ทรงศักดิ์ ปัดให้ความเห็นตั้งรัฐบาล โยนเป็นอำนาจ อนุทิน ด้าน ศุภจี อุบนโยบายเร่งด่วนรัฐบาลใหม่

ทรงศักดิ์ ปัดให้ความเห็นตั้งรัฐบาล โยนเป็นอำนาจ อนุทิน ด้าน ศุภจี อุบนโยบายเร่งด่วนรัฐบาลใหม่

ทรงศักดิ์ ปัดให้ความเห็นตั้งรัฐบาล โยนเป็นอำนาจ อนุทิน ด้าน ศุภจี อุบนโยบายเร่งด่วนรัฐบาลใหม่

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.58 น.

“ทรงศักดิ์” ปัดให้ความเห็นตั้งรัฐบาล โยนเป็นอำนาจ “อนุทิน” ตัดสินใจ “ศุภจี” อุบนโยบายเร่งด่วนรบ.ใหม่  

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ปฏิเสธให้ความเห็นถึงการจัดตั้งรัฐบาล ความเหมาะสมควรมีจำนวน สส.เท่าไหร่ ว่า ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการสินใจของคนที่เป็นนายกรัฐมนตรี ผู้ที่จะเป็นคนตั้ง ซึ่งไม่ได้มีการพูดคุยในประเด็นดังกล่าวเนื่องจากตนเพิ่งจะกลับมาจากต่างจังหวัด ขออนุญาตไม่ตอบ

ด้าน พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมช.กลาโหม ปฏิเสธการตอบคำถามว่าจะร่วม ครม.อนุทิน 2 หรือไม่ โดยกล่าวว่า ขอให้ไปถามนายอนุทิน

ขณะที่ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ทีมเศรษฐกิจพรรคภูมิใจไทย ปฏิเสธตอบถึงนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลอนุทิน โดยขอตัวเข้าไปร่วมประชุม ครม.ทันที เมื่อถามย้ำว่า ประชาชนอยากเห็นนโยบายใหม่ๆนอกเหนือจากการต่อยอด นางศุภจี กล่าวสั้นๆว่า เข้าใจค่ะ

‘อนุทิน’มั่นใจเป็นรัฐบาลอยู่ครบเทอม สวน เพื่อไทย เวลาชนะไม่มีพิรุธ แพ้มีทุกที

‘อนุทิน’มั่นใจเป็นรัฐบาลอยู่ครบเทอม สวน เพื่อไทย เวลาชนะไม่มีพิรุธ แพ้มีทุกที

‘อนุทิน’มั่นใจเป็นรัฐบาลอยู่ครบเทอม สวน เพื่อไทย เวลาชนะไม่มีพิรุธ แพ้มีทุกที

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.50 น.

”อนุทิน“ ฟังเสียงปชช.ฟอร์มรบ. แต่ขอคะแนนนิ่งก่อน แม้เดินหน้าแล้วก็ยังบอกไม่ได้ มั่นใจเป็นรัฐบาลอยู่ครบเทอม เสถียรภาพแน่นเพราะการทำงาน บอกกล่าวหาพิรุธเลือกตั้งเท่ากับว่า กกต. บอกรบ.ไม่มีส่วนจัดการ 

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทยในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์กรณีประธานสภาฯ ต้องเป็นคนจากพรรคภูมิใจไทยใช่หรือไม่ว่า ตอนนี้ผลการนับคะแนนยังอยู่ที่ 92% อย่าเพิ่ง ตนชอบทำอะไรที่เป็นขั้นเป็นตอน เราจะไม่พูดอะไรที่ยังไม่ได้รับการยืนยันจากผู้ควบคุมกฎคือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)

 เมื่อถามว่าวางหลักการร่วมเสียงตั้งรัฐบาลเกี่ยวกับเรื่องสีเทาอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้เรามีหลักคือฟังเสียงประชาชนที่เลือกพรรคภูมิใจไทยเข้ามา ตอนนี้คะแนนอย่างไม่เป็นทางการก็ 190 กว่าเสียง ก็ต้องให้ความสำคัญกับการตัดสินใจของประชาชนมาเป็นหลักในการตัดสินใจ วันนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะพูดเรื่องนี้ต่อให้มีการดำเนินการก็ยังไม่สามารถเปิดเผยได้
 เมื่อถามว่าเพื่อให้รัฐบาลมีเสถียรภาพเสียงรัฐบาลควรจะเป็นเท่าไหร่ นายอนุทิน ตอบว่าให้การยืนยันจำนวนสส.ของแต่ละพรรคเรียบร้อยก่อน เพราะยังต้องคำนวนสส.บัญชีรายชื่อด้วย จะมีพรรคเล็กพรรคน้อยเข้ามาอีกหลายคนขอให้นิ่งก่อน 

เมื่อถามว่าจะทำอย่างไรให้รัฐบาลอยู่ครบวาระ 4 ปี แบบออร์แกนิก นายอนุทิน ตอบว่าตนไม่มีประเด็นและกังวลเรื่องนี้ ทราบดีว่าการทำงานของตนไม่ทำเรื่องที่ผิดกฎหมายผิดศีลธรรมจรรยาหรือฝืนความรู้สึกประชาชน ยิ่งเที่ยวนี้ไม่ต้องกังวลเลย ตนต้องทำตามความต้องการของประชาชนเป็นสำคัญ ถ้าตนคิดจะทำอะไรแล้วฝืนความต้องการประชาชนก็จะไม่ทำ เมื่อถามว่าจะสามารถควบคุมพรรคร่วมให้ดำเนินการตามนี้ได้ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตัวเลขจากจำนวนสส.ที่คาดการณ์ว่าจะได้ตนจึงบอกว่ายังพูดอะไรได้ไม่มาก แต่เป็นนายกฯคุมได้แน่ ถ้าคุมกันไม่ได้ก็อยู่กันไม่ได้เท่านั้นเอง ประชาชนให้คะแนนมาขนาดนี้ ส่วนที่มีเสียงวิจารณ์เรื่องบ้านใหญ่นั้น ตอนนี้บ้านใหญ่ก็อยากให้มีบ้านเล็ก ตอนนี้มีทั้งบ้านใหญ่ทั้งนักวิชาการ คำว่าบ้านใหญ่เป็นคำที่ไม่ดีหรืออย่างไร คำนี้เป็นความไว้เนื้อเชื่อใจเป็นที่พึ่งพิงเป็นที่มั่นใจของประชาชนแล้วทำไมละ มีพรรคไหนที่ไม่มีบ้านใหญ่ก็มีกันทั้งนั้น เมื่อถามว่าจะคุมเสถียรภาพพรรคได้เหมือนตอนนี้ยังไม่ใหญ่ขนาดนี้ได้อย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า เสถียรภาพรัฐบาลอยู่ที่การทำงาน คนอื่นอาจมองจากตัวเลขแต่รัฐบาลของตนเถียรภาพเกิดจากการทำงาน ตนเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยมาแล้วทำงานได้หรือไม่ นโยบายต่างๆที่ผลักดันออกไปล่วนแต่เกิดประโยชน์กับประชาชน ก็ทำได้ไม่มีปัญหาไม่ว่าคนละครึ่งพลัส การป้องกันประเทศ ความสัมพันธ์ทางการทูต การปราบสแกมเมอร์ ก็ครบทุกอย่างทั้งที่เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย เที่ยวนี้ก็น่าจะเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก สิ่งที่ตนทำวันพรุ่งนี้ต้องมาจากบทเรียนของเมื่อวานไม่ต้องห่วงตนจะขับรถด้วยความระมัดระวังอย่างสูงสุดและไม่เกินความเร็วที่ควบคุม

เมื่อถามว่าจะให้ความมั่นใจได้อย่างไรว่ารัฐบาลจะอยู่ครบสี่ปี เพราะประชาชนคาดหวังกับพรรคภูมิใจไทยสูง นายอนุทิน กล่าวว่า “ผมก็ต้องมั่นใจสิ รัฐบาลชุดใหม่ที่มีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำต้องอยู่ครบ 4 ปี ด้วยการมีผลงานที่ซื่อสัตย์สุจริต รวดเร็ว ตอบสนองประชาชนได้ ทำประโยชน์สูงสุดให้กับประเทศชาติได้ ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ มันมีหลายโจทย์ต้องอยู่แล้วเข้มแข็งทำงานได้ทำประโยชน์ได้ เมื่อถามว่าทางพรรคเพื่อไทยออกมาวิจารณ์ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีพิรุธเยอะมาก นายอนุทิน กล่าวว่า เวลาชนะก็ไม่มีพิรุธ เวลาแพ้ก็มีทุกที ส่วนกระแสที่มีการเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่นั้น รัฐบาลไม่ได้จัดการเลือกตั้งหากกล่าวหาเช่นนี้คือกล่าวหากกต. รัฐบาลไม่ได้เกี่ยวข้องและยังคอยประสานงานให้ทุกอย่างเกิดความเรียบร้อย การดำเนินงานจัดการเลือกตั้งทั้งหมดอยู่ในมือกกต. ทุกวันนี้ตนที่เป็นหัวหน้ารัฐบาลยังไม่รู้เลยว่าแต่ละพรรคจะมีกี่คนกันแน่ 

สุชาติ โวเลือกตั้งรอบนี้เข้าเป้า กลุ่มเพื่อนเฮ้งเข้าวิน 16-17 คน ยังไม่ได้คุยเรื่องโควตา รมต.

