พิพัฒน์ ไม่เข้าใจ โยนถาม เท้ง หลังซัดภูมิใจไทยเป็นเอเยนต์ระบอบสีน้ำเงิน

พิพัฒน์ ไม่เข้าใจ โยนถาม เท้ง หลังซัดภูมิใจไทยเป็นเอเยนต์ระบอบสีน้ำเงิน

พิพัฒน์ ไม่เข้าใจ โยนถาม เท้ง หลังซัดภูมิใจไทยเป็นเอเยนต์ระบอบสีน้ำเงิน

วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.17 น.

“พิพัฒน์” มึน ไม่เข้าใจหลัง “ณัฐพงษ์” ซัดภูมิใจไทยเป็นเอเยนต์ระบอบสีน้ำเงิน โยนถามเจ้าตัวเอง

26 พฤษภาคม 2569 เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์กรณีฝ่ายการเมืองมีการใช้วาทกรรมระบอบสีน้ำเงินมองเรื่องนี้อย่างไร

นายพิพัฒน์ ได้ร้อง ฮึ ก่อนถามกลับผู้สื่อข่าวว่า หมายความว่ายังไง ผู้สื่อข่าวจึงตอบกลับว่าระบอบสีน้ำเงินเกี่ยวกับพรรคภูมิใจไทย นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ก็ไม่เป็นไร การเมืองก็เป็นเรื่องปกติ ฝ่ายบริหารทำตามหน้าที่ของเรา ฝ่ายค้านเขาก็ต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ถ้าเขาไม่ทำหน้าที่ของเขา เขาก็ไม่มีอะไรไปบอกประชาชนว่าเขาทำอะไรบ้าง ซึ่งในแต่ละวัน หรือแต่ละสัปดาห์ หน้าที่แต่ละกระทรวงต้องทำหน้าที่ของคุณให้ดีที่สุด

เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ระบุว่าพรรคภูมิใจไทยเป็นเพียงแค่เอเยนต์ของระบอบสีน้ำเงิน นายพิพัฒน์ ถามผู้สื่อข่าวว่า อะไรนะ ผู้สื่อข่าวจึงถามย้ำอีกรอบ ก่อนที่นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ไม่เข้าใจ ต้องไปถามคนที่ให้สัมภาษณ์เอง

แสวง รับ คำร้องยุบ ปชน.ถึงมือแล้ว ย้ำต้องดูข้อเท็จจริง-ไม่ขอวิจารณ์ปมโยงองคมนตรี

แสวง รับ คำร้องยุบ ปชน.ถึงมือแล้ว ย้ำต้องดูข้อเท็จจริง-ไม่ขอวิจารณ์ปมโยงองคมนตรี

แสวง รับ คำร้องยุบ ปชน.ถึงมือแล้ว ย้ำต้องดูข้อเท็จจริง-ไม่ขอวิจารณ์ปมโยงองคมนตรี

วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.11 น.

แสวง รับ คำร้องยุบพรรคประชาชน ถึงมือแล้ว อยู่ขั้นตอนธุรการ ย้ำต้องดูข้อเท็จจริง-ไม่ขอวิจารณ์ปมโยงองคมนตรี ลั่นให้ความเป็นธรรมทุกพรรคเท่าเทียม ส่วนคดีฮั้ว สว. คาดเข้าที่ประชุมต้นเดือนหน้า เริ่มนับถอยหลัง 90 วัน

เมื่อวันที่ 26 พ.ค.2569 ที่โรงแรมทีเค. พาเลซ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีที่มีผู้ยื่นคำร้องต่อ กกต. ขอให้ยุบพรรคประชาชน จากกรณีที่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความและให้สัมภาษณ์ในลักษณะพาดพิงองคมนตรีและรัฐบาลเกี่ยวกับการแก้ปัญหาภัยแล้ง ซึ่งผู้ร้องมองว่าอาจเข้าข่ายฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายพรรคการเมือง และอาจนำไปสู่การกระทำอันเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยฯ

นายแสวง ระบุว่า ขณะนี้เรื่องดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนของกระบวนการทางธุรการแล้ว ซึ่งต้องพิจารณาว่าลักษณะการแสดงความคิดเห็นนั้น เข้าองค์ประกอบความผิดตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ โดยคำร้องยุบพรรคจะมีกระบวนการเริ่มพิจารณาจากนายทะเบียนพรรคการเมืองที่จะเป็นผู้รวบรวมข้อเท็จจริง ส่วนจะต้องใช้ระยะเวลาเท่าใดนั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถตอบได้เนื่องจากเรื่องเพิ่งส่งเข้ามา และจำเป็นต้องใช้เวลาในการพิจารณาอย่างรอบคอบ

ส่วนจะมีการตั้งคณะอนุกรรมการชุดใหม่เพื่อพิจารณาเรื่องนี้โดยเฉพาะหรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า ในระบบการตรวจสอบเรื่องยุบพรรคในปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 10 กว่าเรื่อง แต่เมื่อมีเรื่องเข้ามา จะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นก่อนว่าพร้อมที่จะรับพิจารณาหรือไม่ หากเห็นว่ามีมูล ก็จะส่งต่อให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่มีการแต่งตั้งไว้อยู่แล้ว

