อย่าดูถูกคนแก่คนจน! พชร์ อานนท์ ฝากประโยคเดียวสะเทือนทั้งโซเชียล

อย่าดูถูกคนแก่คนจน! พชร์ อานนท์ ฝากประโยคเดียวสะเทือนทั้งโซเชียล

อย่าดูถูกคนแก่คนจน! พชร์ อานนท์ ฝากประโยคเดียวสะเทือนทั้งโซเชียล

วันจันทร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 21.23 น.

9 กุมภาพันธ์ 2569 บรรยากาศหลังการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยปี 2569 ยังคงเข้มข้นต่อเนื่อง แม้การนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการจะเริ่มเห็นทิศทางผู้ชนะชัดเจนในหลายพื้นที่ ขณะเดียวกันในโลกออนไลน์ก็ยังคงมีการถกเถียง แสดงความคิดเห็น และส่งสัญญาณทางการเมืองจากบุคคลมีชื่อเสียงอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุด พชร์ อานนท์ ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านอินสตาแกรมระบุว่า “อย่าดูถูก คนแก่ คนจน ว่าเป็นคนโง่ พลังเงียบ ใช้ชีวิตกันต่อไป กินดีมีสุขประชาธิปไตยครับทุกคน ใครเป็นนายกเราก็ต้องทำงานนะ จงภูมิใจที่เกิดมาเป็นคนไทย”

ไบรท์ เผยคลิปคุยกับ อนุทิน เฉลยบทสนทนาไม่ใช่เรื่องการเมือง

ไบรท์ เผยคลิปคุยกับ อนุทิน เฉลยบทสนทนาไม่ใช่เรื่องการเมือง

ไบรท์ เผยคลิปคุยกับ อนุทิน เฉลยบทสนทนาไม่ใช่เรื่องการเมือง

วันจันทร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 20.14 น.

โซเชียลจับตา “ไบรท์ พิชญทัฬห์” หลังโพสต์คลิปคุย “อนุทิน ชาญวีรกูล” ล่าสุดเฉลยชัด ไม่ใช่การเมือง

       9 กุมภาพันธ์ 2569 ทำเอาโซเชียลจับตา เมื่อ “ไบรท์ พิชญทัฬห์ จันทร์พุฒ” ผู้ประกาศข่าวสาวชื่อดัง โพสต์คลิปยืนสนทนาอย่างออกรสกับ “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จนหลายคนสงสัยว่ากำลังพูดคุยประเด็นการเมืองหรือไม่

       ล่าสุด ไบรท์ ก็ได้ออกมาเฉลยผ่านแคปชั่น ระบุว่า “ที่เห็นยืนคุยกันออกรสนี่ไม่ใช่เรื่องการเมืองนะคะ เรื่องคอนเสิร์ต Piano&I ..คุณอนุทินบอกชอบวงแกรนด์เอ็กซ์มากๆ โดยเฉพาะคุณพ่อนครค่ะ”

       หลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีแฟนคลับและชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์กันอย่างคึกคัก หลายคนต่างชื่นชมในบรรยากาศเป็นกันเอง

ยิหวา น้ำตาแตก เจอเพื่อนเซอร์ไพรส์จัดปาร์ตี้สละโสดให้

ยิหวา น้ำตาแตก เจอเพื่อนเซอร์ไพรส์จัดปาร์ตี้สละโสดให้

ยิหวา น้ำตาแตก เจอเพื่อนเซอร์ไพรส์จัดปาร์ตี้สละโสดให้

วันจันทร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 19.22 น.