สุชาติ โวเลือกตั้งรอบนี้เข้าเป้า กลุ่มเพื่อนเฮ้งเข้าวิน 16-17 คน ยังไม่ได้คุยเรื่องโควตา รมต.

สุชาติ โวเลือกตั้งรอบนี้เข้าเป้า กลุ่มเพื่อนเฮ้งเข้าวิน 16-17 คน ยังไม่ได้คุยเรื่องโควตา รมต.

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.42 น.

“สุชาติ” โว เลือกตั้งหนนี้เข้าเป้า เพื่อนในกลุ่มเข้าวิน 16-17 คน ปัด ยังไม่ได้คุยเรื่องโควตารมต. เป็นหน้าที่ กก.บห.

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะแกนนำชลบุรี พรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึง 5 ผู้สมัคร สส.ชลบุรี พรรค ภท.ที่ชนะเลือกตั้งเข้ามา อยู่ในทีมนายสุชาติกี่คนว่า ทีมเดียวกันทั้งหมด เราทำงานร่วมกันหมด 

ผู้สื่อข่าวถามว่า ใน จ.ชลบุรี ถือว่าทำงานเข้าเป้าหรือไม่ มีการพูดถึงตำแหน่งรัฐมนตรีที่จะได้รับหรือยัง นายสุชาติ กล่าวว่า เราไมได้มองไปไกลถึงขนาดนั้น แต่คิดว่าเมื่อเราได้เป็นผู้สมัครแล้ว เราต้องทำให้ดีที่สุดมากกว่า ต้องพิสูจน์ให้ชาวบ้านรู้ว่าคะแนนที่เราได้มาจากสิ่งที่เราได้ทำสะสมมา 20 ปี 

เมื่อถามว่า ในภาพรวมเลือกตั้ง ผู้สมัคร สส.ในกลุ่มของนายสุชาติ ได้เข้ามากี่คน นายสุชาติ กล่าวว่า ก็ทำงานในนามของพรรค ภท.ทั้งหมด เป็นเพื่อนกันทั้งหมด มีประมาณ 16-17 คนที่ชวนกันเข้ามา จันทบุรี ตราด เพชรบุรี ราชบุรี นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ชลบุรี ซึ่งถือว่าได้ตามเป้าทั้งหมด เพราะเราเชื่อมั่นว่าเพื่อนเราทุกคนมีศักยภาพอยู่แล้ว 

เมื่อถามอีกว่า แบบนี้จะได้ 1 รมว. 1 รมช.หรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ไม่ได้พูดถึงขั้นนั้น วันนี้เอาแค่ว่าให้มีการรับรองให้ถูกต้องก่อน ให้ได้ 95% เพื่อเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร ขั้นตอนต่อไปก็เลือกนายกฯ ว่าจะเป็นใครตามกฎหมาย 

ผู้สื่อข่าวถามว่า ตอนนี้ในส่วนของนายอนุทิน ในฐานะหัวหน้าพรรค ภท.และว่าที่นายกฯคนใหม่ จะมีการจัดสรรปันส่วนอย่างไร นายสุชาติ กล่าวว่า ไม่มีการพูดถึงเรื่องนั้น เรามองไปแค่ทีละสเตป ให้มีการรับรองก่อน ตนอยู่ในพรรค เป็นลูกพรรค ต้องบริหารจัดการตามกฎระเบียบของพรรคด้วย การจะเจรจาหรือพูดคุยอะไรเป็นเรื่องของผู้บริหารพรรค 

อนุทิน สั่งการใน ครม. เตรียมยกเลิก MOU44 ชี้ เก็บไว้ไม่มีประโยชน์

อนุทิน สั่งการใน ครม. เตรียมยกเลิก MOU44 ชี้ เก็บไว้ไม่มีประโยชน์

อนุทิน สั่งการใน ครม. เตรียมยกเลิก MOU44 ชี้ เก็บไว้ไม่มีประโยชน์

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.36 น.

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทยในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์กรณีประกาศว่าจะยกเลิกเอ็มโอยู 44 ว่าวันเดียวกันนี้ (10 ก.พ.) จะสั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการเพื่อประกาศยกเลิก แต่ยังไม่ใช่รัฐบาลนี้เพียงแต่ต้องเตรียมการไว้เพื่อยกเลิกเอ็มโอยู 44 เนื่องจากเห็นว่าไม่มีความคืบหน้าเลยแม้แต่น้อยและไม่มีประโยชน์ที่จะเก็บไว้ เมื่อถามว่าอำนาจครม.สามารถยกเลิกได้เลยใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่าทุกอย่างเป็นตามกฎหมาย 

ปอกเปลือก ‘ปัญญาชน’ ในวันพรรคส้มพ่ายเลือกตั้ง

ปอกเปลือก ‘ปัญญาชน’ ในวันพรรคส้มพ่ายเลือกตั้ง

ปอกเปลือก ‘ปัญญาชน’ ในวันพรรคส้มพ่ายเลือกตั้ง

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.28 น.

ผลการเลือกตั้งปรากฏชัดแล้วจากการนับคะแนน ใครชนะ ใครแพ้ เป็นที่รับรู้กันทั่วไป แต่สิ่งที่โผล่ขึ้นมาทันทีหลังจากนั้น กลับไม่ใช่การทบทวนหรือการยอมรับ หากเป็นท่าทีจากนักวิชาการ สื่อ และคอลัมนิสต์บางคนในนาม “ปัญญาชน”

คนกลุ่มนี้สนับสนุนพรรคประชาชนหรือพรรคส้มมาอย่างต่อเนื่อง เป็นที่รับรู้ทั่วไป พวกเขาพูด เขียน และอธิบายการเมืองในทิศเดียวกันมานาน จนถ้อยคำของพวกเขากลายเป็นเครื่องยืนยันความถูกต้องในหมู่ผู้สนับสนุนพรรคส้มจำนวนมาก

โพสต์หนึ่งครั้งไม่เคยจบแค่ความเห็นส่วนตัว มันถูกแชร์ ถูกขยาย ถูกย้ำซ้ำ จนกลายเป็นอารมณ์ร่วมของกลุ่มการเมืองกลุ่มหนึ่ง ว่าใครคิดถูก ใครคิดผิด และใครสมควรถูกจัดวางไว้ตรงไหนของสังคม

ปัญหาจึงไม่ใช่แค่ผลแพ้ชนะ หากอยู่ตรงที่คนซึ่งอ้างว่าฉลาดกว่า กลับแสดงท่าทีต่อเสียงประชาชนด้วยความคับแคบ และเลือกใช้อำนาจทางความคิดเพื่อตีกรอบศักดิ์ศรีของคนอื่นทันทีที่ผลไม่เป็นใจ

คำให้สัมภาษณ์ของ “พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต” รองคณบดีคณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ที่ระบุว่าพรรคภูมิใจไทยและพรรคกล้าธรรมชนะการเลือกตั้งเพราะ “ธนบัตรนิยม” สะท้อนภาพนี้ได้ชัด