เมื่อถามว่า การดำเนินการของนายณัฐพงษ์ ถือว่าเป็นการเซาะกร่อนบ่อนทำลายหรือไม่ และ กกต. จะนำบรรทัดฐานของศาลรัฐธรรมนูญมาประกอบการพิจารณาเบื้องต้นด้วยหรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นรายละเอียดของข้อเท็จจริง ทราบเพียงว่ามีผู้มายื่นคำร้อง ซึ่ง กกต. ปฏิบัติตามขั้นตอนปกติกับทุกพรรคการเมืองเหมือนกัน ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ และเรื่องนี้อาจจะไม่เกี่ยวข้องกับคดีที่ผ่านมาก็เป็นได้

เมื่อถามย้ำว่า การที่หัวหน้าพรรคประชา ชนเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีทบทวนเพื่อยกเลิกอำนาจและบทบาทขององคมนตรี ซึ่งมีความคาบเกี่ยวกับสถาบันฯ เป็นเรื่องที่เหมาะสมหรือไม่ เลขาฯ กกต. กล่าวว่า ในส่วนของข้อเท็จจริงนั้นยังไม่อยากวิพากษ์วิจารณ์ และบางอย่างเป็นประเด็นข้อกฎหมาย จึงขอไม่ตอบในเรื่องนี้

นอกจากนี้ นายแสวง ยังได้กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาคดีทุจริตเลือกตั้ง (ฮั้ว) สว. ว่า ขณะนี้คณะกรรมการ กกต. กำลังพิจารณาศึกษาข้อมูลที่ทางสำนักงานฯ ส่งไปให้ คาดว่าจะสามารถนำเข้าสู่การประชุมได้ภายในต้นเดือนหน้า และเมื่อเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมแล้ว ก็จะเริ่มนับกรอบเวลา 90 วันที่ กกต. ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จตามกฎหมาย

สิริพงศ์ เล็งงัดเทคโนโลยี ติดไม้กั้นรางอัตโนมัติ แทนใช้คน 100% ป้องซ้ำรอยแยกมักกะสัน

สิริพงศ์ เล็งงัดเทคโนโลยี ติดไม้กั้นรางอัตโนมัติ แทนใช้คน 100% ป้องซ้ำรอยแยกมักกะสัน

สิริพงศ์ เล็งงัดเทคโนโลยี ติดไม้กั้นรางอัตโนมัติ แทนใช้คน 100% ป้องซ้ำรอยแยกมักกะสัน

วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.04 น.

“สิริพงศ์” เล็งงัดเทคโนโลยี ติดไม้กั้นรางอัตโนมัติ แทนใช้คน 100% ป้องเหตุซ้ำรอยแยกมักกะสัน ลั่นไม่ต้องถอดบทเรียน เพราะควรทำมานานแล้ว เผย เยียวยาผู้เสียชีวิตเกือบครบแล้ว 

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 26 พฤษภาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม ให้สัมภาษณ์ถึงการเยียวยาผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์รถไฟชนรถเมล์ที่แยกมักกะสัน ว่าในจำนวน 6 จาก 8 ราย ได้มีการเยียวยาไปเรียบร้อยแล้ว โดยองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) และการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) เบื้องต้นได้มีการรวบรวมแล้ว เบื้องต้น จะได้ครอบครัวละ 2,090,000 บาท ยังเหลืออีก 3 แสนบาท จากกองทุนคุ้มครองสิทธิ์ ซึ่งทาง ขสมก.และ รฟท. จะทำเรื่องขอไป 

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ในส่วนของผู้บาดเจ็บที่ยังอยู่ในโรงพยาบาล ทาง ขสมก.และ รฟท. ได้เดินทางไปเยี่ยมญาติของผู้บาดเจ็บ และได้ทำการดูแลในเบื้องต้น ส่วนผู้เคราะห์ร้ายที่เหลือ เราก็จะดำเนินการต่อไป

นายสิริพงศ์ ยังกล่าวถึงการดำเนินคดีว่า ทางกรมราง ได้มีการร้องทุกข์กล่าวโทษ ทั้งคนขับรถไฟที่ประมาท และทุกคนที่จอดรถในบริเวณทางข้ามรางรถไฟ ในข้อหาประมาทและฝ่าฝืนกฎจราจร

เมื่อถามว่า หลายฝ่ายโดยเฉพาะทางรัฐสภามีการติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด จะถอดบทเรียนกันนานหรือไม่ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า กรณีนี้ไม่ต้องถอดบทเรียนแล้ว กระทรวงคมนาคมก็ไม่เคยพูดถึงการถอดบทเรียนในเรื่องนี้ เพราะคิดว่า เป็นสิ่งที่เราควรดำเนินการมานานแล้ว ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้พูดขึ้นมาคำหนึ่งว่า อุบัติเหตุมันแค่รอวันที่จะเกิด

“เราขับรถผ่านเส้นนั้น และเห็นสภาพการจราจรแบบนี้ เราก็คิดว่า สักวันนึงมันต้องเกิดเหตุแน่นอน หรือแม้แต่ภาพที่คนขับรถยนต์ หรือขี่รถจักรยานยนต์ฝ่าไม้กั้น เรื่องเหล่านี้จำเป็นต้องมีการจัดการ” นายสิริพงศ์ กล่าว

