ตรวจความพร้อมก่อนวันเลือกตั้ง ปลัดกทม. ทุกขั้นตอนโปร่งใส รายงานผลคะแนนแบบเรียลไทม์

ตรวจความพร้อมก่อนวันเลือกตั้ง ปลัดกทม. ทุกขั้นตอนโปร่งใส รายงานผลคะแนนแบบเรียลไทม์

ตรวจความพร้อมก่อนวันเลือกตั้ง ปลัดกทม. ทุกขั้นตอนโปร่งใส รายงานผลคะแนนแบบเรียลไทม์

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.23 น.

ปลัดกทม. ตรวจความพร้อมก่อนวันเลือกตั้ง มั่นใจ เตรียมแผนเผชิญเหตุรอบด้าน ย้ำทุกขั้นตอนโปร่งใส พร้อมรายงานผลคะแนนแบบเรียลไทม์ คาดรู้ผลไม่เป็นทางการ 22.00 น.

เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. เวลา 10.00 น.  นายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร ในฐานะผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ร่วมกับคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร (กกต.ทถ.กทม.) กองบัญชาการตำรวจนครบาล ตรวจความพร้อมการตรวจรับวัสดุอุปกรณ์การเลือกตั้งและตรวจหน่วยเลือกตั้ง ณ วัดสามพระยาวรวิหาร เขตพระนคร

ณรงค์ เรืองศรี

ปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงความพร้อมการจัดการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ มีจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 50 เขตประมาณ 4,400,000 คน ซึ่งมีหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 6,628 หน่วย โดย กทม. ได้เตรียมเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยทุกหน่วยรวมถึงเจ้าหน้าที่รับเอกสาร ประมวลผลข้อมูล และผลการเลือกตั้งรวมแล้วประมาณ 74,000 คน ซึ่งได้มีการอบรมคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเรียบร้อยแล้ว โดยได้รับความร่วมมือจาก กกต.กทม. ในการกำหนดแนวทางหลักการ วิธีการ ในการที่จะทดสอบ เพื่อให้การเลือกตั้งมีความสุจริตโปร่งใสและเป็นธรรม นอกจากนี้ กทม. เตรียมเจ้าหน้าที่ในการทำบัตรประชาชน เป็นกรณีพิเศษ ในวันเลือกตั้ง ให้บริการตั้งแต่ เวลา 08.00-17.00 น. ทุกสำนักงานเขต และ จุดบริการด่วนมหานคร 19 แห่ง ทั่วกรุงเทพฯ

ปลัดกทม. กล่าวต่อว่า ในเรื่องการเตรียมสถานที่เลือกตั้ง มีหน่วยเลือกตัังนอกอาคาร และ ในเต๊นท์ 4,038  หน่วย  และหน่วยเลือกตั้ง ภายในอาคาร 2,590 หน่วย  สิ่งที่กังวลคือ ส่วนที่อยู่นอกอาคาร ได้สั่งการประสานงานเตรียมแผนในการดูแลพื้นที่ อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนรวมถึงผู้สูงอายุ ที่จะเข้ามาใช้บริการ รวมทั้งมีการเตรียมด้านการจราจรโดยประสานกับสถานีตำรวจในท้องที่ ต่างๆ รวมถึง มีแผนเตรียมการรับสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจากการคาดการณ์ ว่า จะมีฝนในวันเลือกตั้ง จึงให้ทุกหน่วยงานจัดเตรียมบูรณาการเครื่องมือ แผนบริหารจัดการส่วนต่างๆ เพื่อไม่ให้กระทบต่อการเลือกตั้ง 

ณรงค์ เรืองศรี

“สิ่งที่ยังมีความกังวลอยู่ คือจากที่เกิดเหตุพายุพัดอย่างรุนแรง บริเวณพื้นที่เขตลาดกระบัง ถนน ฉลองกรุง ทำให้เสาไฟฟ้าหักโค่น ซึ่งบริเวณดังกล่าวมีจุดที่เป็นหน่วยเลือกตั้ง 3 หน่วย เบื้องต้นผอ.เขตได้มีการตรวจสอบแล้ว และทางการไฟฟ้านครหลวงจะดำเนินการติดตั้งเสาไฟ ให้สามารถใช้ไฟในส่วนนั้นได้ แต่อย่างไรก็ตามได้มีการเตรียมแผนสำรองหากยังไม่สามารถติดตั้งได้เสร็จก็จะมีการพิจารณาย้ายจุดตั้งหน่วยเลือกตั้งใหม่ และให้เขตประชาสัมพันธ์แจ้งประชาชนที่มีสิทธิ ใน 3 หน่วยดังกล่าว แต่ในเรื่องของความเสี่ยงหน่วยไม่ได้รับความเสียหาย  แต่มีเพียงระบบไฟฟ้า ซึ่งก็ได้มีการสำรองไฟแล้ว และประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำท้องที่ ในการเปิดเส้นทางบางส่วน ให้ประชาชนสามารถเดินทางไปเส้นทางเข้าไปได้“ ปลัดฯณรงค์ กล่าว

อีกส่วนเป็นเรื่องของวัสดุอุปกรณ์ ต่างๆ ทางกทม.ได้ส่งให้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง มาตรวจนับ และเช็คว่ามีอุปกรณ์วัสดุครบถ้วนหรือขาดหรือไม่ ซึ่งจากการตรวจสอบวันนี้ ก็พบว่าการตรวจรับพัสดุอุปกรณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวมถึงบัตรเลือกตั้งด้วย  ตลอดจนได้ซักซ้อมความเข้าใจในการดำเนินการในวันเลือกตั้ง เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน สำหรับในส่วนอื่นๆในเรื่องของการติดตามผลในวันเลือกตั้ง กทม.ได้มีการตั้งศูนย์ประสานงานการเลือกตั้ง ไว้ที่ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกทม.(เสาชิงช้า) ซึ่งมีเจ้าหน้าที่รวบรวมข้อมูลเอกสารและประมวลผล หลังจากที่ปิดหีบเวลา 17.00 น. จะมีการนับคะแนนทั้งสองส่วนทั้งผู้ว่าฯกทม. และส.ก. เมื่อนับคะแนนแล้ว จะติดไว้ที่หน้าหน่วย จากนั้นส่งข้อมูลไปที่หน่วยเลือกตั้งที่เขต เพื่อตรวจสอบข้อมูลอีกครั้งและเมื่อสมบูรณ์เรียบร้อยแล้วจะส่งมาที่ส่วนกลาง ศูนย์ประสานงานการเลือกตั้ง โดยประชาชนสามารถติดตามข้อมูลการเลือกตั้งแบบเรียลไทม์ได้ที่จอแสดงผลที่ติดตั้งไว้ที่ลานคนเมือง สำนักงานเขตทั้ง 50 เขต รวมทั้งในเว็บไซต์ http://www.เลือกตั้งกรุงเทพ69.com  คาดว่ากระบวนการรวบรวมผลคะแนนที่เราจะต้องทำให้โปร่งใสและตรวจสอบได้ อย่างช้า ผลคะแนนแบบไม่เป็นทางการจะสามารถทราบคร่าว ๆ ได้ไม่เกินเวลา 22.00 น.

ณรงค์ เรืองศรี

“ขอเชิญชวนชาวกรุงเทพฯมาใช้สิทธิ ทุกเสียงเป็นการกำหนดอนาคตของกรุงเทพมหานคร และขอให้ตรวจสอบรายละเอียดเอกสารต่างๆ ก่อนเช่นสิทธิในการเลือกตั้งอยู่ที่หน่วยไหน เส้นทางการเดินทาง รวมถึงการตรวจสอบสภาพอากาศในทุกส่วนทุกเวลา เพราะกรมอุตุฯแจ้งแล้วว่าอาจจะมีฝน และขอย้ำว่าการเลือกตั้งทั้งหมดเรามุ่งเน้นหลักการเดียวกัน คือเรื่องความสุจริต โปร่งใส และเป็นธรรม ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ให้การสนับสนุน หวังว่าการเลือกตั้งพรุ่งนี้จะสำเร็จไปด้วยดี สำหรับผลการรวบรวมคะแนน  จะเริ่มตั้งแต่ปิดหีบ “

ทั้งนี้ กทม. คาดหวังให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งครั้งนี้มากกว่าครั้งที่ผ่านมา โดยเมื่อปี 2565 ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ประมาณ 60.7% และในปี 2569 นี้ อยากให้มีผู้มาใช้สิทธิ์มากที่สุด คาดว่าน่าจะอยู่ที่ประมาณ 70%
ณรงค์ เรืองศรี

ผู้สื่อข่าวถามถึงแผนสำรองกรณีเกิดฝนตกและน้ำท่วม จากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา 

“เรามีบทเรียนในเขตคันนายาวตอนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้ว ซึ่งย้ายหน่วยอยู่ในที่ปลอดภัย ซึ่งในครั้งนี้ก็ได้มีแผนเผชิญเหตุ มีการบอกรายละเอียด ขั้นตอน กิจกรรม หน่วยงานผู้ประสานงานที่รับผิดชอบร่วมกันทั้งหมด ที่มีการตรวจสอบมีความพร้อม และมีการติดตามประสานงานกันอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตามขณะนี้ มีเรื่องร้องเรียน ถึงการทุจริต เลือกตั้ง จำนวน 1 ราย  คือ ผู้สมัคร ส.ก. เขต ดินแดง โดย อยู่ระหว่างการตรวจสอบตามกฎหมาย”  นายณรงค์ กล่าว 

ณรงค์ เรืองศรี

ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครรายงานข้อมูลการเลือกตั้งครั้งนี้ ข้อมูล ณ วันที่ 26 มิ.ย. 69 เวลา 13.00 น. ภายหลังการเพิ่ม-ถอนสิทธิ มีผู้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.จำนวน 4,428,646 คน และ ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ส.ก.จำนวน 4.384,695 คน โดยเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรก (First Voter) จำนวน 20,584 คน  เขตคลองสามวาเป็นเขตที่มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งมากที่สุด โดยมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. จำนวน 172,761 คน และผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ส.ก. จำนวน 170,353 คน ขณะที่เขตสัมพันธวงศ์มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งน้อยที่สุด โดยมีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม. จำนวน 15,213 คน และผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ส.ก. จำนวน 15,113 คน 

พร้อมย้ำ บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ โดยประชาชนจะได้รับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ได้แก่ บัตรสีเขียวสำหรับลงคะแนนเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. และ บัตรสีชมพูสำหรับลงคะแนนเลือกตั้ง ส.ก. ในเขตเลือกตั้งของตน และย้ำว่า ไม่มีการเลือกตั้งล่วงหน้าและไม่มีการเลือกตั้งนอกเขต ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องไปใช้สิทธิในวันและเวลาที่กำหนด ณ หน่วยเลือกตั้งที่มีรายชื่อเท่านั้น ผู้ที่ไม่สามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ แจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งผ่านเว็บไซต์สำนักทะเบียนกรมการปกครอง ได้ภายใน 7 วันก่อนและหลังวันเลือกตั้ง ระหว่างวันที่ 21 – 27 มิ.ย.69 หรือวันที่ 29 มิ.ย. – 5 ก.ค.69 เพื่อป้องกันการเสียสิทธิทางการเมืองตามที่กฎหมายกำหนด

ณรงค์ เรืองศรี

ติดตามข่าวสารการเลือกตั้งได้ที่ เฟซบุ๊ก: กรุงเทพมหานคร หรือ เว็บไซต์: http://www.เลือกตั้งกรุงเทพ69.com และ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน กกต. โทร. 1444

ณรงค์ เรืองศรี
ณรงค์ เรืองศรี
ณรงค์ เรืองศรี

นายกฯ ร่วมพิธีปลุกเสก เหรียญหลวงพ่อทวด รุ่น ปลอดโรค ปลอดภัย

นายกฯ ร่วมพิธีปลุกเสก เหรียญหลวงพ่อทวด รุ่น ปลอดโรค ปลอดภัย

นายกฯ ร่วมพิธีปลุกเสก เหรียญหลวงพ่อทวด รุ่น ปลอดโรค ปลอดภัย

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.13 น.

“นายกฯ” เป็นประธานพิธีพุทธาภิเษก เหรียญหลวงพ่อทวด รุ่น “ปลอดโรค ปลอดภัย” นำรายได้พัฒนามูลนิธิ สอน. และสถานีอนามัยพระราชทาน 92 แห่งทั่วประเทศ เสริมความเข้มแข็งระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิ ให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้อย่างทั่วถึง

เมื่อเวลา 09.50 น.วันที่ 27 มิ.ย. ณ วัดห้วยมงคล ตำบลทับใต้ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีพุทธาภิเษก เหรียญหลวงพ่อทวด รุ่น “ปลอดโรค ปลอดภัย”

อนุทิน ชาญวีรกูล

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เมื่อเดินทางถึง นายกรัฐมนตรีได้กราบนมัสการพระพิศาลสิทธิคุณ เจ้าอาวาสวัดห้วยมงคล และสนทนาธรรม สักการะบูชาองค์หลวงพ่อทวด ก่อนเข้าสู่บริเวณปะรำพิธี แล้วจุดเทียนบูชาพระรัตนตรัย ณ โต๊ะหมู่บูชา พิธีกรสงฆ์กล่าวคำบูชาพระรัตนตรัยและอารธนาศีล พระสงฆ์ให้ศีล นายกรัฐมนตรีส่งที่เจิมให้เจ้าอาวาสเพื่อเจิมตู้เทียนชัย และจุดเทียนชนวนส่งให้เจ้าอาวาสเพื่อจุดเทียนชัย จากนั้นจุดเทียนอ่างน้ำมนต์ พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ในพิธีพุทธาภิเษก

ต่อมา นายกรัฐมนตรีร่วมถวายจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์ จากนั้นกรวดน้ำรับพร พระสงฆ์ได้โปรยข้าวตอกดอกไม้บริเวณพิธี ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะโปรยข้าวตอกดอกไม้ แล้วกราบลาพระรัตนตรัย และกราบลาประธานสงฆ์ จากนั้นพระสงฆ์ประพรมน้ำมนต์แก่นายกรัฐมนตรี เป็นอันเสร็จสิ้นพิธี

อนุทิน ชาญวีรกูล

การจัดสร้างเหรียญหลวงพ่อทวด รุ่น “ปลอดโรค ปลอดภัย” จัดทำขึ้นเป็นเหรียญที่ระลึกของมูลนิธิพัฒนาสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี (มูลนิธิ สอน.) เพื่อจัดหารายได้ในการพัฒนา สอน. และสนับสนุนการดำเนินงานของสถานีอนามัยพระราชทาน รวม 92 แห่งทั่วประเทศ ตลอดจนงานของมูลนิธิส่วนกลาง โดยมุ่งยกระดับระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิผ่านการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นมาเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน

ทั้งนี้ มูลนิธิ สอน. เป็นหน่วยงานกลางในการสนับสนุนและพัฒนา สอน. 92 แห่งทั่วประเทศ ให้เป็น “สถานีอนามัยต้นแบบ” ทั้งด้านอาคารสถานที่ ภูมิทัศน์ และคุณภาพการบริการ เพื่อเป็นที่พึ่งด้านสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล พร้อมเสริมความเข้มแข็งของระบบบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิให้สามารถดูแลประชาชนได้อย่างทั่วถึง มีคุณภาพ และยั่งยืน

อนุทิน ชาญวีรกูล
อนุทิน ชาญวีรกูล

เกาะติดเลือกตั้ง! เขตคลองสามวา ตรวจเข้มอุปกรณ์ ‘เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.-ส.ก.’ มั่นใจพร้อม100%

เกาะติดเลือกตั้ง! เขตคลองสามวา ตรวจเข้มอุปกรณ์ 'เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.-ส.ก.' มั่นใจพร้อม100%

เกาะติดเลือกตั้ง! เขตคลองสามวา ตรวจเข้มอุปกรณ์ ‘เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.-ส.ก.’ มั่นใจพร้อม100%

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.42 น.

เกาะติดเลือกตั้ง! เขตคลองสามวา ตรวจเข้มอุปกรณ์ “เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. – ส.ก.” มั่นใจพร้อม 100%

27 มิถุนายน 2569 บรรยากาศการเตรียมความพร้อมก่อนวันลงคะแนนเสียงเลือกตั้งเป็นไปอย่างคึกคัก ล่าสุด ที่สำนักงานเขตคลองสามวา เจ้าหน้าที่ประจำเขตได้เร่งดำเนินการตรวจสอบความเรียบร้อยของวัสดุอุปกรณ์ที่จะใช้ในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) อย่างละเอียดและเข้มงวด เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความโปร่งใสและราบรื่นที่สุด

การตรวจสอบในครั้งนี้ คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งได้ร่วมกันตรวจเช็กอุปกรณ์สำคัญที่จะต้องกระจายไปยังหน่วยเลือกตั้งต่างๆ ในพื้นที่อย่างครบถ้วน ประกอบด้วย บัตรเลือกตั้ง ตรวจนับจำนวนบัตรอย่างละเอียดให้ตรงตามบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งในแต่ละหน่วย , หีบบัตรเลือกตั้ง ตรวจสอบสภาพความแข็งแรงของกล่อง และระบบซีลล็อกเพื่อป้องกันการทุจริต , วัสดุอุปกรณ์สนับสนุน อาทิ ปากกาสำหรับกากบาท, คูหาลงคะแนน, บอร์ดประชาสัมพันธ์หน้าหน่วย และอุปกรณ์จำเป็นอื่นๆ

“การตรวจสอบในครั้งนี้เป็นไปอย่างเข้มงวดและรัดกุมที่สุด เพื่อให้มั่นใจว่าอุปกรณ์ทุกชิ้นอยู่ในสภาพสมบูรณ์ 100% ไร้ข้อผิดพลาด ก่อนที่จะมีการส่งมอบไปยังหน่วยเลือกตั้งต่างๆ ในพื้นที่เขตคลองสามวา” เจ้าหน้าที่ระบุ

สำหรับความเคลื่อนไหวนี้ ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตกรุงเทพมหานคร ว่ากระบวนการจัดการเลือกตั้งย่อยและระดับท้องถิ่นในครั้งนี้ จะมีความพร้อมและเป็นไปตามมาตรฐานสูงสุด

4 ปีมีหนเดียว! อนุชาเตือนคนกรุงอย่าพลาดโอกาสทอง กอดคอ ส.ก.50เขต ลั่นพร้อมล้างบางทุจริต

4 ปีมีหนเดียว! อนุชาเตือนคนกรุงอย่าพลาดโอกาสทอง กอดคอ ส.ก.50เขต ลั่นพร้อมล้างบางทุจริต

4 ปีมีหนเดียว! อนุชาเตือนคนกรุงอย่าพลาดโอกาสทอง กอดคอ ส.ก.50เขต ลั่นพร้อมล้างบางทุจริต

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.40 น.

ปชป.ปล่อยคาราวาน.ทิ้งทวน! “ชวน-อภิสิทธิ์” นำทัพ สักการะพระแม่ธรณี โค้งสุดท้ายฝากคนกรุงเลือก“อนุชา” เบอร์ 5 ย้ำ “เลือกทีม-เลือกพรรค” มั่นใจระบบพรรคคือหลักประกันความโปร่งใส “อภิสิทธิ์”ชี้ IO โจมตี สะท้อนนโยบายเราจี้จุดคนโกง ด้าน“ชวน”ตอกย้ำ “ระบบพรรค” คือหลักประกันความสุจริต ขณะที่“อนุชา”เตือนคนกรุงอย่าพลาดโอกาส 4 ปีมีหนเดียว

27 มิถุนายน 2569  ที่พรรประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรีและประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เลขาธิการพรรค นายกรณ์ จาติกวณิช นางการดี เลียวไพโรจน์ นายสกลธี ภัททิยกุล นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี ทีมรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ และนายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 5 และคณะผู้บริหารพรรค ร่วมกันประกอบพิธีสักการะพระแม่ธรณีบีบมวยผม บริเวณลานพระแม่ธรณี เพื่อความเป็นสิริมงคลและขอพรให้การดำเนินงานโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้งประสบความสำเร็จ พร้อมรวมพลังผู้บริหารและสมาชิกพรรคออกเดินสายรณรงค์เชิญชวนพี่น้องประชาชนให้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งอย่างเต็มกำลังและสื่อสารนโยบายสู่พี่น้องประชาชนอย่างพร้อมเพรียงกัน

นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงสถานการณ์โค้งสุดท้ายว่า แม้จะยอมรับว่ากระแสการเลือกตั้งครั้งนี้เงียบเหงากว่าที่คาดไว้และประชาชนยังมีความตื่นตัวน้อย แต่พรรคยังคงเดินหน้าอย่างเต็มที่จนถึงวินาทีสุดท้าย พร้อมชี้ให้เห็นว่าการที่เว็บไซต์ของพรรคถูกโจมตีด้วยกลุ่มไอโอในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นเครื่องพิสูจน์ว่านโยบายการเปิดโปงความไม่โปร่งใสของพรรคได้ไปกระทบผลประโยชน์ของคนบางกลุ่มเข้าอย่างจัง และขอยืนยันว่าจะเดินหน้าทำเรื่องนี้ต่อไป เพราะคนกรุงเทพฯ ต้องการความสะอาด ไม่ใช่แค่เชิงกายภาพ แต่หมายถึงความโปร่งใสในการบริหารเมือง ซึ่งเป็นคำตอบในการแก้ปัญหาหลักของคนกรุง

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีผู้สมัครอิสระที่รวมกลุ่มกันลงสมัคร นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ความสำคัญของ “ระบบพรรค” ว่ามีความหมายมากกว่าแค่การลงสมัคร เพราะหมายถึงความรับผิดชอบร่วมกันและมีกลไกตรวจสอบภายในพรรคเอง ต่างจากกลุ่มการเมืองที่อ้างชื่อ “อิสระเป็นทีม” ซึ่งแท้จริงแล้วคือการรวมกลุ่มกันเพื่อเลี่ยงความรับผิดชอบ

“คำว่าอิสระใครๆ ก็ชอบฟังดูเหมือนดี แต่คำถามคืออิสระแบบไหน ในทางการเมืองถ้าลงคนเดียวคืออิสระ แต่ถ้าบอกว่าอิสระเป็นทีม นี่คือกลุ่มการเมือง หากปกปิดก็คือแก๊งการเมือง ผมเชื่อว่าประชาชนอยากเห็นความตรงไปตรงมา การมีระบบพรรคไม่ใช่การหลับหูหลับตาเชียร์กัน แต่คือการมีกลไกตรวจสอบภายใน อย่างในอดีต ส.ก. ของเราก็เคยตรวจสอบผู้ว่าฯ ในสังกัดเดียวกันมาแล้ว นี่คือหลักประกันที่มั่นใจได้” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ด้านนายชวน กล่าวเสริมถึงความสำคัญของระบบพรรคการเมืองในฐานะหลักประกันความสุจริต ว่าในยุคที่ภาพลักษณ์การเมืองไทยเต็มไปด้วยความอับอายจากปัญหาการซื้อตำแหน่งหรือการครอบงำจากอำนาจมืด ระบบพรรคคือตัวกรองที่จะช่วยตรวจสอบและรับผิดชอบต่อประชาชนได้ดีกว่าตัวบุคคล ซึ่งจะทำให้การบริหารเมืองเป็นไปอย่างระมัดระวังและไม่มีประวัติด่างพร้อย

“ในยามที่บ้านเมืองมีภาพลักษณ์เชิงลบจากการทุจริต หรือการบงการจากผู้มีอิทธิพล สิ่งที่จะทำให้บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงได้คือคนดีและระบบพรรคที่จะเข้ามาช่วยกำกับดูแล เพราะเมื่อตัวบุคคลพ้นจากตำแหน่งไป ระบบพรรคจะมีคนที่ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำนั้นต่อเนื่องไปถึงชั่วลูกหลาน นี่คือหลักประกันความระมัดระวังในการทำงาน ที่ผ่านมาผู้ว่าฯ จากประชาธิปัตย์ทุกคนล้วนมีประวัติที่โปร่งใส ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรคให้ความสำคัญสูงสุด” นายชวน กล่าว

ขณะที่ นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 5 ได้กล่าวทิ้งท้ายเชิญชวนพี่น้องชาวกรุงเทพฯ ว่า วันพรุ่งนี้คือการกำหนดอนาคตเมืองไปอีก 4 ปี การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ไม่มีการยุบสภาเหมือนการเลือกตั้งระดับชาติ หากพลาดโอกาสนี้ไปต้องรออีกนานถึง 4 ปี ดังนั้นขอให้ตัดสินใจเลือกด้วยความเชื่อมั่นในสิ่งที่ถูกต้อง บนพื้นฐานของข้อมูลจริง 

“ผมและ ส.ก. ทั้ง 50 เขต จากพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมเข้าไปทำหน้าที่ตรวจสอบงบประมาณและผลักดันนโยบายด้วยความโปร่งใส ขอโอกาสให้เราเข้าไปทำงานเพื่อรับใช้พี่น้องชาวกรุงเทพฯ” นายอนุชา กล่าว

ทั้งนี้ ภายหลังการสัมภาษณ์ นายอนุชาและคณะผู้บริหารพรรคได้ขึ้นรถขบวนแห่เคลื่อนออกจากพรรคประชาธิปัตย์มุ่งหน้าสู่ตลาด อ.ต.ก. บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักท่ามกลางกำลังใจจากพี่น้องประชาชน โดยมีแกนนำพรรคคนสำคัญร่วมขบวนอย่างพร้อมหน้า เพื่อพบปะพ่อค้าแม่ค้าและผู้มาจับจ่ายใช้สอย ที่ให้ความสนใจสอบถามนโยบายตลอดเส้นทาง ก่อนจะเดินทางไปยังงาน “สหกรุ๊ปแฟร์” (Saha Group Fair) ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าขนาดใหญ่ที่มีประชาชนเข้าชมงานจำนวนมาก นายอนุชาได้เดินเยี่ยมชมบูธสินค้าและพบปะผู้ประกอบการ พร้อมถือโอกาสรณรงค์นโยบายเศรษฐกิจและการสร้างโอกาสให้คนตัวเล็กตัวน้อยได้รับทราบถึงแนวทางการพัฒนาเมือง อีกทั้ง ยังได้รับฟังปัญหาและนำเสนอแนวทางการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ผู้ค้ารายย่อย ถือเป็นการปิดภารกิจช่วงเช้าอย่างเข้มข้นและมุ่งมั่นตามแนวทางความเป็นประชาธิปัตย์ที่ยึดถือการเข้าถึงประชาชนในทุกพื้นที่

อัครนันท์ สั่งสอบด่วน ปมเปลี่ยนบัญชีครูผู้ช่วย ทำสาวลาออกจากงานเก้อ

อัครนันท์ สั่งสอบด่วน ปมเปลี่ยนบัญชีครูผู้ช่วย ทำสาวลาออกจากงานเก้อ

อัครนันท์ สั่งสอบด่วน ปมเปลี่ยนบัญชีครูผู้ช่วย ทำสาวลาออกจากงานเก้อ

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.31 น.

“อัครนันท์” ไม่ปล่อยผ่าน สั่งสอบด่วนปมเปลี่ยนบัญชีสอบครูผู้ช่วย หลังสาวลาออกจากงานรอรับราชการแต่ชวดบรรจุ ย้ำโปร่งใสต้องมาก่อน หากรัฐทำประชาชนเสียหาย ต้องรับผิดชอบ พร้อมเยียวยาให้ความเป็นธรรม

นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยถึงกรณีที่ผู้ใช้เฟสบุ๊คชื่อ  NuNim Worasan โฟสข้อความว่าตน นางสาวชณัฐดา วรสาร ผู้สอบผ่านการคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครู ตำแหน่งครูผู้ช่วย โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สวนกุหลาบวิทยาลัย สมุทรปราการ ได้ตัดสินใจลาออกจากงานเดิม พร้อมเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางและที่พักเพื่อเตรียมเข้ารับราชการ แต่ภายหลังกลับได้รับแจ้งว่ามีการเปลี่ยนแปลงลำดับบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ หลังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสมุทรปราการ (สพม.สมุทรปราการ) ออกประกาศฉบับใหม่ยกเลิกบัญชีเดิม จนเกิดข้อสงสัยถึงความชอบด้วยกฎหมายและความโปร่งใสของกระบวนการ

อัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์

นายอัครนันท์ กล่าวว่า ท่านประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และตนได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวแล้ว และไม่นิ่งนอนใจ เนื่องจากเป็นกรณีที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตและอนาคตของผู้สอบแข่งขันได้โดยตรง จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอย่างละเอียด โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการยกเลิกบัญชีผู้สอบแข่งขัน และกระบวนการดำเนินการทั้งหมดว่าถูกต้อง โปร่งใส และเป็นไปตามระเบียบหรือไม่

“ผมเข้าใจความรู้สึกของผู้ที่ได้รับผลกระทบ เพราะการตัดสินใจลาออกจากงานเพื่อมารับราชการ ไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่เป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญของชีวิต หากเกิดความผิดพลาดจากกระบวนการของภาครัฐ ผู้ได้รับผลกระทบไม่ควรต้องเป็นผู้แบกรับผลเพียงลำพัง”นายอัครนันท์ กล่าว นายอัครนันท์ ยังกล่าวย้ำว่า กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญกับหลักธรรมาภิบาลและความโปร่งใสในการบริหารราชการ หากพบว่ามีขั้นตอนใดดำเนินการไม่ถูกต้อง หรือส่งผลกระทบต่อสิทธิของผู้สอบแข่งขันได้ จะดำเนินการแก้ไขและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอย่างเต็มที่ โดยไม่เลือกปฏิบัติเพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องของคนคนหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของความเชื่อมั่นต่อระบบราชการ ทุกคนที่สอบได้ด้วยความสามารถ ต้องได้รับความเป็นธรรม และทุกคำสั่งของหน่วยงานรัฐต้องตรวจสอบได้

อัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์

นายอัครนันท์ กล่าวอีกว่า ได้กำชับให้เร่งสรุปข้อเท็จจริงโดยเร็ว เพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับคำตอบที่ชัดเจน หากพบว่ามีการดำเนินการที่ไม่ถูกต้องจนทำให้ผู้สอบแข่งขันได้รับความเสียหาย กระทรวงศึกษาธิการจะพิจารณาแนวทางเยียวยาตามกรอบกฎหมายอย่างเหมาะสม เพราะผู้ที่ปฏิบัติตามขั้นตอนทุกอย่างโดยสุจริต ไม่ควรต้องเป็นผู้แบกรับผลกระทบจากความผิดพลาดของระบบราชการ พร้อมย้ำว่าความเป็นธรรมไม่ได้จบแค่การตรวจสอบ แต่ต้องรวมถึงการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบด้วย หากรัฐทำให้ประชาชนเสียหาย รัฐก็ต้องรับผิดชอบและหาทางออกอย่างเป็นธรรมที่สุด

อัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์
อัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์
อัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์

เปิดตลาดใหม่ รัฐบาลรุกคืบดึงคาซัคสถานเป็น ‘หุ้นส่วนยุทธศาสตร์’ ประตูเชื่อมเศรษฐกิจยูเรเซีย

เปิดตลาดใหม่ รัฐบาลรุกคืบดึงคาซัคสถานเป็น 'หุ้นส่วนยุทธศาสตร์' ประตูเชื่อมเศรษฐกิจยูเรเซีย

เปิดตลาดใหม่ รัฐบาลรุกคืบดึงคาซัคสถานเป็น ‘หุ้นส่วนยุทธศาสตร์’ ประตูเชื่อมเศรษฐกิจยูเรเซีย

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.16 น.

รัฐบาลรุกตลาดใหม่รับเศรษฐกิจโลกผันผวน เชื่อมคาซัคสถานสู่ยูเรเซีย เพิ่มโอกาสการค้า การลงทุน สร้างงานให้คนไทย

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายการทูตเศรษฐกิจเชิงรุก เพื่อเปิดตลาดใหม่ให้ผู้ประกอบการไทย กระจายความเสี่ยงด้านการส่งออก และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจในภูมิภาคที่มีศักยภาพสูง โดยเฉพาะเอเชียกลางและภูมิภาคยูเรเซีย ซึ่งกำลังก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางการค้า การลงทุน พลังงาน และการขนส่งที่เชื่อมโยงหลายภูมิภาคของโลกแนวทางดังกล่าวเป็นการต่อยอดจากภารกิจของนายกรัฐมนตรีในการเยือนสหพันธรัฐรัสเซีย ระหว่างวันที่ 17–18 มิถุนายน 2569 ซึ่งได้ใช้เวทีการประชุมอาเซียน–รัสเซีย ผลักดันความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างอาเซียนกับภูมิภาคยูเรเซีย พร้อมยืนยันการสนับสนุนการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย–สหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย (Thai–EAEU FTA) เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าและการลงทุนของไทยในระยะยาว

เศรษฐกิจ

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย (EAEU) ซึ่งประกอบด้วย 5 ประเทศ ได้แก่ รัสเซีย คาซัคสถาน เบลารุส อาร์เมเนีย และคีร์กีซสถาน มีประชากรรวมกว่า 180 ล้านคน และเป็นประตูสำคัญที่เชื่อมเอเชียกลาง รัสเซีย ยุโรป และจีน จึงเป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพในการขยายการส่งออกของไทย และช่วยกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดเดิม

นางสาวรัชดา กล่าวว่า ความคืบหน้าล่าสุดคือการเยือนสาธารณรัฐคาซัคสถานของนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งได้หารือกับประธานาธิบดีคาซัคสถาน และเห็นพ้องยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศสู่การเป็น “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์” คาซัคสถานถือเป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียกลาง และเป็นศูนย์กลางของเส้นทางขนส่ง Middle Corridor ซึ่งเชื่อมการค้าระหว่างเอเชียกับยุโรป ทำให้ไทยสามารถใช้เป็นประตูสู่ตลาดใหม่ในภูมิภาคยูเรเซียได้อย่างมีประสิทธิภาพ รัฐบาลมองเห็นโอกาสความร่วมมือในหลายสาขา ทั้งอุตสาหกรรมอาหาร การแปรรูปสินค้าเกษตร โรงแรม สปาและ Wellness ตลอดจนความร่วมมือด้านพลังงาน วัตถุดิบปิโตรเคมี และแร่หายาก ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น รถยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ที่รัฐบาลกำลังเร่งผลักดันให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตสำคัญของภูมิภาค

นางสาวรัชดา กล่าวว่า จากนี้รัฐบาลจะบูรณาการการทำงานระหว่างกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งสร้างเครือข่ายทางเศรษฐกิจ เปิดตลาดใหม่ และดึงดูดการลงทุนจากประเทศที่มีศักยภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยมีตลาดใหม่ ห่วงโซ่อุปทานใหม่ และโอกาสการลงทุนใหม่ รองรับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก

“รัฐบาลกำลังเร่งขับเคลื่อนการทูตเศรษฐกิจเชิงรุก เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้เศรษฐกิจไทย ด้วยการเปิดตลาดใหม่ กระจายความเสี่ยงด้านการส่งออก และลดการพึ่งพาตลาดเดิมที่เผชิญข้อจำกัดจากมาตรการภาษีและกีดกันทางการค้า เป้าหมายไม่ใช่เพียงเพิ่มตัวเลขการค้า แต่คือการสร้างรายได้ สร้างงาน และสร้างโอกาสใหม่ให้ประชาชนและผู้ประกอบการไทยในระยะยาว” นางสาวรัชดา กล่าว

ชัชชาติ ลุยทริปทัวร์ทั่วกรุง ชูสโลแกนต้องเป็น ผู้ว่าฯ 24 ชั่วโมง

ชัชชาติ ลุยทริปทัวร์ทั่วกรุง ชูสโลแกนต้องเป็น ผู้ว่าฯ 24 ชั่วโมง

ชัชชาติ ลุยทริปทัวร์ทั่วกรุง ชูสโลแกนต้องเป็น ผู้ว่าฯ 24 ชั่วโมง

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 09.45 น.

“ชัชชาติ” ลุยหาเสียงสุดท้าย เดิน วิ่ง ปั่น ขึ้นรถแห่ ไลฟ์สด สำรวจกรุงเทพฯ ชูนโยบายดูแลเมืองทุกด้าน ย้ำผู้ว่าฯ ไม่ใช่ผู้ว่าฯ แค่เวลาราชการ แต่ต้องเป็น ”ผู้ว่าฯ 24 ชั่วโมง” 

27 มิ.ย.69  นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครฯ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เบอร์ 9 เริ่มกิจกรรมเช้าด้วยการวิ่งออกกำลังกาย ณ สวนลุมพินี ในช่วงเวลา 05.00 น. เพื่อเตรียมพร้อมลุยกิจกรรมหาเสียงต่อช่วงกลางวัน ในแคมเปญ  “ทริปทั่ว กทม. โค้งสุดท้ายหาเสียงทั่วเมือง“ 24 ชั่วโมง” บรรยากาศการลงพื้นที่ตลอดคืนที่ผ่านมา นายชัชชาติ พร้อมทีม “กรุงเทพฯ ทำงาน” ลุยหาเสียงสำรวจชีวิตคนเมืองและคนทำงานกะดึก ที่ขับเคลื่อนและดูแลกรุงเทพฯ ในช่วงกลางคืน  พร้อมสะท้อนแนวคิด “ผู้ว่าฯ 24 ชั่วโมง” 

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

โดยภารกิจสุดท้ายนี้ มีทั้งเดินเท้าจากสกายวอล์กช่องนนทรี ไปสวนลุมพินี ขึ้นรถไฟฟ้า MRT จากสถานีสีลมไปยังสถานีสนามไชย ปั่นจักรยานสาธารณะ  Bike Sharing  สำรวจย่านเมืองเก่า อาทิ ปากคลองตลาด ย่านสามแพร่ง เสาชิงช้า ประตูผี สำราญราษฎร์ สิ้นสุดที่วังเดิม 13 ห้าง ดูบรรยากาศกรุงเทพฯ และชีวิตคนยามค่ำคืน จากนั้นขึ้นรถแห่ติดไฟนีออนสีเขียว สำรวจชีวิตคนเมืองยามดึกไปตามเส้นทาง

กิจกรรมนี้ไม่ได้เป็นเพียงการหาเสียงให้ครบเส้นทาง แต่เป็นการออกไปดูว่า กรุงเทพฯ หลังเลิกงานยังมีใครอีกบ้าง ที่กำลังขับเคลื่อนเมือง โดยมุ่งสำรวจระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ทั้งแสงสว่างบนท้องถนน ความปลอดภัยตามทางเดิน และรับฟังปัญหาจากกลุ่มคนที่ช่วยขับเคลื่อนเมืองในยามค่ำคืน ไม่ว่าจะเป็นพ่อค้าแม่ค้า พนักงานกะดึก เจ้าหน้าที่บุคคลากรทางการแพทย์ และพนักงานเก็บขยะ เพื่อย้ำว่าเมืองไม่ได้มีชีวิตเฉพาะช่วงกลางวัน และปัญหาของประชาชนก็ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะเวลาราชการ

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

นายชัชชาติ ระบุว่า การลงพื้นที่กลางคืนเป็นโอกาสสำคัญในการมองเห็นกรุงเทพฯ อีกด้านหนึ่ง เพราะยังมีคนจำนวนมากที่ใช้ชีวิตคนละช่วงเวลากับคนทั่วไป ทั้งคนทำงานกลางคืน คนเดินทางกลับบ้านช่วงดึก และเจ้าหน้าที่ที่ต้องดูแลความปลอดภัยของเมืองตลอดเวลา พร้อมย้ำว่า “ผู้ว่าฯ ไม่ใช่ผู้ว่าฯ 12 ชั่วโมง แต่ต้องเป็นผู้ว่าฯ 24 ชั่วโมง”

แนวคิดนี้เชื่อมโยงกับนโยบาย “เมืองปลอดภัย ดูแลคน 24 ชั่วโมง” ที่ความปลอดภัยของเมืองต้องเกิดจากระบบที่ทำงานร่วมกันตลอดเวลา ตั้งแต่ไฟส่องสว่างที่ต้องพร้อมใช้งาน กล้อง CCTV ที่ช่วยเฝ้าระวัง เทศกิจที่ออกตรวจพื้นที่เสี่ยง ศูนย์เอราวัณ 1669 ที่ดูแลเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ สถานีดับเพลิงและกู้ภัยที่ต้องเข้าถึงเหตุให้เร็ว ไปจนถึงเจ้าหน้าที่เก็บขยะที่ทำให้เมืองกลับมาพร้อมใช้ในเช้าวันใหม่

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

ในเรื่องไฟส่องสว่าง กทม. ได้เปลี่ยนหลอดไฟเป็น LED ไปแล้ว 115,000 ดวง แก้ปัญหาไฟริมถนนผ่าน Traffy Fondue ไปแล้วกว่า 67,000 เคส และมีนโยบายเดินหน้าเปลี่ยน LED เพิ่มอีก 100,000 ดวงในจุดมืด 

ด้านการเฝ้าระวังเมือง กทม. มีกล้อง CCTV ประมาณ 64,500 ตัว และมีแผนขยายกล้องของ กทม. ให้ครบ 100,000 ตัว พร้อมเชื่อมเครือข่ายกล้องเอกชนอีก 300,000 ตัวทั่วกรุงเทพฯ รวมถึงใช้ AI ช่วยวิเคราะห์เหตุการณ์ จุดเสี่ยง ความปลอดภัย และสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อให้เมืองตอบสนองปัญหาได้เร็วขึ้น

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

ขณะเดียวกัน ยังมีการใช้ BKK Risk Map หรือแผนที่จุดเสี่ยงเมือง เพื่อระบุพื้นที่อันตรายและปรับปรุงสภาพแวดล้อม เช่น เพิ่มไฟ ติดกล้อง ตัดแต่งต้นไม้ลดจุดอับสายตา และจัดเทศกิจตรวจตราตามระดับความเสี่ยง โดยมีการระบุจุดเสี่ยงประมาณ 300 จุด และแก้ไขแล้ว 279 จุด

สำหรับเหตุฉุกเฉิน เมืองต้องมีระบบพร้อมรับมือทั้งกลางวันและกลางคืน ตั้งแต่แผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยระดับเขต แผนเผชิญเหตุชุมชน คู่มือประชาชน ไปจนถึงทีมกู้ชีพ กู้ภัย แพทย์ฉุกเฉิน ทีม USAR ทีม Hazmat นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ และสัตวแพทย์ ที่ต้องเข้ามาดูแลผู้ประสบภัยให้ครบทุกมิติเมื่อเกิดเหตุใหญ่

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

นอกจากนี้ ยังมีระบบบริการสุขภาพสำหรับคนนอกเวลาปกติ ทั้งศูนย์เอราวัณ สายด่วน 1669, Line หมอ กทม., บริการ UMSC, คลินิกนอกเวลา และแผนขยายบริการทางการแพทย์ให้รองรับพนักงานกะกลางคืนมากขึ้น เพื่อให้คนที่ใช้ชีวิตคนละเวลากับคนส่วนใหญ่ยังเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้

อีกภาพหนึ่งที่เห็นชัดในกิจกรรมกลางคืนคือ “คนเก็บขยะ” ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่ทำให้เมืองพร้อมใช้งานก่อนเช้า กทม. มีเส้นทางเก็บขยะครอบคลุม 50 เขต โดยหลายพื้นที่เริ่มเก็บตั้งแต่ช่วงเย็นถึงเช้ามืด และในช่วงวิกฤตฝุ่น PM2.5 ยังต้องเร่งเก็บให้เสร็จก่อน 04.00 น. เพื่อลดผลกระทบต่อการจราจรและการใช้ชีวิตของประชาชน

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

ขณะเดียวกัน ที่ห้องส่งสัญญาณถ่ายทอดสดบริเวณสามย่าน ทีมงาน “กรุงเทพฯ ทำงาน” ได้จัดรายการสดสลับกับภาพการลงพื้นที่ ตั้งแต่เวลา 01.00-04.00 น. นำเสนอนโยบายและรีแคปการทำงานตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา และเปิดพื้นที่ให้ประชาชนร่วมสะท้อนปัญหาเมืองในรูปแบบต่าง ๆ อาทิ รายการคลับไนท์เดย์ รายการศึกชิงทุนเด็ก ป.9 รายการข่าว 9 มุม รวมถึงรายการ The Ghost Policy “ไม่อยากให้เมืองหลอน ต้องตื่นมาเลือกตั้ง” เป็นการสลับให้ทีมภาคสนามและนายชัชชาติได้พักผ่อนร่างกายระยะสั้นบนรถ  

สำหรับกิจกรรม “ทริปทัวร์ทั่วกรุง” 24 ชั่วโมง จะดำเนินต่อเนื่องไปจนถึงเวลา 17.00 น. ของวันนี้  สามารถติดตามได้ทางเพจเฟซบุ๊ก “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” และยูทูบ “ทีมชัชชาติ” https://www.facebook.com/chadchartofficial, https://www.youtube.com/@teamchadchart

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

ไทยลุยปั้นฮับเซมิคอนดักเตอร์ ยศชนัน นำทีมไทย เสนอ กฎหมายชิปอาเซียน หวังดึงเม็ดเงินลงทุนระดับโลก

ไทยลุยปั้นฮับเซมิคอนดักเตอร์ ยศชนัน นำทีมไทย เสนอ กฎหมายชิปอาเซียน หวังดึงเม็ดเงินลงทุนระดับโลก

ไทยลุยปั้นฮับเซมิคอนดักเตอร์ ยศชนัน นำทีมไทย เสนอ กฎหมายชิปอาเซียน หวังดึงเม็ดเงินลงทุนระดับโลก

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 09.33 น.

รัฐบาลลุยผลักดัน “กฎหมายชิปอาเซียน” รวมพลังภูมิภาค ดึงลงทุนเทคโนโลยี ปั้นไทยฮับเซมิคอนดักเตอร์

“ยศชนัน” นำไทยผลักดันร่างกฎหมาย ASEAN CHIPS ACT เชื่อมอุตสาหกรรมชิปอาเซียนเป็นหนึ่งเดียว เพิ่มโอกาสลงทุน พัฒนาคน ใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน และยกระดับขีดความสามารถแข่งขันของภูมิภาคบนเวทีโลก

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าผลักดันประเทศไทยสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงของภูมิภาค โดยในการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ครั้งที่ 22 (AMMSTI-22) ณ นครหลวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในฐานะผู้แทนประเทศไทย ได้เสนอ ร่างกฎหมาย ASEAN CHIPS ACT (ACA) เพื่อสร้างกรอบความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของอาเซียนให้เชื่อมโยงเป็นระบบเดียว และยกระดับศักยภาพการแข่งขันของภูมิภาคในอุตสาหกรรมชิปโลก

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ประเทศไทยได้จัดทำร่างกรอบแนวคิด (Concept Note) ของ ASEAN CHIPS ACT แล้ว และเตรียมเสนอให้ประเทศสมาชิกอาเซียนร่วมพิจารณา โดยมีเป้าหมายสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ที่เชื่อมโยงกันทั้งภูมิภาค ตั้งแต่การพัฒนาบุคลากร การวิจัยและนวัตกรรม การใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน การเสริมความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน ตลอดจนการกำหนดมาตรฐานร่วม เพื่อให้อาเซียนสามารถแข่งขันในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงได้อย่างเข้มแข็ง

ชิปอาเซียน

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

ข้อเสนอของไทยยังมุ่งผลักดันการพัฒนาและแลกเปลี่ยนบุคลากรด้านเซมิคอนดักเตอร์ สนับสนุนการเข้าถึงห้องปฏิบัติการและเครื่องมือออกแบบวงจรร่วมกัน พร้อมสร้างเครือข่ายวิจัยและศูนย์ความเป็นเลิศในภูมิภาค รวมถึงส่งเสริมกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ ไทยยังประกาศความพร้อมเป็นศูนย์กลางการฝึกอบรมด้านเซมิคอนดักเตอร์ของอาเซียน เพื่อสนับสนุนการพัฒนากำลังคนและยกระดับศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของภูมิภาค รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ดิจิทัล และอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวว่า ปัจจุบันเซมิคอนดักเตอร์เป็นหัวใจสำคัญของเทคโนโลยีสมัยใหม่ ตั้งแต่สมาร์ตโฟน รถยนต์ไฟฟ้า ปัญญาประดิษฐ์ ไปจนถึงศูนย์ข้อมูล (Data Center) การผลักดัน ASEAN CHIPS ACT จึงเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความแข็งแกร่งให้ห่วงโซ่อุปทานของอาเซียน เพิ่มโอกาสดึงดูดการลงทุน พัฒนาบุคลากรทักษะสูง และยกระดับประเทศไทยสู่ฐานการผลิตและนวัตกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงของภูมิภาค ซึ่งจะช่วยเสริมความสามารถในการแข่งขันและสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว

บทเรียน ‘สึนามิทุเรียน’ มาเลเซียดิ่งลูกละ4บ. สะท้อนวิสัยทัศน์ ‘ศุภจี’ ช่วยพยุงราคาทุเรียนไทยทันเวลา

บทเรียน 'สึนามิทุเรียน' มาเลเซียดิ่งลูกละ4บ. สะท้อนวิสัยทัศน์ 'ศุภจี' ช่วยพยุงราคาทุเรียนไทยทันเวลา

บทเรียน ‘สึนามิทุเรียน’ มาเลเซียดิ่งลูกละ4บ. สะท้อนวิสัยทัศน์ ‘ศุภจี’ ช่วยพยุงราคาทุเรียนไทยทันเวลา

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 09.28 น.

เพจ Thailand FACT Today เปิดเผยสถานการณ์ตลาดผลไม้ที่กำลังเป็นกระแสจับตาในขณะนี้ หลัง ราคาทุเรียนมาเลเซีย เผชิญวิกฤตราคาตกต่ำอย่างรุนแรงจนเหลือเพียงลูกละ 4 บาท ในขณะที่ ราคาทุเรียนไทย ยังคงประคองตัวได้อย่างแข็งแกร่ง ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากโมเดลการบริหารจัดการและเร่งระบายผลผลิตของ คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ ที่เคยถูกวิพากษ์วิจารณ์ในอดีต โดยระบุว่า 

” ทุเรียนมาเลเซียเจอศึกหนัก เหลือลูกละ 4 บาท ส่วนทุเรียนไทยโชคดี มีศุภจี มาช่วยทันเวลา

จำได้ไหม…ช่วงหนึ่งมีคนวิจารณ์กันหนัก เมื่อศุภจี นำภาครัฐร่วมกับภาคเอกชนผลักดันให้ขายทุเรียนผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ นำทุเรียนตกเกรดมาขายได้ราคา ไปพร้อมกับเร่งปิดดิลส่งออก

ไอ้ตอนที่เอาทุเรียนจิ๋วมาขาย แหม เสียงดัง นักวิจารณ์เจื้อยแจ้ว หาว่า นี่คือการลดคุณค่าราชาแห่งผลไม้ บางคนบอกว่าเอาทุเรียนเกรดส่งออกมาขายถูก ๆ คือการทำลายราคาทุเรียนไทย

แต่ที่สุด ต้องยอมรับ ว่าช่วยระบายทุเรียนได้จริง แต่วันนี้ ลองหันไปดูสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในมาเลเซีย มาเลเซียกำลังเผชิญปรากฏการณ์ที่สื่อเรียกว่า “สึนามิทุเรียน”

ผลผลิตออกมาพร้อมกันจำนวนมหาศาล ขณะที่การส่งออกบางส่วนสะดุด ตลาดถูกไทยชิงตัดหน้าไปแล้ว ทำให้ทุเรียนทะลักกลับเข้าตลาดภายในประเทศ จนผู้ค้าต้องเร่งระบายสินค้า เพราะทุเรียนเก็บไว้ได้นานไม่ได้ ผลคือราคาดิ่งลงอย่างรุนแรง

ทุเรียน มูซังคิง ที่เคยขายได้ประมาณ 90 ริงกิตต่อกิโลกรัม หรือกว่า 700 บาท วันนี้เหลือเพียง 6-9 ริงกิตต่อกิโลกรัม หรือประมาณ 50-70 บาท ลดลงเกือบ 90% ส่วน หนามดำ ก็เหลือเพียงประมาณ 13 ริงกิตต่อกิโลกรัม หรือราว 100 บาท พันธุ์ 101 และ กุ้งแดง เหลือเพียง ลูกละประมาณ 15 บาท หนักที่สุดคือ ทุเรียนพื้นบ้าน ที่บางพื้นที่เหลือเพียง ลูกละ 0.50 ริงกิต หรือประมาณ 4 บาท เท่านั้น นี่คือภาพของตลาดที่ไม่มีแรงดูดซับเพียงพอ เมื่อผลผลิตออกมาพร้อมกัน

ย้อนกลับมาที่ประเทศไทย

การนำทุเรียนมาขายผ่านออนไลน์ การจัดแคมเปญกระตุ้นการบริโภค การเปิดตลาดให้คนไทยเข้าถึงทุเรียนคุณภาพดี และการช่วยระบายผลผลิต ไม่ใช่เรื่องของการลดคุณค่าทุเรียนไทย
แต่มันคือการสร้าง “ดีมานด์”

คือการทำให้มีคนซื้อเพิ่มขึ้น ในช่วงที่ผลผลิตกำลังออกจำนวนมาก สินค้าเกษตรไม่ใช่ของที่เก็บไว้ได้เป็นปี ยิ่งขายได้เร็วเท่าไร โอกาสที่ราคาจะทรุดทั้งระบบก็ยิ่งน้อยลงเท่านั้น

แน่นอนว่า การที่ราคาทุเรียนไทยยังประคองตัวได้ ไม่ได้เกิดจากมาตรการใดมาตรการหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากหลายปัจจัย ทั้งการส่งออก การบริหารจัดการผลผลิต และการกระตุ้นตลาดภายในประเทศ

แต่สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ คุณค่าจากการทำงานของศุภจี มันชัด การช่วยสร้างตลาด การเร่งระบายผลผลิต และการกระตุ้นให้คนไทยบริโภคทุเรียนมากขึ้น เป็นส่วนหนึ่งของการช่วยพยุงตลาดในช่วงเวลาสำคัญ วันนี้ภาพของมาเลเซียจึงเป็นบทเรียนที่ชัดเจน การรักษาราคาสินค้าเกษตร ไม่ใช่การปล่อยให้สินค้าวางรอคนมาซื้อในราคาแพง แต่คือการทำให้ตลาดมันรัน ทำให้ของหมุน และทำให้ผลผลิตไปถึงมือผู้บริโภคให้เร็วที่สุด

บางครั้ง…สิ่งที่เคยถูกวิจารณ์ว่า “ขายถูกเกินไป” บางครั้งคนทีเคยโดนค่อนแคะอย่าง ศุภจี

อาจเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ช่วยให้ราคาทุเรียนไทยไม่ต้องเจอกับภาพเดียวกับที่กำลังเกิดขึ้นในมาเลเซียวันนี้ ” 


ขอบคุณ Thailand FACT Today

อโกด้าการันตี เมืองไทยฮิตติดลมบน รัฐบาลดันนโยบาย Thailand 365 Days เที่ยวได้ทั้งปี

อโกด้าการันตี เมืองไทยฮิตติดลมบน รัฐบาลดันนโยบาย Thailand 365 Days เที่ยวได้ทั้งปี

อโกด้าการันตี เมืองไทยฮิตติดลมบน รัฐบาลดันนโยบาย Thailand 365 Days เที่ยวได้ทั้งปี

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 09.05 น.

 อโกด้าชี้หลายเมืองไทยครองใจนักท่องเที่ยวเอเชีย รัฐบาลเดินหน้าปั้น “Thailand 365 Days” รับกระแสเที่ยวไทยแรง  เร่งยกระดับสู่มาตรฐานโลก

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย “Thailand 365 Days” หรือประเทศไทยที่ท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี เพื่อสร้างการเติบโตของภาคการท่องเที่ยวอย่างมีคุณภาพ สอดคล้องกับแนวโน้มความนิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่มองหาจุดหมายปลายทางซึ่งมีความหลากหลาย ทั้งด้านธรรมชาติ วัฒนธรรม อาหาร และประสบการณ์ท้องถิ่น
ทั้งนี้ ข้อมูลจากอโกด้า แพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการท่องเที่ยว ระบุว่า ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 ประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวเอเชีย โดยกรุงเทพมหานคร พัทยา ภูเก็ต เชียงใหม่ หัวหิน และชะอำ ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ขณะที่แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ เช่น เขาใหญ่ นครนายก และกาญจนบุรี ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น สะท้อนว่าประเทศไทยมีศักยภาพในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ และสามารถกระจายรายได้สู่เมืองรองและชุมชนได้มากขึ้น

รัชดา ธนาดิเรก

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลจะต่อยอดกระแสความนิยมดังกล่าว ด้วยการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวเข้ากับสินค้า GI สินค้าชุมชน อาหาร วัฒนธรรม ประเพณี และอัตลักษณ์ท้องถิ่น เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้ประชาชนในพื้นที่ พร้อมผลักดันการท่องเที่ยวมูลค่าสูง ดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพให้เดินทางซ้ำ พำนักนานขึ้น และใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุลได้รายงานต่อนายกรัฐมนตรีว่า กระทรวงมีความพร้อมขับเคลื่อนการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติและแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานตามเกณฑ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนระดับโลก (GSTC) ภายใต้ Thailand Green Tourism Plan 2030 เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยมีแหล่งท่องเที่ยวติด TOP100 แหล่งท่องเที่ยวยั่งยืนของโลก และยกระดับภาพลักษณ์ประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางคุณภาพระดับสากล

ท่องเที่ยว

ภาพปรระกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

ทั้งนี้ การดำเนินงานเริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรมแล้ว โดยอุทยานแห่งชาติดอยภูคา จังหวัดน่าน ได้รับรางวัล Green Destinations Awards 2026 สะท้อนศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยวไทยในการพัฒนาตามมาตรฐานสากล และเป็นต้นแบบในการยกระดับแหล่งท่องเที่ยวอื่นทั่วประเทศ

“รัฐบาลเชื่อว่าจุดแข็งของประเทศไทยไม่ได้มีเพียงสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม แต่ยังรวมถึงอาหาร วัฒนธรรม วิถีชีวิต และการบริการที่เป็นเอกลักษณ์ จึงเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ระบบคมนาคม ความปลอดภัย มาตรฐานการบริการ และจัดเทศกาลกับกิจกรรมตลอดทั้งปี เพื่อให้ประเทศไทยเป็น Destination Thailand หรือประเทศที่นักท่องเที่ยวเดินทางมาได้ตลอด 365 วัน สร้างการเดินทางซ้ำ กระจายรายได้สู่ทุกภูมิภาค และขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวให้เติบโตอย่างยั่งยืน” นางสาวรัชดา กล่าว