ประโยคสั้น ๆ ประโยคเดียว หยิบเงินขึ้นมาเป็นคำตอบสุดท้าย เหตุผล นโยบาย และประสบการณ์ชีวิตของประชาชนหลายล้านคนถูกตัดออกจากสมการในทันที ผู้ที่เลือกพรรคเหล่านั้นถูกเหมารวมว่าเลือกเพราะเงิน ซื้อเสียง หรือผลประโยชน์เฉพาะหน้า โดยไม่ยอมรับว่าการตัดสินใจดังกล่าวเกิดจากการคิด วิเคราะห์ และประเมินชีวิตของตนเอง

คำอธิบายลักษณะนี้ช่วยให้ฝ่ายที่แพ้ไม่ต้องเผชิญคำถามยาก ๆ ว่าทำไมแนวคิดที่ตนเชียร์จึงไม่สอดคล้องกับชีวิตของผู้คนจำนวนมาก แต่แลกมาด้วยการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของประชาชนอย่างไม่รู้สึกผิด และที่น่ากังวลคือถ้อยคำเช่นนี้ออกมาจากคนที่สังคมคาดหวังให้ใช้เหตุผลอย่างรับผิดชอบ

ระดับความหยาบของท่าทีขยับสูงขึ้นในกรณีของ “อธึกกิต แสวงสุข” คอลัมนิสต์และสื่อมวลชน ซึ่งโพสต์ข้อความว่า“คะแนนเสียงเรานับเท่ากันในกติกาประชาธิปไตย แต่คุณค่าไม่เท่ากันหรอก
คะแนนเสียงผมที่เลือกเพื่อเปลี่ยน โหวตเห็นชอบ จะมีค่าเท่าพวกโง่ที่เชื่อกลุ่มไลน์สวัสดีวันจันทร์ ว่ารัฐธรรมนูญปราบโกง จะทำให้นักการเมืองไม่สามารถบินเฟิสท์คลาส ได้ยังไง โง่ก็ต้องบอกว่าโง่ ไม่ respect”

ข้อความนี้พูดแทนวิธีคิดทั้งหมดได้ในครั้งเดียว ใครเลือกเหมือนตนคือคนมีค่า ใครเลือกต่างคือภาระ ประชาธิปไตยถูกยอมรับแค่กระดาษลงคะแนน แต่ศักดิ์ศรีของผู้ใช้สิทธิถูกฉีกออกจากสมการทันที

เมื่อคำพูดเช่นนี้ออกมาจากสื่อ และได้รับการปรบมือจากผู้สนับสนุนพรรคส้มจำนวนไม่น้อย ภาพที่เกิดขึ้นคือการทำให้การดูหมิ่นประชาชนกลายเป็นเรื่องกล้าทำ กล้าชื่นชม และกล้าใช้ซ้ำโดยไม่ต้องสะกิดใจ

อีกภาพหนึ่งของท่าทีหลังความพ่ายแพ้ ปรากฏผ่านการวิเคราะห์ของ “ปริญญา เทวานฤมิตรกุล” อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งตั้งข้อสังเกตว่าการที่คนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งลดลง เป็นเหตุสำคัญที่ทำให้พรรคประชาชนแพ้การเลือกตั้ง

ข้อสังเกตนี้ทำหน้าที่เป็นคำอธิบายความแพ้ เสียงที่ไม่ออกมาใช้สิทธิถูกสมมุติให้เป็นเสียงซึ่งควรเลือกอีกทางหนึ่ง หากตัวเลขกลับไปอยู่ในระดับเดิม ผลก็คงเปลี่ยนไป ความแพ้จึงถูกผลักไปให้เงื่อนไข มากกว่าการตัดสินใจของประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิจริง

วิธีคิดเช่นนี้ทำให้เสียงที่ถูกนับตามกติกาถูกลดความหมายลง และทำให้บทบาทของนักวิชาการขยับจากผู้เฝ้ามอง มาเป็นผู้จัดถ้อยคำรองรับความพ่ายแพ้ของฝ่ายการเมืองที่ตนเชียร์

เมื่อวางการแสดงออกของ พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต, อธึกกิต แสวงสุข และ ปริญญา เทวานฤมิตรกุล ไว้ในภาพเดียวกัน แบบแผนที่เห็นชัดคือการไม่ยอมรับเสียงประชาชน และการใช้ความรู้เป็นเครื่องประดับความเหนือกว่า

ประชาชนไม่ได้ถูกมองเป็นผู้ตัดสินใจร่วมกัน แต่ถูกลดรูปให้เหลือเพียงตัวแปรในคำอธิบาย ใครเลือกตรงใจคือคนมีเหตุผล ใครเลือกต่างคือปัญหาที่ต้องหาคำแก้ให้ดูดีขึ้นในหมู่พวกเดียวกัน

นี่คือท่าทีของชนชั้นความคิดที่ไม่เคยมองว่าตนเองอาจคิดพลาด และไม่ยอมรับว่าความแพ้คือผลของการไม่เข้าใจสังคม การสร้างเรื่องเล่าใหม่จึงสำคัญกว่าการเคารพเสียงของผู้คนจริง

ประเทศจะเดินหน้าอย่างไร หากกลุ่มที่อ้างสอนเรื่องประชาธิปไตย กลับเป็นกลุ่มแรกที่ดูหมิ่นประชาชนทันทีที่แพ้ หากคนที่พูดเรื่องศักดิ์ศรีมนุษย์เสียงดังที่สุด เป็นคนเดียวกันที่พร้อมเหยียบศักดิ์ศรีของคนอื่นเมื่อผลไม่ถูกใจ

ช่วงเวลานี้จึงไม่ได้สะท้อนแค่อารมณ์หลังความพ่ายแพ้ หากเป็นช่วงที่ตัวตนทางความคิดของปัญญาชนบางคนปรากฏชัด วันที่พรรคการเมืองที่ตนเองเชียร์ไม่ชนะ คือวันที่ภาพผู้รู้ ผู้มีเหตุผล และผู้ชี้นำสังคม ถูกลอกออกไปทีละชั้น เหลือเพียงท่าทีแข็งกร้าวต่อเสียงของประชาชนที่เลือกต่าง

ปัญญาชนในภาพนี้ไม่ได้สะดุดเพราะแพ้เลือกตั้ง แต่สะดุดเพราะรับความจริงไม่ได้ว่าประชาชนคิดเองได้ และอาจไม่เลือกตามกรอบที่ตนวางไว้ ความรู้ที่เคยใช้สร้างความชอบธรรม จึงกลายเป็นเครื่องมือปกป้องความรู้สึกเหนือกว่าในวันที่ผลไม่เป็นใจ

หากปัญญาชนยังแสดงสภาพเช่นนี้ ปัญหาของประเทศก็ไม่ได้เริ่มจากประชาชน แต่เริ่มจากคนที่อ้างว่ามีปัญญา แล้วใช้ปัญญานั้นเป็นเครื่องมือดูถูกการตัดสินใจของคนอื่นทุกครั้งที่แพ้เลือกตั้ง 

พวกเขาพูดเรื่องสิทธิ แต่ไม่เคารพสิทธิของคนเลือกต่าง พูดเรื่องความเสมอภาค แต่รีบแบ่งชั้นทันทีที่ผลไม่ถูกใจ และการพ่ายแพ้ของพรรคที่เชียร์จึงกลายเป็นวันที่ถูกปอกเปลือกออกมาให้เห็นชัดที่สุดว่า ปัญญาชนกำลังยืนอยู่ตรงไหนของประชาธิปไตยกันแน่.

ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์

นายกฯ ประชาสัมพันธ์เทศกาลตรุษจีน บอก ม้ามาแล้วความสำเร็จเกิดขึ้น ชี้ตรงปีเกิดตัวเอง

นายกฯ ประชาสัมพันธ์เทศกาลตรุษจีน บอก ม้ามาแล้วความสำเร็จเกิดขึ้น ชี้ตรงปีเกิดตัวเอง

นายกฯ ประชาสัมพันธ์เทศกาลตรุษจีน บอก ม้ามาแล้วความสำเร็จเกิดขึ้น ชี้ตรงปีเกิดตัวเอง

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.27 น.

“นายกฯ” ประชาสัมพันธ์เทศกาลตรุษจีน บอก”ม้ามาแล้ว”ความสำเร็จเกิดขึ้น ชี้ตรงปีเกิดตัวเอง

เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 10 ก.พ. ที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นำนายจาง เจี้ยนเว่ย์ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย และคณะ เข้าพบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เพื่อประชาสัมพันธ์การจัดงานเทศกาลตรุษจีนประเทศไทย ประจำปี 2569 พร้อมมอบตุ๊กตาม้า และขนมมงคลจีนให้นายกฯ อย่างไรก็ตาม ปีม้าปีนี้หรือปีนักษัตรมะเมีย ยังตรงกับปีเกิดของนายอนุทินด้วย 

ภายหลังเสร็จสิ้นกิจกรรมประชาสัมพันธ์ นายอนุทิน พานายจาง เจี้ยนเว่ย์ ไปถ่ายรูปให้เห็นฉากหลังตึกไทยคู่ฟ้า และเดินไปส่งนายจาง เจี้ยนเว่ย์ขึ้นรถ

จากนั้นนายอนุทิน เดินมาถ่ายภาพบริเวณบูธจัดกิจกรรมหน้าตึกบัญชาการ 1 โดยนายอนุทิน กล่าวช่วงหนึ่งว่า ม้า มังกร มาแล้วมีพลัง ม้ามาแล้วความสำเร็จเกิดขึ้น พร้อมชี้ไปที่ตัวเองและกล่าวว่า “นี่ปีม้า” เมื่อถามว่าแสดงว่าปีม้าปีเกิดของตัวเองก็ฉลองความสำเร็จไปด้วยเลยใช่หรือไม่ นายกฯหัวเราะ จากนั้นเป็นประธานการประชุมครม. ที่ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 

ผู้สื่อข่าวรายงาน วันเดียวกันนี้มี ครม.แจ้งลาการประชุม 5 คน ได้แก่ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นายอัครา พรหมเผ่า รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และจ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ รมช.อุตสาหกรรม 

ธรรมนัส ย้ำ ยังเร็วเกินไปที่จะพูดคุย เรื่องการจัดตั้งรัฐบาล

ธรรมนัส ย้ำ ยังเร็วเกินไปที่จะพูดคุย เรื่องการจัดตั้งรัฐบาล

ธรรมนัส ย้ำ ยังเร็วเกินไปที่จะพูดคุย เรื่องการจัดตั้งรัฐบาล

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.24 น.

“ธรรมนัส”ย้ำ ยังเร็วเกินไปที่จะพูดคุยเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล พร้อมระบบเกมการเมืองจบไปแล้ว อย่าสร้างประเด็นให้เกิดความวุ่นวายในสังคมเชื่อว่าพรรคภูมิใจไทยที่เป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล มียุทธศาสตร์ในการจัดตั้งรัฐบาลเตรียมไว้แล้ว 

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม เปิดเผยถึงความคืบหน้าของการทาบทามในการจัดตั้งรัฐบาลในขณะนี้ว่า ยังไม่มีการพูดคุยในเรื่องดังกล่าว มีเพียงแค่การพูดคุยในการแสดงความยินดีเท่านั้น ซึ่งขณะนี้ต้องรอการรับรองผลการเลือกตั้งจาก กกต.ให้เรียบร้อยก่อน ซึ่งพรรคกล้าธรรมได้ที่นั่ง สส. เพียง 58 ที่นั่งก็ต้องให้เกียรติพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลก่อนว่าจะมีทิศทางอย่างไร โดยส่วนตัวมองว่ายังไวเกินไปที่จะพูดเรื่องดังกล่าว เนื่องจากกระแสว่ามีสูตรในการจัดตั้งรัฐบาลที่พรรคภูมิใจไทยจะไม่เชิญกล้าธรรมมาเข้าร่วมนั้น ร้อยเอกธรรมนัส ระบุว่า เรื่องดังกล่าวขึ้นอยู่กับพรรคแกนนำว่าจะเชิญหรือไม่เชิญ ตนเองเป็นนักการเมืองมีความพร้อมรับมือในทุกๆเรื่อง อย่าไปกังวลอะไร สำหรับภาพรวมของการเลือกตั้งในครั้งนี้

 โดยส่วนตัวรู้สึกพอใจ และขอบคุณทุกคะแนนเสียงจากประชาชน ซึ่งกว่า 5,000,000 เสียงที่ได้รับเป็นเครื่องพิสูจน์ในหลายประเด็นที่พรรคถูกโจมตีมาโดยตลอด เพราะมองว่าเกมการเมืองการเลือกตั้งนั้นจบไปแล้ว ซึ่งต้องเคารพในการตัดสินใจของประชาชน และต้องไม่ผูกใจเจ็บกับพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งที่เคยโจมตี อย่าไปสร้างประเด็นให้เกิดความวุ่นวายในสังคม 

ร้อยเอกธรรมนัส บอกอีกว่า เชื่อว่าพรรคภูมิใจไทยที่เป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล มียุทธศาสตร์ในการจัดตั้งรัฐบาลเตรียมไว้แล้ว ซึ่งต้องรอเวลาให้มีความชัดเจน และเชื่อว่ายังไม่ใช่เวลาที่ที่จะมาคุยในเรื่องนี้ ซึ่งในส่วนของพรรคกล้าธรรมยังคงอยู่ในที่ที่ตั้ง ส่วนความคาดหวังหากได้ร่วมรัฐบาลและได้สานต่องานในกระทรวงที่เคยกำกับดูแลแล้วก็จะเป็นเรื่องที่ดี แต่เรื่องการเมืองอะไรก็เกิดขึ้นได้ สมการทางการเมืองไม่ใช่สมการทางคณิตศาสตร์ พร้อมย้ำว่าการเลือกตั้งในครั้งนี้ไม่มีการทำสัญญาใจกับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งที่ได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกันมาเพราะเป็นการทำเพื่อบ้านเมือง พร้อมย้ำว่าไม่มีการฮั้วกันเพราะจะเห็นได้จากบางเขตก็มีการแข่งขันที่สูสี พร้อมย้ำว่าพรรคกล้าธรรมไม่มีเงื่อนไขในการเข้าร่วมรัฐบาล

สุชาติ ไม่กังวลถ้านับคะแนนใหม่ ยันทุกคะแนนที่ได้บริสุทธิ์ โยน กกต.ชี้แจงขั้นตอนหลังจากนี้

สุชาติ ไม่กังวลถ้านับคะแนนใหม่ ยันทุกคะแนนที่ได้บริสุทธิ์ โยน กกต.ชี้แจงขั้นตอนหลังจากนี้

สุชาติ ไม่กังวลถ้านับคะแนนใหม่ ยันทุกคะแนนที่ได้บริสุทธิ์ โยน กกต.ชี้แจงขั้นตอนหลังจากนี้

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.18 น.

“สุชาติ” ซัด ผู้นำจิตวิญญาณป่วนนับคะแนนใหม่เขต 1 ชลบุรี ท้า ถ้าคะแนนเท่าเดิมใครรับผิดชอบ กล้าลาออก สส.หรือไม่ แขวะ เหมือนเด็กงอแงอยากกินลูกอม ลั่น ตัวเองเดินหาเสียง 40 กว่าวัน ได้คะแนนบริสุทธิ์ โยน เป็นหน้าที่ กกต.  บอก ที่บางแสนคะแนนนำตั้งแต่ก่อนไฟดับแล้ว

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 10 ก.พ. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะผู้สมัคร สส.ชลบุรี เขต 1 พรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณีมีการเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ในเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.ชลบุรี ว่า ตรงนี้ต้องแยกหน้าที่ก่อน หน้าที่ตนจบตั้งแต่ 18.00 น. วันที่ 7 ก.พ. พอวันที่ 8 ก.พ.ตื่นมาก็ไปเลือกตั้ง ที่เหลือทั้งหมดทุกพรรคการเมืองจะมีผู้สังเกตการณ์ที่จะเข้าไปสังเกตการณ์ทุกหน่วยเลือกตั้ง มีกล้องวิดีโอจับทุกหน่วยเพื่อจับพฤติกรรมของแต่ละพรรคการเมือง ซึ่งการนับคะแนนที่หน้าหน่วย ตนก็ไม่ได้ไปอยู่ที่หน้าหน่วยไหนเลย เพราะมอนิเตอร์ที่บ้าน แต่การนับคะแนนเมื่อคะแนนตรงกับผู้มาใช้สิทธิมันก็จบโดยกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ซึ่งมีข้าราชการเป็นผู้ดูแลประจำหน่วยเลือกตั้ง ใน จ.ชลบุรีมี 168 หน่วย ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นถ้ามันไม่ตรง มีบัตรเขย่งก็ต้องมีการนับใหม่ตรงนั้น เพื่อที่จะสรุป นี่คือข้อกฎหมาย เราอยู่ประเทศไทยต้องทำตามข้อกฎหมาย หากเป็นนักการเมืองแล้วไม่ยอมรับกฎหมายคงเป็นนักการเมืองไม่ได้ 