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ยอมรับว่ามีหลายจุดในประเทศ ที่มีลักษณะของทางลักข้าม คือมีทางรถไฟและชุมชน ที่ขอใช้เป็นทางลัดข้าม และกลายเป็นว่า อุปกรณ์ที่อำนวยความสะดวกหรือความปลอดภัย ไม่ครบถ้วน เรื่องเหล่านี้จำเป็นต้องแก้ทันที ซึ่งตอนนี้ ทางกระทรวงคมนาคมได้มีการพูดคุยกันเรียบร้อยแล้ว โดยสถาบันพัฒนาราง จะทำแผนให้ทาง รฟท. โดยจะมีการนำงบประมาณของกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน(กปถ.) หรือกองทุนเลขสวย มาจัดการจุดตัดต่างๆ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยบนท้องถนน โดยจะเริ่มจาก กทม.และปริมณฑลก่อน หลังจากนั้นค่อยขยายไปทั่วประเทศ เช่นการทำสัญญาณไฟหรือเสียงวูดแจ้งเตือน ในหลายจุดที่เป็นทางลักข้ามที่ยังไม่มี 

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ส่วนในอนาคต ระยะ 1-2 ปีนี้ คงจำเป็นแล้วที่จะต้องใช้ไม้กั้นอัตโนมัติ หรือนำเทคโนโลยีมาช่วยเพราะตอนนี้ระบบอาณัติสัญญาณ เป็นระบบมาตรฐาน แต่ไม้กันเป็นระบบ Manual ที่ใช้คนดูแล ซึ่งระบบอัตโนมัติปัจจุบันมีใช้อยู่ แต่ยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์  ก็จะพยายามทำให้ปลอดภัยที่สุด ลดความผิดพลาดของมนุษย์ให้มากที่สุด

เมื่อถามว่า มีโอกาสที่จะใช้เหล็กกั้นแบบเต็มตลอดแนวเหมือนต่างประเทศหรือไม่ เพื่อให้รถจักรยานยนต์ไม่สามารถลอดข้ามไปได้ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า อาจเป็นระบบที่ดี แต่ในความเป็นจริง คิดว่าต้องมีรายละเอียดที่ต้องมาดูด้วย ซึ่งอาจจะต้องใช้ประกอบกัน เราก็พยายามดูทางออกที่ดีที่สุด

เมื่อถามว่า รฟท. ตั้งข้อสังเกตว่า คนที่มาบริหารจัดการอาจจะไม่พอ อยากให้มีการรับเจ้าหน้าที่มาเพิ่ม จะเป็นไปได้หรือไม่ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ก็เป็นข้อเสนอหนึ่งของ รฟท. แต่ตนคิดว่าสิ่งที่จะมาทดแทนคนได้ คือเทคโนโลยี ปัญหาคือที่ผ่านมา เราลดจำนวนคน แต่ไม่ได้นำเทคโนโลยีมาทดแทน หรือหากจะจ้างคนเพิ่ม ก็ต้องเปลี่ยนรูปแบบใหม่ ไม่ใช่รูปแบบที่เป็นภาระผูกพันยาวนาน อาจเป็นแค่การจ้างตามภารกิจเท่านั้น.

พิพัฒน์ แจ้งเลื่อนประชุม ครม.สัญจร จ.สงขลา เดือนนี้ ออกไปก่อน ขอรอหารือ นายกฯ

พิพัฒน์ แจ้งเลื่อนประชุม ครม.สัญจร จ.สงขลา เดือนนี้ ออกไปก่อน ขอรอหารือ นายกฯ

พิพัฒน์ แจ้งเลื่อนประชุม ครม.สัญจร จ.สงขลา เดือนนี้ ออกไปก่อน ขอรอหารือ นายกฯ

วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 12.14 น.

พิพัฒน์ แจ้งเลื่อนประชุม ครม.สัญจร จ.สงขลา เดือนนี้ ออกไปก่อน ขอรอหารือ นายกฯ กำหนดวัน เหตุรอศึกษาข้อมูลครบถ้วนก่อน

เมื่อวันที่ 26 พ.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เนื่องจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย อยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศส ว่า สำหรับการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่(ครม.)และการลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.สงขลา ระหว่าง 8-9 พ.ค.นั้น ได้เลื่อนการประชุม ครม. สัญจรออกไป เนื่องจากขณะนี้ยังศึกษาในหลายๆ เรื่องไม่ทัน เมื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กลับมาก็จะนำเรียนอาจจะขอเลื่อนไปประมาณ 1 เดือน หรือนานเท่าไหร่ขอหารือกับนายกฯ ก่อน โดยได้หารือสำนักงบประมาณ และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) แล้ว 

เช่นเดียวกับ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า นายพิพัฒน์ ในฐานะประธานที่ประชุมครม.ในวันนี้ ได้แจ้งเลื่อนการประชุมครม.สัญจรที่ จ.สงขลา ออกไปก่อน เนื่องจากยังมีข้อมูลบางเรื่อง บางโครงการที่ส่งมายังต้องได้รับการตรวจสอบ และดำเนินการอยู่ นอกจากนี้ ยังมีเรื่องที่ต้องทำในพื้นที่ ต้องรอให้ครบก่อน แต่ยังไม่ได้กำหนดว่าจะเลื่อนไปเมื่อไหร่

พริษฐ์ หวัง กกต. มีมติส่งเรื่องให้ศาลพิพากษาคดี ฮั้ว สว. ชวนสังคมจับตาจะ เป่าคดี หรือไม่

พริษฐ์ หวัง กกต. มีมติส่งเรื่องให้ศาลพิพากษาคดี ฮั้ว สว. ชวนสังคมจับตาจะ เป่าคดี หรือไม่

พริษฐ์ หวัง กกต. มีมติส่งเรื่องให้ศาลพิพากษาคดี ฮั้ว สว. ชวนสังคมจับตาจะ เป่าคดี หรือไม่

วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 12.08 น.

