‘เอ-แป้ง’โกทู ‘ศรีสะเกษ’ตามหาของดีชุมชนสีเขียว ‘กุดเสลาโมเดล’ คว้ารางวัลลูกโลกสีเขียวถึง 2 ครั้ง

15 กันยายน 2569 เวลา 15:47 น.

เดินทางไปเรียนรู้เรื่องราวดี ๆ จากชุมชนทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง สำหรับรายการ “มิตรรักทั่วไทย”  สัปดาห์นี้ 2พ่อลูก เอ-ไชยา มิตรชัย และ แป้ง-ศรันฉัตร์ พาแฟนรายการ ไปสัมผัสวิถีชีวิตและตามหาของดีที่ ชุมชนตำบลกุดเสลา (รางวัลลูกโลกสีเขียว ปตท.) ตำบลกุดเสลา อำเภอกันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ ชุมชนสีเขียวที่มีเรื่องราวการอนุรักษ์ธรรมชาติอย่างเข้มแข็ง จนได้รับรางวัลลูกโลกสีเขียวจาก ปตท.ถึง 2 ครั้ง

สำหรับพื้นที่ป่าหลักของที่นี่ คือ “ป่าชุมชนโคกทำเล” ผืนป่าที่มีมีพื้นที่ขึ้นทะเบียนดั้งเดิม 720 ไร่  โดยชุมชนร่วมกันดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและพัฒนาพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด “กุดเสลาโมเดล เชื่อมป่า ผสานน้ำ พลิกฟื้นบึงระนาม”  จนได้รับรางวัลลูกโลกสีเขียว ประเภทชุมชน ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2564 จากผลงานการดูแลรักษา “ป่าชุมชนโคกทำเล”

ล่าสุดในปีพ.ศ. 2569  ชุมชนตำบลกุดเสลายังคงเดินหน้าสานต่อภารกิจด้านการอนุรักษ์อย่างเข้มแข็ง และได้รับรางวัลระดับสูงสุด “สิปปนนท์ เกตุทัต รางวัลแห่งความยั่งยืน”  ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้แก่ชุมชนที่เคยได้รางวัลไปแล้วและยังคงรักษาความเข้มแข็ง ยกระดับงานอนุรักษ์ได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

งานนี้ เอ-แป้ง เปิดรายการกันที่ บึงระนาม แหล่งน้ำขนาดใหญ่ของอําเภอกันทรลักษ์ ซึ่งมีความสำคัญต่อวิถีชีวิตของชาวบ้าน ทั้งเป็นแหล่งหาสัตว์น้ำและพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ ก่อนเดินทางไปพบกับชาวบ้านตำบลกุดเสลา  ที่พร้อมใจกันมาต้อนรับกันอย่างอบอุ่น ทั้งการแสดงรำแคน และพิธีบายศรี สร้างความประทับใจให้สองพ่อลูกตั้งแต่ก้าวแรกที่มาถึง

จากนั้น ผู้ใหญ่บ้าน ปรัชญา ทาทอง พาเอ-แป้ง ไปสัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้าน ทั้งดูการยกกุ้ง และการหาปลาแบบวิถีชาวบ้านในบึงระนาม ก่อนพาไปสำรวจผืนป่าชุมชนโคกทำเล ซึ่งทั้งคู่ได้ร่วมกิจกรรมสนุก ๆ กับชาวบ้านด้วยการแข่งกันหาเห็ดในป่า  เพื่อนำวัตถุดิบที่ได้ไปประกอบอาหารพื้นถิ่นให้ได้ลิ้มลอง เรียกว่าทั้งได้เรียนรู้เรื่องราวการอนุรักษ์ และได้สัมผัสวิถีชุมชนอย่างใกล้ชิด  

ปิดท้ายด้วยการพาไปชมผลิตภัณฑ์จากชุมชนที่ชาวบ้านนำมาจัดแสดง ทั้งของกิน ของใช้และผลผลิตทางการเกษตร งานนี้ “เอ-แป้ง” ไม่พลาดนำสินค้าของชุมชนมาช่วยขายตามสไตล์ พร้อมชวนแฟนรายการร่วมสนับสนุนสินค้าจากวิสาหกิจชุมชนทั่วประเทศที่รายการเคยเดินทางไปเยือน

ออกเดินทางไปค้นหาเรื่องราวของชุมชนสีเขียว สัมผัสวิถีชีวิต เรียรู้ภูมิปัญญา และตามหาของดี ชิมของอร่อย ไปพร้อมกับ เอ-แป้ง ในรายการ “มิตรรักทั่วไทย” วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายนนี้ เวลา 13.00 น. รับชมสดทาง ช่อง 7HD  กด 35 

และติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวรายการต่าง ๆ ได้ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG,X, YouTube) และ Ch7HD Entertainment (Facebook, IG) และเว็บไซต์ www.ch7.com  

เปิดความสัมพันธ์ ‘นิกกี้ ณฉัตร’ กับรักครั้งใหม่ที่ต่างกันแบบสุดขั้ว

16 กันยายน 2569 เวลา 11:31 น.

เปิดหมดทุกประเด็นเรื่องหัวใจแบบเอ็กซ์คลูซีฟ สำหรับพิธีกรหนุ่ม “นิกกี้ ณฉัตร” และหวานใจ “เล็ก วสุ” ที่มาเปิดเรื่องราวความสัมพันธ์ผ่านรายการ “ซุปตาร์พาตะลุย” พร้อมย้อนเล่าความรู้สึกตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ ที่บอกเลยว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เรียกว่าต่างกันแบบคนละขั้ว

งานนี้ทั้งคู่ยังเปิดใจถึงจุดเริ่มต้นที่ทำให้ความรู้สึกค่อยๆเปลี่ยนจากความสัมพันธ์ในวันนั้นสู่วันที่หัวใจเริ่มหวั่นไหวรวมถึงเรื่องราวบางมุมที่หลายคนอาจยังไม่เคยรู้บอกเลยว่างานนี้มีครบทั้งโมเมนต์หวานคำตอบเรื่องหัวใจที่ฟังแล้วต้องมีแอบยิ้มตามแน่นอน

ความรู้สึกที่เจอครั้งแรก กับตอนนี้ต่างกันยังไง?

