กาญจนบุรี เขต 5 และ 10 เชียงใหม่ เขต 1 เพชรบูรณ์ เขต 8 นครราชสีมา  ที่ สส.เขตเลือกพรรคหนึ่งและบัญชีรายชื่ออีกพรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นเลขเดียวกัน ดังนั้น ขอให้ กกต. ลงไปตรวจสอบว่าเกิดอะไรขึ้นหรืออะไรดลใจให้เลือกแบบนี้” นายเทวฤทธิ์ กล่าว 

อื้อหือ! ปชน. ยื่นขอนับคะแนนใหม่ 10 เขต ลั่น แพ้-ชนะรับได้ แต่โกงรับไม่ได้

อื้อหือ! ปชน. ยื่นขอนับคะแนนใหม่ 10 เขต ลั่น แพ้-ชนะรับได้ แต่โกงรับไม่ได้

อื้อหือ! ปชน. ยื่นขอนับคะแนนใหม่ 10 เขต ลั่น แพ้-ชนะรับได้ แต่โกงรับไม่ได้

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.17 น.

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 เพจเฟซบุ๊ก พรรคประชาชน – People’s Party โพสต์ข้อความ ระบุว่า  เรายอมรับผลการเลือกตั้ง แพ้-ชนะเป็นเรื่องยอมรับได้ แต่โกงการนับคะแนนเรารับไม่ได้!
ทุกคะแนนเสียงของประชาชนคือเจตจำนงที่เราต้องปกป้อง  

ตอนนี้เรามีทีมเฉพาะกิจสำหรับรับเคส ดำเนินคดีการนับคะแนนผิดปกติทั่วประเทศนับตั้งแต่เมื่อวานนี้ และดำเนินการยื่นเรื่องขอนับคะแนนใหม่ 10 เขต ดังนี้ 

ขอนแก่น เขต 3 ชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง
ลำปาง เขต 2 สุวิภา กุศลจูง
สุราษฎร์ธานี เขต 1 รัฐภัทร์ พัฒนาศิริรักษ์
ชลบุรี เขต 1 วรท ศิริรักษ์
มหาสารคาม เขต 1 ธีระวัฒน์ พรรณะ
นครราชสีมา เขต 13 นาลันทา บุญชิต
ชัยนาท เขต 1   ทรงพล ภัทราภิรมย์
สมุทรปราการ เขต 6 วีรภัทร คันธะ
ตาก เขต 1  คริษฐ์ ปานเนียม
สระบุรี เขต 1 สรพัช ศรีปราชญ์

พรรคประชาชนขอยกย่องพี่น้องประชาชนชลบุรี เขต 1 และทุกพื้นที่ที่กำลังตื่นตัวออกมาปกป้องเสียงของตัวเอง พรรคประชาชนยืนยันว่าเราจะเดินหน้าปกป้องทุกคะแนนเสียงของทุกท่านเช่นกัน 

หากประชาชนมีบันทึกความผิดปกติเพิ่มเติม โดยเฉพาะภาพถ่ายใบขีดคะแนนหน้าหน่วย (สส.5/11) สามารถส่งข้อมูลให้เราได้ทันทีผ่านทุกช่องทางของพรรค เพื่อนำมาตรวจสอบกับผลคะแนนที่รวมเรียบร้อยแล้วว่าตรงกันหรือไม่

ยืนหยัดร่วมกัน ปกป้องเจตจำนงของประชาชนด้วยกัน