พริษฐ์ หวัง กกต. มีมติส่งเรื่องให้ศาลพิพากษาคดี ฮั้ว สว. ยกเทียบคดีคล้ายกัน กกต. มีหลักฐานไลน์ไม่กี่ข้อความยังส่งเรื่องไปที่ศาลได้ หากท้ายที่สุดส่งเรื่องอาจค้านสายตาสังคม ถูกครหาเหตุเพราะ 4 ใน 7 กกต. ถูกรับรองโดย สว. ที่ถูกกล่าวหาในคดี ชวนสังคมจับตาจะ เป่าคดี หรือไม่

เมื่อวันที่ 26 พ.ค.2569 ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงกรณี 89 สว. ออกมาแถลงโต้ปฏิเสธระบอบสีน้ำเงิน โดยชวนสังคมจับตากรณีมีชื่อสว. 130 คน อยู่ในรายชื่อของสำนวนคณะไต่สวนคณะที่ 26 ของ กกต. ที่มีมติให้ส่งเรื่องไปยังศาลและดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหา 229 คน ในคดีฮั้ว สว. ประกอบไปด้วย สว. กว่า 130 คนและ เครือข่ายพรรคการเมือง ที่มีนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีบางคนรวมกว่า 90 คน ซึ่งสืบเนื่องมาจากการเลือก สว. ปี 2567 และอีก 1 เดือนข้างหน้าคาดว่าจะเป็นจุดตัดสำคัญของคดีดังกล่าว เพราะ กกต. จะต้องตัดสินใจชี้ขาด ว่าจะเลือกทางใด
ระหว่างมีมติสอดคล้องกับข้อเสนอของคณะไต่สวนชุดที่ 26 ให้ส่งเรื่องดังกล่าวไปยังศาลชี้ขาดผู้ที่ถูกกล่าวหา 229 คน หรืออีกทางหนึ่งจะยกคำร้อง ทำให้เรื่องดังกล่าวไปไม่ถึงศาล หรือเรียกกันว่า “เป่าคดี” ชวนสังคมจับตาการตัดสินใจของ กกต. อย่างใกล้ชิด

“ยืนยันหลักฐานที่อยู่ในมือ กกต. และอยู่ในสำนวนตามที่คณะไต่สวนชุดที่ 26 ได้ทำมา หนักแน่นเพียงพอที่ กกต. ควรมีมติส่งเรื่องที่ศาล หากถึงหลักฐานที่ปรากฏต่อสาธารณะ เรื่องบัตรการเลือกของ สว. ที่เห็นว่ามีการเลือกตัวชุดเดียวกัน จำนวนมาก หากคำนวณหลักคณิตศาสตร์ไม่สามารถเกิดขึ้นได้โดยธรรมชาติโดยปราศจากการฮั้ว หรืออ้างอิงข้อมูลผู้ยื่นคำร้องเคยแสดงไว้ พอจะคาดการณ์ได้ว่าในสำนวนจะมีหลักฐานอื่นด้วย การนัดรวมตัวกัน การเดินทาง รวมถึงหลักฐานเกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงิน การว่าจ้างให้มีการลงมติตามโพย เห็นว่าหลักฐานหนักแน่นเพียงพอที่ กกต. ส่งเรื่องที่ศาล” นายพริษฐ์ กล่าว

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า คดีดังกล่าว กกต. เคยมีมติส่งเรื่องไปที่ศาลแล้ว หลักฐานที่มีในคดีนั้นตอนนี้เป็นคดีหมายเหตุแดงที่ 53 / 2568 และสิ่งที่ กกต. มีคือข้อความจากไลน์ไม่กี่ข้อความ ที่มีการขอแลกคะแนนระหว่างบุคคล 2 คน ที่ กกต. เห็นว่าเป็นหลักฐานเพียงพอที่จะมีมติส่งเรื่องไปยัง และศาลได้พิพากษามาว่าเป็นการกระทำความผิด และเมื่อข้อความในไลน์เคยหนักแน่นเพียงพอที่ กกต. มีมติส่งเรื่องไปที่ศาลแต่ทำไมวันนี้ หลักฐานที่น่าหนักแน่นกว่าจากคณะไต่สวนชุดที่ 16 เหตุใดถึงจะไม่เพียงพอต่อการ กกต. จะส่งเรื่องไปที่ศาล ทั้งหลักฐานเกี่ยวกับโพยหรือเส้นทางทางการเงิน

“หากท้ายที่สุด กกต. มีมติไม่ส่งเรื่องไปที่ศาลที่ ก็ค้านสายตาสังคม ก็ทำให้สังคมอดคิดไม่ได้ว่าเหตุผลที่ กกต. ตัดสินใจเช่นนั้นเพราะว่า 4 จาก 7 กกต. มา ดำรงตำแหน่งได้เพราะถูกรับรองโดย สว. ที่อยู่ในสำนวนหรือไม่ ซึ่งไม่ต้องการให้ กกต. ถูกครหาเช่นนั้น โดยคาดหวังจะเห็น กกต. มีมติสองเรื่องดังกล่าว” นายพริษฐ์ กล่าว

พริษฐ์ ท้า อนุทิน แสดงความรับผิดชอบหากร่าง รธน.ภูมิใจไทย ถูกคว่ำ หลังทำประชามติรอบสอง

พริษฐ์ ท้า อนุทิน แสดงความรับผิดชอบหากร่าง รธน.ภูมิใจไทย ถูกคว่ำ หลังทำประชามติรอบสอง

พริษฐ์ ท้า อนุทิน แสดงความรับผิดชอบหากร่าง รธน.ภูมิใจไทย ถูกคว่ำ หลังทำประชามติรอบสอง

วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 12.01 น.

พริษฐ์ กางชำแหละ ระบอบสีน้ำเงิน ดักคอ สว. เคยโหวตผ่านให้รอบก่อน หากคว่ำรอบนี้ใช้หลักเกณฑ์ใดตัดสินใจ ปลุก 21ล้านเสียง ลุกขึ้นสู้ ท้า อนุทิน แสดงความรับผิดชอบหากร่าง รธน. ภูมิใจไทย ถูกคว่ำ หลังทำประชามติรอบสอง เผย ปชน. จ่อยื่นร่าง รธน. 1-2 วันนี้

เมื่อวันที่ 26 พ.ค.2569 ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ถึงความหมายของ “ระบอบสีน้ำเงิน” ว่า หมายถึงกลุ่มการเมืองที่อาศัยช่องโหว่ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ซึ่งเปิดช่องให้กระบวนการเลือก สว. เป็นการเลือกกันเองและไม่ยึดโยงกับประชาชน ทำให้กลุ่มการเมืองสามารถเข้ามาแทรกแซงและควบคุมเสียงข้างมากในวุฒิสภาได้

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า เมื่อสามารถควบคุมวุฒิสภาได้ กลุ่มการเมืองดังกล่าวจะสามารถควบคุมการให้ความเห็นชอบบุคคลที่จะเข้าไปดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระทั้งหมด นำไปสู่การผูกขาดอำนาจครอบคลุมทั้งฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และองค์กรอิสระ

เมื่อถามว่า ระบอบสีน้ำเงินจะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญยากขึ้นหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า เรื่องนี้มีความท้าทายแน่นอน และตัวแปรสำคัญที่จะทำให้เรื่องนี้สำเร็จได้ก็คือประชาชน ทั้ง 21 ล้านเสียงจากการทำประชามติ ที่ต้องการให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพราะต้องการหลุดจากกลุ่มการเมืองที่เกิดจากการฮั้วกันทั้งกระดานแบบนี้ และต้องการจะหลุดจากกลไกการตรวจสอบที่อ่อนแอ จึงหวังว่าเสียงของประชาชนจะเป็นแรงส่ง ให้เราสามารถนำพาประเทศหลุดออกจากรัฐธรรมนูญ 60 และการเมืองแบบนี้ได้

เมื่อถามว่า เสียงของประชาชน 21 ล้านเสียงจะสามารถสู้กับระบอบสีน้ำเงินในรัฐสภาได้หรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าเสียงของประชาชนจะแปลมาเป็น 3 ด้าน คือ 1. ทำให้มีตัวแทนของพรรคประชาชนมาอยู่ในสภา และทำให้ตนมายืนในสภาในฐานะฝ่ายค้านเราจะตอบแทนสิ่งที่ประชาชนให้ด้วยการตรวจสอบกระบวนการดังกล่าว 2. เชื่อว่าเสียงประชามติ 21 ล้านเสียงจะผูกมัดทุกฝ่ายว่าจะต้องเดินหน้าทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และ 3. เสียงประชาชน 21 ล้านเสียงยังมี ความหมายต่อการทำประชามติรอบสอง เพราะหากพรรคภูมิใจไทย จะอาศัยเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา เพื่อผลักดันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในมาตรา 256 ให้เป็นไปตามร่างของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเราได้วิจารณ์ไปแล้วว่าร่างดังกล่าวสุ่มเสี่ยงที่จะผูกขาดและกินรวบ ทำให้อำนาจในการชี้ขาดเนื้อหาไปตกอยู่กับ สว.

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า หากเป็นแบบนั้นจนรัฐสภาให้ความเห็นชอบ และเข้าสู่กระบวนการทำประชามติ แล้วประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศไม่เห็นด้วย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าฝ่ายบริหารและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยจะรับผิดชอบอย่างไร เพราะหากดูตามหลักมาตรฐานสากล เมื่อใดก็ตามที่มีการจัดทำประชามติ แล้วรัฐบาลประกาศชัดเจนว่าอยู่ข้างไหน เมื่อผลประชามติออกมาไม่ตามนั้น เราก็มักจะเห็นนายกรัฐมนตรีแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง เช่น การทำประชามติในประเทศอังกฤษว่าจะออกจากสหภาพยุโรปหรือไม่ ซึ่งผลออกมาตรงกันข้ามกับรัฐบาลไม่เกิน 3 วันนายกรัฐมนตรีก็ลาออก แสดงความรับผิดชอบ

เมื่อถามว่า หากในอนาคตเป็นเช่นนั้นจะมีโอกาสได้เห็นการทำประชามติรอบสอง และการรณรงค์ไม่เห็นด้วยกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า อย่าเพิ่งด่วนสรุปเรื่องนั้น เพราะขณะนี้เราเตรียมการเข้าสู่การแก้ไขในวาระที่ 1 เป้าหมายคือทำอย่างไรให้ร่างมีความสอดคล้องกับ 3 หลักการของพรรคประชาชนและผ่านความเห็นชอบในวาระ 1 เพื่อไปหาข้อสรุปร่วมกันในชั้นกรรมาธิการ ซึ่งตนยืนยันว่าเสียงของประชาชนมีความหมาย

“ถ้าหากพรรคภูมิใจไทยตัดสินใจว่าจะใช้เสียงข้างมากในรัฐสภา เพื่อให้ร่างปลายทางเหมือนกับร่างของพรรคภูมิใจไทยทุกประการ ผมคิดว่าพรรคประชาชนเห็นด้วยกับร่างนั้นได้ยาก แล้วผมคิดว่าหากประชาชนโหวตไม่เห็นชอบ คาดหวังว่ารัฐบาลจะแสดงความรับผิดชอบด้วยเช่นกัน” นายพริษฐ์ กล่าว

เมื่อถามว่า หากดูสถานการณ์ตอนนี้ที่ต้องอาศัยเสียงของสว. 1 ใน 3 จะทำให้ร่างของพรรคประชาชนผ่านได้ยากหรือไม่ นายพริษฐ์ ย้ำว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคประชาชนจะยื่นภายใน 1-2 วันนี้ โดยวันนี้จะเป็นการลงชื่อของ สส. ในทั้งสองร่างและเนื้อหา 3 หลักการของพรรคประชาชนก็สอดคล้องกับร่างที่เคยยื่นเมื่อครั้งที่แล้ว ซึ่งในครั้งที่แล้วได้รับเสียงเพียงพอจากสว. หาก สว. คนใดที่เคยให้ความเห็นชอบในร่างที่แล้ว พอมาวันนี้จะไม่เห็นชอบก็ต้องถามว่าใช้หลักเกณฑ์ใดในการตัดสินใจ

เมื่อถามว่าสถานการณ์ครั้งนี้กับครั้งที่แล้วนั้นแตกต่างกัน ยังมั่นใจว่าจะได้รับเสียงสนับสนุนจาก สว. เหมือนเดิมหรือไม่  นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตนคาดหวังว่าสมาชิกรัฐสภาทุกคนจะลงมติในเรื่องใดก็ตาม จะตัดสินด้วยเนื้อหาสาระของกฎหมาย ไม่ใช่ใช้ประเด็นส่วนตัวจากการถูกวิจารณ์จากใคร หรือใครตำหนิตัวเองบ้างมาใช้ในการตัดสินใจ

ฝ่ายค้าน เตรียมล่ารายชื่อยื่น ปธ.สภาฯ สัปดาห์หน้า ส่งศาลฎีกาฟัน ป.ป.ช. ปมพลิกคดี ศักดิ์สยาม

ฝ่ายค้าน เตรียมล่ารายชื่อยื่น ปธ.สภาฯ สัปดาห์หน้า ส่งศาลฎีกาฟัน ป.ป.ช. ปมพลิกคดี ศักดิ์สยาม

ฝ่ายค้าน เตรียมล่ารายชื่อยื่น ปธ.สภาฯ สัปดาห์หน้า ส่งศาลฎีกาฟัน ป.ป.ช. ปมพลิกคดี ศักดิ์สยาม

วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.38 น.

ฝ่ายค้าน เตรียมล่ารายชื่อยื่น ประธานสภาฯ สัปดาห์หน้า คดี ศักดิ์สยาม ส่ง ศาลฎีกา พิจารณา กังขาแถลงการณ์ ป.ป.ช.ไร้ตั้งคกก.ไต่สวน 

เมื่อวันที่ 26 พ.ค.2569 ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงความคืบหน้าการรวบรวมรายชื่อยื่นต่อประธานรัฐสภา เสนอเรื่องไปยังศาลฎีกา เพื่อตั้งคณะผู้ไต่สวนตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรมว.คมนาคม ในคดีซุกหุ้น ว่า เรื่องป.ป.ช. พรรคร่วมฝ่ายค้านมีแผนยื่นคำร้องไปที่ประธานสภาฯ เพื่อส่งเรื่องไปที่ศาลฯเพื่อตั้งคณะไต่สวนพิจารณาคณะกรรมการป.ป.ช. ที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งตอนนี้ร่างคำร้องเสร็จแล้ว ได้ส่งให้พรรคร่วมฝ่ายค้านและสว.ที่ประสงค์จะลงชื่อเมื่อวาน และจะรวบรวมความเห็นจากทุกๆฝ่าย ปรับปรุงตัวคำร้องให้เสร็จภายในสัปดาห์นี้ เพื่อเตรียมยื่นให้กับประธานสภาในสัปดาห์หน้า

