ชัชชาติ ปราศรัยหน้าสวนลุมพินี กางแผนเพิ่มสวนสาธารณะ-ขยาย Hawker Center ครบ 50 เขต

ชัชชาติ ปราศรัยหน้าสวนลุมพินี กางแผนเพิ่มสวนสาธารณะ-ขยาย Hawker Center ครบ 50 เขต

ชัชชาติ ปราศรัยหน้าสวนลุมพินี กางแผนเพิ่มสวนสาธารณะ-ขยาย Hawker Center ครบ 50 เขต

วันศุกร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 20.32 น.

“ชัชชาติ” ปราศรัยจุด2 หน้าสวนลุม กางแผนเพิ่มสวนสาธารณะเอาใจคนรักสุขภาพ เล็งใช้ AI ต่อยอด Traffy Fondue วิเคราะห์จุดอ่อน 50 เขต ย้ำ! ใครบอกนอนมาอย่าเชื่อ ปลุกออกไปเลือกตั้ง 28 มิ.ย.

วันที่ 26 มิ.ย.69 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครฯ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ปราศรัยบนลังไม้ จุด 2 ที่ลานหน้าสวนลุมพินี ในแคมเปญ  “ทริปทั่ว กทม. โค้งสุดท้ายหาเสียงทั่วเมือง“ 24 ชั่วโมง” โดยกล่าวว่า

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

“วันที่ 28 มิ.ย.นี้ ตนเองจะไปรออยู่คูหาเพราะมีรูปทุกคูหา บัตรสีเขียวกาเบอร์ 9 ส่วน ส.ก.บัตรสีชมพู อยากเลือกใครก็เลือก  แต่ขอให้เลือกคนที่ไม่โกงและดูแลประชาชนดี ๆ ”

นายชัชชาติ ปราศรัยถึงนโยบายสวนสาธารณะ ว่า ถือเป็นเรื่องใหญ่เพราะเป็นพื้นที่ที่ประชาชนออกมาออกกำลังกายและพักผ่อนหย่อนใจ  เรามีนโยบายเพิ่มสวนสาธารณะแห่งใหญ่ 6 แห่ง ขยายสวน 15 นาทีให้ครบ 500 สวน ขยายศูนย์กีฬาและศูนย์นันทนาการเพิ่มอีก 10 แห่ง ปัจจุบันมีอยู่ 44 แห่งให้เยาวชนมีพื้นที่ออกกำลังกาย เราจะเพิ่มลานกีฬาจาก 317 แห่งเป็น 500 แห่งทั่วโลกกรุงเทพฯ และปลูกต้นไม้เพิ่ม 2 ล้านต้น ทั้งยังจะปรับปรุงทางเท้าเพิ่มอีก 1,000 กิโลเมตร 

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

ทั้งนี้ที่สวนลุมพินียังมี Hawker Center ศูนย์อิ่มท้องราคาไม่แพงค่าเช่าไม่แพง คนกินอยู่ได้ คนขายอยู่ดี อิ่มทั้งคนซื้อคนขาย โดยมีแผนจะขยายไปยัง 50 เขต  เพื่อให้ประชาชนมีพื้นที่หากิน 

นายชัชชาติ กล่าวต่อว่า กทม.ไม่สามารถมีนโยบายน้อย ๆ ได้ เพราะเรามี 10 ล้านคนที่ต้องดูแล แต่ละคนมีปัญหาต่างกันไป  ดังนั้นนโยบายจะต้องตอบโจทย์พี่น้องประชาชน ซึ่งถ้าอยากจะให้เพิ่มนโยบายอะไร ขอให้บอก ส่วนแพลตฟอร์ม Traffy Fondue 4 ปี มีคนแจ้งข้อมูลเข้ามา 1.3 ล้านเรื่อง ปัจจุบันแก้ไปแล้ว 1 ล้านเรื่อง เป็นการให้อำนาจประชาชน 24 ชั่วโมง เราจะทำต่อขยายผลเชิงรุกมากขึ้น โดยนำ AI  มาวิเคราะห์ว่าจุดอ่อนของแต่ละเขต 

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

“สัญญาไหมว่าจะไปเลือกตั้ง บอกพ่อแม่พี่ป้าน้าอาด้วย ใครบอกนอนมา อย่าไปเชื่อ อยู่บ้านก็ได้นอนมาจริง ๆ ได้นอนยาว  อยากให้มาแสดงพลังมืดฟ้ามัวดิน ผู้ว่าฯ ต้องเจอกับคนอื่นเยอะ หลายหน่วยงาน หากได้คะแนนเยอะก็จะได้คำสั่งจากประชาชน ขอให้ไปเลือกให้ถล่มทลาย 80% ยิ่งดี” 

จากนั้นนายชัชชาติ และนายแสนปิติ สิทธิพันธุ์ บุตรชาย พร้อมกับทีมกรุงเทพฯ ทำงาน ได้เดินเข้าไปบริเวณลานแอโรบิกสวนลุมพินี เพื่อทักทายกับประชาชนที่มาออกกำลังกาย โดยช่วงหนึ่งนายแสนปิติ ร่วมเต้นแอโรบิกประกอบเพลงด้วย 

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

วิโรจน์ ปลุกคนกรุงฯ เลือก ผู้ว่าฯ-ส.ก. พรรคประชาชนยกทีม

วิโรจน์ ปลุกคนกรุงฯ เลือก ผู้ว่าฯ-ส.ก. พรรคประชาชนยกทีม

วิโรจน์ ปลุกคนกรุงฯ เลือก ผู้ว่าฯ-ส.ก. พรรคประชาชนยกทีม

วันศุกร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 20.28 น.

‘วิโรจน์’ ปลุกคนกรุง เลือกผู้ว่าฯ-ส.ก. พรรคส้ม ทำงานเป็นทีมรู้ใจ ย้ำที่ผ่านมาไม่เคยมี ส.ก.อิสระจริง ยกเว้นอิสระจากความทุกข์ของประชาชน แต่แนบแน่นผู้รับเหมา แนะเอ็กซ์เรย์ 50 เขต เจอทิ้งงานเยอะ ส่อเป็น ส.ก.งาบงบฯ พัฒนาเมืองหลวง  

เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. เวลา 18.50 น. ที่ สวนเบญจกิติ นายวิโรจน์ ลักขณา  ทีมบริหารกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน กล่าวตอนหนึ่งบนเวทีปราศรัยใหญ่  “เติมกรุงเทพให้เต็ม 10”  เพื่อรณรงค์หาเสียงให้กับนายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ทั้ง 50 เขต ว่า  ที่ผ่านมาเวลาเราเลือกตั้งผู้ว่ากทม.ก็จะจดจ้องว่าผู้ว่าฯ คือใคร แต่ไม่เคยโฟกัส ส.ก.เลย  ซึ่งการโฟกัสไปที่ผู้ว่าฯ ก็ไม่ผิด เพราะผู้ว่าฯ มีหน้าที่เสนอนโยบายและของบประมาณที่มาจากภาษีประชาชน มาจ่ายเพื่อขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ทั้งทำอุโมงค์ระบายน้ำ ทำท่อระบายน้ำ ถนนหนทาง ไฟส่องสว่าง หรือสร้างโรงพยาบาล

วิโรจน์ ลักขณา

นายวิโรจน์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามพูดแบบบ้านๆ ส.ก.โคตรสำคัญ เพราะต่อให้ผู้ว่าฯ อยากจะทำสิ่งนั้น สิ่งนี้ แต่จะเปิดเก๊เอาเงินไปไม่ได้ ผู้ว่าฯ จะต้องเสนอขอจากสภากทม. ทั้ง 50 คน ถ้ามีบางกลุ่มบางก้อนไปสมคบคิดกันตัดงบฯ แบบมีวาระซ่อนเร้น ไม่มีเหตุ ไม่มีผล แต่คิดว่าจะเอามาได้ 5,000 ล้านบาท เพื่อไปคุยกับผู้รับเหมาของตัวเองมาทำ TOR ล็อคสเปค รับโครงการจาก กทม. แล้วจ่ายเป็นเงินทอนกลับมาที่ ส.ก. และข้าราชการที่ไม่ดี ที่ยอมเป็นมือเป็นไม้ให้กับ ส.ก.คนนั้น ที่ผ่านมา ถ้าถามผู้ว่าฯ คนปัจจุบัน ท่านก็ไม่อยากตอบ เพราะท่านไม่อยากให้เป็นแบบนั้น ไม่มีผู้ว่าฯคนไหนอยากเจออะไรแบบนี้ ถ้า ผู้ว่าฯ ไม่อยากจะเจรจา ก็ถูกตัดงบโชว์อีก เช่น เซ็นเซอร์แผ่นดินไหว 9 ล้านบาท เรียกว่าเป็นการยิงตัวประกันโชว์ผู้ว่าฯ สุดท้ายต้องยอมแบ่งกันคนละครึ่ง 2.5 พันล้านให้ ส.ก. 2.5 พันล้านบาท ให้ผู้ว่าฯ เอาไปใช้ทำโครงการ ทั้งนี้ คนซวยคือคนเซ็น คือผู้ว่าฯ คนติดคุกคือข้าราชการตัวเล็กตัวน้อย ส่วนคนที่ลอยนวลคือ ส.ก.พวกนี้ แล้วเลือกตั้งชนะด้วยการแจกเงินซื้อเสียงมาหลายสมัย ทั้งนี้ตนไม่ได้เหมารวมทุกคน แต่พูดถึงส.ก.กลุ่มนี้ 

“เวลาผมเห็นป้ายคนพวกนี้ว่าอิสระ ก็ไม่เคยเห็นอิสระต่อผู้รับเหมาเลย แต่เป็นอิสระกับประชาชน เพราะไม่เคยเอาโครงการที่ประชาชนต้องการเสนอต่อผู้ว่าฯ เลย ถือว่าอิสระจากผู้ว่าฯ ด้วย เอาเหตุ เอาผลมาคุยเอาโครงการที่เป็นประโยชน์มัน ดีก็ไม่สนอะไร ตั้งใจจะตัดงบก็ตัดเลย ดังนั้นถือว่าอิสระจากผู้ว่าฯ อิสระจากเหตุผล อิสระจากความต้องการของประชาชน อิสระจากปัญหา และความเดือดร้อนของประชาชน แต่แนบแน่นกับผู้รับเหมาปานที่น้องร่วมอุทธรณ์เดียวกัน หลายคนอย่าให้ผมต้องพูด ผู้รับเหมาไปนั่งในห้องส.ก. ด้วยซ้ำ นั่งกินข้าวกันด้วยซ้ำ นี่หรือคืออิสระ แต่จะว่าไปก็อิสระจริงๆ คืออิสระจากความเดือดร้อนของประชาชน” นายวิโรจน์ กล่าว

นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า แล้ว จะรู้ได้อย่างไรว่าส.ก. หากินเหล่านี้ต้องสงสัยอยู่ในเขตไหนบ้าง เราก็ต้องรู้พฤติกรรมคนพวกนี้ว่า เป็นนักปั้นโครงการ และกินเงินทอนจากโครงการ ดังนั้นเขตไหน ทั้ง 50 เขตไปเอกซเรย์เลย ถ้าเจอไซต์ก่อสร้างโครงการกทม. ทิ้งงานเยอะๆ แต่ไม่ใช่การทิ้งโครงการเดียวแล้วไปเพ่งโทษเขา แต่ถ้าเจอแบบ นั่นก็ทิ้ง นี่ก็ทิ้ง หรือเจอผู้รับเหมาไม่มาแล้ว อยู่ดีๆ วันจันทร์ถึงศุกร์มีผู้รับเหมา 1-2 คน เคาะป๊อกแป๊กๆ ให้ตั้งข้อสังเกตได้เลยว่าสงก.กลุ่มนี้คือส.ก.หากินกับเงินทอน แล้วจะเลือกเขาต่อไปหรือเปล่าก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของชาวกทม. ในเขตในแขวงนั้น ซึ่งผลกระทบ คือความเสียหาย ที่เกิดขึ้นอาจจะนานเป็นปีๆ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมอาจ เกิดขึ้นหน้าบ้านของทุกคน ที่ท่านวัดได้ด้วยตัวเอง 

นายวิโรจน์ กล่าวด้วยว่า ส.ก. เหมือนคนคุมบัญชีที่คอยเปิดเก๊ะ คุยกับผู้ว่าฯ โครงการนี้มีงบฯ เท่าไหร่ เหมาะสมหรือไม่ แล้วนำเงินนั้นให้กับผู้ว่าฯ อย่างเหมาะสม แล้วคอยติดตามผู้ว่าฯ ว่าโครงการที่ได้ไปอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยนั้นเสร็จแล้วหรือยัง ซึ่งตนคิดว่าผู้ว่าฯ ทุกคนต้องการทำงานกับส.ก. แบบนี้ส.ก.ที่เข้าใจนโยบาย ส.ก.ที่มองตากันก็รู้ใจ ส.กที่รู้จักหน้าที่และมีเหตุมีผล ดังนั้นเพื่อให้กรุงเทพฯ พัฒนาได้แบบเต็ม 10 เคลื่อนนโยบายที่คิดคำนวณนโยบาย ที่เหมาะสมเอาไว้แล้ว ที่พร้อมกลั่นกรองดูงบฯ อย่างละเอียด โครงการไหนจำเป็น ให้งบฯ อย่างเต็มที่ โครงการไหนที่ถูกลงได้ มีข้อเสนอที่ดีกว่า ก็ตัดลดด้วยเหตุด้วยผล 

“นี่คือเหตุผลที่วันที่ 28 มิ.ย.นี้ เลือกผู้ว่าสีส้ม นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร และ ส.ก.ของเรา ทั้ง 50 คน 50 เขต พอกันที ส.ก.อิสระจากประชาชนเราต้องการ ส.ก.ที่แนบแน่นกับประชาชน อยู่คู่กับสุขและทุกข์ และเป็นเหตุเป็นผลในการดูแลเงินภาษีของเรา” นายวิโรจน์ กล่าว

พระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 10 ศาสตราจารย์ จาก 6 มหาวิทยาลัย

พระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 10 ศาสตราจารย์ จาก 6 มหาวิทยาลัย

พระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 10 ศาสตราจารย์ จาก 6 มหาวิทยาลัย

วันศุกร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 20.21 น.

วันที่ 26 มิถุนายน 2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งศาสตราจารย์ 


มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งพนักงานมหาวิทยาลัย สังกัดมหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ดำรงตำแหน่ง ศาสตราจารย์ ในสาขาวิชาต่าง ๆ ตั้งแต่วันที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสมบูรณ์ รวม 10 ราย ดังนี้

มหาวิทยาลัยมหิดล

1. รองศาสตราจารย์สุรัตน์ ทองอยู่ สังกัดคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดลให้ดำรงตำแหน่ง ศาสตราจารย์ ในสาขาวิชาอายุรศาสตร์ สังกัดคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
มหาวิทยาลัยมหิดล ตั้งแต่วันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๖๑

2. รองศาสตราจารย์กรุณี ขวัญบุญจัน สังกัดคณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดลให้ดำรงตำแหน่ง ศาสตราจารย์ ในสาขาวิชาโภชนศาสตร์ สังกัดคณะเวชศาสตร์เขตร้อน
มหาวิทยาลัยมหิดล ตั้งแต่วันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๖๓

3. รองศาสตราจารย์วิสูตร คงเจริญสมบัติ สังกัดคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ให้ดำรงตำแหน่ง ศาสตราจารย์ ในสาขาวิชาศัลยศาสตร์ยูโร สังกัดคณะแพทยศาสตร์
โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ตั้งแต่วันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๔

มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฆ

4. รองศาสตราจารย์ทวิมา ศิริรัศมี สังกัดคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์ให้ดำรงตำแหน่ง ศาสตราจารย์ ในสาขาวิชากุมารเวชศาสตร์ สังกัดคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทย
ศรีนครินทรวิโรฒ ตั้งแต่วันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๖๑

5. รองศาสตราจารย์พิษณุ ตุลยกุล สังกัดคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ให้ดำรงตำแหน่ง ศาสตราจารย์ ในสาขาวิชาสัตวแพทย์สาธารณสุข สังกัดคณะสัตวแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตั้งแต่วันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๖๕

มหาวิทยาลัยขอนแก่น

6. รองศาสตราจารย์สุพินดา คูณมี สังกัดคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นให้ดำรงตำแหน่ง ศาสตราจารย์ ในสาขาวิชาพยาธิวิทยา สังกัดคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ตั้งแต่วันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๖๕

7. รองศาสตราจารย์พรเทพ ถนนแก้ว สังกัดคณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยขอนแก่นให้ดำรงตำแหน่ง ศาสตราจารย์ ในสาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพ สังกัดคณะเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยขอนแก่น ตั้งแต่วันที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๖๖

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

8. รองศาสตราจารย์ประภาส พัชนี สังกัดคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ให้ดำรงตำแหน่ง ศาสตราจารย์ ในสาขาวิชาสัตวแพทย์สาธารณสุข สังกัดคณะสัตวแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๕

9. รองศาสตราจารย์ศุภมิตร เมฆฉาย สังกัดคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ให้ดำรงตำแหน่ง ศาสตราจารย์ ในสาขาวิชาสัตวศาสตร์ สังกัดคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ตั้งแต่วันที่๒๘ พฤศจิกายน๒๕๖๕

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

10. รองศาสตราจารย์วนิดา หลายวัฒนไพศาล สังกัดคณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ดำรงตำแหน่ง ศาสตราจารย์ ในสาขาวิชาเทคนิคการแพทย์ สังกัดคณะสหเวชศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่วันที่ ๙ มกราคม ๒๕๖๗

ประกาศ ณ วันที่ ๒๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๙

ขอให้เชื่อพวกเราอีกครั้ง ชัยวัฒน์ ปลุกพลังส้ม พลิกโฉม กทม. แก้ปัญหาที่ต้นตอ

ขอให้เชื่อพวกเราอีกครั้ง ชัยวัฒน์ ปลุกพลังส้ม พลิกโฉม กทม. แก้ปัญหาที่ต้นตอ

ขอให้เชื่อพวกเราอีกครั้ง ชัยวัฒน์ ปลุกพลังส้ม พลิกโฉม กทม. แก้ปัญหาที่ต้นตอ

วันศุกร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 20.16 น.

“ดร.โจ” ลั่น ไม่มีซุปเปอร์ฮีโร่แก้ปัญหากรุงซ้ำซาก ปลุกคนเคยเชื่อมั่น “อนาคตใหม่-ก้าวไกล” กาพรรคประชาชน พลิกโครงสร้างเมืองหลวง บอกไม่ได้เก่งทุกเรื่อง แต่พัฒนาตัวเองทุกวัน ยันจะเข้าไปแก้ไขปัญหาที่ต้นตอ

วันที่ 26 มิ.ย. 2569 ที่สวนเบญจกิตติ นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่ากรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน กล่าวปราศรัยใหญ่บนเวที เติมกรุงเทพฯให้เต็ม 10 ว่า เราเลือกตั้งผู้ว่ากันมา 50 ปี เราคุยกับปัญหาเดิมๆซ้ำๆ เป็นปัญหาที่พวกเราเห็นกันมาตั้งแต่เกิดน้ำท่วม รถติด ขยะ จนพวกเราเคยชิน แล้วคิดว่ามันก็เป็นแบบนี้ น้ำท่วม เส้นเลือดฝอย ลอกท่อ ที่ผ่านมา กทม. ลอกท่อไปครึ่งหนึ่ง ถ้าตนเป็นผู้ว่า กทม. จะลอกท่อครบ 100% ใช้งบเพิ่มอีกเท่าหนึ่ง 300 ล้านบาท แต่เท่านั้นยังไม่จบ เพราะไม่ได้แก้ปัญหาจบ การล้างท่อช่วยระบายน้ำได้ แต่ตนจะแก้ปัญหาที่โครงสร้าง แก้ที่ต้นเหตุ เราจะต้องแยกท่อน้ำฝนกับท่อน้ำเสียออกจากกัน

ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร

นายชัยวัฒน์ กล่าวต่อว่า เรื่องการทุจริต การแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันที่เราเจอ ที่ผ่านมามีการส่งข้อมูลมาที่ กทม. สอบก็นานมาก ปรับก็หลักร้อย แล้วเงินภาษีที่หายไปมันได้กลับคืนมาหรือไม่  มันไม่ได้ ถ้าตนเป็นผู้ว่าปัญหาเหล่านี้จะแก้ไขที่ต้นตอ เราจะแก้ไขปัญหาป้องกันการล็อกสเป็ค ฮั้วประมูล ทำให้การจัดซื้อจัดจ้างโปร่งใส เอาระบบ AI เข้ามาจับโกง แล้วปัญหาเหล่านี้จะเกิดขึ้นตั้งแต่ต้นทาง ทำให้เรามีเงินเข้ามาพัฒนากทม. ทำให้คุณภาพชีวิตประชาชนดีขึ้น สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ต้องการเจตจำนง ผู้ว่า กทม. ต้องเอาจริง แล้วนี่หรือคือเหตุผลคือคำตอบว่าทำไมถึงต้องเลือกตน

นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ตนจะพิสูจน์ให้เห็นว่าการบริหารงานที่ทำให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ ทำให้เรามีเงิน ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น จะทำให้คนที่เป็นคนที่ติดตามการเมือง คนที่อยากตรวจสอบสามารถเข้ามาตรวจสอบได้ เข้ามาดูได้ว่าภาษีถูกเอาไปใช้ทำอะไร  เราจะทำให้คนกรุงเทพไม่เสียดายที่ต้องเสียภาษี เพราะถ้าเขารู้ว่าภาษีทุกบาททุกสตางค์ของเขาถูกเอามาใช้ทำให้ชีวิตของเขาดีขึ้น คนกรุงเทพยินดี  

”ผมจะพิสูจน์ให้เห็นว่าคนที่เคยเชื่อในตัวพวกเราตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ ก้าวไกล จนถึงพรรคประชาชน เชื่อในการแก้ไขปัญหาของพวกเราว่าเราแก้ไขปัญหาที่โครงสร้าง แก้ไขปัญหาที่ต้นตอ ขอให้เขาเชื่ออีกครั้งว่าเราจะทำเรื่องเหล่านี้ได้ เพราะมีเจตจำนงทางการเมืองที่จะทำ เรามุ่งมั่นมาโดยตลอด เพราะฉะนั้น ขอโอกาสเปิดทางให้เราเข้าไปทำ” นายชัยวัฒน์ กล่าว

นายชัยวัฒน์ ย้ำว่า ตนรู้ดีว่าหลายคนอาจจะคิดว่าเข้ามาสมัครเป็นผู้ว่า กทม. ทำไม เป็น สส. บัญชีรายชื่อแบบเดิมดีอยู่แล้ว แต่นี่แหละคือเจตจำนงที่ตนเข้ามาแก้ไขปัญหาของประเทศไทยที่โครงสร้าง และครั้งนี้เป็นโอกาสที่ทำให้พรรคประชาชนประชาชนได้เข้ามาเริ่มแก้ไขปัญหา

“สิ่งที่ผมมี ผมไม่ได้เก่งทุกเรื่อง แต่ผมพัฒนาตัวเองขึ้นมาในทุกวัน ให้ผมพร้อมที่จะรับหน้าที่ รับความรับผิดชอบของผู้ว่า กทม. ที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาและพัฒนาเมืองนี้ไปพร้อมกัน แล้วผมจะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าไม่มีซุปเปอร์ฮีโร่คนไหนที่จะเข้ามา หรือไม่มีทีมงานที่เก่งแค่ไหน จำนวนมากเท่าไหร่ก็ตาม แต่ถ้าขาดเจตจำนงที่จะแก้แก้ไขปัญหามันก็จะวนเวียนซ้ำซากอยู่เหมือนเดิม นี่คือสิ่งที่แตกต่าง คือสิ่งที่พวกเรามี แล้วผมจะพิสูจน์” นายชัยวัฒน์ กล่าว

นายก อบจ.ลำพูน โผล่กลางเวที ปชน. ขอโอกาสคนกรุงเลือก ดร.โจ

นายก อบจ.ลำพูน โผล่กลางเวที ปชน. ขอโอกาสคนกรุงเลือก ดร.โจ

นายก อบจ.ลำพูน โผล่กลางเวที ปชน. ขอโอกาสคนกรุงเลือก ดร.โจ

วันศุกร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 20.05 น.

‘พรรคประชาชน’ ปราศรัยใหญ่ ‘เติมกรุงเทพให้เต็ม 10’ ส่ง ‘ดร.โจ’ ชิงผู้ว่าฯ กทม. “นายก อบจ.ลำพูน” โผล่แจมขอโอกาสคนกรุง บอกอยากมีเพื่อนเป็น อบจ.ใหญ่สุดในไทย เหน็บอดีตผู้ว่าฯ ทำ 200 นโยบายเดิมไม่เสร็จ ดันขายฝันเป็น 250 นโยบาย   

เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.2569 ที่ สวนเบญจกิติ บริเวณลานน้ำพุ พรรคประชาชน ได้จัดเวทีปราศรัยใหญ่ ภายใต้ชื่อ “เติมกรุงเทพให้เต็ม 10”  เพื่อรณรงค์หาเสียงให้กับนายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัคร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ทั้ง 50 เขต ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย.นี้ 

พรรคประชาชน

โดยมีการเลื่อนเวลาเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ ออกมา 1 ชั่วโมง จากเวลา 17.00 น. มาเป็น 18.00 น.เนื่องจากฝนถล่มลงมาอย่างหนัก แต่สุดท้ายฝนหยุดจึงสามารถเปิดเวทีได้ โดยช่วงต้นของการเปิดเทวีปราศรัยนั้น ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนที่มารับฟังปราศรัยได้แสดงความเห็นต่อการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ก่อน 

นายวีระเดช ภู่พิสิฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน ซึ่งมาร่วมกิจกรรมปราศรัย กล่าวตอนหนึ่งในช่วงแรกของการเปิดเวที ว่า มีการพูดว่าให้ดูการบริหารงานของ อบจ.ลำพูน เป็นตัวอย่าง แต่จริงๆไม่ใช่ เพราะกรุงเทพฯ คือ อบจ.ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ถ้าวันอาทิตย์นี้ นายชัยวัฒน์ ชนะการเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม. ทั้งประเทศจะต้องมาดู กทม. และดูว่าเราจะบริหารประเทศได้ดีหรือไม่ดี ให้ดูโมเดลกรุงเทพมหานครเป็นตัวอย่าง และตนขอ อยากมีนายก.อบจ.ใหญ่อีกสักที่หนึ่ง เนื่องจากมีคนบอกว่าจะไปทำไม เพราะถึงอย่างไร “คนนั้น” ก็ชนะ แต่ตนอยากขอโอกาสจากคนกรุงเทพฯ ทำให้คนทั้งประเทศไทยเห็น และขอโอกาสให้เราได้ทำให้คนทั้งประเทศเห็นว่า ถ้าเราได้บริหารจริงๆ แล้วประเทศไทยจะไปทางไหน 

พรรคประชาชน

“ผมไม่อยากพาดพิงอดีตผู้ว่า กทม. แต่ท่านพาดพิงมาก่อนว่า ซื้อของแพงบางรายการ ซึ่งก็บางรายการจริงๆ เพราะ เมื่อสักครู่ ผมไปที่ร้าน มองหาลู่วิ่งก็ไม่เจอในราคา 700,000 บาทเช่นเดียวกัน จริงๆท่านเป็นไอดอลของผม แต่ไม่รู้ว่าตอนนี้ยังเป็นอยู่หรือไม่ โดย 4 ปีที่แล้ว มี 200 นโยบาย 4 ปีต่อมามี 250 แสดงว่านโยบายเดิมทำไม่เสร็จ แล้วมาเพิ่มนโยบายขายฝันเข้าไปหรือไม่ ดังนั้นขอให้เสียงคนกทม. ทุกคน 1 เสียงช่วยกัน ถึงแม้เราไปไม่ถึงดวงจันทร์ ก็ขออยู่ท่ามกลางดวงดาว” นายก อบจ.ลำพูด กล่าว

โค้งสุดท้ายชิงกทม. ผู้สมัครโหมหาเสียง เตรียมรับมือฝนถล่ม

โค้งสุดท้ายชิงกทม. ผู้สมัครโหมหาเสียง เตรียมรับมือฝนถล่ม

โค้งสุดท้ายชิงกทม. ผู้สมัครโหมหาเสียง เตรียมรับมือฝนถล่ม

วันศุกร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 19.58 น.

โค้งสุดท้ายชิงกทม. ผู้สมัครโหมหาเสียง เตรียมรับมือฝนถล่ม

กทม.ไม่หวั่นฝนตกหนัก ในวันเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 28 มิถุนายนนี้ กางแผนเผชิญเหตุรับมือน้ำท่วมฉุกเฉิน ชวนคนกรุงออกมาใช้สิทธิ และเกาะติดผลคะแนนออนไลน์ ตำรวจเตือน 5 ข้อห้ามเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม.-นายกพัทยา ฝ่าฝืนเจอโทษหนักทั้งจำทั้งปรับ หาเสียงโค้งสุดท้าย“อนุชา”พร้อม ‘อภิสิทธิ์”บุกขอคะแนน ชาวดุสิต-ราชเทวี ลั่นตรวจสอบปมทุจริตงบกทม. เข้มข้น หากได้รับเลือก ขณะที่ “ชัชชาติ”ตัดผมเตรียมลุยหาเสียงส่งท้าย ออกทริปทัวร์ทั่วกรุง

เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 นายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงความพร้อมของกรุงเทพมหานครในการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่กำลังจะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 ระหว่างเวลา 08.00-17.00 น.โดยกล่าวว่ากรมอุตุนิยมวิทยาได้พยากรณ์อากาศในช่วงวันที่ 28 มิ.ย.- 1ก.ค.69ว่าประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ขณะที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 – 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยกรุงเทพมหานครได้เตรียมความพร้อมรับมือฝนที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในช่วงวันเลือกตั้งไว้แล้ว จึงขอเชิญชวนประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งวางแผนการเดินทางและเตรียมอุปกรณ์กันฝนให้พร้อม เพื่อออกมาใช้สิทธิลงคะแนนได้อย่างราบรื่นตลอดทั้งวัน

จัดทำแผนรับมือน้ำท่วมฉุกเฉิน

ปลัดกทม. กล่าวด้วยว่า เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชน กรุงเทพมหานครได้จัดทำ “แผนเผชิญเหตุกรณีเกิดน้ำท่วมฉุกเฉิน” โดยมอบหมายให้สำนักการระบายน้ำร่วมกับสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ฝนตกในวันเลือกตั้งอย่างใกล้ชิด โดยมีมาตรการสำคัญเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในวันเลือกตั้ง ดังนี้ 1.ตรวจสอบความพร้อมของสถานีสูบน้ำ บ่อสูบน้ำ ประตูระบายน้ำ และระบบไฟฟ้าให้สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ พร้อมจัดเตรียมเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง รถสูบน้ำเคลื่อนที่ (Mobile Unit) และอุปกรณ์สนับสนุนต่าง ๆ เพื่อรองรับกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน 2.ควบคุมระดับน้ำในคลอง คูน้ำ และลำรางให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เร่งเปิดทางน้ำไหล จัดเก็บขยะและสิ่งกีดขวางในคลอง รวมถึงตรวจสอบและซ่อมแซมฝาบ่อพัก ท่อระบายน้ำ และช่องรับน้ำให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน

3.จัดเจ้าหน้าที่ประจำสถานีสูบน้ำ จุดเสี่ยงน้ำท่วมขัง และหน่วยเร่งด่วนแก้ไขปัญหาน้ำท่วมตลอดวันเลือกตั้ง พร้อมเตรียมทีมซ่อมบำรุงเครื่องสูบน้ำ ระบบไฟฟ้า และอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อเข้าดำเนินการได้ทันทีหากเกิดเหตุขัดข้อง 4.เฝ้าระวังและติดตามกลุ่มเมฆฝนผ่านระบบเรดาร์ของสำนักการระบายน้ำ ควบคู่กับข้อมูลพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา ตลอด24ชั่วโมง พร้อมประสานการปฏิบัติงานระหว่างหน่วยงานของกรุงเทพมหานครอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที

ลุ้นผลที่เว็บไซต์‘เลือกตั้งกรุงเทพ69’

ปลัดกทม.กล่าวอีกว่า ภายหลังปิดหีบลงคะแนนในเวลา 17.00 น. และเข้าสู่กระบวนการนับคะแนน ประชาชนสามารถร่วมติดตามและตรวจสอบผลการนับคะแนนการเลือกตั้ง ส.ก. และผู้ว่าฯ กทม. ได้อย่างสะดวกรวดเร็วผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของกรุงเทพมหานคร http://www.เลือกตั้งกรุงเทพ69.com ซึ่งจะรายงานผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการและอัปเดตความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง

“กทม. ได้เตรียมมาตรการดูแลความสะดวกและความปลอดภัยไว้อย่างรอบด้าน เพื่อให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย แม้จะมีอุปสรรคจากสภาพอากาศ ขอเชิญชวนพี่น้องชาวกรุงเทพฯ ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งเพื่อร่วมกันกำหนดอนาคตของเมืองหลวงของเราอย่างพร้อมเพรียง”ปลัดกทม. กล่าว

ห้ามซื้อสิทธิขายเสียงฝ่าฝืนโทษหนัก

ทางด้าน พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนจาก การกระทำความผิดตามกฎหมายเลือกตั้งในช่วงการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและนายกเมืองพัทยา ซึ่งบางส่วนอาจกระทำความผิดโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือ ตั้งใจฝ่าฝืนกฎหมาย จนนำไปสู่การถูกดำเนินคดี ซึ่งมีโทษทั้งจำคุกและปรับ และอาจถึงขั้นถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง จึงขอเตือนพี่น้องประชาชนและผู้ประกอบการร้านค้าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา ให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการกระทำความผิดในช่วงการเลือกตั้ง ดังนี้

1. ห้ามซื้อสิทธิขายเสียง – การให้เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด เพื่อลงคะแนนหรืองดเว้นลงคะแนนให้แก่ผู้สมัครรายใดรายหนึ่ง เป็นการทำลายระบอบประชาธิปไตยอย่างร้ายแรง เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 มาตรา 65 ประกอบมาตรา 126 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี

2. ห้ามนำบัตรเลือกตั้งออกจากหน่วยเลือกตั้ง – การแอบนำบัตรเลือกตั้งออกไปจากที่เลือกตั้ง ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและอาจเข้าข่ายการทุจริตการเลือกตั้ง เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 มาตรา 85 ประกอบมาตรา 134 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี

ห้ามถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง-ฉีกทำลาย

3. ห้ามถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนแล้ว – การใช้โทรศัพท์มือถือหรือเครื่องมือสื่อสารใด ๆ ถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งที่ตนเองได้กากบาทลงคะแนนแล้วภายในคูหา ห้ามกระทำโดยเด็ดขาด เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 มาตรา 87 ประกอบมาตรา 135 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

4. ห้ามฉีกทำลายบัตรเลือกตั้ง – การจงใจกระทำด้วยประการใด ๆ ให้บัตรเลือกตั้งชำรุด เสียหาย หรือฉีกทำลายบัตรเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นการกระทำด้วยความตั้งใจหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็ตาม เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 มาตรา 120 ต้องระวางโทษ ปรับไม่เกิน 5,000 บาท

งดจำหน่าย/จ่ายแจก/จัดเลี้ยงสุรา

5. งดจำหน่ายและจัดเลี้ยงสุรา – ห้ามผู้ใดขาย จำหน่าย จ่ายแจก หรือจัดเลี้ยงสุราทุกชนิด ในเขตเลือกตั้ง ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันก่อนวันเลือกตั้ง (27 มิ.ย. 2569) จนถึงเวลา 18.00 น. ของวันเลือกตั้ง (28 มิ.ย. 2569) หากฝ่าฝืนเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 มาตรา 123 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

สุดท้ายนี้ หากพี่น้องประชาชนพบเห็นการกระทำความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้ง เช่น การซื้อสิทธิขายเสียง การลักลอบจำหน่ายสุราในเวลาที่ห้าม การก่อกวนความสงบเรียบร้อย หรือได้รับความเสียหาย สามารถแจ้งเบาะแสการกระทำความผิดได้ที่ สายด่วน 191 และ สายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

‘อภิสิทธิ์-อนุชา’ลุยดุสิต-ราชเทวี

ที่ตลาดศรีย่าน กทม.นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 5 เดินหน้ากระชับพื้นที่หาเสียงโค้งสุดท้ายอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงบ่าย นายอนุชาได้นำทีมลงพื้นที่เขตดุสิตร่วมกับ นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายพีรวุฒิ พิมพ์สมฤดี อดีตผู้สมัคร สส. พรรคประชาธิปัตย์ โดยมีนายศรราม ภูมิไชย ผู้สมัคร ส.ก. เขตดุสิต เบอร์ 2 ร่วมคณะพบปะพ่อค้าแม่ค้าและพี่น้องประชาชน ณ ตลาดศรีย่าน ซึ่งได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากคนในพื้นที่

จากนั้น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทางมาเสริมทัพร่วมกับนายอนุชา และ น.ส.ทัดดาว ตั้งตรงเจริญ ผู้สมัคร ส.ก. เขตราชเทวี เบอร์ 4 ลงพื้นที่มัสยิดดารุ้ลอะมาน เพื่อเข้าพบผู้นำชุมชนมุสลิมและพี่น้องชาวไทย-มุสลิม โดยตลอดเส้นทางที่เดินลัดเลาะเข้าไปในตรอกซอกซอย นายอนุชาได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น มีประชาชนในชุมชนนำดอกกุหลาบมามอบให้เพื่อเป็นกำลังใจ โดยผู้นำชุมชนได้สะท้อนความต้องการให้ กทม. สนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและส่งเสริมอาชีพเพื่อยกระดับย่านที่อยู่อาศัยให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

พร้อมตรวจสอบงบ กทม.เข้มข้น

ซึ่งนายอนุชา ย้ำว่า การเปลี่ยนแปลงกรุงเทพฯ ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และ ส.ก. ของพรรคจะเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันความต้องการของพี่น้องประชาชนให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ รู้สึกดีใจที่นโยบายทั้ง 5 ด้าน โดยเฉพาะประเด็นการตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างและงบประมาณที่พบความผิดปกติ ได้รับความสนใจอย่างมาก ประชาชนต่างเรียกร้องให้เข้าไปตรวจสอบอย่างเข้มข้นหากได้รับเลือกตั้ง พร้อมยืนยันว่าหากได้เข้าไปเป็นผู้บริหาร กทม. การทำงานตรวจสอบจะมีความเข้มข้นยิ่งกว่าเดิม

ด้านนายอภิสิทธิ์ กล่าวเสริมถึงการลงพื้นที่ของนายอนุชาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาว่า ได้รับความสนใจจากประชาชนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากการนำเสนอวิสัยทัศน์และข้อมูลนโยบายที่สำคัญซึ่งพี่น้องประชาชนหลายคนยังไม่เคยทราบมาก่อน ถือเป็นความสำเร็จในการทำหน้าที่ให้เจ้าของเมืองได้รับรู้ข้อเท็จจริง และจะยังคงเดินหน้าสื่อสารกับประชาชนอย่างเต็มที่จนกว่าจะสิ้นสุดเวลาหาเสียง

ปชป.สุดทนไอโอถล่มเพจ‘ชวน’

น.ส.ศิริภา อินทวิเชียร รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ภาพ พร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊ก กรณีนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้กับนายอนุชา ซึ่งในเพจ “ชวน หลีกภัย Chuan Leekpai” ได้มีการโพสต์ภาพการลงพื้นที่ช่วยหาเสียงของนายชวน พร้อมย้ำเรื่องปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน และการยึดหลักการเมืองสุจริต แต่กลับมีคอมเมนต์เข้ามาวิพากษ์วิจารณ์ในลักษณะข้อความเดียวกันจำนวนมาก

โดย น.ส.ศิริภา ได้โพสต์คอมเมนต์ตัวอย่างข้อความ พร้อมระบุว่า เพจท่านชวนนี้ดีอย่าง ไม่เคยปิดกั้นหรือลบความเห็นต่าง พร้อมรับฟังทุกความเห็น แต่ที่สนใจมากวันนี้คือ นายชวน หลีกภัย ไปลงพื้นที่ขอคะแนนเสียงสนับสนุน พี่เจมส์ ผู้สมัครผู้ว่ากรุงเทพมหานคร สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ แตะเรื่องความซื่อสัตย์ สุจริต กลับเจอไอโอมาถล่มด้วยความเห็นที่หยาบคาย แสดงว่าฝ่ายตรงข้ามเป็นกังวลกับการลงพื้นที่ของนายชวน หลีกภัยเป็นอย่างมาก พร้อมระบุว่า สามารถตรวจจับความเป็นไอโอของข้อความดังกล่าวได้อย่างง่ายดายมาก

‘ชัชชาติ’ตัดผมเตรียมลุยส่งท้าย

ด้าน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่ากทม. เบอร์ 9โพสเฟสบุ๊ก “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” กำลังตัดผมเพื่อเตรียมตัวลุยหาเสียงโค้งสุดท้าย “ทริปไฟไหม้” 24 ชั่วโมง เริ่มวันศุกร์ 26 เวลา 18.00 น. – วันเสาร์ 27 มิ.ย. เวลา 18.00 น. โดยระบุว่า“เช้านี้มาตัดผม เตรียมลุยหาเสียง 24 ชั่วโมง แล้วเจอกันเย็นนี้ครับ”

ขณะที่ทีมชัชชาติได้ออกตารางทริปทัวร์ทั่ว กทม. เส้นทางหาเสียงโค้งสุดท้าย 24 ชั่วโมง เริ่มวันศุกร์ 26 – วันเสาร์ 27 มิ.ย. ก่อนหมดเวลาหาเสียง 18.00 น. กำหนด 4 จุด ชวนคนกรุงเทพฯ มารับใบปลิวจากนายชัชชาติ โดยระบุว่า “โอกาสสุดท้ายสำหรับใครที่อยากมาชนหมัดและรับใบปลิว เจอกันได้ที่สกายวอล์ก ช่องนนทรี 26 มิถุนายน 18:00 น. ลานด้านหน้าสวนลุมพินี 26 มิถุนายน 19:30 น. ตลาดสดธนบุรี 27 มิถุนายน 12:00 น. สยามสแควร์ 27 มิถุนายน 15:30 น.พร้อมเส้นทางแห่ทั่วเมืองตรงปก ครบถ้วนทั้ง 50 เขต ใครอยู่ใกล้แถวไหนโบกมือทักทายให้กำลังใจกันได้ตามสะดวก”

ระหว่างทริปมีการจัดเวลาพักผ่อนสำหรับผู้นำทริปและทีมงาน ในช่วงเวลาระหว่างนั้นจะมีรายการต่างๆ ให้รับชมโดยติดตามได้ในไลฟ์ ทาง Facebook ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และ Youtube ทีมชัชชาติ ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 26 มิ.ย. 18:00 น. ถึงวันเสาร์ที่ 27 มิ.ย. 18:00 น.

ปชน.เปิดโรดแมปการทำงานใน4ปี

พรรคประชาชนประกาศโรดแมป 4 ปี สำหรับการทำงานในสภากรุงเทพมหานคร นำเสนอภารกิจสำคัญในการเปลี่ยนสภา กทม. ให้เป็นตัวแทนของประชาชนอย่างแท้จริง โดยขอโอกาสจากประชาชนเลือกผู้สมัคร ส.ก. พรรคประชาชนให้เกินครึ่งสภา เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน ตรวจสอบงบประมาณกว่า 100,000 ล้านบาทต่อปี ให้มีความโปร่งใสและคุ้มค่า พร้อมผลักดันวาระระดับเขตไปจนถึงข้อบัญญัติของ กทม. เพื่อสร้างกรุงเทพที่โอบอุ้มประชาชนได้มากกว่าที่เป็นอยู่ โดยโรดแมปสภา กทม. ของพรรคประชาชน ประกอบด้วย ภายในวันแรกที่เปิดสภา กทม. ยื่นข้อบัญญัติก่อสร้างปลอดภัยและข้อบัญญัติสภาโปร่งใส เข้าสู่สภา

ภายใน 100 วันแรก ผ่านข้อบัญญัติสภา กทม. โปร่งใส ถ่ายทอดสดการประชุมคณะกรรมการสามัญและวิสามัญของสภา กทม. และเปิดเผยการลงมติ การเข้าประชุม ให้ประชาชนตรวจสอบการทำงานของสภา กทม. และงบประมาณได้ง่าย

ผ่านข้อบัญญัติงบโปร่งใสใน6เดือน

ภายใน 6 เดือน ผ่านข้อบัญญัติก่อสร้างปลอดภัย บังคับเปิดกล้องวงจรปิด สัญญาประกันภัยเอกชน ทุกไซต์ก่อสร้างในพื้นที่กรุงเทพฯ ทั้งโดยเอกชน หน่วยงานรัฐ กทม. เพื่อตรวจสอบมาตรการการก่อสร้าง ความปลอดภัย และถ้าประชาชนได้รับความเสียหายจากการก่อสร้าง สามารถขอเคลมประกันเอกชนได้เลย ไม่ต้องรอฟ้องศาล

ภายใน 6 เดือน ผ่านข้อบัญญัติควบคุมอาคาร ปลดล็อกการปรับปรุงการใช้ประโยชน์ตึกแถวเก่า เช่น เป็นฟู้ดคอร์ทขายอาหารราคาย่อมเยา ปลดล็อกการ Outsource วิศวกร ตรวจสภาพอาคารเก่า เพื่อความปลอดภัยของประชาชน เพิ่มแผนซ้อมรับมือภัยพิบัติ เช่น แผ่นดินไหว ซ้อมหนีไฟประจำปี บังคับอาคารสถานประกอบการที่คนพลุกพล่าน เช่น ห้าง ตลาด ต้องมีพื้นที่จอดรถเมล์ แท็กซี่ สามล้อ ในสถานประกอบการ เพื่อแก้ปัญหารถติดหน้าถนนสาธารณะ

ภายใน 6 เดือน ผ่านข้อบัญญัติงบประมาณ กทม. โปร่งใส กำหนดให้ต้องเปิดเผยรายละเอียดโครงการ ตั้งแต่กระบวนการจัดทำงบประมาณ ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ง่ายและเร็วขึ้น ป้องกันการจัดซื้อจัดจ้างแพงเกินความจำเป็น ป้องกันการทุจริต ล็อกสเปก

หนุนความปลอดภัยในที่สาธารณะ

ภายใน 1 ปี ผ่านข้อบัญญัติความปลอดภัยในที่สาธารณะ กำหนดให้สถานประกอบการเอกชนที่มีคนพลุกพล่าน ต้องติดตั้งกล้องวงจรปิด และเชื่อมภาพเข้าระบบ War Room กทม. เพื่อป้องกันเหตุร้าย เช่น แจ้งเตือนเมื่อตรวจตรงกับหมายจับผู้ร้ายของตำรวจ เมื่อตรวจเจอการพกอาวุธ หรือพฤติกรรมพิรุธ ในพื้นที่สาธารณะ

ภายใน 1 ปี ผ่านข้อบัญญัติเพิ่มการรีไซเคิล จาก 20% เป็น 35% ภายใน 4 ปี บังคับใช้ข้อบัญญัติกับอาคารและผู้ประกอบการขนาดใหญ่ กำหนดให้มีจุดตั้งถังขยะอย่างน้อย 4 ประเภท (เศษอาหาร ทั่วไป รีไซเคิล และขยะอันตราย) ที่เอื้อให้เกิดการแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง เพิ่มการรีไซเคิล กำหนดให้มีจุดรับทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ ขยะก่อสร้าง น้ำมันใช้แล้ว ให้ชัดเจนสำหรับผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง กำหนดให้มีระบบตรวจสอบย้อนหลังการดำเนินการได้

เจาะสนามเขตเศรษฐกิจใจกลาง กทม. เสียงสะท้อนจากชาวราชเทวี ระบุ ส.ก.ที่ต้องการ ‘ไม่เลือกเพราะคำคุย ขอคนลุยพื้นที่จริง’

เจาะสนามเขตเศรษฐกิจใจกลาง กทม. เสียงสะท้อนจากชาวราชเทวี ระบุ ส.ก.ที่ต้องการ 'ไม่เลือกเพราะคำคุย ขอคนลุยพื้นที่จริง'

เจาะสนามเขตเศรษฐกิจใจกลาง กทม. เสียงสะท้อนจากชาวราชเทวี ระบุ ส.ก.ที่ต้องการ ‘ไม่เลือกเพราะคำคุย ขอคนลุยพื้นที่จริง’

วันศุกร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 19.49 น.

เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจใจกลางกรุงเทพมหานคร ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนถึงวันลงคะแนนทวีความคึกคักเป็นพิเศษ ซึ่งในส่วนของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม – ส.ก. ที่อยู่ย่านราชเทวี ได้สะท้อนความต้องการไปยังผู้ที่จะเข้ามารับหน้าที่ “ปากเสียง” ในสภา กทม.

โดย นายกันต์ (สงวนนามสกุล) ผู้ขับรถขนส่งสาธารณะว่า กทม.มีปัญหาขยะและการสัญจรเป็นโจทย์ใหญ่ที่รอการแก้ไข ดังนั้น สิ่งที่อยากเห็นจาก ส.ก. คนใหม่มากที่สุดคือการบริหารจัดการพื้นที่ทำมาหากินและการจัดการขยะ

“แถวนี้เป็นย่านท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ ขยะจะเยอะมากในช่วงเย็นและค่ำ สิ่งที่อยากได้คือ ส.ก. ที่สามารถประสานงานกับสำนักงานเขตได้อย่างรวดเร็ว มีระบบจัดเก็บขยะที่มีประสิทธิภาพมากกว่านี้ ไม่ใช่ปล่อยให้ตกค้างข้ามคืนจนส่งกลิ่นเหม็นเสียภาพลักษณ์การท่องเที่ยว ส่วนเรื่องการจัดระเบียบทางเท้า เราเข้าใจว่าต้องแบ่งปันพื้นที่ แต่ก็อยากให้มีมาตรการรองรับสำหรับพ่อค้าแม่ค้าให้อยู่รอดได้ด้วย”

ขณะที่ นายปกรณ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี พนักงานบริษัทเอกชน มองว่า โจทย์ของกรุงเทพมหานคร ไม่ใช่แค่เรื่องความต้องการพื้นฐานประชาชน แต่ต้องยกระดับคุณภาพชีวิตให้สมกับเป็นเมืองหลวง

“ผมใช้แอร์พอร์ตลิงก์และรถไฟฟ้า BTS ในการเดินทางทุกวัน สิ่งที่เจอคือทางเดินเท้าเชื่อมต่อ บางจุดยังไม่เอื้ออำนวย รวมทั้งปัญหาไฟส่องสว่างในซอยย่อย และเราขาดแคลนพื้นที่สาธารณะหรือพื้นที่สีเขียวขนาดเล็กสำหรับพักผ่อน แต่ถ้าถามถึง สก. ที่ผมจะเลือก ต้องเป็นคนที่มีวิสัยทัศน์เรื่องผังเมือง เข้าใจความต้องการของคนทำงานออฟฟิศ และสามารถผลักดันงบประมาณลงมาปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ให้เห็นผลจริง ไม่ใช่แค่มาเดินไหว้ตอนหาเสียง หรือได้ตำแหน่งแล้วหลังจากนั้นก็หาตัวไม่เจอ”

ส่วน นางสาวบี (สงวนนามสกุล) ชาวชุมชนริมคลองแสนแสบ บอกว่า คนในชุมชนต้องการคนที่เข้าถึงง่าย มีศูนย์ประสานงานที่พึ่งพาได้จริง เวลาหน้าฝนปัญหาน้ำรอระบายและน้ำหนุนในคลองยังเป็นเรื่องที่ชาวบ้านกังวล รวมไปถึงการดูแลผู้สูงอายุในชุมชนที่ต้องการสวัสดิการและการตรวจสุขภาพเชิงรุก สก. ต้องทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างชาวบ้านกับ กทม. ได้อย่างสนิทใจ มีปัญหาต้องมาไว ไม่ใช่อยู่แต่ในห้องแอร์”

เจ๊ปอง ปลุกอาทิตย์นี้ เข้าคูหากาเบอร์ 5 ‘อนุชา’ พ่วง ส.ก. พรรค ปชป. อัด ‘ชช.’ ไม่ทำอะไรเลย

เจ๊ปอง ปลุกอาทิตย์นี้ เข้าคูหากาเบอร์ 5 'อนุชา' พ่วง ส.ก. พรรค ปชป. อัด 'ชช.' ไม่ทำอะไรเลย

เจ๊ปอง ปลุกอาทิตย์นี้ เข้าคูหากาเบอร์ 5 ‘อนุชา’ พ่วง ส.ก. พรรค ปชป. อัด ‘ชช.’ ไม่ทำอะไรเลย

วันศุกร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 19.33 น.

ไม่ต้องลังเล! ’เจ๊ปอง อัญชะลี‘ ปลุกสนั่นวันอาทิตย์นี้ตื่นเช้าเข้าคูหากาเบอร์5 ’อนุชา’ พ่วงเลือกทีมส.ก.พรรคประชาธิปัตย์ เข้าไปรื้อล้ม ’ระบบอากง‘ ฝังรากลึกใต้พรมมา4ปี อัด ’ชช.‘ ไม่ทำอะไรเลย ลั่น ‘สุจริต’ จะเป็นเกราะคุ้มกันภัย พาสู่เส้นชัย

วันที่ 26 มิถุนายน 2569 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ จัดปราศรัยใหญ่หาเสียงเมืองฟ้าอมร “Talk&fest ไปให้สุด หยุดที่เจมส์อนุชา” ของนายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 5  โดยนัดรวมพลคนเมืองเจมส์ เพื่อสู้ศึกเลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพมหานคร และทีมส.ก.โค้งสุดท้ายก่อนที่จะการเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย. โดยมีแกนนำคนสำคัญของพรรคร่วมขึ้นเวทีปราศรัย ได้แก่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค นายกรณ์ จาติกวณิช นางการดี เลียวไพโรจน์ นายสกลธี ภัททิยกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค นายจูรี นุ่มแก้ว สส.สงขลา รองหัวหน้าพรรค น.ส.อัญชะลี ไพรีรัก ผู้อำนวยการข่าวหนังสือพิมพ์แนวหน้า

น.ส.อัญชะลี ขึ้นปราศรัยตอนหนึ่งว่า วันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย.นี้ ไม่ต้องลังเลใจ ตื่นแต่เช้าเดินเข้าคูหากาเบอร์ 5 สิ่งที่เราพูดมาตลอดเราทำมาตลอดเพื่อนพี่น้องประชาชนในนามของพรรคประชาธิปัตย์ เราไม่ต้องพูดแล้วว่าทำไมต้องกาเบอร์ 5 นายอนุชา ไม่ว่าในใจจะมีเบอร์อะไร แต่วันนี้เราอยากให้รวมใจกันแล้วพลิกโผ สวนโพลทุกโพล ตราบใดที่คะแนนเลือกตั้งยังไม่ปิดหีบ เราทำได้ พลิกทุกโพล แทงสวนทุกโพล

น.ส.อัญชะลี กล่าวต่อว่า เลือกตั้งสนามกทม. คราวนี้ เราต้องชนะอย่างเดียว แม้จะมาช้า แต่เราจะชนะได้อย่างไร ที่ต้องบังคับทุกคนให้เลือกเบอร์ 5 ให้ได้ ถ้าเราไม่ใช้วิธีนี้ จะชนะได้อย่างไร จะปล่อยให้คนนั้นไปทางนี้ คนโน้นไปทางนี้ไม่ได้หมดเวลาแล้ว เราทุกคนแต่ละบ้านต้องกาเบอร์5 เพื่อให้นายอนุชา เข้าไปล้มระบบอากง ถ้าใครคิดว่าอากงแน่ นายอนุชาจะล้มให้ดู ถ้าใครคิดว่าอากงเก่ง อากงเป็นคนแม่น เป็นคนฉลาด ลึกแค่ไหน นายอนุชาจะล้มให้ดู ถ้ากล้าเลือกอนุชา 

”ใครว่าอากงคิดเลขเก่ง ใครว่าอากงดำเนินการต่างๆฉลาดหลักแหลม ถ้าอากงเก่งทำไมไม่ไปสมัครผู้ว่าฯกทม.เสียเอง มานั่งชักใยอยู่หลังบ้านทำไม ก็เพราะผู้ว่าฯไม่ฉลาด แต่เราไม่ต้องการผู้ว่าที่แข็งแกร่ง หรือผู้ว่าที่สุขภาพดี เราพอแล้ว เราไม่ได้ว่าใคร แต่กำลังเล่าเรื่องอากง แค่เรื่องอากงเรื่องเดียวถ้าเรายังล้มผู้ว่าฯที่มีอากงอยู่เบื้องหลังไม่ได้ บ้านเมืองก็วิปริต ก็เหมือนกับทุจริตสอบท้องถิ่น เงินเดือน 20,000 แต่ไปจ่ายเงินให้เขา 500,000 พ.ศ.นี้แล้วซื้อตำแหน่งหลายแสน ดังนั้นไม่เกิน 48 ชั่วโมงต้องเอาระบบนี้ลากออกมาให้หมด เหมือนกับเรื่องอากง ก็ควรลากออกมาให้หมด“ น.ส.อัญชะลี กล่าว

น.ส.อัญชะลี กล่าวด้วยว่า กทม.งบฯเป็นแสนล้าน เราจึงต้องมีสก. เพื่อที่จะทำอะไรสักอย่างในกทม. 4ปีสภากทม.ไปถึงไหน ชช. ไม่ได้ทำอะไรเลย ทำไมอากงไม่มาเป็นผู้ว่าฯเอง ทำไมไม่สมัครเอง มันต้องมีเงื่อนงำ ดังนั้นเราต้องใช้นายอนุชาไปเปิดพรม และดำเนินการเก็บขยะใต้พรมในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

“ใจซื่อมือสะอาดสุจริตเป็นที่ตั้ง สุจริตจะเป็นเกราะคุ้มกันภัย สุจริตจะพาเราไปสู่เส้นชัย และเส้นชัยนั้นเขียนคำว่าชนะ โดยอนุชาเบอร์5“ น.ส.อัญชะลี กล่าว

ทยา ทีปสุวรรณ หนุน อนุชา ชูคุณสมบัติผู้ว่าฯ กทม. ต้อง หาเงินเป็น-ใช้เงินโปร่งใส เชื่อ DNA ปชป.แก้โกงได้ชะงัด

ทยา ทีปสุวรรณ หนุน อนุชา ชูคุณสมบัติผู้ว่าฯ กทม. ต้อง หาเงินเป็น-ใช้เงินโปร่งใส เชื่อ DNA ปชป.แก้โกงได้ชะงัด

ทยา ทีปสุวรรณ หนุน อนุชา ชูคุณสมบัติผู้ว่าฯ กทม. ต้อง หาเงินเป็น-ใช้เงินโปร่งใส เชื่อ DNA ปชป.แก้โกงได้ชะงัด

วันศุกร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 19.19 น.

“ทยา ทีปสุวรรณ” ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่หนุน “อนุชา” ชูคุณสมบัติผู้ว่าฯ กทม. ต้อง “หาเงินเป็น-ใช้เงินโปร่งใส” เชื่อมั่น DNA ประชาธิปัตย์แก้โกงได้ชะงัด

วันที่ 26 มิถุนายน 2569 นางทยา ทีปสุวรรณ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ปรากฏตัวบนเวทีปราศรัยใหญ่ “ไปให้สุด หยุดที่ เจมส์ อนุชา” ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อร่วมประกาศศักดาและยืนยันความเชื่อมั่นในตัวนายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 5 โดยระบุว่า นายอนุชาเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กรุงเทพมหานครต้องการอย่างแท้จริง ทั้งความเข้าใจปัญหาท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง และความสามารถในการแก้ปัญหาได้ตรงจุด

นางทยา ได้เน้นย้ำถึงคุณสมบัติสำคัญของนายอนุชา โดยเฉพาะในฐานะนักการเงินมืออาชีพที่มีประสบการณ์การแก้ปัญหาการเงินในองค์กรใหญ่มาอย่างยาวนาน ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการบริหารงบประมาณกรุงเทพมหานครที่มีมูลค่ามหาศาลระดับแสนล้านบาท 

“พี่เจมส์คือผู้ที่หาเงินได้ ใช้เงินเป็น และใช้เงินอย่างโปร่งใส และเป็นผู้ที่มีทักษะการประสานงานสูง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายร่วมกับสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) และหน่วยงานต่าง ๆ” นางทยา กล่าว

ในประเด็นความสุจริต นางทยาให้คะแนนเป็นข้อที่สำคัญที่สุดว่า ความเป็นเลือดประชาธิปัตย์ที่ฝังอยู่ในตัวนายอนุชาและทีมงาน คือหลักประกันความโปร่งใส โดยเชื่อมั่นว่าหากนายอนุชาได้เข้าไปทำงาน ระบบการตรวจสอบจะมีความชัดเจนและเข้มงวด โดยเฉพาะการป้องกันปัญหาการทุจริตในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้มั่นใจว่าภาษีของประชาชนทุกบาททุกสตางค์จะถูกนำไปใช้ให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด ทั้งนี้ ในช่วงท้ายของการปราศรัย นางทยาได้ร่วมสร้างบรรยากาศที่เป็นกันเองและเปี่ยมด้วยกำลังใจ พร้อมชวนเชิญให้พี่น้องประชาชนร่วมสนับสนุนนายอนุชา หมายเลข 5 ให้เข้าไปทำหน้าที่ผู้ว่าฯ กทม. เพื่อเปลี่ยนจากการพูดคุยเป็นการ “ลงมือทำ” อย่างจริงจัง 

“การบริหารเมืองที่ดีย่อมต้องอาศัยทีมงานที่เข้มแข็ง ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ได้เตรียมความพร้อมไว้แล้วทั้งผู้สมัครผู้ว่าฯ และผู้สมัคร ส.ก. ทั่วทั้งกรุงเทพมหานคร” นางทยา กล่าวทิ้งท้าย

ชัชชาติ ปราศรัยบนลังไม้เปิด ทริปไฟไหม้ หาเสียง 24 ชม. ชวนคนกรุงออกมาใช้สิทธิ

ชัชชาติ ปราศรัยบนลังไม้เปิด ทริปไฟไหม้ หาเสียง 24 ชม. ชวนคนกรุงออกมาใช้สิทธิ

ชัชชาติ ปราศรัยบนลังไม้เปิด ทริปไฟไหม้ หาเสียง 24 ชม. ชวนคนกรุงออกมาใช้สิทธิ

วันศุกร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 19.17 น.

 “ชัชชาติ” ปราศรัยบนลังไม้เปิด “ทริปไฟไหม้” หาเสียง 24ชม. ชวนคนกรุงออกมาใช้สิทธิ 28 มิ.ย.

วันที่ 26 มิ.ย.69  เวลา 18.00 น. ที่สกายวอล์กช่องนนทรี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครฯผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เบอร์ 9 เริ่ม “ทริปไฟไหม้ : โค้งสุดท้ายหาเสียงทั่วเมือง ต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง”  ซึ่งจะมีการถ่ายทอดสดตลอดเวลา 18.00 – 18.00 น. (วันที่ 26 มิ.ย.-27 มิ.ย.69) ผ่านเฟซบุ๊กช่อง “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” และยูทูปของ “ทีมชัชชาติ” 

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

นายชัชชาติ เริ่มจุดแรกด้วยการปราศรัยบนลังไม้บริเวณสกายวอล์กช่องนนทรี โดยกล่าวว่า ทริปไฟไหม้ อยากกระตุ้นให้คนไปใช้สิทธิ์ใช้เสียงกันเยอะ ๆ จุดมุ่งหมายหลักคืออยากให้คนรู้ว่าวันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย.69 จะมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.และ ส.ก. โดยตนเองมีแผนจะเดินทางไปทั้ง 50 เขตใน 24 ชั่วโมง เริ่มจากนี้สกายวอลดช่องนนทรี เพราะเป็นจุดศูนย์กลางเศรษฐกิจของกรุงเทพฯ จากนั้นจะเดินไปที่สวนลุมพินี นั่งรถไฟฟ้าไปในเมือง  ขี่จักรยานประกอบ และจะมีการนั่งรถออกไปด้านนอกตระเวนให้ครบ 50 เขต แล้วพรุ่งนี้ (27 มิ.ย.69) ตอนเช้าจะเข้ามาในเมือง ออกกำลังกายนิดหน่อย และตระเวนไปที่ฝั่งธนบุรีต่อ 

”ผมจะรออยู่ที่คูหาเลือกตั้ง เพราะมีรูปผมอยู่ทุกคูหาอยากให้ไปเลือก ส.ก.ที่ไว้ใจ ให้เป็นฉันทามติให้ผู้ว่าฯ คนใหม่ ส.ก.ชุดใหม่เข้ามาบริหารกรุงเทพฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพตามเจตจำนงของพวกเรา“ 

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

นายชัชชาติ กล่าวว่าอีกว่า ตนเองพร้อมหาเสียง 24 ชั่วโมง อาจจะต้องนอนบ้าง แต่ตอนบ่ายก็แอบหลับมาแล้ว น่าจะพอไปได้ อาจจะต้องมีการแตะมือกัน อยากให้ รศ.ดร.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์  สภากาชาดไทย  (พี่ชาย) มาช่วย แต่หมอฝาแฝดอยู่ต่างประเทศ โดยชื่อทริปทัวร์ไฟไหม้  “ทริป” คือ ชื่อเล่นของตนเอง และ “ทัวร์” ก็คือการเดินทาง  

สำหรับการลงพื้นที่ตลอดเดือนที่ผ่านมา นายชัชชาติ ยอมรับว่าสนุกอยู่แล้ว แต่ที่ไม่สนุกคือ การดีเบตเพราะกดดัน แต่ลงพื้นที่ได้เจอประชาชนจดปัญหาได้เพิ่มมากมาย และคิดนโยบายเพิ่มเติมด้วย ผู้ว่าฯ จะต้องใกล้ชิดกับประชาชน รับฟังปัญหา และพัฒนาเป็นนโยบาย

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

หากผลการเลือกตั้งออกมาแล้วคะแนนน้อยลง ก็ไม่เป็นไร คงดูเป็นเปอร์เซ็นต์มากกว่า ว่าจะต้องปรับปรุงตรงไหน คะแนนมีค่าจะน้อยจะมากคงต้องยอมรับ และปรับปรุงในอนาคต อย่างไรก็ตามขอขอบคุณทีมงาน ทุกคนทำดีที่สุด พยามหาเสียงแบบสร้างสรรค์  นโยบายเราคือเสนอสิ่งที่ดีและไม่โจมตีคนอื่น อย่างไรก็ตามในวันเลือกตั้ง ฝนฟ้าอาจจะเป็นอุปสรรค ตอนเช้าขอให้ออกไปเลือกตั้งก่อนฝนจะตก  หมดภารกิจก็ไปพักผ่อน รอฟังผลตอนเย็น 

นายชัชชาติ กล่าวถึงแผนการหาเสียงในค่ำคืนนี้ว่า เราจะได้เห็นชีวิตกรุงเทพฯ มีคนเก็บขยะ รถพยาบาล รถฉุกเฉิน โรงพยาบาลฉุกเฉิน และคนจำนวนมากที่ขับเคลื่อนเมืองนี้อยู่ เชื่อว่ามีพนักงานที่ทำงานกลางคืนที่ต้องกลับบ้านตอนกลางคืนอาจจะไม่รู้เรื่องการเลือกตั้ง เราจะต้องเป็นผู้ว่าฯ 24 ชั่วโมง ไม่ใช่ผู้ว่าฯ  12 ชั่วโมง

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

”สนุก ๆ ไม่ได้ซีเรียสอะไรมาก ชอบอยู่แล้วการลงพื้นที่“ นายชัชชาติ กล่าว

ภายหลังการให้สัมภาษณ์ นายชัชชาติได้ขึ้นปราศรัยบนลังไม้ เพื่อนำเสนอนโยบายต่าง ๆ ให้กับชาวออฟฟิศที่เพิ่งเลิกงาน ช่วงหนึ่งกล่าวว่า อยากจะสร้างกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองโอกาสและความหวังสำหรับทุกคน เน้นทั้งคน เมือง ระบบ และเศรษฐกิจเพื่อให้เมืองขับเคลื่อนไปได้  ส่วนการเดินทาง เรามีนโยบายติดตั้งไฟจราจรอัจฉริยะเพิ่มขึ้น ปัจจุบันติดไป 74 แยก  โดยในเขตสาทรมึโรงเรียนเยอะ เราจะมีนโยบาย Share School Bus เพื่อลดปริมาณการจราจร 

สำหรับทริปไฟไหม้ ของนายชัชชาติ เริ่มต้นในเวลา 18.00 ของวันที่ 26 มิ.ย.69 ถึงเวลา 18.00 น.ของวันที่ 27 มิ.ย.69 พร้อมมีขบวนแห่ไปยัง 50 เขต ชวนคนกรุงเทพฯ มาชนหมัดรับใบปลิวจากนายชัชชาติ ใน 4 จุดหลัก ๆ  ประกอบด้วย 

สกายวอล์ก ช่องนนทรี วันที่ 26 มิ.ย.69 เวลา 18.00 น.

ลานด้านหน้าสวนลุมพินี วันที่ 26 มิ.ย.69 เวลา 19.30 น.

ตลาดสดธนบุรี วันที่ 27 มิ.ย.69 เวลา 12.00 น.

สยามสแควร์ วันที่ 27 มิ.ย.69 เวลา 15.30 น.

ทั้งนี้ในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ปี 65 นายชัชชาติ ได้ริเริ่มปราศรัยด้วยการยืนบนลังไม้ครั้งแรกที่ตลาดทุ่งครุใหม่ โดยในช่วงโค้งท้ายนายชัชชาติ ก็ปราศรัยสั้น ๆ บนลังไม้ไปตามจุดสำคัญของกรุงเทพฯ ได้แก่ สยามสแควร์ สีลม เยาวราช และข้าวสาร

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์