แหวกฟ้าหาฝัน : Open Air Museum เมือง Lublin

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/336994

แหวกฟ้าหาฝัน :  Open Air Museum เมือง Lublin

แหวกฟ้าหาฝัน : Open Air Museum เมือง Lublin

วันอาทิตย์ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ของจัดแสดงส่วนเครื่องมือทำมาหากินในมิวเซียม

นักท่องเที่ยวที่มีโอกาสมาเยือนโปแลนด์ และชื่นชอบ open air museum เมืองหนึ่งที่ควรไปเยือนให้ได้คือ Lublin เมืองที่อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ห่างจากกรุงวอร์ซอร์ 170 กิโลเมตร หรือโดยทางรถไฟ 2 ชั่วโมงกว่านี้เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับเก้าของประเทศ ใหญ่เป็นอันดับสองของ Lesser Poland และใหญ่ที่สุดทางทิศตะวันออกของแม่น้ำ Vistula เมืองที่มีประวัติศาสตร์ย้อนไปตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 6 นี้ เป็นเมืองที่เคยมีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์โดยเฉพาะกับLithuania ทั้งนี้เพราะที่นี่เป็นศูนย์กลางของการค้าขายระหว่าง Vilnius และ Krakow ชาวเมืองจึงได้สิทธิพิเศษในการทำการค้ากับ Lituaniaต่อมาในปี 1569 รัฐบาลเมืองจึงได้ทำข้อตกลงระหว่างโปแลนด์และ Grand Duchy of Lithuaniaจนถือกำเนิด Polish-Lithuanian Commonwealth ขึ้น และยังสถาปนาศาลขึ้นที่นี่ด้วย

การที่เมืองLublin เป็นศูนย์กลางของการค้าจึงทำให้ที่นี่เป็นแหล่งพำนักใหญ่ของนักประพันธ์กลอน และนักเขียนมากมายส่งผลให้เมืองนี้ยังเป็นศูนย์กลางของการศึกษาเฉกเช่นเดียวกันกับวอร์ซอร์ Krakow และ Poznan ก่อนการประกาศอิสรภาพของโปแลนด์ในช่วงสิ้นคริสต์ศตวรรษที่ 18 Lublin ยังเป็นเมืองสำคัญที่กษัตริย์โปแลนด์ส่งผู้แทนมาปกครองและยังให้สิทธิในการเลือกตั้งด้วย แม้ว่าเมืองนี้จะถูกทำลายลงไปอย่างมากในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง แต่ตัวเมืองเก่าก็ยังมีหลายส่วนที่อยู่ในสภาพดีจนได้รับการยกย่องให้เป็นสมบัติแห่งชาติในเดือนพฤษภาคมปี 2007

นอกจากความสวยงามแล้ว Financial Times Group ยังยกย่องให้เมือง Lublin เป็นหนึ่งในเมืองที่น่าทำธุรกิจด้วยที่สุดในโปแลนด์ ยิ่งกว่านั้นเมืองนี้ยังเป็นเมืองที่มีต้นทุนต่อประสิทธิภาพดีที่สุดอันดับสองของโปแลนด์ เป็นเมืองที่สะอาด และเป็นเมืองที่มีคุณภาพชีวิตดีที่สุดเมืองหนึ่งของประเทศ Lublin จึงได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองที่น่าลงทุนทางตรงมากที่สุดของโปแลนด์

การที่เมืองมีประวัติศาสตร์ยาวนาน เทศบาลเมืองจึงดำริที่จะเปิด Open Air VillageMuseum ขึ้นเมื่อต้นทศวรรษที่ 1960 โดยให้เป็นส่วนหนึ่งของมิวเซียมประจำเมือง ต่อมาในเดือนมกราคมปี 1970 ทางเทศบาลเมืองจึงยกระดับมิวเซียมนี้ให้เป็นอิสระ และได้ยกที่ดิน 27 เฮกเตอร์ ให้เป็นที่จัดแสดง แม้มิวเซียมจะมิได้อยู่กลางเมือง แต่การเดินทางไปมิวเซียมก็ไม่ยากมีรถบัสเบอร์ 18, 20, 30, 37 ไปจอดหน้ามิวเซียมเลยแม้ว่าในใบโฆษณาจะบอกให้นักท่องเที่ยวเผื่อเวลาเข้าชมเพียงแค่ 2 ชั่วโมง แต่เนื่องจากมิวเซียมเป็น Open Air ที่มีขนาดกว้างขวาง และบ้านแต่ละหลังก็อยู่ค่อนข้างห่างกัน ประกอบกับระหว่างทางมีเก้าอี้นั่งพัก และสามารถปิคนิกได้นักท่องเที่ยวจึงควรเผื่อเวลาไว้สัก 4 ชั่วโมงในการเยี่ยมเยือนให้ได้เต็มอรรถรส

นักท่องเที่ยวจะไม่เพียงสนุกสนานกับเรื่องราวชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนทั้งในด้านชีวิตประจำวัน ที่อยู่อาศัย การทำมาหากิน ศาสนา ของทั้งประชาชนและผู้ปกครองทั้งในเขตLublin และรอบๆ ซึ่งประกอบด้วยPodlachia, the Lublin Polesia, the Vistula Region, Roztocze,the Lublin Upland เท่านั้น ยังได้ประสบการณ์ย้อนยุคกับ กังหัน สถานีดับเพลิง และร้านรวงประเภทต่างๆ ตามอาชีพด้วย ไม่ว่าจะเป็นช่างรองเท้า ช่างทอง ช่างเหล็ก ฯลฯ ซึ่งแตกต่างจากวิถีชีวิตในยุคปัจจุบันอยู่ค่อนข้างมาก ยกเว้นร้านอาหารเท่านั้น หลังจากที่นักท่องเที่ยวเก็บเกี่ยวประสบการณ์และความสนุกสนานในมิวเซียมเสร็จแล้วก่อนกลับควรแวะจิบเบียร์เย็นๆ หรือเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์อย่างอื่นที่ผับด้านหน้าที่เคยเป็นโรงเรียนตั้งแต่ปี 1866 ด้วย ร้านอาหารนี้แม้บรรยากาศจะดูบ้านๆ แต่อาหารประจำเมืองที่เสิร์ฟเป็นอาหารฝีมือมาตรฐานพื้นเมืองอันจะทำให้นักท่องเที่ยวจะได้ประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลยทีเดียว

การจัดห้องแต่งตัว

การจัดห้องแต่งตัว
หลังคาโรงเก็บฟืน

หลังคาโรงเก็บฟืน
ร้านตัดเสื้อ

ร้านตัดเสื้อ
ตัวอย่างห้องรับแขกบ้านเศรษฐี

ตัวอย่างห้องรับแขกบ้านเศรษฐี
ตัวอย่างร้านตัดผมสมัยก่อน

ตัวอย่างร้านตัดผมสมัยก่อน
ตัวอย่างร้านขายเครื่องครัวและห้องอาบน้ำสมัยโบราณ

ตัวอย่างร้านขายเครื่องครัวและห้องอาบน้ำสมัยโบราณ
เครื่องมือทำมาหากิน

เครื่องมือทำมาหากิน
ของจัดแสดงส่วนชีวิตประจำวันในมิวเซียม

ของจัดแสดงส่วนชีวิตประจำวันในมิวเซียม

แหวกฟ้าหาฝัน : ชมศิลป์ข้างถนนเมือง Lodz

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/335645

แหวกฟ้าหาฝัน :  ชมศิลป์ข้างถนนเมือง Lodz

แหวกฟ้าหาฝัน : ชมศิลป์ข้างถนนเมือง Lodz

วันอาทิตย์ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวที่ได้มีโอกาสมาโปแลนด์ และชอบดูศิลปะแปลกๆ เมืองหนึ่งที่ต้องไปให้ได้ก็คือ Lodz เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศและเป็นศูนย์กลางทางด้านอุตสาหกรรมแห่งนี้อยู่ห่างจากวอร์ซอไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ 134 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวสามารถนั่งรถไฟตรงจากสถานี Warsaw west ไปเมือง Lodz ได้ภายในเวลาเพียงแค่ 1 ชั่วโมงครึ่งเท่านั้นหากนักท่องเที่ยวใช้ Poland Pass สามารถใช้ได้โดยไม่เสียเงินเพิ่ม แต่ต้องจองอีกเช่นเคยเพราะเป็นรถเร็ว

Lodz เป็นเมืองโบราณที่ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในปี 1332 และได้รับการสถาปนาเป็นเมืองตั้งแต่ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 15 แต่ยังคงเป็นเมืองขนาดเล็ก และเป็นสมบัติของบิชอป Kuyavian จวบจนสิ้นคริสต์ศตวรรษที่ 18หลังการประกาศอิสรภาพของโปแลนด์จากจักรวรรดิรัสเซีย เมืองนี้ก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของโปแลนด์ และเติบโตอย่างรวดเร็วจากการเป็นเมืองอุตสาหกรรมเสื้อผ้าและเป็นแหล่งที่อยู่ของผู้อพยพทั้งชาวเยอรมันและชาวยิว นับจากการเพิ่มขึ้นมากมายของผู้อพยพทำให้ชาวเมืองส่วนใหญ่ขาดความเท่าเทียมกันในสังคมซึ่งสะท้อนให้เห็นจากสถาปัตยกรรมในเมืองที่มีทั้งแมนชั่นหรูสลับกับโรงงานและบ้านเสื่อมโทรม

หลังจากโปแลนด์ประกาศอิสรภาพในปี 1918 Lodz กลายเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดและเป็นเมืองที่มีความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรมและเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรปส่งผลให้เมืองมีการพัฒนาทั้งทางด้านสาธารณสุขและการศึกษาอย่างรวดเร็ว หลังจากที่เยอรมนีบุกโปแลนด์ในปี 1939 กองทัพนาซีของเยอรมนีจึงเลือกตั้งฐานทัพในเมืองนี้ชาวยิวจึงถูกบังคับเข้าไปอยู่ในชุมชนแออัดของเมือง และภายหลังถูกส่งไปยังค่ายตามเมืองต่างๆเพื่อทำงานหรือสังหาร เมื่อเมืองนี้เป็นที่ตั้งของฐานทัพใหญ่นาซี เมืองจึงเสียหายมากจากสงคราม แต่หลังจากที่โปแลนด์ได้รับโอกาสในการปกครองตัวเองแบบสังคมนิยม เมืองนี้กลับรุ่งเรืองขึ้นอีกครั้งหนึ่ง หลังการล่มสลายของระบบคอมมิวนิสต์ เมืองก็ยิ่งได้รับการพัฒนามากขึ้น โดยไม่เพียงเด่นทางด้านอุตสาหกรรมสิ่งทอ ยังเด่นเรื่องอุตสาหกรรมเคมีด้วย อีกทั้งยังเพิ่มอุตสาหกรรมภาพยนตร์ขึ้นมาอีกจนได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีนักแสดงและผู้กำกับมากที่สุดของโปแลนด์ และในปี 2017 ได้รับตำแหน่งUNESCO Creative cities network และ City of Film

นอกจากเมืองนี้จะก้าวหน้าทางด้านภาพยนตร์แล้ว ยังมีความก้าวหน้าอย่างมากทางด้านศิลปะด้วย ในปี 2009 เทศบาลเมืองได้อนุมัติให้มีการจัดตั้งมูลนิธิเพื่อเปลี่ยนทัศนียภาพจากเมืองอุตสาหกรรมโดยตั้งใจตกแต่งเมืองให้มีความสวยงามและแปลกตาด้วยการเชิญศิลปินพื้นเมืองและนานาชาติมาบรรจงสร้างสรรค์งานศิลปะบนผนังตึกและโรงจอดรถให้เป็นเหมือนผืนผ้าใบนักท่องเที่ยวที่มีโอกาสมาเยือนเมืองนี้จะรู้สึกประทับใจตั้งแต่อยู่ในสถานี เพราะสถานีใหญ่มาก และสวยงามทันสมัย อีกทั้งยังมีนิทรรศการภาพเขียนจัดแสดงอยู่ด้านบน เมื่อเดินออกมานอกสถานีระหว่างทางเข้าเมือง นักท่องเที่ยวก็จะได้เห็นงานศิลปะตามตึกต่างๆ ที่ศิลปินร่วมกันรังสรรค์ขึ้นถึง 60 ภาพโดยนักท่องเที่ยวที่ชอบความสนุกสนานสามารถไปหาคู่มือภาพเขียนตามถนนต่างๆ ได้ที่ Information นอกจากภาพเขียนแล้ว เมืองนี้ยังมีงานประติมากรรมตามท้องถนนให้นักท่องเที่ยว ถ่ายรูปได้ นักท่องเที่ยวที่มาเมือง Lodzรับรองได้ว่าจะมีประสบการณ์กับการชมศิลป์ข้างถนนโดยลืมการชมศิลปะในห้องภาพไปเลยทีเดียว

แหวกฟ้าหาฝัน : Snare Picture ใน Contemporary Art Museum เมืองKrakow

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/334258

แหวกฟ้าหาฝัน :   Snare Picture ใน Contemporary Art Museum เมืองKrakow

แหวกฟ้าหาฝัน : Snare Picture ใน Contemporary Art Museum เมืองKrakow

วันอาทิตย์ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ใน Contemporary Art Museum ส่วนใหญ่มักมีการนำผลงานแปลกๆ แนวร่วมสมัยมาจัดแสดงนิทรรศการเพื่อให้นักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่นได้มีประสบการณ์ใหม่ๆ Contemporary ArtMuseum เมือง Krakow จึงได้นำงานของ DanielSpoerri ศิลปินชาวสวิสที่เกิดในโรมาเนียมาให้ชื่นชม ตอนแรกเกิดในปี 1930 ที่โรมาเนียเขาชื่อ Daniel Isaac Feinstein หลังโรมาเนียเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่สอง ร่วมกับนาซีเยอรมัน บิดาของเขาก็ถูกฆ่าตายในปี 1941 มารดาของเขาจึงพาเขากลับไปอยู่สวิตเซอร์แลนด์ในปี 1942 และได้ยกเขาให้เป็นบุตรบุญธรรมของ ProfessorTheophil Spoerri ลุงของมารดา เขาเลยเปลี่ยนชื่อเป็น Deniel Spoerri ในช่วงทศวรรษที่ 1950 เขาเป็นนักเต้นรำและกลายเป็นนักเต้นหลักของโรงละครกรุง Bern ในปี 1954 ในช่วงเวลานั้นเขาพบกับศิลปินแนว Surrealism และ Flexus Movement หลายคน

ในปี 1960 เขาได้เริ่มสร้างสรรค์งานศิลปะแนวใหม่ที่มีอัตลักษณ์ของตัวเองที่เรียกว่า Snare Picture ขึ้นเป็นครั้งแรกโดยให้นิยามว่ามันคือการที่วัตถุถูกวางในตำแหน่งต่างๆ บนโต๊ะ ลิ้นชัก หรือกล่องอย่างมีระเบียบหรือไม่มีระเบียบมีเพียงระนาบเท่านั้นที่เปลี่ยนแปลง เช่น การจัดโต๊ะกินข้าวซึ่งโดยปกติจะอยู่ในแนวนอน แต่เมื่อนำมาทำเป็นงานศิลปะมันกลับมาอยู่ในแนวตั้งซึ่งเป็นการเปลี่ยนมิติใหม่ในการมองให้ดูแปลกตามากขึ้นผลงานชิ้นแรกที่เขาจัดทำขึ้นชื่อ Breakfast โดยจัดแสดงจากอาหารมื้อเช้าที่เหลืออยู่ของแฟนผลงานชิ้นนี้ปัจจุบันอยู่ใน Collection ของ Museumof Modern Art เมืองนิวยอร์ก นอกจากนี้เขายังมีงานเด่นๆ ที่ขายได้ถึง 2 แสนเหรียญ ที่ชื่อMeal eaten by Marcel Duchamp

งาน Snare Picture เป็นงานศิลปะที่ศิลปินสรรสร้างการจัดวางองค์ประกอบของงานระหว่างจินตนาการและการปฏิบัติทั่วไป Spoerriมักสร้างงานจากความทรงจำที่เขาเห็นในชีวิตประจำวันโดยมีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา เช่น จัดวางของชิ้นเล็กลง เน้นความสมดุลมากขึ้น โดยยังคงให้มีความสวยงามและมีชีวิตชีวา อย่างเต็มที่ การเปลี่ยนแปลงระนาบของการจัดแสดงงานทำให้ชิ้นงานดูมีความแปลก แหวกแนวน่าสนใจและน่าประทับใจ เขามีวิธีการนำเสนอผลงานนิทรรศการได้อย่างน่าประทับใจ เช่น ในการเสนอผลงานที่ Galerie Lawrence เมืองปารีส เขาเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับโต๊ะอาหารแต่ละโต๊ะที่เขานำเสนอทั้งหมดที่เกิดขึ้นณ วันที่ 17 ตุลาคม ค.ศ.1962 เวลา 03.47 น.ซึ่งทำให้ผู้ชมรู้สึกราวกับกำลังอยู่ในงานเลี้ยงณ วันเวลานั้นๆ ร่วมกับเขาเลยทีเดียว

การที่เขาชอบนำเสนองาน 3 มิติที่เกี่ยวเนื่องกับอาหารไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับโต๊ะอาหาร ในห้องครัว หรือส่วนประกอบของอาหาร งานของเขาจึงถูกเรียกว่า Eat Art นอกจากนี้
เขายังเปิดร้านอาหารชื่อ Restaurant Spoerriใน Dusseldorf เยอรมนี และเปิด Eat Gallery ไว้ที่ชั้นบนของร้านอาหาร อีกทั้งยังเขียนสูตรอาหารไว้ในบันทึกประจำวันโดยได้ตีพิมพ์ในชื่อ Mythology & Meatballs ด้วย

นักท่องเที่ยวที่มีโอกาสเห็นการนำเสนอของ Spoerri จะรู้สึกทึ่งในอัจฉริยภาพของเขา เพราะเขาสามารถนำผู้ชมสู่โลกของสิ่งที่คุ้นเคยในรูปแบบที่แปลกใหม่ด้วยการใช้เพียงแค่สิ่งละอันพันละน้อยบนโต๊ะอาหาร กล่อง ลิ้นชักที่ทุกคนเห็นจนชินตามาจัดเรียงในรูปแบบของศิลปะที่ประหลาด ล้ำยุคแต่เสมือนจริงผลงานของเขาจึงดูลุ่มลึก น่าดึงดูด และมีเอกลักษณ์อีกทั้งยังเต็มไปด้วยความขบขัน และสนุกสนานที่กระตุ้นให้เห็นถึงความแปลกแยกและช่างคิดของศิลปิน แต่น่าประทับใจได้อย่างยิ่ง

แหวกฟ้าหาฝัน : Contemporary Art Museum เมือง Krakow

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/332991

แหวกฟ้าหาฝัน : Contemporary Art Museum เมือง Krakow

แหวกฟ้าหาฝัน : Contemporary Art Museum เมือง Krakow

วันอาทิตย์ ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบงาน Contemporary Art และได้มาเยือนเมือง Krakow หลังจากเยี่ยมเยือน Oskar Schindler Factory แล้ว สถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งที่ควรเยือนให้ได้คือ Contemporary Art  Museum มิวเซียมที่อยู่ไม่ไกลจากโรงงานของ Schindler มากนักนี้เป็นมิวเซียมที่ค่อนข้างใหม่เพิ่งก่อตั้งขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2010 นี่เอง นโยบายในการซื้อของสะสมของมิวเซียมนั้นจะเน้นงานสะสมยุคทศวรรษที่ 1970 ซึ่งเป็นผลงานที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออก งานภาพยนตร์ การแสดง และงานแนว Abstract โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงFluxus Movement อันเป็นแนวทางศิลปะสำคัญที่ศิลปินและนักประพันธ์เพลง นักออกแบบ และนักประพันธ์กลอนทดลองแนวทางศิลปะที่ผสมผสานกันระหว่างสื่อหลายอย่าง (mixed media) เป็นกลุ่มแรกภัณฑารักษ์จะเน้นงานของศิลปินชาวโปลที่มีความสำคัญต่อวัฒนธรรมโปล เช่น Leon Chwistek, Marian Eile, Roman Ingarden ซึ่งผลงานของศิลปินเหล่านี้มีส่วนสำคัญยิ่งต่อการสร้างวัฒนธรรมชาติในเวลาต่อมาห้องที่สำคัญที่สุดของมิวเซียมจึงเป็นห้อง Potocka Gallery ซึ่งเกิดขึ้นจากความพยายามของ Maria Anna Potocka ผู้ร่วมก่อตั้งมิวเซียมมาตั้งแต่สมัยทศวรรษที่ 1970 นอกจากห้องนี้แล้ว มิวเซียมยังได้รับของสะสมจากทายาทของ Mikolaj Smocznski ตั้งแต่งานยุคต้นๆ ของศิลปินเรื่อยไปจนถึงงานชิ้นสุดท้ายของศิลปิน ไม่เพียงมิวเซียมจะได้รับของสะสมจากการบริจาค คณะรัฐมนตรียังอนุมัติเงินให้มิวเซียมซื้อของสะสมมากถึง 275 ชิ้น ในระหว่างปี 2011-6 อีกด้วย

ยิ่งกว่านั้น มิวเซียมยังให้ความสำคัญกับการสะสมงานศิลปะที่สร้างสรรค์ขึ้นในช่วงต้นทศวรรษที่ 1990 ที่เน้นเรื่องการผสมผสานแนวคิด และการวิพากษ์โดยสะสมงานของศิลปินท้องถิ่นเมือง Krakow เองเพื่อสร้างเสริมกำลังใจ และส่งเสริมการเรียนรู้ด้วย นอกจากผลงานศิลปะของศิลปินแล้ว มิวเซียมยังเก็บเอกสารสำคัญๆ ของศิลปินชาวโปล เช่น Marian Eile, Wladyslaw Hasior, Galeria Krzysztofory ไว้เป็นจำนวนมากด้วย ข้อมูลเหล่านี้จะทำให้อนุชนรุ่นหลังสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ศิลป์ของโปแลนด์ได้อย่างละเอียดลออ

ส่วนงานของศิลปินต่างชาติภัณฑารักษ์ก็ให้ความสำคัญกับงานของศิลปินชาวยุโรปตะวันออกโดยเน้นงานที่เกี่ยวเนื่องกับวัฒนธรรมและประสบการณ์ทางการเมือง สำหรับงานของศิลปินชาติอื่นนอกยุโรปตะวันออกก็เน้นงานของศิลปินที่เป็นต้นแบบแนวคิดทางด้านศิลปะ และแรงบันดาลใจให้กับศิลปินชาวโปล รวมทั้งศิลปินที่มีความแตกต่างทางด้านวัฒนธรรมอย่างสุดโต่งเพื่อสร้างความหลากหลายให้กับผู้เยี่ยมเยือน วิธีการจัดแสดงผลงานบนพื้นที่กว่า 4 พันตารางเมตร ของอาคารที่ออกแบบโดย Caludiio Nari นั้นจะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ผลงานถาวรจัดแสดงที่ชั้นหนึ่ง และผลงานนิทรรศการจะจัดที่ชั้นสอง ตัวอย่างงานศิลปะในมิวเซียมที่น่าสนใจ เช่น Between ของ Stanislaw Drozdz ชาว Krakow ผลงานที่เดิมจัดแสดงที่ Foksal Gallery นั้นศิลปินต้องการตั้งคำถามกับผู้ชมว่า วัตถุแต่ละชิ้นควรอยู่ห่างกันเท่าใดจึงจะสามารถแสดงอัตลักษณ์ของตัวเองได้ ศิลปินใช้พื้นที่ของห้องเป็นจำนวนมากในการสร้างสรรค์งานที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครซึ่งผู้ชมสามารถจดจำได้จากการเห็นผลงานเพียงครั้งเดียวซึ่งถือได้ว่าน่าทึ่งมากสำหรับงานศิลปะที่อาจดูเรียบๆ แต่กลับมีอัตลักษณ์ที่โดดเด่น

The Son of Man and Eve II ของ Fashid Larimian จิตรกรชาวออสเตรียเป็นงานที่ใช้อุปกรณ์หลายอย่างมาสร้างสรรค์งานที่เรียกว่า mixed media ผลงานชิ้นนี้เป็นการผสมผสานระหว่างภาพเขียน และภาพพิมพ์สี รวมกับอุปกรณ์ที่หาซื้อจากตลาดโดยศิลปินพยายามบรรจงประดิษฐ์งานที่ได้รับแรงบันดาลใจจากงานจิตรกรรมของ Rene Magritte ให้คล้ายกับงานจิตรกรรมยุโรปโบราณ แต่ผสมผสานกับวัฒนธรรมของชาวอิหร่าน

นอกจากส่วนห้องภาพแล้ว มิวเซียมที่มีพื้นที่กว่า 1 หมื่นตารางเมตร และมีมูลค่ากว่า 16 ล้านยูโรนี้ยังมีส่วนของห้องสมุด ห้องปฏิบัติการศิลปะ ห้องขายหนังสือและร้านกาแฟอีกด้วย นักท่องเที่ยวที่ได้มีโอกาสเยือนมิวเซียมที่ปัจจุบันมีของสะสมร่วม 5 พันชิ้น ที่เป็นแหล่งรวมผลงานของศิลปินชาวโปลยุคใหม่ที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศนี้รับรองได้ว่าจะสนุกและประทับใจไม่รู้ลืมกับผลงานศิลปะใหม่ๆ ที่ภัณฑารักษ์เลือกสรรมาให้ชมอย่างไม่ต้องสงสัย

แหวกฟ้าหาฝัน : St.Mary Basilica โบสถ์ที่สวยที่สุดแห่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/331750

แหวกฟ้าหาฝัน :  St.Mary Basilica  โบสถ์ที่สวยที่สุดแห่ง

แหวกฟ้าหาฝัน : St.Mary Basilica โบสถ์ที่สวยที่สุดแห่ง

วันอาทิตย์ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

the Altar of Veit Stoss

นักท่องเที่ยวที่มาเยือนโปแลนด์ส่วนใหญ่มักเยือนสถานที่ท่องเที่ยวประเภทตัวเมืองเก่า พระราชวัง หรือมิวเซียมที่เกี่ยวเนื่องกับสงคราม แต่ยังมีสถานที่อีกแห่งที่น่าสนใจ นั่นคือ โบสถ์ แต่เนื่องจากโปแลนด์เป็นประเทศที่ผ่านสงครามมาอย่างโชกโชน โบสถ์ที่รอดพ้นสงครามจึงมีน้อย โบสถ์แห่งหนึ่งที่น่าสนใจในเมือง Krakow ก็คือ St.Mary Basilica หรือ Church of Our Lady Assumed into Heaven โบสถ์ข้างตลาดกลางเมืองที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 13 นี้เป็นตัวอย่างของสถาปัตยกรรมแนวโกธิกที่สำคัญของประเทศ

โบสถ์ที่สำคัญที่สุดของเมืองนี้ได้รับการต่อเติมหลายครั้ง แท่นบูชาหลักของโบสถ์ที่ชื่อ the Altar of Veit Stoss ซึ่งถือเป็นหนึ่งในแท่นบูชายุคโกธิคที่สวยที่สุดในยุโรปนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1477 โดยสร้างเป็น 5 ตอนจากไม้ 3 ชนิด แท่นบูชาเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพระแม่มารีและการช่วยให้รอด เรื่องราวเกี่ยวกับบรรพบุรุษของพระเยซู พระแม่มารีที่ถูกล้อมรอบด้วยสาวกของพระเยซู การสวมมงกุฎให้พระแม่มารีเป็นราชินีของสวรรค์ พร้อมกันนั้นก็มีการทำบันไดแท่นบูชาใต้หลังคาโค้งในช่วงเวลาเดียวกันซึ่งปัจจุบันเหลือเพียงหน้าตา 3 บานเท่านั้นที่ยังเป็นของเก่า

ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 15 โบสถ์ ก็ได้รับการต่อเติมให้มีหอคอยสูงถึง 80 เมตร เพื่อใช้ในการป้องกันเมือง และเป็นที่ติดตั้งระฆังใช้ตีบอกเวลาทุกชั่วโมงเพื่อเป็นการระลึกถึงวีรกรรมของนักเป่าแตรที่ส่งสัญญาณให้ประชาชนหนีเมื่อโมกุลมารุกราน และในช่วงเวลาใกล้เคียงกันก็มีการสร้างหอคอยที่สูง 69 เมตร หรือที่เรียกว่า Bell Tower โดยตำแหน่งที่ตั้งระฆังเป็นที่ตั้งของห้องสวดมนต์ St.Paul ซึ่งถูกออกแบบโดยBartolommeo Berecci ตามแนวศิลปะแบบเรอเนสซองส์อิตาลี การที่หอคอยทั้งสองมีความสูงต่างกันมากจึงมีตำนานเล่าว่าหอคอยทั้งสองนี้ได้ถูกจ้างให้ออกแบบโดยสถาปนิก 2 คน ที่เป็นพี่น้องกัน เนื่องจากคนพี่ออกแบบหอคอยอันสูง แต่สถาปนิกคนน้องอิจฉาจึงใช้มีดแทงพี่ชายเสียชีวิตและสร้างหอคอยของตัวเองให้สูงกว่าพี่ชายแต่ในวันเปิดหอคอย เขาสำนึกผิดเลยสารภาพว่าตัวเองเป็นคนฆ่าพี่ชายและฆ่าตัวตายด้วยมีดที่ใช้แทงพี่ชายและมีดเล่มนั้นยังคงแขวนที่ประตูของ Cloth Hall จนถึงปัจจุบัน แต่อีกตำนานเล่าว่าหลังจากที่น้องชายฆ่าพี่ชายแล้ว หอคอยด้านใต้ได้รับการก่อสร้างจนแล้วเสร็จด้วยฝีมือของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก่อนที่น้องชายจะตกจากหอคอยลงมาตาย

นอกจากตำนานการสร้างหอคอยแล้ว หอคอยนี้ยังมีตำนานเกี่ยวกับการแจ้งเตือนภัยด้วย ในยุคกลาง การแจ้งเตือนภัยมักถูกกระทำที่หอคอยอันสูงซึ่งถูกใช้เป็นที่เฝ้าระวังเมืองด้วย การแจ้งเตือนประกอบด้วยการบอกเวลาเปิดปิดประตูเมือง แจ้งเตือนไฟไหม้หรือมีศัตรูบุก แต่เมื่อโปแลนด์ถูกบุกโดยชาว Tatars ในคริสต์ศตวรรษที่ 12 รัฐบาลจึงสั่งให้ยามเฝ้าหอคอยตลอด 24 ชั่วโมง เมื่อยามเห็นชาว Tatars เขาก็เริ่มส่งสัญญาณเตือน แต่ยามกลับถูกธนูยิงของชาว Tatars ยิงเข้าที่คอจนเสียชีวิต

ส่วนที่นั่งในโบสถ์ใต้หลังคาโค้งที่ถูกจัดวางในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 16 นี้ได้รับการตกแต่งด้วยรูปพระเยซูและพระแม่มารี ด้านนอกหน้าต่างของหอสวดมนต์มีระฆังซึ่งถูกแกะสลักโดย Kacper Koerber of Wroclaw ในปี 1736 ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 18 โบสถ์ได้รับการตกแต่งด้วยแนวทางศิลปะที่วิจิตรตระการตาขึ้นเป็นแบบบาโรคโดยการควบคุมของ Francesco Placidi โดยเลียนแบบโบสถ์ Church of the Holy Sepulchre ในเยรูซาเรม ส่วนของประตูตกแต่งด้วยผลงานประติมากรรมเป็นรูปของผู้พยากรณ์ สาวกของพระเยซู และเซนต์ของชาวโปลล์โดย Karol Hukan สำหรับกระจกสีนั้นเป็นผลงานของศิลปิน Stanislaw Wyspianski ศิลปินดังชาวโปลแห่งคริสต์ศตวรรษที่ 19

นักท่องเที่ยวที่ได้มีโอกาสเยือนโบสถ์แห่งนี้จะได้มีประสบการณ์กับศิลปะที่หลากหลายแนวแต่ก็ดูสวยงามกลมกลืนอย่างไม่มีที่ติสมกับเป็นโบสถ์ที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโปแลนด์เลยทีเดียว

Pope John Paul II

Pope John Paul II
บรรยากาศในโบสถ์ถ่ายจากด้านหน้า

บรรยากาศในโบสถ์ถ่ายจากด้านหน้า
บรรยากาศโบสถ์ถ่ายจากด้านหลัง

บรรยากาศโบสถ์ถ่ายจากด้านหลัง
บรรยากาศในโบสถ์

บรรยากาศในโบสถ์
บรรยากาศในโบสถ์

บรรยากาศในโบสถ์
ตัวอย่าง Altar

ตัวอย่าง Altar
ด้านหน้าโบสถ์ St.Mary Basilica

ด้านหน้าโบสถ์ St.Mary Basilica

แหวกฟ้าหาฝัน : Oskar Schindler’s Factory

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/330311

แหวกฟ้าหาฝัน :  Oskar Schindler’s Factory

แหวกฟ้าหาฝัน : Oskar Schindler’s Factory

วันอาทิตย์ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

การจัดแสดงในมิวเซียม

เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า หนึ่งในไฮไลท์ของการเที่ยวโปแลนด์ก็คือ การเข้ามิวเซียมที่เกี่ยวเนื่องกับสงครามโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าไปถึงเมือง Krakow ซึ่งคนส่วนใหญ่มักคิดถึงการไปเยือนคุก Auschwitz ที่อยู่ไม่ไกลจากเมืองนี้มากนัก แต่แท้ที่จริงแล้วเมือง Krakow ยังมีสถานที่ประวัติศาสตร์สำคัญในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองอีกแห่งที่นักท่องเที่ยวต้องเยือนให้ได้ก็คือ Oskar Schindler’s Factory ทั้งนี้เพราะที่แห่งนี้เป็นที่หลบภัยชั้นหนึ่งของชาวยิวในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองนั่นเอง

Oskar Schindler เป็นใคร ทำไมเขาจึงกล้าใช้โรงงานของเขาเป็นที่หลบภัยให้กับชาวยิวกว่าพันคน เรื่องราวของเขาได้รับการสร้างเป็นภาพยนตร์ที่ได้รับรางวัลออสการ์ในปี 1982 Schindler เกิดที่เมือง Zwittau และทำการค้าหลากหลายอย่างก่อนสมัครเป็นสมาชิกของ Abwehr สำนักข่าวกรองของกองทัพนาซีในปี 1936 ก่อนสมัครเป็นสมาชิกพรรคนาซีในปี 1939 ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนนาซีจะเข้ายึดโปแลนด์ Schindler ได้เข้าซื้อโรงงานกระเบื้องในเมือง Krakow ซึ่งเขาจ้างคนงานถึง 1,750 คน
โดยเป็นชาวยิวมากถึง 1,000 คน การที่เขาเป็นสายลับเก่าทำให้เขาสามารถปกป้องคนงานของเขาจากการถูกส่งตัวไปเผาที่คุก Auschwitz ได้ แต่เขาก็ต้องแลกกับการจ่ายเงินและของมีค่ามากมายใต้โต๊ะให้กับทหารนาซีจำนวนมาก

เมื่อเยอรมันแพ้สงครามในช่วงเดือนกรกฎาคมปี 1944 ฝ่ายพันธมิตรเริ่มไล่ปิดแคมป์ทางทิศตะวันตกและส่งผู้ถูกจับกุมไปทางทิศตะวันตก บางส่วนก็ถูกสังหารที่คุก Auschwitzในช่วงเวลาเดียวกัน Schindler ก็เกลี้ยกล่อมและติดสินบน Amon Goth นายพลผู้ดูแลและพรรคพวกให้อนุญาตให้เขาย้ายโรงงานไปทางใต้ส่งผลให้เขาสามารถที่จะช่วยเหลือคนงานให้รอดพ้นจากการรมก๊าซทั้งเป็นในคุก นอกจากนี้เขายังดูแลคนงานอย่างดีโดยใช้เงินจำนวนมากซื้อของจากตลาดมืดเพื่อดูแลความเป็นอยู่ของคนงานจนหมดตัว

หลังสงครามโลกครั้งที่สองเขาย้ายไปอยู่เยอรมันโดยต้องรับเงินช่วยเหลือจากองค์กรที่ช่วยเหลือชาวยิวเป็นการตอบแทน หลังจากได้รับเงินชดเชยที่เขาจ่ายให้กับชาวยิวจำนวนหนึ่ง เขาจึงพา Emillie ภรรยาย้ายไปอยู่อาร์เจนตินาเพื่อทำฟาร์ม อย่างไรก็ดี เขากลับประสบปัญหาล้มละลายและเลิกกับภรรยาจนต้องย้ายกลับมาอยู่เยอรมันและดำรงชีวิตด้วยเงินช่วยเหลือจาก Schindler Jews อีกครั้งชาวยิวที่ได้รับความช่วยเหลือจากเขาต่างสำนึกในบุญคุณและได้แต่งตั้งให้เขาเป็น Righteous Among the Nations โดยรัฐบาลอิสราเอลในปี 1963 แม้เขาจะเสียชีวิตที่ Hildesheim ในเยอรมัน แต่ได้รับการฝังอย่างสมเกียรติที่ Mount Zion ในเยรูซาเรม

นิทรรศการที่จัดแสดงในโรงงานของ Schindler นี้พูดถึงเมือง Krakow และชีวิตผู้คนทั้งชาวโปลและชาวยิวในช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง ปี 1939-1945 ภายใต้การปกครองของนาซีเยอรมัน หลังจากที่ Steven Spielberg ได้สร้างภาพยนตร์เรื่อง Schindler’s List จนได้รับรางวัลออสการ์ โรงงานแห่งนี้ก็กลายเป็นจุดสนใจจากนักท่องเที่ยวทั่วโลกโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่โปแลนด์ได้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของสมาชิกยุโรปแล้ว รัฐบาลโปแลนด์ได้พยายามที่จะจัดแสดงถึงเรื่องราวชีวิตของ Schindler ตามความเป็นจริง เพราะห้องทำงานและส่วนต่างๆ ของโรงงานส่วนใหญ่ยังได้รับการอนุรักษ์ให้อยู่ในสภาพดี มิได้ถูกทำลายจากสงคราม

นักท่องเที่ยวที่ได้มาเยือนโรงงานจะรู้สึกเหมือนอยู่ในสถานการณ์จริงในช่วงสงคราม เพราะทีมงานที่จัดนิทรรศการไม่ว่าจะเป็นKatarzyna Zimmerer, Grzegorz Jeżowski, Edyta Gawron และ Barbara Zbroja ล้วนเป็นผู้เชี่ยวชาญพิเศษทางด้านประวัติศาสตร์เฉกเช่นเดียวกันกับ Monika Bednarek ภัณฑารักษ์ของมิวเซียมที่พยายามรังสรรค์ให้มิวเซียมมีสภาพเหมือนโรงงาน และสถานที่บอกเล่าเรื่องราวตามความเป็นจริงของสงครามในเมืองในช่วงเวลาสงครามโลกครั้งที่สอง ของจัดแสดงไม่ว่าจะเป็นวัตถุ ภาพถ่าย หนังสือพิมพ์ หรือเอกสารส่วนบุคคล ผลผลิตจากโรงงาน ล้วนมาจากห้วงเวลานั้นทั้งนั้น นอกจากนี้ทางมิวเซียมยังทำภาพยนตร์เพิ่มเติมเพื่อบอกเล่าเรื่องราวให้นักท่องเที่ยวรู้สึกเสมือนหนึ่งกำลังเดินอยู่ในเมืองในช่วงเวลานั้นซึ่งช่วยเพิ่มอรรถรสในการเยือนมิวเซียมมากขึ้นด้วย แม้มิวเซียมจะดูสนุกราวกับกำลังย้อนกลับไปในห้วงเวลาสงคราม แต่หลังจากเสร็จสิ้นการเยือนมิวเซียมนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่คงรู้สึกเหมือนๆ กันนั่นคือ หดหู่ และภาวนาขออย่าให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีกเลย ไม่ว่าจะเป็นที่ใดในโลก

Oscarschindler factory ที่นี่คนเป็นล้านเด็กยิ่งเยอะ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีคนเยอะสุดตั้งแต่มาเที่ยวโปแลนด์ก็ว่าได้ เขาพูดถึงชีวิตในช่วงที่เยอรมันมาครอบครองโปแลนด์ และทำให้คนยิวได้รับความทุกข์ระทม แต่ที่นี่กลายเป็นสวรรค์เพราะยังคงเลี้ยงผู้คนแบบมนุษย์

การสร้างกำแพง Ghetto

การสร้างกำแพง Ghetto
ห้องทำงาน Oskar Schindler

ห้องทำงาน Oskar Schindler
หน้ากากกันก๊าซ

หน้ากากกันก๊าซ
ผลผลิตจากโรงงาน

ผลผลิตจากโรงงาน
ทหารนาซีตัดผมชาวยิว

ทหารนาซีตัดผมชาวยิว
ตัวอย่างของที่นาซีปล้นชาวโปลและชาวยิว

ตัวอย่างของที่นาซีปล้นชาวโปลและชาวยิว
ชาวยิวที่ถูกทหารนาซีแขวนคอ

ชาวยิวที่ถูกทหารนาซีแขวนคอ
จำลองสถานการณ์บ้านชาวยิว

จำลองสถานการณ์บ้านชาวยิว

แหวกฟ้าหาฝัน : View of Women Exhibition

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/328826

แหวกฟ้าหาฝัน :  View of Women Exhibition

แหวกฟ้าหาฝัน : View of Women Exhibition

วันอาทิตย์ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

Pregnant Women by Xawery Dunikowski

สำหรับ View of Women นิทรรศการที่ภัณฑารักษ์เลือกมาจัดใน MuseumArt of Stanislaw Wyspianski นั้นเป็นการนำผลงานศิลปะเกี่ยวกับมุมมองต่อผู้หญิงของสองศิลปินดังมาประชันกัน คนแรกคือ Auguste Rodin นักประติมากรรมชาวฝรั่งเศส ศิลปินที่มีชื่อเต็มว่า Francois Auguste Rene Rodin ที่ถือเป็นบิดาของงานประติมากรรมยุคใหม่นี้มีความซับซ้อนอ่อนไหว และมีอัตลักษณ์อย่างยิ่ง อีกทั้งยังเน้นถึงการสื่อถึงอิริยาบถปกติของมนุษย์เพื่อถ่ายทอดอารมณ์มากกว่านำเสนอผลงานถึงตัวละครในนิยายปรัมปราทั่วไปเฉกเช่นเดียวกับศิลปินในยุคก่อนหน้า Rodin มักใช้ความรู้ทางด้านกายวิภาคและจิตวิทยา ร่วมกับทักษะในการแกะสลักของเขาถ่ายทอดความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติผ่านทางสีหน้า และท่าทางที่มีหลากหลายอารมณ์ความรู้สึกได้อย่างละเอียดอ่อนและลึกซึ้ง

ผลงานของ Rodin โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานประติมากรรมนั้นชื่อว่าเป็นงานที่เปิดเผยถึงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ ร่างกายและธรรมชาติได้อย่างลึกซึ้งที่สุดคนหนึ่งของประวัติศาสตร์ศิลป์ นักท่องเที่ยวที่มีโอกาสได้ยลงานของ Rodin ส่วนใหญ่ก็จะสามารถสัมผัสได้ถึงอารมณ์ของตัวละครที่เขารังสรรค์ขึ้นราวกับกำลังโลดแล่นอยู่ในชีวิตจริงอย่างใดอย่างนั้น เช่น Couching Women, Standing Saphic Couple แม้งานที่มีชื่อเสียงส่วนใหญ่ของเขาจะเป็นงานประติมากรรม แต่ก็มีงานแนวจิตรกรรมและแบบร่างให้เห็นอยู่บ่อย ๆ เช่นกัน ผลงานที่จัดแสดงในนิทรรศการนี้นักท่องเที่ยวก็จะสามารถสัมผัสได้ถึงอัจฉริยภาพของเขาทุกรูปแบบไม่เพียงประติมากรรม ยังมีงานจิตรกรรมและภาพล่างด้วย

นอกจากศิลปินระดับโลกแล้ว โดยทั่วไปภัณฑารักษ์มักจัดผลงานของศิลปินประจำชาติหรือประจำถิ่นมาเปรียบเทียบ สำหรับนิทรรศการView of Women นั้น ภัณฑารักษ์เลือกงานของ Xawery Dunikowski ศิลปินชาวเมือง Krakow มาให้ศึกษาเปรียบเทียบ Xawery Dunikowski นักประติมากรรมยุค Neo- Romantic ชาว Krakow ที่เกิดในปี 1875 นี้ถือเป็นศิลปินชาวโปลคนหนึ่งที่โด่งดังมาก เนื่องจากไม่เพียงเขาจะสามารถรังสรรค์งานประติมากรรมได้อย่างยอดเยี่ยมแล้ว เขายังเป็นชาวโปลไม่กี่คนที่รอดพ้นความตายมาจากคุก Auschwitz อีกทั้งยังสามารถใช้ประสบการณ์อันเลวร้ายมารังสรรค์ผลงานศิลปะได้อย่างโดดเด่น

Dunikowskiเป็นคนที่ชอบสะสมงานศิลปะตั้งแต่ยังเล็ก เมื่อเขาย้ายไปอยู่กรุงวอร์ซอร์ เขาก็เข้าเรียนศิลปะด้านประติมากรรมภายใต้การดูแลของBoleslaw Wyrewicz ก่อนจะย้ายกลับมาอยู่ Krakow เพื่อเข้าเรียนที่ School of Fine Art ทางด้านประติมากรรมกับ KonstantyLaszczka และเรียนจิตรกรรมกับ Jan Stanislawski โดยจบการศึกษาระดับเกียรตินิยมภายในเวลาเพียงแค่ 3 ปี หลังจากนั้นเขาก็ไปสอนศิลปะด้านประติมากรรมที่ Academy of Fine Arts ณ กรุงวอร์ซอร์ จนได้รับแต่งตั้งให้เป็น Chair of Sculpture ที่ Jan Matejko Academy of Fine Arts เมือง Krakow

ในวันที่ 18 มกราคม 1905 เขาทะเลาะกับ Waclaw Pawliszczakศิลปินชาววอร์ซอร์และยิง Pawliszczakตายจึงถูกจับและประกันตัวออกมา เขาจึงหนีไปปารีสและอยู่ที่นั่น 5 ปีก่อนย้ายกลับมาเป็นหัวหน้าภาควิชาประติมากรรมที่ Academy of Fine Arts เมือง Krakow อีกครั้งจนถูกจับในปี 1940 และถูกส่งไปอยู่คุก Auschwitz การที่เขาถูกบีบบังคับให้สร้างงานศิลปะในคุก แต่ปฏิเสธ เขาจึงเกือบถูกประหารหลายครั้ง แต่ก็มีคนช่วยไว้ ภายหลังจากอยู่ในคุกได้ 2 ปี สุขภาพของเขาเริ่มเสื่อมโทรมลงจึงถูกส่งตัวไปอยู่โรงพยาบาล และได้รับการลดโทษ เมื่อสุขภาพเขาเริ่มดีขึ้นเขาก็เริ่มยอมวาดรูปภาพร่างใหม่

หลังสงคราม เขาเริ่มสร้างสรรค์งานที่เกี่ยวเนื่องกับคุกAuschwitz เพิ่มขึ้นอีกจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นงานภาพร่างหรืองานประติมากรรม เนื่องจากเขาเป็นศิลปินที่อายุยืนจึงมีเวลาสร้างสรรค์ผลงานอีกหลายปีหลังจากเริ่มงานอย่างจริงจังเมื่ออายุได้ 70 ปี หลังออกจากคุก ผลงานเด่นๆ ของเขา เช่น Pregnant Woman, Motherhoodที่ได้รับโอกาสไปจัดแสดงในที่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นวอร์ซอร์ หรือมอสโกเป็นผลงานที่ภัณฑรักษ์เลือกมาจัดแสดงในนิทรรศการ View of Women นี้ด้วยนั้น สะท้อนให้เห็นถึงอัจฉริยภาพของเขาในการถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกออกมาในงานประติมากรรมได้อย่างยอดเยี่ยมสมกับเป็นนักประติมากรรมเอกที่ชาวโปลภาคภูมิใจ

Bust of Singer by Dunikowski

Bust of Singer by Dunikowski
ผลงานจิตรกรรมของ Rodin

ผลงานจิตรกรรมของ Rodin
ตัวอย่างงานแบบร่างของ Rodin

ตัวอย่างงานแบบร่างของ Rodin
งานของ Dunikowski

งานของ Dunikowski
Standing Saphic Couple by Rodin

Standing Saphic Couple by Rodin
Head of Sara by Dunikowski

Head of Sara by Dunikowski
French Women by Dunikowski

French Women by Dunikowski
Crouching Woman by Rodin

Crouching Woman by Rodin

แหวกฟ้าหาฝัน : Museum Art of Stanislaw Wyspianski เมือง Krakow

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/327366

แหวกฟ้าหาฝัน : Museum Art of Stanislaw Wyspianski เมือง Krakow

แหวกฟ้าหาฝัน : Museum Art of Stanislaw Wyspianski เมือง Krakow

วันอาทิตย์ ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

Fresco work from Francis Basillica

นักท่องเที่ยวที่มา Krakow และต้องการเยี่ยมชมมิวเซียมของศิลปินเด่นๆชาวโปลมิวเซียมหนึ่งที่ควรเยือนก็คือMuseum Art of Stanislaw Wyspianskiศิลปินผู้นี้ไม่เพียงมีความสามารถทางด้านจิตรกรรมเท่านั้น ยังเป็นศิลปินที่มีความสามารถอีกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นออกแบบเฟอร์นิเจอร์ เขียนบทประพันธ์และแต่งกลอนอีกต่างหาก ความสามารถในการเขียนนี่เองที่ทำให้เขาสามารถที่จะสร้างสรรค์งานที่ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวทางด้านปรัชญาของชาวโปลรุ่นใหม่จนได้รับการยกย่องให้เป็น The Fourth Polish Bard

Stanislaw Wyspianski เกิดในครอบครัวศิลปิน ที่บิดาเขาเป็นนักประติมากรรม มารดาเขาเสียชีวิตตั้งแต่เขามีอายุได้ 7 ปีเมื่อบิดาของเขาติดเหล้าเสียจนกระทั่งไม่สามารถเป็นผู้ปกครองได้ เขาเลยต้องมาอยู่ในความดูแลของน้า Joanna Stankiewiczowaซึ่งเป็นครอบครัวชนชั้นกลางที่มีการศึกษาดี เขาจึงคุ้นเคยกับ Jan Matejko จิตรกรที่มาเยี่ยมเยียนบ้านน้าสาวประจำ Matejko เห็นแววความเป็นศิลปินของเขาจึงแนะนำน้าสาวให้ส่งเขาเข้าเรียนศิลปะที่ St.Anne โรงเรียนที่อนุญาตให้เรียนภาษาโปลประวัติศาสตร์ รวมทั้งวรรณคดีโปลด้วย เมื่อเขาได้รับโอกาสดี ประกอบกับความสนใจทั้งทางด้านศิลป์และวรรณคดี เขาจึงตั้งใจเรียนและเริ่มผลิตผลงานทางด้านจิตรกรรม และงานตกแต่งอาวุธออกมา ต่อมาเขาเข้าเรียนทางด้านปรัชญาที่มหาวิทยาลัย Jagiellonianและ School of Fine Art ในเมือง Krakow คณบดีของ School of Fine Art เห็นแววความสามารถทางด้านศิลปะของเขาจึงอนุญาตให้เขาเข้าร่วมสร้างสรรค์งานตกแต่งโบสถ์ Mariacki ตั้งแต่อายุยังน้อย

เนื่องจาก Stanislaw Wyspianskiเป็นศิลปินยุคใหม่ที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งของโปแลนด์และมีความสัมพันธ์กับเมือง Krakow อย่างใกล้ชิด ประกอบกับ National Museum Krakow มีผลงานของเขาอยู่เป็นจำนวนมากที่สุดในประเทศ เทศบาลเมืองจึงตัดสินใจเปิดมิวเซียมเฉพาะเพื่ออุทิศให้กับศิลปิน มิวเซียมที่ถูกสร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับจิตรกรที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งของโปแลนด์ในยุคปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 นี้ เปิดทำการครั้งแรกในปี 1983 วิธีการจัดแสดงจะเรียงลำดับตามระยะเวลาในการสร้างสรรค์ผลงานโดยแบ่งเป็นห้องต่างๆ เช่น ห้องเกี่ยวกับชีวิต สิ่งแวดล้อมและการเดินทาง ซึ่งจัดแสดงผลงานของศิลปินในระหว่างที่เขาเดินทางและภาพเหมือนของเพื่อนและครอบครัว ห้อง Zelenskis’Drawing เป็นห้องที่จัดแสดงผลงานเฟอร์นิเจอร์ที่ออกแบบโดย Wyspianskiห้อง Meeting เป็นห้องที่ศิลปินเป็นผู้ออกแบบในปี 1904 ที่จัดแสดงผลงานจิตรกรรมของ Olga Boznanska, Julian Falat, ห้อง Francisan Workshop เป็นห้องที่เลียนแบบการตกแต่งโบสถ์ Franciscanใน Krakow ที่ศิลปินเป็นผู้ออกแบบ Wyspianski มีความเชื่อว่าภาพเหมือนเป็นตัวแทนของการสะท้อนช่วงเวลา เขาจึงนิยมวาดภาพคนทั่วไปตามแบบฉบับของตัวเองที่สื่อให้เห็นถึงเสน่ห์และความไร้เดียงสาของเด็ก เช่น Motherhood, Portrait of a Girl, Self Portrait หรือภาพทิวทัศน์ของเมืองที่แสดงให้เห็นอย่างเด่นชัดถึงความรักที่มีต่อบ้านเกิด เช่น View of Wawel นักท่องเที่ยวที่ได้เยือนมิวเซียมแห่งนี้ไม่เพียงจะสามารถที่จะดื่มด่ำกับผลงานด้านจิตรกรรม งานกระจกสีตกแต่งโบสถ์ และประติมากรรมที่รังสรรค์อย่างยาวนาน 37 ปี อย่างเต็มอิ่มเกือบ 900 ชิ้น จากศิลปินผู้นี้เท่านั้น ที่นี่ยังจัดนิทรรศการผลงานของศิลปินอื่นๆ ด้วยเช่น นิทรรศการ Vision of Woman

Madonna and Child 1904

Madonna and Child 1904
View of Wawel

View of Wawel
Self Portrait 1902

Self Portrait 1902
Self Portrait 1894

Self Portrait 1894
Motherhood 1905

Motherhood 1905

แหวกฟ้าหาฝัน : Museum of Ancient Art Krakow

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/325797

แหวกฟ้าหาฝัน :  Museum of Ancient Art  Krakow

แหวกฟ้าหาฝัน : Museum of Ancient Art Krakow

วันอาทิตย์ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

งานประติมากรรมกรีก

นักท่องเที่ยวที่มาเยือน Krakow และซื้อ Krakow card แล้ว ย่อมอยากบริหาร card ให้ได้ประโยชน์สูงสุด มิวเซียมหนึ่งที่ควรเข้าก็คือ Museum of Ancient Art ที่นี่แม้จะไม่ใหญ่โตมาก และไม่ได้มีของจัดแสดงมากมายเฉกเช่นมิวเซียมใหญ่อย่าง Louvre ของปารีส หรือ Vatican Museum ของโรม แต่ที่นี่ก็มีของจัดแสดงที่เกี่ยวข้องกับโรมัน และอียิปต์อยู่ไม่น้อย นักท่องเที่ยวที่ชอบศึกษาหาความรู้หรือชอบมัมมี่ก็สามารถที่จะทัศนาได้อย่างจุใจเช่นกัน มิวเซียมที่ตั้งอยู่ในอาคารที่ก่อสร้างขึ้นตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 15 นี้เคยเป็นที่เก็บสะสมอาวุธ เกราะ และลูกปืนมาก่อน ราวทศวรรษที่ 1800 ที่นี้ได้รับการปรับปรุงใหม่โดยขยายพื้นที่และปรับรูปแบบอาคารให้มีศิลปะแบบ Neo Gothic และได้เพิ่มส่วนห้องสมุดขึ้นมาใหม่ รวมทั้งได้รับของสะสมมาจากเจ้าชาย Czartoryski มาเพิ่มเติม

นอกจากนี้ ที่นี่ยังเคยมีภาพ Lady with an Ermine ของ Leonardo da Vinci ด้วย ภาพยอดนิยมของดาวินชี่ของชาวโปลนี้นี่เองที่เคยใช้เป็นเครื่องดึงดูดให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกหลั่งไหลมายังมิวเซียมแห่งนี้ แต่ปัจจุบันภาพเขียนนี้ได้ถูกย้ายไปจัดแสดงที่ National Museum แล้ว ถึงกระนั้นก็ตามมิวเซียมแห่งนี้ก็ยังมีของสะสมแนว Ancient art ไม่ว่าจะเป็นงานกรีก อียิปต์ โรมันที่น่าสนใจอยู่อีกหลายชิ้น เช่น มัมมี่แมว งานอียิปต์ที่เป็นของสะสมของ Czartoryskiเป็นงานที่เจ้าชาย August Czartoryskiซื้อมาจากเมือง Luxor ประเทศอียิปต์ราวปี 1882 แมวที่พบได้บ่อยที่สุดในอียิปต์เป็นพันธุ์ Felix Silvestris การที่ชาวอียิปต์ทำมัมมี่แมวก็เพราะพวกเขาเชื่อว่าแมวจะช่วยต่อสู้กับสิ่งชั่วร้ายเพราะแมวมักจับหนูและงู แมวจึงได้รับการสักการะในฐานะเทพธิดาแห่งสุขภาพผู้คุ้มครองหญิงและเด็กเล็ก นอกจากนี้คนอียิปต์ยังเชื่อว่าแมวจะปกป้องไม่ให้พวกเขาถูกสัตว์ร้ายไม่ว่าจะเป็นงูหรือแมงป่องกัด อีกทั้งยังป้องกันโรคภัยและความเจ็บป่วยได้ด้วย

นอกจากมัมมี่แมวแล้ว ที่นี่ยังมีมัมมี่เหยี่ยวจากตระกูล Falconidae การทำมัมมี่เหยี่ยวของชาวอียิปต์ก็มาจากความเชื่อของชาวอียิปต์ที่ว่าเหยี่ยวคือสัญลักษณ์ของสวรรค์ การที่เหยี่ยวสามารถที่จะจับเหยื่อและบินได้สูงมาก อีกทั้งยังจับเหยื่อได้เก่งทำให้พวกเขาเชื่อว่าเหยี่ยวคือผู้นำของท้องฟ้า หลายคนคงสงสัยว่า เมื่อเหยี่ยวมีความสามารถในการบินและล่าเหยื่อ เหตุใดมันจึงถูกนำมาทำมัมมี่ การศึกษาด้วยภาพถ่าย 3 มิติพบว่า เหยี่ยวที่ถูกจับมาทำมัมมี่นี้ถูกบังคับให้กินอิ่มเกินจนท้องแตกตาย ในมื้อสุดท้ายของชีวิตของเหยี่ยวพวกนี้มันจะถูกบังคับให้กินหนู ยิ่งกว่านั้นที่นี่ยังมีมัมมี่เฉพาะส่วนมือของมนุษย์ให้ได้ชมด้วย

งาน Ancient Art อื่นของอียิปต์ที่มิวเซียมส่วนใหญ่ต้องมีอีกชิ้นก็คือ โลงศพ โลงศพนี้ไม่เพียงมีไว้เพื่อปกป้องศพจากสัตว์และขโมย ยังมีความสำคัญทางศาสนาด้วย มันจึงมักได้รับการตกแต่งอย่างดี โดยทั่วไปโลงศพมักทำจากวัสดุที่มีน้ำหนักเบา เช่น กระดาษปาปีรุสและผ้าลินินโดยมีการโบกด้วยปูนปาสเตอร์และตกแต่งบนโลงเพื่อบอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับศาสนา ลักษณะของโลงในแต่ละยุคสมัยมีความแตกต่างกัน ผู้เชี่ยวชาญด้านอียิปต์วิทยาสามารถบอกอายุของศพได้คร่าวๆ เมื่อเห็นโลงด้วย

งาน Ancient Art ที่เด่นอีกชุดของมิวเซียมนี้คือ งานกรีก ที่มีทั้งถ้วยโถโอชาม งานประติมากรรม และงานสถาปัตยกรรม โดยทั่วไปงานสถาปัตยกรรมที่จัดแสดงในมิวเซียมมักเป็นส่วนเสี้ยวเท่านั้น เช่น เสา หรือกำแพง งานหลักๆ ที่จัดแสดงได้มักเป็นงานประติมากรรม ส่วนงานโรมันนั้นก็พัฒนามาจากงานกรีกและ Etruscan โดยมักเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการสรรเสริญพระเจ้าและชีวิตประจำวันของผู้คนในยุคนั้น

บรรยากาศด้านทางเข้า

บรรยากาศด้านทางเข้า

มัมมี่ส่วนมือ

มัมมี่ส่วนมือ
มัมมี่แมว

มัมมี่แมว
บรรยากาศภายในห้องจัดแสดง

บรรยากาศภายในห้องจัดแสดง
บรรยากาศภายในมิวเซียม

บรรยากาศภายในมิวเซียม
ทางเข้ามิวเซียม

ทางเข้ามิวเซียม
ถ้วยชาม

ถ้วยชาม

แหวกฟ้าหาฝัน : Amber Museum Krakow

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/324323

แหวกฟ้าหาฝัน : Amber Museum Krakow

แหวกฟ้าหาฝัน : Amber Museum Krakow

วันอาทิตย์ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

Winged Horse

นักท่องเที่ยวที่ซื้อ Krakow card มิวเซียมหนึ่งซึ่งเข้าฟรีด้วยก็คือ Amber Museum นักท่องเที่ยวที่ไม่ได้มีโอกาสไปเมือง Gdansk และสนใจเรื่องราวเกี่ยวกับAmber จึงควรเข้าชมด้วย แต่หากนักท่องเที่ยวได้ชม Amber Museum ที่เมืองGdansk แล้ว และมีเวลาน้อย อาจไม่เข้าชมก็ได้ อย่างไรก็ดี Amber Museum เมือง Krakow นี้ก็จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับ Amber และผลงานศิลปะที่ไม่เหมือนกับที่ Gdansk มิวเซียมที่ก่อตั้งขึ้นจากแรงบันดาลใจของ Tomasz Mikoljczykเจ้าของนี้จัดแสดงผลงานที่มีความเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองเฉกเช่นเดียวกับมิวเซียม Amber ที่เมือง Gdansk แม้ว่า Krakowจะไม่ใช่เมืองที่เป็นต้นกำเนิด Amber เลยก็ตามมิวเซียมนี้จัดแสดงให้เห็นถึงความสวยงามความหลากหลายของสีและรูปร่างของ Amber ได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ที่นี่ยังสามารถย้ำเตือนให้นักท่องเที่ยวตระหนักได้ว่า Amber เป็นหินที่มีความสวยงามที่สุดในโลกด้วย

ของจัดแสดงที่โดดเด่นของที่นี่มีหลายชิ้น เช่น Winged Horse หรือ God of Thunder ผลงานจากนิยายกรีกปรัมปราในเรื่อง Medusa ผลงานชิ้นนี้ถูกสร้างสรรค์โดยKrzysztof Jacek Sumeradzki นักประติมากรรมร่วมสมัยชาวโปล เขาจบการศึกษาด้านการโฆษณาจาก Ciechanow และเป็นสมาชิกของ Association of Creative Work in Ciechanow และ Association of Polish Art ความเป็นศิลปินของเขาคงมาจากมารดาที่เป็นครูสอนศิลปะผลงานชิ้นนี้ของเขาไม่เพียงจะแสดงถึงเรื่องราวเกี่ยวกับตัวม้าติดปีกที่ทำจาก Amber, ทองแดง เงิน และอัญมณีเท่านั้น ยังมีความอ่อนช้อยและมีอัตลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครด้วย

โดยทั่วไป ผลงานศิลปะเกี่ยวกับศาสนจักรมักไม่มีกาลเวลา งานอำพัน Christ Crusified นี้ เป็นผลงานจากน้ำพักน้ำแรงอันยาวนานของ PrzemyslawKus ภายใต้การบัญชาของ Marian Keller กว่าจะได้งานอำพันแต่ละชิ้นมีขั้นตอนมากมายในการเลือกอำพัน PrzemyslawKus ศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้เกิดในครอบครัวนักประติมากรรม เขาเรียนรู้งานประติมากรรมจากบิดาก่อนจบการศึกษาด้านประวัติศาสตร์และแกะสลักไม้ ปัจจุบันเขาเปิดบริษัทรับแกะสลักงานอำพันโดยเฉพาะ ชิ้นงานที่เขารับมักเป็นงานที่ต้องการความประณีตและความเอาใจใส่อย่างสูง เช่น ภาพของ Master และผลงานจากภาพเขียนดังๆ เช่น Girl with an Ermine ของ Leonardo Da Vinciผลงานภาพเขียนที่โดดเด่นที่สุดที่เมือง Krakow ได้ครอบครอง และ Four Continent ของ Peter Paul Rubens

นอกจากการเยือน Amber Museum จะเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวสัมผัสกับงานศิลป์ที่ทำจากหินอำพันอย่างจุใจแล้ว ที่นี่ยังมีการขายเครื่องประดับ หนังสือ การฝึกอบรมเกี่ยวกับการทำเครื่องประดับ การทดสอบความแท้ของ Amber ด้วย ยิ่งกว่านั้นนักท่องเที่ยวยังสามารถจิบกาแฟอ่านหนังสือที่เกี่ยวข้องกับ Amber ได้จากห้องสมุดในมิวเซียมด้วยอีกต่างหาก

Christ Crusified

Christ Crusified
ซากสัตว์ใน Amber

ซากสัตว์ใน Amber
เครื่องประดับจาก Amber

เครื่องประดับจาก Amber
ของจัดแสดงในมิวเซียม2

ของจัดแสดงในมิวเซียม2
ของจัดแสดงในมิวเซียม

ของจัดแสดงในมิวเซียม
Girl with an Ermine

Girl with an Ermine