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ส่วนข้อเท็จจริงหนึ่งที่ปรากฏและตนเองได้อภิปรายในสภาสัปดาห์ที่แล้ว ได้สอบถามกับสำนักงานป.ป.ช.แต่ยังไม่ได้คำตอบถึงข้อสงสัยที่ตนเองมีว่าตกลงแล้วป.ป.ช. ได้ดำเนินการสอบสวนใดๆเกี่ยวกับเรื่องนี้หรือไม่ ก่อนจะมีมติยกคำร้อง กรณีของนายศักดิ์สยาม จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น รายละเอียดแถลงการณ์ของป.ป.ช. ไม่ค้นพบหลักฐานปรากฏ ว่าได้มีการไต่สวนเกิดขึ้น ไม่มีการตั้งคณะกรรมการไต่สวนเกิดขึ้น ไม่มีคำว่าไต่สวนแม้แต่คำเดียวในแถลงการณ์ และวันนี้ ป.ป.ช.จะมาชี้แจง ในที่ประชุมวิปฝ่ายค้าน ก็จะขอความชัดเจนจากปปช.ในวันนี้อีกรอบ ถ้าผลปรากฏออกมาไม่มีการไต่ส่วนใดๆ ก็เป็นเรื่องที่ชวนตั้งข้อสงสัยว่า ในเมื่อข้อเท็จจริงที่ยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้นายศักดิ์สยาม พ้นจากตำแหน่ง เหตุใดข้อเท็จจริงชุดเดียวกันไม่ได้ทำให้ป.ป.ช.มองว่ามี ข้อมูลเพียงพอ อย่างน้อยเปิดการไต่สวนก่อนจะมีการตัดสินใจยกคำร้องเรียน

สิริพงศ์ เย้ย เท้ง จุดวาทกรรมระบอบสีน้ำเงิน แค่กิมมิกทางการเมือง

สิริพงศ์ เย้ย เท้ง จุดวาทกรรมระบอบสีน้ำเงิน แค่กิมมิกทางการเมือง

สิริพงศ์ เย้ย เท้ง จุดวาทกรรมระบอบสีน้ำเงิน แค่กิมมิกทางการเมือง

วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.32 น.

“สิริพงศ์”เย้ย”เท้ง” แค่หากิมมิกทางการเมืองมาสู้ หลังจุดวาทกรรม”ระบอบสีน้ำเงิน” ชี้หยิบโยงไปเรื่อย ยัน”ภท.”ไม่เสียหาย เหตุเลือกตั้งรอบนี้ประชาชนเลือกมาเป็นอันดับหนึ่ง

26 พฤษภาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม ในฐานะรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณี นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ออกมาระบุว่าสังคมการเมืองไทยอยู่ภายใต้ระบอบสีน้ำเงิน จะกระทบกับรัฐบาลหรือไม่ ว่า ก็ไม่คิดว่าจะมีประเด็นอะไร เป็นประเด็นปกติ ที่เขาพูดอย่างนี้ปกติอยู่แล้ว ซึ่งต้องคิดว่าก็น่าจะเป็นกิมมิกทางการเมืองของเขา เพราะเป็นปกติที่ฝ่ายค้านก็ต้องค้าน และต้องหากิมมิกอะไรมา กลไกในการต่อสู้ทางความคิดก็เป็นเรื่องธรรมดา

เมื่อถามว่า การที่บอกว่าระบอบสีน้ำเงินครองประเทศ จะทำให้พรรค ภท.เสียหายหรือไม่ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ไม่ได้รู้สึกเสียหายตรงไหน เพราะพรรค ภท.รอบนี้มาจากการเลือกตั้ง และประชาชนเลือกเรามาเป็นอันดับหนึ่ง ส่วนเขาจะตีความแบบไหนก็แล้วแต่ เป็นธรรมดาที่คนชอบ ถ้าสมมุติว่าเขาชนะ เขาก็บอกว่าประชาชนเลือกเขามา ถ้าคนอื่นชนะเขาก็บอกว่าโกงเขามา มันก็ธรรมดา

เมื่อถามว่า พรรค ภท.มองว่าเรื่องนี้ไม่ได้มีนัยอะไรใช่หรือไม่ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ไม่ได้มีนัยอะไร ซึ่งตนคิดว่าเรื่องที่เขาเอามาพูดเอามาโยงกันเยอะไปหน่อย เพราะบางเรื่องเป็นเรื่องที่เขาปฏิบัติกันมาเป็นปกติ ไม่ได้มีเรื่องอะไรที่จะต้องเอามาเป็นประเด็น เมื่อถามว่า การที่หัวหน้าพรรคฝ่ายค้านตีประเด็นนี้จะทำให้สะเทือนต่อเสถียรภาพรัฐบาลหรือไม่ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า จากความเห็นส่วนตัวตนคิดว่าไม่เกี่ยว เพราะที่ผ่านมาก็มีประเด็นแบบนี้อยู่แล้ว ฉะนั้น เขาจะตีไม่ตี ตนคิดว่าไม่เกี่ยว

ไชยชนก เผยคุย Meta ไร้ข้อสรุป ยังไม่พอใจ ขอคุยต่อ บี้ปมไลฟ์อนาจาร

ไชยชนก เผยคุย Meta ไร้ข้อสรุป ยังไม่พอใจ ขอคุยต่อ บี้ปมไลฟ์อนาจาร

ไชยชนก เผยคุย Meta ไร้ข้อสรุป ยังไม่พอใจ ขอคุยต่อ บี้ปมไลฟ์อนาจาร

วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.16 น.

ไชยชนก เผยคุย Meta ไร้ข้อสรุป ยังไม่พอใจ ขอคุยต่อ บี้ปมไลฟ์อนาจาร ลั่นเหตุผล AI ตรวจจับช้าคอนเทนต์อื่นบัง ฟังไม่ขึ้น เล็งปรับแก้พ.ร.บ.คอมฯ-พ.ร.บ.บัญชีม้า บังคับแพลตฟอร์มร่วมรับผิดชอบด้วย

เมื่อวันที่ 26 พ.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการเรียกผู้แทนบริษัท เมตา (Meta) เจ้าของแพลตฟอร์มเฟซบุ๊ก ภายหลังเกิดกรณีไลฟ์สดอนาจารบนโซเชียลมีเดียต่อเนื่องในช่วง 2 วันที่ผ่านมา ว่า ในสิ่งที่พูดคุยกันไป ต้องยอมรับว่า ข้อสรุปยังไม่เป็นที่พึงพอใจ จะมีทั้งไปพูดคุยหาข้อมูลเพิ่มเติม และสอบถามในเชิงหากมีเหตุเกิดขึ้นอีกจะมีมาตรการอย่างไรบ้าง และMeta จะร่วมรับผิดชอบแบบใดบ้าง

เมื่อถามว่า แสดงว่าหลังการพูดคุยกันแล้วยังพบพฤติกรรมการไลฟ์สดอยู่ใช่หรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า จากวันนั้นมาถึงวันนี้ยังไม่เจอ เขามีการปรับเกณฑ์ใช้เอไอเข้ามาตรวจจับให้มีความละเอียดขึ้น

เมื่อถามต่อว่าจะต้องมีการปรับแก้กฎหมายหรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า ยังมีกฎหมายหลายส่วนของไทยที่ต้องปรับ โดยเฉพาะพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)คอมพิวเตอร์ 2560 ที่มีช่อง ในการรับมือปัญหา 24 ชั่วโมง ถือว่าทางบริษัท ก็ให้ความร่วมมือเพราะบางประเด็นเป็นประเด็นที่อ่อนไหว และสามารถส่งผลกระทบต่อสังคมในวงกว้างได้ ขณะเดียวกัน Metaกำลังรวบรวมข้อมูลในระดับโกลบอลเพื่อนำเสนอให้กับไทย อย่างไรก็ตาม จะใช้โอกาสนี้ในการพลิกวิกฤตเป็นโอกาส เพื่อปรับปรุงกฎหมายและพูดคุยกับ Meta เร่ง เจรจาให้ครอบคลุมทุกประเด็น นอกจากนี้ กฎหมายที่จะมีการปรับ มีอีกตัวที่กำลังจะออกมาคือ พระราชบัญญัติเกี่ยวกับการปราบปรามบัญชีม้า ซึ่งจะมีการกำหนดเพิ่มเติมเรื่องการรับผิดชอบร่วมของแพลตฟอร์ม หากมีการกระทำที่ทำให้สูญเสียเงินเกิดขึ้น

เมื่อถามอีกว่าที่ระบุว่าการจัดการกับไลฟ์ดังกล่าวใช้เวลานานไปจะต้องใช้เวลาเท่าไร นายไชยชนก กล่าวว่า  แล้วแต่เคสแล้วแต่เรื่อง ตอนนี้กำลังเร่งสื่อสารกันอยู่ และได้รับการตอบรับเรื่องการตรวจจับคลิป ที่ปล่อยไว้ 7-8 ชั่วโมง นั้น ได้คำตอบว่า มีสิ่งที่เรียกว่าเป็น บีไนท์ คอนเทนต์ ซึ่งเป็นคอนเทนต์ที่ไม่ผิดนโยบายแทรกอยู่ ทำให้เอไอ ตรวจจับไม่ได้ แต่มองว่า เป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น เพราะกรณีที่คอนเทนต์ยาวขนาดนี้ และทางกระทรวงดีอีได้มีการแจ้งตั้งแต่เนิ่นๆ แต่กว่าจะได้รับการปิด หรือนำคอนเทนต์ลง ใช้เวลาหลายชั่วโมง และทางโดยหลังจากนี้การทำงานร่วมกันจะต้องกระชับมากขึ้น Meta ต้องเข้มข้นมากขึ้น

พิพัฒน์ นั่งหัวโต๊ะถก ครม. แทน อนุทิน อยู่ระหว่างเยือนฝรั่งเศส รมต.

พิพัฒน์ นั่งหัวโต๊ะถก ครม. แทน อนุทิน อยู่ระหว่างเยือนฝรั่งเศส รมต.

พิพัฒน์ นั่งหัวโต๊ะถก ครม. แทน อนุทิน อยู่ระหว่างเยือนฝรั่งเศส รมต.

วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.13 น.

พิพัฒน์ นั่งหัวโต๊ะถก ครม. แทน อนุทิน อยู่ระหว่างเยือนฝรั่งเศส รมต. 

เมื่อวันที่ 26 พ.ค.2569  ที่ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แทน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ที่อยู่ระหว่างเดินทางเยือนกรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 21 – 27 พ.ค. พร้อมรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องหลายคน

ทำให้วันเดียวกันนี้มีครม.ลาการประชุม 11 คน ได้แก่ 1.นายอนุทิน 2.นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง 3.นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 4.นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รอง นายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ 

5.นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์  6.นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม 7.นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข  8.นายสรรเพรช บุญญามณี รมช.คมนาคม 9.นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศึกษาธิการ 10.นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย และ11.นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี