สุขสมรวย เผยข่าวดี มติ กทบ. เคาะงบเพิ่มทุน ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง

สุขสมรวย เผยข่าวดี มติ กทบ. เคาะงบเพิ่มทุน ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง

สุขสมรวย เผยข่าวดี มติ กทบ. เคาะงบเพิ่มทุน ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง

วันศุกร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 19.01 น.

“สุขสมรวย” เผยข่าวดี! บอร์ด กทบ. เคาะเพิ่มทุน “ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” รอบแรก  570 กองทุน ครอบคลุม 16 จังหวัด พร้อมเร่งรัดโครงการเพิ่มทุน ระยะ 3 วงเงิน 3.4 พันล้านบาท ให้กองทุนตกหล่นเฟส 3 ภายในปี 69 เร่งเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก

นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) ครั้งที่ 5/2569 เพื่อติดตามและขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐบาลในการยกระดับเศรษฐกิจฐานราก เสริมสภาพคล่องให้แก่ประชาชน และสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของชุมชนทั่วประเทศ

นางสุขสมรวย กล่าวว่าที่ประชุมมีมติอนุมัติการสนับสนุนงบประมาณภายใต้โครงการ “ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” รอบแรกให้แก่กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองที่ยื่นเข้ามาและผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของโครงการ จำนวน 570 กองทุน ครอบคลุม 16 จังหวัด วงเงินเพิ่มทุนรวม 38,530,000 บาท 

สำหรับการอนุมัติในครั้งนี้ จะช่วยให้สมาชิกกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง 45,628 ราย ได้รับการลดภาระดอกเบี้ยเงินกู้ รวมเป็นเงิน 32,204,016.90 บาท สะท้อนถึงผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในการลดต้นทุนทางการเงิน เพิ่มสภาพคล่อง และช่วยให้ประชาชนสามารถนำเงินไปต่อยอดการประกอบอาชีพ สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ โครงการ “ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” เป็นมาตรการสำคัญของรัฐบาลในการบรรเทาภาระค่าดอกเบี้ยของสมาชิกกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง โดยสนับสนุนการลดภาระดอกเบี้ยให้สมาชิก พร้อมเพิ่มทุนหมุนเวียนแก่กองทุน เพื่อขยายโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ ลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบ และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน

นางสุขสมรวย ยังกล่าวถึงการฟื้นฟูและเพิ่มทุน 1,000,000 บาท (ล้านที่ 2) รวมวงเงิน 3.4 พันล้านบาท ให้กับกองทุนหมู่บ้านฯ ที่เป็นงานคงค้างมาตั้งแต่ปี 2555 โดยตนได้มอบนโยบายให้ สทบ.เร่งดำเนินการเรื่องนี้ ซึ่งขั้นต้นได้รับทราบจากทาง สทบ.ว่ามีการระดมผู้บริหารส่วนกลางและสาขาเขต มาร่วมกำหนดแนวทางดำเนินงานเพิ่มทุนกองทุนหมู่บ้านฯ ระยะที่ 3 ควบคู่ไปกับการฟื้นฟูกองทุนหมู่บ้านฯ โดยกองทุนหมู่บ้านฯที่ผ่านการฟื้นฟูและมีความพร้อมในการดำเนินงาน เราก็จัดสรรเงินเพิ่มทุน 1,000,000 บาท เติมลงไปให้  ทั้งนี้ ได้เร่งรัดให้ สทบ.ดำเนินการให้เห็นผลที่เป็นรูปธรรมให้ได้ในปี 2569 นี้

“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากและการสร้างโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุนของประชาชน โดยมอบหมายให้ สทบ. เร่งขับเคลื่อนโครงการต่าง ๆ ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองเป็นกลไกสำคัญในการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และเสริมความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจของชุมชนทั่วประเทศอย่างยั่งยืน” นางสุขสมรวย กล่าว

4 จังหวัด ผนึกตั้งเครือข่ายเฝ้าระวังสัตว์น้ำต่างถิ่น สร้างระบบ ‘รับซื้อ-แปรรูป-เพิ่มมูลค่า’ สร้างรายได้ให้เกษตรกร

4 จังหวัด ผนึกตั้งเครือข่ายเฝ้าระวังสัตว์น้ำต่างถิ่น สร้างระบบ 'รับซื้อ-แปรรูป-เพิ่มมูลค่า' สร้างรายได้ให้เกษตรกร

4 จังหวัด ผนึกตั้งเครือข่ายเฝ้าระวังสัตว์น้ำต่างถิ่น สร้างระบบ ‘รับซื้อ-แปรรูป-เพิ่มมูลค่า’ สร้างรายได้ให้เกษตรกร

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 12.11 น.

