วิปฝ่ายค้าน ประชุมนัดแรก ตั้ง 3 คณะ สางปม ป.ป.ช. ยกคำร้อง ศักดิ์สยาม-กกต. สอบคดีฮั้วสว.-เขากระโดง

วิปฝ่ายค้าน ประชุมนัดแรก ตั้ง 3 คณะ สางปม ป.ป.ช. ยกคำร้อง ศักดิ์สยาม-กกต. สอบคดีฮั้วสว.-เขากระโดง

วิปฝ่ายค้าน ประชุมนัดแรก ตั้ง 3 คณะ สางปม ป.ป.ช. ยกคำร้อง ศักดิ์สยาม-กกต. สอบคดีฮั้วสว.-เขากระโดง

วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.22 น.

“วิปฝ่ายค้าน”ประชุมทางการนัดแรก ตั้ง 3 คณะกรรมการ สางปม ป.ป.ช. ยกคำร้อง “ศักดิ์สยาม- กกต.คดีฮั้ว สว.- เขากระโดง”

วันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมวิปฝ่ายค้านในวันนี้ว่า จะเป็นการประชุมอย่างเป็นทางการครั้งแรก หลังมีการแต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร โดยได้มีการลงนามตั้งวิปฝ่ายค้านอย่างเป็นทางการ ซึ่งแน่นอนว่าบทบาทของฝ่ายค้านมีความสำคัญอย่างยิ่งในระบอบประชาธิปไตย แม้ว่าแต่ละพรรคที่มารวมกันนั้น ก่อนการเลือกตั้งอาจจะมีนโยบายหรือจุดยืนที่แตกต่างกันไป ซึ่งการมารวมกันเป็นฝ่ายค้าน แต่ละพรรคไม่ได้ตัดสินใจมารวมกัน เหมือนอย่างพรรคร่วมรัฐบาล แต่คิดว่าจะหาจุดร่วมกันในการทำตามความคาดหวังของประชาชนคือการตรวจสอบรัฐบาลและเสนอแนะแนวทางที่ดีขึ้นให้กับรัฐบาล ระบบการเมืองที่ปราศจากฝ่ายค้านคือระบบการเมืองที่อันตรายมาก จะเป็นการเปิดช่องให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสามารถบริหารแบบปราศจากการถูกตั้งคำถามและการตรวจสอบ 

นายพริษฐ์  กล่าวว่า โดยที่ประชุมวิบฝ่ายค้านในวันนี้จะมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ 3 ประเด็น ที่เห็นว่ามีความสำคัญในขณะนี้ ได้แก่ คณะกรรมการชุดที่ 1 ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คดีซุกหุ้นของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมา มุมหนึ่งจะทำให้คำร้องที่มีการจัดทำขึ้น แล้วเสร็จในเดือนนี้ พร้อมยื่นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยสิ่งที่ค้นพบมาก่อนหน้านี้คือ ป.ป.ช. อาจจะไม่มีการไต่สวนเลย แต่อาศัยช่องในการบอกว่าตรวจสอบเบื้องต้นแล้วไม่พบข้อมูลที่จะดำเนินการต่อ จึงยกคำร้องไป ซึ่งปัจจุบันยังไม่ได้รับคำตอบจาก ป.ป.ช. ว่ามีการไต่สวนหรือไม่ และอีกประเด็นที่นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะผู้ร้องที่ได้ร้องขอไปเกี่ยวกับการดำเนินการของ ป.ป.ช. คำชี้แจงของนายศักดิ์สยาม และความเห็นของ ป.ป.ช. ก่อนจะยกคำร้อง โดยระเบียบ ป.ป.ช. ต้องส่งให้ผู้ร้องภายใน 15 วัน ซึ่งจะครบกำหนดภายในปลายสัปดาห์นี้ ซึ่งในวันนี้วิปฝ่ายค้านจะออกหนังสือเชิญ ป.ป.ช. มาชี้แจงถึงกระบวนการขั้นตอนการทำงาน ที่จะทำให้ได้ทราบข้อเท็จจริงและเพื่อให้คำร้องที่กำลังจัดทำอยู่มีความสมบูรณ์มากขึ้น

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า คณะกรรมการชุดที่ 2 ตรวจสอบกรณีการทุจริตในการเลือก สว. หรือคดีฮั้วเลือก สว. วันนี้มีภาคประชาชนเข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งคิดว่าความเร่งด่วนที่สุดของคดีนี้คือการจับตาท่าทีของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่คาดว่าต้องมีมติภายใน 1 เดือนข้างหน้า ว่าจะส่งเรื่องไปที่ศาลหรือไม่ หลังจากคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนชุดที่ 26 ของ กกต. มีมติว่าควรจะส่งเรื่องต่อไปยังศาล แต่ต่อมาทราบว่า กกต. ตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ซึ่งมีมติว่าควรจะยกคำร้องทั้งหมด โดยพรรคฝ่ายค้านเห็นว่าจากหลักฐานข้อเท็จจริง ทั้งที่ปรากฏต่อสาธารณะและอยู่ในสำนวนเพียงพอที่ กกต. จะส่งเรื่องต่อศาล ซึ่งหากย้อนไป 1-2 ปีที่ผ่านมา มีเพียงข้อความทางแอปพลิเคชั่น Line กกต. ยังมีมติส่งเรื่องไปยังศาลเลย ดังนั้น ในกรณีนี้ที่มีหลักฐานชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมการลงคะแนนเลือก สว. เส้นทางการเงิน หลักฐานการนัดหมาย กกต. ควรจะส่งเรื่องไปยังศาล และคณะกรรมการชุดที่ 3 ตรวจสอบคดีที่ดินเขากระโดง ซึ่งเป็นประเด็นที่ฝ่ายค้านต้องตรวจสอบอย่างแน่นอน แต่ว่าจะใช้กลไกอะไรบ้างนั้น จะต้องให้แต่ละพรรคหารือกัน

สุริยะ เผย สตง. ติงจัดซื้อปุ๋ยอินทรีย์ เกษตรกร ไม่เข้าข่ายใช้งบกลางได้ ต้องถอนทบทวนใหม่

สุริยะ เผย สตง. ติงจัดซื้อปุ๋ยอินทรีย์ เกษตรกร ไม่เข้าข่ายใช้งบกลางได้ ต้องถอนทบทวนใหม่

สุริยะ เผย สตง. ติงจัดซื้อปุ๋ยอินทรีย์ เกษตรกร ไม่เข้าข่ายใช้งบกลางได้ ต้องถอนทบทวนใหม่

วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.21 น.

“สุริยะ”เผย สตง. ติงจัดซื้อปุ๋ยอินทรีย์ เกษตรกร ไม่เข้าข่ายใช้งบกลางได้ ต้องถอนทบทวนใหม่

วันที่ 19 พฤษภาคม 2569 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกรณีที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เดินหน้าจัดซื้อปุ๋ยชีวภาพ – ชีวภัณฑ์ และปุ๋ยอินทรีย์แทนที่ ที่เตรียมเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. ของบกลางจำนวน 6,500 ล้านบาทในวันนี้ ว่า เรื่องนี้ เมื่อวานสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. ได้ทำเรื่องถึงปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า โครงการนี้อาจจะไม่เข้าข่ายเรื่องความเร่งด่วนเป็นพิเศษ ที่ต้องใช้งบกลาง ดังนั้น เพื่อความรอบคอบ จึงทำเรื่องขอถอนจาก ครม. ไปดูให้เรียบร้อยก่อน จากนั้นจะดู ว่า ควรจะพิจารณาอย่างไรต่อไป

ทั้งนี้หากใช้งบกลางไม่ได้ จะใช้งบจากส่วนอื่น หรือ เปลี่ยนเป็นโครงการอื่น เพื่อช่วยแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรได้หรือไม่ นายสุริยะ กล่าวว่า ขอเอาข้อสังเกตของ สตง. ไปดูให้รอบคอบก่อน แล้วค่อยดู ว่า มีช่องทางไหนที่จะดำเนินการต่อไปได้

อรรถกร ชี้ต้องเริ่มนับหนึ่งแก้รธน.ใหม่ สวนทางผลประชามติ

อรรถกร ชี้ต้องเริ่มนับหนึ่งแก้รธน.ใหม่ สวนทางผลประชามติ

อรรถกร ชี้ต้องเริ่มนับหนึ่งแก้รธน.ใหม่ สวนทางผลประชามติ

วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.20 น.

วันที่ 19 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.00 น. ที่รัฐสภา นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.พรรคกล้าธรรม กล่าวถึงท่าทีของพรรคกล้าธรรมในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ว่า เป็นเรื่องน่าเสียดายที่รัฐสภาไม่ได้พิจารณารับรองร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญกว่า 20 ฉบับ จึงเริ่มใหม่ทั้งหมด ซึ่งค่อนข้างที่จะย้อนแย้งกับผลประชามติที่ออกมา ซึ่งพรรคจะประชุมสส.พรรค เพื่อเปิดโอกาสให้กับสมาชิกพรรคพูดคุยในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่ามีแนวทางอย่างไร หรือจะยื่นร่างของพรรคเองหรือไม่ ถ้าร่างไหนไม่เป็นอันตรายต่อการปกครองซึ่งต้องครอบคลุมเอื้ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน และเสริมสร้างประชาธิปไตย หากเราไม่ยื่นเองก็จะสนับสนุนร่างนั้น เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่สามารถทำโดยพรรคใดพรรคหนึ่งได้ ต้องอาศัยเสียงของสมาชิกรัฐสภาและกว่าจะผ่านแต่ละครั้งได้ ต้องใช้เวลามาก จึงควรเลือกฉบับที่ครอบคลุมและเป็นประโยชน์ที่สุดต่อ ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

เมื่อถามว่า ร่างรัฐธรรมนูญในแบบของพรรคกล้าธรรมจะต้องปรับปรุงจากรัฐธรรมนูญปี 2560 ในเรื่องใด หรือเพิ่มเติมเรื่องใดบ้าง นายอรรถกร กล่าวว่า จะเน้นเรื่องการอำนวยความสะดวกให้ประชาชน และอะไรที่เป็นจุดอ่อน หรือที่ประชาชนไม่ชอบ ก็จะพิจารณาเรื่องนั้นในลำดับต้นๆ และยืนยันว่าจะไม่แตะหมวดที่มีความสำคัญ  ส่วนประเด็นบัตรเลือกตั้ง ตนได้คุยกับนายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ได้ให้ข้อเสนอ เรื่องรายละเอียดของบัตรเลือกตั้ง ซึ่งทุกวันนี้ไม่ได้อำนวยความสะดวกให้กับคนไทยที่จะมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง โดยเฉพาะผู้สูงอายุ จึงจะทำให้ทุกอย่างชัดเจนขึ้น

นายกฯ ประธานประชุม ครม. ก่อนนำแถลงโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส บรรเทาภาระค่าครองชีพ

นายกฯ ประธานประชุม ครม. ก่อนนำแถลงโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส บรรเทาภาระค่าครองชีพ

นายกฯ ประธานประชุม ครม. ก่อนนำแถลงโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส บรรเทาภาระค่าครองชีพ

วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.10 น.

นายกฯ ประธานประชุมครม. ก่อนนำแถลงโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส บรรเทาภาระค่าครองชีพ ดูแลเศรษฐกิจฐานราก ฝ่าวิกฤตพลังงานไปด้วยกัน” 

วันที่ 19 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประจำสัปดาห์ ก่อนที่เวลา 12.00 น. นายกฯ จะเป็นประธานการแถลงข่าว โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส บรรเทาภาระค่าครองชีพ ดูแลเศรษฐกิจฐานราก ฝ่าวิกฤตพลังงานไปด้วยกัน” พร้อมด้วย 
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง และนายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ที่ตึกสันติไมตรี (หลังใน) ทำเนียบรัฐบาล 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันนี้ ครม.แจ้งลาการประชุม 3 คน ได้แก่ 1.นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข 2.นายนิกร โสมกลาง รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 3.นายสรรเพรช บุญญามณี รมช.คมนาคม 

ศุภมาส แจงยิบ! เตรียมพับแผนซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายฟุตบอลโลก เหตุราคาสูง-ไม่มีเอกชนเป็นสปอนเซอร์

ศุภมาส แจงยิบ! เตรียมพับแผนซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายฟุตบอลโลก เหตุราคาสูง-ไม่มีเอกชนเป็นสปอนเซอร์

ศุภมาส แจงยิบ! เตรียมพับแผนซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายฟุตบอลโลก เหตุราคาสูง-ไม่มีเอกชนเป็นสปอนเซอร์

วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 10.54 น.

‘ศุภมาส’ แจ้งเหตุเตรียมพับแผนซื้อลิขสิทธิ์ถ่าย‘ฟุตบอลโลก’เหตุราคาสูงอธิบายปชช.ไม่ได้-ไม่มีเอกชนเป็นสปอนเซอร์ ลั่นราคาต้องยุติธรรมเพราะต้องเก็บสตางค์ไว้ทำอย่างอื่น

วันที่ 19 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.38 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี  รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีกระแสข่าวว่ารัฐบาลเตรียมถอยเรื่องการซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026 ว่า นายกฯ มีความปรารถนาดี อยากให้คนไทยมีความสุขในการชมฟุตบอลโลก ซึ่งสัปดาห์ที่แล้วคณะรัฐมนตรี(ครม.)มีมติให้กรมประชาสัมพันธ์ ไปคุยกับภาครัฐ ภาคเอกชน และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อให้การสนับสนุนและหลังจากที่ไปพูดคุยมาแล้วได้พบว่า สถานการณ์ไม่เหมือนเดิม ทั้งสถานการณ์สงครามตะวันออกกลาง  เวลาการถ่ายทอดก็ไม่เหมือนเดิม อยู่ช่วงเวลา 03.00 เวลา 05.00 น. และเวลา 09.00 น. โอกาสที่ร้านอาหารจะขายของได้ ก็ไม่มีในช่วงเวลานั้น และการขายโฆษณาก็ยากไม่เหมือนเมื่อก่อน ขณะที่ราคาค่าลิขสิทธิ์ที่เสนอมา ตนไม่สามารถเปิดเผยตัวเลขได้ตามกติกาฟีฟ่า แต่เป็นราคาที่ถ้าเราซื้อมาจะอธิบายกับประชาชนไม่ได้ ประเทศไทยมีคน 70 ล้านคน  แต่บางประเทศมีเป็นพันล้านคน เยอะกว่าเราหลายเท่า แต่ค่าลิขสิทธิ์สามารถซื้อได้ถูกกว่าเรา รัฐบาลจึงเล็งเห็นปัญหา ในช่วงนี้ที่คนไทยต้องเผชิญปัญหาเศรษฐกิจและปากท้อง ตัวเลขที่เสนอมาจึงถือว่าค่อนข้างสูง และไม่มีเอกชนเป็นสปอนเซอร์เหมือนครั้งที่แล้ว เมื่อครั้งที่แล้วเรามีเงินจากกสทช.หนึ่งก้อน และเอกชนอีกหนึ่งก้อน

“ราคาต้องยุติธรรม สามารถตอบคนไทยได้ เพราะถ้าหากราคาไม่ยุติธรรม เราคงต้องเก็บสตางค์ไว้ทำอย่างอื่น”น.ส.ศุภมาส กล่าว

น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า ทั้งนี้ ตนในฐานะกำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์ จะเข้าไปขอความเห็นในที่ประชุมครม. ว่าเรามีแนวคิดจะดำเนินการอย่างไรต่อ ซึ่งช่องทางที่คนไทยจะสามารถดูได้ตนกำลังเช็คกับทางฟีฟ่าอยู่ ซึ่งคาดว่าฟีฟ่าอาจจะมีช่องทางให้ดูได้โดยมีการเสียค่าใช้จ่าย หรืออาจจะถ่ายทอดให้ดู 10 นาทีแรกในบางแมตช์ ซึ่งเรื่องนี้เป็นแนวคิดที่ยังพูดคุยกันอยู่ 

เมื่อถามว่าจะสามารถสรุปได้เลยหรือไม่ว่าประชาชนจะไม่ได้ดูฟุตบอลโลก เพื่อจะได้ไม่ต้องคาดหวัง น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า ต้องรอดูว่ามีเอกชนรายไหนหรือไม่ที่จะเห็นโอกาสทางธุรกิจนี้ เพราะยังพอมีเวลาอยู่

เมื่อถามย้ำว่าจะถือว่าพับโครงการนี้เลยใช่หรือไม่ น.ส.ศุภมาส กล่าว ความจริงแล้วรัฐก็อยากสนับสนุน ทั้งเรื่องของเยาวชนในการปลูกฝัง แต่ช่องทางที่จะสนับสนุนเรื่องฟุตบอลให้กับเยาวชนหรือแม้แต่คนที่โตแล้ว มันมีหลายช่องทาง และการลงทุน ณ เวลานี้ถือว่ายังไม่คุ้มค่าพอต้องดูเป็นเคสไป

ถือว่าดีกว่าคาด เอกนิติ ปลื้มตัวเลขจีดีพีโต 2.8% เร่งอัดงบรับมือ วิกฤตปากท้อง

ถือว่าดีกว่าคาด เอกนิติ ปลื้มตัวเลขจีดีพีโต 2.8% เร่งอัดงบรับมือ วิกฤตปากท้อง

ถือว่าดีกว่าคาด เอกนิติ ปลื้มตัวเลขจีดีพีโต 2.8% เร่งอัดงบรับมือ วิกฤตปากท้อง

วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 10.41 น.

จากกรณีที่สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 1 เมื่อวานนี้ (18 พ.ค. 2569) ว่า เศรษฐกิจไทยได้ขยายตัวที่ระดับ 2.8% โดยเม็ดเงินลงทุนของภาคเอกชนที่ขยายตัวอย่างร้อนแรงถึง 10.1% นับเป็นการเติบโตในอัตราเลขสองหลักครั้งแรกในรอบ 11 ปี ผลักดันให้ภาพรวมการลงทุนทั้งประเทศทะยานขึ้นไปแตะ 9.9% อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังยังคงส่งสัญญาณเฝ้าระวังมรสุมเศรษฐกิจลูกใหญ่ที่กำลังไล่หลังมา โดยเฉพาะวิกฤตค่าครองชีพที่อาจส่งผลกระทบต่อปากท้องประชาชนในระยะต่อไป

ล่าสุดวันนี้ 19 พฤษภาคม 2569 นาย เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ชี้แจงถึงตัวเลขจีดีพีดังกล่าวว่าของ สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในไตรมาสที่ 1 ว่า เป็นผลสัมฤทธิ์จากการดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นแต่ให้ผลระยะยาว หรือ Quick Big Win รวมถึงการใช้ระบบช่องทางด่วนอย่าง BOI Fast Pass ที่เข้ามาทลายข้อจำกัดและเร่งรัดให้เม็ดเงินลงทุนต่าง ๆ ไหลเข้าสู่ระบบได้เร็วขึ้น จนส่งผลให้สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลกอย่าง Moody’s ปรับมุมมองต่อเศรษฐกิจไทยไปในทิศทางบวก เนื่องจากเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของการลงทุนขนาดใหญ่ที่เคยซบเซาไปนาน นอกจากนี้ภาคการส่งออกในไตรมาสแรกยังได้รับอานิสงส์จากการที่ผู้ประกอบการเร่งระบายสินค้าออกไปก่อนที่สหรัฐฯ จะเริ่มมาตรการภาษี 301 ในช่วงปลายปีนี้

เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ

แฟ้มภาพ

ถึงกระนั้น รมว.คลัง ยอมรับว่าตัวเลขที่ออกมาเปรียบเสมือนภาพในกระจกหลังที่ผ่านไปแล้ว แต่สถานการณ์บนถนนข้างหน้ายังมีความผันผวนสูง เนื่องจากสถิติดังกล่าวยังไม่ได้คำนวณผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งและสงครามในช่วงเดือนมีนาคมเข้ามาอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ซึ่งในเวลานั้นรัฐบาลยังสามารถตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตรเอาไว้ได้

นายเอกนิติ ยังได้กล่าวทิ้งท้ายอีกว่า วิกฤตการณ์ในปัจจุบันไม่ได้เหมือนกับวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 ที่ระบบจีดีพีติดลบ หรือวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ปี 2552 ที่ภาคส่งออกพังทลาย แต่ครั้งนี้คือ วิกฤตปากท้อง ที่ตัวเลขทางเศรษฐกิจภาพรวมอาจดูดี แต่ความเดือดร้อนจะแสดงออกผ่านค่าครองชีพและเงินเฟ้อ รัฐบาลจึงต้องเดินหน้ามาตรการเยียวยาควบคู่กับการประคับประคองเครื่องยนต์การลงทุน เพื่อขยายขีดความสามารถของประเทศในระยะยาวต่อไป

เอกนิติ

แฟ้มภาพ

อนึ่งเมื่อวานนี้ (18 พ.ค. 2569) นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า สำหรับเศรษฐกิจไทยปี 69 สศช. คาดว่าจะขยายตัวตามเดิม คือ ช่วง 1.5 – 2.5% (ค่ากลางการประมาณการ 2%) มีปัจจัยสนับสนุน คือ 1.การขยายตัวอย่างต่อเนื่องของการอุปโภคบริโภค และการลงทุนภาคเอกชน 2.การเพิ่มขึ้นของกรอบงบประมาณภาครัฐทั้งรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุน รวมทั้งพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินฯ 3.การขยายตัวต่อเนื่องของการส่งออก ในขณะเดียวกันยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม คือ 1.ความยืดเยื้อของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง 2.ความเสี่ยงจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจและการค้าโลก 3.ภาระหนี้สินครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และคุณภาพสินเชื่อ SMEs ด้อยลง และ 4.ความผันผวนของสภาพภูมิอากาศที่มีแนวโน้มรุนแรง และกระทบต่อภาคการเกษตรมากขึ้น

สศช. ได้เสนอแนะประเด็นการบริหารนโยบายที่สำคัญในช่วงที่เหลือของปี 69 ดังนี้ 1.บริหารจัดการผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง มุ่งเน้นความมั่นคงทางพลังงานและการดูแลภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้น 2.ขับเคลื่อนการลงทุนภาคเอกชน 3.รักษาแรงส่งภาคส่งออก เตรียมพร้อมรับมือมาตรการกีดกันทางการค้าจากสหรัฐ และเร่งเจรจา FTA กับคู่ค้าใหม่ๆ 4.เร่งรัดการเบิกจ่ายภาครัฐ กำหนดเป้าหมายการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ให้ไม่ต่ำกว่า 90.7% 5.ดูแลภาคเกษตร และบริหารจัดการน้ำเพื่อรับมือปรากฏการณ์ “ซุปเปอร์เอลนีโญ” ในช่วงครึ่งปีหลัง และ 6.แก้ปัญหาหนี้สินและสินเชื่อ เร่งปรับโครงสร้างหนี้ครัวเรือนเชิงรุกและช่วย SMEs ให้เข้าถึงสภาพคล่อง

นายดนุชา ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “กรณีรัฐบาลออก พ.ร.ก.กู้เงินฯ 4 แสนล้านบาท คาดว่าปีนี้จะเบิกจ่ายมาใช้ในโครงการไทยช่วยไทย 1.7-2 แสนล้านบาท กระตุ้น GDP ปีนี้เพิ่มขึ้นได้อีก 0.4% แต่การกู้เงินที่ส่วนหนึ่งจะนำมาใช้ช่วยลดค่าครองชีพจากผลกระทบของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง อาจไม่ทำให้เงินเฟ้อปีนี้ชะลอตัวลง โดยคาดการณ์เงินเฟ้อปีนี้ว่าจะเร่งตัวขึ้นมาอยู่ที่ 2-3% จากประมาณการเดิมที่คาดไว้เพียง 0.2%”

พริษฐ์ ชงตั้ง กมธ.วิสามัญสอบ ‘พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน’ จับตาประธานสภา บรรจุญัตติด่วน ถกการใช้งบ

พริษฐ์ ชงตั้ง กมธ.วิสามัญสอบ ‘พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน’ จับตาประธานสภา บรรจุญัตติด่วน ถกการใช้งบ

พริษฐ์ ชงตั้ง กมธ.วิสามัญสอบ ‘พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน’ จับตาประธานสภา บรรจุญัตติด่วน ถกการใช้งบ

วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 10.23 น.

‘พริษฐ์’ ชงตั้งกมธ.วิสามัญ ตรวจสอบพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน จับตาประธานสภา บรรจุญัตติด่วน ถกการใช้งบ ย้ำสำคัญเร่งด่วนไม่แพ้แลนด์บริดจ์ พิสูจน์ความจริงใจรัฐบาล  

วันที่ 19 พฤษถาคม 2569 ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องวินิจฉัยพ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาทว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ว่า เมื่อศาลรับคำร้องแล้วโดยกระบวนการ สภาก็ต้องชะลอการพิจารณาอนุมัติร่างพ.ร.ก.กู้เงินออกไป แต่ในเมื่อรัฐบาลก็ประกาศชัดว่าจะเดินหน้าใช้เงินต่อ ซึ่งเข้าใจว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ก็น่าจะมีการอนุมัติการใช้เงินในส่วนแรก อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าสิ่งที่สภาจะทำได้เลยคือการเดินหน้าตรวจสอบการใช้เงิน สิ่งที่เป็นรูปธรรมคือการตั้งกรรมาธิการวิสามัญ เหมือนกับที่ทำในการตรวจสอบพ.ร.ก.ในอดีต ว่ามีการใช้เงินตรงไปตรงมา โปร่งใสหรือไม่

นายพริษฐ์ กล่าวว่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทางพรรคประชาชนได้ยื่นญัตติด่วนเข้าไปแล้ว ตอนนี้รอการวินิจฉัยของประธานสภาว่า จะเป็นญัตติด่วนหรือไม่ หากวินิจฉัยว่าเป็นญัตติด่วน เรื่องนี้ก็จะถูกพิจารณาในการประชุมสภาในสัปดาห์หน้าซึ่งก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าประธานสภา จะวินิจฉัยเป็นเรื่องด่วน เหมือนสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งประธานสภาวินิจฉัยว่าเรื่องแลนด์บริดจ์เป็นเรื่องด่วน เห็นว่าเรื่องนี้ก็ด่วนไม่น้อยไปกว่าเรื่องแลนด์บริดจ์ อาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ เพราะรัฐบาลเริ่มใช้เงินจากพ.ร.ก.กู้เงินแล้วิ ดังนั้นหากประธานสภาไม่วินิจฉัยว่าด่วน แล้วถ้าเรื่องนี้ไม่เข้าสภาในสัปดาห์หน้านั้น ตนคิดว่าก็ต้องตั้งคำถามจริงๆ จังๆ กับการปฏิบัติหน้าที่ของประธานสภา ว่ามีความเป็นกลางจริงหรือไม่

 เมื่อถามว่า นอกจากบรรรจุวาระล่าช้าแล้ว สุดท้ายหากไม่มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญจะเป็นอย่างไร นายพริษฐ์ กล่าวว่า อย่างที่ชี้แจงไปก่อนหน้านี้ว่า การที่รัฐบาลดำเนินการเอาเงิน 2 ก้อน 200,000 ล้านบาท ที่เป็นเงินสำหรับการช่วยเหลือประชาชน มามัดรวมกับก้อนที่ 2 อีก 200,000 ล้านบาท ที่เป็นโครงการพลังงาน เหมือนกับการพยายยามเอาเงินเยียวยาประชาชนเป็นตัวประกันเพื่อสอดไส้โครงการพลังงงาน สะท้อนให้เห็นถึงความไม่ตรงไปตรงมาในการดำเนินการของรัฐบาล หากประสภา หรือสส.รัฐบาลใช้วิธีการพยายามสกัดกั้นการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อตรวจสอบการใช้เงินนั้น ก็จะยิ่งตอกย้ำถึงความไม่ตรงไปตรงมาของรัฐบาลชุดนี้ เรียกว่าเป็นการหนีสภาพลัส หนีสภาแรกคือการยัดไส้โครงการพลังงานเข้ามาในพ.ร.ก.กู้เงินกับก้อนเยียวยา เพื่อใช้กลไกพ.ร.ก.ข้ามกระบวนการปกติของสภา หนีสภาเด้งที่สองคือ การไม่เปิดให้มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ก็ยิ่งตอกย้ำข้อกังวลของฝ่ายค้าน

มีตรงไหนไม่จริงบ้าง กรณ์ กางตัวเลขโรงกลั่นรวยอู้ฟู่ ทำโซเชียลแห่คอมเมนต์

มีตรงไหนไม่จริงบ้าง กรณ์ กางตัวเลขโรงกลั่นรวยอู้ฟู่ ทำโซเชียลแห่คอมเมนต์

มีตรงไหนไม่จริงบ้าง กรณ์ กางตัวเลขโรงกลั่นรวยอู้ฟู่ ทำโซเชียลแห่คอมเมนต์

วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 09.09 น.

วันนนี้ 19 พฤษภาคม 2569 นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และ สส.แบบบัญชีรายชื่อ ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โพสต์ข้อความระบุว่า “หลังจากที่ฉายภาพไปเมื่อวันก่อนว่า ‘บริษัทโรงกลั่นไทยออยล์’ กำไรไตรมาสแรกเพิ่ม 456% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ตอนนี้รายงานมาอีก 4 โรงกลั่นแล้วนะครับ กำไรอู้ฟู่ถ้วนหน้า ไทยออยล์ว่าแรงแล้ว มาเจอ IRPC กำไรเพิ่มขึ้น +754% และ SPRC +930%!! แถมวันนี้มีการปรับราคานํ้ามันหน้าปั๊มเพิ่มขึ้นทุกชนิด และวันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายที่รัฐบาลประกาศไว้ว่าจะลดให้ 3 บาท (จากที่เคยลด 5 บาท) ต้องรอดูว่าจะเอาอย่างไรต่อ

ภาษีสรรพสามิต ยังอยู่ที่ 7 บาท

กรณ์ จาติกวณิช

-ไม่มีลดใดๆ ทั้งสิ้น

ภาษีลาภลอย

-ไม่มีพิจารณา

รัฐบาลออกมาแสดงความเห็นใจประชาชนว่าเดือดร้อนเพราะค่าครองชีพแพง แล้วบอกว่าจะแก้ด้วยการออก พรก. กู้เงิน?! เงินกู้บางส่วนเอามาแจกกับโครงการที่เคยสัญญาว่าจะใช้เงินงบประมาณ บางส่วนเอามาทำโครงการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด ซึ่งก็ควรจะใช้งบประมาณปกติเช่นกัน ส่วนการประหยัดงบปีปัจจุบันเพื่อโอนเงินจากรายการไม่จำเป็นมาใช้ให้ตรงกับสถานการณ์ เดิมทีบอก 100,000 ล้านแน่นอน ค่อยๆลดลงมาเหลือ 20,000 ล้าน วันนี้เงียบไปแล้ว มีตรงไหนไม่จริงบ้าง?”

หลังจากโพสต์ของ นายกรณ์ จาติกวณิช ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตต่างหลั่งไหลเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างดุเดือด อาทิเช่น

“บริบทของรบ.นี้ ” แดรกจนวันสุดท้ายของชีวิต” ขอโทษที่ไม่สุภาพค่ะ มันขึ้นเองอัตโนมัติ “

“รวยจนเคยตัวละครับ ลงไม่ได้แล้วครับ 555”

“ยืนยันจาก งบการเงิน irpc ที่รายงานให้ตลาดหลักทรัพย์ ไตรมาสแรกของปีนี้ กำไรเยอะจริงครับ…… ส่วนสี่ปีก่อนหน้านั้น ขาดทุนยับเยิน”

“แล้ว 3บริษัทแรกใครถือหุ้นใหญ่ครับ”

“รวยๆๆๆ”

“รักชาติน้ำลายไหล กินรวบ อิ่มกันถ้วนหน้า”

“70ล้านคนคือมดงาน”

กรณ์ จาติกวณิช
กรณ์ จาติกวณิช

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก กรณ์ จาติกวณิช – Korn Chatikavanij

ศาลรับวินิจฉัยพรก.กู้เงิน สั่งแจงใน7วน นายกฯยันเดินหน้าต่อได้

ศาลรับวินิจฉัยพรก.กู้เงิน สั่งแจงใน7วน นายกฯยันเดินหน้าต่อได้

ศาลรับวินิจฉัยพรก.กู้เงิน สั่งแจงใน7วน นายกฯยันเดินหน้าต่อได้

วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ศาลรับวินิจฉัยพรก.ก้เงิน สั่งแจงใน7วน นายกฯยันเดินหน้าต่อได้ รัฐเร่งปฏิรูปกฎหมายศก.

ศาลรธน.รับวินิจฉัย พ.ร.ก.กู้เงิน4 แสนล้าน ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่สั่งครม.จัดทำคำชี้แจงภายใน 7 วันเตรียมถกคณะใหญ่อีกครั้ง4 มิถุนายน ภราดร” ชี้รัฐบาลเดินหน้ากู้เงินได้ เหตุศาลไม่ได้สั่งชะลอ หรือหยุด บอกไม่กระทบลงทะเบียนโครงการไทยช่วยไทยเอกนิติคอนเฟิร์ม ชง ไทยช่วยไทยพลัสทั้งบัตรสวัสดิการ ควบลงทะเบียน 60:40เข้าครม.อังคาร19ขณะที่รัฐบาลเร่งปฏิรูปกฎหมายเศรษฐกิจเปิดเอกชนร่วมชี้เป้ากฎหมายที่เป็นอุปสรรคเสนอรัฐต้นมิ.ย.เดินหน้าทบทวนกฎกระทรวงกว่า7,000 ฉบับ ลดขั้นตอนซ้ำซ้อนต่อยอด BOI Fast Pass ดันลงทุนไตรมาส 1/69 โต แรง 18%

เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องเรื่องพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคหนึ่ง หรือไม่ ที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 133 คน ซึ่งเป็นจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร เข้าชื่อเสนอความเห็นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร (ผู้ร้อง)ว่าพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรรคหนึ่ง ผู้ร้องจึงส่งความเห็นดังกล่าวเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 173 วรรรคหนึ่ง

ศาลรธน.รับวินิจฉัยพรก.กู้เงิน4แสนล.

โดยศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบคำร้องแล้ว เห็นว่ากรณีเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 173 วรรคหนึ่ง ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมญว่าด้วยวิธี พิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 7 (1) จึงมีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยแจ้งให้ผู้ร้องทราบ และเพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณาอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธธธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 27 วรรคสาม ให้คณะรัฐมนตรี จัดทำคำชี้แจงตามประเด็นที่ศาลรัฐธธรรมนูญกำหนด และจัดส่งสำเนาเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือ

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามติในวันนี้เป็นขององค์คณะชุดเล็กที่พิจารณารับคำร้องหรือไม่รับคำร้อง โดยการประชุมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในครั้งถัดไป เต็มองค์คณะ 9 คน จะมีในวันที่ 4 มิ.ย.นี้ ซึ่งหลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องแล้ว ตามวิธีการพิจารณาของศาล จะต้องดำเนินการวินิจฉัยให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน

ภราดรชี้รัฐบาลเดินหน้ากู้เงินได้

นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต. ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องวินิจฉัยเรื่องพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ว่า ศาลบอกว่ารับ และจะไปพิจารณา โดยให้กระทรวงการคลังไปชี้แจงภายใน 7 วัน ซึ่งศาลไม่ได้สั่งว่าให้หยุดเอาไว้ก่อน เพราะฉะนั้นกระบวนการใดๆ ที่อยู่ในกระบวนการการกู้เงินหรือคณะกรรมการดำเนินการใดๆ ก็เป็นส่วนที่คณะกรรมการยังคงดำเนินการได้ต่อไป

เมื่อถามว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ แม้ศาลไม่ได้สั่งให้หยุดหรือชะลอการดำเนินการ แต่รัฐบาลจะพิจารณาชะลอการดำเนินการตรงนี้เองหรือไม่ นายภราดร กล่าวย้ำว่า ศาลไม่ได้สั่ง ก็เป็นอำนาจของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ออก พ.ร.ก.กู้เงินนี้ ศาลบอกเพียงให้ไปชี้แจงภายใน 7 วัน ซึ่งรัฐบาลก็จะไปชี้แจงภายใน 7 วัน ทั้งนี้ตนยังไม่ได้เจอนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ถ้าเจอจะถาม

เมื่อถามว่า จะส่งผลกระทบโครงการไทยช่วยไทย ที่จะลงทะเบียนวันแรกในวันที่ 25 พ.ค.นี้ หรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า การลงทะเบียนที่รัฐบาลกำหนดไว้ในวันที่ 25 พ.ค.นี้ก็จะเดินหน้าต่อไป

คลังชงไทยช่วยไทยพลัสเข้า ครม.

ขณะที่ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง กล่าวว่า ในประชุม ครม. วันที่ 19 พ.ค. นี้ กระทรวงการคลังจะเสนอมาตรการไทยช่วยไทยพลัส เข้าพิจารณาเพื่อรับมือวิกฤติค่าครองชีพ วิกฤติปากท้อง โดยจะมีทั้งการเปิดลงทะเบียนโครงการ 40:60 โดยประชาชนจ่าย 40 รัฐจ่าย 60 และการช่วยเหลือผู้ถือบัตรสวัสดิการ นอกจากนี้ ยังมีการเสนอแผนก่อนหนี้สาธารณะเข้า ครม. ด้วย โดยตามแผนก่อหนี้แล้ว คิดว่าหนี้สาธารณะต่อจีดีพีจะอยู่ที่ประมาณ 68% โดยจะสูงสุดในปี 71-72 ที่ 69%

“ไทยช่วยไทยพลัส คือ คนไทยมาช่วยกัน ช่วยคนตัวเล็กตัวน้อย คนในท้องตลาด ครั้งที่แล้วร้านค้าอยู่ในกรุงเทพฯ แค่ 15% ที่เหลือกระจายทั่วประเทศ และไทยช่วยไทยพลัสน่าจะมาช่วยเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 โดยวันนี้หากไม่ทำอะไรเลย จะเจอวิกฤติจนกระทบต่อเศรษฐกิจต่อไปได้” นายเอกนิติ ย้ำ

นายเอกนิติ กล่าวว่า การออก พ.ร.ก.กู้เงินนั้น จะไม่ได้มีแค่มาตรการไทยช่วยไทยพลัส เท่านั้น แต่จะมีเรื่องการปรับตัวของภาคเกษตรกรด้วย โดยเฉพาะเรื่องปุ๋ยที่หลายประเทศให้ความเป็นห่วง โดยจะมีโครงการปุ๋ยคนละครึ่ง ขณะเดียวกันจะหารือกับ กระทรวงคมนาคม เพื่อหามาตรการช่วยภาคขนส่ง เนื่องจากปัจจุบันไทยพึ่งพาน้ำมันเยอะ โดยเฉพาะกลุ่มรถขนส่ง หัวลากทั้งหลาย จะสามารถช่วยกลุ่มขนส่งได้อย่างไร ซึ่งจะเป็นอีกมาตรการหนึ่งที่พุ่งเป้าเฉพาะเจาะจง โดยอยู่ระหว่างศึกษาหัวลากไฟฟ้าเป็นไปได้หรือไม่ ซึ่งขณะนี้จีนได้ใช้หัวลากไฟฟ้าหมดแล้ว

รบ.เร่งปฏิรูปกฎหมายเศรษฐกิจ

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้ความสำคัญกับการปฏิรูปกฎหมายและกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานภาครัฐ ลดต้นทุนที่เกิดจากขั้นตอนซ้ำซ้อน และสร้างสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่เอื้อต่อการลงทุน โดยมีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมาย กำกับดูแลการดำเนินงานในส่วนนี้

น.ส.รัชดา กล่าวว่า แนวคิดสำคัญของรัฐบาลคือปรับบทบาทภาครัฐจากผู้ควบคุมไปเป็นผู้อำนวยความสะดวก ให้ธุรกิจดำเนินการได้คล่องตัวขึ้น โดยเฉพาะการแก้ปัญหาที่เกิดจากกฎหมายลำดับรอง ซึ่งแม้กฎหมายแม่บทจำนวนมากจะมีหลักการที่เหมาะสม แต่กฎกระทรวง ระเบียบ หรือประกาศย่อยที่สะสมจำนวนมากในทางปฏิบัติ กลับกลายเป็นภาระและต้นทุนที่ผู้ประกอบการต้องแบกรับ

ทั้งนี้ รัฐบาลจะเร่งทบทวนกฎหมายลำดับรองและกฎกระทรวงที่มีอยู่กว่า 7,000 ฉบับ เพื่อแยกว่าฉบับใดควรคงไว้ ปรับปรุง หรือยกเลิก หากยังมีความจำเป็นต้องกำกับดูแล ก็จะนำระบบดิจิทัลเข้ามาช่วยลดขั้นตอน เพิ่มความโปร่งใส และลดการใช้ดุลพินิจที่ไม่จำเป็น

รวมข้อเสนอเอกชนส่งรัฐบาลต้นมิ.ย.

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การปรับปรุงกฎหมายรวดเร็วขึ้นและตรงกับความต้องการของเอกชน ในการหารือกับคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) พร้อมคณะจากหลายองค์กร เมื่อวันที่ 15 พ.ค. ที่ผ่านมา นายปกรณ์ได้ให้ กกร. รวบรวมกฎหมายลำดับรองที่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจ โดยขอให้จัดลำดับเรื่องเร่งด่วน 10–20 ฉบับ พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขประกอบมาด้วย ซึ่งภาคเอกชนจะส่งข้อเสนอให้รัฐบาลในช่วงต้นเดือน มิ.ย.นี้ หลังจากนั้นรัฐบาลจะรับเรื่องเข้าสู่กระบวนการดำเนินงาน พร้อมตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อติดตามผลการแก้ไขกฎหมายเป็นรายเรื่อง เพื่อให้เกิดผลในทางปฏิบัติและมีกรอบเวลาที่ชัดเจน

น.ส.รัชดา กล่าวว่า รัฐบาลยังเดินหน้าผลักดันแนวคิด Super License หรือการใช้ใบอนุญาตเดียวครอบคลุมหลายกิจกรรม ลดภาระการขออนุญาตหลายครั้ง รวมถึงปรับแนวทางจากระบบรออนุญาตก่อนดำเนินการ ไปสู่ระบบตรวจสอบภายหลังในกิจการที่เหมาะสม เพื่อให้การดำเนินธุรกิจสอดคล้องกับความเร็วของเศรษฐกิจปัจจุบัน ซึ่งการปรับปรุงระบบการอนุญาตที่เริ่มให้เห็นผลเป็นรูปธรรมในระยะที่ผ่านมาแล้วคือมาตรการ BOI Fast Pass ที่สามารถผลักดันให้เกิดการลงทุนให้เร็วขึ้น ส่งผลอย่างสำคัญให้ยอดการลงทุนในไตรมาสแรก ปี 2569 เติบโตได้ถึง 18%

สะท้อนพัฒนาการเชิงบวกของไทย

ทั้งนี้ การปฏิรูปกฎหมายครั้งนี้ยังเป็นการต่อยอดจุดแข็งของไทยที่ผลสำรวจ Enterprise Surveys 2025 ของธนาคารโลกสะท้อนว่า ประเทศไทยมีพัฒนาการเชิงบวกด้านการอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ ระบบดิจิทัล และประสิทธิภาพบริการภาครัฐ ซึ่งรัฐบาลต้องการยกระดับต่อไปให้ไทยเป็นประเทศที่แข่งขันได้ ลงทุนง่าย และมีกฎระเบียบที่สอดรับกับโลกเศรษฐกิจยุคใหม่

ทรงศักดิ์เล็งจัดสรรที่ทำกินให้ปชช.

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2569 โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพียง พร้อมกล่าวในช่วงต้น ว่า เป็นการประชุมคณะกรรมการนโยบายที่เด่นแห่งชาติซึ่งเป็นการประชุม ครั้งที่ 1/2569 หรือเป็นการประชุมครั้งแรกของตน สืบเนื่องจากนายกรัฐมนตรีได้มอบหมาย ให้ตนทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการ ซึ่งถือเป็นคณะกรรมการที่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน การนโยบายการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้อง กับการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดิน ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะเป็นหลักประกันสำคัญของครอบครัวในการดำเนินชีวิต ถ้าประชาชนอยู่บนที่ดิน ที่มีความมั่นใจว่าถูกต้อง เขาจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ครอบครัวมีความสุข และความมั่นคงในการดำเนินชีวิต

โดยนายทรงศักดิ์ กล่าวก่อนการประชุม ยืนยันว่าเป็นเพียงจัดสรรที่ดินของรัฐที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ให้ประชาชนได้ทำกิน ไม่เกี่ยวข้องกับการจัดสรรที่ดินในโครงการแลนด์บริดจ์ โดยเป้าหมายการจัดสรรที่ดินต้องดูตัวเลขของหน่วยงานของเจ้าของที่ดิน พร้อมดูเรื่องการส่งเสริมการเพราะปลูกและพัฒนาสินค้า

เมื่อถามว่า การแก้ปัญหาชาวต่างชาติใช้นอมินีถือครองที่ดิน นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า ที่ดินนั้นบุกรุกและกรณีที่ดินถูกต้องแต่มีนอมินีเข้าไปถือครอง ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบ แต่หากพบว่ากระทำผิดก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

“กรุงเทพฯ คือบ้านของเรา บ้านที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา รอยยิ้ม และความหวัง แต่ในขณะเดียวกันบ้านหลังนี้ก็ยังมีอีกหลายเรื่องราวที่พวกเราอยากเห็นความเปลี่ยนแปลง อยากให้ปลอดภัยขึ้นน่าอยู่ขึ้น และมีอนาคตที่ดีกว่าเดิมเพื่อลูกหลานของเรา”

ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี

นักวิชาการอิสระและผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน