แหวกฟ้าหาฝัน : Oskar Schindler’s Factory

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/330311

แหวกฟ้าหาฝัน :  Oskar Schindler’s Factory

แหวกฟ้าหาฝัน : Oskar Schindler’s Factory

วันอาทิตย์ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

การจัดแสดงในมิวเซียม

เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า หนึ่งในไฮไลท์ของการเที่ยวโปแลนด์ก็คือ การเข้ามิวเซียมที่เกี่ยวเนื่องกับสงครามโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าไปถึงเมือง Krakow ซึ่งคนส่วนใหญ่มักคิดถึงการไปเยือนคุก Auschwitz ที่อยู่ไม่ไกลจากเมืองนี้มากนัก แต่แท้ที่จริงแล้วเมือง Krakow ยังมีสถานที่ประวัติศาสตร์สำคัญในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองอีกแห่งที่นักท่องเที่ยวต้องเยือนให้ได้ก็คือ Oskar Schindler’s Factory ทั้งนี้เพราะที่แห่งนี้เป็นที่หลบภัยชั้นหนึ่งของชาวยิวในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองนั่นเอง

Oskar Schindler เป็นใคร ทำไมเขาจึงกล้าใช้โรงงานของเขาเป็นที่หลบภัยให้กับชาวยิวกว่าพันคน เรื่องราวของเขาได้รับการสร้างเป็นภาพยนตร์ที่ได้รับรางวัลออสการ์ในปี 1982 Schindler เกิดที่เมือง Zwittau และทำการค้าหลากหลายอย่างก่อนสมัครเป็นสมาชิกของ Abwehr สำนักข่าวกรองของกองทัพนาซีในปี 1936 ก่อนสมัครเป็นสมาชิกพรรคนาซีในปี 1939 ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนนาซีจะเข้ายึดโปแลนด์ Schindler ได้เข้าซื้อโรงงานกระเบื้องในเมือง Krakow ซึ่งเขาจ้างคนงานถึง 1,750 คน
โดยเป็นชาวยิวมากถึง 1,000 คน การที่เขาเป็นสายลับเก่าทำให้เขาสามารถปกป้องคนงานของเขาจากการถูกส่งตัวไปเผาที่คุก Auschwitz ได้ แต่เขาก็ต้องแลกกับการจ่ายเงินและของมีค่ามากมายใต้โต๊ะให้กับทหารนาซีจำนวนมาก

เมื่อเยอรมันแพ้สงครามในช่วงเดือนกรกฎาคมปี 1944 ฝ่ายพันธมิตรเริ่มไล่ปิดแคมป์ทางทิศตะวันตกและส่งผู้ถูกจับกุมไปทางทิศตะวันตก บางส่วนก็ถูกสังหารที่คุก Auschwitzในช่วงเวลาเดียวกัน Schindler ก็เกลี้ยกล่อมและติดสินบน Amon Goth นายพลผู้ดูแลและพรรคพวกให้อนุญาตให้เขาย้ายโรงงานไปทางใต้ส่งผลให้เขาสามารถที่จะช่วยเหลือคนงานให้รอดพ้นจากการรมก๊าซทั้งเป็นในคุก นอกจากนี้เขายังดูแลคนงานอย่างดีโดยใช้เงินจำนวนมากซื้อของจากตลาดมืดเพื่อดูแลความเป็นอยู่ของคนงานจนหมดตัว

หลังสงครามโลกครั้งที่สองเขาย้ายไปอยู่เยอรมันโดยต้องรับเงินช่วยเหลือจากองค์กรที่ช่วยเหลือชาวยิวเป็นการตอบแทน หลังจากได้รับเงินชดเชยที่เขาจ่ายให้กับชาวยิวจำนวนหนึ่ง เขาจึงพา Emillie ภรรยาย้ายไปอยู่อาร์เจนตินาเพื่อทำฟาร์ม อย่างไรก็ดี เขากลับประสบปัญหาล้มละลายและเลิกกับภรรยาจนต้องย้ายกลับมาอยู่เยอรมันและดำรงชีวิตด้วยเงินช่วยเหลือจาก Schindler Jews อีกครั้งชาวยิวที่ได้รับความช่วยเหลือจากเขาต่างสำนึกในบุญคุณและได้แต่งตั้งให้เขาเป็น Righteous Among the Nations โดยรัฐบาลอิสราเอลในปี 1963 แม้เขาจะเสียชีวิตที่ Hildesheim ในเยอรมัน แต่ได้รับการฝังอย่างสมเกียรติที่ Mount Zion ในเยรูซาเรม

นิทรรศการที่จัดแสดงในโรงงานของ Schindler นี้พูดถึงเมือง Krakow และชีวิตผู้คนทั้งชาวโปลและชาวยิวในช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง ปี 1939-1945 ภายใต้การปกครองของนาซีเยอรมัน หลังจากที่ Steven Spielberg ได้สร้างภาพยนตร์เรื่อง Schindler’s List จนได้รับรางวัลออสการ์ โรงงานแห่งนี้ก็กลายเป็นจุดสนใจจากนักท่องเที่ยวทั่วโลกโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่โปแลนด์ได้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของสมาชิกยุโรปแล้ว รัฐบาลโปแลนด์ได้พยายามที่จะจัดแสดงถึงเรื่องราวชีวิตของ Schindler ตามความเป็นจริง เพราะห้องทำงานและส่วนต่างๆ ของโรงงานส่วนใหญ่ยังได้รับการอนุรักษ์ให้อยู่ในสภาพดี มิได้ถูกทำลายจากสงคราม

นักท่องเที่ยวที่ได้มาเยือนโรงงานจะรู้สึกเหมือนอยู่ในสถานการณ์จริงในช่วงสงคราม เพราะทีมงานที่จัดนิทรรศการไม่ว่าจะเป็นKatarzyna Zimmerer, Grzegorz Jeżowski, Edyta Gawron และ Barbara Zbroja ล้วนเป็นผู้เชี่ยวชาญพิเศษทางด้านประวัติศาสตร์เฉกเช่นเดียวกันกับ Monika Bednarek ภัณฑารักษ์ของมิวเซียมที่พยายามรังสรรค์ให้มิวเซียมมีสภาพเหมือนโรงงาน และสถานที่บอกเล่าเรื่องราวตามความเป็นจริงของสงครามในเมืองในช่วงเวลาสงครามโลกครั้งที่สอง ของจัดแสดงไม่ว่าจะเป็นวัตถุ ภาพถ่าย หนังสือพิมพ์ หรือเอกสารส่วนบุคคล ผลผลิตจากโรงงาน ล้วนมาจากห้วงเวลานั้นทั้งนั้น นอกจากนี้ทางมิวเซียมยังทำภาพยนตร์เพิ่มเติมเพื่อบอกเล่าเรื่องราวให้นักท่องเที่ยวรู้สึกเสมือนหนึ่งกำลังเดินอยู่ในเมืองในช่วงเวลานั้นซึ่งช่วยเพิ่มอรรถรสในการเยือนมิวเซียมมากขึ้นด้วย แม้มิวเซียมจะดูสนุกราวกับกำลังย้อนกลับไปในห้วงเวลาสงคราม แต่หลังจากเสร็จสิ้นการเยือนมิวเซียมนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่คงรู้สึกเหมือนๆ กันนั่นคือ หดหู่ และภาวนาขออย่าให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีกเลย ไม่ว่าจะเป็นที่ใดในโลก

Oscarschindler factory ที่นี่คนเป็นล้านเด็กยิ่งเยอะ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีคนเยอะสุดตั้งแต่มาเที่ยวโปแลนด์ก็ว่าได้ เขาพูดถึงชีวิตในช่วงที่เยอรมันมาครอบครองโปแลนด์ และทำให้คนยิวได้รับความทุกข์ระทม แต่ที่นี่กลายเป็นสวรรค์เพราะยังคงเลี้ยงผู้คนแบบมนุษย์