ภาคประชาชน 4 จังหวัด ผนึกกำลังตั้ง”เครือข่ายเฝ้าระวังสัตว์น้ำต่างถิ่นผิดกฎหมาย” รับมือปลาหมอคางดำระบาด ให้ “สนิท แดงพยนต์” นั่งประธานคนแรก เดินหน้าสร้างระบบรับซื้อ-แปรรูป-เพิ่มมูลค่า หวังหยุดวิกฤตและสร้างรายได้ให้เกษตรกร

เครือข่ายภาคประชาชนจาก 4 จังหวัด ได้แก่ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม สมุทรปราการ และเพชรบุรี หรือ “3 สมุทร 1 เพชร” มีมติจัดตั้ง “เครือข่ายเฝ้าระวังและจัดการสัตว์น้ำต่างถิ่นผิดกฎหมาย” เพื่อเป็นกลไกภาคประชาชนในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำที่กำลังส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและอาชีพประมงในหลายพื้นที่

มติดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนแนวทางแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-18 มิถุนายน 2569 ณ ห้องประชุมเขาย้อย ศูนย์ฝึกอบรมที่ 3 อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี

ที่ประชุมมีมติแต่งตั้ง นายสนิท แดงพยนต์ ประธานกลุ่มเกษตรกรทำประมงพัฒนาเกษตรพอเพียง 49 ตำบลโรงเข้ อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ดำรงตำแหน่ง ประธานเครือข่ายเฝ้าระวังและจัดการสัตว์น้ำต่างถิ่นผิดกฎหมาย คนแรก ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการประสานงาน ขับเคลื่อน และบริหารจัดการปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำร่วมกับเครือข่ายในพื้นที่

พร้อมกันนี้ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการเครือข่าย ประกอบด้วย นายปัญญา พุ่มเจริญ ประธานกลุ่มประมงชายฝั่งชุมชนคลองเทียน จังหวัดเพชรบุรี เป็นรองประธาน , นายเทิดศักดิ์ สอนเสถียร ประธานวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรเพื่อส่งเสริมอาชีพเกษตรกรบ้านคลองสวน จังหวัดสมุทรปราการ เป็นรองประธาน , นางนันทา รอดสะใภ้ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนสตรีอาสาพัฒนาบ้านบังปืน จังหวัดสมุทรสงคราม เป็นรองประธาน , นางสมหมาย เย็นงาม ประธานวิสาหกิจชุมชนบ้านบางพลี จังหวัดสมุทรสาคร เป็นเลขานุการ , นายอดิเรก แก้วเจริญ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปสัตว์น้ำตำบลโพพระ จังหวัดเพชรบุรี เป็นกรรมการ และนายจรูญ ทรัพย์ศิริ รองประธานกลุ่มพัฒนาผู้เลี้ยงกุ้งเกษตรพอเพียง 49 เป็นกรรมการ

นายสนิท กล่าวว่า แม้การระบาดของปลาหมอคางดำจะเริ่มจากพื้นที่ชายฝั่ง แต่ปัจจุบันได้ขยายวงกว้างเข้าสู่กรุงเทพมหานคร และแหล่งน้ำจืดในอำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรีแล้ว สร้างความเสียหายอย่างหนักต่อเกษตรกร โดยเฉพาะผู้เลี้ยงปลาสลิดในจังหวัดสมุทรสาคร ที่เมื่อถึงฤดูจับปลา กลับพบปลาหมอคางดำปะปนอยู่จำนวนมาก จนต้องจำหน่ายเป็นปลาป่นในราคากิโลกรัมละไม่กี่บาท ส่งผลให้ขาดทุนอย่างต่อเนื่อง

เพื่อแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม กลุ่มเกษตรกรจังหวัดสมุทรสาครจึงอาสาเป็นศูนย์กลางรับซื้อปลาหมอคางดำในรูปแบบเครือข่ายจิตอาสา แตกต่างจากระบบการค้าทั่วไปที่มักเกิดการกดราคา โดยมุ่งบริหารจัดการผลผลิตร่วมกันอย่างเป็นธรรม เพื่อให้เกษตรกรทุกพื้นที่ได้รับประโยชน์ร่วมกัน และลดปัญหาการผูกขาดตลาด

เครือข่ายยังได้ศึกษาการใช้ประโยชน์จากปลาหมอคางดำเพื่อเพิ่มมูลค่า โดยแบ่งการใช้ประโยชน์ตามขนาดของปลาอย่างชัดเจน ได้แก่ ปลาไซส์ใหญ่ส่งต่อให้กลุ่มแม่บ้านนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร เช่น ปลาแดดเดียวและขนมปั้นขลิบ ส่วนปลาไซส์เล็กส่งให้เกษตรกรผู้เลี้ยงปูและปลากะพงใช้เป็นเหยื่อสด ทดแทนอาหารเม็ดสำเร็จรูปที่มีต้นทุนสูง

นายสนิท ระบุว่า การใช้ปลาหมอคางดำเป็นเหยื่อสด ไม่เพียงช่วยลดต้นทุนการเลี้ยงปลากะพงได้อย่างมาก แต่ยังช่วยให้เนื้อปลามีคุณภาพและรสชาติดีกว่าการเลี้ยงด้วยอาหารเม็ด ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ควรได้รับการประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภครับรู้ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตของเกษตรกร

ด้านความพร้อมในการดำเนินงาน เครือข่ายมีเงินทุนหมุนเวียนสำหรับรับซื้อปลาระดับหลักล้านบาท สามารถเริ่มขับเคลื่อนได้ทันทีโดยไม่ต้องรอการสนับสนุนจากภาครัฐ อีกทั้งยังมีพื้นที่เช่าของกรมธนารักษ์ที่พร้อมปรับปรุงเป็นจุดพักปลา โดยสิ่งที่ต้องการการสนับสนุนเพิ่มเติม คือระบบห้องเย็นสำหรับเก็บรักษาสัตว์น้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ

เครือข่ายภาคประชาชน 4 จังหวัด เชื่อมั่นว่า โมเดลการทำงานแบบจิตอาสาที่อาศัยความร่วมมือและภูมิปัญญาของคนในพื้นที่ จะเป็นต้นแบบในการรับมือกับปัญหาสัตว์น้ำต่างถิ่นผิดกฎหมาย และสามารถขยายผลไปยังพื้นที่อื่น เพื่อร่วมกันแก้ไขวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมและสร้างความมั่นคงให้กับอาชีพประมงไทยในระยะยาว

พม.ชูพัฒนาผ้าพื้นถิ่น สร้างโอกาสทำธุรกิจให้สตรี

พม.ชูพัฒนาผ้าพื้นถิ่น สร้างโอกาสทำธุรกิจให้สตรี

พม.ชูพัฒนาผ้าพื้นถิ่น สร้างโอกาสทำธุรกิจให้สตรี

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 12.21 น.

นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) ลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เพื่อปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเสริมสร้างโอกาสในการดำเนินธุรกิจแก่สตรีและครอบครัว : จากผ้าสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สำหรับกลุ่มอาชีพสตรี 15 กลุ่ม ในพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และนิสิต นักศึกษา จากสถาบันการศึกษาเครือข่าย 4 แห่ง พร้อมทั้งมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการฯ จากนั้น ได้มอบแนวทางการบูรณาการความร่วมมือในการขับเคลื่อนงานป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว ในการประชุมเชิงปฏิบัติการการเสริมสร้างความรู้และพัฒนาศักยภาพพนักงานเจ้าหน้าที่ (พนักงานสอบสวนและตำรวจ) ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 ณ โรงแรมแคนทารี โคราช จังหวัดนครราชสีมา

นายนิกร กล่าวว่า สำหรับการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเสริมสร้างโอกาสในการดำเนินธุรกิจแก่สตรีและครอบครัว : จากผ้าสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิต ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 – 26 มิถุนายน 2569 เพื่อสร้างโอกาสในการพัฒนาศักยภาพของสตรีและครอบครัว ผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่เชื่อมโยง “ทุนทางวัฒนธรรม” เข้ากับ “การพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน” ซึ่งทำให้เห็นถึงพลังของความร่วมมือที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ระหว่างกลุ่มอาชีพสตรีในพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นิสิต นักศึกษา เยาวชนคนรุ่นใหม่ รวมถึงภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ที่ได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ถ่ายทอดประสบการณ์ และร่วมกันสร้างแนวคิดใหม่ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากผ้าและงานหัตถกรรมพื้นถิ่น

นายนิกร กล่าวเพิ่มเติมว่า ในขณะที่ การประชุมเชิงปฏิบัติการเสริมสร้างความรู้และพัฒนาศักยภาพพนักงานเจ้าหน้าที่ (พนักงานสอบสวนและตำรวจ) ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25- 26 มิถุนายน 2569 เพื่อเป็นเวทีสำคัญในการเสริมสร้างองค์ความรู้ ความเข้าใจ และพัฒนาศักยภาพของพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้มีความรู้ ความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ตามกฎหมาย มีทักษะในการปฏิบัติงานและช่วยเหลือคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว ตลอดจนสามารถประสานการทำงานร่วมกับทีมสหวิชาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และประโยชน์สูงสุดของผู้ถูกกระทำเป็นสำคัญ อันนำไปสู่การลดความรุนแรงในครอบครัว การคุ้มครองผู้ถูกกระทำอย่างทันท่วงที และการสร้างสังคมไทยที่ปลอดภัย เคารพสิทธิ ไม่ยอมรับ ไม่นิ่งเฉยความรุนแรงในครอบครัว

คุณแหน : 27 มิถุนายน 2569

คุณแหน : 27 มิถุนายน 2569

คุณแหน : 27 มิถุนายน 2569

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 02.00 น.

  • พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานนามกุหลาบสายพันธ์ุใหม่ว่า “ควีนสุทิดา”(Queen Sutida) เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569 และเพื่อเป็นสิริมงคลแก่กุหลาบพันธุ์ใหม่ของประเทศไทย…โดยกุหลาบดังกล่าวได้รับการขึ้นทะเบียนพันธุ์พืช จาก กรมวิชาการการเกษตร นามกุหลาบพันธ์ุ Royal 3(Rosa Hybrid Royal 3)…
  • วันสถาปนา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ครบรอบปีที่ 92 วันที่ 27 มิ.ย. ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดี จัดพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์และเจริญพระพุทธมนต์ พร้อมพิธีมอบเข็มเกียรติยศ โล่เกียรติยศ โล่เกียรติคุณ โดย ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ นายกสภามหาวิทยาลัยเป็นประธานในพิธี ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์…การนี้ขอแสดงความยินดีกับ รศ.ดร.นริศ ชัยสูตร อดีตอธิการบดี มธ.และอดีตรองปลัดกระทรวงการคลัง ในโอกาสได้รับมอบเข็มเกียรติยศ เป็นรางวัลสูงสุดที่มอบให้แก่ศิษย์เก่าผู้ทำคุณประโยชน์ อุทิศตนเพื่อสังคมและประเทศชาติมาอย่างต่อเนื่อง…
  • ดร.อัศวิน อิงคะกุล ประธานกรรมการบริหาร มิราเคิล กรุ๊ป เป็นประธานเปิดงาน มิติใหม่แห่งความคุ้มค่า Cash Voucher รับส่วนลดเพิ่มอีก 50% และบุฟเฟ่ต์คูปอง อีกหนึ่งทางเลือกของผู้บริโภค วันที่ 28 มิ.ย.9.00 น. ณ ล็อบบี้ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น สอบถามรายละเอียด โทร. 02-159-5888…
  • ไข้หวัดใหญ่ กำลังระบาดหนักในยามนี้ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี จึงให้ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหลักหก 1 จัดบริการฉีดวัคซีน โรคไข้หวัดใหญ่ 3 สายพันธุ์ ฟรี ให้แก่ประชาชนที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี(ทุกสิทธิ์) ในวันนี้(27 มิ.ย.) 13.00 – 15.30 น. ณ ศาลาใหญ่วัดนาวง ปทุมธานี…
  • บรรดาศิษย์เก่าปลาบปลื้มกันเป็นการใหญ่ เมื่อ QS TopUniversities เผยผล การอันดับ QS World University Rankings 2027 โดยสำรวจมหาวิทยาลัยกว่า 1,500 แห่งทั่วโลก เปรียบเทียบสาขาวิชา สถานที่ศึกษา และประสบการณ์ของนักศึกษา โอกาสในการทำงานและข้อมูลเชิงลึกด้านอาชีพ ในส่วนของมหาวิทยาลัยในประเทศไทยนั้น ปรากฏว่า “มหาวิทยาลัยเชียงใหม่”ได้ขึ้นอันดับที่ 3 ของประเทศ (อันดับ 555 ของโลก) โดยมี อันดับ 1 ของไทย ได้แก่ “จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” (อันดับ 212 ของโลก) และอันดับ 2 ของไทย คือ “มหาวิทยาลัยมหิดล” (อันดับ 345 ของโลก)…
  • อาภัสรา ศุภศิลป์ ชวนพี่เพื่อนไปลองลิ้มชิมอาหารที่ พาเฟ่ ของ มูลนิธิเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ซึ่งมีเมนูที่ชื่นชอบของหลายๆคน…
  • ฝีมือการปรุงอาหารเครื่องจิ้มโบราณ ”กะปิคั่ว” ที่ รัชวดี ศรีประพัทธ์ ทำมาให้เพื่อนๆชิมกันนั้น รสชาติยังอร่อยคงเส้นคงวาเหมือนเดิม…
  • ขณะที่ข่าวการทุจริตในการจัดสอบ มีการแก้กระดาษคำตอบ เพื่อให้บุคคลที่จ่ายเงินใต้โต๊ะ ได้รับการคัดเลือกเป็นข้าราชการระดับท้องถิ่นกำลังเป็น Talk of the town นั้น…“บารอนเนส” ขอพูดเรื่องเก่า เล่าความหลังว่า เบื้องหลังความสำเร็จในการสอบเข้ารับราชการ เมื่อ 40-50 ปีก่อน เกือบทั้งหมดต้องมีการสอบผ่าน ก.พ.ก่อน ซึ่งการสอบเข้ารับราชการได้ เป็น ข้าราชการ นั้น นับว่าเป็นเกียรติยศและศักดิ์ศรีแก่วงศ์ตระกูลยิ่งนัก เพราะเป็นความรู้-ความสามารถเฉพาะตัวล้วนๆ ที่ไม่มีใครมาหยามได้…การสอบเป็นข้าราชการ นำความภาคภูมิใจสู่ครอบครัวเป็นอย่างยิ่ง แต่เมื่อมีข่าวทุจริตการสอบข้าราชการท้องถิ่น ที่มีการแก้ไขกระดาษคำตอบ เพื่อให้ “คนซื้อ” สอบได้ โดยมีเงินหลักหลายแสนเป็นการแลกเปลี่ยน…น่าอัปยศ อดสู ทั้ง “คนซื้อ” และ “คนขาย”…อย่างไรก็ดีการล้มบัญชีทั้งกระดาน เป็นเรื่องน่าเห็นใจยิ่ง เนื่องด้วยคนที่สอบได้เอง ไม่ได้ทุจริตในกระบวนการสอบ ก็จะโดนลงโทษทั้งที่ไม่ได้กระทำผิด ดังนั้น ผู้รู้ทั้งหลายจึงเสนอความคิดเห็นว่า สมควรให้มีการสอบสวนลงรายละเอียด เจาะลึก ลงโทษเฉพาะคนผิด และทุจริตจริงๆเท่านั้น !!…

บารอนเนส

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์-มูลนิธิยังมีเราร่วมมอบทุนฯ

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์-มูลนิธิยังมีเราร่วมมอบทุนฯ

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์-มูลนิธิยังมีเราร่วมมอบทุนฯ

วันศุกร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.55 น.

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ร่วมมูลนิธิยังมีเรา มอบทุน “โครงการสานฝันเพื่อการศึกษา 2569” หนุนเยาวชนสายอาชีพ จ.แม่ฮ่องสอน

วันนี้ (26 มิ.ย.) มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ร่วมกับมูลนิธิยังมีเรา ลงพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน มอบทุนการศึกษาแก่เยาวชนสายอาชีพที่มีความประพฤติดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ภายใต้โครงการ “สานฝันเพื่อการศึกษา 2569” เพื่อสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาและการพัฒนาทักษะวิชาชีพในอนาคต โดยนางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ร่วมกับมูลนิธิยังมีเรา ลงพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อมอบทุนการศึกษา ภายใต้โครงการสานฝันเพื่อการศึกษา 2569 ให้แก่นักเรียนสายอาชีพที่มีผลการเรียนดี มีความประพฤติดี แต่ยังขาดแคลนทุนทรัพย์ จำนวน 5 ทุน ทุนละ 6,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 30,000 บาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายทางการศึกษา และต่อยอดการพัฒนาทักษะวิชาชีพในอนาคต การลงพื้นที่ครั้งนี้ ได้รับการต้อนรับจากนางสาวเพลินพิศ คำพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานแม่ฮ่องสอน คอยอำนวยความสะดวกและประสานให้การดำเนินกิจกรรมให้เป็นไปด้วยความราบรื่น

ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์และมูลนิธิยังมีเรา ได้ประสานความร่วมมือเป็นอย่างดี ในการดำเนินกิจกรรมเพื่อสาธารณะประโยชน์ สำหรับในครั้งนี้มูลนิธิฯ มีความตั้งใจที่จะส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาให้กับเยาวชนสายอาชีพ โดยเฉพาะผู้ที่มีความมุ่งมั่น ขยัน และมีความประพฤติดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เชื่อว่าการสนับสนุนวันนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของเยาวชนให้สามารถประกอบอาชีพและสร้างอนาคตที่มั่นคงต่อไป

สำหรับนักเรียนที่ได้รับทุนในวันนี้ มีจำนวนทั้งสิ้น 5 คน เป็นผู้ผ่านการฝึกอบรมตามโครงการเพิ่มทักษะด้านอาชีพสำหรับผู้ที่ไม่ได้เรียนต่อหลังจบการศึกษาภาคบังคับ ในสาขาช่างซ่อมและบำรุงรักษารถจักรยานยนต์ ประกอบด้วย นายปพน ทองหล่อ, นายกนกเทพ ชาญธนะตระกูล, นายศุภณัฐฎ์ เพชรพวงพะยอม, นายกิตติพงศ์ แสงเฮ่อ และ นายวิชฐ์พล อำรุงสายชล

ทั้งนี้ “โครงการสานฝันเพื่อการศึกษา 2569” ถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญของมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ร่วมกับมูลนิธิยังมีเรา ในการส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชนสายอาชีพในพื้นที่ห่างไกล เพื่อยกระดับทักษะวิชาชีพและสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพอย่างยั่งยืนในอนาคต

015

MR. D.I.Y. สนับสนุนวงการศิลปะไทย ประกาศผลการประกวดจิตรกรรมร่วมสมัย MR. D.I.Y. 2569

MR. D.I.Y. สนับสนุนวงการศิลปะไทย  ประกาศผลการประกวดจิตรกรรมร่วมสมัย MR. D.I.Y. 2569

MR. D.I.Y. สนับสนุนวงการศิลปะไทย ประกาศผลการประกวดจิตรกรรมร่วมสมัย MR. D.I.Y. 2569

วันศุกร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.12 น.

มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. ผู้นำด้านธุรกิจค้าปลีกอุปกรณ์ตกแต่งบ้านและสินค้าไลฟ์สไตล์ทั่วไป ประกาศผลรางวัลการประกวดจิตรกรรมร่วมสมัย MR. D.I.Y. ประจำปี 2569 ภายใต้หัวข้อ “ความเข้มแข็งและความยืดหยุ่น (Strength & Resilience)” สำหรับผู้ชนะทั้งประเภทประชาชนทั่วไป และประเภทสถาบันการศึกษา โดยการตัดสินรอบสุดท้ายจัดขึ้น ณ หอนิทรรศการ G23 สถาบันวัฒนธรรมและศิลปะ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ซึ่งในปีนี้มีผู้สนใจเข้าสมัครประกวดเป็นจำนวนมาก ทั้งประเภทประชาชนทั่วไปและประเภทสถาบันการศึกษาจากศิลปินทั่วประเทศ

การประกวดจิตรกรรมร่วมสมัย MR. D.I.Y. ประจำปี 2569 ได้รับเกียรติจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ นำโดย ผศ.ดร.วิชญ มุกดามณี รองอธิการบดีฝ่ายศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร และผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำภาควิชาจิตรกรรม คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร รศ.ดร.สิทธิธรรม โรหิตะสุข หัวหน้าภาควิชาทัศนศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ อ.ศุภโชค ชุมสาย ณ อยุธยา ศิลปินอิสระสร้างสรรค์งานศาสนศิลป์ร่วมสมัยและ นิ่ม นิยมศิลป์ ภัณฑารักษ์ มาร่วมพิจารณาตัดสินผลงาน รวมถึงรางวัล CEO Award ที่ มร.แอนดี้ ชิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มาร่วมตัดสินด้วยตัวเอง พร้อมทีมผู้บริหาร อานุภาพ คงมาลัย รองประธานบริหารฝ่ายการตลาด และ ศุภารี จายะภูมิ ผู้อำนวยการฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์

ผลงานที่ได้รับรางวัล ประเภทสถาบันการศึกษา  รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ รถไฟชั้น 3 โดย พุทธิเมธา ตังคโณบล รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง ได้แก่ ห่มสไบใส่ยีนส์ โดย ทนิตสร รัตนรัตน์ และ รางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง ได้แก่ นัยรัก โดย ธีรภัทร พรมชัย ประเภทประชาชนทั่วไป รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ร่องรอยแห่งอนาคต โดย ทวิช จิตเที่ยง รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง ได้แก่ ความยืดหยุ่นภายใต้แรงกด โดย สวิตต์ โนจิตร และ รางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง ได้แก่ Reshaping Motherhood โดย เบญจพร สาธรราช สำหรับรางวัล CEO Award ประเภทสถาบันการศึกษา ได้แก่ กลมกลืนในโลกที่เปลี่ยนไป โดย ปนัดดา สีจันแดง  และ รางวัล CEO Awardประเภทประชาชนทั่วไป ได้แก่ ร่องลอย Trace Adrift โดย ชิษณุพงศ์ วัฒโน

รศ. ดร.สิทธิธรรม โรหิตะสุข ,นิ่ม นิยมศิลป์ ,ผศ. ดร.วิชญ มุกดามณี  และ อ.ศุภโชค ชุมสาย ณ อยุธยา

ผศ. ดร.วิชญ มุกดามณี รองอธิการบดีฝ่ายศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร กล่าวถึงภาพรวมผลงานผู้เข้าประกวดปีนี้ว่า “หัวข้อความเข้มแข็งและความยืดหยุ่น หากฟังเผิน ๆ อาจดูเป็นเรื่องของคน แต่การตีความของผู้เข้าประกวดส่วนใหญ่
กลับมองผ่านเรื่องราวรอบตัว ทั้งที่อยู่อาศัย สภาพสังคม สิ่งแวดล้อม ชนชั้น ไปจนถึงความเข้มแข็งของชุมชน ภาพรวมงานทั้งหมดของศิลปินในปีนี้ เราเห็นว่าศิลปินไม่ได้มองแค่ตัวเอง แต่มองเรื่องราวเชิงความสัมพันธ์ ทั้งความสัมพันธ์ของคนกับคน คนกับสิ่งแวดล้อม คนกับสิ่งของ บ้านเรือน และวิถีชีวิต ทำให้เห็นว่างานศิลปะมีการเติบโตขึ้น ไม่ได้มองเป็นแค่เรื่องเดิม ๆ”

อานุภาพ คงมาลัย รองประธานบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัลทุกท่าน และขอบคุณศิลปินผู้ส่งผลงานตัวจริงเข้าประกวดรอบชิงชนะเลิศ 56 รายที่ร่วมส่งผลงานเข้ามาในปีนี้ บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะสานต่อศิลปะให้เติบโตอย่างยั่งยืนเคียงคู่สังคมไทย พร้อมขับเคลื่อนวงการศิลปะ ศิลปินรุ่นใหม่ และคนรักงานศิลปะให้ได้มีพื้นที่แสดงความสามารถ และถ่ายทอดแรงบันดาลใจออกมาเป็นผลงานที่สื่อสารไปยังทุกคนได้ ซึ่งปีนี้เป็นปีที่ 2 ในการจัดกิจกรรมประกวดจิตรกรรมร่วมสมัย ซึ่งยังคงได้รับการตอบรับที่อบอุ่นเช่นเคย แสดงให้เห็นว่า ศิลปะยังคงเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของคนไทย และบริษัทฯ พร้อมเดินหน้าส่งเสริมความหลากหลายในวงการศิลปะไทยต่อไปในอนาคต”

ศุภารี จายะภูมิ และ อานุภาพ คงมาลัย 

ผลงานที่ได้รับรางวัลและผลงานที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย จะจัดแสดงผลงาน ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) ระหว่างวันที่ 1 – 13 ธันวาคม 2569 โดยผู้ชนะรางวัลอันดับที่ 1-3 ของแต่ละประเภท มีสิทธิ์ได้รับการคัดเลือกเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันในระดับภูมิภาค ณ ประเทศอินโดนีเซีย ในลำดับต่อไป ทั้งนี้ สามารถรับชมผลงานที่ได้รับรางวัล และศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/WinnersArtCompetitionTH2026 และติดตามข่าวสาร โปรโมชั่น และกิจกรรมที่น่าสนใจจาก MR. D.I.Y. ได้ที่ – Facebook: @mrdiyTH, Instagram: @mrdiy.thailand, TikTok: @mrdiy.thailand, Line: @mrdiythailand, LinkedIn: MR.DIY Thailand, และ YouTube: MR DIY Thailand

โฆษณาไทยประกันชีวิต “รอยสักของแม่” คว้า 5 รางวัลใหญ่ จาก 3 เวทีประกวดโฆษณาระดับโลก

โฆษณาไทยประกันชีวิต “รอยสักของแม่” คว้า 5 รางวัลใหญ่ จาก 3 เวทีประกวดโฆษณาระดับโลก

โฆษณาไทยประกันชีวิต “รอยสักของแม่” คว้า 5 รางวัลใหญ่ จาก 3 เวทีประกวดโฆษณาระดับโลก

วันศุกร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.04 น.

ไทยประกันชีวิต ตอกย้ำความสำเร็จการเป็นต้นแบบโฆษณา Sadvertising ล่าสุดโฆษณา “รอยสักของแม่” คว้า 5 รางวัลจากเวทีสร้างสรรค์ระดับนานาชาติ “ANDY Awards 2026” และ “New York Festivals Advertising Awards 2026 (NYF)” รวมถึง เวทีประกวดโฆษณาแห่งเอเชีย “Spikes Asia 2026”

บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ผู้บุกเบิกการสร้างแบรนด์ผ่านภาพยนตร์โฆษณา ภายใต้แนวคิดการตระหนักถึงคุณค่าของชีวิตและคุณค่าของความรัก (Value of Life, Value of Love) ซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของแบรนด์ หรือ Brand Purpose ในการเป็นแบรนด์ที่สร้างแรงบันดาลใจให้คนในสังคม ด้วยการนำเสนอเนื้อหาในลักษณะที่เข้าถึงใจผู้ชม หรือ Emotional Approach จนทำให้ภาพยนตร์โฆษณาไทยประกันชีวิตกลายเป็นเอกลักษณ์ที่ได้รับการจดจำ และได้รับการขนานนามจากกูรูด้านการตลาดให้เป็น Sadvertising

ล่าสุดกับภาพยนตร์โฆษณาชุด “รอยสักของแม่: Unfading Love” สร้างสรรค์โดยเอเจนซี่ โอกิลวี่ ประเทศไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ “ทำโซเชียลให้มีความหมาย” ที่ไทยประกันชีวิตเปิดตัวในปี 2568 ภายใต้แนวคิด “ทำชีวิตให้มีความหมาย” โดยมุ่งเน้นการสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนตระหนักถึงคุณค่าของชีวิต ความรัก การดูแลกันและกัน และทำให้ทุกวันของชีวิตดำเนินไปอย่างมีคุณค่าและมีความหมายที่สุด

ด้วยเนื้อหาของโฆษณาที่ถ่ายทอดมุมมองของสิ่งที่มีความหมายกับชีวิตได้อย่างลึกซึ้ง ทำให้โฆษณาชุด “รอยสักของแม่” ได้รับรางวัล Winner ประเภท IDEA หนึ่งเดียวบนเวที ANDY Awards 2026 และยังคว้ารางวัล Best of Region – Asia อีกด้วย

พร้อมรับอีก 2 รางวัลใหญ่ จากเวทีประกวดโฆษณาระดับนานาชาติที่มีชื่อเสียงและเก่าแก่ที่สุด New York Festivals Advertising Awards 2026 (NYF) โดยเป็นรางวัลในระดับ Silver ในหมวด Products & Services – Corporate Image/Consumer Services/B2B และระดับ Bronze ในหมวด FINANCIAL: Consumer – Insurance

ในขณะที่ เวที Spikes Asia 2026 อีกหนึ่งสุดยอดเวทีโฆษณาในการประกวดผลงานด้านความคิดสร้างสรรค์อันทรงเกียรติที่สุดของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดย “รอยสักของแม่” ได้รับรางวัลในระดับ Silver จากหมวด Entertainment – FICTION & NON-FICTION FILMS UP TO 5 MINUTES

“รอยสักของแม่” ถ่ายทอดเรื่องราวของแม่ที่เริ่มมีอาการอัลไซเมอร์ แต่ยังคงพยายามจดจำรายละเอียดเกี่ยวกับยาของลูกชายที่ป่วยเป็นโรคหอบหืด ด้วยการสักชื่อยาลงบนแขนของตนเอง เพื่อไม่ให้ลืมหน้าที่สำคัญที่สุดในชีวิต นั่นคือการดูแลลูกที่เธอรัก เรื่องราวดังกล่าวสะท้อนความรักที่ไร้เงื่อนไข และตอกย้ำว่าความหมายของชีวิตอาจไม่ได้อยู่ที่การมีชีวิตยืนยาว แต่อยู่ที่การได้ดูแลคนที่เรารักอย่างดีที่สุดในทุกวันที่ยังมีโอกาส

ที่ผ่านมาภาพยนตร์โฆษณาของไทยประกันชีวิตได้รับการการันตีความสำเร็จจากการได้รับรางวัลจากสถาบันต่างๆ ทั้งในระดับประเทศและระดับสากลมากมาย อาทิ สถาบัน International Business Awards หรือ Stevie Awards 2023 ประเทศสหรัฐอเมริกา จากโฆษณาชุดเชื่อในความดี, รางวัล Cannes Lion Awards จากโฆษณาชุดแม่รู้อะไรบ้าง, รางวัล London International Awards (LIA) จากโฆษณาชุด Until We Meet Again รวมถึง การสร้างปรากฏการณ์ความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ ในปี 2024 จากโฆษณาชุด “ผิวของแม่: Under My Skin” ที่สามารถคว้าถึง 12 รางวัล จาก 5 เวทีประกวดผลงานโฆษณาระดับโลกอย่าง CANNES LIONS 2024, D&AD Awards 2024, ADFEST 2024, Spike Asia 2024 และ Clio Awards 2024

ไทยประกันชีวิตมุ่งสร้างสรรค์ภาพยนตร์โฆษณาที่สร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต เพื่อส่งมอบและเติมเต็มคุณค่าให้กับผู้ชม สามารถติดตามชมภาพยนตร์โฆษณาเรื่องอื่น ๆ ของไทยประกันชีวิต ได้ที่ YouTube Thailifechannel Playlist : The Original Sadvertising

ฮาวเด้น แมกซี่ จัดกิจกรรม ‘Howden Care & Share’ สร้างความสุข ส่งต่อโอกาสให้น้องๆ บ้านนนทภูมิ

ฮาวเด้น แมกซี่  จัดกิจกรรม ‘Howden Care & Share’  สร้างความสุข ส่งต่อโอกาสให้น้องๆ บ้านนนทภูมิ

ฮาวเด้น แมกซี่ จัดกิจกรรม ‘Howden Care & Share’ สร้างความสุข ส่งต่อโอกาสให้น้องๆ บ้านนนทภูมิ

วันศุกร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.00 น.

ฮาวเด้น แมกซี่ อินชัวรันส์ โบรกเกอร์ ร่วมสนับสนุนแคมเปญ Howden Global Group Giving Month 2026 เดินหน้าขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อสังคม ภายใต้โครงการ ‘Howden Care & Share’ เลี้ยงอาหารกลางวัน มอบสิ่งของจำเป็น และจัดกิจกรรมสันทนาการสร้างรอยยิ้มเคล้าบรรยากาศแห่งความหวังให้แก่เด็กๆ ณ สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านนนทภูมิ จังหวัดนนทบุรี เมื่อเร็วๆ นี้

จิตวุฒิ ศศิบุตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮาวเด้น แมกซี่ อินชัวรันส์ โบรกเกอร์ จำกัด กล่าวว่า “แคมเปญรณรงค์ระดับโลกด้านความรับผิดชอบต่อสังคมของกลุ่มบริษัท ฮาวเด้น ปีนี้ สำหรับในเมืองไทย คณะผู้บริหารพร้อมด้วยพนักงาน ได้ร่วมแรงร่วมใจสร้างสรรค์กิจกรรมจิตอาสา ส่งมอบความสุข กำลังใจ และโอกาสให้แก่เด็กๆ บ้านนนทภูมิ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจ ควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคม โดยเชื่อว่าการแบ่งปันและการมีส่วนร่วมของทุกคน สามารถสร้างคุณค่าและส่งต่อโอกาสให้กับสังคมได้อย่างยั่งยืน”

ภายในงาน พนักงานได้ร่วมกันระดมทุนเป็นจำนวนเงิน 30,999 บาท เพื่อสนับสนุนการดูแลและพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กๆ พร้อมทั้งมอบเครื่องอุปโภคบริโภค อาทิ อาหารแห้ง นม และสิ่งของจำเป็น เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของสถานสงเคราะห์ ท่ามกลางบรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข ความอบอุ่น และสนุกสนาน

ภายใต้แนวคิด ‘ร่วมแบ่งปัน ร่วมดูแล เพื่อสังคมที่ดีกว่า’ ฮาวเด้น แมกซี่ ยังคงมุ่งมั่นสร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งต่อคุณค่าให้แก่ลูกค้า พนักงาน และสังคมไทย

เปิดงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ

เปิดงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ

เปิดงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ

วันศุกร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.56 น.

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(กลาง)  เป็นประธานเปิดงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569 (Thailand Research Expo 2026)” ครั้งที่ 21 ภายใต้แนวคิด “Research Synergy พลังวิจัย สร้างสรรค์เศรษฐกิจและสังคมไทยยั่งยืน” และกล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง “Research Synergy พลิกโฉมประเทศไทย: จากงานวิจัยสู่เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของชาติ” โดยมี ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง และ ผู้บริหารจากหน่วยงานเครือข่ายวิจัยให้การต้อนรับ ณ ห้อง World Ballroom ชั้น 23 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ

จากซ้าย ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ประธาน กสว.,  ทพ.ญ.ศรีญาดา ปาริมาพันธ์ ที่ปรึกษา  รมว.อว. ,ดนุพร ปุณณกันต์ ผู้ช่วย รมว.อว. , ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว. อว. , ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว.,  ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และ  รศ.ดร.ชลวิทย์ เจียรจิตต์ อธิการบดี มศว.

ชื่นมื่น! ‘แมมโบ้ ยุรการ’ ลูกชาย ‘แซม ยุรนันท์’ ควงเจ้าสาวเข้าพิธีวิวาห์สุดอบอุ่น

ชื่นมื่น! 'แมมโบ้ ยุรการ' ลูกชาย 'แซม ยุรนันท์' ควงเจ้าสาวเข้าพิธีวิวาห์สุดอบอุ่น

ชื่นมื่น! ‘แมมโบ้ ยุรการ’ ลูกชาย ‘แซม ยุรนันท์’ ควงเจ้าสาวเข้าพิธีวิวาห์สุดอบอุ่น

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.19 น.

ฤกษ์งามยามดี 27 มิถุนายน 2569 ถือเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญของครอบครัวภมรมนตรี เมื่อ “แมมโบ้-ยุรการ ภมรมนตรี” ลูกชายคนโตของพระเอกตลอดกาล “แซม-ยุรนันท์ ภมรมนตรี” และ “มุก-มาริษา” ได้ควงแขนเจ้าสาวคนสวยเข้าสู่ประตูวิวาห์อย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

พิธีแต่งงานในวันนี้จัดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศสุดอบอุ่นและเป็นกันเอง โดยมีครอบครัวของทั้งสองฝ่าย เพื่อนพ้องคนสนิท รวมถึงแขกผู้มีเกียรติเดินทางมาร่วมแสดงความยินดีและร่วมเป็นสักขีพยานในความรักของทั้งคู่อย่างคับคั่ง ภายในงานเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความสุข โดยเฉพาะช่วงพิธีแห่ขันหมากที่จัดขึ้นอย่างคึกคักและงดงามตามประเพณีไทยอย่างไร้ที่ติ

อีกหนึ่งภาพความประทับใจที่ทำเอาแขกในงานและแฟน ๆ อดอมยิ้มตามไม่ได้ คือภาพของ แซม ยุรนันท์ ที่ทำหน้าที่คุณพ่อของเจ้าบ่าว คอยอยู่เคียงข้างและซัพพอร์ตลูกชายในทุกช่วงเวลาสำคัญของพิธีการ เป็นภาพความผูกพันของสองครอบครัวที่อบอวลไปด้วยความรักและความยินดีอย่างที่สุด

ทางทีมงานขอแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาวป้ายแดง “แมมโบ้ ยุรการ” และเจ้าสาว ขอให้ทั้งคู่มีความสุขในชีวิตคู่และสร้างครอบครัวที่อบอุ่นตลอดไป

ขอบคุณ : IG ypmambo