แหวกฟ้าหาฝัน : Vaclav Tikal ใน National Gallery Prague

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/449851

แหวกฟ้าหาฝัน : Vaclav Tikal ใน National Gallery Prague

วันอาทิตย์ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

The Last Things detail 2

ใน National Gallery Prague นอกจากมีผลงานของ Zdenek Sklenar ที่เป็นงาน Surrealism แล้ว ที่นี่ยังมีงานของ Vaclav Tikal ซึ่งเป็นศิลปินแนว Surrealism ที่สำคัญของสาธารณรัฐเช็กด้วย เขาเกิดในครอบครัวช่างเหล็กใกล้กับ Prestice จึงถูกสอนให้ทำธุรกิจจากเมือง Pilsen ต้นทศวรรษที่ 1920 เขาย้ายมาอยู่กรุงปราก แต่ต้องมาเผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจจึงต้องเปลี่ยนงานหลายครั้งในปี 1932 เขาแต่งงานและมีบุตร 1 คนนับจากนั้นเขาก็ตั้งอกตั้งใจทำงานโดยทำงานแบบร่างและจิตรกรรมเป็นงานอดิเรก ในปี 1937 เขาสอบผ่านเพื่อเข้าเรียน Academy of Fine Arts ในกรุงปรากและเข้าเรียนกับศาสตราจารย์ Jakub Obrosky และ Vratislay Nechleba ปลายทศวรรษที่ 1930 Josef Mertlik เพื่อนของเขาได้แนะนำให้เขาเข้าสู่ศิลปะแนว Surrealism

The Last Things detail

หลังการปิดตัวของมหาวิทยาลัย เขาสมัครเข้าทำงานเป็นเสมียนที่บริษัท MinerlolVertrieb GMBH สัญชาติเช็ก-เยอรมัน และเริ่มเป็นเพื่อนกับสมาชิกของกลุ่ม Sporilov Surrealism ในปี 1945 เขาจบการศึกษาโดยได้อนุปริญญาด้าน Figural Painting และเป็นสมาชิกของกลุ่ม SVU Manes สองปีต่อมาเขาเข้าร่วมเป็นสมาชิกของกลุ่ม Ra ส่งผลให้เขาได้มีโอกาสจัดนิทรรศการในฐานะสมาชิกของกลุ่มที่เมืองลูเซิร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในปี 1947 และยังได้จัดแสดงนิทรรศการเรื่อยมาทั้งในเมืองบาเซิล สวิตเซอร์แลนด์และเวียนนา ออสเตรีย ปลายปี 1948 เขาเข้าร่วมกลุ่ม Karel Teige และได้จัดแสดงผลงานใน Zodiac signs อีกทั้งยังทำงานเป็นผู้ออกแบบงานกระเบื้องสำหรับ Karlovy Vary ด้วย หลังปี 1959 เขาก็กลายเป็นผู้ออกแบบงานผ้าคนแรกให้กับกรุงปราก

Fear

ครึ่งหลังของทศวรรษที่ 1950 เขาได้ติดต่อกับ Vratislav Effenberger ศิลปินแนว Surrealism ที่มีชื่อเสียงและจัดแสดงผลงานเกี่ยวกับกระเบื้องในงาน Expo 58
หลังจากนั้นมา เขาก็ประสบความสำเร็จได้ด้านการงานเรื่อยมาแต่ประสบกับปัญหาสุขภาพด้วยในเวลาเดียวกัน ต่อมาในปี 1963 เขาป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน แต่โชคดีที่เขาไม่เสียชีวิตและยังคงกลับมาทำงานได้ อีกทั้งยังมีโอกาสร่วมจัดแสดงนิทรรศการอีกครั้งในปี 1964 และสามารถจัดแสดงนิทรรศการเดี่ยวในปีต่อมา โชคดีอยู่กับเขาไม่นาน ในปี 1965 เขาประสบปัญหาสุขภาพอีกครั้งด้วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดและเสียชีวิตในที่สุด

Pollute Country

จากตัวอย่างผลงานที่จัดแสดง ณ National Gallery Prague นักท่องเที่ยวจะเห็นว่า แม้ Takal จะเป็นศิลปินแนว Surrealism แต่เนื่องจากเขาทำงานด้านออกแบบศิลป์เพื่อการค้าด้วยทั้งเซรามิกและผ้า ทำให้งานของเขาไม่ได้ดูสุดโต่งมากนัก จน Effenberger นักวิพากษ์ศิลป์ผู้โด่งดังในยุคนั้นวิพากษ์ว่างานของเขาขาดความเป็นอัตลักษณ์ที่สำคัญของความเป็นSurrealism และมีความกลมกลืนมากเกินไปหรือจะพูดง่ายๆ ก็คือ มีความบ้าไม่มากพอนั้นเอง หลังสงคราม Takal ยังคงรู้สึกหวาดกลัว และเหนื่อยหน่าย รวมทั้งขาดแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์งานที่ดูแปลกพิกลพิการตามแนวทางศิลปะแบบ Surrealism และหันเข้าสู่งานแนวทางศิลปะแบบ Abstract มากขึ้น เพราะมันทำให้เขาสามารถที่จะแสดงออกได้อย่างอิสระผ่านทางการใช้สีแต่เพียงอย่างเดียว

The Last Things detail 1

แหวกฟ้าหาฝัน : Surrealism in National Gallery Prague

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/448374

แหวกฟ้าหาฝัน : Surrealism in National Gallery Prague

วันอาทิตย์ ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ใน National Gallery กรุงปราก ไม่เพียงมีงานแนว Romaticism และ Art Nouveau เท่านั้น ที่ขาดไม่ได้อีกคืองานแนว Surrealism ซึ่งเริ่มต้นขึ้นครั้งแรกในทศวรรษที่1920 งานแนวนี้ประกอบด้วยงานหลากหลายสาขารวมทั้งงานแนวเวชนิทัศน์ หรืองานเขียนด้วย ผลงานของศิลปินแนวSurrealism ส่วนใหญ่จะออกแนวน่าตกใจ คาดเดาไม่ถูกหรือคาดไม่ถึงจึงเป็นแนวทางศิลปะที่ปฏิวัติวงการศิลปะอย่างสิ้นเชิง งานศิลปะแนวนี้พัฒนาจาก Dadaism หลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่งโดยเริ่มต้นที่ปารีส หลังทศวรรษที่ 1920 งานแนวนี้ได้แพร่ขยายออกไปทั่วโลกและกระจายสู่งานทัศนศิลป์ วรรณกรรม การแสดงและดนตรี

แม้คนส่วนใหญ่เชื่อว่า Surrealism ถือกำเนิดขึ้นในฝรั่งเศส แต่แท้ที่จริงแล้วHieronymus Bosch ศิลปินชาวดัทช์ผู้วาดThe Garden of Earthly Delights ต่างหากที่นักวิพากษ์ศิลป์ส่วนใหญ่ยกให้เป็นต้นแบบของงาน Surrealism และยังเป็นงานที่มีจินตนาการล้ำยิ่งกว่างาน Surrealism ของศิลปินใดๆ ในโลก รวมทั้ง Salvadore Dali เจ้าพ่อ Surrealism อันแสนจะโด่งดังด้วย ทั้งนี้อาจเป็นเพราะงานของ Bosch เกือบทุกชิ้นแสดงให้เห็นถึงความผิดเพี้ยนเหนือจินตนาการ และดูทุกข์ทรมานเป็นอย่างยิ่งกว่างาน Surrealismจริงในยุคหลัง ศิลปินแนวนี้จำเป็นต้องมีจินตนาการอันเหลือล้ำประกอบกับอาการทางจิตที่แปรปรวนมหาศาลเข้าขั้นประสาทหลอนในการสร้างสรรค์ผลงานให้ดูประหลาดจนยากที่คนทั่วไปจะเข้าใจได้

ส่วนงานแนว Surrealism ในสาธารณรัฐเช็กนั้นเริ่มต้นเมื่อ Josef Sima เดินทางไปปารีสในปี 1921 หลังจากกลับมาในปี 1928 เขาได้เปิดนิตยสาร Le Grand Leu เพื่อเริ่มเผยแพร่แนวทางศิลปะนี้ กว่าศิลปินแนว Surrealismอันประกอบด้วย Karel Teige, Jindrich Styrsky, Toyen และ Vitezlav Nezval ที่มักเดินทางไปศึกษาแนวทางศิลปะนี้ที่ปารีสเช่นกันจะรวมกลุ่มกันได้ก็เข้าสู่ปี 1934 แล้ว แต่พวกเขาก็เป็นกลุ่มศิลปินแนวนี้กลุ่มแรกที่รวมตัวกันได้นอกกรุงปารีส

สำหรับใน National Gallery กรุงปราก ผลงานแนว Surrealism ที่โดดเด่นที่สุดคนหนึ่งคงไม่มีใครเกิน Zdenek Sklenar เพราะเขาเป็นศาสตราจารย์และเป็นผู้ที่มีอิทธิพลสูงสุดกับศิลปิน Surrealism ชาวเช็ก เขาเกิดเดือนเมษายน 1910 เข้าเรียน School of Applied Art กรุงปรากในปี 1939 และเข้าร่วมเป็นสมาชิกกับสมาคม Manes Association of Fine Arts ในปี 1943 ก่อนเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ที่ Academy of Arts, Architecture and Design ในปี 1945 และได้ดำรงตำแหน่งเป็นศาสตราจารย์ในปี 1968

การที่ Sklenar มีประสบการณ์กับจิตรกรดังๆ หลากหลายชาติไม่ว่าจะเป็น Max Ernst, Frantisek Muzika, Jean Dubuffet และ Giussepe Arcimboldo รวมทั้งคตีกวี Charles Baudelaire, Guillaume Apollinaire ส่งผลให้งานของเขาสะท้อนมุมมองที่กว้างไกลทั้งในแง่เทคนิคการวาดแบบร่างและการใช้สี เช่น งาน Nude ของเขาแม้ยังเป็นงานแนว Surrealism แต่กลับยังคงตีความตามความเป็นจริงโดยไม่ต้องใช้จินตนาการแต่อย่างใด ส่วนงาน Artificial Flower และ Green Still Life นั้นจะมีการควบรวมวัตถุที่มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงและไม่สัมพันธ์กันเข้าไว้ด้วยกันราวกับฝันร้าย ส่วนงานที่ดูเด็ดสุดในมิวเซียมนี้ของเขาน่าจะเป็นงาน Macha Country ก็มีการวาดซ้อนกันระหว่างวัตถุและคนที่มีท่าทางต่างๆที่ดูราวกับเป็นฝีมือของคนสติเฟื่องอย่างไรอย่างนั้นเลยทีเดียว

แหวกฟ้าหาฝัน : Alen Divis in National Gallery Prague

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/445345

แหวกฟ้าหาฝัน : Alen Divis in National Gallery Prague

แหวกฟ้าหาฝัน : Alen Divis in National Gallery Prague

วันอาทิตย์ ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

Hallucination

ใน National Gallery Prague ยังมีผลงานของ Alen Divis ศิลปินชาวเช็กที่เคยติดคุกมาก่อนซึ่งน่าสนใจ เขาเกิดใน Blato แต่ย้ายมาอยู่กรุงปรากในปี 1911 เขาจึงมีโอกาสเข้าเรียน Collegeof Applied Arts ณ กรุงปราก ในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 1920 เขาให้ความสนใจกับงานศิลปะแนว Cubism ซึ่งเป็นแนวทางศิลปะที่ไม่ค่อยพบมากนักในกรุงปราก เขาจึงย้ายมากรุงปารีสในปี 1926 เพื่อเข้าเรียนกับ Frantisek Kupka เพื่อศึกษาศิลปะแนว Cubism และ Expressionism อย่างจริงจังในช่วงเวลานั้นเขาได้พบและเป็นเพื่อนกับศิลปินอีกหลายคน เช่น Bohuslav Maritnu ก่อนเดินทางท่องเที่ยวไปสเปน เนเธอร์แลนด์ และแอฟริกา หลังกลับมา เขาสามารถจัดนิทรรศการผลงานเดี่ยวครั้งแรกในปี 1932 ที่ Van Leer Gallery

Crucifixion

ในปี 1939 เยอรมันเข้าครอบครองเชโกสโลวาเกีย ความที่เขาเป็นคนชาตินิยมและชอบเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองทำให้เขาได้ร่วมก่อตั้ง House of Czechoslovak Culture ขึ้นเมื่อเยอรมันเพลี่ยงพล้ำและฝรั่งเศสเข้ายึดครองเชโกสโลวาเกีย เขาถูกจับและถูกตั้งข้อหาว่าเป็นนักสืบส่งผลให้เขาถูกจำคุกที่ La Sante นานถึง 6 เดือน ในช่วงเวลาที่เขาถูกจองจำนั้น เขาได้สร้างสรรค์งานที่ซึมกระทือ หมองเศร้า และหดหู่ออกมาเป็นจำนวนมาก แม้ภายหลังเขาถูกปล่อยตัวออกจากคุก แต่กลับถูกขังไว้ในแคมป์ต่อไปอีกปีครึ่งก่อนได้รับอิสรภาพอย่างแท้จริง

Noah’s Arc detail

ต้นทศวรรษที่ 1940 Divis ลี้ภัยไปอยู่นิวยอร์ก เพื่อหางานทำ เขาเน้นสร้างสรรค์งานโดยใช้แรงบันดาลใจจากช่วงเวลาที่ติดคุกส่งผลให้เขาฝัน และอยู่ในอารมณ์หดหู่ หลงผิด และแยกตัว งานของเขาในช่วงเวลานั้นได้รับการตั้งชื่อว่า Art Brut หรือ Outsider Art นอกจากงานแนว Graffiti ที่อาศัยแรงบันดาลใจจากคุกแล้ว เขายังสร้างสรรค์งานแนวทิวทัศน์แอฟริกาใต้อันเป็นสถานที่ที่เขาไปเยือนก่อนสงครามด้วยในเวลาเดียวกัน แม้ผลงานของเขาจะได้รับความสนใจบ้างในนิวยอร์ก แต่เขากลับไม่มีโอกาสจัดแสดงนิทรรศการเดี่ยวเลยแม้แต่ครั้งเดียว

Noah’s Arc

หลังสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลงและเชโกสโลวาเกียได้รับอิสรภาพ Divis เดินทางกลับบ้านเกิด และเดินทางต่อไปปารีสอีกครั้งเขาประสบความสำเร็จมากในปารีส และสามารถตีพิมพ์บทความทรงจำในคุก Sante ในนิตยสารรายสัปดาห์จวบจนเขาสามารถจัดแสดงนิทรรศการผลงานเดี่ยวได้อีกครั้ง ณ กรุงปรากในปี 1948โชคร้ายในปีเดียวกันนั่นเอง เชโกสโลวาเกียเกิดการปฏิวัติและเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นคอมมิวนิสต์ส่งผลให้ศิลปินที่มีแนวคิดเฉกเช่นเดียวกับเขาตกงาน เขาจึงใช้เวลาต่อมาอีกนับทศวรรษสร้างสรรค์งานภาพประกอบแทน อย่างไรก็ดีเขายังไม่วายถูกกดดันจากรัฐบาลคอมมิวนิสต์ส่งผลให้ในช่วงทศวรรษที่ 1950 เขาหันเหสู่งานแนวจิตวิทยาและศาสนา เช่น Christ’s Crucifixion และเรื่องราวเกี่ยวกับคัมภีร์ไบเบิ้ลซึ่งไม่มีใครรับไปตีพิมพ์จวบจนกระทั่งเขาเสียชีวิตก็ยังไม่มีใครรับไปตีพิมพ์จนได้ถูกค้นพบใหม่ในทศวรรษที่ 1980

Under the Roof of Paris detail 1

ผลงานที่จัดแสดงใน National Gallery Prague ของ Divis ส่วนใหญ่เป็นงานที่เกิดขึ้นขณะที่เขาอยู่ในคุกหรือได้รับแรงบันดาลใจจากการติดคุกหรืออยู่ในค่ายกักกัน ภาพส่วนใหญ่ที่สร้างจากดินสอธรรมดาบนกระดาษสีซีดเหลืองอันเป็นเรื่องราวของคนที่อยู่กันอย่างแออัดในบ้านโกโรโกโสที่เหมือนจะเขียนอย่างง่ายๆ นั้นจึงดูทุกข์ระทม และหมองหม่น บาดแผลในใจที่ฝังลึกนั้นยังคงอยู่ตลอดมาจนอีกนับสิบปีส่งผลให้แม้แต่ภาพอันเกี่ยวเนื่องกับศาสนาและคัมภีร์ไบเบิ้ล เช่น Noah’sArc หรือ Crucifixion ก็มีรูปแบบที่ไม่ต่างกันมากนัก

 

Under the Roof of Paris

Under the Roof of Paris
Under the Roof of Paris detail 2

Under the Roof of Paris detail 2
Under the Roof of Paris detail 3

Under the Roof of Paris detail 3
Under the Roof of Paris detail 4

Under the Roof of Paris detail 4

แหวกฟ้าหาฝัน : Art Nouveau ใน National Gallery Prague

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/443782

แหวกฟ้าหาฝัน : Art Nouveau ใน National Gallery Prague

แหวกฟ้าหาฝัน : Art Nouveau ใน National Gallery Prague

วันอาทิตย์ ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

Painting

งานแนว Art Nouveau เป็นศิลปะนานาชาติไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรมหรือศิลปะประยุกต์ที่เน้นงานแนวตกแต่งอันเป็นศิลปะที่รุ่งเรืองมากในสาธารณรัฐเช็ก คำว่า ArtNouveau ถูกใช้ครั้งแรกในทศวรรษที่ 1880 โดยหนังสือ L’Art Moderne ที่อธิบายงานของ Les Vingt กลุ่มจิตรกร 20 คน ที่สร้างงานจิตรกรรมและประติมากรรมที่แตกต่างจากแนวทางศิลปะแบบดั้งเดิม คำว่านี้กลายเป็นที่นิยมเมื่อ House of the New Art หรือห้องภาพที่เปิดใหม่ในปารีส เมื่อปี 1895 โดย Siegfried Bing ตัวแทนขายงานศิลปะตั้งชื่อแนวทางศิลปะใหม่นี้ อย่างไรก็ดี แนวทางศิลปะนี้กลับมีความแตกต่างกันโดยเฉพาะแนวทางศิลปะใหม่ที่เกิดขึ้นในอังกฤษส่งผลให้แต่ละเมืองตั้งชื่อเรียกต่างๆ กันไป

Sculpture

ศิลปะที่เป็นที่นิยมระหว่างปี 1890-1910 นี้ เป็นปฏิกิริยาตอบสนองต่อศิลปะที่เรียนรู้จากมหาวิทยาลัย ผสมผสานกับประวัติศาสตร์จากงานสถาปัตยกรรมและการตกแต่งของคริสต์ศตวรรษที่ 19 งานแนวนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติทั้งทางด้านรูปแบบและโครงสร้างโดยเน้นความอ่อนช้อย ไม่สมมาตร รวมทั้งการใช้วัสดุศาสตร์รุ่นใหม่ เช่น เสาเหล็ก งานประติมากรรมที่เน้นความโค้ง งานออกแบบภายใน เฟอร์นิเจอร์ เครื่องแก้ว ออกแบบผ้า เครื่องกระเบื้อง เครื่องประดับ และงานโลหะ

เมืองที่มีงานสถาปัตยกรรมแนว Art Nouveau แห่งแรกคือ บรัสเซลล์ ประเทศเบลเยียมในทศวรรษที่ 1890 โดยเป็นผลงานสถาปัตยกรรมและงานตกแต่งภายในที่ออกแบบโดย Paul Hankar และโรงแรม Tassel ที่ออกแบบโดย Victor Horta นอกจากผลงานของสถาปนิก 2 คนนี้แล้ว ยังมีผลงานของศิลปินเด่นๆ อีกหลายคนทั้งในฝรั่งเศส เช่น งานสถาปัตยกรรมของ Eugene Emmanuel Viollet le Duc และ John Ruskin แนวทางศิลปะนี้ได้รับการยอมรับอย่างรวดเร็วโดยแพร่ไปยังปารีสผ่านทางHector Guimard ที่ออกแบบทางเข้ารถใต้ดินเมืองปารีส ความรุ่งเรืองของศิลปะแนวนี้ขึ้นถึงขีดสุดในงาน 1900 Paris InternationalExposition โดย Louis Tiffany และงานโปสเตอร์ของ Alphonse Mucha ศิลปินชาวเช็ก นับจากนั้นมาศิลปะแนวนี้ก็แพร่ขยายไปทั่วยุโรป เช่นTurin อิตาลี Glasgow สกอตแลนด์ Munich และ Damstadt เยอรมนี Helsinki ฟินแลนด์ Barcelona สเปนโดยใช้ชื่อต่างกันไป เช่นSecession ในเวียนนา ออสเตรีย

งานประติมากรรม

เวียนนากลายเป็นเมืองหลวงศูนย์กลางของศิลปะแนว Art Nouveau โดยใช้ชื่อว่าVienna Secession ซึ่งถูกก่อตั้งเดือนเมษายน 1897 โดยศิลปินที่ประกอบด้วย Koloman Moser, Jesef Hoffmann, Joseph Maria Olbrich, Max Kurzweil, Ernst Stohr โดยมี Gustav Klimt เป็นประธานกลุ่ม พวกเขาไม่เพียงก่อตั้งสำนักงานอย่างเป็นเรื่องเป็นราวเท่านั้น พวกเขายังออกนิตยสาร Ver Sacrum เพื่อเผยแพร่งานศิลปะ Art Nouveau อีกต่างหากด้วย แนวทางศิลปะของกลุ่มนี้จะออกแนวผู้หญิงที่มีความอ่อนหวานและเป็นนานาชาติมากกว่าเน้นชาตินิยมจึงแตกต่างจากกลุ่ม Jugendstil ของเพื่อนบ้านอย่างเยอรมนี ส่งผลให้งานของกลุ่มนี้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับศิลปินเพื่อนบ้านอย่างสาธารณรัฐเช็ก ยิ่งกว่านั้นผลงานของ Gustav Klimt ยังได้กลายเป็นต้นแบบของงานตกแต่ง และเครื่องประดับแห่งยุคอีกต่างหากด้วย ผลงานแนว Art Nouveauที่จัดแสดงใน National Gallery Prague นี้ส่วนใหญ่ก็ได้รับแรงบันดาลใจจากงานของ Klimt

สำหรับ Art Nouveau ในกรุงปรากนั้น ศิลปินที่มีชื่อเสียงสุดคงไม่พ้น Alfons Mucha ศิลปินที่มีมิวเซียมเป็นของตัวเองแยกต่างหากและเป็นมิวเซียมที่มีผู้เยี่ยมเยือนจากทั่วโลกมากที่สุดในกรุงปราก ศิลปินแนวนี้ส่วนใหญ่เชื่อว่าศิลปะควรผสมผสานไปกับธรรมชาติและเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน พวกเขาชอบดอกไม้และใบไม้ งานส่วนใหญ่โดยเฉพาะเครื่องกระเบื้องโดยเฉพาะแจกันซึ่งเป็นของตกแต่งบ้านจึงมักเป็นงานที่นิยมจัดทำ และมีในทุกๆ บ้าน และมิวเซียมNational Gallery กรุงปราก ก็มีงานแจกันอยู่เป็นจำนวนมาก รวมทั้งภาพเขียนและงานประติมากรรมที่ไม่แพ้ชาติใดในโลกจัดแสดงด้วย

แจกันประดับ

ตุ๊กตากระเบื้อง

แจกัน

แหวกฟ้าหาฝัน : Frantisek Muzika ใน National Gallery กรุงปราก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/442133

แหวกฟ้าหาฝัน : Frantisek Muzika  ใน National Gallery กรุงปราก

แหวกฟ้าหาฝัน : Frantisek Muzika ใน National Gallery กรุงปราก

วันอาทิตย์ ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

In Memoriam II

นอกจาก Jan Preisler ที่เป็นศาสตราจารย์ด้านศิลปะชาวเช็ก ซึ่งมีผลงานใน National Gallery กรุงปรากแล้ว ที่นี่ยังมีงานของ Frantisek Muzika ศาสตราจารย์จาก Academy of Arts and IndustrialDesign กรุงปรากอีกคนด้วย Muzika เป็นคนปรากโดยกำเนิด ในสมัยที่เมืองนี้เป็นเมืองหลวงของประเทศสโลวะเกีย เขาจบการศึกษาที่ Academy of Arts กรุงปรากในปี 1924 งานในชิ้นแรกของเขา Still life ได้รับอิทธิพลจาก Bohumil Kubista จิตรกรและวิจารณ์ศิลป์ชาวเช็ก หนึ่งในผู้ก่อตั้งงานจิตรกรรมยุคใหม่ให้กับสาธารณรัฐเช็กต่อมาเขาเริ่มพัฒนางานสู่แนว Neoclassicism โดยเน้นวาดภาพชีวิตประจำวันแทน

เมื่อเขาได้รับทุนการศึกษาจากรัฐบาลฝรั่งเศสให้ไปเรียนต่อที่ Ecole des Beaux Arts ในปารีสกับ Frantisek Kupka เขาได้มีโอกาสพบกับ Max Jacob ที่นั่นและได้ไปสังสรรค์กับ Joseph Bernard อย่างสม่ำเสมอทุกวันอาทิตย์ หลังจากกลับจากปารีสในปี 1925 เขาได้ทำงานร่วมกับ Georges Braque และ Pablo Picasso ศิลปินแนว Cubism ที่โด่งดังมากในสมัยนั้นจนส่งผลให้เขาเปลี่ยนแนวทางศิลปะของตัวเองในเวลาต่อมา หลังกลับจากการเรียนที่ปารีส เขาก็เปลี่ยนแนวทางในการสร้างสรรค์งานใหม่ โดยเลิกเขียนเกี่ยวกับวัตถุ และเริ่มหันเหเข้าสู่งานแนว Cubism

From the Bohemian Paradise

หลังปี 1930 เขาเริ่มได้รับอิทธิพลจาก Giorgio de Chirico จึงพัฒนาแนวทางสู่งานแนว Surrealism และเริ่มออกแบบเวทีในช่วงสงครามกลางเมืองสเปนระหว่างปี 1936-1939 อันเป็นช่วงเวลาที่เชโกสโลวะเกียประเทศบ้านเกิดของ Muzika ตกอยู่ในภาวะสงครามเช่นกันนั้น เขาได้สร้างสรรค์งานที่สะท้อนให้เห็นถึงความทุกข์ทรมานและความทุกข์จากสงคราม เช่น งานด้านทิวทัศน์ที่มีบรรยากาศทะมึนทึม หม่นหมอง ซึมเศร้า และตึงเครียด อย่างไรก็ตาม หลังสงครามเขาได้ปรับงานของตัวเองให้มีแนวทางเดียวกันกับนานาชาติมากขึ้นตามอารมณ์ของคนในยุคนั้น นั่นคือ มีความหวังและสดใสมากขึ้น ส่วนในบั้นปลายชีวิตของเขาอันเป็นช่วงเวลาที่เรียกว่าFossilized world นั้น เขาได้ลบล้างความแตกต่างระหว่างเรื่องจริงกับเรื่องจินตนาการออกจากกันอย่างสิ้นเชิงและหันไปเน้นงานแนว Symbolism แทน

นอกจากงานจิตรกรรมแล้ว นับจากปี 1927 เขายังหันเหสู่งานแนวอื่น เช่น การออกแบบเวที อาทิ Julietta ของBohuslav Martinu ที่เล่นใน Czech National Theater รวมทั้งเริ่มทำงานหนังสือ เช่น Krasne Pismo ที่ถูกตีพิมพ์ในเชโกสโลวะเกีย และ Schone Schrift ในปี 1965 ที่ถูกตีพิมพ์ในเยอรมนี นอกจากนี้เขายังออกแบบหนังสือและรับเป็นบรรณาธิการให้กับหนังสือวัฒนธรรม รวมทั้งออกแบบโปสเตอร์ในนิทรรศการ Emil Filla และออกแบบโลโก้ของงาน Prague Spring International Music Festival ซึ่งยังคงถูกใช้มาจนถึงปัจจุบัน

Great Requiem

นักท่องเที่ยวจะเห็นว่า ผลงานของ Muzika ที่จัดแสดงใน National GalleryPrague ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น Great Requiem, In MemoriamII, Woman above Graves และ From the Bohemian Paradise ล้วนเป็นผลงานในช่วงระหว่างปี 1942-1944 อันเป็นช่วงสงครามทั้งนั้น เป็นงานแนว Surrealismทั้งหมดจึงดูซึมเศร้า หมองหม่น ขาดชีวิตชีวา ต่างจากงาน Surrealism ของศิลปินอื่นอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Salvadore Dali เจ้าพ่อ Surrealism เนื่องจากในห้องภาพแห่งนี้ไม่มีงานช่วงเวลาอื่นของเขาให้ได้ชมเลยด้วยจึงทำให้นักท่องเที่ยวขาดอรรถรสในการชื่นชมพัฒนาการของศิลปินไปอย่างน่าเสียดาย

Women above Graves

แหวกฟ้าหาฝัน : Jan Preisler in National Gallery Prague

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/438854

แหวกฟ้าหาฝัน : Jan Preisler in National Gallery Prague

แหวกฟ้าหาฝัน : Jan Preisler in National Gallery Prague

วันอาทิตย์ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

Large cycle

Jan Preisler ศาสตราจารย์ด้านศิลปะ ชาวเช็ก ที่มีความสามารถอย่างยิ่งยวดเป็นอีกผู้หนึ่งที่มีผลงานจำนวนมากใน National Galleryกรุงปราก เขาเกิดในครอบครัวที่เป็นช่างเหล็ก และเข้าศึกษาชั้นประถมที่เมือง Karlova Hut การที่เขาเป็นลูกโทนทำให้เขาต้องอยู่คนเดียวเป็นประจำ เขาจึงมักสนุกสนานไปกับการสังเกตธรรมชาติ เมื่อเขาเข้าเรียนชั้นมัธยม เขาก็ให้ความสนใจกับการหัดวาดภาพ และหัดร่างภาพ Vaclav Karel Rehorovsky ศาสตราจารย์ด้านคณิตศาสตร์แห่งBrno Technology ผู้ชื่นชอบศิลปะเป็นชีวิตจิตใจจึงได้กระตุ้นให้บิดาของเขาส่งไปเข้าเรียนที่กรุงปราก โดยสัญญาว่าจะให้การสนับสนุนทางการเงินอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ Emil Kratochvilเจ้าของกิจการที่บิดาเขาทำงานด้วยก็เห็นดีเห็นงามกับ Rehorovsky ก็รับปากที่จะสนับสนุนทางการเงินด้วยเช่นกัน เขาจึงมีโอกาสเข้าเรียนที่ School of Applied Arts กรุงปราก ตั้งแต่อายุเพียงแค่15 ปี

Cycle about the adventurous knight

ตั้งแต่เริ่มเข้าเรียน เขาก็เข้าช่วยงานสมาคม Manes ซึ่งเป็นสมาคมสำหรับนักศึกษาเพียงแห่งเดียวที่มีอยู่ในช่วงเวลานั้นและได้เป็น ผู้วาดปกอัลบั้ม Letters from the Palette และในอีก 2 ปีต่อมา เขาก็เป็นผู้วาดปก Breeze and Wind ซึ่งเป็นนิตยสารเล่มแรกของสมาคม ในปี 1902 เขาได้เดินทางไปพบ Antonin Hudecek ที่อิตาลี ขากลับเขาได้พบกับ Auguste Rodin ที่เวียนนา ในปี 1903 เขาได้รับมอบหมายให้เป็นผู้สอนเขียนภาพ Nude ที่ School of Applied Arts กรุงปราก ในปี 1905 เขาเป็นผู้ช่วยจัดแสดงนิทรรศการของ Edvard Munch ที่กรุงปรากและออกแบบโปสเตอร์ในการประชาสัมพันธ์ด้วย ปีต่อมาเขาได้เดินทางไปกรุงปารีส และได้มีโอกาสพบกับ Paul Gauguin การที่เขาได้มีโอกาสพบปะกับศิลปินดังๆ และได้รับการถ่ายทอดความรู้และแลกเปลี่ยนทัศนคติอย่างเข้มข้นยังผลให้ปี 1913 เขาได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ที่ Academy of Fine Arts ต่อมาอีก 1 ปีเขาได้พบกับ Bozena Pallasova และแต่งงานกันจนมีบุตร 2 คน เขาดำรงตำแหน่งอาจารย์อยู่อีก 4 ปี และเป็นนายกสมาคม Manes ก่อนเสียชีวิตด้วยโรคปอดอักเสบ ที่กรุงปรากในปี 1918

Jan Preisler self portrait

ในช่วงแรก ผลงานของเขาออกแนวNeo Romanticism อันเป็นแนวทางศิลปะปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ที่ละทิ้งแนวทางศิลปะแบบRealism และ Naturalism อันประกอบไปด้วยงานทางด้านปรัชญา ดนตรี วรรณกรรม สถาปัตยกรรมและจิตรกรรม หลังจากมีโอกาสสังสรรค์กับศิลปินหลากหลายมากขึ้น เขาจึงเริ่มหันมาให้ความสนใจกับการสร้างสรรค์งานแบบความคิดเปรียบเทียบก่อนเข้าสู่แนวทางศิลปะแบบ Symbolism ต่อมาเมื่อเขาได้มีโอกาสมักคุ้นกับ Alfons Muchaเจ้าพ่อ Art Nouveau แห่งสาธารณรัฐเช็ก เขาจึงเริ่มสร้างสรรค์งานแนว Art Nouveau ตามอย่างMucha บ้าง

Lovers detail

นักท่องเที่ยวจะเห็นว่า Jan Preisler แทบจะเป็นศิลปินเช็กเพียงคนเดียวที่สร้างสรรค์งานโดยได้รับแรงบันดาลใจจากงานแนว Pre-Rapahel ทั้งนี้อาจเป็นเพราะเขาได้รับอิทธิพลจากงานของ Edvard Munch ที่สร้างสรรค์งานจากแรงบันดาลใจของศิลปินเบลเยียมแนว Symbolismค่อนข้างมาก นอกจากนี้ผลงานของ เขาก็ยังคงมีกลิ่นอายของงานแนว Impressionismตรงที่เน้นงานนอกสถานที่ และใช้สีเหลืองจึงแม้จะดูมีความหม่นหมองและกดดันจากภายในสูงสังเกตได้จากการใช้สีและสัญลักษณ์ต่างๆ แต่ก็ไม่ได้สุดโต่งมากเกินไป และไม่ก้าวร้าวเฉกเช่นศิลปินแนว Symbolism อื่นมากนัก

Three Girls in a Forest

Three Girls in a Forest
Lovers

Lovers
Spring 1906

Spring 1906
Yellow Landscape

Yellow Landscape
Spring Evening

Spring Evening

แหวกฟ้าหาฝัน : German Artist in National Gallery Prague

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/437218

แหวกฟ้าหาฝัน : German Artist in National Gallery Prague

แหวกฟ้าหาฝัน : German Artist in National Gallery Prague

วันอาทิตย์ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวที่มาเยือนกรุงปราก และได้มีโอกาสเยี่ยมชม National Gallery Pragueไม่เพียงจะได้ชื่นชมงานของศิลปินประจำชาติชาวเช็กเท่านั้น ในห้องภาพที่แสนใหญ่โตนี้ยังมีผลงานของศิลปินชาติอื่นด้วยโดยเฉพาะอย่างยิ่งศิลปินชาวเยอรมันซึ่งเป็นชาติที่มีอิทธิพลต่อสาธารณรัฐเช็กไม่น้อยไปกว่าออสเตรีย และถ้าหากนักท่องเที่ยวมาในจังหวะที่ดีก็อาจได้ชมนิทรรศการพิเศษที่จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง 2 ชาติด้วย เช่น นิทรรศการของ Katharina Grosse