นิกกี้ : เข้าบอกผมไปสบตาเขาในที่เที่ยว

เล็กวสุ : คือเจอกันจริงๆแต่แค่มองหน้าไม่รู้จักตอนนั้นนานมาแล้ว

นิกกี้ : แล้วรู้ไหมว่าผมคือดาราดัง?

เล็กวสุ : รู้ว่าเป็นดาราบ้ากามนี่พูดจริง (เพื่อนบอก) พอมาเจอที่กองถ่ายก็รู้สึกไม่ได้เหมือนที่เราคิดตอนแรกคิดว่าจะเป็นแบบคนหม้อๆเป็นคนพูดไปเรื่อยแต่คือเขาตั้งใจทำงานมากผู้กำกับบอกให้ทำอะไรทำหมดโอเคก็เลยทำให้เล็กประทับใจแล้วก็มาถึงตอนนี้ก็รู้สึกว่าดีใจที่ได้เจอเขารู้สึกว่าเขาน่ารักเขาเป็นคนเอาใจใส่มากๆนึกออกป่ะคือภาพลักษณ์ในหัวเราเขาจะดูเป็นคนไม่ค่อยดีนิสัยไม่ดีอะไรที่ไม่ดีมันอยู่ที่เขาหมดแต่พอมารู้จักตอนนี้ก็คือแบบเท่เลยอ่ะพอมาเจอตอนนี้ภาพลักษณ์ที่เรามองเขาไม่ดีมันลบล้างหมดเลย

นิกกี้ : คุณปิ๊งผมตั้งแต่แรกเลยป่ะ

เล็กวสุ : ไม่อ่ะไม่เลยไม่ชอบด้วยเฉยๆ

นิกกี้ : ผมมาทำอะไรให้คุณไม่ชอบขอเหตุผลผมไหว้คุณก่อนด้วยซ้ำผมนอบน้อมถ่อมตนอายุผมมากกว่าด้วยนะครับเขาต้องไหว้นะจริงๆแล้วแต่ไปถึงปุ๊บก็มองหางตานิดนึงนางเอกอ่ะอ่านหนังสือผมก็…เป็นไรวะงงว่าเป็นไรไม่ทักนั่งก็นั่งข้างๆกันแต่ไม่ทักจนผมแบบว่าพี่เล็กหวัดดีครับพี่เขาก็ค่ะๆแล้วอ่านหนังสือต่อ

แล้วนิกกี้ล่ะ เห็นน้องครั้งแรกเป็นยังไงบ้าง?

นิกกี้ : แจ่มเลยชอบนิ่งอ่ะทำเป็นไม่ทักคิดในใจเอ็มวีออนแอร์เดี๋ยวเจอกันพอถ้าเกิดเราทักเลยมันจะดูเจ้าชู้มันจะดูเกินงามแต่เราก็คิดวางแผนไว้ในใจแล้วทักตอนนี้ไม่ได้โอเคไม่เป็นไรเราเป็นผู้ชายเนาะไปฟอลโลว์ไว้ก่อนไม่น่าเกลียดหรอกมันจะมีช่วงเอ็มวีออนแอร์อีกสักเดือนกว่าเดี๋ยวค่อยทักแล้วกันวางแผนไว้หมดแล้ว

เล็กวสุ : ตอนที่เขาอยู่อังกฤษเขาก็ทักมาว่าให้มาออกรายการรายการอะไรเล็กก็บอกว่าขอคุยก่อนได้ไหมตอนนั้นเล็กก็รู้สึกว่าแค่ทำตัวไม่ถูก

นิกกี้ : นั่นแหละคือครั้งแรกที่เจอไปเที่ยวด้วยกัน

เล็กวสุ : แต่ว่าตอนนั้นก็รู้สึกว่าเขาก็น่าสนใจดีแต่ก็ถามว่าเปิดใจมากขนาดนั้นไหมก็ยังไม่ได้ขนาดนั้นแต่ก็รู้สึกว่าน่าสนใจและน่ารักดี

ตอนไหนที่เริ่มหวั่นไหวแล้ว?

เล็กวสุ : เหมือนตอนแรกเราคงรู้จักกันเล่นๆมั้งเหมือนไปเป็นเพื่อนๆกันไม่ได้คิดว่าเขาจริงจังด้วยนึกว่าเขามาเล่นๆเขาก็เริ่มแบบว่าทำอะไรกินข้าวหรือยังอยู่ไหนอ่ะเราก็เลยรู้สึกว่าอุ๊ยมีโมเมนต์นี้ด้วยเหรอโอเคถ้าเกิดอย่างงั้นถ้าเขาจริงใจกับเราเราก็อยากจะจริงใจกับเขาด้วยเหมือนกัน

พอมีคนเริ่มจับตาความสัมพันธ์กับนิกกี้ รู้สึกยังไงบ้าง?

นิกกี้: ฟ้องเยอะมากเจอนิกกี้ที่นั่นเจอนิกกี้ที่นี่

เล็กวสุ : แต่เล็กพยายามคุยกับเขาว่าอันนี้เรื่องจริงไหมไปที่นี่จริงไหมแต่เขาจะน่ารักคือเขาไปที่ไหนเขาจะบอกเล็กก่อนอยู่แล้วการฟ้องก็เลยไม่มีผลก็เลยโอเคเรารู้แล้วว่าเขาจะไปที่นี่นะจะได้ไม่ต้องมากังวลว่าจริงป่ะเนี่ยๆมันก็เลยตัดปัญหาเรื่องของการที่ต้องมาทะเลาะกัน

นอกจากนี้ “เล็กวสุ” ยังเผยโมเมนต์สุดหวานหลังจากไหว้พระขอพรที่พระธาตุเขาน้อยจ.น่านโดย “นิกกี้ณฉัตร” ได้ถามตรงๆว่าขอพรเรื่องอะไรบ้าง? 

งานนี้คำตอบของ “เล็กวสุ” ทำเอาคนฟังต้องอมยิ้มเมื่อเจ้าตัวบอกว่า “มีเรื่องเดียวที่จะขอขอให้นิกกี้รักหนูนานๆ” เรียกว่าคำขอพรสั้นๆแต่หวานเต็มสิบทำเอา “นิกกี้” ถึงกับมีเขินกันเลยทีเดียวและไม่ใช่แค่ครั้งนี้เพราะ “นิกกี้” ยังเผยถึงทุกครั้งที่เดินทางไปวัดทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ

‘จีน เฌอตินท์นารา’ ปลื้มกระแส’หัวใจกาฝาก’เปิดฉากโดนใจ ทุ่มสุดตัวถ่ายทอดบท ‘หทยา’

15 กันยายน 2569 เวลา 16:08 น.

นางเอกสาว “จีน เฌอตินท์นารา” แฮปปี้ หลังเห็นฟีดแบ็กเปิดฉากตอนแรก “หัวใจกาฝาก”  แฟนละครชื่นชมภาพสวย เดินเรื่องเร็ว ดราม่าสะกดคนดูอยู่หมัด พร้อมเผยความรู้สึกถึงการถ่ายทอดอีกหนึ่งบทบาทสำคัญ

เปิดฉากตอนแรกก็ได้รับเสียงชื่นชมจากแฟนละคร สำหรับ “หัวใจกาฝาก”  ผลงานการผลิตจากค่าย ดาราวิดีโอ ทางช่อง 7HD นำแสดงโดย แชป-วรากร ศวัสกร ประกบคู่ครั้งแรกกับ จีน-เฌอตินท์นารา พงศ์พีรเดช โดยแฟน ๆ ต่างคอมเมนต์ผ่านโซเชียลออกเสียงเป็นเอกฉันท์ พูดถึงทั้งภาพสวย การเดินเรื่องที่รวดเร็ว ความเข้มข้นของเรื่องราว เคมีพระนางเข้าตา โดยเฉพาะบท หทยา ที่ต้องเผชิญสารพัดปัญหา จนหลายฉากทำคนดูอินและน้ำตาไหลตาม อาทิ ภาพละครสวย, เดินเรื่องเร็ว, นางเอกแอบสู้คน, นางเอกดราม่าเก่ง, ดูแล้วน้ำตาไหลตาม, สงสารนางเอก ฯลฯ

งานนี้ทำเอา “จีน” ยิ้มแก้มปริ หลังได้รับฟีดแบ็กที่ดี พร้อมเผยว่าเรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งบทบาทที่เจ้าตัวทำการบ้านอย่างหนัก “ดีใจค่ะ ที่ทุกคนดูละครแล้วชอบ เพราะหัวใจกาฝาก เป็นละครเรื่องหนึ่งเลยที่จีนทำการบ้านหนักมาก ด้วยคาแรกเตอร์ตัวละคร หทยา ที่เรารับบท เขาถูกกระทำถูกเหยียบย่ำจากทุก ๆ คนรอบข้าง แทบจะไม่มีใครให้เขายึดเหนี่ยวเลย แม้กระทั่งแม่แท้ ๆ ของตัวเอง เพราะแม่ติดทั้งการพนัน แถมยังติดผู้ชายอีก จะมีก็แต่คุณยายของเขาเท่านั้นที่รักเขาจริง ๆ

ชีวิตของหทยาคือคนที่ถูกกระทำอยู่ตลอดเวลา  อย่างช่วงแรก ๆ ในละคร รามิล (แชป วรากร) ก็ไม่ได้จะใจดีกับเรานะคะ เพราะเขาก็ต้องพิสูจน์ความจริงใจของเราด้วยสารพัดวิธีอยู่เหมือนกัน ดังนั้นหทยาก็คือคนที่เป็นเดอะแบกของครอบครัว เป็นคนกตัญญูที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้แม่และยายผ่านทุกเหตุการณ์ไปได้ ซึ่งในทุกครั้งก็จะมีน้ำตา ร้องไห้จนตาบวม ไปถ่ายทุกวันก็ร้องไห้ทุกวันค่ะ

 แต่จีนก็ชอบนะคะ มันยิ่งทำให้เราอยากมากองละครทุกวัน เพราะแต่ละวันจะมีความท้าทายว่าเราจะทำได้ไหม  พอทำได้แล้วเรายิ่งมีไฟที่อยากจะทำงานทุกวัน  หทยาเหมือนนางโศก ที่มีชีวิตขมขื่นมาก ๆ แต่ละครเรื่องนี้ก็ทำให้จีนกินน้ำเก่งขึ้นเยอะเพราะเสียน้ำตาเยอะจริง ๆ (ยิ้ม)”

อีกหนึ่งนักแสดงที่จีนเอ่ยถึงด้วยความประทับใจ คือ “เปิ้ล ภารดี” ผู้รับบท “หทัย” แม่ของหทยา โดยแม้ตัวจริงจะเป็นคนอารมณ์ดีและสนุกสนาน แต่เมื่อเข้าฉากกลับสามารถถ่ายทอดบทดราม่าได้อย่างเข้มข้น ทำให้จีนเข้าถึงความสัมพันธ์ของสองตัวละครได้อย่างเต็มที่

“พี่เปิ้ลตัวจริงน่ารักมากค่ะ เป็นคนตลกมาก อารมณ์ดีมาก แต่พอเข้าบทเขาก็จะเป็นคุณแม่สายดราม่า ในเรื่องจะต้องทำให้ตัวเองดูเป็นเหยื่อ เพื่อที่จะเรียกร้องความสงสารจากลูก เขารู้ว่าลูกรักแม่มาก และก็ไม่อยากให้แม่ลำบาก แม่ทำผิดกี่รอบเราก็ให้อภัยทุกครั้ง แม้เราจะรู้ว่าแม่ผิด แต่เราก็ยอม ซึ่งพี่เปิ้ลถ่ายทอดตัวละครหทัยออกมาได้ดีมาก พอเราเข้าฉากกับพี่เขา เราก็สามารถเป็นหทยาได้อย่างเต็มที่ เพราะพี่เปิ้ลทำให้เราเชื่อในตัวละครนี้จริง ๆ ค่ะ

ตอนนี้หัวใจกาฝากเพิ่งเริ่มต้นนะคะ จีนอยากชวนทุกคนให้ติดตามชมต่อไปเรื่อย ๆ ละครเรื่องนี้สะท้อนหลายแง่มุมเลยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ในครอบครัว ที่น่าจะเป็นข้อคิดให้กับทุกคนได้ อยากฝากทุกคนติดตาม เป็นกำลังใจให้นักแสดงและทีมงานทุกคนนะคะ เพราะเป็นละครที่ทุกคนตั้งใจกันมากจริง ๆ ค่ะ”  

ร่วมลุ้นไปกับเรื่องราวสุดเข้มข้น ในละคร  “หัวใจกาฝาก” ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 19.00 น. ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 และติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ได้ทาง Facebook, IG, X, TikTok, YouTube: Ch7HD

วันเกิดสุดอบอุ่น ‘ติ๊ก กัญญารัตน์’ ถวายผ้าไตร สังฆทาน พระ 51 รูป เณร 255 รูป

15 กันยายน 2569 เวลา 15:31 น.

นับเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาแห่งความเป็นสิริมงคลอันประเสริฐเมื่อ“ติ๊กกัญญารัตน์จิรรัชชกิจ”ผู้จัดฯคนสวยมากความสามารถแห่งค่าย NorthStar Entertainment ได้จัดพิธีทำบุญเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิดในการนี้ได้รับเมตตาธรรมจากท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์) เมตตารับถวายไทยธรรมและเป็นประธานฝ่ายสงฆ์นำพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลความเจริญรุ่งเรืองและเป็นขวัญกำลังใจในการดำเนินชีวิตและการทำงาน

ภายในงานมีพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายผ้าไตรสังฆทานและภัตตาหารเพลแด่พระผู้ใหญ่จำนวน 51 รูปพระเณรจำนวน 255 รูปท่ามกลางบรรยากาศแห่งความศรัทธาและความอบอุ่นโดยมีเหล่านักแสดงนำจากซีรีส์ Girl Love “Third Person ถ้อยรัก…คำลวง” อาทิกานต์ณัฐชา, มีมี่ภาพัชร, พิกเล็ทชาราภา, บีมจิรัชญา, ชมพูชุติมณฑน์, พลอยเอวรินทร์, เมขเมขลาและบูมฐานัตถ์พร้อมด้วยนักแสดงในสังกัดอาทิเรเน่เวโรนิก้าปากาโน, เฟมพัชร์สิตาและแป้งสหัสยาตลอดจนครอบครัวและเพื่อนสนิททั้งในและนอกวงการเดินทางมาร่วมทำบุญและอวยพรวันเกิดกันอย่างพร้อมหน้า

สำหรับพิธีทำบุญเนื่องในวันคล้ายวันเกิดครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นวันดีๆของผู้จัดฯคนเก่งเท่านั้นแต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นความรักและความผูกพันระหว่างติ๊กกัญญารัตน์เหล่าศิลปินนักแสดงในสังกัด NorthStar Entertainment และกัลยาณมิตรทุกคนที่มาร่วมส่งมอบพลังบวกคำอวยพรและกำลังใจให้อย่างอบอุ่นนำมาซึ่งความสมัครสมานสามัคคีและสร้างขวัญกำลังใจในการขับเคลื่อนผลงานคุณภาพสู่วงการบันเทิงต่อไป

เปิดใจ 2 นักแสดง ‘แต้ว–เคน’ เกือบ 10 ปี คืนจอ ยอมรับตื่นเต้น ทำการบ้านหนัก

15 กันยายน 2569 เวลา 15:11 น.

กลับมาปลุกตำนาน “เจ้าแม่นาคี”  อีกครั้ง สำหรับ “แต้ว–ณฐพร พรประภา” กับบทบาทครั้งสำคัญในภาพยนตร์มหากาพย์ฟอร์มยักษ์ “นาคี 3 ครุฑา นาคี” (The Cursed War) จาก MONO ORIGINAL โดยผู้กำกับมากฝีมือ “อ๊อฟ–พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง” พร้อมการกลับมาประกบคู่กันอีกครั้งของ “แต้ว ณฐพร” และ “เคน ภูภูมิ พงศ์ภาณุภาค” กับ “นาคี” ในรอบเกือบ 10 ปี ท่ามกลางเรื่องราวบทใหม่ที่พาผู้ชมก้าวเข้าสู่มหากาพย์สงครามระหว่าง “ครุฑ” และ “นาค” สองเผ่าพันธุ์ที่ต้องเผชิญหน้ากันอีกครั้ง

ซึ่งการกลับมาของ “นาคี 3 ครุฑานาคี” ครั้งนี้ไม่ได้เป็นการสานต่อตำนานเดิมแต่เป็นการเปิดปฐมบทใหม่ของจักรวาลนาคีมาชวนรู้ 3 เรื่องที่จะทำให้การรับชมครั้งนี้น่าติดตามยิ่งขึ้น

เริ่มจากเรื่องราวที่ถูกออกแบบขึ้นใหม่ทั้งหมดโดยไม่จำเป็นต้องดู “นาคี” ภาค 1 และ 2 มาก่อนก็สามารถติดตามเรื่องราวได้ต่อด้วยการเปิดฉากมหาสงครามระหว่างสองเผ่าพันธุ์ครั้งแรกในจักรวาลนาคีซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของเรื่องและอีกหนึ่งความพิเศษคือการยกระดับงานภาพด้วย CG ที่จัดเต็มยิ่งกว่าครั้งไหนๆโดยได้ “Fatcat Studios” ทีมงาน CG แถวหน้าของไทยมาร่วมสร้างสรรค์โลกของครุฑและนาคให้ปรากฏขึ้นอย่างยิ่งใหญ่บนจอภาพยนตร์

ขณะที่การกลับมาพบกันอีกครั้งของ “แต้วณฐพร”และ“เคนภูภูมิ” ก็เป็นอีกหนึ่งความน่าสนใจของภาพยนตร์เรื่องนี้

โดย “เคนภูภูมิ” เผยถึงการกลับมาร่วมงานกับ“แต้วณฐพร” อีกครั้งว่า “รู้สึกตื่นเต้นและดีใจที่ได้กลับมาทำงานร่วมกันพร้อมยอมรับว่ารู้สึกอุ่นใจเพราะแต้วเป็นนักแสดงที่มีฝีมือและมีประสบการณ์อยู่แล้วอีกทั้งยังได้กลับมาร่วมงานกับทีมงานที่คุ้นเคยทำให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่นส่วนการทำความเข้าใจตัวละครครั้งนี้ได้รับคำแนะนำจาก “พี่อ๊อฟ” ที่ช่วยถ่ายทอดมุมมองและรายละเอียดของตัวละครทำให้สามารถเข้าถึงบทบาทได้ดียิ่งขึ้น”

ขณะที่ “แต้วณฐพร” เผยว่า “การถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ถือเป็นอีกหนึ่งความท้าทายเพราะทุกฉากมีรายละเอียดและความหนักหน่วงจึงต้องเตรียมตัวและทำการบ้านอย่างหนักยิ่งการกลับมารับบท “เจ้าแม่นาคี” ในครั้งนี้ยอมรับว่าแตกต่างจากบทบาทที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิงเพราะครั้งนี้ตัวละครไม่ได้เป็นเพียงนางพญาแต่ยังเป็น “สัญลักษณ์ของการต่อสู้กับโชคชะตา” ต้องเผชิญหน้ากับความขัดแย้งและการตัดสินใจครั้งสำคัญซึ่งจะทำให้ผู้ชมได้เห็นอีกหลายมิติของตัวละครและสัมผัส “เจ้าแม่นาคี” ในมุมที่แตกต่างออกไปจากภาพจำเดิม” 

นอกจากนั้น “นาคี 3 ครุฑานาคี” ที่จะเข้าโรงภาพยนตร์วันที่ 22 ตุลาคมนี้ยังเตรียมฉายบนจอยักษ์ IMAX ในสัดส่วนภาพ 1.90:1 ซึ่งเป็นสัดส่วนภาพพิเศษสำหรับ IMAX พร้อมระบบเสียง 12-CHANNEL SOUND อีกด้วย

‘บัลลังก์หมอลำ’ ระเบิดความม่วน ! 2 วัน 2 โชว์ใหญ่’นกน้อย อุไรพร-บอย ศิริชัย’ร่วมค้นหาหนุ่มเสียงดี ลุ้นไปต่อสู่ ‘หมอลำบอยกรุ๊ป’

15 กันยายน 2569 เวลา 14:25 น.

จัดเต็มความม่วนแบบไม่พัก ! “บัลลังก์หมอลำ” สัปดาห์นี้พบโชว์พิเศษจาก “แม่นกน้อย อุไรพร” ราชินีหมอลำตลอดกาล และ“บอย ศิริชัย” หัวหน้าคณะหมอลำใจเกินร้อย พร้อม “แม่ครูบุญช่วง เด่นดวง” ร่วมเสริมทัพกรรมการ “สุนารี-เบิ้ล-แบงค์” จับตา 6 หนุ่มผู้มีความฝัน ลุ้นใครจะได้ผ่านเข้าสู่รอบต่อไป

ความม่วนกำลังเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับรายการ บัลลังก์หมอลำ  ที่สัปดาห์นี้จัดเต็ม 2 วัน 2 โชว์ใหญ่ เปิดเวทีต้อนรับ2 ศิลปินระดับแถวหน้าของวงการหมอลำ  คุณแม่นกน้อย อุไรพร  ราชินีหมอลำตลอดกาล และเป็นผู้นำคณะหมอลำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคณะหนึ่งของประเทศไทย โดยเป็นทั้งครู เป็นทั้งแม่ และเป็นศิลปิน ขวัญใจมหาชน ที่อยู่ในหัวใจคนไทยทั้งประเทศ.และบอย ศิริชัย หัวหน้าคณะหมอลำใจเกินร้อย พร้อมด้วย แม่ครูบุญช่วง เด่นดวง  (บุญช่วง ดาเหลา)  ศิลปินมรดกอีสาน สาขาศิลปะการแสดง  และปรมาจารย์ผู้สืบสานและถ่ายทอดศาสตร์แห่งกลอน มาร่วมทำหน้าที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ  2 วันเต็ม ๆในสัปดาห์นี้ ร่วมเติมความเข้มข้นในการค้นหาหนุ่มมากความสามารถ ความถูกต้องของทำนองและกลอนลำ บอกเลยว่าแม่ครูตรวจละเอียดไม่มีพลาดแน่นอนนำทีมโดยพิธีกรสุดหล่อ ยูโร ยศวรรธน์ พร้อม  3 กรรมการประจำรายการ  สุนารี ราชสีมา, เบิ้ล ปทุมราช, แบงค์-รัฐวิชญ์ อนันต์พรสิริ ที่พร้อมจับตาทั้งเสียงร้อง ท่วงทำนอง และลีลาการแสดง เพื่อเฟ้นหาหนุ่มมากความสามารถที่จะได้ไปต่อบนเส้นทาง “หมอลำบอยกรุ๊ป”

 เริ่มความม่วน พฤหัสบดีที่ 17 กันยายน พบโชว์พิเศษจาก คุณแม่นกน้อย อุไรพร  ราชินีหมอลำตลอดกาล  ส่วนผู้เข้าแข่งขันบอกเลยว่า 3 หนุ่มวันนี้โชว์สนุกเข้มข้นมาก เริ่มที่  เปียว-เอกราช จากจ.ขอนแก่น อดีตนักกีฬาที่ค้นพบจุดเปลี่ยน ช่วงโควิด หลังติดตามชมวงหมอลำ LIVE จนเกิดความฝันอยากเป็นศิลปิน ด้าน แทน-ถิรวัฒน์ จากจ.ขอนแก่น  หนุ่มผู้เดินตามฝันอยากเป็นศิลปิน เคยทำงานทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง รวมถึงมีโอกาสแสดงความสามารถด้านการร้องหมอลำในต่างประเทศกว่า 10 ประเทศ ครั้งนี้จึงกลับมาพิสูจน์ศักยภาพอีกครั้งบนเวที “บัลลังก์หมอลำ”   ปิดท้ายด้วย พิวเตอร์-พัชรพล จากจ.อุดรธานี ที่ขอใช้เวทีนี้เป็นพื้นที่พิสูจน์ตัวเองพร้อมความตั้งใจอยากสืบสานวัฒนธรรมหมอลำในฐานะลูกอีสาน ให้หมอลำยังคงอยู่ งานนี้ทั้ง 3 หนุ่มจะสามารถโชว์ศักยภาพจนเข้าตากรรมการได้หรือไม่ ต้องรอลุ้นกัน

ต่อเนื่อง วันศุกร์ที่ 18 กันยายน พบโชว์สนุก ๆ จาก บอย ศิริชัย หัวหน้าคณะหมอลำใจเกินร้อย ส่วน 3 ผู้เข้าแข่งขันวันนี้ แต่ละคนมีความฝันและตั้งใจกันสุด ๆ เริ่มที่  รพไทย  ถวิลวงษ์ จากจ.ขอนแก่น  หนุ่มที่ทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย และมาร่วมแข่งขันครั้งนี้เพื่อทำตามความฝันของคุณยายที่อยากเห็นเขาออกทีวี ต่อด้วย อาร์ท-วงศกร  จากจ.บุรีรัมย์ ผู้รักการร้องเพลงตั้งแต่เด็กตามรอยคุณพ่อที่เป็นนักร้อง และอยากใช้เวทีนี้เป็นโอกาสพิสูจน์ตัวเองในรายการประกวดใหญ่   ปิดท้ายด้วยหนุ่มน้อยวัย 16 ปี  กร-ธนากร  จากจ.ขอนแก่น  ที่ตั้งใจมาหาประสบการณ์บนเวที  เพราะยังไม่เคยออกทีวี พร้อมความฝันอยากพิสูจน์ความสามารถ สร้างฐานแฟนเพลง และทำให้ครอบครัวได้เห็นตัวเองผ่านหน้าจอ

6 หนุ่ม 6 ความฝัน สัปดาห์นี้ใครจะสามารถคว้าใจกรรมการและคว้าสิทธิ์ไปต่อบนเส้นทาง “หมอลำบอยกรุ๊ป” ร่วมลุ้นและส่งกำลังใจให้พวกเขาไปพร้อมกัน

ติดตามความม่วนแบบเต็มเวทีใน รายการ “บัลลังก์หมอลำ” วันพฤหัสบดีที่ 17 และวันศุกร์ที่ 18 กันยายน เวลา 18.00 น. ทางช่อง 7HD กด 35  พร้อมติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวรายการได้ที่  Facebook: บัลลังก์หมอลำ  

เตรียมพบกับ ‘กงยู’ อบอุ่น สุดใกล้ชิด กับเรื่องราวตลอดเส้นทางกว่า 20 ปี 10 ตุลาคมนี้ ที่กรุงเทพฯ

15 กันยายน 2569 เวลา 13:28 น.

สิ้นสุดการรอคอยของแฟนๆ ชาวไทย! เมื่อ “Gong Yoo (กงยู)” นักแสดงเกาหลีชื่อดังระดับโลก เตรียมเดินทางมาพบกับแฟนๆ ชาวไทยอย่างเป็นทางการ ในงาน “2026 GONG YOO ASIA FANMEETING TOUR〈THE LONG TAKE〉IN BANGKOK” จัดโดย กลุ่มธนบุรี และเหล่าพันธมิตรผู้สนับสนุน ชวนทุกคนมาร่วมเก็บเกี่ยวช่วงเวลาแห่งความสุข และบันทึกความทรงจำครั้งสำคัญไปพร้อมกับ Gong Yoo ในวันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม 2569 ณ วัน แบงค็อก ฟอรัม (ONE BANGKOK FORUM)

กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้คอนเซปต์ “THE LONG TAKE” ที่เปรียบเสมือนการบันทึกเรื่องราวตลอดเส้นทางกว่า 20 ปีของ Gong Yoo ในวงการบันเทิง ผ่านบทบาทและผลงานมากมายที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมทั่วโลก โดยชื่อของงานยังสะท้อนถึงช่วงเวลาต่างๆ ที่ถูกบันทึกและเก็บไว้ในความทรงจำ ก่อนจะกลายมาเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวบทใหม่ที่ Gong Yoo และแฟนๆ ชาวไทยจะได้ร่วมสร้างไปด้วยกัน

สำหรับแฟนคลับชาวไทย การมาเยือนครั้งนี้ของ Gong Yoo จึงไม่ใช่เพียงการพบกันบนเวที แต่เป็นช่วงเวลาที่หลายคนเฝ้ารอ ภายในงานเตรียมพบกับบรรยากาศที่อบอุ่น ใกล้ชิด และเป็นกันเอง พร้อมโมเมนต์สุดพิเศษที่จะทำให้ค่ำคืนแห่งการพบกันครั้งนี้กลายเป็นอีกหนึ่งความทรงจำที่น่าจดจำ เตรียมพบกับค่ำคืนแห่งความสุข รอยยิ้ม และความประทับใจ ในงานแฟนมีตติ้งขนาดใหญ่ 4,500 ที่นั่ง พร้อมสิทธิประโยชน์พิเศษสำหรับแฟนๆ ในแต่ละประเภทบัตร

โดยบัตรเข้าชมมีทั้งหมด 6 ราคา ได้แก่ 2,900 / 3,900 / 4,900 / 5,900 / 6,200 และ 6,700 บาท โดยบัตรราคา 6,700 บาท และ 6,200 บาท มาพร้อมสิทธิประโยชน์สุดพิเศษทุกที่นั่ง อาทิ Hi-Bye, Polaroid, Photo Card และ Poster พร้อม Digital Signature จาก Gong Yoo พร้อมลุ้นรับสิทธิ์ถ่ายภาพร่วมกับศิลปินแบบ Group Photo 

ทั้งหมดนี้จัดเตรียมขึ้นเพื่อมอบเป็นของขวัญแทนคำขอบคุณจาก Gong Yoo ถึงแฟนๆ ที่ได้ให้การสนับสนุนและติดตามผลงานของเขามาโดยตลอด ทั้งนี้เหล่าแฟนๆ สามารถติดตามรายละเอียดเกี่ยวกับงาน รวมถึงข่าวสาร กิจกรรมพิเศษ เซอร์ไพรส์ต่างๆ และ สิทธิประโยชน์พิเศษของบัตรแต่ละประเภท ผ่านทาง Facebook: Benz Thonburi Group และ The DND 

ข้อมูลการจัดงาน:

2026 GONG YOO ASIA FANMEETING TOUR〈THE LONG TAKE〉IN BANGKOK

•    จัดงานวันที่ 10 ตุลาคม 2569

•    วัน แบงค็อก ฟอรัม (ONE BANGKOK FORUM)

•    (Door Open) ประตูเปิด 17.00 น. | (Show Time) เริ่มการแสดง 18.00 น.

•    เปิดจำหน่ายบัตรสำหรับลูกค้าทั่วไป (General Sales) ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2569 เป็นต้นไป

ส.ว.วิวรรธน์ โอดคนดีอยู่ยาก ปัดเอี่ยวคดีฮั้ว ลั่นถูกใส่ร้าย งง กกต. เชื่อพยานคนเดียว

15 กันยายน 2569 เวลา 16:17 น.

‘วิวรรธน์’ ปัด ‘ฮั้ว สว.’ ยันถูกใส่ร้ายมีเส้นเงินลามโยงซื้อเสียงผู้สมัคร โอด ‘อนุฯไต่สวนชุด26’ เชื่อปากคำพยานปากเดียวใส่ร้าย เผย ‘กกต.’ ไม่เคยเรียกไปชี้แจง ยังงงโดนได้ไง น้อยใจประเทศนี้คนดีอยู่ยาก ยันทำประโยชน์มามาก แต่กลับถูกทำร้ายไร้เหตุผล ขอต่อสู้ในกระบวนการเต็มที่

วันที่ 15 กันยายน 2569 นายวิวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล สมาชิกวุฒิสภา(สว.) 1ใน 26สว. ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)มีมติส่งเรื่องต่อศาลฎีกา ในคดีฮั้วสว. กล่าวว่า ยืนยันว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องคดีฮั้วสว. ตนเป็นสว.เชียงใหม่ แต่ถูกพาดพิงมีเส้นเงินเกี่ยวข้องกับนายวิเชียร ชัยสถาพร อดีตสว.ลำพูน ที่เป็นน้องชายของตน ที่พ้นตำแหน่ง สว. เพราะผิดเรื่องแจ้งเท็จคุณสมบัติผู้สมัครสว. แต่กกต.ไปจับโยงสำนวนคดีของคณะอนุกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 โดยไปเชื่อมโยงคำให้การของพยานคนหนึ่งชื่อ “อาทร”ใส่ร้ายว่า ตนและน้องชายมีการจ่ายเงินให้พยานรายนี้ นำไปจ่ายให้ผู้สมัครสว.รายอื่นๆ เพื่อล็อบบี้คะแนนเลือกสว. อนุฯชุดที่26 พยายามเชื่อมโยงตนมีเส้นเงินเกี่ยวข้องกับน้องชาย ทั้งที่ไม่เกี่ยวข้องด้วย

“ถ้าน้องชายทำผิด ถามว่าพี่ชายต้องผิดด้วยหรือ เรื่องนี้พร้อมไปชี้แจงต่อศาลฎีกาว่า ไม่เกี่ยวข้องกับเส้นเงินใดๆในคดีนี้ แต่คณะอนุกรรมการไต่สวนชุดที่26 ไปเชื่อคำให้การของพยานแค่คนเดียวที่อ้างชื่อผม และที่ผ่านมากกต. ก็ไม่เคยเรียกไปชี้แจงข้อกล่าวหาเรื่องนี้ ก็ยังงงอยู่ว่ามาเกี่ยวข้องได้อย่างไร ดูแล้วเรื่องนี้เล่นการเมืองมากเกินไป รู้สึกน้อยใจที่คนดีอยู่ยากในประเทศนี้ ในฐานะประธานกมธ.พาณิชย์ วุฒิสภา ทำประโยชน์ให้ประเทศมากมาย ทำงานอย่างเต็มที่ เช่น แก้ปัญหาเรื่องนอมินีข้ามชาติ แต่กลับถูกทำร้ายโดยไม่มีเหตุผล พร้อมไปต่อสู้ชั้นศาลฎีกา มั่นใจว่า ศาลพร้อมให้ความยุติธรรม” นายวิวรรธน์ กล่าว

อนุทิน ส่งทนายฟ้อง เป๋า ไอ ลอว์ ปมพาดพิงฮั้ว สว. ย้ำไม่ได้เป็นการฟ้องเพื่อปิดปาก

15 กันยายน 2569 เวลา 16:01 น.

“นายกหนู” ส่งทนายฟ้อง “ เป๋า ไอ ลอว์ ” หมิ่น เอี่ยวคดีฮั้ว สว. ทนายปัดไม่เกี่ยวกับมติกกต.ที่ไม่สั่งฟ้อง 20 กก.บห.ภูมิใจไทย – เนวิน ย้ำไม่ได้เป็นการฟ้องเพื่อปิดปาก ส่วนบุคคลอื่นอยู่ระหว่างพิจารณาของทีมกฎหมาย ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้อง14ธ.ค.เช้า

เวลา 14.00 น. วันที่ 15 กันยายน 2569 ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัสเซีย.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.)มอบอำนาจให้นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย ประธานฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย ซึ่งมอบหมายให้นายสิทธิโชค สิงหเสนี ทนายความ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ หรือเป๋า ไอลอว์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) และเป็นนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนและกฎหมายเป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณากรณีที่นายยิ่งชีพให้สัมภาษณ์ทำนองว่า พรรคภูมิใจไทยมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว สว.

นายสิทธิโชค เปิดเผยหลังการยื่นฟัอง ว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้มอบอำนาจแต่งตั้งตนในฐานะทีมทนายความ ยื่นฟ้องนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการ iLaw กรณีเมื่อวันที่ 21 ก.ค.69นายยิ่งชีพให้สัมภาษณ์ที่รัฐสภา โดยพาดพิงไปถึงนายกรัฐมนตรี ทำนองว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องฮั้วสว.โดยคดีนี้ยื่นฟ้องในนามนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่ในนามพรรคภูมิใจไทย โดยศาลรับคดีไว้พิจารณาเป็นคดีหมายเลขดำอ2672/2569 และนัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 14 ธ.ค. นี้ เวลา 09.00 น.
นายสิทธิโชค ระบุว่า เหตุที่ต้องฟ้อง เนื่องจากนายยิ่งชีพให้ข้อเท็จจริงที่รัฐสภา โดยกล่าวถึงการมีส่วนเกี่ยวข้องของนายกรัฐมนตรี ซึ่งฝ่ายนายกรัฐมนตรีเห็นว่าไม่ใช่ข้อเท็จจริง จึงต้องใช้สิทธิทางกฎหมายและขอให้ศาลเป็นผู้พิจารณาว่าข้อความดังกล่าวเป็นจริงหรือเท็จ รวมถึงพิจารณาเจตนาสุจริตหรือไม่
ส่วนกรณีที่การยื่นฟ้องเกิดขึ้นหลัง กกต. มีมติเมื่อวันที่ 14 ก.ย.ที่ผ่านมา นั้นตนขอยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกัน เนื่องจากทีมทนายจัดทำร่างฟ้องไว้ก่อนแล้ว เพียงรอว่านายกรัฐมนตรีจะมอบหมายให้ดำเนินการเมื่อใด พร้อมย้ำว่าไม่ควรนำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใกล้เคียงกันมาเชื่อมโยงกันโดยไม่มีข้อเท็จจริงตั้งแต่ต้น ส่วนจะมีการเรียกร้องค่าเสียหายด้วยหรือไม่ ทนายความระบุว่า คดีนี้ไม่มีการเรียกร้องค่าเสียหาย และปฏิเสธว่าไม่ใช่การฟ้องเพื่อปิดปาก โดยมองว่าหากบุคคลใดถูกกล่าวหาในเรื่องที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง ก็มีสิทธิใช้กฎหมายปกป้องตนเองเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรีหรือประชาชนทั่วไป
ส่วนกรณีฝ่ายผู้ถูกฟ้องเตรียมนำพยานหลักฐานเกี่ยวกับประเด็น สว. มาแสดงต่อศาล นายสิทธิโชคขอไม่ให้ความเห็น เนื่องจากเกินหน้าที่ของตน โดยระบุว่า วันนี้ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการเฉพาะคดีหมิ่นประมาทเท่านั้น
สำหรับการไต่สวนมูลฟ้อง เบื้องต้นพยานหลักจะเป็นผู้รับมอบอำนาจและผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยนายศุภชัย ใจสมุทร หัวหน้าทีมกฎหมาย จะต้องมาในกระบวนการดังกล่าว ขณะที่นายกรัฐมนตรีได้มอบอำนาจแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องระบุว่าจะเดินทางมาด้วยตนเองหรือไม่
ส่วนจะมีการดำเนินคดีกับบุคคลอื่นหรือสส.ฝ่ายค้าน เพิ่มเติมหรือไม่ ทนายความระบุว่า วันนี้ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการเฉพาะนายยิ่งชีพเท่านั้น ขณะที่บุคคลอื่นจะดำเนินคดีหรือไม่ เป็นสิทธิของแต่ละบุคคล และไม่สามารถตอบแทนกันได้

สำหรับการเจรจาไกล่เกลี่ย ทนายความระบุว่า เพิ่งเริ่มต้นกระบวนการในวันนี้ จึงต้องรอดูท่าทีของแต่ละฝ่ายก่อน

รัฐบาลเดินหน้า 1 กรม 1 โปร่งใสไร้เทา สกัดจุดเสี่ยงทุจริต 24 หน่วยงานนำร่อง เห็นผลภายใน 6 เดือน

15 กันยายน 2569 เวลา 15:33 น.

15 กันยายน 2569 นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลได้เข้ามาบริหารประเทศพร้อมกับโจทย์สำคัญด้านการแก้ไขปัญหาการทุจริต โดยประเทศไทยมีคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index: CPI) ประจำปี พ.ศ.2568 ที่ 33 คะแนน ขณะที่ผลการสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนพบว่า ร้อยละ 89.1 เห็นว่าคอร์รัปชันเป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจในระดับปานกลางถึงระดับมาก รัฐบาลจึงเร่งวางกลไกป้องกันและปราบปรามการทุจริตอย่างเป็นระบบ โดยจัดตั้งคณะกรรมการประสานงานเพื่อการต่อต้านการทุจริต (คตท.) มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน พร้อมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนงานด้านการติดตาม ป้องกัน และปราบปรามการรับสินบน

ล่าสุด คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบในหลักการโครงการ “1 กรม 1 โปร่งใสไร้เทา” ตามที่คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เสนอ มุ่งแก้ปัญหาความเสี่ยงต่อการทุจริตตั้งแต่ต้นทาง โดยให้หน่วยงานของรัฐคัดเลือกงานบริการหรือกระบวนการทำงานที่มีความเสี่ยงสูงมาปรับปรุงแก้ไขให้เกิดผลเป็นรูปธรรม พร้อมมอบหมายให้สำนักงาน ก.พ.ร. เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนและติดตามผลการดำเนินงาน

สำหรับระยะแรก กำหนด 24 หน่วยงานนำร่อง ให้คัดเลือก 1 – 5 งานที่มีความเสี่ยงต่อการทุจริตมาดำเนินการ อาทิ การอนุมัติ อนุญาต การตรวจสอบ การจัดซื้อจัดจ้าง การจัดเก็บภาษี และการต่ออายุใบอนุญาต โดยวิเคราะห์จุดเสี่ยง กำหนดมาตรการป้องกัน และเปิดรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือนนับแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติ

หัวใจสำคัญของโครงการฯ คือ ปิดช่องว่างก่อนเกิดการทุจริต โดยให้หน่วยงานปรับกระบวนการทำงาน ลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ นำระบบดิจิทัลมาใช้เพื่อลดการพบปะระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้รับบริการ และเปิดให้ติดตามสถานะงานออนไลน์ ปรับปรุงกฎระเบียบและขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน เปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนตรวจสอบได้ ตลอดจนพัฒนาระบบร้องเรียนที่เข้าถึงง่ายและมีประสิทธิภาพ โดยเปิดให้ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการออกแบบแนวทางแก้ไขปัญหา

“รัฐบาลเดินหน้าแก้ปัญหาการทุจริตตั้งแต่ต้นทาง โดยมุ่งให้ การอนุมัติ อนุญาต และการให้บริการภาครัฐ ลดขั้นตอน ลดการใช้ดุลพินิจ โปร่งใส และตรวจสอบได้ เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ รวดเร็ว และเป็นธรรม สร้างความเชื่อมั่นให้ภาคธุรกิจ หวังผลให้คะแนน CPI ปรับเพิ่มขึ้น รวมทั้งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย” นายเอกภพ กล่าว