นายสุชาติ กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในเขต 1 จ.ชลบุรีวันนี้ ดูจากเฟซบุ๊กแล้วเกิดจากแกนนำจิตวิญญาณของเขาในการที่มาปั่นป่วนทั้งหมด ตนอยากจะบอกกับประชาชนว่าเราอยู่ภายใต้ข้อกฎหมาย คะแนนของตนเท่าที่ดูจากคะแนนเลือกตั้ง สรุปแล้วได้ประมาณ 45,700 คะแนน ส่วนของสีส้ม ซึ่งเป็นคู่แข่งได้ประมาณ 41,000 คะแนน ต่างกันเกือบ 5 พันคะแนน ซึ่งตนก็สงสัยว่าเขาสงสัยอะไรบ้าง จึงไปดูคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ของเขา ซึ่งเขาได้ประมาณ 43,000 คะแนน ไม่ใช่ว่าจะมากถึง 4-5 หมื่นอะไร ที่จะเป็นคะแนนผิดปกติได้ ดังนั้น ตรงนี้จึงเห็นชัดว่านึ่คือการไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง ซึ่งมันไม่ควรเกิดขึ้นในประเทศไทย เพราะเราไปใช้สิทธิ 1 สิทธิ 1 เสียง จำเป็นที่จะต้องเอาคนที่กองเชียร์แต่ละฝ่ายมาเจอกันเพื่ออะไร 

นายสุชาติ กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่จะชี้แจงข้อกฎหมาย สำหรับตนไม่ค่อยมีความรู้เรื่องกฎหมาย แต่เท่าที่รู้คิดว่าเมื่อมีการนับคะแนนไปแล้วถ้าจะท้วงกันต้องประท้วงที่หน้าหน่วย แต่เมื่อมันจบแล้ว มีการเซ็นชื่อโดย กปน.ประจำหน่วยหมดแล้วเขาก็ต้องรวบรวมมาส่งที่ กกต.ชลบุรี  ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้น ถ้าอยากจะนับใหม่ต้องไปทำตามข้อกฎหมาย อาจจะไปร้องศาลหรืออะไรก็แล้วแต่ ตนถามว่าคะแนนห่างกัน 4-5 พัน ถ้านับใหม่แล้วผลออกมาเท่าเดิมใครจะรับผิดชอบ คนที่ปลุกปั่นรับผิดชอบหรือไม่ คนที่อยู่ข้างหลังฉาก พวกที่ใส่แมสก์ ใส่หมวก ใส่แว่น ไปเป็นตัวแอบอยู่ข้างหลังรับผิดชอบหรือไม่ นอกจากนี้ ในส่วนของเขต 2 จ.ชลบุรี นับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้งทั้งหมด ทุกหน่วยกลุ่มตนเป็นผู้ชนะหลักร้อย คะแนนเลือกตั้งล่วงหน้ามาตนยังไม่รู้เลยว่านับตรงไหน แต่เขาบอกว่าเราแพ้ 1,500 คะแนน กลับมาแพ้ 1,000 คะแนน เราก็ยอมรับตามหลักประชาธิปไตย ซึ่งไม่ได้ไปเรียกร้องให้นับใหม่ เราไม่เห็นหีบเลือกตั้งล่วงหน้า และไม่รู้ว่านับตรงไหนด้วย แต่เรายอมรับในกติกาของ กกต.ที่ส่งตัวเลขมา 

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในโซเชียลมีการส่งภาพว่ามีการนับที่หน่วย และมีการนำกระดาษไปทิ้งที่ถังขยะ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นายสุชาติ กล่าวว่า อันนี้ตนตอบแทน กกต.ไม่ได้ แต่ตรงนี้อาจจะเป็นกระดาษที่แปะกระดาน แต่กระดาษแผ่นนั้นตนไม่ทราบว่าเขาจะต้องเอาไปใช้อะไรต่อหรือไม่ รู้แต่ว่าแต่ละหน่วยเมื่อจบแล้วจะมีกระดาษ A4 ที่จะต้องเซ็นทุกคน ซึ่งจะต้องเอาส่วนหนึ่งเข้าไปในหีบหรือไม่ เขาคงไม่เอากระดาษแผ่นใหญ่ไปใช้หรือเปล่า ซึ่งตนไม่รู้ขั้นตอนของเขา เป็นเรื่องของ กปน. เพราะตนไม่เคยเป็น กปน.

เมื่อถามว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ควรจะทำอย่างไร เพราะตอนนี้เหมือนประชาชนคาใจกันทั้งประเทศ นายสุชาติ กล่าวว่า ทาง กกต.ต้องชี้แจงข้อกฎหมายและขั้นตอน และต้องถามกลับว่าคนที่อยู่เบื้องหลังที่โพสต์เฟซบุ๊กออกหน้ากัน ที่ปลุกปั่นทั้งหมด เมื่อนับคะแนนใหม่แล้วอย่างเช่นที่ จ.ปทุมธานี เมื่อนับคะแนนใหม่แล้วคะแนนเท่าเดิมคุณจะรับผิดชอบอย่างไร และถ้าเขาบอกว่ากทม.ให้นับใหม่ทั้ง 33 เขตแล้วจะทำอย่างไร หรือถ้าตนบอกว่าให้นับคะแนนเขต 2 ชลบุรีใหม่ทั้งหมดจะทำอย่างไร“คุณต้องการอะไรดีกว่า ผมว่าผมเป็นผู้ใหญ่แล้ว ไม่อยากที่จะไปอะไร 40 กว่าวันผม

เหนื่อยมากแล้ว ตื่นตี 4 ตี 5 ออกไปหาเสียง ยืนหน้าหมู่บ้านจัดสรร ยกมือไหว้ รถแล่นไปมาต่างๆ เขาเคยมาทำแบบผมหรือเปล่า ช่วงที่ชาวบ้านเดือดร้อน ตกทุกข์ได้ยาก เขาเคยมาอยู่แบบผมหรือเปล่า ทุกสิ่งทุกอย่างมันคือคะแนนบริสุทธิ์ เป็นคะแนนที่ชาวบ้านเขาออกมาเลือกตั้ง ซึ่งการเลือกตั้งถ้าไม่ยอมรับกติกาการเลือกตั้ง เราจะเป็นนักการเมืองทำไม เราเป็นนักกีฬานะครับ” 

นายสุชาติ กล่าวว่า ไม่สามารถไปตอบแทน กกต.ได้ เป็นหน้าที่ของ กกต.ที่จะต้องชี้แจง ถ้าเราทำอะไรที่ผิดกฎหมายมันก็ต้องผิดกฎหมายทุกหน่วยหรือเปล่า ในการที่จะต้องมานับใหม่โดยใครก็ได้มาเรียกร้องให้นับใหม่ ใครสงสัยก็เรียกร้องให้นับใหม่ แล้วมันจะมีผู้สังเกตการณ์ของแต่ละพรรคในหน่วยเลือกตั้งทำไม

เมื่อถามว่า ขณะนี้มีการเรียกร้องถึงขนาดให้เลือกตั้งเขต 1 จ.ชลบุรีใหม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ก็เขาไม่ยอมรับผลลัพธ์ไง เมื่อถามอีกว่า คิดว่าวิธีที่ดีที่สุดของการแก้ปัญหานี้คือทำอย่างไร นายสุชาติ กล่าวว่า ทำตามกฎหมายตามหลักประชาธิปไตย เมื่อถามย้ำว่า หาก กกต.เห็นว่ามีปัญหาแล้วให้นับใหม่จะคัดค้านหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า เราไม่ได้ซีเรียส กกต.ก็ปฏิบัติตามกฎหมายไป เราอยู่ภายใต้ข้อกฎหมาย หาเสียงด้วยหยาดเหงื่อ ไปยืนไปร้อนจนหน้าดำทุกวัน ที่ไปพบประชาชนเพื่อไปขอคะแนนที่บ้านเขา อันนี้คือเราทำหน้าที่ของเราสมบูรณ์แล้ว 

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในหน่วยเลือกตั้งต่างๆ มีทีมของนายสุชาติไปสังเกตการณ์หรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ทุกคนทุกพรรคส่งไปหมด ซึ่งที่บางแสนมีหน่วยหนึ่งที่ไฟดับ ซึ่งตนสงสัยว่าทำไมไฟดับ ต่อมาได้รับทราบว่ามีพายุเกิดขึ้น ซึ่งในตอนนั้นคะแนนเราก็นำอยู่แล้ว ไม่ใช่เราตาม คะแนนนำไป 4 พันกว่าแล้ว และหน่วยดังกล่าวเรานำอยู่ 100 คะแนน จนมีการไฟฟ้าไปแก้ปัญหา เมื่อไฟติดก็นับกันต่อ และมีคนของเขาเฝ้าอยู่ 

เมื่อถามว่า เมื่อทุกพรรคมีผู้สังเกตการณ์อยู่แล้ว เมื่อเกิดปัญหามีการทักท้วงหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ตนเข้าไปดูเฟซบุ๊กเห็นว่าเขาได้ขอแรงเยาวชนทีมงานมวลชนของเขาเพื่อมาเป็น กปน. ซึ่งมีการมาสมัครกันเต็มไปหมด ทุกหน่วยมีหมด เมื่อถามย้ำว่า ประชาชนคาใจ เพราะหน่วยดังกล่าวที่บอกว่าไฟดับแต่พัดลมยังใช้ได้อยู่ นายสุชาติ กล่าวว่า มันคิดอย่างนั้นไม่ได้ เมื่อไฟดับมันก็ต้องดับ ไม่อย่างนั้นการไฟฟ้าจะมาซ่อมทำไม เราพูดได้แต่ไม่มีหลักฐาน เมื่อถามอีกว่า หากต้องนับใหม่จะติดใจหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ตนไม่เคยคิดอะไร อยู่ภายใต้กฎหมาย และปฏิบัติตามข้อกฎหมาย

“ถ้านับใหม่คะแนนออกมาเท่าเดิม ซึ่งผมมั่นใจอยู่แล้วว่ามันต้องเท่าเดิม เขารับผิดชอบอะไรดีกว่า เขาจะลาออกจาก สส.มั้ย เขากล้ามั้ย คนที่ปลุกปั่นอยู่น่ะ ไม่ต้องเอ่ยชื่อหรอก คนที่ปลุกปั่นอยู่ ก็ดูในเฟซบุ๊กสิ เขากล้ามั้ยล่ะ อย่าทำอะไรอยู่หลังฉาก”นายสุชาติ ระบุ

ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องนี้หากไม่เคลียร์อาจจะลุกลามเป็นเหตุการณ์ใหญ่โต นายสุชาติ กล่าวว่า เป็นหน้าที่ กกต. ไม่ใช่หน้าที่เรา หน้าที่เราคือเป็นผู้สมัคร ไปกาคะแนน หน้าที่ต่อไปคือ กกต. ที่ต้องควบคุมดูแล จัดการเลือกตั้ง ไม่เช่นนั้นมันก็จะเป็นอย่างนี้ต่อไป ถ้าวันหนึ่งที่คุณเป็นเด็ก อยากกินอมยิ้มแล้วคุณไม่ได้กิน และมาร้องไห้งอแงเพราะอยากกินอมยิ้มให้ได้ แล้วอย่างนี้จะบริหารประเทศได้อย่างไร 

เมื่อถามว่า หัวหน้าพรรค ภท.ได้สอบถามเรื่องนี้หรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ไม่มี เพราะเป็นเรื่องที่ผ่านพ้นผู้สมัครไปแล้ว ไปอยู่ในขั้นตอนของเจ้าหน้าที่ กกต.แล้ว ไม่เช่นนั้นจะมี กกต.ไว้ทำไม
นายสุชาติ กล่าว่า ตนอยากบอกว่าเราควรจะยอมรับความจริงว่ากระแสพรรคคุณมันตกมาตั้งกี่ล้านเสียง คะแนนปาร์ตี้ลิสต์มันก็บ่งบอกอยู่แล้วว่าคุณมีเท่าไหร่ อย่างเขตตนมีคะแนนปาร์ตี้ลิสต์แค่ 43,000 ซึ่งในจำนวนนั้นมี 3,000 ที่เลือกตน ก็ต้องขอบคุณด้วย 

เมื่อถามว่า มีการเผยแพร่แผ่นพับผู้สมัคร สส.และมีเงินติดอยู่ นายสุชาติ กล่าวว่า ต้องให้ กกต.ตอบคำถามเรื่องนี้ ตนไม่มีความรู้ อย่างไรก็ตาม เรื่องเงินติดกับใบหาเสียง ใครๆ ก็ทำได้ สมมุติสื่อมวลชนเป็นผู้สมัครตนก็อาจจะเอาใบหาเสียงเดินแจกให้ประชาชน 2-3 แสนใบ แจกกับมือ แล้วอาจจะเอาอะไรมาหนีบมันก็ทำได้ แต่เรื่องนี้ตนแจ้งความดำเนินคดีแล้ว ใครที่ใส่ร้ายป้ายสีต้องดำเนินคดีทั้งหมด มันไม่ใช่ และถ้าจะสังเกตให้ดีทำไมมาทำตอนผลคะแนนออกแล้ว 

เจาะพิกัดเดือดเลือกตั้ง 69 จุดไหนวุ่น จุดไหนนับใหม่ สรุปความจริงที่นี่

เจาะพิกัดเดือดเลือกตั้ง 69 จุดไหนวุ่น จุดไหนนับใหม่ สรุปความจริงที่นี่

เจาะพิกัดเดือดเลือกตั้ง 69 จุดไหนวุ่น จุดไหนนับใหม่ สรุปความจริงที่นี่

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.17 น.

บรรยากาศหลังปิดหีบเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมาไม่ได้จบลงด้วยความสงบ เมื่อหลายเขตเลือกตั้งเกิดเหตุการณ์ประชาชนรวมตัวประท้วงเจ้าหน้าที่ กปน. และ กกต. อย่างหนัก ท่ามกลางกระแสแฮชแท็ก #นับคะแนนใหม่ทั้งประเทศ ที่พุ่งทะยานในโลกโซเชียล เนื่องจากพบพิรุธในกระบวนการนับคะแนนที่ส่อแววไม่โปร่งใส โดยเฉพาะชนวนเหตุสำคัญที่ทำให้สถานการณ์เริ่มบานปลายตั้งแต่อยู่ในหน่วยเลือกตั้ง เช่น

1. ปทุมธานี (เขต 7) (ม.ราชมงคลธัญบุรี คลองหก) ปม ถุงดำคลุมกล้อง กกต. ยอมถอยสั่งนับใหม่หลังเผชิญหน้านาน 6 ชม.

เลือกตั้ง

เหตุการณ์ ณ หน่วยนับคะแนน ม.ราชมงคลธัญบุรี (คลองหก) กลายเป็นจุดแตกหักที่ดุเดือดที่สุด เมื่อกลุ่มนักศึกษาและมวลชนกว่า 300 คน รวมตัวปิดล้อมอาคาร หลังพบพฤติกรรมส่อพิรุธของเจ้าหน้าที่ที่นำถุงดำมาคลุมกล้องวงจรปิด พร้อมสั่งปิดม่านมิดชิดกีดกันการสังเกตการณ์ แม้ กกต. ปทุมธานี จะอ้างเรื่องการรักษาความลับของบัตร แต่คำชี้แจงกลับยิ่งสุมไฟให้มวลชนไม่พอใจ จนนำไปสู่การเจรจาข้ามคืนและจบลงที่การนับคะแนนใหม่เพื่อความโปร่งใส

ทว่าท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียดกลับมีกระแสข่าวปลอม (Fake News) ถูกแชร์ว่อนโลกออนไลน์เพื่อขยายความขัดแย้งในระหว่างที่สถานการณ์กำลังตึงเครียด ได้มีคนนำภาพกราฟิกคะแนนปลอมมาแชร์ว่อนบนโลกโซเชียล โดยอ้างว่าเป็นภาพผลนับคะแนนครั้งแรก ซึ่งเป็นภาพผลคะแนนพรรคภูมิใจไทยนำพรรคประชาชน (ซึ่งจริง ๆ แล้วภาพนี้ คือ การไปเอาคะแนนจากหน่วยอื่นมาสวมรอย) ขณะที่ภาพจริงผลนับคะแนนครั้งแรก พรรคประชาชนเป็นฝ่ายชนะพรรคภูมิใจไทยอยู่แล้ว