อบอุ่นหัวใจ “ยิหวา ปรียากานต์” ว่าที่เจ้าสาวคนสวย น้ำตาแตกหลังเพื่อนสนิทเซอร์ไพรส์จัดปาร์ตี้สละโสดริมทะเล ก่อนเข้าพิธีแต่งงานกับ “เปอร์ สุวิกรม”

       9 กุมภาพันธ์ 2569 ใกล้ถึงวันสำคัญของชีวิตเข้าไปทุกที สำหรับนางเอกสาว “ยิหวา ปรียากานต์” ที่เตรียมควงแขนแฟนหนุ่ม “เปอร์ สุวิกรม” เข้าพิธีวิวาห์ในวันที่ 15 มีนาคมนี้ ซึ่งตรงกับวันครบรอบ 10 ปีของทั้งคู่ เรียกว่าเป็นวันมงคลที่เต็มไปด้วยความหมาย

ล่าสุด ว่าที่เจ้าสาวคนสวยถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่ เมื่อแก๊งเพื่อนสนิทแท็กทีมทำเซอร์ไพรส์ จัดปาร์ตี้สละโสดสุดอบอุ่นให้แบบไม่รู้ตัว โดยเพื่อนๆ พร้อมใจกันมาในโทนสีเหลืองและสีครีม ขณะที่ ยิหวา มาในชุดสีขาว พอเปิดประตูออกมาเจอเพื่อนๆ ที่มารอเซอร์ไพรส์ ก็ยิ้มแก้มแตกทันที

แต่ความประทับใจไม่ได้มีแค่รอยยิ้ม เพราะงานนี้ว่าที่เจ้าสาวถึงกับน้ำตาแตก ร้องไห้ออกมาด้วยความซาบซึ้งใจกับความรักและความตั้งใจของเพื่อนๆ ที่ร่วมกันสร้างช่วงเวลาพิเศษให้ เชื่อว่าเป็นปาร์ตี้สละโสดริมทะเลที่ “ยิหวา” จะจดจำไปตลอดชีวิต

       โดย ยิหวา ได้โพสต์ภาพบรรยากาศสุดประทับใจผ่านโซเชียล พร้อมเขียนแคปชั่นว่า “I can’t imagine life without you guys. Thank you for always being there and for the most special hen night #yiiiwhaschickynight It’s a memory I’ll keep forever. Love you all so much” (ฉันไม่อาจจินตนาการชีวิตได้เลยถ้าไม่มีพวกคุณ ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างกันเสมอ และขอบคุณสำหรับปาร์ตี้เฮนไนต์ที่พิเศษที่สุด มันเป็นความทรงจำที่ฉันจะเก็บไว้ตลอดไป รักพวกคุณทุกคนมากจริงๆ)

       ขอบคุณภาพจาก : @yiiiwha

‘กองประกวดนางสาวไทย 2569’ เดินหน้าสร้างพลัง Soft Power ยกระดับการท่องเที่ยวไทยสู่สากล

‘กองประกวดนางสาวไทย 2569’  เดินหน้าสร้างพลัง Soft Power ยกระดับการท่องเที่ยวไทยสู่สากล

‘กองประกวดนางสาวไทย 2569’ เดินหน้าสร้างพลัง Soft Power ยกระดับการท่องเที่ยวไทยสู่สากล

วันจันทร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 18.32 น.

ร่วมส่งเสริมและยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวประเทศไทยบทใหม่สู่สายตาชาวโลก V Square Clinic (วี สแควร์ คลินิก) คลินิกเสริมความงามชั้นนำของไทย ภายใต้แนวคิด “V Square Where Confidence Begins” ร่วมกับ TPN GLOBAL (ทีพีเอ็น โกลบอล) และกองประกวดนางสาวไทย 2569 จัดงาน“The Reflection of Siam Beauty by V Square Clinic” สร้างพลัง Soft Power สะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นไทยร่วมสมัย ผสานจิตวิญญาณความเชื่อมั่นและความสง่างามของ 40 ผู้เข้าประกวดนางสาวไทยประจำปี 2569 จากแต่ละจังหวัดทั่วประเทศ ในธีม “แต่งไทย ใส่ยีนส์” พรีเซนต์ชุดไทยและผ้าท้องถิ่น สะท้อนความงดงามและความหลากหลายของวัฒนธรรมไทย พร้อมล่องเรือสัมผัสความงดงามตราตรึงของเส้นขอบแม่น้ำเจ้าพระยา โดยมีฉากหลังเป็นพระปรางค์วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร บันทึกโมเมนต์ประวัติศาสตร์ครั้งแรกในประเทศไทย

