ตลาดคริปโตระส่ำวันเดียวมูลค่าตลาดหายไปเกือบ 7 ล้านล้านบาท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/682889

วันที่ 12 พ.ค. 2565 เวลา 17:15 น.ตลาดคริปโตระส่ำวันเดียวมูลค่าตลาดหายไปเกือบ 7 ล้านล้านบาท

คริปโตสกุลหลักกอดคอกันร่วงหนักจากผลพวงของ stablecoin อย่าง TerraUSD กระทบถึงตลาดเอเชีย

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า การประเมินจากของเว็บไซต์ติดตามราคาสกุลเงินดิจิทัล CoinMarketCap พบว่า การเทขายคริปโตเคอร์เรนซีครั้งใหญ่ส่งผลให้มูลค่าในตลาดหายไปถึง 200,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 6.946 ล้านล้านบาทภายในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง

ราคาที่ตกเป็นวงกว้างทั่วตลาดซึ่งเป็นผลมาจากการล่มสลายของ stablecoin อย่าง TerraUSD สร้างแรงกระเพื่อมมหาศาลต่อสกุลเงินหลักๆ ของตลาด

Bitcoin ร่วง 10% สู่จุดต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2020 ส่วน Ethereum ได้รับแรงกระแทกค่อนข้างหนัก ร่วง 14.2% ลงไปซื้อขายในราคา 1,780.54 เหรียญสหรัฐ ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือน ก.ค. 2021 และร่วงมากกว่า 50% นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน

ความระส่ำระสายนี้แสดงสัญญาณว่าจะกระจายเป็นวงกว้างในวันนี้ โดยหุ้นที่เกี่ยวข้องกับคริปโตในเอเชียพลอยได้รับผลกระทบไปด้วย BC Technology Group ฟินเทคที่จดทะเบียนในฮ่องกงปิดตลาดร่วงลงมา 6.7% ส่วน Monex Group ของญี่ปุ่นซึ่งเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล TradeStation และ Coincheck ร่วงลงมา 10%

Photo by JACK GUEZ / AFP

“ฉันสูญเงินเก็บทั้งชีวิต” เหรียญคริปโต Terra Luna ร่วง 98% ชั่วข้ามคืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/682870

วันที่ 12 พ.ค. 2565 เวลา 14:15 น.“ฉันสูญเงินเก็บทั้งชีวิต” เหรียญคริปโต Terra Luna ร่วง 98% ชั่วข้ามคืน

ราคาของเหรียญ Terra (LUNA) ดิ่งลงกว่า 98% ทำนักลงทุนสูญเงินเก็บทั้งชีวิต

เมื่อวันพุธ (11 พ.ค.) มูลค่าของ Terra ซึ่งติด 1 ใน 10 สกุลเงินดิจิทัลที่มีมูลค่าสูงที่สุดร่วงลงไปต่ำกว่า 1 เหรียญสหรัฐ จากที่เมื่อเดือนที่แล้วทะยานขึ้นไปสูงถึง 120 เหรียญสหรัฐ

ที่น่าตกใจคือราคาที่ลดลงฮวบฮาบครั้งใหญ่เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืนเท่านั้น เพียง 24 ชั่วโมงมูลค่าของ Terra ร่วงไป 98% ส่งผลให้มูลค่าตามราคาตลาดลดลงจากกว่า 40,000 ล้านเหรียญสหรัฐ มาอยู่ที่ 500 ล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้บรรดานักลงทุนสูญเงินอย่างไม่ทันตั้งตัว

นักลงทุนรายหนึ่งซึ่งเป็นสมาชิกในหมวดหมู่ r/TerraLuna ของ Reddit โพสต์ข้อความว่า “ฉันสูญเงินเก็บทั้งชีวิต ซื้อ Luna มา 85 เหรียญสหรัฐ ทำอะไรไม่ถูกเลย”

สมาชิกอีกคนหนึ่งบอกว่า สูญเงินไป 15,000 เหรียญสหรัฐ เพราะขายไม่ทันตอนที่ซื้อขายกันเหนือ 100 เหรียญสหรัฐเมื่อเดือนที่แล้ว

“ฉันควรจะขายทำเงินตอนที่มันราคา 100 เหรียญสหรัฐ ซึ่งจะได้กำไร 25,000 เหรียญสหรัฐ” ผู้ใช้ Reddit ชื่อ No-Forever ระบุ “แต่ฉันโลภอยากได้เงินมากกว่านั้นเพื่อที่อย่างน้อยจะได้ดาวน์บ้านสักหลังให้ครอบครัว แต่ตอนนี้น่าจะไม่มีทั้งบ้านทั้งเงินเก็บแล้ว”

สมาชิกบางคนโพสต์ทำนองอยากฆ่าตัวตายหลังจากรู้ว่าเหรียญที่ตัวเองถืออยู่แทบจะไม่มีค่าเพียงชั่วข้ามคืน ขณะที่บางคนเข้ามาเสนอความช่วยเหลือด้วยการโพสต์เบอร์โทรศัพท์สายด่วนป้องกันการฆ่าตัวตายทั่วโลก

สมาชิกในหมวดหมู่ Terra ใน Reddit รายหนึ่งบอกว่า “ฉันหมดเงินไปกว่า 450,000 เหรียญสหรัฐ ฉันจ่ายหนี้ธนาคารไม่ได้แล้ว ฉันจะต้องเสียบ้านไปเร็วๆ นี้ ฉันกำลังจะกลายเป็นคนไร้บ้าน ฆ่าตัวตายคือทางออกเดียวสำหรับฉัน”

ด้านผู้ดำเนินการของฟอรัมนี้ซึ่งมีสมาชิกกว่า 44,000 คนได้ปักหมุดโพสต์ระบุเบอร์สายด่วนไว้ด้านบนสุดของเพจ

หลังราคาร่วง Binance บริษัทซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซีชั้นนำได้สั่งระงับการถอนเหรียญในเครือข่าย Terra (LUNA) ชั่วคราว โดยอ้างว่ามีธุรกรรมการขายที่อยู่ระหว่างดำเนินการมีจำนวนมาก ทำให้แม้แต่คนที่ต้องการขายก็ไม่สามารถทำธุรกรรมได้

การล่มสลายของ Terra เกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดคริปโตอยู่ในช่วงขาลง โดย Bitcoin ร่วงกว่า 50% นับตั้งแต่ขึ้นไปแตะออลไทม์ไฮที่เกือบ 69,000 เหรียญสหรัฐเมื่อเดือน พ.ย. ขณะที่ขาลงของ LUNA ส่วนหนึ่งมาจากประเด็นเกี่ยวกับเหรียญ stablecoin UST ของ Terra ที่ตรึงราคาไว้กับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ

ก่อนหน้านี้ มูลค่าของ UST ร่วงลงมาเหลือเพียง 0.29 เหรียญสหรัฐ โดยองค์กร Luna Foundation Guard ซึ่งตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนการเติบโตของระบบนิเวศ Terra ประกาศระดมทุน 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐเพื่อกู้ระบบอัลกอริทึมที่ใช้ตรึงราคาของเหรียญให้คงที่ แต่นักลงทุนหลายคนเชื่อว่าจะทำไม่สำเร็จ

ส่วน โด ควอน หนุ่มเกาหลีใต้ผู้ก่อตั้ง Terra ทวีตเมื่อวันอังคาร (10 พ.ค.) ว่า “เกือบจะแก้ไขสถานการณ์ UST ได้แล้ว รอก่อนนะ” ต่อด้วยเธรดในวันถัดมาโดยขอให้ทุกคนอดทนกันก่อน

“ผมเข้าใจว่าสถานการณ์ 72 ชั่วโมงที่ผ่านมายากมากสำหรับทุกคน ที่ได้รับรู้ว่าผมตัดสินใจทำงานร่วมกับทุกๆ คนเพื่อฝ่าฟันวิกฤตนี้ และเราจะสร้างทางออกสำหรับปัญหานี้” ควอนทวีต REUTERS/Dado Ruvic/Illustration/File Photo

การล่มสลายของคริปโตจะเป็นภัยต่อระบบการเงินหรือไม่?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/682857

วันที่ 12 พ.ค. 2565 เวลา 12:36 น.การล่มสลายของคริปโตจะเป็นภัยต่อระบบการเงินหรือไม่?

ตลาดคริปโตร่วงหนัก บิตคอยน์ดิ่งต่ำกว่า 30,000 เหรียญสหรัฐเป็นครั้งแรกในรอบ 10 เดือน

Reuters รายงานว่า เมื่อวันอังคาร (10 พ.ค.) Bitcoin สกุลเงินดิจิทัลอันดับหนึ่งของโลกร่วงลงต่ำกว่า 30,000 เหรียญสหรัฐเป็นครั้งแรกในรอบ 10 เดือน ขณะที่ในภาพรวมมูลค่าในตลาดของคริปโตเคอร์เรนซีหายไปเกือบ 800,000 ล้านเหรียญสหรัฐในเดือนที่ผ่านมาตามข้อมูลของ CoinMarketCap เนื่องจากนักลงทุนกังวลกับนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น

เมื่อเทียบกับการขึ้นดอกเบี่ยของเฟดรอบล่าสุดที่เริ่มตั้งแต่ปี 2016 คริปโตเป็นตลาดที่ใหญ่กว่ามาก ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างกันกับระบบการเงินอื่น

ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีใหญ่แค่ไหน?

จากข้อมูลของ CoinGecko เมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา สกุลเงินดิจิทัลที่นิยมมากที่สุดอย่าง Bitcoin ทะยานสู่ระดับออลไทม์ไฮที่กว่า 68,000 เหรียญสหรัฐ ดันให้มูลค่าของตลาดคริปโตขยับขึ้นไปที่ 3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ แต่เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาตัวเลขนั้นลงมาอยู่ที่ 1.51 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ในจำนวนนี้เป็นมูลค่าของ Bitcoin เกือบ 600,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ตามด้วย Ethereum ที่ 285,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

แม้ว่าคริปโตเคอร์เรนซีจะเติบโตแบบระเบิดระเบ้อ แต่ตลาดยังค่อนข้างเล็ก ขณะที่ตลาดทุนของสหรัฐมีมูลค่าถึง 49 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนสมาคมอุตสาหกรรมหลักทรัพย์และตลาดการเงินระบุว่ามูลค่าคงค้างของตลาดตราสารหนี้สหรัฐอยู่ที่ 52.9 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ณ สิ้นปี 2021

ใครครอบครองและซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซี?

คริปโตเคอร์เรนซีเริ่มจากการซื้อขายของรายย่อย แต่ความสนใจของสถาบันอย่าง บริษัทแลกเปลี่ยนเงินตรา บริษัทต่างๆ ธนาคาร เฮดจ์ฟันด์ และกองทุนรวมเติบโตอย่างรวดเร็ว

แม้ว่าข้อมูลเกี่ยวกับสัดส่วนนักลงทุนรายย่อยและนักลงทุนสถาบันในตลาดคริปโตค่อนข้างหายาก แต่ CoinBase ผู้ซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซีรายใหญ่ที่สุดในโลกระบุว่า นักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่อยคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 50% ของสินทรัพย์บนแพลตฟอร์มของบริษัทในไตรมาสที่ 4

ลูกค้าสถาบันของ CionBase ซื้อขายคริปโตมูลค่า 1.14 ล้านล้านเหรียญสหรัฐในปี 2021 เพิ่มจากปี 2020 ที่อยู่ที่ 120,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

Bitcoin และ Ethereum ที่หมุนเวียนอยู่อยู่ในมือของคนไม่กี่คนเท่านั้น รายงานของเดือน ต.ค. ของสำนักวิจัยเศรษฐกิจแห่งชาติ (NBER) พบว่า นักลงทุน Bitcoin 10,000 คนทั้งบุคคลและนิติบุคคลควบคุม 1 ใน 3 ของตลาด Bitcoin และนักลงทุน 1,000 คนครอบครองเหรียญ Bitcoin ราว 3 ล้านเหรียญ

การวิจัยของมหาวิทยาลัยชิคาโกพบว่า จนถึงปี 2021 ราว 14% ของชาวอเมริกันลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล

การล่มสลายของคริปโตจะกระทบระบบการเงินไหม?

แม้ว่าในภาพรวมแล้วตลาดคริปโตจะค่อนข้างเล็ก แต่ธนาคารกลางสหรัฐ กระทรวงการคลัง และคณะกรรมการเสถียรภาพการเงิน (FSB) ระบุว่า Stablecoin เหรียญดิจิทัลที่ตรึงมูลค่าไว้กับมูลค่าของทรัพย์สินจริงๆ เป็ยภัยคุกคามต่อเสถียรภาพการเงิน

Stablecoins ส่วนใหญ่จะใช้เพื่ออำนวยความสะดวกในการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลอื่นๆ โดยได้รับการหนุนหลังจากสินทรัพย์ที่อาจสูญเสียมูลค่าหรือขาดสภาพคล่องในช่วงเวลาที่ตลาดตึงเครียด ในขณะที่กฎและการเปิดเผยเกี่ยวกับทรัพย์สินเหล่านั้นและสิทธิ์ในการไถ่ถอนของนักลงทุนยังคลุมเครือ

หน่วยงานกำกับดูแลหลายแห่งระบุว่า นั่นอาจทำให้ Stablecoin อ่อนไหวต่อการสูญเสียความเชื่อมั่นของนักลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ตลาดตึงเครียด

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันจันทร์ (9 พ.ค.) เมื่อมูลค่าของ TerraUSD ที่ตรึงราคาให้มีมูลค่าเท่ากับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐในอัตราส่วน 1 : 1 ร่วงมาอยู่ที่ 1 : 0.67 เหรียญสหรัฐ ซึ่งส่วนหนึ่งมีสาเหตุมาจากราคา Bitcoin ที่ร่วงลง

แม้ว่า TerraUSD จะตรึงราคากับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐด้วยระบบอัลกอริทึม แต่นักลงทุนที่ดำเนินการกับ Stablecoin อื่นๆ ที่ตรึงราคากับทรัพย์สินอย่างเงินสดหรือตราสารหนี้ภาคเอกชนระยะสั้นอาจทะลักเข้าไปในระบบการเงินดั้งเดิม ส่งผลให้สินทรัพย์อ้างอิงเกิดความตึงเครียด

หน่วยงานกำกับดูแลระบุว่า ด้วยความที่ทรัพย์สมบัติของบริษัทเชื่อมโยงกับผลประกอบการของสินทรัพย์คริปโต และสถาบันการเงินแบบดั้งเดิมที่เข้ามาเล่นในกลุ่มสินทรัพย์ (asset class) ความเสี่ยงอื่นๆ ก็จะเกิดขึ้น ตัวอย่างเช่น เมื่อเดือน มี.ค. สำนักงานบัญชีกลางสหรัฐ (OCC) เตือนว่า บรรดาธนาคารอาจผิดพลาดจากการเปิดรับอนุพันธ์คริปโตและคริปโตที่ไม่คุ้มครองความเสี่ยง เนื่องจากมีข้อมูลราคาย้อนหลังน้อย

อย่างไรก็ดี บรรดาหน่วยงานกำกับดูแลยังเสียงแตกเกี่ยวกับขนาดของภัยคุกคามที่การล่มสลายของคริปโตจะมีต่อระบบการเงินและเศรษฐกิจในวงกว้าง

REUTERS/Dado Ruvic/File Photo

สหรัฐย่องขอบราซิลผลิตน้ำมันเพิ่มแก้ปัญหาราคาพุ่งแต่ถูกปฏิเสธ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/682844

วันที่ 12 พ.ค. 2565 เวลา 10:48 น.สหรัฐย่องขอบราซิลผลิตน้ำมันเพิ่มแก้ปัญหาราคาพุ่งแต่ถูกปฏิเสธ

รัฐบาลสหรัฐขอให้บราซิลเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันแต่คว้าน้ำเหลวกลับบ้าน

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า แหล่งข่าว 3 คนที่ทราบเรื่องดังกล่าวเผยกับ Reuters ว่า เมื่อเดือน มี.ค. เจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐสอบถามบริษัทผลิตน้ำมันแห่งชาติเปโตรบราส (Petrobras) ของบราซิลว่าจะเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันได้หรือไม่ หลังจากการรุกรานยูเครนของรัสเซียส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น แต่ฝั่งสหรัฐต้องกลับบ้านมือเปล่า

แหล่งข่าวเผยว่า เจ้าหน้าที่ของเปโตรบราสเผยว่าระดับการผลิตน้ำมันเป็นการทำหน้าที่ของกลยุทธ์ทางธุรกิจไม่ใช่การทูต และการเพิ่มกำลังการผลิตอย่างมีนัยสำคัญในระยะสั้นก็ไม่สามารถทำได้ในเชิงลอจิสติกส์

แถลงการณ์ของโฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐที่ส่งถึง Reuters ระบุว่า “เรากำลัง…ทำทุกอย่างที่เป็นไปได้กับพันธมิตรและหุ้นส่วนของเราเพื่อลดผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการกระทำของรัสเซียต่อประเทศอื่นๆ เช่นบราซิล เรากำลังทำงานร่วมกับบริษัทพลังงานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการจัดหาพลังงานสู่ตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่ราคาสูงขึ้น”

อย่างไรก็ดี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมหรือแสดงความคิดเห็นกับกรณีการพบปะกับเจ้าหน้าที่ของเปโตรบราสเมื่อเดือน มี.ค.

Reuters รายงานว่า เปโตรบราสปฏิเสธในแถลงการณ์ว่าไม่มีการพบปะใดๆ กับตัวแทนของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ และไม่แสดงความคิดเห็นใดๆ เมื่อถูกถามว่าพวกเขาได้ติดต่อพูดคุยกับหน่วยงานอื่นๆ ของรัฐบาลสหรัฐหรือไม่

วอชิงตันใช้การผลักดันทางการทูตอย่างกว้างขวางเพื่อจัดหาน้ำมันทั่วโลกและควบคุมราคาไม่ให้สูงขึ้นหลังจากรัสเซียบุกยูเครน นอกจากนี้เจ้าหน้าที่สหรัฐยังพยายามปรับความสัมพันธ์กับรัฐบาลฝ่ายขวาของประธานาธิบดี ฌาอีร์ โบลโซนารู แม้ว่าจะมีความเห็นไม่ตรงกันกรณีสงครามยูเครนและนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ บราซิลเป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหฐ่อันดับ 9 ของโลก

Reuters รายงานว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐหลายคนขอให้ผู้ผลิตน้ำมันในประเทศเพิ่มกำลังการผลิตด้วย โดยเมื่อเดือน มี.ค. เจนนิเฟอร์ แกรนฮอล์ม รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานสหรัฐเผยว่า ขณะนี้ประเทศอยู่ในสถานการณ์สงคราม

และในเดือนเดียวกันเจ้าหน้าที่สหรัฐยังเดินทางไปเวเนซุเอลาสำหรับการเจรจาทวิภาคีของเจ้าหน้าที่ระดับสูงครั้งแรกในรอบหลายปี เพื่อหารือเกี่ยวกับการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันของเวเนซุเอลาบางส่วน

เบนโต อัลบูแคร์เค รัฐมนตรีกระทรวงเหมืองแร่และพลังงานบราซิลเผยกับ Reuters ว่า เมื่อเดือน เม.ย. เขาพบกับแกรนฮอล์ม 2 ครั้งเพื่อหารือถึงบทบาทของบราซิลในการควบคุมราคาน้ำมันดิบโลก

แหล่งข่าวของรัฐบาลสหรัฐและเปโตรบราวเผยกับ Reuters ว่า ระหว่างการพบปะเมื่อเดือน มี.ค. เจ้าหน้าที่สหรัฐถามเปโตรบราสว่าบริษัทมีศักยภาพในการเพิ่มกำลังการผลิตระยะสั้นหรือไม่

หนึ่งในแหล่งข่าวระบุว่า การติดต่อในเบื้องต้นเป็นการประสานงานระหว่างรัฐบาลสหรัฐและบราซิล และมีการปรึกษากับเจ้าหน้าที่ของเปโตรบราสในการประชุมติดตามผลอย่างไม่เป็นทางการ

แหล่งข่าวทั้งสามรายเผยว่า เจ้าหน้าที่เปโตรบราสตอบกลับว่า การเพิ่มกำลังการผลิตดังกล่าวไม่อยู่ในแผนเนื่องจากเป้าหมายเชิงกลยุทธ์และอุปสรรคด้านลอจิสติกส์ และกล่าวเสริมว่าเปโตรบราสกำลังเพิ่มกำลังการผลิตระยะกลางซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนที่จะเพิ่มกำลังการผลิตอีกวันละ 500,000 บาร์เรวภายในปี 2026

บรรดาผู้บริหารเปโตรบราสย้ำว่าบริษัทดำเนินการอย่างเป็นอิสระจากรัฐบาล แม้ว่ารัฐคือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท

REUTERS/Pascal Rossignol

ยูเครนจ่อปิดเส้นทางส่งก๊าซรัสเซียไปยังยุโรป โทษเป็นเพราะรัสเซียเอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/682780

วันที่ 11 พ.ค. 2565 เวลา 18:15 น.ยูเครนจ่อปิดเส้นทางส่งก๊าซรัสเซียไปยังยุโรป โทษเป็นเพราะรัสเซียเอง

ยูเครนประกาศระงับเส้นทางส่งก๊าซ คิดเป็นกือบ 1 ใน 3 ของก๊าซรัสเซียทั้งหมดที่ส่งไปยังยุโรปโดยผ่านยูเครน

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่ายูเครนประกาศจะระงับก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียที่ส่งไปยังยุโรปผ่านเส้นทาง Sokhranivka ทางตะวันออกของประเทศ ตั้งแต่วันนี้ (11 พ.ค.) เป็นต้นไป ซึ่งคิดเป็นเกือบ 1 ใน 3 ของก๊าซรัสเซียทั้งหมดที่ส่งไปยังยุโรปโดยผ่านยูเครน และมีปริมาณก๊าซไหลผ่านมากถึง 32.6 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน โดยกล่าวว่าเป็นเหตุสุดวิสัยที่เกิดจากรัสเซียเอง

รายงานระบุว่ายูเครนยังคงเป็นเส้นทางหลักสำหรับการจัดส่งก๊าซรัสเซียไปยังยุโรป แม้กระทั่งช่วงที่รัสเซียเปิดปฏิบัติการทางทหารในยูเครน

โดย GTSOU ผู้ดำเนินการระบบจัดส่งก๊าซในประเทศยูเครนกล่าวว่าจะปิดเส้นทาง Sokhranivka ตั้งแต่เวลา 7.00 น. ของวันที่ 11 พ.ค. ตามเวลาท้องถิ่น เนื่องจากเหตุสุดวินัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของบริษัท หลังจากที่พื้นที่ดังกล่าวถูกรุกรานโดยกองกำลังรัสเซีย ทำให้ไม่สามารถดำเนินการสถานีเพิ่มความดันก๊าซธรรมชาติ Novopskov ซึ่งอยู่ในแคว้นลูฮันสก์ ทางตะวันออกของยูเครน

อย่างไรก็ตาม อาจเปลี่ยนเส้นทางการส่งก๊าซไปยัง Sudzha ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของประเทศเป็นการชั่วคราว เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวอยู่ภายใต้การควบคุมของยูเครนเอง

ยูรี วิทเรนโก ประธานคณะกรรมการของบริษัท Naftogaz บริษัทพลังงานของรัฐบาลยูเครนกล่าวกับรอยเตอร์สว่าการระงับก๊าซธรรมชาติของรัสเซียในเส้นทาง Sokhranivka ไม่ควรส่งผลกระทบต่อตลาดในประเทศยูเครน

ทว่า Gazprom บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ของรัสเซียกล่าวว่ารับทราบเรื่องดังกล่าวจากยูเครนแล้ว แต่เป็นไปไม่ได้ในทางเทคนิคที่จะเปลี่ยนเส้นทางการส่งก๊าซทั้งหมดจาก Sokhranivka มาเป็น Sudzha ตามที่ GTSOU เสนอเพราะระบบการทำงานที่ต่างกันทั้งยังต้องเสียค่าใช้จ่ายมากขึ้น

Gazprom ยังกล่าวว่าไม่พบอุปสรรคขัดขวางการดำเนินการส่งก๊าซในเส้นทางดังกล่าวอย่างที่ยูเครนอ้าง และเจ้าหน้าที่ของยูเครนสามารถทำงานได้ตามปกติ พร้อมยืนยันว่าบริษัทจะเดินหน้าส่งก๊าซไปยังยุโรปตามที่ได้ทำสัญญาไว้

ด้านบริษัทก๊าซในมอลโดวา ซึ่งเป็นประเทศเล็กๆ ทางชายแดนตะวันตกของยูเครน กล่าวว่า ไม่ได้รับแจ้งจาก GTSOU หรือ Gazprom ว่าจะเกิดการชะงักของอุปทาน

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่สหรัฐและสหภาพยุโรปเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ลดการพึ่งพาพลังงานของรัสเซียเพื่อตอบโต้ที่รัสเซียเปิดปฏิบัติการทางทหารในยูเครน

Photo by REUTERS/Dado Ruvic/Illustration/File Photo

ไอคอนคราฟต์ จับมือ Theatre เปิดตัวคอลเลคชั่น Theatre 2022 – Sustainable

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/682756

วันที่ 11 พ.ค. 2565 เวลา 14:30 น.ไอคอนคราฟต์ จับมือ Theatre เปิดตัวคอลเลคชั่น Theatre 2022 - Sustainable

ไอคอนคราฟต์ ร่วมกับแบรนด์ดีไซเนอร์ไทยชั้นนำ Theatre เปิดตัวคอลเลคชั่น Theatre 2022 – Sustainable มุ่งขับเคลื่อนวงการแฟชั่นควบคู่ไปกับแนวคิดไลฟ์สไตล์เพื่อโลกที่ยั่งยืน

พื้นที่แห่งงานฝีมือสุดสร้างสรรค์ของคนไทย ไอคอนคราฟต์ ไอคอนสยาม ร่วมกับแบรนด์ Theatre แบรนด์ดีไซเนอร์ไทย ซึ่งอยู่คู่วงการแฟชั่นมานานกว่า 37 ปี โดยคุณจ๋อม ศิริชัย ทหรานนท์ จัดงาน “Theatre 2022 Sustainable” นำเสนอคอลเลคชั่นใหม่ปี 2022 ของแบรนด์เธียเตอร์ (Theatre) ภายใต้คอนเซ็ปต์ Sustainable เพื่อร่วมเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนวงการแฟชั่น ควบคู่ไปกับความยั่งยืน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมสร้างแรงบันดาลใจ และกระตุ้นจิตสำนึกของเยาวชน รวมไปถึงผู้บริโภคแฟชั่นส่วนใหญ่ให้หันมาใส่ใจเรื่องความยั่งยืนมากขึ้น โดยกำหนดจัดงาน ระหว่างวันนี้ – 15 พฤษภาคม 2565 ณ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 -5 ไอคอนสยาม

คุณปารีสา จาตนิลพันธุ์ ผู้บริหารไอคอนคราฟต์ กล่าวถึงการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนการจัดงานในครั้งนี้ว่า ไอคอนคราฟต์ เป็นพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจและแหล่งรวมช่างฝีมือไทยทั่วประเทศที่ใหญ่ที่สุด พร้อมเชิดชูและสร้างความภาคภูมิใจกับความคิดสร้างสรรค์และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ถ่ายทอดในมุมมองใหม่ลงบนงานหัตถศิลป์ของไทย นำเสนอภายใต้คอนเซ็ปต์ “The creative inspiration platform for Thai craftsmen, to love, enjoy and be proud of modern Thai-ness” เพื่อเป็นเวทีแสดงศักยภาพและสนับสนุนส่งเสริมผลงานของสุดยอดช่างฝีมือไทย ล่าสุด ไอคอนคราฟต์ ได้ร่วมกับแบรนด์  เธียเตอร์  แบรนด์ดีไซเนอร์ไทย ที่อยู่คู่กับวงการแฟชั่นไทยมาอย่างยาวนาน โดยครั้งนี้ถือเป็นการนำเอาดีเอ็นเอของแบรนด์ คือ Sustainable ที่ทำมาอย่างต่อเนื่อง นำมาขยายแบบจัดเต็มเป็นคอลเลคชั่นแห่งปี 2022 โดยจะมาจัดนิทรรศการที่ไอคอนคราฟต์ เพื่อให้ลูกค้าเหล่าแฟนคลับเธียเตอร์ ได้มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยกันทำให้เกิดความยั่งยืนในวงการแฟชั่นต่อไป

คุณศิริชัย ทหรานนท์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ เธียเตอร์ แบรนด์ดีไซเนอร์ไทย ซึ่งอยู่คู่วงการแฟชั่นมานานกว่า 37 ปี  กล่าวถึงการจัดงานในปีนี้ว่า  ปีนี้ได้มีการปรับเปลี่ยนครั้งสำคัญของเธียเตอร์ ทั้งรูปแบบและภาพลักษณ์ของแบรนด์  โดยคอลเลคชั่นล่าสุดนี้ มุ่งเน้นเรื่องการอยู่ร่วมกันกับสิ่งแวดล้อมแบบยั่งยืน เริ่มจากกระบวนการผลิตคอลเลคชั่น Sustainable ที่เริ่มจากแนวความคิด Slow fashion, Reuse, Recycle และ Upcycle โดยเน้นงาน craft ซึ่งเป็นเอกลักษณ์สำคัญคู่กับแบรนด์มายาวนาน ภายใต้แนวความคิดดังกล่าว นำมาสู่การสร้างสรรค์สินค้าแฟชั่นใน 3 ประเภท ได้แก่

สินค้าต้นแบบสำหรับ made to order ในแนว one of a kind โดยเป็นสินค้าที่เกิดจากการนำเศษผ้าและวัสดุเหลือใช้ นำกลับมาใช้ใหม่ บวกความคิดสร้างสรรค์และเทคนิคเสริม ช่วยทำให้ตัวสินค้าโดดเด่น และมีความสวยงามเฉพาะตัว ไม่สามารถทำซ้ำได้เหมือนเดิม 100% ประกอบด้วย ชุดเดรส เสื้อเชิ้ต แจ็คเก็ต กางเกง กระเป๋า และรองเท้าบูท

สินค้า Limited Edition ที่มีจำนวนจำกัด ไม่สามารถทำเพิ่มได้ จัดทำขึ้นจากผ้าและวัสดุที่คงเหลือในโรงงาน ทั้งผ้าที่มีตำหนิจากความเก่าเก็บ และผ้าค้างสต็อก นำมาผนวกกระบวนการและความคิดสร้างสรรค์แบบยั่งยืนและ ย้อมสีธรรมชาติ โดยร่วมกับแบรนด์ KiRee จนได้เป็นผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและมีจำนวนจำกัด ประกอบด้วยเสื้อเชิ้ต เดรส ชุด pyjamas เสื้อเชิ้ต และกางเกง

สินค้าที่จัดทำขึ้นเพื่อการกุศล หารายได้ช่วยสถานสงเคราะห์เด็ก Life Impact อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก โดยเป็นสินค้าประเภทเสื้อยืดพิมพ์ลาย ดอกไม้วาดโดย ศิลปินไทย “กานต์ กาญจนามัย” ดีไซเนอร์เลือดใหม่ ซึ่งใช้แนวคิดการ reuse กระดาษใบเสร็จรับเงินเหลือใช้ มาเป็นพื้นในการวาด ทำให้ลายดอกไม้ที่ได้มีเสน่ห์แปลกตา สวยงาม ขณะที่เสื้อยืดจัดทำขึ้นจากผ้าฝ้าย พิมพ์ด้วยเทคนิค silk screen แบบทำมือ 10 สี มีจำนวนจำกัดเพียง 100 ตัว และมีหมายเลขกำกับ ซึ่งรายได้หลังหักค่าใช้จ่าย จะนำไปมอบให้สถานสงเคราะห์เด็กทั้งหมด

การเปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ ณ  ไอคอนคราฟต์ (ICONCRAFT) พื้นที่แห่งงานฝีมือสุดสร้างสรรค์ของคนไทย ชั้น 4 ไอคอนสยาม ในรูปแบบของนิทรรศการ Exhibition โดยบริเวณงานจัดให้มีการแสดงผลงานต่างๆ เพื่อสื่อสารแนวคิดของ Sustainable เป็นภาพวาดจากกระดาษ reuse ของศิลปิน “กานต์ กาญจนามัย” ทั้ง 8 ชิ้นงาน พร้อมเปิดประมูลภาพ (ราคาต่อภาพ เริ่มต้นที่ 15,000 บาท) เพื่อรวบรวมรายได้สมทบทุน บริจาค ช่วยเหลือสถานสงเคราะห์เด็ก life impact ทั้งหมด โดยไม่หักค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ จะมีการจัดแสดงเสื้อผ้าคอลเลคชั่น Theatre 2022  งาน one of a kind ใน Exhibition ตั้งโชว์ทั้ง 10 ชุด  และจำหน่ายเสื้อผ้า limited edition ในจำนวนจำกัดอีกด้วย

ภายในงานเพิ่มความพิเศษ ด้วยการจัดพื้นที่โชว์ผลงานประติมากรรมดอกไม้ ซึ่งได้ทำงาน collaboration ร่วมกับแบรนด์ Permaflora  แบรนด์ดอกไม้ผ้าทำมือที่แสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญาไทยอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ยังมีผลงานที่ร่วมกับศิลปิน คุณอีริค โตบัว  (Eric Tobua)  นักประดิษฐ์งานศิลป์จากเศษขยะ ซึ่งได้จัดทำประติมากรรมที่สวมใส่ได้จากดอกแพนซีทำมือ โดย Permaflora จำนวน 250 ดอก และจัดแสดงผลงานกระเป๋า tote bags ที่ได้ collaboration กับ Thais แบรนด์กระเป๋าที่ผลิตจากเศษหนังเหลือใช้จากอุตสาหกรรม โดยใช้เศษหนังมาอัดใหม่ผ่านกระบวนการที่ทันสมัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สกรีนทับด้วยลายดอกไม้ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของคอลเลคชั่นนี้

สำหรับนิทรรศการจะจัดแสดงผลงานผ้าบาติกพิมพ์ลาย block print monogram และย้อมสีธรรมชาติ จากการ collaboration ร่วมกับแบรนด์ KiRee กลุ่มชุมชนมัดย้อมสีธรรมชาติ บ้านคีรีวง นครศรีธรรมราช โดยจัดแสดงตัวอย่างการใช้สีจากธรรมชาติ  อาทิ   ใบมังคุด ครั่ง แก่นไม้ขนุน ลูกเนียง ฝักสะตอ เป็นต้น (โดยลาย monogram theatre ที่ใช้ในคอลเลคชั่นนี้ ถือเป็นการเปิดตัวลาย อย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก) และยังมีการจัดแสดงผลงานรองเท้าบูท upcycling จากเศษหนัง โดย collaboration ร่วมกับแบรนด์ Tango แบรนด์เครื่องหนังที่อยู่คู่กับวงการแฟชั่นไทยมายาวนานเช่นกัน โดยใช้เศษหนังที่เหลือจากการทำงานมาประกอบใหม่ ให้เกิดเป็นศิลปะแบบ patchwork ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของทั้ง Tango และ Theatre

อีกหนึ่งไฮไลท์ ของการจัดงานครั้งนี้ จะจัดจำหน่ายเสื้อผ้า ready to  wear จากผ้าสต๊อก และเศษผ้าเหลือใช้นำกลับมาผลิตเป็นเครื่องแต่งกายใหม่ในแนวผสมผสาน ซึ่งมีจำนวนจำกัด และเข็มกลัดดอกไม้ทำมือโดย Permaflora ดอกไม้ทั้ง 7 แบบ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของคอลเลคชั่นนี้ถูกจัดทำในรูปแบบเข็มกลัด จำหน่ายพร้อมกล่องเสื่อกระจูดกับใบลาน จากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านโคกเมา จังหวัดพัทลุง

ทั้งนี้ เพื่อสร้างความตระหนักให้ผู้บริโภคกลุ่มแฟชั่น หันมาใส่ใจเรื่องความยั่งยืนมากขึ้น ภายในงานจะมีกิจกรรมต่างๆ เพื่อตอกย้ำ และสื่อสารถึงแนวคิดดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วยการจัดแสดงภาพจากวิดีโอ สัมภาษณ์บุคคลตัวอย่างที่เข้าร่วมโครงการ sustainability, เบื้องหลังการทำงานในคอลเลคชั่นนี้ รวมไปถึงขั้นตอนในการผลิตสินค้าบางประเภทที่เป็นไฮไลต์สำคัญของงาน โดยภายในงานทางแบรนด์เธียเตอร์ จะทำการถ่ายภาพแคมเปญของคอลเลคชั่น Sustainable โดยช่างภาพระดับแถวหน้าของประเทศ คุณ ณัฐ ประกอบสันติสุข พร้อมพูดคุย สัมภาษณ์บุคคลพิเศษที่ทางแบรนด์เลือกมาเพื่อเป็นแบบอย่างให้เยาวชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด และเล็งเห็นถึงความสำคัญของความยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อม  และโลกในอนาคตต่อไป

ร่วมเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนวงการแฟชั่นไทย ควบคู่ไปกับความใส่ใจสิ่งแวดล้อม และมาร่วมกันใส่ใจเรื่องความยั่งยืนมากขึ้น กับแบรนด์ เธียเตอร์ (Theatre)  ในงาน “Theatre 2022 Sustainable” นำเสนอคอลเลคชั่นใหม่ปี 2022 ระหว่างวันนี้  – 15 พฤษภาคม 2565 ณ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 -5 ไอคอนสยาม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 1338 หรือ Facebook ICONCRAFT

อิ่มเอมเปรมใจไปกับอาหารเวียดนามสูตรดั้งเดิม @Morning Glory : The Vietnamese Chef’s Table

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/682733

วันที่ 11 พ.ค. 2565 เวลา 13:50 น.อิ่มเอมเปรมใจไปกับอาหารเวียดนามสูตรดั้งเดิม @Morning Glory : The Vietnamese Chef’s Table

โพสต์ทูเดย์ชวนกินอาหารที่ดี เพื่อการมีสุขภาพที่ดี ให้ชีวิตสดใสต้อนรับวันใหม่ในยามเช้า ที่ Morning Glory ร้านอาหารเวียดนามที่เฟ้นวัตถุดิบอย่างดีจากธรรมชาติ เสิร์ฟทั้งเชฟเทเบิล ชาบูบุฟเฟ่ต์ และเมนูอลาคาร์ท

เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ 

รีวิวครั้งนี้เอาใจสายสุขภาพด้วยเมนูอาหารเวียดนามแบบดั้งเดิม ที่ร้าน Morning Glory (มอร์นิ่งกลอรี่) ร้านอาหารเวียดนามสไตล์เชฟเทเบิล และชาบูบุฟเฟ่ต์ นำโดยเชฟบัง-วาลิต เลิศปัญญา เชฟมากประสบการณ์ที่มีความเชี่ยวชาญในการรังสรรค์อาหารทั้งไทย-จีน-เวียดนาม ท่ามกลางบรรยากาศหรูหรา ทว่าเรียบง่าย ให้ความรู้สึกอบอุ่นผ่อนคลาย พร้อมมาในราคาที่เข้าถึงได้

สำหรับอาหารเวียดนาม นับเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมอาหารเก่าแก่ของโลก ที่ผสมผสานความอร่อยของซีกโลกตะวันออกและโลกตะวันตก หลอมรวมจนกลายเป็นอีกหนึ่งวิวัฒนาการทางอาหารที่น่าหลงใหล โดยมีจุดกำเนิดมาจากอาหารจีนตอนใต้ที่แผ่ขยายเข้ามาในแต่ละภูมิภาคของเวียดนาม รวมถึงเกิดการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมการกินของชาวเขมร ชาวไทย และชาวลาว ไม่เว้นแม้แต่จากชาวมาเลเซียที่มาทำการค้าในยุคสมัยนั้น มีการนำกลิ่นอายของวัฒนธรรมอาหารอินเดียที่มีการใช้ผงกะหรี่และกะทิมาประยุกต์ กอปรกับอิทธิพลการปรุงอาหารแบบฝรั่งเศสมาเสริมให้เข้ากับวัฒนธรรมอาหารเวียดนาม ทำให้ปัจจุบันอาหารเวียดนามเป็นอาหารที่มีความหลากหลาย สมบูรณ์แบบครบรส ทั้งเทคนิคการปรุงและรสชาติ จนได้รับความนิยมไปทั่วโลก

Cha Gio – Imperial Seafood Spring Roll

โดยความหมายของชื่อ Morning Glory นอกจากจะหมายถึง “ผักบุ้ง” ซึ่งเป็นหนึ่งในพืชประจำถิ่นของเวียดนามแล้ว ยังหมายถึง “แสงแห่งรุ่งอรุณ” ด้วยความเชื่อว่าการได้รับประทานอาหารที่ดี ย่อมก่อให้เกิดความสดใสต้อนรับชีวิตแรกตื่นในยามเช้า ดังนั้น ความตั้งใจของ Morning Glory คือบอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์วัฒนธรรมอาหารเวียดนามที่ไม่ได้มีเพียงแค่เปาะเปี๊ยะสด และเปาะเปี๊ยะทอด แต่ยังมีอาหารจานอร่อยที่รอให้ทุกคนได้มารู้จัก ลิ้มลองชิม และดื่มด่ำเรื่องราวของอาหาร ผ่านเมนูที่มีให้เลือกกว่า 33 รายการ

Cha Tom – Deep Fried Shrimp Cake on Sugarcane Sticks

ทุกเมนูของ Morning Glory ล้วนผ่านการรังสรรค์อย่างพิถีพิถัน สด ใหม่ และมีคุณภาพดี เพื่อให้คุณได้รับอาหารที่ดีที่สุดจากเชฟเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการเลือกเฟ้นวัตถุดิบอย่างดีจากธรรมชาติ 100% ประกอบด้วยผักออร์แกนิกจากสวนเกษตรโดยตรง ซึ่งนำมาล้างจนสะอาดใบต่อใบก่อนเสิร์ฟถึงโต๊ะ เนื้อสัตว์จากฟาร์มที่รู้จักเจ้าของฟาร์มและได้รับความไว้วางใจจากร้านในเรื่องความสะอาดปลอดภัย อาหารทุกจานโดดเด่นด้วยวิธีการปรุงแบบดั้งเดิม เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงรสชาติอาหารเวียดนามอย่างแท้จริง ชนิดที่ทุกท่านไม่ต้องบินไปไกลถึงฮานอย แต่ก็สามารถอิ่มอร่อยกับอาหารเวียดนามรสเลิศ 

Beef Wrapped in Betel Leaf Served with Rice Noodles
Cha Ca – Vietnamese Turmeric Fish Served with Noodles
Cha Ca – Vietnamese Turmeric Fish Served with Noodles
พิซซ่าเวียดนาม
โอวหนี่แปะก๊วย
สาคูแคนตาลูป

ที่ Morning Glory นอกจากจะเสิร์ฟอาหารเวียดนามแบบ Chef’s Table แล้ว ก็ยังคงขยายการนำเสนอความอร่อยให้มีความหลากหลาย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของเหล่านักกิน ไม่ว่าจะเป็นเมนูอะลาคาร์ทกว่า 30 รายการให้ทุกท่านได้เลือกชิม โดยมีไฮไลท์ต้องลอง อาทิ Cha Gio เปาะเปี๊ยะทอดแบบพื้นบ้าน ห่อแป้งตาข่าย สอดไส้ซีฟู้ดเต็มปากเต็มคำ (220 บาท)  เปาะเปี๊ยะทอดแป้งตาข่ายไส้ทะเล  Cha Tom กุ้งพันอ้อย (310 บาท) เป็นชื่อของอาหารเวียดนามชนิดหนึ่งที่นำเนื้อกุ้งบดที่ปรุงรสแล้วมาพันกับก้านอ้อยขนาดพอเหมาะ เสิร์ฟกับซอสสูตรพิเศษที่สามารถหาทานเฉพาะที่ร้าน Morning Glory The Vietnamese Chef’s Table เท่านั้น Cha Ca ปลาเก๋าขมิ้นกระทะร้อน (400 บาท) เมนูพื้นบ้านของเวียดนามที่นำเสนอรสชาติแบบ Authentic เสริมทัพด้วยเนื้อย่างใบชะพลู (310 บาท) และของหวานสุดอร่อย อาทิ โอวหนี่แปะก๊วย (120 บาท) สาคูแคนตาลูป (120 บาท)

หรือจ่ายแค่ 499 บาท ก็อิ่มอร่อยจนพุงกางไปกับเมนู A La Carte Buffet ที่มีให้เลือกมากกว่า 30 เมนู พร้อมสดชื่นไปกับน้ำสมุนไพรกันแบบไม่อั้น เรียกว่าอร่อยกันแบบต้นตำรับเหมือนไปกินเองที่เวียดนาม ทั้งขนมเบื้องญวน หมูย่างใบชะพลู กุ้งพันอ้อย ซึ่งมีทีเด็ดกันอยู่ที่น้ำจิ้มรสเลิศ อร่อยแบบเปรี้ยวอมหวาน หรือจะเป็นเมนูขนมจีนซุปเนื้อ เฝอหมู ที่มีน้ำซุปรสเด็ด อร่อยจนคุณไม่อยากอิ่ม

ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีชาบูเวียดนาม เนื้อหรือหมู (Royal Vietnamese Hot Pot) ราคา 350 บาท มีให้เลือกทั้งหมูหรือเนื้อ ซึ่งความพิเศษอยู่ที่น้ำซุปเคี่ยวนานกว่า 24 ชั่วโมง ด้วยกระดูกและน้ำมะพร้าวอ่อน เติมสมุนไพร ใส่น้ำจิ้มก็ฟินขั้นสุด นอกจากนี้ ยังบริการเสิร์ฟเครื่องดื่ม เบียร์และไวน์ ระหว่างเวลา 17.00 -20.00 น. ที่มาพร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษให้คุณดื่มด่ำตลอด 2 ชั่วโมงกับเบียร์บุฟเฟ่ต์ 259 บาท (Net) และไวน์บุฟเฟ่ต์ 359 บาท (Net)

ตามมาลิ้มรสอาหารเวียดนามได้ที่ร้านอาหาร Morning Glory : The Vietnamese Chef’s Table ที่ชั้น 1 อาคาร Ramada Plaza Sukumvit 48

เวลาเปิดทำการ 11.00 – 21.00 น.

ดูรายละเอียดได้ที่เฟซบุ๊ก Morning Glory The Vietnamese Chef’s table

สำรองที่นั่งหรือสั่งอาหารกลับบ้านได้ที่ โทร. 098-494-2000

หรือทาง Line Official ID : https://lin.ee/zNkIqOd

หรือ line ID : @morningglorybkk 

IG : morning.glory48

KIN เซ็ตมื้อค่ำครั้งใหม่จากแรงบันดาลใจทั่วโลก @Kintsugi Bangkok by Jeff Ramsey

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/682706

วันที่ 11 พ.ค. 2565 เวลา 07:45 น. KIN เซ็ตมื้อค่ำครั้งใหม่จากแรงบันดาลใจทั่วโลก @Kintsugi Bangkok by Jeff Ramsey

สัมผัสประสบการณ์อันแสนพิเศษกับมื้ออาหารญี่ปุ่นแบบไคเซกิ (Kaiseki) สมัยใหม่ ได้ที่ห้องอาหาร Kintsugi Bangkok by Jeff Ramsey

เรื่องและภาพ วารุณี มณีคำ

เป็นอีกครั้งที่โพสต์ทูเดย์ได้ดื่มด่ำกับอรรถรสมื้ออาหารค่ำอันเป็นที่น่าจดจำในแบบฉบับอาหารญี่ปุ่น Kaiseki สมัยใหม่ ที่ห้องอาหาร Kintsugi Bangkok by Jeff Ramsey ที่สุดของการรังสรรค์มื้ออาหารโดยสุดยอดเชฟ เจฟ แรมซีย์ เชฟลูกครึ่งอเมริกัน-ญี่ปุ่น มากประสบการณ์ที่ได้รับตำแหน่งซูชิมาสเตอร์คนแรกที่เป็นชาวต่างชาติ ผู้คว้ารางวัลการันตีมากมาย จากความคิดสร้างสรรค์ผนวกรวมกับประสบการณ์อันโชกโชน เราจึงได้เห็นการนำเสนอในรูปแบบแปลกใหม่และทันสมัย หากแต่ยังสามารถคงรสชาติดั้งเดิมไว้ได้อย่างน่าทึ่ง

Breaded Hirame with Yuzu Tzatziki, Compressed Golden Beetroot – สเต็กปลาตาเดียวและซอสโยเกิร์ตยูซุ

สำหรับเมนูสไตล์ไคเซกิของห้องอาหารคินสุกินี้ เชฟแรมซีย์ กล่าวว่า ไคเซกิ คือต้นตำรับของเมนูอาหารชุด หรือเทสติ้งเมนู ซึ่งห้องอาหารทั่วโลกต่างนำเสนออาหารในรูปแบบนี้ และเขามั่นหมายจะรวมกลยุทธ์ต่างๆ ที่เขาเรียนรู้มารวมไว้ที่ไคเซกิ และเนื่องจากเชฟแรมซีย์และภริยาชาวญี่ปุ่นของเขาอาศัยอยู่ทางฝั่งตะวันตกของญี่ปุ่น เมนูของคินสุกิจึงเน้นวัตถุดิบที่มาจากแถบนี้โดยเฉพาะ และนำมาผสมผสานกับวัตถุดิบในประเทศไทย ปรัชญาของคินสุกิ เป็นที่มาของแนวคิดหลักของห้องอาหาร โดยเน้นความสำคัญของการเชื่อมโยงวัฒนธรรมผ่านทางอาหาร

สำหรับ KIN (12 คอร์ส ราคา 4,300++ บาท/ท่าน) เป็นเซ็ตมื้อค่ำชุดใหม่ห้องอาหารคินสุกิ เชฟเจฟ แรมซีย์ ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก อาหาร วัตถุดิบ และวิธีการปรุงแต่งมาจากทั่วโลก ซึ่งเชฟเจฟได้นำมาประยุกต์และผสมผสานให้เข้ากับวัตถุดิบญี่ปุ่นประจำฤดูกาลได้เป็นอย่างดี

Simmered Ankimo and Salmon, Pickled Cherries and Iburigakko – ตับปลามังฟิชและปลาแซลมอน

เริ่มด้วยด้วย Simmered Ankimo and Salmon, Pickled Cherries and Iburigakko ตับปลามังฟิชและปลาแซลมอน จานที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากอาหารทางภาคเหนือของประเทศไทย อย่าง “แกงกระด้าง” แกงที่เคี่ยวด้วยขาหมูและใช้เจลาตินจากขาหมูมาทำให้ตัวแกงกลายเป็นวุ้น และทานเย็นๆ คู่กับข้าวสวยร้อนๆ ซึ่งเชฟได้เปลี่ยนจากขาหมูมาใช้ปลาแซลมอล ซึ่งปลาแซลมอนเป็นปลาที่มีไขมันโอเมก้า 3 และคอลลาเจนที่มีประโยชน์อย่างมาก โดยนำกระดูกปลาแซลมอนและท้องปลาแซลมอนมาเคี่ยว 6-7 ชั่วโมง เพื่อให้ได้ซอสที่เข้มข้น ทานพร้อมตับปลาอังโกะ และเสิร์ฟมาพร้อมกับเชอร์รี่แทสมาเนียจากประเทศนิวซีแลนด์ที่นำมาดองกับน้ำส้มสายชูไวน์แดง หัวไชเท้ารมควันของขึ้นชื่อจากจังหวัดอาคิตะ และเนื้อปลาแซลมอนต้มด้วยซีอิ๊วหวาน

วัตถุดิบหลักของจานนนี้คือ พริกหวานสเปน หรือพริกแพนทอน พริกที่ได้ชื่อมาจากเมืองแพนทอน เมืองที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศสเปน ซึ่งเป็นเมืองที่มีความอุดมสมบูรณ์ และเป็นเมืองเกษตรกรรม เมืองเมืองนึงของสเปน โดยปกติแล้วพริกตัวนี้ คนสเปนจะนำไปย่างและราดด้วยน้ำมันมะกอก เชฟเจฟเลยได้แรงบันดาลใจมาเสิร์ฟในรูปแบบสลัดเย็น แบบ ”เซบิเช่” โดยจะนำพริกมาทาด้วยน้ำมันมะกอกและนำไปย่างด้วยไฟอ่อนๆ จนเกือบสุก และจึงค่อยนำมาดองในน้ำสต๊อกปลาดาชิ ที่ปรุงรสด้วยซีอิ๊วและสาเกหวาน จากนั้นจะนำคลุกกับน้ำสลัดเปรี้ยว-หวานของญี่ปุ่นแตงกวามะเขือเทศเชอร์รี่หอยเชลล์และปลาหัวหงอกตากแห้ง

Parmesan Cheese and Zuwai Crab Chawanmushi – ไข่ตุ๋นปูหิมะและพาเมซานชีส

มาถึงที่สุดของความละมุนกับไข่ตุ๋นที่เชฟได้รับแรงบันดาลใจมาจากขนมหวานของฝรั่งเศส ซึ่งก็คือขนม “ซูเฟล่” เพียงไม่ได้ผสมแป้งเค้ก ก่อนอื่นจะนำนมไปอุ่นแล้วค่อยนำมาหมักกับพาเมซานชีส หลังจากนั้นค่อยนำมาตีให้เข้ากับไข่ และปรุงรสด้วยซีอิ๊ว ปูหิมะจากจังหวัดฮอกไกโด ซึ่งเป็นปูที่หาทานได้แค่ช่วงฤดูหนาวเท่านั้น และหลังจากนั้นค่อยนำไปตุ๋นด้วยไฟอ่อน ๆ จนสุกเพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสของไข่ตุ๋นที่แตกต่างจากที่อื่น และพาเมซานชีสลนไฟบนชั้นบนสุด

Ika Somen – ซาซิมิปลาหมึกกล้วยญี่ปุ่น

สำหรับจานนี้เชฟเจฟเลือกใช้ปลาหมึกหอมสด ๆ ทั้งตัวจากจังหวัดชิบะ นำมาล้างทำความสะอาด และนำไปแช่ในน้ำแข็งเพื่อให้เนื้อปลาหมึก มีความกรอบ จากนั้นค่อยนำออกมาแล่ให้เป็นเส้น เสิร์ฟมาพร้อมกับ หน่อขิงอ่อนญี่ปุ่นและใบโอบะซอย หัวไชเท้าขูด และน้ำซอสเม็นซุยุเย็น ๆ สูตรพิเศษ ที่จะช่วยเพิ่มความสดชื่นหลังทานได้เป็นอย่างดี

Japanese Fruit Tomato Burrata Cheese, Kombu and Hojiso – มะเขือเทศญี่ปุ่นและชีสบูราต้า

มะเขือเทศญี่ปุ่นและชีสบูราต้าจานนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากการผสมผสานวัตถุดิบของ 2 ประเทศระหว่าง “อิตาลี กับ  ญี่ปุ่น” โดยจะใช้มะเขือเทศสายพันธุ์โมโมทาโร่ซึ่งมะเขือเทศพันธุ์นี้มีรสชาติหวานอมเปรี้ยวกำลังดีเสิร์ฟมาคู่กับซอสที่นำสตรอเบอร์รี่สดมาผสมกับบูราต้าชีส

Saba Misoni, Gochujang Miso Braised – ปลาแมคเคอเรลและซอสมิโซะ
Saba Misoni, Gochujang Miso Braised – ปลาแมคเคอเรลและซอสมิโซะ

ตัวแทนของประเทศเกาหลี จานปลาที่เชฟได้แรงบันดาลใจมาจากส่วนผสมและรสชาติของเกาหลี โดยการนำปลาซาบะมาหมักกับซอสปรุงรสสูตรเฉพาะ หลังจากนั้นค่อยนำมาผัดกับซอสที่มีส่วนผสมของมิโซะขาวและซอสโคชูจัง เสิร์ฟมาพร้อมกับโฟมที่ทำมาจากต้นหอมญี่ปุ่นกับน้ำสต๊อกปลาดาชิ

Breaded Hirame with Yuzu Tzatziki, Compressed Golden Beetroot – สเต็กปลาตาเดียวและซอสโยเกิร์ตยูซุ

สเต๊กปลาตาเดียวและซอสโยเกิร์ตยูซุ จานปลาที่เชฟได้แรงบันดาลใจมาจาก “ภูมิภาคตะวันออกกลาง” โดยมีองค์ประกอบของซอสครีมถั่วฮัมมุสที่มีส่วนผสมของถั่วลูกไก่บดและมิโซะ, ซอสยูซุโยเกิร์ตซาซิกิ, ปลาตาเดียวที่นำมาจี่กับกระทะจนสุก, ผงคุกกี้, แตงกวาดอง, และบีทรูทในน้ำมันมะกอก 

Shirako Mousse, Black Truffle and Crab Ankake – มูสท่อเก็บน้าเลี้ยงปลาค็อด

จากวัตถุดิบหลักตามฤดูกาลของญี่ปุ่นที่หาทานได้เฉพาะฤดูหนาวนี้เท่านั้น ชิราโกะ คือท่อเก็บน้ำอสุจิของปลาค๊อตที่ฮอกไกโด ที่เชฟได้รับแรงบันดาลใจในการทำมาจากอาหารและวัตถุดิบจากอเมริกาใต้ ซึ่งได้แก่ “ทามาเล่” โดยจะนำชิราโกะมาปรุงให้สุกและนำมาปั่นละให้ละเอียด และนำไปนึ่งจนกลายเป็นมูส เสิร์ฟมาพร้อมกับชิราโกะเทมปุระ หน่อไม้ฝรั่งขาวจากเปรูย่าง ซอสปูอันกะเกะ และเห็ดทรัฟเฟิลสด

Seared Tachiuo, Fresh Grated Wasabi and Moshio – ปลาดาบย่างเกลือ

ปลาดาบเงินจากจังหวัดคะนะงะวะเป็นปลาที่หาทานได้ตามฤดูกาลเท่านั้นซึ่งจะมีไขมันสูงและเนื้อจะมีรสชาติหวานโดยจะนำมาโรยเกลือและย่างบนไฟอ่อนๆ จนสุกและเสิร์ฟมาพร้อมกับหัวไชเท้าขูดวาซาบิสด

Grilled MB9 Wagyu Striploin, Shishito Pepper, Steam Egg Yolk and Caviar – เนื้อวากิวออสเตรเลียย่างบนเตาถ่าน

Grilled MB9 Wagyu Striploin, Shishito Pepper, Steam Egg Yolk and Caviar อาหารจานหลักที่ใช้เนื้อออสเตรเลียวากิว ส่วนสันนอก ระดับไขมัน MB9 ที่นำมาย่างเสิร์ฟมาพร้อมกับไข่แดงที่นำไปนึ่งจนเกือบสุกและพริกชิชิโตะย่างไฟ

Asari Clam Miso Soup, Brown Butter and Sansho Powder – ซุปหอยลายญี่ปุ่น

เมนูซุปเต้าเจี้ยวญี่ปุ่นที่ผสมมิโซะ 2 ชนิดเข้าด้วยกันเพื่อทำให้รสชาติกลมกล่อมมากยิ่งขึ้นโดยใช้เต้าเจี้ยวแดงที่ได้มาจากการหมักถั่วเหลืองกับเกลือและเต้าเจี้ยวขาวที่มีรสชาติหวานตามธรรมชาติเนื่องจากใช้ปริมาณเกลือและระยะเวลาในการหมักที่น้อยกว่าเต้าเจี้ยวแดงเสิร์ฟมาพร้อมกับหอยลายญี่ปุ่นผัดเนย

Melon Sorbet and Riesling Jelly, Yuzu Curd – เมล่อนซอร์เบและเจลลี่องุ่นรีสลิ่ง

ปิดท้ายด้วยเมล่อนซอร์เบและเจลลี่องุ่นรีสลิ่ง ขนมหวานที่ใช้ไวน์ขาวรีสลิ่งจากประเทศ “ออสเตรเลีย” มาทำเป็นเจลลี่ เสิร์ฟมาพร้อมกับเมล่อนซอร์เบทโฮมเมดและผลไม้สด

ละเมียดละไมไปกับประสบการณ์อันแสนพิเศษกับมื้ออาหารญี่ปุ่นแบบไคเซกิ (Kaiseki) สมัยใหม่ ได้ที่ห้องอาหาร Kintsugi Bangkok by Jeff Ramsey ที่โรงแรม ดิ แอทธินีโฮเทล แบงค็อก, อะลักซ์ซูรี คอลเลคชั่น กรุงเทพฯ ชั้น 3 

เปิดให้บริการทุกวัน  มื้อกลางวัน 11.30 – 14.30 น. และมื้อค่ำ 17.30 –  22:00 น.

เมนู อะลาคาร์ท ราคาเริ่มต้นที่ 120 – 840++ บาท

สอบถามโทร. โทร. 02 650 8800

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก Kintsugi Bangkok by Jeff Ramsey

หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.marriott.com/hotels/travel/bkkla-the-athenee-hotel-a-luxury-collection-hotel-bangkok/

GRU หน่วยสายลับมือฉมังของรัสเซียที่ตระเวนล้วงความลับไปทั่วโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/682781

วันที่ 11 พ.ค. 2565 เวลา 19:00 น.GRU หน่วยสายลับมือฉมังของรัสเซียที่ตระเวนล้วงความลับไปทั่วโลก

นอกจากหน่วยลอบสังหารแล้ว รัสเซียยังมีไม้ตายอย่างหน่วยสายลับ GRU ที่คอยล้วงความลับของประเทศต่างๆ ทั่วโลก

เมื่อเร็วๆ นี้ สื่อเชิงสืบสวนสอบสวนของรัสเซีย 2 กลุ่มคือ Agentura.ru และ Bellingcat รายงานว่า ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ปลดหน่วยสายลับ FSB (หน่วยข่าวกรองหลักของรัสเซียที่เปลี่ยนชื่อมาจาก KGB) จากหน้าที่ในการหาข่าวในยูเครน แล้วแต่งตั้งให้หน่วย GRU ซึ่งเป็นหน่วยข่าวกรองทางทหารมารับหน้าที่นี้แทน เนื่องจาก FSB ทำหน้าที่ล้มเหลว

1.หน่วย GRU ถูกก่อตั้ง โดย โจเซฟ สตาลิน ผู้นำสหภาพโซเวียต เมื่อปี 1942 ไม่ถึงปีหลังจากนาซีเยอรมันบุกสหภาพโซเวียต ในช่วงพีคของสงครามโลกครั้งที่ 2 GRU ได้รับมอบหมายให้สอดแนมเยอรมนีและพันธมิตร และในช่วงสงครามเย็นมีผลงานที่โดดเด่นคือ การแทรกซึมเข้าไปล้วงข้อมูลโครงการระเบิดปรมาณูของอังกฤษ

2.รายงานต่อสภาคองเกรสของสหรัฐบรรยายถึง GRU ไว้ว่า เป็นองค์กร “ขนาดใหญ่ กว้างขวาง และทรงพลัง” แต่ไม่ค่อยมีใครทราบเกี่ยวกับขนาดและการดำเนินงานของ GRU

3.GRU โดดเด่นกว่าหน่วยสายลับอื่นๆ ของรัสเซียในด้านความสมัครใจในการปฏิบัติงานที่ซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูง ทั้งยังมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับขบวนการปฏิวัติและกลุ่มก่อการร้าย มีประสบการณ์ในการใช้อาวุธและระเบิด รวมทั้งผ่านการฝึกสุดโหดมาแล้ว

4.GRU แบ่งเป็นหลายหน่วยย่อย อาทิ หน่วย 29155 มีหน้าที่ลอบสังหารและทำภารกิจอื่นที่เป็นความลับโดยมีเป้าหมายเพื่อสั่นคลอนในประเทศแถบยุโรป คาดว่าหน่วยนี้ปฏิบัติการอย่างลับๆ มาตั้งแต่ปี 2008 เป็นอย่างน้อย แต่การมีอยู่ของหน่วยนี้เพิ่งจะเปิดเผยต่อสาธารณะในปี 2019

5.หน่วย 54777 หรือศูนย์ปฏิบัติการพิเศษที่ 72 เป็นหน่วยด้านสงครามจิตวิทยา หน่วย 26165 หรือแฟนซีแบร์ รับหน้าที่ปฏิบัติการทางไซเบอร์และแฮกข้อมูล ทางการเนเธอร์แลนด์กล่าวหาว่าหน่วยนี้เกี่ยวข้องกับการแฮกองค์การเพื่อการห้ามใช้อาวุธเคมี (OPWC) เมื่อปี 2018 และหน่วย 74455 เป็นหน่วยที่ใช้ข้อมูลระบุตัวตนออนไลน์ปลอม (DCLeaks และ Guccifer 2.0) เพื่อประสานงานการเปิดเผยเอกสารที่ขโมยมาที่มีความอ่อนไหวทางการเมืองกับวิกิลีกส์เพื่อให้เกิด “ผลกระทบทางการเมืองสูงสุด”

6.เอกสารการประเมิน GRU ของตะวันตกที่สำนักข่าว Reuters ได้เห็นเมื่อปี 2018 ระบุว่า GRU วางสายลับที่ผิดกฎหมายมานานหลายปี เช่น คนที่ทำงานโดยไม่ได้รับความคุ้มครองทางการทูต และคนที่อาศัยอยู่ภายใต้การปลอมตัวในต่างประเทศ การประเมินระบุว่า “มันมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในการพัฒนาสงครามสารสนเทศของรัสเซีย (ทั้งการป้องกันและเชิงรุก) เป็นองค์กรที่ห้าวหาญและได้รับการสนับสนุนอย่างดี ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยตรงและเข้าถึง (ประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิมีร์) ปูติน ทำให้มีอิสระในการปฏิบัติงาน และได้รับการผ่อนผันสำหรับการตรวจสอบทางการทูตและทางกฎหมาย

7.GRU ตระเวณลงมือทั่วโลก อาทิ ในสหราชอาณาจักร: ปี 2018 ทางการสหราชอาณาจักรระบุชื่อชาวรัสเซีย 2 คนคือ อเล็กซานเดอร์ เปตรอฟ และรุสลัน บอชิรอฟ (ชื่อที่ทั้งสองคนใช้เข้าสหราชอาณาจักร) เป็นผู้ต้องสงสัยในการพยายามลงมือสังหาร เซอร์เก สกรีปาล อดีตสายลับ GRU และลูกสาวเมื่อเดือน มี.ค. 2018

8.ทางการตามรอยผู้ต้องสงสัยขณะอยู่ในสหราชอาณาจักร 48 ชั่วโมงเพื่อลงมือ ตั้งแต่การมาถึงสนามบินแกตวิก การเดินทางไปเมืองซอลส์บรี 1 วันก่อนลงมือ การเดินทางในวันลงมือ จนกระทั่งการเดินทางกลับมอสโกจากสนามบินฮีทโธรว์ ทั้งยังพบสารพิษโนวิโช้ค (Novichok) ในห้องพักของผู้ต้องสงสัย การสอบสวนเชิงลึกต่อมาพบว่าตัวจริงของบอชิรอฟคือ อนาโตลี ชิปิกา เจ้าหน้าที่ GRU

9.เนเธอร์แลนด์: ปีเดียวกับการลงมือที่ซอลส์บรี เจ้าหน้าที่ GRU 4 นายถูกจับได้คาหนังคาเขาขณะกำลังแฮกเครือข่าวไวไฟขององค์การเพื่อการห้ามใช้อาวุธเคมี (OPWC) ที่ควบคุมดูแลอาวุธเคมี ซึ่งในขณะนั้นกำลังตรวจสอบสารพิษที่ใช้กับสกรีปาลและการใช้อาวุธเคมีโจมตีในซีเรีย

10.ส่วนในสหรัฐนั้นเจ้าหน้าที่ GRU หลายนายมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเผยแพร่ข้อมูลเท็จระหว่างการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อปี 2016, หน่วย 26165 และหน่วย 74455 ถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังเว็บไซต์ DCLeaks และถูกตั้งข้อหาฐานเข้าถึงและเผยแพร่ข้อมูลส่วนตัวของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งกว่า 500,000 คนจากเว็บไซต์คณะกรรมการการเลือกตั้งและอีเมลของ ฮิลลารี คลินตัน และจากข้อมูลที่ เรียลิตี วินเนอร์ อดีตผู้เชี่ยวชาญด้านข่าวกรองของสหรัฐนำมาเปิดเผยพบว่า GRU พยายามแฮกบริษัทผลิตเครื่องลงคะแนนเสียง VR System

11.ฝรั่งเศส: เดือน ธ.ค. 2019 หนังสือพิมพ์ Le Monde รายงานว่า การร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานข่าวกรองของอังกฤษ สวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส และสหรัฐพบฐานของ GRU ทางตะวันออกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส ซึ่งคาดว่าถูกใช้เป็นฐานปฏิบัติการลับทั่วยุโรป โดยสามารถระบุตัวสายลับได้ 15 คนโดยทั้งหมดอยู่ในหน่วย 29155 ของ GRU ที่เดินทางเข้าเขตโอต์ซาวัวร์ของฝรั่งเศสตั้งแต่ปี 2014-2018 รวมทั้งอเล็กซานเดอร์ เปตรอฟ และรุสลาน บอริชอฟ ที่ลงมือวางยาสกรีปาลเมื่อปี 2018 ที่อังกฤษด้วย

12.จะเห็นว่าการลงมือแต่ละครั้งของเจ้าหน้าที่เหล่านี้ล้วนทิ้งร่องรอยไว้จนถูกตามตัวได้ แต่รัสเซียก็ไม่ได้เกรงกลัว ซึ่งมาร์ก กาเลอ็อตติ นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงเผยกับ BBC ว่า “GRU ลงมือบ่อยมาก และเลี่ยงไม่ได้ที่บางปฏิบัติการจะพลาด แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าพวกเขาโง่ เห็นได้ชัดว่าแนวทางที่พวกเขาได้รับมาคือ ถ้ายังอยู่ในขอบเขตก็ไม่เป็นไร และอย่างกังวลกับผลลัพธ์จนเกินไป”

Photo by HO / Metropolitan Police Service / AFP

***หมายเหตุ ภาพประกอบคือ อเล็กซานเดอร์ เปตรอฟ (ขวา) และรุสลาน บอชิรอฟ ที่สถานีรถไฟในซอลส์บรีของอังกฤษเมื่อวันที่ 3 มี.ค. 2018 

สหรัฐเตือนปูตินเตรียมทำสงครามระยะยาว ชี้อาจงัดอาวุธนิวเคลียร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/682770

วันที่ 11 พ.ค. 2565 เวลา 16:35 น.สหรัฐเตือนปูตินเตรียมทำสงครามระยะยาว ชี้อาจงัดอาวุธนิวเคลียร์

สหรัฐเตือนปูตินอาจกำลังเตรียมพร้อมทำสงครามระยะยาว ที่แม้แต่ชัยชนะในดอนบัสก็มิอาจยุติความขัดแย้ง

เมื่อวันที่ 11 พ.ค. BBC รายงานโดยอ้างเอวริล เฮนส์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองสหรัฐ ระบุว่าประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการทำสงครามที่ยาวนานในยูเครน ซึ่งต่อให้รัสเซียได้รับชัยชนะในภาคตะวันออกของยูเครนที่กำลังเป็นสมรภูมิรบที่ดุเดือดอยู่ในขณะนี้ ก็ยังไม่อาจยุติความขัดแย้งระหว่างสองประเทศได้

“ปูตินยังคงตั้งใจที่จะบรรลุเป้าหมายอื่นนอกเหนือจากดอนบัส” เฮนส์กล่าว

คำเตือนดังกล่าวมีขึ้นขณะที่การสู้รบในภูมิภาคดอนบัส ทางตะวันออกของยูเครน และการต่อสู้ในภาคใต้ยังคงดำเนินไปอย่างดุเดือด ท่ามกลางความพยายามของรัสเซียที่ต้องการยึดครองดินแดนนี้ หลังจากที่ละความพยายามในการยึดเมืองหลวงอย่างกรุงเคียฟ

เฮนส์มองว่าอุปสรรคสำคัญของปูตินในตอนนี้คือความสามารถทางทหารที่มีอยู่ในปัจจุบัน ทำให้เขาอาจจะต้องหวังพึ่งกับการที่สหรัฐและยุโรปลดการสนับสนุนยูเครนเนื่องจากอัตราเงินเฟ้อ การขาดแคลนอาหาร และราคาพลังงานที่พุ่งกระฉูด

อย่างไรก็ตาม เฮนส์เสริมว่าปูตินอาจหันไปใช้วิธีการที่รุนแรงกว่านี้นั่นก็คืออาวุธนิวเคลียร์ หากเขามองว่าความพ่ายแพ้ในยูเครนถือเป็นภัยคุกคามต่อระบบการปกครองของเขา

ตามรายงานของ The Guardian เฮนส์กล่าวว่าผู้นำรัสเซียจะไม่ใช้อาวุธนิวเคลียร์จนกว่าเขาจะเห็นถึงภัยคุกคามต่อประเทศหรือต่อระบบการปกครอง ซึ่งเขาก็อาจมองว่าความพ่ายแพ้ต่อยูเครนถือเป็นภัยคุกคามดังกล่าวด้วย

“เราคิดว่าภัยคุกคามอาจรวมถึงการที่ปูตินรู้สึกว่าเขากำลังแพ้สงคราม และสิ่งที่นาโตกำลังทำนั้นเห็นได้ชัดว่ามีส่วนทำให้ปูตินยิ่งรู้สึกแบบนั้น” เฮนส์กล่าว

พร้อมเสริมว่ามีหลายอย่างที่ปูตินสามารถทำเพื่อยกระดับความรุนแรงก่อนที่จะไปถึงการใข้อาวุธนิวเคลียร์ และโลกอาจได้รับคำเตือนว่าการใช้นิวเคลียร์กำลังใกล้เข้ามาแล้ว

Photo by REUTERS/Gleb Garanich