และเมื่อมีการนับคะแนนใหม่ต่อหน้านักศึกษาและสื่อมวลจนเสร็จสิ้น ผลการนับคะแนนครั้งใหม่ตรงกับที่เจ้าหน้าที่นับไว้ตอนแรก (พรรคประชาชนชนะทั้งสองครั้ง) นอกจากนี้ กกต. ปทุมธานี ยังได้ออกมาชี้แจงย้ำในประเด็นข่าวที่ว่าคะแนนมีการเปลี่ยนแปลงถึง 2 หมื่นใบว่อนนำไปบนโลกโซเชียลก่อนหน้านี้ว่า เป็นข่าวปลอม (Fake News) เนื่องจากเป็นการนำตัวเลขจากที่อื่นมาปั่นกระแสให้เกิดความวุ่นวายในพื้นที่

เลือกตั้ง

ความสับสนของข้อมูลครั้งนี้รุนแรงถึงขนาดที่ รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ นักสื่อสารวิทยาศาสตร์ชื่อดัง ยังได้รับข้อมูลที่คลาดเคลื่อนและนำไปโพสต์ตั้งข้อสังเกตก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม ภายหลังทราบข้อเท็จจริงว่าภาพผลคะแนนดังกล่าวเป็นข่าวปลอม (Fake News) อาจารย์เจษฎาจึงได้รีบออกมาโพสต์ขอโทษและชี้แจงความจริง เพื่อป้องกันไม่ให้สังคมเข้าใจผิดไปมากกว่าเดิม หรือแม้แต่ หมอแล็บแพนด้า (ภาคภูมิ เดชหัสดิน) นักเทคนิคการแพทย์ชื่อดังบนโลกโซเชียลก็ยังไม่รอดจากข่าวปลอมในครั้งนี้

เลือกตั้ง
เลือกตั้ง

2. อุบลราชธานี (เขต 6) 3 อำเภอประท้วงปิดล้อมอำเภอเขมราฐ ปม ระบบล่ม ประกาศผลช้าข้ามวันส่อพิรุธ

มวลชนจาก 3 อำเภอใหญ่ (เขมราฐ, นาตาล และโพธิ์ไทร) รวมตัวฮือประท้วงปิดล้อมที่ว่าการอำเภอเขมราฐ เพื่อทวงถามความคืบหน้าของคะแนนเลือกตั้ง หลังเวลาล่วงเลยไปกว่า 24 ชั่วโมง แต่กลับไร้เงาการติดป้ายประกาศผลคะแนนอย่างเป็นทางการ สร้างความมึนงงและไม่พอใจให้กับประชาชนที่มารอเฝ้าผลการเลือกตั้ง เหตุการณ์ทวีความตึงเครียดเมื่อเจ้าหน้าที่พยายามชี้แจงว่าสาเหตุที่ล่าช้าเป็นเพราะระบบรายงานผลส่วนกลางล่ม ทำให้ไม่สามารถดึงข้อมูลมาประกาศได้ ทว่าคำอ้างดังกล่าวกลับถูกตีกลับอย่างหนักจากชาวบ้านที่มองว่านี่คือช่องว่างที่อาจนำไปสู่การปรับเปลี่ยนตัวเลขหรือความไม่โปร่งใสในกระบวนการนับคะแนน

ล่าสุดประชาชนยังคงปักหลักกดดันให้ กกต. เขต ชี้แจงขั้นตอนการจัดการผลคะแนนในรูปแบบ Manual (กระดาษ) แทนการรอกลางที่ล่มไป เพื่อยืนยันว่าคะแนนในหีบจะยังอยู่ครบและถูกต้องตามจริง

3. มหาสารคาม (เขต 1) คลิป หีบไร้สายรัด หวั่นสอดไส้ยัดบัตร-จี้นับใหม่ทั้งเขต

เลือกตั้ง

สถานการณ์ตึงเครียดพุ่งสูงที่สำนักงาน กกต. เขต 1 ภายใน มรภ.มหาสารคาม เมื่อกลุ่มนิสิต มมส. และมวลชนปักหลักปิดล้อมพื้นที่เพื่อทวงถามความโปร่งใส หลังมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอแฉนาทีขนย้ายหีบบัตรเลือกตั้งที่มีสภาพ ไร้สายรัด (Cable Tie) ตามระเบียบข้อบังคับ และบางหีบยังมีรอยฉีกขาดของเทปกาวอย่างน่าสงสัย พิรุธดังกล่าวสร้างความกังวลอย่างหนักให้กับผู้สมัครและประชาชนในพื้นที่ว่าอาจมีการยัดบัตรหรือเปลี่ยนหีบคะแนนระหว่างทาง ซึ่งถือเป็นการทำลายเจตจำนงของผู้ออกมาใช้สิทธิอย่างรุนแรง

โดยสถานการณ์ล่าสุดจนถึงขณะนี้กลุ่มผู้ชุมนุมยังคงปักหลักกดดันอยู่ใต้อาคารกองกิจการนักศึกษาและยืนยันว่าจะรอจนกว่าจะได้รับคำตอบที่ชัดเจนและเป็นธรรมที่สุด

4. ชลบุรี (เขต 1) นาทีระทึก ไฟดับปริศนา บัตรไม่ได้ซีล เคเบิลไทร์หาย แถมพบบัตรเลือกตั้งถูกทิ้งในถังขยะ

เลือกตั้ง

กลายเป็นประเด็นร้อนฉ่ารับเช้าวันที่ 10 ก.พ. 69 เมื่อสนามเลือกตั้งชลบุรี เขต 1 ลุกเป็นไฟ มวลชนปักหลักปิดล้อมคอร์ดแบดมินตัน หลังพบพิรุธหีบบัตรไม่ได้ซีล เคเบิลไทร์หาย แถมพบบัตรเลือกตั้งถูกทิ้งในถังขยะ ยื่นคำขาด ต้องนับใหม่เท่านั้น ในระหว่างที่การนับคะแนนกำลังดำเนินไปถึงจุดสำคัญ กลับเกิดเหตุไฟดับปริศนา ในบางหน่วยนับคะแนน แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือเมื่อไฟฟ้ากลับมาใช้งานได้ตามปกติ ผลคะแนนที่ปรากฏกลับพบภาวะบัตรเขย่งหรือจำนวนบัตรในหีบไม่ตรงกับจำนวนผู้มาใช้สิทธิจริงอย่างน่าสงสัย

ซึ่งสถานการณ์ล่าสุดวันนี้ (10 ก.พ. 2569) รองเลขาธิการ กกต. เดินทางมาถึงพื้นที่ ยืนยัน อยู่ข้างความถูกต้อง และมวลชนไม่ยอมถอย หลังพบหลักฐานเด็ดใบขีดคะแนนถูกทิ้งในถังขยะ ยิ่งตอกย้ำข้อครหาเรื่องความไม่โปร่งใส ซึ่ง 10 โมงเช้าของวันนี้ กกต. ชุดใหญ่ประชุมด่วน พิจารณาว่าจะอนุมัติให้มีการนับคะแนนใหม่ตามคำเรียกร้องหรือไม่

5. พิจิตร (เขต 1) ช็อกตัวเลข ปมบัตรเขย่งเฉียด 3 หมื่นใบ พรรคประชาชนรุดแจ้งความจี้ กกต. สางปมฉาว

เกิดปรากฏการณ์ตัวเลขสะเทือนการเลือกตั้ง เมื่อผู้สมัครจากพรรคประชาชนรุดเข้าแจ้งความและยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ กกต. จังหวัด หลังตรวจพบความผิดปกติที่ยากจะยอมรับได้ในหลายเขตเลือกตั้ง จากการตรวจสอบคะแนนดิบเบื้องต้น พบว่าจำนวนผลรวมคะแนนผู้สมัครสูงกว่าจำนวนผู้มาใช้สิทธิจริง เกือบ 30,000 ใบ ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงผิดปกติอย่างรุนแรง สร้างคำถามตามมาว่าบัตรจำนวนมหาศาลเหล่านี้มาจากไหน