โดย ฐปนา กล้าตลุมบอน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารความสัมพันธ์ วี สแควร์ คลินิก กล่าวว่า V Square Clinic “ในฐานะผู้สนับสนุนหลักของงานวันนี้ เรามีความตั้งใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันการท่องเที่ยวไทยและ Soft Power ด้านวัฒนธรรมประจำถิ่นที่หลากหลาย โดยร่วมกับ TPN GLOBAL และกองประกวดนางสาวไทย 2569 เปิดเวทีให้สาวงามแต่ละจังหวัดถ่ายทอดเรื่องราวความเชื่อมั่นที่สะท้อนคุณค่าจากความภาคภูมิใจในบ้านเกิด สู่สายตาคนไทยและนานาชาติอย่างสร้างสรรค์ พร้อมขับเคลื่อน “Bangkok City of Beauty” ความงามที่ทรงพลัง ส่งต่อเสน่ห์แห่งวัฒนธรรมและความน่าหลงใหลของประเทศไทยให้เกิดขึ้นได้จริง ทั้งนี้เรายังสานต่อแนวคิด “V Square Where Confidence Begins”การให้ความสำคัญกับความเชื่อมั่นอันทรงคุณค่า ความจริงใจ และความยั่งยืน ซึ่งตลอดระยะเวลากว่า 11 ปีที่ผ่านมา V Square Clinic เราเติบโตจากความเชื่อเรียบง่ายว่า “ความงามที่ดี ต้องเริ่มจากความปลอดภัย ความจริงใจ และความสบายใจของคนไข้” จนกลายเป็น “ความเชื่อใจ” ที่ลูกค้าจำนวนมากเลือกใช้บริการอย่างต่อเนื่องและยาวนาน ทั้งนี้ V Square Clinic ยึดหลักการดูแลแบบตรงไปตรงมา ภายใต้มาตรฐานทางการแพทย์ เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานสากล แจ้งรายละเอียดและราคาอย่างชัดเจน ไม่มีค่าใช้จ่ายแฝง และให้คำแนะนำตามความเหมาะสม โดยไม่เสนอเกินความจำเป็น ทำให้ทุกคนสามารถเข้ามาใช้บริการได้อย่างสบายใจและมั่นใจในผลลัพธ์

ขณะที่ ปิยาภรณ์ แสนโกศิก ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทีพีเอ็น โกลบอล จำกัด เผยว่า TPN GLOBAL และกองประกวดนางสาวไทย 2569 รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้มีโอกาสร่วมสร้างงานใหญ่ระดับประเทศในครั้งนี้ ซึ่งเป็นตอบรับเทรนด์กระแสแฟชั่นผสานความเป็นไทยอย่างสร้างสรรค์ พร้อมถ่ายทอดเสน่ห์วัฒนธรรมไทยผ่านมุมมองใหม่ ด้วยการสนับสนุนจาก ผู้นำคลินิกเสริมความงามของไทย V Square Clinic ร่วมกันเนรมิตกิจกรรมพิเศษบน Grand Pearl Dinner Cruise ล่องเรือกลางแม่น้ำเจ้าพระยา โดยมีผู้เข้าประกวดนางสาวไทยประจำปี 2569 รวมพลังสร้าง Soft Power อย่างยิ่งใหญ่ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว Amazing Thailand ส่งสัญญาณเชิญชวนนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก บินลัดฟ้าเดินทางมาร่วมสัมผัสประสบการณ์อันทรงคุณค่าในประเทศไทย

สำหรับไฮไลท์ของงานคือโชว์สุดพิเศษ Runway Battle on the River เวทีเดินแบบจับคู่ประชัน Performance อันทรงพลังบนรันเวย์กลางแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมพรีเซนต์ชุดไทยและผ้าท้องถิ่นจากแต่ละจังหวัด สะท้อนความงดงามและความหลากหลายของวัฒนธรรมไทย

