เปิดตัวโครงการ กดให้คิด คลิกให้ชัวร์ ดึงอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง หยุดวงจรเหยื่อไซเบอร์

เปิดตัวโครงการ กดให้คิด คลิกให้ชัวร์ ดึงอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง หยุดวงจรเหยื่อไซเบอร์

เปิดตัวโครงการ กดให้คิด คลิกให้ชัวร์ ดึงอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง หยุดวงจรเหยื่อไซเบอร์

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.00 น.

กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมกับ บริษัท เช้นจ์2561 จำกัด   เปิดตัวโครงการ “กดให้คิด คลิกให้ชัวร์” เพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจในการใช้โซเชียลมีเดีย รู้เท่าทันสื่อ การป้องกันภัยออนไลน์ไม่ให้ตัวเองตกเป็นเหยื่อ   พร้อมสร้างแรงบันดาลใจ นำข้อคิดและมุมมองที่เป็นประโยชน์ส่งต่อให้กับคนรอบตัว  รวมถึงการใช้สื่อดิจิทัลอย่างสร้างสรรค์และรับผิดชอบ       โดยลงพื้นที่จัดกิจกรรม “CYBERSAFE ON TOUR กดให้คิด คลิกให้ชัวร์”  ในสถาบันการศึกษาชั้นนำทั้งระดับมัธยมศึกษาและอุดมศึกษา พร้อมเชิญเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง  ได้แก่   ก๊อตจิ ทัชชกร , ป้าตือ สมบัษร, ฟรัง นรีกุล, มุก วรนิษฐ์ , หยาดพิรุณ , สยาโม , แคน อติรุจ , พาเวล นเรศ , เขื่อน ภัทรดนัย  และ เจแปน ภานุพรรณ  โดยมี ไมเคิล เกียรติศักดิ์ วัฒนวิทย์สกุล เป็นพิธีกร ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนวิธีคิด การรู้เท่าทันสื่อ  เพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่จะสามารถช่วยป้องกันภัยออนไลน์ที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างไม่ทันตั้งตัว

กิจกรรม “CYBERSAFE ON TOUR กดให้คิด คลิกให้ชัวร์” มุ่งหวังให้เกิดการยกระดับการรู้เท่าทันภัยออนไลน์เพื่อสร้างเกราะป้องกันให้กลุ่มเยาวชนซึ่งเป็นกลุ่มหลักที่ใช้โซเชียลมีเดียในปัจจุบัน โดยกิจกรรมจะเน้น
การพูดคุยเล่าเรื่องราว แชร์ประสบการณ์จริงจากอินฟลูเอนเซอร์  ตลอดจนการตอบข้อซักถามอย่างใกล้ชิด ไฮไลต์ที่สำคัญ คือเยาวชนที่ร่วมกิจกรรมจะได้มีโอกาสทำ Workshop ผลิตคลิปสั้น การใช้โซเชียลมีเดียอย่างถูกวิธี และการเตือนภัยออนไลน์ที่วัยเรียนอาจพบเจอ โดยคลิปดังกล่าวจะถูกนำไปเผยแพร่ในช่องทางออนไลน์ของโครงการ

สามารถติดตามความสนุกและสาระความรู้เกี่ยวกับการรู้เท่าทันภัยออนไลน์กับกิจกรรม “CYBERSAFE ON TOUR กดให้คิด คลิกให้ชัวร์”  ได้ทาง FACEBOOK /IG / YOUTUBE : CHANGE2561  และ TIKTOK : CYBER SAFE ON TOUR  

โอ๊ยเล่าเรื่อง ซูเปอร์เกิร์ล(Supergirl) 8/10

โอ๊ยเล่าเรื่อง ซูเปอร์เกิร์ล(Supergirl) 8/10

โอ๊ยเล่าเรื่อง ซูเปอร์เกิร์ล(Supergirl) 8/10

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 09.00 น.

ซูเปอร์เกิร์ล(Supergirl) คือ หนึ่งใน ซูเปอร์ฮีโร่สาว ใน คอมมิค DC ที่ชอบ มาตั้งแต่ ตอนเป็นเด็ก ที่ดูทีไร รู้สึกถึง ความเป็น เด็กสาวตัวน้อย จากต่างดาว ที่มาช่วยโลกยังช่วยเพิ่มความอบอุ่น ความเป็นครอบครัวของ ซูเปอร์แมนตอนเป็นหนังคนแสดง Supergirl (1984) ที่นำแสดงโดย เฮเลน สเลเดอร์ ก็ชอบ สนุกไปกับตัวหนังมาในยุคนี้ ชอบทั้ง ที่มาเปิดตัวจากหนังเรื่องก่อนหน้านี้ ทั้งจากใน เดอะเฟลซ (The Flash)(2023) หรือ ซูเปอร์แมน (Superman)(2025) จนทำให้ รอดู หนังเต็มของเธอ

 เมื่อศัตรูปริศนาผู้โหดเหี้ยมและคาดไม่ถึงเข้ามาคุกคามใกล้ตัวเกินไป คารา ซอร์-เอล ที่กำลังฉลองวันเกิดครบ 21 ปี จำใจต้องร่วมมือกับ รูธี คู่หูที่ไม่น่าจะเข้ากันได้ ออกเดินทางผจญภัยครั้งยิ่งใหญ่ข้ามจักรวาล เพื่อการล้างแค้นและความยุติธรรม ภายใต้ชื่อ ซูเปอร์เกิร์ล

ซูเปอร์เกิร์ล(Supergirl) ในเวอร์ชั่นนี้ มานำเสนอ ผสม ยำหนังแอ็คชั่นฮีโร่ ไซไฟ หลายๆ เรื่อง มารวมกัน แต่ยังคงไว้ ในความเป็น หนัง DC ความเป็น ซุเปอร์เกิร์ล ยังคงอยู่ครบ
บรรยากาศ ภาพรวม ชวนให้นึกถึง Mad Max แอ็คชั่นแรงๆ ที่เปลี่ยนจาก บนถนน มาเป็นต่างดาว กลุ่มตัวร้าย อาวุธ พาหนะ นี่ใช่เลย ตัวละครต่างดาว หน้าตาแปลกๆ รู้สึก เหมือน มาดู มนุษย์ต่างดาว ใน Star Wars

โลเกชั่น บนดวงดาว ทะเลทราย พระอาทิตย์ นึกว่า Dune เส้นเรื่อง หมาข้า ใครอย่าแตะ นี่มัน จอห์น วิค แม้จะรู้สึกว่ายำใหญ่ หลายเรื่อง แต่ด้วย ชุดที่คุ้นเคย หรือ ซูเปอร์แมน ที่ร่วมเฟรม ก็ดึงให้ รู้สึกเหมือน ได้อ่าน การ์ตูน คออมิกชอบ ท่าเหาะ มากชวนให้ นึกถึง ท่าเหาะ ในหนังยุคสมัยคริสโตเฟอร์ รีฟ เป็น ซูเปอร์แมน จริงๆ
หนังให้ภาพของ Supergirl ที่ ฉีกภาพเดิมที่เคยดูมา ดูลุยๆ โดนๆ ขมุกขมัว ไม่สดใสมาก แต่ก็ดูสมวัย ไม่ดูแก่เกินตัว (หลายคน อาจจะติดภาพ ด้านมืด ดาร์คๆ ของ ฮีโร่ ฝั่ง DC เลยอาจจะผิดหวัง ที่ เรื่องนี้ แทบจะไม่ดาร์ค ไม่รุนแรงนัก)

เส้นเรื่องอาจจะดูเรียบง่ายแทบไม่มีอะไรใหม่ มาตามสูตร ไม่มีหักมุม บางช่วงบางตอน อาจจะดูย้วยๆ ไปบ้าง แต่ การเล่าเรื่อง ก็ไม่ได้แย่ พอดูเพลินๆ ได้งานด้านภาพ เทคนิคพิเศษ อยู่ใน ขั้นโอเค ทำได้ดีฉากแอ็คชั่นCG ยังคง ออกมา ในแบบที่คุ้นเคย ใน หนังDC ตัวเรื่อง ไปลุยในจักรวาล ไม่ใช่บนโลก เลยไม่ค่อยรู้สึกเป็น หนังDC ปกติจะคุ้นเคย กันแต่บน โลก พอ ย้ายไป บนดวงดาว เลยรู้สึก ขัดๆ ไม่ใช่ ยังดี ที่ เป็น ฮีโร่ ที่คุ้นเคย เลยดึง ความรู้สึกสนุกกลับมาได้และยังดีที่ เป็นเรื่องของ นางคนเดียว มีแค่ ซูเปอร์แมน มาเป็นตัวเชื่อม ไม่มี ฮีโร่คนอื่น มาแย่งความเด่น

เอาเข้าจริงๆ Supergirl ชวนให้ นึกถึง หนัง DC หลายๆ เรื่อง ใน ยุคก่อน ที่เปิดตัว เรื่องแรก อาจจะดูธรรมดา ปูเรื่องราว มากไป คิวบู๊ ตัวร้าย อาจจะยังไม่เก่งนัก
น่าเสียดาย ที่ ในช่วงปู คาร่า ก่อนมาโลก ดู ธรรมดาๆไปสักนิดและเมื่อ เป็นฮีโร่สาวน้อย ตัวละครหญิง เลยเด่น ปมปัญหาเรื่องของผู้หญิง สาวๆถูกลักพาตัว เลย ถูกนำมาใส่ เป็น เส้นเรื่องเป็นเรื่องราว ในหนังหนังยังใส่ เพลงเข้ามา เพิ่ม อารมณ์ ให้ หนังดูสดใส มากยิ่งขึ้น
 

มิลลี่ อัลค็อก สวยใสน่ารัก ดูเด่นดูดีในทุกๆ ฉาก เสน่ห์ เหลือล้น เป็น ซูเปอร์เกิร์ล ที่ OK เลย ยิ่ง สวมชุด ด้วยแล้ว สวยเท่ห์ ดูดี น่ารัก สมวัย จริงๆ
อีฟ ริดลีย์ ในบท รูธี ก็น่ารัก ในแบบ เด็กๆ แม้จะเป็นตัวละคร ที่ อาจจะดูน่าเบื่อน่ารำคาญ อยู่บ้าง เป็นตัว ถ่วงมากกว่าตัวช่วย แต่ เพราะ ความสดใส ในตัว น้องนาง เลย ก็เลย หยวนๆ ไม่เกลียด

ตัว รูธี เข้ามาช่วย ทำให้ คาร่า ดูเป็น ผู้ใหญ่ ดูโตขึ้น มีความเป็นพี่เมื่ออยู่ด้วยกัน ผิดกับ ตอนที่ คาร่า อยู่กับ ซูเปอร์แมน ที่ดูยังไงๆ ก็เป็น เด็กน้อยยังไม่โต
ส่วน เจสัน โมโมอา ที่พาร่างบึ้กๆ มาช่วยเพิ่ม ความสนุก ให้กับเรื่อง แต่ไปๆ มาๆ กลับไม่มีอะไร และยังรู้สึกน่ารำคาญ ไม่มีไม่ต้องมา ก็ได้ แถมยังแต่งหน้าใส่ชุด นึกว่า มาดู วง Kiss แสดงหนัง สีหน้าท่าทาง โผล่มาทีไร นึกถึง ตัวร้าย ใน  ศึกชิงดาบคู่ค้างคาวทอง (Bat Without Wings) (1980) หนังชอว์บราเดอร์ ทุกที หรือ มัทเธียส โชนาร์ตส์ ในบท เครน ตัวร้าย ที่ หนังพยายาม ให้ร้าย แต่ดูยังไงๆ ก็ไม่รู้ว่าร้าย ไม่รู้สึกว่าเก่งกาจอะไร กลับรู้สึก เป็นตัวร้าย ที่ง่อยๆ ที่สุดในขณะที่ น้องหมาคริสโต้ มาน้อย แต่ดูน่ารัก ดูไปยิ้มไปในความซน ของหมาน้อย ขโมยซีนน่ารักๆ ได้ในทุกฉากส่วน เดวิด โคเรนสเวต ในบทั้ง ซูเปอร์แมน อาจจะไม่มี อะไรมากนัก แต่ ก็ช่วยให้ หนังดูอบอุ่น ดูเป็นครอบคัว ดาวคริสตัน ให้ภาพของ ความเป็น DC ที่ชัดเจน
ซูเปอร์เกิร์ล(Supergirl) เป็นหนัง ที่แค่ดูได้เพลินๆ ดูแบบสบายๆ สนุกสนานในแบบ ที่ไม่ต้องคิดมาก แม้ หลายๆอย่าง ดราม่า อาจจะไม่ดึงไม่รู้สึกอิน ฉากแอ็คชั่น อาจจะดูน้อยไปสักนิด แต่ เพราะ น้องมิลลี่ อัลค็อก ก็เลย  พอจะดึงให้กลับมาสนุกไปกับตัวหนัง สนุก เพลิน ดูสบายหนังไม่เลวร้าย ในระดับ 8/10 คะแนน

วงการบิวตี้เดือด! 12 โรงพยาบาล-คลินิกดัง เปิดศึกประชันฝีมือบนจอ

วงการบิวตี้เดือด! 12 โรงพยาบาล-คลินิกดัง เปิดศึกประชันฝีมือบนจอ

วงการบิวตี้เดือด! 12 โรงพยาบาล-คลินิกดัง เปิดศึกประชันฝีมือบนจอ

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 09.00 น.

เตรียมตัวให้พร้อม เพราะสงครามครั้งใหม่กำลังจะเริ่มขึ้นเมื่อ 12 โรงพยาบาลและคลินิกศัลยกรรมชั้นนำของประเทศ ตัดสินใจก้าวออกจากห้องผ่าตัด สู่เวทีการแข่งขันบนหน้าจอโทรทัศน์ เพื่อพิสูจน์ฝีมือและวิสัยทัศน์ด้านความงาม ในรายการเรียลลิตี้ฟอร์มยักษ์ “SURGERY WARS สงครามแห่งความงาม” ทางช่องเวิร์คพอยท์ 23 ผลิตโดยบริษัท วิน วิน พีอาร์ พลัส ทันทีที่ปล่อยตัวอย่างรายการออกมา ก็ถูกจับตามองว่าอาจเป็นหนึ่งในรายการที่สร้างกระแสพูดถึงมากที่สุดแห่งปี ครั้งแรกที่ผู้ชมจะได้เห็นเบื้องหลังการวางแผนเปลี่ยนลุค การออกแบบความงามเฉพาะบุคคล และการสร้างความมั่นใจให้กับผู้เข้าแข่งขันตัวจริง ผ่านการแข่งขันของทีมแพทย์จาก MEKO International Hospital / Apex Surgery Hospital /  IDL Hospital / Bangmod Aesthetic Hospital / THE ART plastic surgery hospital / Jarem Clinic / AM International Hospital / DR.KAIMOOK CLINIC / Dream Clinic /  QPRIME Clinic / โรงพยาบาลตา EBH / จุฬารัตน์ 3(Chularat)

แต่สิ่งที่ทำให้รายการนี้แตกต่าง ไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยหรือความหล่อ เพราะผู้เข้าแข่งขันทุกคนต่างมีเรื่องราว ปมในชีวิต ความฝัน และมีเหตุผลที่อยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง บางคนรอโอกาสนี้มาทั้งชีวิต บางคนอยากเริ่มต้นใหม่ และบางคนกำลังพิสูจน์ให้โลกเห็นว่าความมั่นใจว่าสามารถเปลี่ยนอนาคตของคนคนหนึ่งได้จริง โดยตลอดการแข่งขัน ผู้ชมจะได้ร่วมลุ้นตั้งแต่รอบคัดเลือก การเปิดเผยเรื่องราวชีวิต ภารกิจที่ท้าทายมากมาย อาทิ ถ่ายแฟชั่น การทำคอนเทนต์ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ ไปจนถึงโมเมนต์สำคัญที่หลายคนรอคอย กับการเผยโฉมลุคใหม่แบบ Before & After ที่อาจทำให้ทั้งสตูดิโอและคนดูทางบ้านต้องอึ้ง เพิ่มดีกรีความสนุกโดยพิธีกรอารมณ์ดี    “ดีเจนุ้ย” ที่พร้อมเสิร์ฟทั้งเสียงหัวเราะ ความแซ่บ และโมเมนต์สุดเซอร์ไพรส์ พร้อมด้วยเหล่า CELEB MASTER อย่าง ลูกเกด เมทินี,หนิง ปณิตา,ไอซ์ อภิษฎา มีน พีรวิชญ์, ลี ฐานัฐพ์,ดีเจมะตูม เตชินท์, รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น, ดีเจอ๋อง เขมรัชต์,นัท นิสามณี, นารา เครปกะเทย, นนท์ อินทนนท์, แต๋ง กฤษฏิ์กุล ชุมแก้ว,ฯลฯ ที่จะมาร่วมแชร์ประสบการณ์ มุมมอง และแรงบันดาลใจเกี่ยวกับการดูแลตัวเองในแบบที่เป็นตัวเองที่สุด

เมื่อโลกยุคใหม่ไม่ได้มีมาตรฐานความงามเพียงแบบเดียว “SURGERY WARS สงครามแห่งความงาม” จึงไม่ใช่แค่การแข่งขันความงาม แต่คือเวทีแห่งโอกาส ที่เปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้กล้าฝัน กล้าเปลี่ยน และกล้าเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่มั่นใจที่สุด ใครจะได้โอกาสเปลี่ยนชีวิต ทีมแพทย์จากโรงพยาบาลหรือคลินิกใดจะคว้าชัย? และใครจะกลายเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ถูกพูดถึงมากที่สุดของซีซัน ติดตามได้ใน “SURGERY WARS สงครามแห่งความงาม” ทุกวันจันทร์ เวลา 21.15 น. เริ่มตอนแรก 6 กรกฎาคมนี้ ทางช่องเวิร์คพอยท์ 23 เพราะบางครั้ง การเปลี่ยนชีวิต อาจเริ่มต้นจากการกล้าเปลี่ยนตัวเอง #SURGERYWARS #สงครามแห่งความงาม #สวยฟรีมีอยู่จริงสามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่  Line : @surgerywars /  Facebook / Tiktok / Instagram / X : surgerywars 

ภรรยา ติ๊ก ชิโร่ วอนขอความเห็นใจ หลังโดนเรียกค่าเสียหาย 18 ล้าน ลั่นขอโอกาสให้ได้หายใจบ้าง

ภรรยา ติ๊ก ชิโร่ วอนขอความเห็นใจ หลังโดนเรียกค่าเสียหาย 18 ล้าน ลั่นขอโอกาสให้ได้หายใจบ้าง

ภรรยา ติ๊ก ชิโร่ วอนขอความเห็นใจ หลังโดนเรียกค่าเสียหาย 18 ล้าน ลั่นขอโอกาสให้ได้หายใจบ้าง

วันศุกร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 21.54 น.

วันที่ 26 มิถุนายน 2569 ภายหลัง ศาลอาญามีนบุรีมีคำพิพากษาให้ “ติ๊ก ชิโร่” มนัสวิน นันทเสน จำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา ในคดีเมาแล้วขับรถชนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ต่อมา ศาลอาญามีนบุรีพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นอุทธรณ์ ตีราคาหลักประกันจำนวน 200,000 บาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล และห้ามกระทำการในลักษณะเดียวกับที่ถูกฟ้องในคดีนี้ มิฉะนั้นจะถือว่าผิดสัญญาประกัน

ล่าสุด “อ้อ พรรทิรา นันทเสน”  ภรรยา “ติ๊ก ชิโร่” ที่ได้ออกมาโพสต์ข้อความถึงประเด็นค่าเสียหาย โดยระบุว่า  “ขอแจ้งให้ทราบนะคะว่า พี่ติ๊กไม่ได้หนีไปไหนและน้อมรับการตัดสินของศาล แต่ในจำนวนเงินที่ทางคุณพ่อเรียกมา 18 ล้านบาท ทางเรามีไม่เพียงพอนะคะ ขอโอกาสให้พี่ติ๊กได้หายใจบ้างนะคะ มันเป็นอุบัติเหตุที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นนะคะ”

ซึ่งโพสต์ดังกล่าวได้ทิ้งท้ายว่า  “ฝากที่ที่โคราชพี่ติ๊กด้วยนะคะ ”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ศาลจำคุก ติ๊ก ชิโร่ 2 ปี ไม่รอลงอาญา คดีขับรถชนคนตาย 2 ศพ

นางงามขวัญใจช่างภาพ ปะทะ สปอนเซอร์ฟาร์มกัญชา ปมอนาจารในห้องน้ำ ฝ่ายหญิงซัด อาหวังไร้คุณภาพ

นางงามขวัญใจช่างภาพ ปะทะ สปอนเซอร์ฟาร์มกัญชา ปมอนาจารในห้องน้ำ ฝ่ายหญิงซัด อาหวังไร้คุณภาพ

นางงามขวัญใจช่างภาพ ปะทะ สปอนเซอร์ฟาร์มกัญชา ปมอนาจารในห้องน้ำ ฝ่ายหญิงซัด อาหวังไร้คุณภาพ

วันศุกร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.16 น.

นางงามขวัญใจช่างภาพ ปะทะ สปอนเซอร์ฟาร์มกัญชา ปมอนาจารในห้องน้ำ ฝ่ายหญิงซัด “อาหวังไร้คุณภาพ” 

กลายเป็นประเด็นร้อนฉ่าทั่วโลกโซเชียล สู่การเผชิญหน้ากันกลางรายการ “โหนกระแส” (26 มิ.ย. 2569) เมื่อ ‘โรส’ ซาริต้า ออลเดย์ ทิพย์มณี แม็ค คอร์มิค ผู้เข้าประกวดมิสแกรนด์และมิสยูนิเวิร์สเวทีตะวันออก (ระยอง จันทบุรี ตราด) ดีกรีรางวัลขวัญใจช่างภาพหมาด ๆ เดินทางมาออกรายการร่วมกับ ‘ไมค์’ เจ้าของฟาร์มทุเรียนและกัญชาใน อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง หลังเกิดเหตุการณ์กระทบกระทั่งอย่างรุนแรงในรีสอร์ทแห่งหนึ่งช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ฝ่ายหญิงอ้างถูกพยายามล่วงละเมิดทางเพศจนต้องใช้ศิลปะแม่ไม้มวยไทยสวนกลับ ขณะที่ฝ่ายชายโต้หนังคนละม้วน อ้างฝ่ายหญิงเรียกเงินหมื่นแถมเล่าไม่ตรงความจริง

เปิดชนวนเหตุ จาก “สปอนเซอร์” สู่ “ห้องพักกลางดึก”

โรส (ฝ่ายหญิง) เล่าว่า ตนเองเป็นนางงามเดินสายประกวดมาแล้ว 8 เวที ปกติจะต้องหาผู้สนับสนุน (สปอนเซอร์) เพื่อช่วยค่าใช้จ่าย โดยตนจะตอบแทนด้วยการถ่ายภาพหรือรีวิวโปรโมทธุรกิจให้ ซึ่งตนสนิทสนมกับคุณไมค์เพราะเคยร่วมประท้วงเรื่อง พ.ร.บ.กัญชา ด้วยกัน และเห็นว่าเป็นคนบ้านเดียวกัน

ในคืนวันเกิดเหตุ (24 มิ.ย. ต่อเนื่อง 25 มิ.ย.) หลังจากประกวดเสร็จและได้รับรางวัลขวัญใจช่างภาพ โรสตั้งใจจะเดินสายขอบคุณสปอนเซอร์ให้เสร็จสิ้นเพราะวันรุ่งขึ้นมีงานต่อและต้องเดินทางไปแข่งมวยที่ จ.นครราชสีมา จึงเดินทางไปหาคุณไมค์ที่ฟาร์มทุเรียนและกัญชาตอนเวลาเกือบ 22.00 น. โดยคุณไมค์ได้สนับสนุนเงินรวม 3,000 บาท (โอนก่อนงาน 1,000 บาท และให้เงินสดเพิ่มคืนนั้นอีก 2,000 บาท)

กระทั่งเวลาประมาณ 02.00-03.00 น. เมื่อคนอื่นกลับหมดเหลือเพียงตนกับคุณไมค์ โรสรู้สึกง่วงและบ้านอยู่ไกลถึง 30 กม. จึงขอค่าห้องพักเพื่อเปิดโรงแรมนอนแถวนั้น โดยคุณไมค์ได้ขี่ จยย. ตามรถที่โรสนั่งไปจนถึงรีสอร์ทห้องละ 500 บาท ซึ่งโรสเผยว่า “ที่ยอมให้ตามมาเพราะความผิดที่ไว้ใจ สนิทใจกันมากจนไม่ได้คิดร้าย”

หนังคนละม้วน! ฝ่ายชายแฉเคยเข้าโรงแรมด้วยกัน ยันคำว่าสปอนเซอร์รู้กันสองคน

ด้าน ไมค์ (ฝ่ายชาย) โต้แย้งทันทีว่า เรื่องที่ฝ่ายหญิงเล่าไม่เป็นความจริง ตนไม่เคยเป็นสปอนเซอร์ให้นางงามคนไหน แต่กรณีของโรสเห็นว่าสวยและเคยบอกตรง ๆ ว่าชอบ ส่วนเงิน 1,000 บาทแรก โรสเคยรีวิวสวนให้จริง แต่เงิน 3,000 บาทล่าสุดนี้ โรสส่งคิวอาร์โค้ดมาขอค่าแต่งหน้าในกลุ่ม ซึ่งคุณไมค์อ้างว่า “คำว่าสปอนเซอร์ในความเข้าใจระหว่างตนกับโรสนั้น รู้กันสองคนว่าหมายถึงอะไร” และในการประกวดครั้งนี้โรสก็ยังไม่ได้รีวิวอะไรให้เลย

ไมค์ยังอ้างเหตุผลที่เข้าใจไปในทางชู้สาวว่า เพราะโรสเคยเข้าโรงแรมกับตนมาแล้วครั้งหนึ่งก่อนหน้านี้ ใกล้ ๆ บ้านตน แต่ครั้งนั้นไม่ได้ทำอะไรเพราะฝ่ายหญิงอ้างว่าเป็นประจำเดือน แถมหลังจบประกวดครั้งล่าสุด โรสยังส่งแชตมาถามตนว่า “พี่อยากเจอหนูไหม” และพิมพ์บอกว่า “ถึงเวลาขอบคุณสปอนเซอร์” ตนจึงตามไปที่รีสอร์ท
นาทีระทึกในห้องน้ำ หมัดเขวี้ยงควาย-เข่าแทงจุดยุทธศาสตร์

เหตุการณ์มาถึงจุดพีคเมื่อเข้าสู่ห้องพักรีสอร์ท โรสเล่าว่าคุณไมค์ขอนั่งดื่มต่อ ตนจึงออกไปหาเครื่องดื่มมาให้ ก่อนจะขอตัวเข้าห้องน้ำเพื่อล้างเครื่องสำอางและเตรียมอาบน้ำ แต่ในระหว่างที่กำลังจะถอดเสื้อผ้า คุณไมค์กลับบุกรุกเข้ามาในห้องน้ำในสภาพที่ถอดเสื้อผ้าแล้ว!

โรส เผยนาทีปะทะ “หนูตกใจมากแต่พยายามคุมสติ บอกว่าทำแบบนี้ไม่ได้ และพยายามผลักไสแต่สู้แรงผู้ชายไม่ได้ จังหวะนั้นเลยตัดสินใจป้องกันตัว ใช้เข่าแทงไปที่จุดยุทธศาสตร์คุณไมค์อย่างจัง แล้วใช้หมัดเขวี้ยงควายล็อกคอดันเขาลงพื้น ด้วยความที่เขาตัวสูงและห้องน้ำแคบ หัวกับหลังเขาเลยกระแทกผนังห้องน้ำอย่างแรงจนหนูต้องรีบดูว่าหัวแตกไหม พอเห็นไม่มีเลือดก็เบาใจ แต่ตอนนั้นอารมณ์ ไมค์เปลี่ยนจากความต้องการทางเพศกลายเป็นโกรธแค้นและพยายามจะทำร้ายร่างกายหนูแทน”

ขณะที่ ไมค์ แย้งมุมของตนเองว่า เงิน 3,000 บาทนั้น ตนขอให้อาบน้ำให้ แต่พอเข้าไปในห้องน้ำ โรสกลับถามว่า “ถ้าอยาก… ต้อง 1 หมื่น” ตนรู้สึกไม่โอเค จึงเกิดการปะทะกัน

เดือดลามทุ่ง! ซัดพนักงานรีสอร์ท-สวนทนายเรียบเรียงไม่ดี

นอกจากนี้ในรายการยังมีการโฟนอิน พนักงานรีสอร์ท ซึ่งให้การอีกมุมว่า ตอนแรกคิดว่าเป็นเรื่องผัวเมียทะเลาะกัน แต่ก็ให้ความช่วยเหลือในภายหลัง พร้อมตั้งคำถามว่าทำไม โรสไม่รีบแจ้งความ ทำเอาคุณโรสสวนกลับทันทีว่าตอนนั้นเพลียมากต้องการนอนพักผ่อน และตำหนิที่พักว่าจัดการไม่ดี ไปแจ้งกู้ภัยและ รพ. ที่อยู่ไกลออกไปกว่า 30 กม. ทั้งที่มี รพ. ใกล้ ๆ

ช่วงหนึ่งของรายการ ‘ทนายตุ๋ย’ ได้พยายามเตือนคุณโรสว่า การเล่าเรื่องในรายการยังเรียบเรียงได้ไม่ดี เล่ากระโดดไปมาและคอยโต้แย้งตลอดเวลา ซึ่งหากเป็นคดีความชั้นศาลและมีการซักพยาน จะทำให้คำพูดดูไม่มีน้ำหนักและคนมองว่ากำลังแก้ตัว

ทำเอา โรสตอกกลับทนายว่า “ใครจะคิดอะไรก็ต้องปล่อย ไปบอกให้รักฉันชอบฉันไม่ได้หรอก” จนทนายตุ๋ยต้องชี้ว่า ขนาดไมค์และพนักงานพูด โรสยังไม่ยอมปล่อยเลย สุดท้ายโรสจึงยอมหยุดโต้แย้ง พร้อมอ้างว่าวันนี้อดนอนและพักผ่อนน้อยเพราะเดินสายประกวดมาติด ๆ กัน แต่ย้ำว่า “สุดท้ายแล้วความจริงก็คือความจริง จะถูกบิดเบือนยังไงก็คือความจริง”
ประโยคเด็ดส่งท้ายซัดเจ็บ “หน้าแบบนี้ต้อง 2 แสน!”

ในช่วงท้ายของรายการ เมื่อ ไมค์เอ่ยปากถามโรสตรง ๆ ว่ามองตนเองอย่างไร นางงามสาวตอกกลับด้วยประโยคสุดแซ่บกลางรายการว่า “มองว่าเป็นอาหวังไร้คุณภาพ จนก็จน เงิน 3,000 จะมาหวังแอ้ม เงิน 1 หมื่นก็ไม่ได้ หน้าแบบนี้ต้อง 2 แสน!”

มารอข้ามคืน! เปิดใจ ‘ป้านิต’ คนแรกที่ได้กราบพระศพ ‘พระองค์ภา’ น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย

มารอข้ามคืน! เปิดใจ 'ป้านิต' คนแรกที่ได้กราบพระศพ 'พระองค์ภา' น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย

มารอข้ามคืน! เปิดใจ ‘ป้านิต’ คนแรกที่ได้กราบพระศพ ‘พระองค์ภา’ น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.58 น.

27 มิถุนายน 2569 สำนักพระราชวัง เปิดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดีกรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง เป็นวันแรก โดยเปิดให้เข้าถวายสักการะพระศพทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 – 21.00 น. แบ่งเป็น 3 ช่วงเวลา  

ช่วงที่ 1 เวลา 08.00 – 10.00 น.  

ช่วงที่ 2 เวลา 11.30 – 16.00 น. 

และช่วงที่ 3 เวลา 20.00 – 21.00 น.            

โดยผู้ที่เข้าถวายสักการะพระศพฯต้องผ่านจุดคัดกรองและลงทะเบียนจัดลำดับ ที่โถงอุโมงค์ทางเดินลอดถนนหน้าพระลาน โดยมีเจ้าหน้าที่และจิตอาสาคอยดูแลอำนวยความสะดวกให้ 

สำหรับวันนี้ซึ่งเป็นวันแรก ประชาชนจำนวนมากเดินทางมาเป็นครอบครัวและมาเป็นหมู่คณะด้วยชุดแต่งกายไว้ทุกข์สีดำ มาผ่านจุดคัดกรองและรับการจัดลำดับการเข้าถวายสักการะพระศพ และพระศพฯ ภายในโถงอุโมงค์ทางเดินลอดถนนหน้าพระลาน เพื่อรับสติกเกอร์โบว์สีดำ สำหรับเข้าสักการะพระศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท  และรับสติกเกอร์โบว์สีขาว เข้าถวายสักการะพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดีกรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา

จากนั้นเดินทางเข้าประตูมณีนพรัตน์ และเดินตามเส้นทางที่สำนักพระราชวังกำหนด โดยผู้ที่เดินทางเข้าถวายสักการะพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดีกรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จะเลี้ยวซ้ายผ่านประตูพรหมโสภา และพักคอยที่ใต้โถงพระที่นั่งบรมราชสถิต มโหฬาร เพื่อรอลำดับการเข้าถวายสักการะพระศพฯ บนพระที่นั่งพิมานรัตยา เมื่อเข้ากราบเสร็จแล้วเดินออกยังประตูอนงคลีลา โดยมีเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง นำภาพพระโกศ และพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดีกรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา มอบเป็นที่ระลึก ก่อนเดินทางออกทางประตูอุดมสุดารักษ์  

นางสุวรรณา (ป้านิด) เคนน้ำเที่ยง ชาวจังหวัดบุรีรัมย์  ซึ่งได้รับการจัดลำดับเข้าถวายสักการะพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดีกรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เป็นคนแรก กล่าวด้วยความอาลัย ว่า  ตนเดินทางมาถึงบริเวณจุดคัดกรองตั้งแต่ 4 โมงเย็นของเมื่อวาน(ศุกร์ที่ 26 มิ.ย.)ตั้งใจอยากเข้าไปกราบพระศพพระองค์ภาเป็นคนแรก เพราะรู้สึกว่าพระองค์ท่านทรงงานหนักคอยดูแลช่วยเหลือประชาชนที่ตกทุกข์ในทุกหย่อมหญ้า ที่เดือดร้อนจากน้ำท่วม ไฟไหม้ พระองค์ท่านก็ไปดูช่วยเหลืออย่างใกล้ชิดโดยไม่ถือพระองค์ 

“ป้าเคยถวายเงินท่าน 100 บาท ท่านบอกว่า อ๋อเราจะไม่รับเงิน งั้นรับก็ได้แต่จะเอาไปให้มูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก และป้าเคยไปช่วยบรรจุถุงยังชีพ ท่านก็ถือไอศครีมเดินแจกอย่างไม่ถือพระองค์ ท่านทรงน่ารัก ก่อนนี้เห็นพระองค์ภาฯเสด็จพร้อมพระองค์โสมฯและมูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) นำถุงยังชีพไปช่วยเหลือผู้ที่ประสบภัยต่างๆมาโดยตลอด

“ป้าเห็นพระองค์ท่านมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ และตอนท่านประชวร 3 ปีที่ผ่านมาเราก็หวังว่าพระองค์ท่านจะมีพระอาการดีขึ้น ทุกวันพระป้าก็จะไปสวดมนต์ขอพรให้พระองค์ท่านหายจากอาการประชวร แต่ก็ไม่มีปาฏิหาริย์ พอทราบข่าวว่าพระองค์ท่านสิ้นพระชนม์ก็ใจหายถือเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ ก็ขอให้พระองค์เสด็จสู่สวรรคาลัย“ ป้านิต กล่าวด้วยความอาลัย

นางสาว รุ่งทิวา เพ็งนาม อายุ 42 ปี ชาว จ.สมุทรปราการ กล่าวว่า นั่งรถเมล์สาย 25 จาก จ.สมุทรปราการ มาตั้งแต่เวลา 21.00 น.ของเมื่อวาน (26 มิ.ย.) มารอข้ามคืนเพื่อเข้าถวายสักการะพระศพพระองค์ภาฯ ในเช้าวันนี้  ภาพที่เห็นติดตาตอนน้ำท่วมภาคใต้ พระองค์ภาฯ เสด็จส่วนพระองค์ และทรงวิ่งระยะไกลเพื่อไปเยี่ยมราษฎรที่ถูกน้ำท่วม ท่านทรงเป็นนักกฎหมาย ทรงช่วยเหลือนักโทษอย่างเป็นกันเองเพื่อให้นักโทษมีอาชีพมีโอกาสที่ดีขึ้น ก็มีหลายสิ่งหลายอย่างที่พระองค์ท่านทำไว้ รู้สึกประทับใจและตื้นตันใจอย่างมาก พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างที่เรียบง่าย และทรงเก่งด้านกีฬาดนตรีก็รู้สึกปลาบปลื้ม

“วันเกิดพระองค์ภาฯ จะสวดบทอิติปิโสเท่าอายุพระองค์และเกิน 1 จบถวายทุกๆปี และตอนที่พระองค์ท่านประชวนอยู่ที่โรงพยาบาลจุฬาฯ ก็ไปลงนามถวายพระพรให้กำลังใจพระองค์ท่านตลอด ก็รู้สึกเสียใจอย่างมากที่พระองค์ท่านจากพวกเราไป วันนี้ตั้งใจมาส่งเสด็จพระองค์สู่สวรรคาลัย พระองค์จะสถิตอยู่ในใจตราบนิจนิรันดร์“

ด้านนายกันหา ผาแก้ว อายุ 73 ปี อาชีพค้าขาย กล่าวว่า ตนเดินทางออกจากบ้านย่านสวนสยาม เขตมีนบุรี กทม. ตอนตี 4 มาถึงจุดคัดกรองประมาณตี 5 ได้เจอนางบุญเยี่ยม เมืองแดง เพื่อนบ้านชาวมีนบุรีเหมือนกัน

“ผมเห็นพระองค์ภาฯมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ เมื่อสูญเสียพระองค์ท่านไป ก็พูดไม่ออก รู้สึกเสียใจอย่างมาก วันที่เคลื่อนพระศพ ผมก็มารอรับพระศพที่หน้าศาลฎีกา ก็ขอให้พระองค์เสด็จสู่สวรรคาลัย“ 

ขณะที่ นางวัณเพ็ญ เสนาะจิตร ข้าราชการครูบำนาญ เดินทางมาพร้อมเพื่อนข้าราชการครูบำนาญ จังหวัดกำแพงเพชร กล่าวว่า พระองค์ภาฯ เก่งทุกอย่างก็รู้สึกปราบปลื้มมาก เสียดายที่ท่านจากไปเร็ว ถ้าท่านมีพระชนมายุอยู่ก็จะทำประโยชน์ให้กับสถาบันและประเทศชาติได้อีกมากมาย เพราะโครงการต่างๆที่พระองค์ทำขึ้น สามารถช่วยเหลือผู้ที่ตกทุกข์ได้ยาก รวมถึงช่วยเหลือผู้ต้องขังหญิง จึงรู้สึกเสียดาย ช่วงที่พระองค์ประชวร พวกเราก็สวดมนต์ส่งกระแสจิตถวายขอให้พระองค์ภาฯหายจากอาการประชวร จนท่านสิ้นพระชนม์ วันนี้พวกเราก็นัดกันมากราบถวายสักการะพระศพด้วยความอาลัยยิ่ง

รมช.มหาดไทย มอบนโยบายกรมโยธาธิการและผังเมือง เร่งขับเคลื่อนภารกิจ ‘พลิกฟื้นวิถีชีวิตประชาชน’

รมช.มหาดไทย มอบนโยบายกรมโยธาธิการและผังเมือง เร่งขับเคลื่อนภารกิจ ‘พลิกฟื้นวิถีชีวิตประชาชน’

รมช.มหาดไทย มอบนโยบายกรมโยธาธิการและผังเมือง เร่งขับเคลื่อนภารกิจ ‘พลิกฟื้นวิถีชีวิตประชาชน’

วันศุกร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.57 น.

รมช.มหาดไทย มอบนโยบายกรมโยธาธิการและผังเมือง เร่งขับเคลื่อนภารกิจ ‘พลิกฟื้นวิถีชีวิตประชาชน’ ยกระดับเมืองปลอดภัย รับมือภัยพิบัติทั่วประเทศ

กรมโยธาธิการและผังเมือง ให้การต้อนรับคณะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในโอกาสตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการบริหารราชการ พร้อมรายงานผลการดำเนินงานและความก้าวหน้าโครงการสำคัญทั่วประเทศ โดยเน้นการขับเคลื่อนภารกิจด้านการผังเมือง การพัฒนาเมือง การกำกับดูแลอาคาร 
และการป้องกันภัยพิบัติ เพื่อสร้างเมืองน่าอยู่ ปลอดภัย และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน

วันที่ 26 มิถุนายน 2569 เวลา 13.30 น. นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายแพทย์ภาณุ พรวัฒนา ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (นายพลพีร์ สุวรรณฉวี) พร้อมคณะ เดินทางมาตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการบริหารราชการแก่กรมโยธาธิการและผังเมือง โดยมี  นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง พร้อมด้วย นายพรรณรบ เตชะมงคลาภิวัฒน์ นายเกิดศักดิ์ ยะโสธร นางสาวสิริกุล เลี้ยงอนันต์ และนางสาวสุภัทรา ชัยเทวารัณย์ รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง นายนิเวศน์ ล้ำเลิศลักษณชัย รักษาการในตำแหน่งวิศวกรใหญ่ นายชาญวิชญ์ สิริสุนทรานนท์ สถาปนิกใหญ่ นางบงกช สุวรรณเดช รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านการผังเมือง นายสุวิทย์ เถื่อนน้อย หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรม คณะผู้บริหาร และบุคลากรของกรมฯ ให้การต้อนรับ พร้อมรับฟังบรรยายสรุปผลการดำเนินงานและภารกิจสำคัญของกรมฯ ณ ห้องประชุมนริศรานุสรณ์ กรมโยธาธิการและผังเมือง ถนนพระรามที่ 6 และผ่านระบบ Web Broadcast

ในการนี้ นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ได้รายงานผลการดำเนินงานตามภารกิจด้านการผังเมือง การพัฒนาเมือง การกำกับดูแลอาคาร และการให้บริการด้านช่าง รวมถึงความก้าวหน้าของภารกิจสำคัญ อาทิ การจัดทำผังนโยบายระดับประเทศ การแก้ไขปัญหาอุทกภัยและดินโคลนถล่มในพื้นที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย การตรวจสอบอาคารและจัดตั้งศูนย์รับแจ้งความเสียหายของอาคารภาครัฐที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 การพัฒนาพื้นที่บริเวณอ่างห้วยทรายใต้ จังหวัดเพชรบุรี การฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัยในจังหวัดสงขลา การก่อสร้างระบบระบายน้ำหลักเพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วมเมืองพัทยา และการพัฒนาพื้นที่เกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี ซึ่งล้วนเป็นภารกิจสำคัญที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน เสริมสร้างความปลอดภัยในพื้นที่ และสนับสนุนการพัฒนาเมืองและชุมชนให้เติบโตอย่างเป็นระบบและยั่งยืน

ในโอกาสนี้ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบนโยบายการปฏิบัติงานแก่กรมโยธาธิการและผังเมือง โดยเน้นย้ำบทบาทของกรมฯ ในฐานะหน่วยงานสำคัญที่จะร่วม “พลิกฟื้นวิถีชีวิตประชาชน” ทั้งด้านการแก้ไขปัญหาอุทกภัยและการพัฒนาพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมกำชับให้ขับเคลื่อนภารกิจเชิงรุก เร่งรัดการดำเนินโครงการสำคัญให้เป็นไปตามเป้าหมาย โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวข้องกับภัยธรรมชาติ เช่น การสร้างเขื่อน ซึ่งมีข้อจำกัดเรื่องฤดูกาล จึงต้องบริหารจัดการเวลาให้ดีเพื่อลดความล่าช้าในการส่งมอบงาน

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ยังได้เน้นย้ำการเตรียมความพร้อมรับมือฤดูฝนและสถานการณ์อุทกภัย โดยให้ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของเขื่อนป้องกันตลิ่งและระบบระบายน้ำทั่วประเทศ ควบคู่กับการสนับสนุนสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดในการให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างทันท่วงที โดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง รับฟังข้อเสนอแนะและเสียงสะท้อนจากพื้นที่อย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ ยังได้กำชับให้ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยด้านอาคารและจัดทำแผนรองรับสถานการณ์ภัยพิบัติ ให้มีความชัดเจนและเป็นรูปธรรม เพื่อรองรับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้น เช่น แผ่นดินไหว และสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยแก่ประชาชน พร้อมยืนยันว่าจะให้การสนับสนุนและเป็นที่ปรึกษา
ในการป้องกันและแก้ไขปัญหา รวมถึงผลักดันการแก้ไขกฎหมายที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงาน โดยจะประสานความร่วมมือในรัฐสภา เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน 

ในช่วงท้ายของการตรวจเยี่ยม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวชื่นชมการพัฒนาแพลตฟอร์มกลาง “DPT Town Square” ซึ่งเป็นศูนย์รวมบริการดิจิทัลด้านการผังเมือง การพัฒนาเมือง การควบคุมอาคาร และการบริการด้านช่างไว้ในระบบเดียว ตลอดจนชื่นชมผู้บริหารและบุคลากรกรมโยธาธิการและผังเมืองทั่วประเทศ ที่ร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจสำคัญในการพัฒนาเมืองและชุมชน ดูแลความปลอดภัยของประชาชน และสนับสนุนการพัฒนาประเทศในทุกมิติ พร้อมเน้นย้ำให้บุคลากรทุกระดับปฏิบัติงานร่วมกันเสมือน “ครอบครัวเดียวกัน” ยึดถือกฎหมายเป็นหลักในการปฏิบัติหน้าที่ ดำเนินงานด้วยความรวดเร็ว โปร่งใส และมุ่งให้เกิดผลสัมฤทธิ์แก่ประชาชนโดยเร็วที่สุด

กทม. ประชุมความพร้อมโค้งสุดท้ายจัดเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. – ส.ก. เข้มงวดแนวทางปฏิบัติ 50 เขต

กทม. ประชุมความพร้อมโค้งสุดท้ายจัดเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. - ส.ก. เข้มงวดแนวทางปฏิบัติ 50 เขต

กทม. ประชุมความพร้อมโค้งสุดท้ายจัดเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. – ส.ก. เข้มงวดแนวทางปฏิบัติ 50 เขต

วันศุกร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.31 น.

กทม. ประชุมความพร้อมโค้งสุดท้ายจัดเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. – ส.ก. เข้มงวดแนวทางปฏิบัติ 50 เขต

26 มิ.ย. 69  นายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร ร่วมประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 6/2569 โดยมี นายขจิต ชัชวานิชย์ ประธานกรรมการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุม เพื่อติดตามความพร้อมการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ณ ห้องประชุมสำนักงานปกครองและทะเบียน ชั้น 5 ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า เขตพระนคร และผ่านระบบออนไลน์ 

กทม.

นายขจิต กล่าวว่า ขอขอบคุณคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ที่ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการจัดอบรมและตรวจสอบกระบวนการจัดการเลือกตั้ง ซึ่งภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และยังไม่มีเรื่องร้องเรียนในประเด็นความบริสุทธิ์ ยุติธรรม และความเที่ยงตรงของการเลือกตั้ง จึงขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกท่านที่ตั้งใจปฏิบัติงานอย่างเข้มแข็ง ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและเที่ยงตรงเป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการดำเนินงานในวันที่ 27 และ 28 มิถุนายน 2569 ทั้งการรับมอบบัตรเลือกตั้ง การจัดเตรียมสถานที่เลือกตั้ง ตลอดจนการจัดการเลือกตั้งในวันที่ 28 มิถุนายน 2569 จะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย 

จากนั้น ที่ประชุมได้รายงานหัวข้อสำคัญหลายประเด็น ประกอบด้วย การแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในวันเลือกตั้ง (28 มิถุนายน 2569) ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานครได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในด้านต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนให้การจัดการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ประกอบด้วย ฝ่ายอำนวยการ, ฝ่ายรับแบบรายงานประกาศผลการนับคะแนน, ฝ่ายสนับสนุนและตรวจการเลือกตั้ง, ฝ่ายประชาสัมพันธ์, ฝ่ายสื่อสาร, ฝ่ายสนับสนุนและประสานงานรักษาความปลอดภัยและดูแลสถานที่, ฝ่ายประมวลผลการรวมคะแนน, ฝ่ายสนับสนุนและแก้ไขปัญหาการจัดการเลือกตั้ง และฝ่ายรักษาความสงบเรียบร้อย

กทม.

สำหรับข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้สมัคร และหน่วยเลือกตั้ง ข้อมูลล่าสุดหลังจากการเพิ่ม-ถอนชื่อ (ณ วันที่ 17 มิถุนายน 2569) ผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 4,428,646 คน (ลดลงจากเดิม 3,337 คน) ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) 4,384,695 คน (ลดลงจากเดิม 4,427 คน) กลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรก (First Voter) จำนวน 20,584 คน จำนวนหน่วยเลือกตั้ง 6,628 หน่วย ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. 18 คน และผู้สมัคร ส.ก. 258 คน

นอกจากนี้ ศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งฯ ได้เน้นย้ำแนวทางการปฏิบัติงานไปยัง 50 สำนักงานเขต ในขั้นตอนการปฏิบัติงานทั้งก่อนวันเลือกตั้ง (27 มิ.ย. 69) วันเลือกตั้ง (28 มิ.ย. 69) และหลังวันเลือกตั้ง (29 มิ.ย. 69 เป็นต้นไป) โดยครอบคลุมเรื่องการจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ เอกสารการรายงานให้แก่ กกต.ทถ.กทม. การจัดส่งเอกสารและวัสดุอุปกรณ์ให้แก่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร ในส่วนของสถานที่เก็บรักษาหีบบัตรเลือกตั้งที่ยุบรวมถุงใส่บัตรแล้วนั้น ที่ประชุมได้เห็นชอบให้มีการกำหนดให้ใช้สำนักงานเขตทั้ง 50 เขต เป็นสถานที่สำหรับเก็บรักษาหีบบัตรเลือกตั้งที่ยุบรวมถุงใส่บัตรเลือกตั้ง

กทม.
กทม.
กทม.

สรรเพชญลงพื้นที่สตูลติดตามโครงการสำคัญ

สรรเพชญลงพื้นที่สตูลติดตามโครงการสำคัญ

สรรเพชญลงพื้นที่สตูลติดตามโครงการสำคัญ

วันศุกร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.29 น.

“สรรเพชญ” ลงพื้นที่สตูล ติดตามโครงการคมนาคมสำคัญ ผลักดันโครงสร้างพื้นฐาน เชื่อมโยงการเดินทาง – เศรษฐกิจชายแดน

วันนี้ (26 มิ.ย.) นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่จังหวัดสตูล เพื่อติดตามความก้าวหน้าโครงการด้านคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในพื้นที่ โดยมีนายพิบูลย์ รัชกิจประการ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย นายพีรพัฒน์ รัชกิจประการ สส.สตูล เขต 1 พรรคภูมิใจไทย นายคณิต คงช่วย ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล นายดำรงศักดิ์ แก้วดวง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล นายวโรภาส แสงพายัพ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทสตูล นายสมเกียรติ โมควงศ์ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงสตูล นายธนัช ขวัญนุ้ย เจ้าพนักงานตรวจท่าชำนาญการ รักษาการในตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาสตูล พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับและร่วมลงพื้นที่

นายสรรเพชญ และคณะ ลงพื้นที่จุดแรกบริเวณแยกทุ่งตำเสา อำเภอควนโดน ซึ่งเป็นบริเวณแนวทางออกของอุโมงค์ฝั่งจังหวัดสตูล เพื่อรับฟังข้อมูลการเตรียมศึกษาความเหมาะสมโครงการก่อสร้างอุโมงค์เชื่อมจังหวัดสงขลา–สตูล (โครงการคลองแงะ – ทุ่งตำเสา ณ บริเวณแยกทุ่งตำเสา ทางหลวงหมายเลข 4137 ตอน ทุ่งตำเสา – สวนเทศ ที่กม. 0+000) ตลอดจนติดตามแนวทางการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมเพื่อเชื่อมโยงการเดินทางระหว่างพื้นที่ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยกับฝั่งอันดามัน

โครงการดังกล่าว มีเป้าหมายเพื่อลดระยะทางและระยะเวลาในการเดินทาง เพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งประชาชนและสินค้า พร้อมสนับสนุนการเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมระหว่างจังหวัดสงขลาและจังหวัดสตูล ซึ่งจะช่วยส่งเสริมศักยภาพด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวของทั้งสองจังหวัด รวมถึงพื้นที่ภาคใต้โดยรวมในอนาคต

จากนั้น นายสรรเพชญ และคณะ เดินทางไปตรวจเยี่ยมการดำเนินงานโครงการปรับปรุงถนนสาย สต.3014 แยกทางหลวงหมายเลข 404–ถ้ำเจ็ดคต อำเภอมะนัง เพื่อติดตามความก้าวหน้าของโครงการ พร้อมรับฟังปัญหาและอุปสรรคด้านการสัญจรของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงหารือแนวทางแก้ไขปัญหาให้การเดินทางในพื้นที่มีความสะดวกและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

การปรับปรุงถนนสายดังกล่าว จะช่วยยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน เพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายคมนาคมในพื้นที่ สนับสนุนการเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ตลอดจนเพิ่มความสะดวกในการขนส่งผลผลิตทางการเกษตรและสินค้าของประชาชนออกสู่ตลาด ซึ่งจะช่วยกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่

ต่อมา นายสรรเพชญ และคณะ เดินทางไปตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของท่าเทียบเรือปากบารา อำเภอละงู เพื่อติดตามการบริหารจัดการท่าเทียบเรือและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งทางน้ำ พร้อมรับฟังข้อมูลเกี่ยวกับศักยภาพของท่าเทียบเรือ ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงาน ตลอดจนแนวทางการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ทางทะเลให้สามารถรองรับการเดินทางของประชาชน การขนส่งสินค้า และการท่องเที่ยวทางทะเลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ การพัฒนาท่าเทียบเรือปากบาราและโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง จะช่วยเพิ่มศักยภาพด้านการคมนาคมและโลจิสติกส์ทางทะเล เชื่อมโยงการเดินทางและกิจกรรมทางเศรษฐกิจของจังหวัดสตูลกับพื้นที่ภาคใต้ฝั่งอันดามัน รวมถึงประเทศเพื่อนบ้าน รองรับการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยวและการขนส่งสินค้าในอนาคต อันจะนำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของจังหวัดสตูลและพื้นที่ใกล้เคียงอย่างเป็นรูปธรรม

นายสรรเพชญ กล่าวว่า จังหวัดสตูลเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพทั้งด้านการท่องเที่ยว การค้าชายแดน การเกษตร และการขนส่งทางทะเล การพัฒนาโครงข่ายคมนาคมจึงต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทั้งทางถนน ทางน้ำ และการเชื่อมโยงระหว่างจังหวัด เพื่อให้ประชาชนเดินทางได้อย่างสะดวกและปลอดภัย ช่วยลดต้นทุนด้านการขนส่ง และเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่

กระทรวงคมนาคม จะนำข้อมูล ปัญหา และข้อเสนอแนะที่ได้รับจากการลงพื้นที่มาประกอบการพิจารณา พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการดำเนินงานตามขั้นตอน เพื่อให้โครงการต่าง ๆ สามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน และเกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนในจังหวัดสตูลและพื้นที่ภาคใต้ได้อย่างเต็มศักยภาพ

015

โฆษกตร. ลั่นคดี โกงสอบท้องถิ่น เดินหน้าตามหลักฐาน ไม่ละเว้นผู้เกี่ยวข้อง

โฆษกตร. ลั่นคดี โกงสอบท้องถิ่น เดินหน้าตามหลักฐาน ไม่ละเว้นผู้เกี่ยวข้อง

โฆษกตร. ลั่นคดี โกงสอบท้องถิ่น เดินหน้าตามหลักฐาน ไม่ละเว้นผู้เกี่ยวข้อง

วันศุกร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.55 น.

โฆษกตร. ย้ำคดีโกงสอบท้องถิ่น ซึ่งผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางกำกับดูแลคดีจะเดินหน้าดำเนินคดีตามหลักฐาน ไม่ละเว้นผู้เกี่ยวข้อง

วันที่ 26 มิถุนายน 2569 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พลตำรวจโทไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีทุจริตการสอบคัดเลือกข้าราชการส่วนท้องถิ่นว่า ประเด็นดังกล่าวไม่ใช่วาระในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. แต่เป็นการดำเนินคดีตามกระบวนการปกติของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ซึ่งมีผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางกำกับดูแลคดีด้วยตนเอง

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ความสำคัญกับคดีนี้อย่างมาก และได้ตั้งคณะทำงานสืบสวนสอบสวนเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานอย่างรอบด้าน พร้อมยืนยันว่า การดำเนินคดีจะยึดแนวทางตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี คือ ไม่ปกป้องบุคคลใด ไม่ยึดติดกับชื่อหรือหน่วยงาน แต่จะพิจารณาจากพฤติการณ์และพยานหลักฐานเป็นสำคัญ หากพบว่ามีบุคคลหรือหน่วยงานใดมีส่วนเกี่ยวข้องก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายทุกประการ โดยไม่มีข้อยกเว้น