Katharina Grosse เป็นใคร เหตุใดจึงได้มีการจัดนิทรรศการร่วมระหว่าง 2 ชาติ Katharina Grosse เป็นศิลปินร่วมสมัยที่มีความโดดเด่นที่สุดคนหนึ่งในยุคปัจจุบันของเยอรมนี เธอเกิดวันที่ 2 ตุลาคม 1961 ที่เมือง Freiburg เมืองชายแดนทางใต้ของเยอรมนี เธอเป็นคนที่สนใจศิลปะตั้งแต่ยังเล็ก เธอมักตื่นแต่เช้าและจินตนาการว่าเธอลบภาพเดิมออกจากกำแพง หรือหน้าต่างที่เคยใช้พู่กันวาดภาพลงบนหน้าต่างหรือโคมไฟไว้เมื่อวันก่อน เธอทำเช่นนี้ซ้ำไปซ้ำมาตลอดเวลาแล้วบรรจงวาดภาพใหม่ๆ ด้วยเทคนิคที่ต่างกันไปทุกวัน เธอจึงตัดสินใจเข้าเรียนต่อด้านศิลปะที่ Kunstakademie เมือง Dusseldorf เมืองที่มีชื่อเสียงทางด้านออกแบบแฟชั่นของเยอรมนี ต่อด้วย Kunstakademie เมือง Munster ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันมากนัก

หลังปลายทศวรรษที่ 1990 งานของเธอส่วนใหญ่ในช่วงเวลานั้นใช้เริ่มปืนสเปรย์มือและนิ้วแทนแปรงโดยใช้สีอะคริลิกกับทุกพื้นผิว เธอให้ความเห็นว่าการใช้ปืนสเปรย์เหมือนกับการสร้างงาน 3 มิติเพราะเมื่อมันถูกยิงขึ้นไปบนฟ้าแล้วตกลงมาเปรียบเสมือนกับเครื่องกลที่เชื่อมระหว่างร่างกายกับสมอง แรงที่ถูกดันออกจากปืนจะสร้างความกดดันกับอากาศและเร่งให้เธอต้องรีบเคลื่อนไหวเพื่อให้ได้ภาพตามที่ต้องการเธอมักเชื่อมโยงสิ่งต่างๆ เข้าด้วยกัน เธอรู้สึกว่าการวาดภาพเป็นการเชื่อมโยงระหว่างการกระทำเข้ากับความคิดได้อย่างมหัศจรรย์ อีกทั้งยังเป็นการเชื่อมโยงศิลปินเข้ากับผู้ชมผ่านทางขบวนการคิดที่แตกต่างกันระหว่างเวลาและสถานที่ เธอจึงพยายามประสานผลงานระหว่างสถาปัตยกรรมกับธรรมชาติโดยสร้างที่ทางของตัวเองโดยใช้รูปร่าง สี และพื้นผิวของธรรมชาติ ผลงานของเธอจึงมีทั้งภายนอกและภายในอาคารโดยมีการใช้วัสดุธรรมชาติ เช่น ต้นไม้ หิน ดิน มาเป็นส่วนประกอบ เธอชอบให้ผลงานของเธอมีความยืดหยุ่น มีชีวิตชีวา และเป็นอิสระไม่ได้ยึดติดแค่ผืนผ้าใบ แม้เธอจะเป็นจิตรกรก็ตาม

ด้านหลังชิ้นงาน

สำหรับงานที่จัดแสดง ณ National Gallery เมืองปราก นี้ เธอได้จัดทำงานอะคริลิคบนผืนผ้าขนาดใหญ่โดยการให้นิยามใหม่กับงานทัศนศิลป์เสมือนหนึ่งฉากละครร่วมกับงานสถาปัตยกรรม สีสันที่ใช้อย่างสดใสจะดูมีน้ำหนักและพื้นผิวถูกทำให้เหมือนกับการสร้างงานประติมากรรม การชมผลงานจะทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนมุดเข้าไปในอุโมงค์ หรือด้านหลังของโรงละครโบราณที่มีสีสันสดใสที่ต้องใช้จินตนาการว่า ผู้จัดต้องการสร้างเรื่องราวอะไรยังไงกันแน่

ความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างงานของเธอสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับคนในวงการส่งผลให้เธอสามารถที่จะจัดนิทรรศการ ณ ห้องภาพดังๆทั่วทั้งยุโรปไม่ว่าจะเป็น Centre Pompidouในปารีส Kunsthaus เมืองซูริค สวิตเซอร์แลนด์ Biennale เมืองเวนิส อิตาลี Museu de Arte Contemporanea เมืองปอร์โต โปรตุเกสMuseum for Moderne Kunst เมืองโคเปนเฮเกน เดนมาร์ก Garage Museum of ContemporaryArt เมืองมอสโก รัสเซีย Museum Frieder Burda เยอรมนี หรือแม้กระทั่งข้ามไปจัดแสดงไกลถึง Modern Art Museum กรุงนิวยอร์ก Mural Arts เมืองฟิลาเดเฟีย

แหวกฟ้าหาฝัน : Milos Jiranek, Neo Impressionist, in National Gallery Prague

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/435575

แหวกฟ้าหาฝัน : Milos Jiranek, Neo Impressionist, in National Gallery Prague

แหวกฟ้าหาฝัน : Milos Jiranek, Neo Impressionist, in National Gallery Prague

วันอาทิตย์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

Shower in the School gym Prague

นักท่องเที่ยวเห็นชื่อที่จั่วหัวคงสงสัยว่า Neo Impressionist คืออะไร Neo Impressionism  เป็นคำที่ Felix Feneon นักวิพากษ์ศิลป์ชาวฝรั่งเศสตั้งขึ้นเพื่ออธิบายถึงการเคลื่อนไหวทางศิลปะของ Georges Seurat ศิลปินชาวฝรั่งเศสที่โด่งดังจากภาพ A Sunday Afternoon on the Island of La Grande Jatte ที่ถูกจัดแสดงขึ้นครั้งแรกในงานนิทรรศการ Societe des Artistes Independants ณ กรุงปารีส อันเป็นช่วงเวลารุ่งเรืองของศิลปินฝรั่งเศสที่จะสร้างสรรค์แนวทางศิลปะใหม่ๆ ผลงานตามแนวทางศิลปะแบบ Neo Impressionism มักถูกเป็นบรรยากาศชานเมืองท้องถิ่น ทิวทัศน์และท้องทะเล ศิลปะแนวนี้มี 2 แบบ คือ Divisionismหรือเทคนิคการวาดภาพโดยแยกสีออกเป็นจุดๆ หรือแต้มๆ ทำให้เกิดปฏิกิริยาต่อกันโดยการผสมสีเกิดขึ้นในตาของผู้ชมเองไม่ได้เกิดจากการผสมสีโดยผู้วาดซึ่งนักวิพากษ์ศิลป์ในยุคนั้นถือว่าแนวทางศิลปะนี้เป็นแนวทางศิลปะแบบก้าวหน้าอย่างแท้จริง และแบบ Pointillism หรือเทคนิคการวาดภาพแบบจุดซึ่งมี Georges Seurat และ Paul Signac เป็นผู้นำ

Study in White

แนวทางศิลปะแบบ Neo-Impressionism เป็นที่นิยมและทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากการที่ในช่วงเวลานั้นแนวทางศิลปะเริ่มเป็นไปอย่างเสรี ไม่ยึดติดกับแบบแผนมากนักและพยายามที่จะผสมผสมกลมกลืนวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ ประวัติศาสตร์ และคุณค่าทางศิลปะในคริสต์ศตวรรษที่ 19 แนวทางศิลปะที่เน้นการศึกษาสีแสงเป็นหลักนี้ ปรากฏแก่สายตาสาธารณชนครั้งแรกในปี 1886 ที่ Salon des Independantsส่งผลให้สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่หลักในการจัดแสดงงานแนวนี้ต่อมาอีกหลายทศวรรษโดยมีSignac เป็นประธานสมาคม แม้ในช่วงเวลานั้นผลงานแนวนี้จะใหม่และแหวกแนวมาก แต่กลับเป็นที่ชื่นชอบและถูกจัดแสดงต่อมาอีกหลายแห่ง

A Sunday Afternoon on the Island of La Grande Jatte by Georges Seurat

เนื่องจากสาธารณรัฐเช็กมีความก้าวหน้าทางด้านศิลปะในช่วงเวลาที่ศิลปะแนวNeo-Impressionism รุ่งเรืองเช่นกัน ที่นี่จึงมีศิลปินแนว Neo-Impressionism ด้วย เช่น Milos Jiranek เขาเกิดในครอบครัวที่มั่งคั่งในปี 1875 โดยอาศัยอยู่กับ Jaroslav Vrchlicky กวีเอกชาวเช็ก เขาจึงมีโอกาสใช้ห้องสมุดขนาดใหญ่ส่งผลให้เขามีความสามารถทางด้านภาษาตั้งแต่ยังเยาว์ ในปี 1894 เขาเข้าเรียน Faculty of Arts ที่มหาวิทยาลัย Charles และย้ายไปเรียนต่อที่ Academy of Fine Arts กับ Maximilian Pirner ก่อนจะย้ายไปเรียนต่อที่ Manes Union of Fine Arts ในปี 1900 เขาเดินทางไปมิวนิก เวียนนา และ Trieste และได้มีโอกาสพบกับ Auguste Rodin นักประติมากรรมมือหนึ่งของฝรั่งเศสส่งผลให้เขากลายเป็นผู้นำในการนำแนวทางศิลปะและผลงานของ Rodin เข้ามาจัดแสดงที่สาธารณรัฐเช็ก ต่อมาอีก 5 ปี เขาแต่งงานกับ Antonia Zednikova จิตรกรและร่วมกันวาดภาพ Prague Castle ในปี 1910 เขามีโอกาสจัดแสดงผลงานศิลปะเดี่ยวที่ Topicuy Salon ก่อนเสียชีวิตในปีต่อมาด้วยโรควัณโรคอายุเพียงแค่ 36 ปีเท่านั้น

Ballet Rehearsal by Edgar Degas

แม้เขาจะเสียชีวิตตั้งแต่อายุยังน้อย แต่เขากลับเป็นศิลปินที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในสาธารณรัฐเช็ก เพราะไม่เพียงเขาจะมีผลงานหลากหลายชนิดอยู่จำนวนไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นภาพเขียนน้ำมันที่มีคุณภาพงานและแนวทางการสร้างสรรค์งานพอๆ กับ Edgar Degas ศิลปินชื่อดังของฝรั่งเศส เช่น ภาพ Shower in the School Gym ซึ่งผู้ชมจะเห็นว่าการจัดวางองค์ประกอบของภาพมีแนวทางคล้ายกับภาพ Ballet Rehearsal ที่ Degas ชอบวาด ภาพสีน้ำ ภาพร่าง และงานจารไม้ เขายังเป็นศิลปินที่ปลุกแนวคิดรักชาติอย่างเข้มข้นในช่วงสิ้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 ด้วย เขาเป็นสมาชิกของกลุ่มศิลปินรุ่นเยาว์ที่เปิดประตูสู่ยุโรป ยิ่งกว่านั้นเขายังเป็นนักเขียน นักวิพากษ์ศิลป์ บรรณาธิการ และนักจัดงานด้วยส่งผลให้เขาสามารถที่จะนำเข้างานจากยุโรปและเผยแพร่งานของศิลปินเช็กส่งยุโรปด้วย

Wier in the Palacky Bridge

แหวกฟ้าหาฝัน : Antonin Hudecek in National Gallery Prague

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/433954

แหวกฟ้าหาฝัน : Antonin Hudecek in National Gallery Prague

แหวกฟ้าหาฝัน : Antonin Hudecek in National Gallery Prague

วันอาทิตย์ ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

Evening Silence

นักท่องเที่ยวที่ได้เยือน National Gallery Prague ย่อมมีโอกาสได้ชมผลงานของศิลปินเช็กมากกว่ามิวเซียมที่อื่น ทั้งนี้เพราะห้องภาพแห่งนี้เป็นห้องภาพหลักของประเทศ AntoninHudecek ศิลปินแนวทิวทัศน์ที่สำคัญที่สุดในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ของสาธารณรัฐเช็ก ก็เป็นศิลปินอีกผู้หนึ่งที่มีผลงานจัดแสดงจำนวนมากในห้องภาพแห่งนี้ เขาเกิดที่ Redhostในปี 1872 เขาเข้าเรียนขั้นพื้นฐานที่เมืองเกิด ก่อนย้ายมาเรียน Academy of Fine Arts ที่กรุงปราก กับศาสตราจารย์ Maximillian Pimer ตั้งแต่ปี 1887 โดยเน้นจิตรกรรมรูปคน (Figure) โดยเริ่มต้นที่ภาพนู้ด ในปี 1891 เขาย้ายไปอยู่มิวนิคเพื่อเรียนการวาดภาพคนเพิ่มเติมขึ้นอีกที่โรงเรียนเอกชนของ Anton Azbe และสมัครเข้าเรียนที่Munich Academy ภายใต้การสอนของศาสตราจารย์ Otto Seitz

First Green A-Leaves

อย่างไรก็ดี ในปีต่อมาเขากลับเข้าเรียนด้านภาพคนอีกที่ห้องภาพของ Vaclav Brozikที่ Prague Academy แต่เนื่องจาก Brozik ชอบมาอยู่ที่ฝรั่งเศส เขาเลยได้ร่ำเรียนวิชาวาดภาพทิวทัศน์จาก Marak school ด้วยจนสามารถที่จะผสมผสานความรู้ในการวาดภาพคนกับทิวทัศน์เข้าด้วยกันตามแนวทางศิลปะแบบ Art Nouveau หลังจบการศึกษา เขาจัดตั้งห้องภาพของตัวเองที่กรุงปราก กับ Antonin Slavicek และ Otakar Lebeda กลุ่มศิลปินที่เน้นการวาดภาพทิวทัศน์ในปี 1895 ในช่วงเวลานั้นเขาได้สร้างสรรค์งาน Evening Silence ภาพหญิงสาวที่หันหลังให้ผู้ชมขณะกำลังชื่นชมกับบรรยากาศรอบตัวในช่วงอัสดงของฤดูร้อนอันเป็นงานที่ทำให้เขาสามารถปรับสมดุลระหว่างภาพคนและทิวทัศน์ได้อย่างน่าประทับใจ และสร้างชื่อให้กับเขานับจากนั้นมา

First Green Leaves detail

ต่อมาอีก 3 ปี หลังจากที่เขาเข้าร่วมกลุ่มกับเพื่อนศิลปินที่นำโดย Juluis Marka และสามารถจัดนิทรรศการขึ้นครั้งแรกที่ Manes Association ในปี 1900เขาก็สามารถจัดแสดงผลงานเดี่ยวครั้งแรกที่เวียนนานับจากจัดแสดงผลงานครั้งนั้น เขาก็เริ่มเดินทางไปยังหลายเมืองในยุโรปเพื่อหนีหนาวและหาแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ เช่น เยอรมนี บริเวณเมดิเตอร์เรเนียน สก็อต และอิตาลี ในปี 1930 ผลงานของเขาเริ่มเป็นที่ประจักษ์ในแวดวงศิลปะในสาธารณรัฐเช็กจนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกของ Czech Academy of Sciences and Arts และได้รับรางวัลด้วย หลังจากนั้นอีก 10 ปีเขาก็ได้รับรางวัล National Prize for Paintingและย้ายมาอยู่ที่ Castolovice จนเสียชีวิตในปี 1941

Portrait of Mrs.Mila Slavickova

ผลงานของเขาเน้นการใช้แสงอ่อนที่มีความนุ่มนวลโดยใช้เทคนิค Syntonos ซึ่งเป็นที่นิยมในช่วงที่ Beckmann ศิลปินเยอรมันกำลังโด่งดังแม้เขาจะไม่ใช่ศิลปินที่โด่งดังมากนักในระดับนานาชาติเพราะงานของเขาดูหม่นหมองเศร้าสร้อย แต่ผลงานของเขาก็มักเข้าประมูลอยู่เป็นประจำโดยมีมูลค่าตั้งแต่ 26-867,000 เหรียญ ภาพที่มีมูลค่าสูงสุดที่ประมูลกันที่ Adolf Loos Apartment Gallery ในปี 2016 นั้นมีค่าถึง 867,000 เหรียญ

Sea in the Moonlight

Stream in the Sunshine

แหวกฟ้าหาฝัน : Antonin Slavicek ใน National Gallery Prague

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/432392

แหวกฟ้าหาฝัน : Antonin Slavicek ใน National Gallery Prague

แหวกฟ้าหาฝัน : Antonin Slavicek ใน National Gallery Prague

วันอาทิตย์ ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

Under the Tree

นักท่องเที่ยวที่มาเยือนมิวเซียมที่จัดแสดงผลงานศิลปะคริสต์ศตวรรษที่ 20 งานแนวหนึ่งที่ต้องดูให้ได้ไม่เช่นนั้นเหมือนมาไม่ถึง นั่นคือ งานแนวImpressionism แม้สาธารณรัฐเช็กจะไม่ได้เป็นประเทศที่มีชื่อเสียงทางด้านศิลปะแนวนี้เฉกเช่นเดียวกันกับฝรั่งเศส แต่เนื่องจากศิลปินเช็กส่วนใหญ่ล้วนมีโอกาสไปรับเรียน และได้รับอิทธิพลทางด้านศิลปะมาจากยุโรปตะวันตกไม่ว่าจะเป็นฝรั่งเศส ออสเตรียและเยอรมนีมานานแล้ว Antonin Slavicek ศิลปินแนว Impressionism ชาวเช็กเป็นศิลปินคนหนึ่งที่มีผลงานจำนวนมากใน National Gallery Prague

Birch mood

Antonin Slavicek เกิดเมื่อ 16 พฤษภาคม 1870 เขาเกิดในกรุงปราก โดยเป็นบุตรคนที่สี่จากเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารของมหาวิทยาลัยเทคนิค เขาเข้าเรียน Grammar ในSpalena และเริ่มวาดภาพส่งให้กับนิตยสารของโรงเรียน ลุงของเขาที่เป็นคณบดีได้ช่วยให้เขาไปอยู่มิวนิกในปี 1886-7 ก่อนเข้ารับการศึกษาด้านศิลปะที่ Academy of Fine Arts กรุงปราก ด้านทิวทัศน์กับ Julius Marak แต่การเรียนของเขาเป็นไปอย่างทุลักทุเลเพราะความเห็นไม่ลงรอยกันกับ Marak อาจารย์ผู้สอน ถึงกระนั้นก็ตาม เขาก็ยังคงติดตามอาจารย์ไปวาดภาพอย่างสม่ำเสมอ เมื่อศาสตราจารย์ Marak เสียชีวิต เขาเข้ารับหน้าที่แทนในภาควิชาอยู่ 6 เดือน และสมัครเข้ารับตำแหน่งแทน แต่ถูกปฏิเสธ สาขาวิชา Landscape จึงถูกยกเลิกไปจากมหาวิทยาลัย

Garden Wall a-detail

Slavicek ได้รู้จักกับ Bohumila Brynych หรือ Mila ซึ่งต่อมาได้แต่งงานกัน เนื่องจากเธอเป็นเด็กกำพร้าแต่มีฐานะค่อนข้างดี หลังแต่งงานทั้งสองแม้จะมีบุตรถึง 3 คน แต่เขากลับไม่มีความจำเป็นต้องสร้างฐานะมากนัก ในปี 1908 ภรรยาของเขาป่วยหนัก พวกเขาจึงเดินทางไป Dubrovik โครเอเชีย เพื่อรักษาพยาบาล โชคร้าย เขากลับไปแขนหักที่นั่น หลังจากทั้งสองรักษาตัวจนหายในเดือนสิงหาคมปี 1909 พวกเขาก็เดินทางไป Eagle Mountains เพื่อพักผ่าน ระหว่างกำลังว่ายน้ำในแม่น้ำ Zdobnice เขาเกิดปัญหาอัมพฤกษ์ข้างขวาขึ้นฉับพลัน หลังจากอาการป่วยดีขึ้น เขาเริ่มใช้มือซ้ายวาดภาพ แต่ผลงานกลับไม่เป็นที่น่าพอใจ เขารู้สึกผิดหวังและเกิดอาการประสาทหลอนจนยิงตัวตายหลังจากนั้นไม่นาน

Garden Wall 

งานของเขาส่วนใหญ่จะมีฝีแปรงแบบจุดๆ และใช้สีสดใสโดยเน้นแสงและเงาตามแบบธรรมชาติ เขามักสร้างสรรค์งานใน Vysocina อันเป็นผลมาจากการอ่านเรื่อง The West ของ Karel Vaclav Rais และ Stolmir เมืองบ้านเกิดของภรรยาSlavicek ได้มอบผลงานจำนวนมากให้กับเพื่อนสนิทและผู้อุปถัมภ์คนสำคัญคือ August Syagrosky ซึ่งเป็นนักสะสมภาพด้วย Sygarosky เป็นคน Roudnice nad Labem ผลงานส่วนหนึ่งของ Slavicek จึงไปจัดแสดงอยู่ที่ Roudnice Gallery

Retna Park detail

Retna Park