ปิดท้ายด้วยช่วง Speech “เสียงจากบ้านเกิด” โดยมีเหล่าสาวงามเป็นตัวแทนถ่ายทอดเสน่ห์ อัตลักษณ์ และเรื่องราวของบ้านเกิดอย่างจริงใจ สะท้อนความหลากหลายของวัฒนธรรมไทยในมุมมองร่วมสมัย สร้างความประทับใจและเชื่อมโยงผู้ชมเข้ากับท้องถิ่นต่าง ๆ ทั่วประเทศ

รับรองไม่ผิดหวังแน่! หมอวรงค์ ประกาศจุดยืนไทยภักดี ยึดความถูกต้อง ไม่ยึดฝ่าย

รับรองไม่ผิดหวังแน่! หมอวรงค์ ประกาศจุดยืนไทยภักดี ยึดความถูกต้อง ไม่ยึดฝ่าย

รับรองไม่ผิดหวังแน่! หมอวรงค์ ประกาศจุดยืนไทยภักดี ยึดความถูกต้อง ไม่ยึดฝ่าย

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.28 น.

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า #ประกาศจุดยืนไทยภักดี มีประชาชนถามผมจำนวนมากว่า จะยืนฝ่ายไหน ระหว่างฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ผมยังยืนยันคำพูดเดิมครับว่า

ผมยืนอยู่ฝ่ายความถูกต้อง สิ่งที่รัฐบาลทำดีเพื่อประชาชน ผมจะสนับสนุนเต็มที่ แต่ถ้ามีหลักฐานการทุจริต การโกง คงได้ตรวจสอบสนุกแน่

ส่วนฝ่ายค้านที่ผมต้องตรวจสอบ คือ เรื่องยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ทั้งหมวด 1 และหมวด 2 รวมทั้งการตัดเรื่องคุณสมบัติ สส./สว. เรื่องจริยธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต และปัญหาอื่น ๆ ที่ประชาชนกังวลใจ

ผมยืนอยู่ฝ่ายประเทศไทยครับ ติดตามบทบาทของเราในสภานะครับ รับรองไม่ผิดหวังแน่ แม้จะมีแค่ 1 เสียง

มทภ.2-ผบ.กกล.สุนารี นำคณะเสธทหารฟิลิปปินส์ ดูรังสแกมเมอร์-ฐานปล่อยโดรนพลีชีพเขมรโจมตีไทย

มทภ.2-ผบ.กกล.สุนารี นำคณะเสธทหารฟิลิปปินส์ ดูรังสแกมเมอร์-ฐานปล่อยโดรนพลีชีพเขมรโจมตีไทย

มทภ.2-ผบ.กกล.สุนารี นำคณะเสธทหารฟิลิปปินส์ ดูรังสแกมเมอร์-ฐานปล่อยโดรนพลีชีพเขมรโจมตีไทย

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.16 น.

มทภ.2-ผบ.กกล.สุนารี นำคณะเสธทหารฟิลิปปินส์ ดูรังสแกมเมอร์-ฐานปล่อยโดรนพลีชีพกัมพูชาโจมตีไทย ภายในพื้นที่ กาสิโน-รีสอร์ต โอร์เสม็ด ห่างจากช่องจอม 500 เมตร

เมื่อวันที่ 10 ก.พ.2569 ที่ จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ พล.ท.วีระยุทธ  รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วย พล.ต.สมภพ  ภาระเวช  ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี  พ.อ.เกียรติศักดิ์ พรมตวง ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 54 ร่วมให้การต้อนรับ พล.อ. Romeo S. Brawner Jr. เสนาธิการทหารกองทัพฟิลิปปินส์ (เทียบเท่าผู้บัญชาการทหารสูงสุดฟิลิปปินส์) และคณะ ลงพื้นที่รับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ด้านความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน รวมถึงปัญหาอาชญากรรมทางไซเบอร์และการหลอกลวงออนไลน์ (Cyber Crime/Scammer) พร้อมทั้งตรวจภูมิประเทศและแนวทางการปฏิบัติงานของหน่วยในพื้นที่จริง เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ประสบการณ์ และแนวทางการประสานความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างประเทศ

โดยในการบรรยายช่วงหนึ่ง ฝ่ายไทยได้ชี้ให้เห็นพื้นที่โอร์เสม็ด รีสอร์ต รอยัลฮิลล์ รีสอร์ต จ.อุดรมีชัย อยู่ห่างจากจุดผ่านแดนถาวรช่องจอมเพียง 500 เมตร โดยทหารกัมพูชา ได้ใช้อาคารเป็นฐานบัญชาการปล่อยโดรนพลีชีพกว่า 100 โจมตีทหาร จนได้รับบาดเจ็บหลายราย ในการปะทะรอบล่าสุด 

นอกจากนี้ยังพบว่าภายในอาคาร 6 ชั้น ยังถูกใช้เป็นฐานปฏิบัติการสแกมเมอร์ หลอกลวงคนทั่วโลก มีการตกแต่งห้องต่างๆ ให้เป็นสถานีตำรวจของนานาประเทศ เช่น จีน สิงคโปร์ ออสเตรเลีย บราซิล เวียดนาม

นอกจากนี้ ยังพบกระดานที่มีข้อความภาษาอินโดนีเซีย ซึ่งเข้าใจว่ามีคนอินโดนีเซียส่วนหนึ่งเป็นเหยื่อของพวกแก๊งสแกมเมอร์เหล่านี้ รวมไปถึงมีการตกแต่งเลียนแบบธนาคาร ซึ่งเป็นพฤติกรรมมิจฉาชีพ-สแกมเมอร์

สำหรับการตรวจเยี่ยมครั้งนี้นับเป็นโอกาสสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์อันดี เสริมสร้างความเข้าใจร่วมกัน และพัฒนาความร่วมมือทางทหารระหว่างกองทัพไทยกับกองทัพฟิลิปปินส์ อันจะนำไปสู่การยกระดับศักยภาพการป้องกันภัยคุกคามรูปแบบใหม่ และเสริมสร้างเสถียรภาพความมั่นคงในระดับภูมิภาคอย่างยั่งยืน

พิธา โพสต์ถึง เท้ง จงอดทน ผมจะสนับสนุนคุณเสมอ ทำด้อมส้มแห่เมนต์ให้กำลังใจ

พิธา โพสต์ถึง เท้ง จงอดทน ผมจะสนับสนุนคุณเสมอ ทำด้อมส้มแห่เมนต์ให้กำลังใจ

พิธา โพสต์ถึง เท้ง จงอดทน ผมจะสนับสนุนคุณเสมอ ทำด้อมส้มแห่เมนต์ให้กำลังใจ

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.57 น.

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2568 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้โพสต์รูปภาพคู่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี บนอินสตาแกรม @pita.ig พร้อมระบุข้อความเป็นภาษาอังกฤษ และแท็กแอคเคานต์อินสตาแกรมส่วนตัวของนายณัฐพงษ์ ว่า “Persevere, and tomorrow will carry the strength you build today
You got my support ALWAYS @teng.pple”

โดยแปลเป็นภาษาไทย มีความหมายว่า “จงอดทน และวันพรุ่งนี้จะมีความแข็งแกร่งที่คุณสร้างขึ้นในวันนี้ด้วย ผมจะสนับสนุนคุณเสมอ”

หลังจากโพสต์นี้ถูกเผยแพร่ออกไป บรรดาแฟนคลับของพรรคประชาชน คอมเมนต์ให้กำลังใจจำนวนมาก พร้อมแนบอีโมจิรูปส้มหรือรูปหัวใจสีส้ม

หวั่นมีการเข้ารักษาความสงบ! เจษฎ์ เตือน กกต. เคลียร์ให้ชัด ห่วงเกิดม็อบลามทั่วประเทศ

หวั่นมีการเข้ารักษาความสงบ! เจษฎ์ เตือน กกต. เคลียร์ให้ชัด ห่วงเกิดม็อบลามทั่วประเทศ

หวั่นมีการเข้ารักษาความสงบ! เจษฎ์ เตือน กกต. เคลียร์ให้ชัด ห่วงเกิดม็อบลามทั่วประเทศ

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.42 น.

เจษฎ์ เตือน กกต. เคลียร์ให้ชัด หลังเกิดความผิดพลาดหลายจุด หวั่นเกิดม็อบลามทั่วประเทศ ท้ายสุดอาจมีการเข้ารักษาความสงบเรียบร้อยก็ได้

เมื่อวันที่ 10 ก.พ.2569 นายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติ ได้ส่งสัญญาณเตือนถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยระบุว่า ขณะนี้ภารกิจของผู้สมัครและพรรคการเมืองสิ้นสุดลงแล้ว แต่ภารกิจที่หนักกว่าคือหน้าที่ของ กกต. ที่ต้องจัดการกับการเลือกตั้ง ที่ถูกครหาว่า ไม่สุจริตและไม่เที่ยงธรรม โดยเฉพาะประเด็นความผิดปกติของการนับคะแนน จากปม “บัตรเขย่ง” ที่ลือสะพัดว่ามีจำนวนมหาศาลอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์การเมืองไทย

“บัตรมันจะเกินได้ยังไง ที่ว่าบัตรเขย่ง ที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เขาก็เขย่งกันจำนวนหลักสิบ แต่หลักร้อยแทบไม่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ ซึ่งถ้ามันมากมายมหาศาลขนาดนี้ การเลือกตั้งจะถูกมองว่าไม่เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม” นายเจษฎ์ กล่าว

นายเจษฎ์ กล่าวว่า กกต. มีเครื่องมือและอำนาจล้นมือในตอนนี้ หากพบหลักฐาน อันควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริต ต้องกล้าตัดสินใจ เช่นให้ “ใบเหลือง” สั่งเลือกตั้งใหม่ในเขตที่มีปัญหาเพื่อคืนความชอบธรรม หรือให้“ใบแดง” ส่งศาลตัดสิทธิ์พวกโกงให้พ้นวงจรการเมือง และต้องชดใช้ค่าเลือกตั้งใหม่ 

นายเจษฎ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีข่าวว่ากัมพูชาเริ่มอีกแล้ว ดังนั้นเรื่องของนานาอารยประเทศที่กำลังรุกเข้ามาก็ยังไม่จบ ก็น่ากังวลว่าเราจะได้รัฐบาลโดยเร็วหรือไม่ ซึ่งตามกฎหมายกำหนดไว้ว่ากกต.ต้องประกาศผลการเลือกตั้งภายใน 60 วัน ดังนั้นจะทำอะไรก็ต้องรีบทำ อย่าปล่อยให้มีข้อครางแคลงใจ หรือสงสัยของพี่น้องประชาชนแบบนี้ อย่าปล่อยให้ผู้เล่นถูกตั้งข้อรังเกียจแบบนี้ กกตต้องรีบจัดการโดยเร็ว ไม่ต้องรอครบ 60 วันก็ได้

“เครื่องมือมีอยู่ในมือกกต.แล้วมีอำนาจที่สามารถทำได้ ถ้ากกต.เห็นว่ามีเหตุอันควรสงสัย หรือมันมีหลักฐานอันควรเชื่อว่าการเลือกตั้งไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม ถ้ากกต.จะคิดพิจารณาแบบที่คนเขาบอกกันว่าให้ ‘ใบเหลือง’ คือไม่ได้ไปกระทบสิทธิ์ใคร แต่ต้องจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ในเขตใด กกต.ต้องรีบทำ และหากพบว่ามีการกระทำผิด มีสิ่งที่ถึงขนาดว่ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผิดจริง ก็ต้องให้”ใบแดง”ตัดสิทธิ์แล้วส่งศาลต่อไป และต้องมีการจัดการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งเมื่อศาลได้วินิจฉัยมาแล้ว คนผู้นั้นก็ต้องเป็นผู้ที่ออกค่าใช้จ่ายค่าเลือกตั้งใหม่เองทั้งหมด” นายเจษฎ์ กล่าว