ปัจจุบัน กกต. พิจิตร อยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างเร่งด่วนว่ายอดคะแนนกระโดด ครั้งนี้เกิดจากความล้มเหลวของระบบรายงานผล หรือมีความคลาดเคลื่อนในระดับหน่วยเลือกตั้งกันแน่ ท่ามกลางการจับตามองของประชาชนทั่วประเทศที่ต้องการคำตอบที่ชัดเจนโดยเร็วที่สุด

6.พะเยา เขตเลือกตั้งที่ 1 เจ้าหน้าที่ กปน. แอบหย่อนบัตรเลือกตั้ง 14 ใบ

เลือกตั้ง

กลายเป็นเหตุการณ์สั่นสะเทือนการเลือกตั้วง เมื่อ ประธานกรรมการประจำหน่วยจับได้ว่าเจ้าหน้าที่ กปน. แอบหย่อนบัตรเลือกตั้ง 14 ใบ ในหน่วยเลือกตั้งเป็นเบอร์ 46 (จากคำให้สัมภาษณ์ของ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า) และในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ กปน.คนดังกล่าวสารภาพรับเงินพรรคการเมืองมาทำ ก่อนที่วันนี้ (10 ก.พ. 2569) เจ้าตัวออกมาปฎิเสธทถกข้อกล่าวหาจากเดิมที่สารภาพและขอสู้ในชั้นศาล

นอกจากเหตุการณ์ประท้วงรุนแรงในหลายจังหวัดที่เป็นปมขัดแย้งเรื่องการนับคะแนนแล้ว ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและภาคใต้ยังมีการตรวจพบความบกพร่องด้านการจัดการและการประชาสัมพันธ์ข้อมูลที่คลาดเคลื่อน ซึ่งสร้างความสับสนให้กับผู้มาใช้สิทธิอย่างมาก โดยเฉพาะการติดตั้งป้ายประกาศรายชื่อผู้สมัครที่ไม่เป็นไปตามระเบียบ และการให้ข้อมูลที่สุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิประชาชน เช่น

เลือกตั้ง

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

กรุงเทพฯ (เขตตลิ่งชัน – หน่วยที่ 20) พบปัญหาการจัดการสถานที่ ณ หน่วยเลือกตั้งที่ 20 แขวงบางพรหม โดยมีการร้องเรียนว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้ติดรายชื่อผู้สมัครในจุดที่เห็นชัดเจนตามปกติ แต่กลับนำป้ายไวนิลไปติดไว้ที่บริเวณหลังหน่วยเลือกตั้งแทน อย่างไรก็ตาม ทาง กกต. ได้ออกมายืนยันว่าบริเวณหน้าหน่วยมีการติดบัญชีรายชื่อผู้สมัครครบถ้วนตามระเบียบอยู่แล้ว ส่วนป้ายไวนิลดังกล่าวเป็นเพียงการอำนวยความสะดวกเพิ่มเติมให้กับประชาชน ซึ่งล่าสุดได้มีการประสานให้ดำเนินการติดตั้งในจุดที่ถูกต้องเหมาะสมแล้ว

กรุงเทพฯ (เขตตลิ่งชัน – หน่วยที่ 31) เกิดเหตุความผิดปกติในการติดเอกสารแสดงรายชื่อผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขต (รายบุคคล) โดยพบว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้ติดประกาศบนกระดานแสดงข้อมูลตามขั้นตอนที่กำหนด แต่ใช้วิธีติดแผ่นไวนิลไว้ด้านหลังคูหาเลือกตั้งแทน ซ้ำร้ายในแผ่นไวนิลดังกล่าวยังปรากฏข้อมูล เขตเลือกตั้งไม่ถูกต้อง และมี หมายเลขผู้สมัครสลับกัน ทางสำนักงาน กกต. ได้รับทราบข้อมูลดังกล่าวและเร่งประสานคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขให้เป็นไปตามระเบียบโดยด่วน ขณะนี้ได้ดำเนินการแก้ไขการติดประกาศรายชื่อให้ถูกต้องครบถ้วนตามขั้นตอนเรียบร้อยแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสับสนแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในช่วงเวลาที่เหลือ

ปัตตานี เจ้าหน้าที่ กปน. ปมชี้นำไม่ต้องใช้สิทธิประชามติก็ได้ – ป้ายชื่อพรรคผิด

เลือกตั้ง

แฟ้มภาพ / ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

ทางด้าน จ.ปัตตานี พบประเด็นร้อนที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เมื่อเจ้าหน้าที่ กปน. ประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูลกับผู้มาใช้สิทธิในลักษณะที่ว่า ไม่ต้องใช้สิทธิประชามติก็ได้ หากแถวรอคิวยาว ซึ่งในกรณีนี้ กกต. ระบุว่าขอเข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน แต่ยอมรับว่าตามหลักการแล้วเหตุการณ์แบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้น เพราะเป็นการบิดเบือนสิทธิหน้าที่ของพลเมือง

นอกจากนี้ ยังพบกรณีความผิดพลาดบนป้ายไวนิลแนะนำผู้สมัครที่มีการ พิมพ์ชื่อพรรคการเมืองผิดพลาด จาก พรรคประชาชน เป็น พรรคภูมิใจไทย ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับผู้สมัครและฐานเสียงในพื้นที่อย่างมาก เบื้องต้นทาง กกต. ปัตตานี อยู่ระหว่างนำข้อมูลไปตรวจสอบกระบวนการจัดพิมพ์และติดตั้งว่าเกิดจากความสะเพร่าหรือมีเจตนาอื่นแอบแฝงหรือไม่

ปัญหาที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ และปัตตานี สะท้อนถึงมาตรฐานการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ระดับหน่วยที่ยังมีความคลาดเคลื่อน ซึ่งแม้ กกต. จะสั่งแก้ไขแล้ว แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าได้สร้างความกังวลใจเรื่องความโปร่งใสในภาพรวมไปเรียบร้อยแล้ว

สถานการณ์ในตอนนี้ กกต. หลายจังหวัดเริ่มทยอยสั่งนับคะแนนใหม่ในหน่วยที่มีหลักฐานชัดเจน แต่ความเชื่อมั่นของประชาชนยังคงสั่นคลอน และมีแนวโน้มจะมีการชุมนุมใหญ่หาก กกต. ส่วนกลางไม่สามารถชี้แจงปมบัตรเขย่งในหลายพื้นที่ได้

ขอขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ก ไม่น่าจะมีคนอ่าน

นักเขียนซีไรต์ สวน ไอซ์ รักชนก ถ้าไม่ยอมแพ้ ก็ลงถนนวัดกันไป

นักเขียนซีไรต์ สวน ไอซ์ รักชนก ถ้าไม่ยอมแพ้ ก็ลงถนนวัดกันไป

นักเขียนซีไรต์ สวน ไอซ์ รักชนก ถ้าไม่ยอมแพ้ ก็ลงถนนวัดกันไป

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 10.41 น.

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 นาย วิมล ไทรนิ่มนวล นักเขียนรางวัลซีไรต์ชื่อดัง ได้แชร์ภาพซึ่งมี น.ส.รักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน พร้อมคำพูดว่า อย่าท้าทา กับความโกรธ แค้นของประชาชนมากนัก วันไหนที่ความโกรธปะทุขึ้นมาแล้วควบคุมไม่ได้ คนมีอำนาจที่อยู่เบื้องหลังก็ระวัง จะไม่มีเงาหัว

ซึ่งทาง วิมล ไทรนิ่มนวล ก็ได้โพสต์ถึงเรื่องนี้ ว่า  ถ้าจะนับใหม่ทั้งประเทศ ผมว่าลงถนนดีกว่าครับ เพราะถ้านับแล้วแพ้อีกก็ต้องนับใหม่จนกว่าพรรคส้มจะชนะ ยกเว้นคะแนนของพรรคส้ม 1 เสียง เท่ากับ 2 เสียง ตามแบบฉบับ #คนเท่ากัน

แต่ลงถนนอาจได้เห็นความโกรธที่ปะทุขึ้นมาแล้วควบคุมไม่ได้ ก็จะได้เห็นว่าใครไม่มีเงาหัว!