การสร้างกำแพง Ghetto

การสร้างกำแพง Ghetto
ห้องทำงาน Oskar Schindler

ห้องทำงาน Oskar Schindler
หน้ากากกันก๊าซ

หน้ากากกันก๊าซ
ผลผลิตจากโรงงาน

ผลผลิตจากโรงงาน
ทหารนาซีตัดผมชาวยิว

ทหารนาซีตัดผมชาวยิว
ตัวอย่างของที่นาซีปล้นชาวโปลและชาวยิว

ตัวอย่างของที่นาซีปล้นชาวโปลและชาวยิว
ชาวยิวที่ถูกทหารนาซีแขวนคอ

ชาวยิวที่ถูกทหารนาซีแขวนคอ
จำลองสถานการณ์บ้านชาวยิว

จำลองสถานการณ์บ้านชาวยิว

แหวกฟ้าหาฝัน : View of Women Exhibition

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/328826

แหวกฟ้าหาฝัน :  View of Women Exhibition

แหวกฟ้าหาฝัน : View of Women Exhibition

วันอาทิตย์ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

Pregnant Women by Xawery Dunikowski

สำหรับ View of Women นิทรรศการที่ภัณฑารักษ์เลือกมาจัดใน MuseumArt of Stanislaw Wyspianski นั้นเป็นการนำผลงานศิลปะเกี่ยวกับมุมมองต่อผู้หญิงของสองศิลปินดังมาประชันกัน คนแรกคือ Auguste Rodin นักประติมากรรมชาวฝรั่งเศส ศิลปินที่มีชื่อเต็มว่า Francois Auguste Rene Rodin ที่ถือเป็นบิดาของงานประติมากรรมยุคใหม่นี้มีความซับซ้อนอ่อนไหว และมีอัตลักษณ์อย่างยิ่ง อีกทั้งยังเน้นถึงการสื่อถึงอิริยาบถปกติของมนุษย์เพื่อถ่ายทอดอารมณ์มากกว่านำเสนอผลงานถึงตัวละครในนิยายปรัมปราทั่วไปเฉกเช่นเดียวกับศิลปินในยุคก่อนหน้า Rodin มักใช้ความรู้ทางด้านกายวิภาคและจิตวิทยา ร่วมกับทักษะในการแกะสลักของเขาถ่ายทอดความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติผ่านทางสีหน้า และท่าทางที่มีหลากหลายอารมณ์ความรู้สึกได้อย่างละเอียดอ่อนและลึกซึ้ง

ผลงานของ Rodin โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานประติมากรรมนั้นชื่อว่าเป็นงานที่เปิดเผยถึงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ ร่างกายและธรรมชาติได้อย่างลึกซึ้งที่สุดคนหนึ่งของประวัติศาสตร์ศิลป์ นักท่องเที่ยวที่มีโอกาสได้ยลงานของ Rodin ส่วนใหญ่ก็จะสามารถสัมผัสได้ถึงอารมณ์ของตัวละครที่เขารังสรรค์ขึ้นราวกับกำลังโลดแล่นอยู่ในชีวิตจริงอย่างใดอย่างนั้น เช่น Couching Women, Standing Saphic Couple แม้งานที่มีชื่อเสียงส่วนใหญ่ของเขาจะเป็นงานประติมากรรม แต่ก็มีงานแนวจิตรกรรมและแบบร่างให้เห็นอยู่บ่อย ๆ เช่นกัน ผลงานที่จัดแสดงในนิทรรศการนี้นักท่องเที่ยวก็จะสามารถสัมผัสได้ถึงอัจฉริยภาพของเขาทุกรูปแบบไม่เพียงประติมากรรม ยังมีงานจิตรกรรมและภาพล่างด้วย

นอกจากศิลปินระดับโลกแล้ว โดยทั่วไปภัณฑารักษ์มักจัดผลงานของศิลปินประจำชาติหรือประจำถิ่นมาเปรียบเทียบ สำหรับนิทรรศการView of Women นั้น ภัณฑารักษ์เลือกงานของ Xawery Dunikowski ศิลปินชาวเมือง Krakow มาให้ศึกษาเปรียบเทียบ Xawery Dunikowski นักประติมากรรมยุค Neo- Romantic ชาว Krakow ที่เกิดในปี 1875 นี้ถือเป็นศิลปินชาวโปลคนหนึ่งที่โด่งดังมาก เนื่องจากไม่เพียงเขาจะสามารถรังสรรค์งานประติมากรรมได้อย่างยอดเยี่ยมแล้ว เขายังเป็นชาวโปลไม่กี่คนที่รอดพ้นความตายมาจากคุก Auschwitz อีกทั้งยังสามารถใช้ประสบการณ์อันเลวร้ายมารังสรรค์ผลงานศิลปะได้อย่างโดดเด่น

Dunikowskiเป็นคนที่ชอบสะสมงานศิลปะตั้งแต่ยังเล็ก เมื่อเขาย้ายไปอยู่กรุงวอร์ซอร์ เขาก็เข้าเรียนศิลปะด้านประติมากรรมภายใต้การดูแลของBoleslaw Wyrewicz ก่อนจะย้ายกลับมาอยู่ Krakow เพื่อเข้าเรียนที่ School of Fine Art ทางด้านประติมากรรมกับ KonstantyLaszczka และเรียนจิตรกรรมกับ Jan Stanislawski โดยจบการศึกษาระดับเกียรตินิยมภายในเวลาเพียงแค่ 3 ปี หลังจากนั้นเขาก็ไปสอนศิลปะด้านประติมากรรมที่ Academy of Fine Arts ณ กรุงวอร์ซอร์ จนได้รับแต่งตั้งให้เป็น Chair of Sculpture ที่ Jan Matejko Academy of Fine Arts เมือง Krakow

ในวันที่ 18 มกราคม 1905 เขาทะเลาะกับ Waclaw Pawliszczakศิลปินชาววอร์ซอร์และยิง Pawliszczakตายจึงถูกจับและประกันตัวออกมา เขาจึงหนีไปปารีสและอยู่ที่นั่น 5 ปีก่อนย้ายกลับมาเป็นหัวหน้าภาควิชาประติมากรรมที่ Academy of Fine Arts เมือง Krakow อีกครั้งจนถูกจับในปี 1940 และถูกส่งไปอยู่คุก Auschwitz การที่เขาถูกบีบบังคับให้สร้างงานศิลปะในคุก แต่ปฏิเสธ เขาจึงเกือบถูกประหารหลายครั้ง แต่ก็มีคนช่วยไว้ ภายหลังจากอยู่ในคุกได้ 2 ปี สุขภาพของเขาเริ่มเสื่อมโทรมลงจึงถูกส่งตัวไปอยู่โรงพยาบาล และได้รับการลดโทษ เมื่อสุขภาพเขาเริ่มดีขึ้นเขาก็เริ่มยอมวาดรูปภาพร่างใหม่

หลังสงคราม เขาเริ่มสร้างสรรค์งานที่เกี่ยวเนื่องกับคุกAuschwitz เพิ่มขึ้นอีกจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นงานภาพร่างหรืองานประติมากรรม เนื่องจากเขาเป็นศิลปินที่อายุยืนจึงมีเวลาสร้างสรรค์ผลงานอีกหลายปีหลังจากเริ่มงานอย่างจริงจังเมื่ออายุได้ 70 ปี หลังออกจากคุก ผลงานเด่นๆ ของเขา เช่น Pregnant Woman, Motherhoodที่ได้รับโอกาสไปจัดแสดงในที่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นวอร์ซอร์ หรือมอสโกเป็นผลงานที่ภัณฑรักษ์เลือกมาจัดแสดงในนิทรรศการ View of Women นี้ด้วยนั้น สะท้อนให้เห็นถึงอัจฉริยภาพของเขาในการถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกออกมาในงานประติมากรรมได้อย่างยอดเยี่ยมสมกับเป็นนักประติมากรรมเอกที่ชาวโปลภาคภูมิใจ

Bust of Singer by Dunikowski

Bust of Singer by Dunikowski
ผลงานจิตรกรรมของ Rodin

ผลงานจิตรกรรมของ Rodin
ตัวอย่างงานแบบร่างของ Rodin

ตัวอย่างงานแบบร่างของ Rodin
งานของ Dunikowski

งานของ Dunikowski
Standing Saphic Couple by Rodin

Standing Saphic Couple by Rodin
Head of Sara by Dunikowski

Head of Sara by Dunikowski
French Women by Dunikowski

French Women by Dunikowski
Crouching Woman by Rodin

Crouching Woman by Rodin

แหวกฟ้าหาฝัน : Museum Art of Stanislaw Wyspianski เมือง Krakow

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/327366

แหวกฟ้าหาฝัน : Museum Art of Stanislaw Wyspianski เมือง Krakow

แหวกฟ้าหาฝัน : Museum Art of Stanislaw Wyspianski เมือง Krakow

วันอาทิตย์ ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

Fresco work from Francis Basillica

นักท่องเที่ยวที่มา Krakow และต้องการเยี่ยมชมมิวเซียมของศิลปินเด่นๆชาวโปลมิวเซียมหนึ่งที่ควรเยือนก็คือMuseum Art of Stanislaw Wyspianskiศิลปินผู้นี้ไม่เพียงมีความสามารถทางด้านจิตรกรรมเท่านั้น ยังเป็นศิลปินที่มีความสามารถอีกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นออกแบบเฟอร์นิเจอร์ เขียนบทประพันธ์และแต่งกลอนอีกต่างหาก ความสามารถในการเขียนนี่เองที่ทำให้เขาสามารถที่จะสร้างสรรค์งานที่ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวทางด้านปรัชญาของชาวโปลรุ่นใหม่จนได้รับการยกย่องให้เป็น The Fourth Polish Bard