นานเจษฎ์ ยังได้เตือนสติ กกต.ด้วยว่า หาก กกต. ยังปล่อยให้ประชาชนค้างคาใจกับผลการเลือกตั้งแบบนี้ สถานการณ์อาจบานปลายไปสู่การ “ชุมนุมประท้วง” และการก่อความไม่สงบ แล้วท้ายที่สุดอาจนำไปสู่ข้ออ้างในการเข้ามารักษาความสงบเรียบร้อย อีกครั้ง 

“ตอนนี้บ้านเมืองเรามีภัยรายล้อมอยู่แล้ว ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่ต้องก้าวต่อไป การบริหารราชการแผ่นดินสะดุดหยุดลงไม่ได้ จะให้รัฐบาลอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปแบบนี้ไม่ได้ เมื่อมีผลการเลือกตั้งออกมาแล้ว มีคนที่ได้รับการคัดเลือกเป็นจำนวนมากที่สุด และมีคนที่พร้อมในการที่จะทำหน้าที่กันแล้ว ก็ขอให้กกต.รีบจัดการให้เรียบร้อย ทั้งนี้สิ่งที่น่ากังวลใจที่สุดคือคนที่มีความไม่พอใจการนับคะแนน หรือว่าผลการนับคะแนน จากการเลือกตั้งที่ผ่านมา หากปล่อยเอาไว้ ไม่รีบจัดการ สถานการณ์อาจจะบานปลายไปถึงขั้นมีการชุมนุม มีการประท้วง มีการก่อความไม่สงบ และท้ายที่สุดถ้ามันไปไกลถึงขนาดต้องมีการเข้ารักษาความสงบเรียบร้อย เดี๋ยวก็จะมีการกล่าวหากันไปอีก รีบดำเนินการให้แล้วเสร็จครับ” นายเจษฎ์ กล่าว

บิ๊กเล็ก ยิ้มไม่ตอบ ถูกทาบร่วมรัฐบาลอนุทิน 2 หรือไม่

บิ๊กเล็ก ยิ้มไม่ตอบ ถูกทาบร่วมรัฐบาลอนุทิน 2 หรือไม่

บิ๊กเล็ก ยิ้มไม่ตอบ ถูกทาบร่วมรัฐบาลอนุทิน 2 หรือไม่

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.37 น.

10 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม ปฏิเสธตอบคำถามสื่อว่ามีการทาบทามร่วมรัฐบาลใหม่หรือไม่ โดย พล.อ.ณัฐพล เพียงแต่ยิ้ม และเอามือป้องหู พร้อมกล่าวว่า “ไม่ได้ยิน” ผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้าการยกเลิก MOU 43 และ MOU 44 ที่จะให้มีการปรับแก้ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไม่ได้มีการพูดคุยกันในเรื่องนี้ คงต้องรอรัฐบาลใหม่พิจารณา

จตุพร มองสูตรจับขั้วรัฐบาลใหม่ ฟันธง อนุทิน ไม่เอาเพื่อไทยร่วม

จตุพร มองสูตรจับขั้วรัฐบาลใหม่ ฟันธง อนุทิน ไม่เอาเพื่อไทยร่วม

จตุพร มองสูตรจับขั้วรัฐบาลใหม่ ฟันธง อนุทิน ไม่เอาเพื่อไทยร่วม

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.35 น.

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมาก่อน โดยคาดว่า พรรคภูมิใจไทยจะจับมือกับพรรคกล้าธรรม เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แล้วเลือกดึงพรรคเล็กพรรคน้อยหรือทาบทามพรรคประชาธิปัตย์มาเสริมเสถียรภาพรัฐบาลผสมด้วย

“สิ่งสำคัญ การจัดตั้งรัฐบาลเมื่อสองพรรครวมกันเกินครึ่งแล้ว หลักการแรกคงควานหาพรรคเล็กมาร่วมให้ได้เสียงเกินครึ่งไปถึง 20-30 เสียง ถ้ามีปัญหากับพรรคเล็กๆ พรรคใดพรรคหนึ่งแล้ว เสียงรัฐบาลก็ไม่เดือดร้อนเหมือนกับการมีปัญหากับพรรคใหญ่เกินความจำเป็น”

อีกทั้งกล่าวว่า ชัยชนะการเลือกตั้งอย่างท่วมท้นของพรรคภูมิใจไทยมาจากออกแบบกลยุทธ์ชิงเสียงกระแสและฐานเสียงพื้นที่มาอย่างดี จึงทำให้ชนะ สส.เขตและบัญชีรายชื่อเพิ่มขึ้นแบบกระโดดเกือบ 3 เท่าตัว และเมื่อรวมกับเสียงพรรคกล้าธรรมได้ 251 เสียงเกินครึ่งเป็นฐานตั้งรัฐบาลใหม่ได้นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกฯ

ดังนั้น คาดว่า การตั้งรัฐบาลใหม่คงไม่ดึงพรรคเพื่อไทยมาร่วม เพราะจะทำให้สถานะพรรคกล้าธรรมกลายเป็นพรรครัฐบาลอันดับสาม อีกอย่างพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคใหญ่ถ้าเกิดปัญหาขึ้นย่อมทำให้เสถียรภาพรัฐบาลคลอนแคลนและอาจพังได้ในพริบตา

นายจตุพร ประเมินว่า แม้ขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์ดูเหมือนเสียงดังจะไปเป็นฝ่ายค้าน แต่ทางการข่าวแล้ว ตนสังหรณ์ว่า อาจมีการเจรจาให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไปเป็นประธานสภาก็ได้

อย่างไรก็ตาม อย่าลืมว่า นายอภิสิทธิ์ เคยเป็นนายกฯ เพราะพรรคภูมิใจไทยเมื่อครั้งแยกออกจากพรรคพลังประชาชนมาโหวตให้ ดังนั้น จึงต้องรออีกสักพักจึงจะเห็นเค้าลางพรรคประชาธิปัตย์มาร่วมรัฐบาลนายอนุทินหรือไม่

อีกอย่าง ถ้าพรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย และพรรคประชาธิปัตย์ ไปเป็นฝ่ายค้านจริงแล้ว ทั้งสามพรรคเสมือนเป็นน้ำผสมน้ำมันย่อมทำหน้าที่ร่วมกันไม่ลงตัว จึงกระทบต่อเสถียรภาพไม่มากนัก

ส่วนคดี 44 สส.พรรคก้าวไกลฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรงนั้น จะกระทบกับ 10 เสียงของพรรคประชาชน ซึ่งเป็นปาร์ตี้ลิสต์ 8 คนและ สส.เขต 2 คน ถ้าศาลฎีกาฯ รับคำร้องต้องถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ สส.ทันที ย่อมเกิดปัญหาตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านและแกนนำทำหน้าที่ในสภาเช่นกัน

กรณีประชามติจัดทำร่าง รธน.นั้น นายจตุพร กล่าวว่า เมื่อมีเสียงเห็นชอบร่วม 20 ล้านเสียงแล้ว แต่การทำประชามติครั้งสองจะมีขั้นตอนอย่างไร ซึ่งกฎหมายนี้ค้างอยู่ในสภา โดยต้องพิจารณาว่า ต้องมีเสียง สว. 1 ใน 3 ให้ความเห็นชอบหรือไม่ และเห็นด้วยกับวิธีการเลือกคณะยกร่าง รธน.ใหม่ แบบ 20 หยิบ 1 ด้วยหรือไม่ และกระทบกับปัญหาการทำประชามติครั้งสองด้วย

“การถามประชามติครั้งสอง ต้องให้ สว.เห็นชอบกฎหมายขั้นตอนวิธีการเลือกคณะร่าง รธน.ก่อน ถ้าผ่านการเห็นชอบ ยังต้องมีการทำประชามติครั้งสามอีก อย่างไรก็ตาม หาก สว.จำนวน 1 ใน 3 ไม่เห็นชอบก็ทำประชามติครั้งสามไม่ได้ หรือมีคนยื่นร้องขัด รธน.หรือไม่ ดังนั้น เส้นทางจัดทำ รธน.ใหม่จึงมีอุปสรรคขวางกั้นหลายด่าน และไม่ง่ายอย่างที่คิด จึงอย่าเพิ่งฝันหวานว่าจะได้ รธน.ใหม่แล้ว”.