Stanislaw Wyspianski เกิดในครอบครัวศิลปิน ที่บิดาเขาเป็นนักประติมากรรม มารดาเขาเสียชีวิตตั้งแต่เขามีอายุได้ 7 ปีเมื่อบิดาของเขาติดเหล้าเสียจนกระทั่งไม่สามารถเป็นผู้ปกครองได้ เขาเลยต้องมาอยู่ในความดูแลของน้า Joanna Stankiewiczowaซึ่งเป็นครอบครัวชนชั้นกลางที่มีการศึกษาดี เขาจึงคุ้นเคยกับ Jan Matejko จิตรกรที่มาเยี่ยมเยียนบ้านน้าสาวประจำ Matejko เห็นแววความเป็นศิลปินของเขาจึงแนะนำน้าสาวให้ส่งเขาเข้าเรียนศิลปะที่ St.Anne โรงเรียนที่อนุญาตให้เรียนภาษาโปลประวัติศาสตร์ รวมทั้งวรรณคดีโปลด้วย เมื่อเขาได้รับโอกาสดี ประกอบกับความสนใจทั้งทางด้านศิลป์และวรรณคดี เขาจึงตั้งใจเรียนและเริ่มผลิตผลงานทางด้านจิตรกรรม และงานตกแต่งอาวุธออกมา ต่อมาเขาเข้าเรียนทางด้านปรัชญาที่มหาวิทยาลัย Jagiellonianและ School of Fine Art ในเมือง Krakow คณบดีของ School of Fine Art เห็นแววความสามารถทางด้านศิลปะของเขาจึงอนุญาตให้เขาเข้าร่วมสร้างสรรค์งานตกแต่งโบสถ์ Mariacki ตั้งแต่อายุยังน้อย

เนื่องจาก Stanislaw Wyspianskiเป็นศิลปินยุคใหม่ที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งของโปแลนด์และมีความสัมพันธ์กับเมือง Krakow อย่างใกล้ชิด ประกอบกับ National Museum Krakow มีผลงานของเขาอยู่เป็นจำนวนมากที่สุดในประเทศ เทศบาลเมืองจึงตัดสินใจเปิดมิวเซียมเฉพาะเพื่ออุทิศให้กับศิลปิน มิวเซียมที่ถูกสร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับจิตรกรที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งของโปแลนด์ในยุคปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 นี้ เปิดทำการครั้งแรกในปี 1983 วิธีการจัดแสดงจะเรียงลำดับตามระยะเวลาในการสร้างสรรค์ผลงานโดยแบ่งเป็นห้องต่างๆ เช่น ห้องเกี่ยวกับชีวิต สิ่งแวดล้อมและการเดินทาง ซึ่งจัดแสดงผลงานของศิลปินในระหว่างที่เขาเดินทางและภาพเหมือนของเพื่อนและครอบครัว ห้อง Zelenskis’Drawing เป็นห้องที่จัดแสดงผลงานเฟอร์นิเจอร์ที่ออกแบบโดย Wyspianskiห้อง Meeting เป็นห้องที่ศิลปินเป็นผู้ออกแบบในปี 1904 ที่จัดแสดงผลงานจิตรกรรมของ Olga Boznanska, Julian Falat, ห้อง Francisan Workshop เป็นห้องที่เลียนแบบการตกแต่งโบสถ์ Franciscanใน Krakow ที่ศิลปินเป็นผู้ออกแบบ Wyspianski มีความเชื่อว่าภาพเหมือนเป็นตัวแทนของการสะท้อนช่วงเวลา เขาจึงนิยมวาดภาพคนทั่วไปตามแบบฉบับของตัวเองที่สื่อให้เห็นถึงเสน่ห์และความไร้เดียงสาของเด็ก เช่น Motherhood, Portrait of a Girl, Self Portrait หรือภาพทิวทัศน์ของเมืองที่แสดงให้เห็นอย่างเด่นชัดถึงความรักที่มีต่อบ้านเกิด เช่น View of Wawel นักท่องเที่ยวที่ได้เยือนมิวเซียมแห่งนี้ไม่เพียงจะสามารถที่จะดื่มด่ำกับผลงานด้านจิตรกรรม งานกระจกสีตกแต่งโบสถ์ และประติมากรรมที่รังสรรค์อย่างยาวนาน 37 ปี อย่างเต็มอิ่มเกือบ 900 ชิ้น จากศิลปินผู้นี้เท่านั้น ที่นี่ยังจัดนิทรรศการผลงานของศิลปินอื่นๆ ด้วยเช่น นิทรรศการ Vision of Woman

Madonna and Child 1904

Madonna and Child 1904
View of Wawel

View of Wawel
Self Portrait 1902

Self Portrait 1902
Self Portrait 1894

Self Portrait 1894
Motherhood 1905

Motherhood 1905

แหวกฟ้าหาฝัน : Museum of Ancient Art Krakow

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/325797

แหวกฟ้าหาฝัน :  Museum of Ancient Art  Krakow

แหวกฟ้าหาฝัน : Museum of Ancient Art Krakow

วันอาทิตย์ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

งานประติมากรรมกรีก

นักท่องเที่ยวที่มาเยือน Krakow และซื้อ Krakow card แล้ว ย่อมอยากบริหาร card ให้ได้ประโยชน์สูงสุด มิวเซียมหนึ่งที่ควรเข้าก็คือ Museum of Ancient Art ที่นี่แม้จะไม่ใหญ่โตมาก และไม่ได้มีของจัดแสดงมากมายเฉกเช่นมิวเซียมใหญ่อย่าง Louvre ของปารีส หรือ Vatican Museum ของโรม แต่ที่นี่ก็มีของจัดแสดงที่เกี่ยวข้องกับโรมัน และอียิปต์อยู่ไม่น้อย นักท่องเที่ยวที่ชอบศึกษาหาความรู้หรือชอบมัมมี่ก็สามารถที่จะทัศนาได้อย่างจุใจเช่นกัน มิวเซียมที่ตั้งอยู่ในอาคารที่ก่อสร้างขึ้นตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 15 นี้เคยเป็นที่เก็บสะสมอาวุธ เกราะ และลูกปืนมาก่อน ราวทศวรรษที่ 1800 ที่นี้ได้รับการปรับปรุงใหม่โดยขยายพื้นที่และปรับรูปแบบอาคารให้มีศิลปะแบบ Neo Gothic และได้เพิ่มส่วนห้องสมุดขึ้นมาใหม่ รวมทั้งได้รับของสะสมมาจากเจ้าชาย Czartoryski มาเพิ่มเติม

นอกจากนี้ ที่นี่ยังเคยมีภาพ Lady with an Ermine ของ Leonardo da Vinci ด้วย ภาพยอดนิยมของดาวินชี่ของชาวโปลนี้นี่เองที่เคยใช้เป็นเครื่องดึงดูดให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกหลั่งไหลมายังมิวเซียมแห่งนี้ แต่ปัจจุบันภาพเขียนนี้ได้ถูกย้ายไปจัดแสดงที่ National Museum แล้ว ถึงกระนั้นก็ตามมิวเซียมแห่งนี้ก็ยังมีของสะสมแนว Ancient art ไม่ว่าจะเป็นงานกรีก อียิปต์ โรมันที่น่าสนใจอยู่อีกหลายชิ้น เช่น มัมมี่แมว งานอียิปต์ที่เป็นของสะสมของ Czartoryskiเป็นงานที่เจ้าชาย August Czartoryskiซื้อมาจากเมือง Luxor ประเทศอียิปต์ราวปี 1882 แมวที่พบได้บ่อยที่สุดในอียิปต์เป็นพันธุ์ Felix Silvestris การที่ชาวอียิปต์ทำมัมมี่แมวก็เพราะพวกเขาเชื่อว่าแมวจะช่วยต่อสู้กับสิ่งชั่วร้ายเพราะแมวมักจับหนูและงู แมวจึงได้รับการสักการะในฐานะเทพธิดาแห่งสุขภาพผู้คุ้มครองหญิงและเด็กเล็ก นอกจากนี้คนอียิปต์ยังเชื่อว่าแมวจะปกป้องไม่ให้พวกเขาถูกสัตว์ร้ายไม่ว่าจะเป็นงูหรือแมงป่องกัด อีกทั้งยังป้องกันโรคภัยและความเจ็บป่วยได้ด้วย

นอกจากมัมมี่แมวแล้ว ที่นี่ยังมีมัมมี่เหยี่ยวจากตระกูล Falconidae การทำมัมมี่เหยี่ยวของชาวอียิปต์ก็มาจากความเชื่อของชาวอียิปต์ที่ว่าเหยี่ยวคือสัญลักษณ์ของสวรรค์ การที่เหยี่ยวสามารถที่จะจับเหยื่อและบินได้สูงมาก อีกทั้งยังจับเหยื่อได้เก่งทำให้พวกเขาเชื่อว่าเหยี่ยวคือผู้นำของท้องฟ้า หลายคนคงสงสัยว่า เมื่อเหยี่ยวมีความสามารถในการบินและล่าเหยื่อ เหตุใดมันจึงถูกนำมาทำมัมมี่ การศึกษาด้วยภาพถ่าย 3 มิติพบว่า เหยี่ยวที่ถูกจับมาทำมัมมี่นี้ถูกบังคับให้กินอิ่มเกินจนท้องแตกตาย ในมื้อสุดท้ายของชีวิตของเหยี่ยวพวกนี้มันจะถูกบังคับให้กินหนู ยิ่งกว่านั้นที่นี่ยังมีมัมมี่เฉพาะส่วนมือของมนุษย์ให้ได้ชมด้วย

งาน Ancient Art อื่นของอียิปต์ที่มิวเซียมส่วนใหญ่ต้องมีอีกชิ้นก็คือ โลงศพ โลงศพนี้ไม่เพียงมีไว้เพื่อปกป้องศพจากสัตว์และขโมย ยังมีความสำคัญทางศาสนาด้วย มันจึงมักได้รับการตกแต่งอย่างดี โดยทั่วไปโลงศพมักทำจากวัสดุที่มีน้ำหนักเบา เช่น กระดาษปาปีรุสและผ้าลินินโดยมีการโบกด้วยปูนปาสเตอร์และตกแต่งบนโลงเพื่อบอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับศาสนา ลักษณะของโลงในแต่ละยุคสมัยมีความแตกต่างกัน ผู้เชี่ยวชาญด้านอียิปต์วิทยาสามารถบอกอายุของศพได้คร่าวๆ เมื่อเห็นโลงด้วย

งาน Ancient Art ที่เด่นอีกชุดของมิวเซียมนี้คือ งานกรีก ที่มีทั้งถ้วยโถโอชาม งานประติมากรรม และงานสถาปัตยกรรม โดยทั่วไปงานสถาปัตยกรรมที่จัดแสดงในมิวเซียมมักเป็นส่วนเสี้ยวเท่านั้น เช่น เสา หรือกำแพง งานหลักๆ ที่จัดแสดงได้มักเป็นงานประติมากรรม ส่วนงานโรมันนั้นก็พัฒนามาจากงานกรีกและ Etruscan โดยมักเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการสรรเสริญพระเจ้าและชีวิตประจำวันของผู้คนในยุคนั้น

บรรยากาศด้านทางเข้า

บรรยากาศด้านทางเข้า

มัมมี่ส่วนมือ

มัมมี่ส่วนมือ
มัมมี่แมว

มัมมี่แมว
บรรยากาศภายในห้องจัดแสดง

บรรยากาศภายในห้องจัดแสดง
บรรยากาศภายในมิวเซียม

บรรยากาศภายในมิวเซียม
ทางเข้ามิวเซียม

ทางเข้ามิวเซียม
ถ้วยชาม

ถ้วยชาม

แหวกฟ้าหาฝัน : Amber Museum Krakow

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/324323

แหวกฟ้าหาฝัน : Amber Museum Krakow

แหวกฟ้าหาฝัน : Amber Museum Krakow

วันอาทิตย์ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

Winged Horse

นักท่องเที่ยวที่ซื้อ Krakow card มิวเซียมหนึ่งซึ่งเข้าฟรีด้วยก็คือ Amber Museum นักท่องเที่ยวที่ไม่ได้มีโอกาสไปเมือง Gdansk และสนใจเรื่องราวเกี่ยวกับAmber จึงควรเข้าชมด้วย แต่หากนักท่องเที่ยวได้ชม Amber Museum ที่เมืองGdansk แล้ว และมีเวลาน้อย อาจไม่เข้าชมก็ได้ อย่างไรก็ดี Amber Museum เมือง Krakow นี้ก็จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับ Amber และผลงานศิลปะที่ไม่เหมือนกับที่ Gdansk มิวเซียมที่ก่อตั้งขึ้นจากแรงบันดาลใจของ Tomasz Mikoljczykเจ้าของนี้จัดแสดงผลงานที่มีความเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองเฉกเช่นเดียวกับมิวเซียม Amber ที่เมือง Gdansk แม้ว่า Krakowจะไม่ใช่เมืองที่เป็นต้นกำเนิด Amber เลยก็ตามมิวเซียมนี้จัดแสดงให้เห็นถึงความสวยงามความหลากหลายของสีและรูปร่างของ Amber ได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ที่นี่ยังสามารถย้ำเตือนให้นักท่องเที่ยวตระหนักได้ว่า Amber เป็นหินที่มีความสวยงามที่สุดในโลกด้วย

ของจัดแสดงที่โดดเด่นของที่นี่มีหลายชิ้น เช่น Winged Horse หรือ God of Thunder ผลงานจากนิยายกรีกปรัมปราในเรื่อง Medusa ผลงานชิ้นนี้ถูกสร้างสรรค์โดยKrzysztof Jacek Sumeradzki นักประติมากรรมร่วมสมัยชาวโปล เขาจบการศึกษาด้านการโฆษณาจาก Ciechanow และเป็นสมาชิกของ Association of Creative Work in Ciechanow และ Association of Polish Art ความเป็นศิลปินของเขาคงมาจากมารดาที่เป็นครูสอนศิลปะผลงานชิ้นนี้ของเขาไม่เพียงจะแสดงถึงเรื่องราวเกี่ยวกับตัวม้าติดปีกที่ทำจาก Amber, ทองแดง เงิน และอัญมณีเท่านั้น ยังมีความอ่อนช้อยและมีอัตลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครด้วย

โดยทั่วไป ผลงานศิลปะเกี่ยวกับศาสนจักรมักไม่มีกาลเวลา งานอำพัน Christ Crusified นี้ เป็นผลงานจากน้ำพักน้ำแรงอันยาวนานของ PrzemyslawKus ภายใต้การบัญชาของ Marian Keller กว่าจะได้งานอำพันแต่ละชิ้นมีขั้นตอนมากมายในการเลือกอำพัน PrzemyslawKus ศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้เกิดในครอบครัวนักประติมากรรม เขาเรียนรู้งานประติมากรรมจากบิดาก่อนจบการศึกษาด้านประวัติศาสตร์และแกะสลักไม้ ปัจจุบันเขาเปิดบริษัทรับแกะสลักงานอำพันโดยเฉพาะ ชิ้นงานที่เขารับมักเป็นงานที่ต้องการความประณีตและความเอาใจใส่อย่างสูง เช่น ภาพของ Master และผลงานจากภาพเขียนดังๆ เช่น Girl with an Ermine ของ Leonardo Da Vinciผลงานภาพเขียนที่โดดเด่นที่สุดที่เมือง Krakow ได้ครอบครอง และ Four Continent ของ Peter Paul Rubens

นอกจากการเยือน Amber Museum จะเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวสัมผัสกับงานศิลป์ที่ทำจากหินอำพันอย่างจุใจแล้ว ที่นี่ยังมีการขายเครื่องประดับ หนังสือ การฝึกอบรมเกี่ยวกับการทำเครื่องประดับ การทดสอบความแท้ของ Amber ด้วย ยิ่งกว่านั้นนักท่องเที่ยวยังสามารถจิบกาแฟอ่านหนังสือที่เกี่ยวข้องกับ Amber ได้จากห้องสมุดในมิวเซียมด้วยอีกต่างหาก

Christ Crusified

Christ Crusified
ซากสัตว์ใน Amber

ซากสัตว์ใน Amber
เครื่องประดับจาก Amber

เครื่องประดับจาก Amber
ของจัดแสดงในมิวเซียม2

ของจัดแสดงในมิวเซียม2
ของจัดแสดงในมิวเซียม

ของจัดแสดงในมิวเซียม
Girl with an Ermine

Girl with an Ermine

แหวกฟ้าหาฝัน : National Museum เมือง Krakow

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/322878

แหวกฟ้าหาฝัน : National Museum เมือง Krakow

แหวกฟ้าหาฝัน : National Museum เมือง Krakow

วันอาทิตย์ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 06.00 น.

Nero’s Torches detail 1

นักท่องเที่ยวที่ได้มา Krakow หลังจากเยือนบ้าน Pope John Paul II และเที่ยวตลาดผ้า Cloth Hall แล้ว หากมีเวลาและชื่นชอบศิลปะรุ่นใหม่ควรเยือน National Museum เมือง Krakowด้วย การเข้ามิวเซียมนี้เป็นทางเลือกที่ดีอีกทางหนึ่งสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบมิวเซียม ไม่ชอบช็อปปิ้ง และไม่อยากนั่งรอเพื่อนที่ร้านกาแฟที่ตลาด Cloth Hall เพราะมิวเซียมนี้อยู่ชั้นบนของตลาด ที่นี่ยังเป็นที่เก็บของสะสมงานจิตกรรมและประติมากรรมของศิลปินโปลยุคคริสต์ศตวรรษที่ 19 ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ

National Museum ส่วนที่จัดแสดงงานจิตรกรรมและประติมากรรมคริสต์ศตวรรษที่ 19 นี้มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า Gallery of 19th Century Polish Art at Sukiennice มิวเซียมที่ถูกจัดตั้งขึ้นในวันที่ 7 ตุลาคม 1879 โดยคำสั่งของคณะกรรมการเทศบาลเมืองนี้เกิดขึ้นหลังจากการเริ่มปรับปรุงตลาดผ้าได้ 2 ปีอันเป็นผลมาจากการที่เทศบาลได้ภาพเขียนNaro’s Torches ที่มีชื่อเสียงของ Henryk Siemiradzkiศิลปินที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งชาวโปลมาเป็นของขวัญ เพื่อให้การจัดการของมิวเซียมเป็นไปอย่างเรียบร้อย เทศบาลจึงแต่งตั้ง Wladyslaw Luszczkiewicz ผู้อำนวยการAcademy of Fine Art เป็นผู้อำนวยการ หลังเปิดทำการของสะสมก็เพิ่มขึ้นอย่างสม่ำเสมอจากการที่คหบดีประจำเมืองและศิลปินประจำชาติบริจาคมามากมาย เช่นในปี 1920 มิวเซียมได้รับของบริจาคถึง 15,000 ชิ้น จากFeliks MangghaJasienski ผู้บริจาคเพียงรายเดียว ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 1930 มิวเซียมจึงมีของสะสมมากถึง 3 แสนชิ้น

อย่างไรก็ดีเมื่อเวลาผ่านไปมิวเซียมก็ทรุดโทรมลงและในปี 2006 เทศบาลเมืองจึงได้ทำการปิดทำการย้ายของจัดแสดงไปที่อื่นก่อน และเริ่มปรับโฉมมิวเซียมใหม่จนเปิดใหม่อีกครั้งในอีก 4 ปีต่อมา การปรับโฉมครั้งนี้ทำให้มิวเซียมแห่งนี้มีความทันสมัยอย่างมาก มีการเพิ่มเทคนิคใหม่ๆ ในการจัดแสดง เช่น ปรับอุณหภูมิห้องและแสงให้เหมาะสม

ห้องต่างๆ ในมิวเซียมแบ่งตามยุคสมัยของภาพ ประกอบด้วย 1.ห้อง Bacciarelli หรือห้อง Enlightenmentจัดแสดงงานศิลปะตั้งยุคบาโรคตอนปลาย รอคโคโคและคลาสิก โดยภาพที่จัดแสดงเป็นภาพที่เกี่ยวเนื่องกับการต่อสู้ของชาวโปลโดยศิลปินชาวโปล และภาพของศิลปิน ต่างชาติยุคก่อนโรแมนติก 2.ห้อง Michalowski เป็นห้องภาพที่จัดแสดงภาพของ Piotr Michalowski ศิลปินชาวโปลยุคโรแมนติก ภาพเด่นๆ ของห้องนี้ คือ ภาพ Somosierra, The Cardinal, Senko และภาพต่างๆ เกี่ยวกับม้า

3.ห้อง Siemiradzki เป็นห้องภาพที่จัดแสดงผลงานของศิลปินชาวโปลที่โดดเด่นอีกคนนั่นคือHenryk Siemiradzki ภาพที่เด่นที่สุดที่เขามอบให้กับห้องภาพก็คือ Nero’s Torches ซึ่งเขาวาดไว้ในปี 1876 นอกจากนั้นห้องนี้ยังมีภาพที่เกี่ยวเนื่องกับนิยายปรับปรา พระคัมภีร์ไบเบิ้ล ภาพ Still life ภาพทิวทัศน์ ภาพสำคัญในประวัติศาสตร์อีกด้วย 4.ห้อง Chelmonski หรือห้องของศิลปิน JozefChelmonski ซึ่งจัดแสดงศิลปะยุคRealism, Impressionism และ Symbolism ภาพที่จัดแสดงในห้องนี้ส่วนใหญ่เป็นภาพทิวทัศน์ ภาพเกี่ยวกับสงคราม และภาพ Portrait นอกจากงานจิตรกรรมแล้ว ที่นี่ยังมีงานประติมากรรมของศิลปินชาวโปลดังๆ ด้วยอีกหลายคนนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบภาพเขียนสามารถที่จะเสพประสบการณ์ผลงานของศิลปินชาวโปลได้อย่างเต็มอิ่มเลยทีเดียว

Napoleon by Piotr Michalowski

Napoleon by Piotr Michalowski
บรรยากาศภายในมิวเซียม

บรรยากาศภายในมิวเซียม
งานประติมากรรมหินอ่อน

งานประติมากรรมหินอ่อน
งานประติมากรรมรูปนโปเลียน

งานประติมากรรมรูปนโปเลียน
การจัดแสดงภาพ

การจัดแสดงภาพ
Union of Lublin by Marcello Baccciarelli

Union of Lublin by Marcello Baccciarelli
Stefan Czarniecki on horseback by Piotr Michalowski

Stefan Czarniecki on horseback by Piotr Michalowski
Self Portrait by Marcello Bacciarelli

Self Portrait by Marcello Bacciarelli
Nero’s Torches

Nero’s Torches
Nero’s Torches detail 2

Nero’s Torches detail 2

แหวกฟ้าหาฝัน : เยือนตลาดผ้า Cloth Hall เมือง Krakow

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/321359

แหวกฟ้าหาฝัน : เยือนตลาดผ้า Cloth Hall เมือง Krakow

แหวกฟ้าหาฝัน : เยือนตลาดผ้า Cloth Hall เมือง Krakow

วันอาทิตย์ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 06.00 น.

Cloth Hall

นักท่องเที่ยวที่ได้มาเยือน Krakow สถานที่หนึ่งที่ต้องมาเยือนให้ได้ไม่เช่นนั้นเหมือนมาไม่ถึงเมืองนี้ก็คือ Cloth Hall ตลาดกลางเมืองในย่านเมืองเก่า ตลาดที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกตั้งแต่ปี 1978 เคยเป็นศูนย์กลางของการค้าขายระดับนานาชาติมาก่อน พ่อค้าจากประเทศต่างๆ จะมาที่นี่เพื่อเจรจาธุรกิจและแลกเปลี่ยนสินค้ากันย้อนไปถึงคริสต์ศตวรรษที่ 15 Cloth Hall ซึ่งเป็นอาคารที่ก่อสร้างขึ้นครั้งแรกตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 13 แห่งนี้เป็นแหล่งของสินค้านานาชนิดไม่ว่าจะเป็นเครื่องเทศ ผ้าไหม หรือเครื่องหนัง ทั้งนี้เพราะ Krakow เป็นเมืองส่งออกเสื้อผ้า ดีบุกและเกลือ

หลังจากที่อาคารถูกไฟไหม้ไปในช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 16 กลุ่มพ่อค้าได้ร่วมกันให้ Jan Maria Padovanoเป็นสถาปนิกปรับปรุง Cloth Hall ใหม่ และให้ Santi Gucciนักประติมากรรมชาวอิตาเลียนโปลเป็นผู้ออกแบบตกแต่งหน้าบรรณจนทำให้อาคารแห่งนี้เป็นอาคารสวยที่สุดในสมัยนั้น แม้ Krakowจะเคยเป็นเมืองหลวงและเคยเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรปในช่วงก่อนยุคเรอเนสซองส์แต่เมืองนี้ก็เสื่อมถอยลงหลังจากที่โปแลนด์ย้ายเมืองหลวงไปที่อื่นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 16 ยิ่งในช่วงกลางทศวรรษที่ 1870 ที่ดินแดนแห่งนี้ก็ตกอยู่ภายใต้อาณัติของออสเตรีย อาคารแห่งนี้จึงทรุดโทรมลงและบางส่วนก็ถูกรื้อถอนไป

อย่างไรก็ดี ในช่วงเวลาต่อมาได้มีการต่อเติมแนวเสาหินและระเบียงด้านนอกเพิ่มเติมโดย Tomasz Prylinski เป็นผู้ออกแบบ ส่วนภายในมีการปรับปรุงให้เป็นไม้และในวันที่ 7 ตุลาคม 1879 สภาเทศบาลเมืองได้ลงคะแนนเสียงยกชั้นบนของ Cloth Hall ให้เป็นมิวเซียมแห่งชาติแห่งแรกของโปแลนด์เพื่อเป็นจุดศูนย์กลางของความรักชาติ และเป็นศูนย์รวมชาติให้กับชาวโปลทั้งในและนอกประเทศ นับจากนั้นมาส่วนของอาคารโดยรวมก็ไม่ได้รับการปรับปรุงเลยจนทรุดโทรมลงไปอีก เมื่อชาว Krakow ต้องการแหล่งช็อปปิ้งใหม่ๆ และต้องการมิวเซียมใหม่ ในปี 2006 เทศบาลเมืองจึงได้ทำการปรับปรุงอาคารให้มีความทันสมัยโดยมีการติดตั้งลิฟท์แอร์ และแสงให้เหมาะสมกับการจัดแสดงทั้งสินค้าและงานศิลปะ

นักท่องเที่ยวจะพบว่าด้านใต้ตลาดนี้เป็นที่จัดแสดงนิทรรศการประวัติศาสตร์ของตลาดโดยมีmultimedia อธิบายถึงเรื่องราวของแต่ละส่วนจัดแสดง และบริเวณอาคารด้านนอกและส่วนที่ไว้ขายสินค้ามีความสวยงามน่าสนใจ ส่วนระเบียงที่เดิมเป็นทางลาดเฉยๆ ก็มีร้านกาแฟ Café Szal ตั้งอยู่ซึ่งดูน่านั่ง เพราะลูกค้าสามารถเพลิดเพลินกับบรรยากาศบริเวณจัตุรัสด้านล่างและโบสถ์ St. Mary ได้อย่างเต็มไปด้วยอรรถรสโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชายสามารถนั่งรอเพื่อนหญิงช็อปปิ้งที่ตลาดด้านล่างที่เต็มไปด้วยร้านค้าขายของหัตถกรรมและของที่ระลึกของเมืองและประเทศโปแลนด์ ที่นี่จึงกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองที่นักท่องเที่ยวต้องมาเยือนเพื่อให้ได้สัมผัสกับบรรยากาศการซื้อสินค้าพื้นเมืองย้อนหลังไป 700 ปีที่ไม่สามารถหาได้จากที่ใดในโลกอีกแล้ว

Multimedia ใต้ Cloth Hall

Multimedia ใต้ Cloth Hall
ด้านข้าง Cloth Hall

ด้านข้าง Cloth Hall
โบสถ์กลางจัตุรัส

โบสถ์กลางจัตุรัส
บรรยากาศร้านค้าภายใน Cloth Hall

บรรยากาศร้านค้าภายใน Cloth Hall
บรรยากาศจัตุรัสกลางเมือง

บรรยากาศจัตุรัสกลางเมือง
นิทรรศการชั้นใต้ดินร้านทอง Cloth Hall

นิทรรศการชั้นใต้ดินร้านทอง Cloth Hall
นิทรรศการชั้นใต้ดิน Cloth Hall

นิทรรศการชั้นใต้ดิน Cloth Hall
อีกมุม Cloth Hall

อีกมุม Cloth Hall
งานประติมากรรมกลางจัตุรัส

งานประติมากรรมกลางจัตุรัส

แหวกฟ้าหาฝัน : Palace of Bishop Erasmus Ciolek เมือง Krakow

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/319861

แหวกฟ้าหาฝัน : Palace of Bishop Erasmus Ciolek เมือง Krakow

แหวกฟ้าหาฝัน : Palace of Bishop Erasmus Ciolek เมือง Krakow

วันอาทิตย์ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 06.00 น.

งาน altar

นักท่องเที่ยวที่ซื้อ Krakow passและชื่นชอบงานจิตรกรรมยุคโบราณ มิวเซียมหนึ่งที่ควรเข้าให้ได้และฟรีด้วยก็คือ Palace of Bishop ErasmusCiolek พระราชวังที่ก่อสร้างขึ้นครั้งแรกในปี 1501 เพื่อเป็นที่พำนักของ ErazmCiolek บิชอปแห่ง Plock และเลขาของพระเจ้า Alexander Jagiellon เนื่องจากเจ้าของพระราชวังเป็นผู้ที่ชื่นชอบงานศิลปะและอุปถัมภ์ศิลปินเป็นจำนวนมาก พระราชวังของท่านจึงได้รับการออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมที่ทันสมัยที่สุดในยุคโกธิกโดยได้รับอิทธิพลจากศิลปินแนวเรอเนสซองส์ของอิตาลีด้วย ในช่วงสร้างพระราชวังใหม่ๆ นั้นที่นี่ใช้เป็นทั้งที่พำนักของท่านบิชอปและเป็นสำนักพิมพ์

พระราชวังได้รับการต่อเติมเพิ่มหลายครั้ง เช่น ในทศวรรษที่ 1520 และคริสต์ศตวรรษที่ 15, 16 แต่การต่อเติมที่สำคัญกลับเกิดขึ้นในครึ่งแรกของคริสต์ศตวรรษที่ 18 โดยมีการต่อเติมส่วนของ Hall of Virtues และมีการตกแต่งด้วยภาพปูนเปียก และหน้าบรรณ ในปี 1805 พระราชวังตกอยู่ในกำมือของจักรวรรดิออสเตรียซึ่งได้เปลี่ยนสถานที่แห่งนี้เป็นสถานีตำรวจและคุก ภายหลังสถานที่แห่งนี้กลายเป็นที่ทำการอะไรต่อมิอะไรหลายอย่าง

อย่างไรก็ดี ในที่สุดหลังจากการเปลี่ยนการปกครองโปแลนด์ในปี 1996 พระราชวังก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเมือง Krakow เมื่อพระราชวังกลายเป็นมิวเซียม การปรับปรุงครั้งใหญ่ก็เริ่มขึ้น โดยเงินทุนมากจาก The Citizens’ Committee for the Renovation of Krakow’s Historic Monuments มิวเซียมได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2007 โดยแบ่งเป็น 2 ชั้น เพื่อจัดแสดงผลงานของศิลปินชาวโปลในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 12-18 โดยในชั้นแรกจัดแสดงผลงานที่ชื่อ Orthodox Art of the Old Polish Republic โดยแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ PolishPainting and Sculpture ก่อนปี 1764 และส่วนคริสต์ศตวรรษที่ 18 ที่เรียกว่า Orthodox Church Art

สำหรับงานจิตรกรรมที่สำคัญสุดของยุคโกธิกตั้งแต่ราวคริสต์ศตวรรษที่ 14-16 คือ Cruxification ofKroznena และ Portrait of King Sigismund II Augustus เนื่องจากมิวเซียมแห่งนี้เสียค่าใช้จ่ายไปมากมายกับการปรับปรุงอาคารทำให้ WladyslawLuszczkiewicz ผู้อำนวยการคนแรกของ National Museum พยายามหาหนทางที่จะไม่ซื้อของสะสมที่มีราคาแพง แต่ของสะสมส่วนใหญ่ก็มิได้น้อยหน้าเพราะผู้อำนวยการแต่ละคนสามารถที่จะต่อรองหาของสะสมมาจัดแสดงได้ในราคาย่อมเยา หรือไปขอมาจากโบสถ์ต่างๆ ที่รื้องานเก่าทิ้ง จากบ้านคหบดีหรือสถานที่ราชการเก่าแก่อีกทางหนึ่ง ดังนั้นไม่เพียงที่นี่จะมีของสะสมตั้งแต่ยุค Romanism, Gothic, ไปจนถึงงานต้นยุคเรอเนสซองส์ที่มีมูลค่าสูงสุด เช่น ของ Durerเท่านั้น ที่นี่ยังมีงานยุคบาโรคสวยๆ ด้วย เพราะในช่วงเวลานั้นงานของศิลปินชาวโปลเริ่มผลิดอกออกผลเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งงานที่เกี่ยวเนื่องกับพิธีศพ เช่น งานประดับหลุมฝังศพ เช่น Altar

ไม่เพียงมิวเซียมที่ได้รับการประกาศให้เป็นปูชนียสถานที่ได้รับการดูแลอย่างดีจาก General Conservatorof Monuments นี้จะมีการจัดแสดงผลงานถาวร ที่นี่ยังมีงานนิทรรศการเป็นช่วงๆ ด้วย เช่น นิทรรศการจิตรกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับคริสต์ศาสนาของศิลปินยุคปัจจุบัน นักท่องเที่ยวที่ได้มีโอกาสมาเยี่ยมเยือนในช่วงเวลานั้นก็จะได้รับประสบการณ์กับการพลิกแพลงและการสรรสร้างงานพระแม่มารีและพระบุตรที่มีความหลากหลาย แม้แต่รูปพระเยซูกับสาวกก็มีความแปลกใหม่เช่นกัน

Cruxification of Kroznena

Cruxification of Kroznena
ภาพเขียนรุ่นเก่า

ภาพเขียนรุ่นเก่า
พระเยซูกับสาวก

พระเยซูกับสาวก
ของจัดแสดงส่วน exhibition

ของจัดแสดงส่วน exhibition
Portrait of King Sigismund II Augustus

Portrait of King Sigismund II Augustus
Madonna and child3

Madonna and child3
Madonna and child

Madonna and child
Madonna and child รุ่นเก่า

Madonna and child รุ่นเก่า

แหวกฟ้าหาฝัน : เยี่ยมบ้าน Pope John Paul II @Krakow

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/318355

แหวกฟ้าหาฝัน : เยี่ยมบ้าน Pope John Paul II @Krakow

แหวกฟ้าหาฝัน : เยี่ยมบ้าน Pope John Paul II @Krakow

วันอาทิตย์ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวที่มาเยือนโปแลนด์ เมืองหนึ่งที่ต้องมาให้ได้ ไม่เช่นนั้นเหมือนมาไม่ถึงโปแลนด์นั่นคือ เมือง Krakow เมืองนี้เป็นเมืองเก่าแก่อันดับสองของประเทศ อยู่บนแม่น้ำ Vistula ห่างจากวอร์ซอโดยรถไฟ 2 ชั่วโมงครึ่งถึง 3 ชั่วโมง ขึ้นกับสถานีที่ออกเดินทางและชนิดของรถที่เลือก นักท่องเที่ยวที่ซื้อ Poland Rail pass ชั้นหนึ่งจะต้องจองที่นั่งโดยไม่มีค่าใช้จ่าย และได้รับ snack และเครื่องดื่ม 2 drink ด้วย ส่วนนักท่องเที่ยวที่ซื้อ pass ชั้นสองก็ต้องจองที่นั่งโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเช่นกัน แต่ไม่ได้รับ snack และ drink เหมือนอย่างชั้นหนึ่ง เมืองที่มีประวัติย้อนไปถึงคริสต์ศตวรรษที่ 7 นี้เป็นศูนย์กลางทางการค้าตั้งแต่ปี 965 จึงมีความสำคัญทางด้านการศึกษา วัฒนธรรมและศิลปะมายาวนาน ยิ่งกว่านั้นที่นี่ยังเคยเป็นเมืองหลวงของประเทศระหว่างปี 1038-1569 ด้วย

ในช่วง Second Polish Republicในปี 1918 เมือง Krakow ได้ตั้งมหาวิทยาลัยและศูนย์วัฒนธรรมขึ้นจึงตอกย้ำความเป็นศูนย์กลางทางด้านการศึกษาของประเทศ เมืองนี้ยังเป็นเมืองที่มีประชากรเป็นจำนวนมาก และมีประชากรมากถึง 8 ล้านคนภายในบริเวณ 100 กิโลเมตร จึงทำให้เมืองมีความสำคัญและได้ยกระดับเป็นเมืองหลวงของ Lessor Poland Voivodeship ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อเยอรมนีบุกโปแลนด์ เมือง Krakow ได้กลายเป็นเมืองที่ทำการของเยอรมนีอย่างเป็นทางการ ชาวยิวในเมืองจึงถูกบีบบังคับให้เข้าไปอยู่ในกำแพงเมืองที่เรียกว่า Krakow Ghetto ซึ่งภายหลังชาวยิวถูกส่งไปยังค่ายกักกันที่ Auschwitz และถูกเผาทั้งเป็นที่เรียกว่าการสังหารหมู่ที่คุก Auschwitz ไม่เพียงKrakow จะเป็นเมืองที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรปแล้ว เมืองนี้ยังมีสถาปัตยกรรมที่น่าทึ่งหลากยุคสมัยไม่ว่าจะเป็นยุคโกธิคเรอเนสซองส์ หรือบาโรค ยิ่งกว่านั้นที่นี่ยังมีJagiellonian University มหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกด้วย Krakowยังได้รับตำแหน่งเมืองหลวงทางด้านวัฒนธรรมในปี 2000 และได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 2013 อีกต่างหากด้วย

ในปี 1978 เมืองนี้กลายเป็นเมืองสำคัญระดับโลกขึ้นมาอีกครั้งเมื่อ Archbishop of Krakow ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งพระสันตะปาปาโดยได้รับนามว่า จอห์นปอลที่สอง พระองค์กลายเป็นพระสันตะปาปาองค์แรกในรอบ 455 ปี ที่ไม่ได้เป็นชาวอิตาเลียนและเป็นชาว Slavic คนแรกที่ได้รับการสถาปนาเป็นพระสันตะปาปา ยิ่งกว่านั้นในปีเดียวกันนั้นเอง ส่วนของเมืองเก่าก็ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจึงทำให้ Krakow กลายเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงติดอันดับโลกภายในเวลาชั่วข้ามคืน

นักท่องเที่ยวที่มา Krakowจึงควรอยู่หลายวัน และวางแผนสถานที่ท่องเที่ยวมาก่อน เพราะเมืองนี้มีที่ท่องเที่ยวมากมายโดยเฉพาะอย่างยิ่งมิวเซียม ดังนั้นเพื่อให้การเที่ยวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประหยัด นักท่องเที่ยวควรซื้อ Krakow card ซึ่งมีอยู่ 2 แบบ คือ 2 หรือ 3 วัน สนนราคา 30-36 เหรียญสหรัฐ ซึ่งจะทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามิวเซียมได้ฟรีถึง 40 แห่ง หลังจากได้ Krakow card แล้ว นักท่องเที่ยวอาจต้องจัดแผนใหม่เพื่อให้สามารถที่จะบริหาร card ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และประหยัดเวลาในการเดินทางมากที่สุด สถานที่ท่องเที่ยวหนึ่งที่นักท่องเที่ยวควรไปเยือนและเข้าฟรีจาก card ก็คือ บ้านท่าน Bishop of Krakow (Karol Wojtyla) หรือบ้านท่านสันตะปาปาจอห์นปอลที่สองขณะดำรงตำแหน่ง Bishop นั่นเอง นักท่องเที่ยวที่ได้มาเยือนบ้านของท่านซึ่งปัจจุบันชื่อ John Paul II Museum จะสามารถสัมผัสกับความขลังราวต้องมนต์ไปกับของใช้ประจำวันและวิถีชีวิตประจำวันของท่าน อาทิ นาฬิกา กล้องถ่ายรูป เสื้อผ้า โต๊ะทำงานของสะสมต่างๆ ที่ท่านได้รับมาระหว่างดำรงตำแหน่งสันตะปาปา รวมทั้งได้มีโอกาสเห็นภาพถ่ายหายากอันแสดงให้เห็นถึงการรับใช้อย่างใกล้ชิดของท่านกับสามัญชนที่เห็นแล้วขนลุกนั่นคือ ภาพถ่ายที่ท่านล้างเท้าเฉกเช่นเดียวกันกับที่พระเยซูล้างเท้าให้กับสาวกอีกต่างหากด้วย

กระเป๋าสตางค์ท่านสันตะปาปา

กระเป๋าสตางค์ท่านสันตะปาปา
เสื้อผ้าท่านสันตะปาปา

เสื้อผ้าท่านสันตะปาปา
สภาพในบ้าน

สภาพในบ้าน
ภาพถ่ายท่านสันตะปาปาตอนหนุ่ม

ภาพถ่ายท่านสันตะปาปาตอนหนุ่ม
ภาพถ่ายท่านสันตะปาปาเซ็นชื่อ

ภาพถ่ายท่านสันตะปาปาเซ็นชื่อ
ภาพเขียนท่านสันตะปาปาในงานพิธี

ภาพเขียนท่านสันตะปาปาในงานพิธี
ภาพเขียนท่านสันตะปาปา

ภาพเขียนท่านสันตะปาปา
นาฬิกาท่านสันตะปาปา

นาฬิกาท่านสันตะปาปา
จักรยานและของใช้ส่วนตัวท่านสันตะปาปา

จักรยานและของใช้ส่วนตัวท่านสันตะปาปา
กล้องถ่ายรูปของท่านสันตะปาปา

กล้องถ่ายรูปของท่านสันตะปาปา

แหวกฟ้าหาฝัน : เยือน Ethnographic Museum Torun

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/316904

แหวกฟ้าหาฝัน : เยือน Ethnographic Museum Torun

แหวกฟ้าหาฝัน : เยือน Ethnographic Museum Torun

วันอาทิตย์ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ตัวอย่างบ้าน

นักท่องเที่ยวที่ได้มีโอกาสเยือน Torun ได้ถ่ายรูปในบริเวณเมืองเก่าและเข้า The Living Museum ofGingerbread แล้ว นักท่องเที่ยวชื่นชอบมิวเซียม และวัฒนธรรมอาจเจียดเวลามาเข้า Ethnographic Museum Torun ด้วยก็ได้ ที่นี่เป็นมิวเซียมเก่าแก่ที่เปิดมาตั้งแต่ 1959 แล้ว ผู้จัดการมิวเซียมที่ดูแลมิวเซียมแห่งนี้อย่างยาวนานคือ ศาสตราจารย์ Maria Znamierowska-Prüfferowa ศาสตราจารย์ด้านมานุษยวิทยาแห่งมหาวิทยาลัย NicolausCopernicus เธอได้ยกระดับมิวเซียมแห่งนี้ให้เป็นมิวเซียมระดับชาติ และเป็นหนึ่งในสามของมิวเซียมชาติพันธุ์ของโปแลนด์ มิวเซียมแห่งนี้มีหน้าที่เก็บของสะสม ปกป้อง และรักษาของสะสมเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมของชาวโปแลนด์โดยมีของสะสมทั้งเอกสารและวัตถุต่างๆ เกี่ยวกับมานุษยวิทยาเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้มิวเซียมแห่งนี้ยังมีบทบาทสำคัญในการให้ความรู้กับประชาชนในเรื่องเกี่ยวกับมานุษยวิทยาของเมืองกับชาวเมือง ชาวโปแลนด์และนักท่องเที่ยวทั่วโลกอีกต่างหากด้วย

มิวเซียมแห่งนี้ไม่ได้อยู่ใจกลางเมืองแต่ไม่ได้ห่างไกลจนต้องใช้รถบัส นักท่องเที่ยวต้องเดินออกจากบริเวณเมืองเก่าไปทางทิศเหนือ 450 เมตร ค่าใช้จ่ายในการเข้าส่วนจัดแสดงถาวรที่เรียกว่า Secret of Everyday Life สนนราคา 5 เหรียญแต่ผู้สูงอายุสามารถเข้าฟรี และส่วนนิทรรศการที่เรียกว่า Ethnographic Park 9 เหรียญ นักท่องเที่ยวที่ไม่สนใจจะชมงาน outdoor สามารถเลือกดูเฉพาะภายในได้ หรือหากสนใจจะชมภายหลัง ค่าใช้จ่ายไม่ต่างกันเพราะไม่มีส่วนลดหากเลือกชมทั้งส่วนจัดแสดงถาวรและส่วนนิทรรศการเหมือนอย่างมิวเซียมแห่งอื่น

ส่วน Secret of Everyday Life เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับวัฒนธรรมรอบทะเลบอลติกระหว่างปี 1850-1950 ภายในจะมีการจัดแสดงเกี่ยวกับชีวิตประจำวันของผู้คนแถบ Kujawsko-Pomorski ซึ่งประกอบไปด้วยเมือง Kujawy, Bory Tucholskie,Kociewie, Paluki, Krajna ในเรื่องการทำมาหากินของชาวนาชาวไร่ และการทำงาน แม้ชีวิตในช่วงเวลานั้นจะไม่ได้น่ารื่นรมย์ แต่ชาวบ้านกลับสามารถตีความ และดัดแปลงวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ให้พวกเขาสามารถที่จะผ่านความทุกข์ยากไปได้อย่างน่ารื่นรมย์ ของจัดแสดงยังเน้นย้ำถึงเส้นกั้นระหว่างอิทธิพลในเรื่องวัฒนธรรมของผู้มั่งคั่งและคนชั้นกลางที่แตกต่างจากชาวบ้านทั่วไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องเทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงทางด้านอารยธรรม

แม้ชาวบ้านแถบนี้จะเป็นชาวโปลที่นับถือศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิกเป็นส่วนใหญ่ แต่เนื่องจากที่นี่เป็นเมืองท่าและเมืองการค้าสำคัญ วัฒนธรรมต่างชาติต่างศาสนาโดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวเยอรมัน ชาวดัตช์ชาวรัสเซีย ชาวโปแตสแตนท์ ยิปซีและชาวยิว จึงมีอิทธิพลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนไม่น้อย นักท่องเที่ยวจะได้ทราบว่าในระหว่างปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 และต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 คนแถวนี้กินอะไร แต่งตัวอย่างไร ทำความสะอาดร่างกายและบ้านอย่างไร และการใช้ชีวิตยามว่างเป็นอย่างไร

นักท่องเที่ยวที่มีเวลาและสนใจเกี่ยวกับบ้านของชาวโปลก็อาจเพิ่มเวลาในการเยี่ยมเยือนและจ่ายเงิน 9 เหรียญหรือประมาณ 90 บาทไทย เพื่อชมนิทรรศการแบบบ้านที่ชาวโปลอาศัยอยู่ในคริสต์ศตวรรษที่ 19 เนื่องจากเมือง Torun อยู่ค่อนมาทางเหนือของทวีปยุโรป ในฤดูหนาวจึงมีอากาศหนาวเย็นมาก นักท่องเที่ยวจะได้เห็นแบบบ้านที่คนเมืองหนาวอยู่โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังคาที่ทำจากหญ้าแห้งหนาหลายนิ้วถึงเป็นฟุต การจัดสัดส่วนในบ้านที่ห้องนอนเกือบทุกห้องจะมีรูปภาพที่เกี่ยวเนื่องกับศาสนาติดอยู่อันสะท้อนให้เห็นถึงความเคร่งครัดในศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิกอันเป็นศาสนาประจำถิ่นบ้านที่ไม่มีปล่องไฟ บ้านของช่างเหล็กที่เต็มไปด้วยเครื่องไม้เครื่องมือในการตีเหล็ก บ้านของชาวนา โรงนา โรงเลี้ยงสัตว์ สถานีดับเพลิง กังหันลมและกังหันน้ำ

หลังจากที่นักท่องเที่ยวเยี่ยมเยือนมิวเซียมแห่งนี้เสร็จ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะไม่เพียงได้ความรู้และสนุกสนานกับการถ่ายภาพกับแบบบ้าน เข้าใจชีวิตผู้คนเท่านั้น ยังอาจรู้สึกว่าตัวเองได้นั่งไทม์แมชชีนย้อนกลับไปหลายร้อยปีในดินแดนที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนเลยทีเดียว

เครื่องมือทอผ้า

เครื่องมือทอผ้า
ห้องนอน

ห้องนอน
สภาพห้องเก็บเครื่องมือทำมาหากินฟาร์ม

สภาพห้องเก็บเครื่องมือทำมาหากินฟาร์ม
ร้านตัดผม

ร้านตัดผม
เครื่องมือทำขนมปัง

เครื่องมือทำขนมปัง
ภายในบ้าน

ภายในบ้าน
ร้านช่างไม้

ร้านช่างไม้