เปิดไอเดียรีเฟรซมุมพักผ่อน…สร้างอินสไปร์ทำงานแฮปปี้ได้ทุกสเปซ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/682473

วันที่ 08 พ.ค. 2565 เวลา 13:38 น.เปิดไอเดียรีเฟรซมุมพักผ่อน…สร้างอินสไปร์ทำงานแฮปปี้ได้ทุกสเปซ

เหมือนยกรีสอร์ทมาไว้ที่บ้าน ปลุกความสดชื่นชาร์จพลังให้ Summer นี้ ด้วยไอเดียรีเฟรชมุมพักผ่อน สร้างแรงบันดาลใจ

ปรับโหมดบ้านชิลฟีลลิ่ง “รีสอร์ท” เหมือนได้วาร์ปไปรับลมริมหาดทรายทั้งที่ตัวอยู่บ้าน อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ แชร์ไอเดียเพิ่มมู้ดความสดชื่นให้บ้าน บอกลาความเหนื่อยล้า หันมา Refresh บ้านและตัวเองใหม่!!  กับบรรยากาศภายในบ้านให้เต็มไปด้วยสีสันสดใส ช่วยชาร์จพลังเติมเต็มการพักผ่อน สร้างอินสไปร์การทำงานให้แฮปปี้ตลอด Summer นี้ ภายใต้แนวคิด  SUMMER FRESH SUMMER RELAX ให้อารมณ์เหมือนยกรีสอร์ทมาไว้ที่บ้าน มาส่องกันเลย  

เติมความ Fresh เล่นเฉดสีสร้างพลังบวก

Summer นี้ลองสร้างให้มู้ดชื่นฉ่ำและชาร์จพลังใจไปกับไอเทม Décor อาทิ แจกัน, หมอนอิง, เฟรมภาพ, พรม และอุปกรณ์ต่างๆ ในบ้าน มา  Mix กับเฟอร์นิเจอร์หลักสีเรียบ  เน้นการใช้ 3 โทนสีที่แทนความสดชื่นเพิ่มพลังบวก อย่าง โทนสีเหลืองเลม่อน สีแห่งความสุข เพิ่มความแจ่มใส เหมาะสุดๆช่วงเวลาปาร์ตี้ , โทนสีส้ม สร้างมู้ดสนุก ร่าเริง รู้สึกอิสระและความคิดสร้างสรรค์ และหากใครอยากเสกบ้านให้ได้ฟีลชิวริมทะเลลองเลือก โทนสีฟ้า ที่ให้ความรู้สึกสบายใจเย็นตา เพิ่มมู้ดผ่อนคลายน่าพักผ่อน โดยใช้การตกแต่งในโทนสีฟ้า เติมผนังห้องด้วยภาพวิวท้องทะเลให้สัมผัสถึงธรรมชาติ

นั่งทำงานชิลด้วยฟีลรีสอร์ทได้ง่ายๆ

แม้ว่าอุณหภูมิช่วงนี้จะร้อนระอุฉุดมู้ดการทำงาน ก็ใส่ไอเดียปรับมุมทำงานให้บาลานซ์กับการพักผ่อน จัดโต๊ะที่รกและดูเคร่งเครียดให้เป็นสเปซรีแล็กซ์เสริมอินสไปร์ให้สมองแล่นด้วยฟีลลิ่งรีสอร์ท ลองเพิ่มเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน วัสดุธรรมชาติวัสดุไม้, หวาย หรือของตกแต่งลายไม้  เพราะด้วยลวดลายของไม้จะช่วยจากสิ่งทอจากผ้าฝ้ายที่นุ่มเบาเข้าถึงธรรมชาติ ทั้งยังช่วยระบายอากาศได้ดีอีกด้วยเหมาะกับฤดูร้อน จะองศาเดือดแค่ไหน ไอเทมชุดนี้ก็เอาอยู่ หรือลองนำผ้าพิมพ์ลายสดใส ตกแต่งบนโซฟานุ่มดีไซน์ชิคๆ ในมุมนั่งเล่น ก็ช่วยปลุกมู้ดความสดชื่นได้เช่นกัน  

เนรมิตบ้านให้ร้อนนี้กลายเป็นมุมพักผ่อน

จะมุมไหนๆ ก็เป็นมุมพักผ่อนได้สบาย ด้วยทริคการแทรกธรรมชาติให้เป็นส่วนหนึ่งของบ้าน เช่น นำแจกันดอกไม้วัสดุทำจากโลหะ แก้วน้ำ กระถางต้นไม้มาตกแต่งตามมุมต่างๆ ทั้งห้องนั่งเล่น โต๊ะทานข้าว ห้องทำงาน ซึ่งช่วยทำให้บ้านสดชื่นอย่างเหลือเชื่อ  

เพิ่มความ Fresh ไอเทมรับ Summer

ทุกมุมบ้านกับการปรับ-เปลี่ยนสเปซใน ห้องนั่งเล่น ลองสร้างอารมณ์การพักผ่อนด้วยโซฟาผ้า-หนัง อาร์มแชร์และ Recliner ฟังก์ชันปรับระดับด้วยไฟฟ้า เพิ่มโมเม้นต์รีแร็ค เสริมความสะดวกสบายในทุกการพักผ่อน พร้อมตกแต่งด้วยโต๊ะข้าง โต๊ะกลาง และไอเทม Décor อาทิ แจกันดอกไม้ หมอนอิงสีสดใส และพรม หรือใน มุมครัว เลือกชุดครัว  ชุดโต๊ะอาหารที่ใช้วัสดุจากไม้ที่เรียบง่าย และตกแต่งมื้ออาหารให้สุดแสนพิเศษด้วยชุดจานชาม ด้วยเมนูและเครื่องดื่มดับร้อนให้กับสมาชิกในครอบครัว สำหรับ ห้องนอน เพิ่มความมีชีวิตชีวาชุดเครื่องนอนด้วยลายดอกไม้ หรือสีฟ้าของน้ำทะเล หรือหากิจกรรมเอ้าท์ดอร์สนุกๆ กับครอบครัว จัดบาร์บีคิวในสวนมอบอารมณ์ธรรมชาติด้วยโต๊ะ เก้าอี้สนาม กระถางต้นไม้  รูปปั้น ชวนให้ฟิน…รับรองว่าอยู่บ้านซัมเมอร์นี้ไม่มีเบื่ออย่างแน่นอน!!

มาช้อปไอเทมเด็ดที่ช่วยปลุกมู้ดให้บ้าน Fresh อีกครั้ง ด้วยเฟอร์นิเจอร์ ของใช้ภายในบ้าน และของตกแต่งบ้าน ที่อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ 31 สาขา หรือช้อปผ่านช่องทาง Online ที่ www.indexlivingmall.com

Jockey For Her เปิดตัวคอลเลกชั่นสปริง/ซัมเมอร์ 2022

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/682475

วันที่ 08 พ.ค. 2565 เวลา 13:15 น.Jockey For Her เปิดตัวคอลเลกชั่นสปริง/ซัมเมอร์ 2022

Jockey ตอกย้ำเทรนด์โลกด้วยบราไร้โครงหลากสไตล์ สวมใส่สบายแบบไม่มีที่สิ้นสุด ภายใต้คอนเซ็ปต์ Infinite Comfort

ตอบโจทย์เทรนด์ของผู้หญิงในยุคปัจจุบัน ที่หันมาให้ความสำคัญกับการเลือกบราที่สวมใส่สบาย สามารถใช้ได้หลายโอกาสมากขึ้น ล่าสุด Jockey (จ๊อกกี้) แบรนด์สัญชาติอเมริกันมีประวัติยาวนานมากว่า 146 ปี เปิดตัวชุดชั้นในสำหรับผู้หญิงใหม่ล่าสุด  Jockey For Her  คอลเลกชั่นสปริง/ซัมเมอร์ 2022  ภายใต้คอนเซ็ปต์ Infinite Comfort  ที่มอบความสบายแบบไม่มีที่สิ้นสุด ด้วยบราไร้โครงหลากสไตล์ พร้อมคุณสมบัติไม่กดรัด ไม่อึดอัด กระชับทรงสวย และซัพพอร์ตได้ดี มาพร้อมกับเคล็ดลับที่ไม่ลับให้กับสาวๆ ในการเลือกชุดชั้นในที่จะทำให้คุณมั่นใจตลอดวัน จาก คุณพั้นช์-ภัคญดา ชุติดนัยกุล และ เซเลบริตี้สาวสวยรุ่นใหม่อย่าง คุณออม-ปภาพินท์ วีระภุชงค์

Jockey แบรนด์สัญชาติอเมริกาเป็นที่รู้จักในฐานะแบรนด์กางเกงชั้นในชายอันดับ 1 ของประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีชุดชั้นในและชุดออกกำลังกายสำหรับผู้หญิง ที่ให้ความสำคัญกับความสบายในการสวมใส่เป็นหลัก ผลิตภัณฑ์ชุดชั้นในสำหรับผู้หญิงทั้งหมดจึงเป็นบราไร้โครง ซึ่งตอบโจทย์เทรนด์การสวมใส่บราของผู้หญิงที่เปลี่ยนไป จากเมื่อก่อนนิยมเลือกบราที่ช่วยดันทรงให้หน้าอกสวยชิด ปัจจุบันสาว ๆ หันมาให้ความสำคัญกับชุดชั้นในที่สวมใส่สบายแต่ยังเก็บทรงสวย โดยเฉพาะช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 ที่ผ่านมา ทำให้หลายคนต้อง Work From Home และมองหาชุดชั้นในที่สวมใส่สบายมากขึ้นช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเทรนด์ชุดชั้นในทั่วโลกจึงเปลี่ยนแปลงไป

สำหรับจ๊อกกี้ฟอร์เฮอร์คอลเลกชั่นสปริง/ซัมเมอร์ 2022 ประกอบด้วยกางเกงชั้นในและบราไร้โครง 5 รุ่น ได้แก่ รุ่น 360° Fit Soft Cup ราคา 1,190 บาท เป็นรุ่นที่โดดเด่นที่สุดในคอลเลกชั่น ถูกพัฒนาจาก 360° Fit รุ่นแรกให้สวมใส่สบายมากขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ The No-Bra Bras ให้ความรู้สึกสบายเหมือนไม่ได้ใส่บรา มาพร้อมเนื้อผ้าที่ผ่านการคิดค้นขึ้นเป็นพิเศษให้มีเนื้อเนียนละเอียด สัมผัสนุ่มสบาย อ่อนโยนต่อผิว มอบความสบายขั้นสุดด้วยการตัดเย็บแบบไร้ตะเข็บ แต่มีตะขอที่ช่วยให้สวมใส่ชุดชั้นในไร้โครงสะดวกมากขึ้น สายบรายืดหยุ่นรับกับรูปร่าง ทำให้ไม่อึดอัดไม่กดทับบริเวณบ่า ดีไซน์หน้ายู หลังยู รับกับทรวงอก เก็บกระชับทุกสัดส่วน นอกจากนี้ยังประกอบด้วยฟองน้ำยางพารา ที่มีคุณสมบัติยืดหยุ่นคืนรูปได้ดี พับเก็บได้ไม่เสียทรง เหมาะทุกการเดินทาง

ถัดมาเป็นรุ่น The Cloud ราคา 1,090 บาท ให้สัมนุ่มนวล เบาสบายดั่งปุยเมฆ  ด้วยเนื้อผ้า Circular Knitted ผ้าทอเนื้อละเอียดเนียนนุ่มที่มีส่วนผสมของเส้นใยสเป็นเด็กซ์มากถึง 40% จึงทำเนื้อผ้ามีความยืดหยุ่น โอบกระชับรับทรวงอก ไม่ง้อโครง สายบ่าปรับได้ตามรูปร่าง เก็บกระชับทุกสัดส่วน มาพร้อมดีไซน์แบบเต็มตัว สามารถใส่เป็น Everyday Look แมตช์กับเสื้อตัวนอกได้อย่างลงตัว ตามด้วยรุ่น Feather ราคา 990 บาท โฮมบราที่มอบความสบายและระบายอากาศได้ดีขั้นสุด ทำจากผ้าคอตตอน รูปทรงแบบเต็มตัวช่วยเก็บเนื้อด้านข้าง และสามารถใส่เป็นเสื้อครอปในชีวิตประจำวันได้ ตอบรับเทรนด์การสวมใส่เสื้อผ้าของสาว ๆ รุ่นใหม่

นอกจากนี้ยังมีรุ่น Cut Out ราคา 1,090 บาท ที่ช่วยเพิ่มความสนุกในการสวมใส่บรา ด้วยดีเทลผ้าตาข่ายที่ดูแฟชั่นมากขึ้น แต่ยังสวมใส่สบาย ไม่ระคายผิว เพราะตัดเย็บจากเนื้อผ้าไมโครไฟเบอร์ที่สาว ๆ หลายคนชอบ ดูแลรักษาง่าย เปื้อนยาก และสีสันสดใสยาวนาน ไม่ซีดเร็ว มาพร้อมฟองน้ำแบบชิ้นเดียว ทำให้ไม่เคลื่อนหลุดเมื่อสวมใส่ และฟังก์ชั่นปรับสายบ่าให้ไขว้กันได้ เพื่อเพิ่มความกระชับมากยิ่งขึ้น ปิดท้ายที่รุ่น Iconic II ราคา 1,090 บาท ที่มีฟังก์ชั่นคล้ายกับรุ่น Cut Out ตรงที่เป็นฟองน้ำแบบชิ้นเดียว และปรับสายบ่าให้ไขว้กันได้ แต่แตกต่างกันที่เป็นบราไร้โครงผ้าไนลอน ยืดหยุ่นสูง ระบายการได้ดี และมีดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์แบบจ๊อกกี้

ด้านเซเลบริตี้สาวสวยรุ่นใหม่อย่าง คุณออม – ปภาพินท์ วีระภุชงค์ เผยว่า ชุดชั้นในเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้หญิงทุกคน เนื่องจากผู้หญิงเป็นเพศที่มีทรวดทรง และการเลือกชุดชั้นในที่เหมาะสมกับรูปร่าง ยังช่วยเสริมสร้างความมั่นใจยามสวมใส่เสื้อผ้าให้ดูดีทั้งภายในและภายนอก ด้วยความที่ตัวเองชื่นชอบการออกกำลังกายอยู่แล้ว จึงมักเลือกบราแบบไร้โครงที่สวมใส่สบาย และสามารถใส่ไปทำกิจกรรมอื่น ๆ ต่อได้เลย ซึ่งปัจจุบันมีบราไร้โครงให้เลือกหลากหลายแบบมากขึ้นตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน แต่ส่วนตัวมักเลือกแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือ เนื้อผ้านุ่มสบาย ใส่แล้วไม่แพ้ และสามารถพับเก็บได้ เนื่องจากเป็นคนชอบเดินทางบ่อย ๆ

อีกหนึ่งคนดังที่มาร่วมแบ่งปันเคล็ดลับการเลือกชุดชั้นใน คุณพั้นช์ – ภัคญดา ชุติดนัยกุล กล่าวว่า ส่วนตัวชอบบราที่นอกจากสวมใส่สบายแล้ว ต้องช่วยกระชับสัดส่วน โดยจะมีบราหลัก ๆ 2 แบบคือบราที่เน้นความสบายยามสวมใส่อย่างสปอร์ตบรา และบราแบบไร้สายเนื่องจากตัวเองชอบใส่เสื้อปาดไหล่  สำหรับเคล็ดลับการเลือกซื้อบราอย่างแรกแน่นอนว่าต้องสวมใส่สบาย และพยายามไปลองและเลือกซื้อชุดชั้นในที่ร้านด้วยตัวเอง เพื่อให้ได้ชุดชั้นในที่พอดีกับรูปร่าง ต่างจากบางคนที่ชอบเลือกชุดชั้นในให้มีความหลวมนิดนึงเพื่อความสบายตัว ซึ่งตอนนี้มีบราแบบไร้โครงที่สวมใส่สบาย พับเก็บง่าย และดีไซน์สวย ให้เลือกสวมใส่มากมาย จนบางครั้งกลายเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องแต่งกาย สามารถใส่บราตัวเดียวกับเสื้อคลุมหรือเสื้อแจ็คเก็ตออกไปข้างนอกได้เลย

#JockeyforHer #JockeyThailand #InfiniteComfort

ทฤษฎีกาแฟร้อน Coffee Theory ตอนที่ 1 ศาสตร์องค์รวมแห่งความสำเร็จ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/682185

วันที่ 05 พ.ค. 2565 เวลา 06:10 น.ทฤษฎีกาแฟร้อน Coffee Theory ตอนที่ 1 ศาสตร์องค์รวมแห่งความสำเร็จ

โดย ภก.ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล สถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการ ศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคงยั่งยืน

เพราะโลกไม่แน่นอน อ่อนไหว ซับซ้อน คลุมเครือ เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยี คอมพิวเตอร์ หุ่นยนต์ เอไอ ก้าวหน้าในอัตราเร่ง นำมาซึ่งความท้าทายต่อการปรับตัวขององค์กรธุรกิจเพื่อความอยู่รอดอย่างยั่งยืน

ความท้าทายในการแก้ปัญหาการดำเนินไปของโลกทุกวันนี้คือการแก้ปัญหา แต่การแก้ปัญหา เรามักเจอความท้าทายต่อไปนี้

1. เวลาจะแก้ปัญหา คิดทีไรก็ได้แต่แนวทางเก่าๆ คิดวนเวียนเหมือนติดอยู่ใน “กับดักกรอบความคิดเดิมๆ”

2. ไม่เข้าใจว่าทำไมในขณะที่กำลังจัดการกับปัญหาหนึ่งๆ แม้มันยังไม่เรียบร้อยดีเลย มันก็มีปัญหาอื่นๆ แทรกและพ่วงติดเข้ามาทุกครั้ง ทำไมปัญหามันไม่จบซักที

3. เวลามีปัญหาเข้ามา ทำไมแก้ปัญหาไม่ตก หาทางออกไม่เจอ ไม่รู้ว่าอะไรสำคัญ จับประเด็นไม่ได้ เชื่อมโยงก็ไม่เป็น ไม่เป็นลำดับชั้น คิดสับสน วนไปมา

4. เวลาแก้ปัญหา คิดทีไรมันก็ได้แต่แนวทางแบบเดิมๆ ไม่มีอะไรใหม่ ขาดทางเลือกที่หลากหลาย ไม่สามารถพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ๆ จึงขาดนวัตกรรมที่มีคุณค่าเชิงเศรษฐกิจ

5. องค์กรไม่เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ ขาดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การทำงานยังแยกส่วน มองภาพคนละเป้าหมาย จึงไม่สอดคล้องไปในแนวเดียวกัน

ทางออกการแก้ปัญหาต้องใช้ปัญญา แล้วเราจะสร้างปัญญา และความคิดที่แตกต่างขึ้นมาได้อย่างไร ปัญหาที่กล่าวมาข้างต้นนั้น โดยรวมแล้วเป็นเพราะขาดมุมมองเชิงระบบ แล้วมุมมองเชิงระบบคืออะไร การทำความเข้าใจในเรื่องนี้ ผมขอเสนอ ทฤษฎีกาแฟร้อน หรือ Coffee Theory

เวลาท่านจะทานกาแฟร้อน โดยมาตรฐานก็มีผงกาแฟ ครีม น้ำตาล และน้ำร้อน แล้วท่านสงสัยไหมว่า ทำไมท่านไม่ทานทีละอย่าง แต่ท่านต้องนำองค์ประกอบทั้งสี่มาชงให้เข้ากันก่อน แล้วจึงดื่ม

เมื่อพิจารณาถึงกาแฟร้อนที่ชงเสร็จแล้ว จะเห็นว่ามันมีความเป็นหนึ่งเดียว คือหนึ่งถ้วย ในความเป็นหนึ่งเดียวนั้น มันต้องมีองค์ประกอบ ก็คือผงกาแฟ ครีม น้ำตาล และน้ำร้อน องค์ประกอบทั้งสี่ต้องเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน ในขณะที่มันเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน ในขณะนั้นเอง มันได้ผุดกำเนิดขึ้นเป็นสิ่งใหม่ ได้เป็นภาวะองค์รวมใหม่ที่สามารถแสดงศักยภาพ ในรูปของความหอมและรสชาติที่แตกต่างจากองค์ประกอบเดิม และคุณสมบัติเหล่านี้เองที่เป็นตัวกำหนดคุณค่าและสะท้อนออกมาในรูปของราคาและมูลค่าที่สูงขึ้น

และไม่ว่าเราจะพิจารณาอะไรก็ตาม เราพบว่าสรรพสิ่งรอบตัวทั้งรูปและนาม หรือแม้แต่ตัวความรู้ ปัญญา กระบวนการเรียนรู้ ต่างล้วนมีคุณสมบัติร่วมกัน เช่นเดียวกับความเป็นกาแฟร้อน กล่าวคือ มันมีภาวะของความเป็นองค์รวมที่สะท้อนออกมาจากความเป็นระบบ และขอเรียกแนวคิดนี้ว่า ทฤษฎีกาแฟร้อน หรือ Coffee Theory โดยมีคุณสมบัติสำคัญ 6 ประการคือ

1. ความเป็นหนึ่งเดียว

2. องค์ประกอบ

3. การเชื่อมโยง

4. การผุดกำเนิด

5. ศักยภาพที่แตกต่าง

6. คุณค่าและความหมาย

ทฤษฎีกาแฟร้อนจึงให้ความหมายที่เข้าใจง่ายถึงธรรมชาติของสรรพสิ่งว่าคืออะไร โลกเรานี้มันมีธรรมชาติเป็นอย่างไร แล้วเราจะนำเอาความเข้าใจในธรรมชาติดังกล่าวไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตประจำวันได้อย่างไร

ดังนั้น การพัฒนาใดๆ เพื่อมุ่งสู่ความสำเร็จจึงจำเป็นต้องเข้าใจถึงธรรมชาติทั้ง 6 นี้ตามทฤษฎีกาแฟร้อน ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาปัญญา องค์ความรู้ กระบวนการเรียนรู้ การสร้างทางเลือกในการแก้ปัญหา การพัฒนาความคิดที่แตกต่างที่แปลกใหม่ รวมทั้งการคิดค้นนวัตกรรมที่มีคุณค่าเชิงเศรษฐกิจ

โดยสรุป ปัญหาคือความท้าทาย การแก้ปัญหาต้องใช้ปัญญา ทฤษฎีกาแฟร้อนช่วยให้เราเข้าใจในความหมายของมุมมองเชิงระบบ อันเป็นฐานรากสำคัญของการยกระดับองค์กรให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้เพื่อความสำเร็จอย่างยั่งยืน

ทฤษฎีกาแฟร้อน จึงเป็นศาสตร์องค์รวมแห่งความสำเร็จ

ต้องมนตร์เสน่ห์คาเฟ่ปารีเซียง Le Paris : The Taste Of Parisian

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/682480

วันที่ 08 พ.ค. 2565 เวลา 17:25 น.ต้องมนตร์เสน่ห์คาเฟ่ปารีเซียง Le Paris : The Taste Of Parisian

เช็กอิน Le Paris ชิมครัวซองต์ฝรั่งเศสในไทย ที่สาขาเปิดใหม่ ณ พาร์คเลน เอกมัย ใจกลางเมือง

เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ

โพสต์นี้ขอเอาใจเหล่า café hopper ด้วยการพาไปรู้จักกับ Le Paris คาเฟ่บรรยากาศดีที่ให้ฟีลเหมือนนั่งอยู่ในใจกลางมหานครปารีส ประเทศฝรั่งเศส ทั้งกลิ่นอายที่รายล้อมด้วยสไตล์การตกแต่งร้าน และกลิ่นหอมอบอวลของเบเกอรี่ที่ยั่วยวนใจ ตอบโจทย์คนเมืองครบทั้งชิมทั้งชิล ด้วยเมนูอาหารสไตล์ Modern Paris เครื่องดื่ม และเบเกอรี่ พร้อมมีมุมถ่ายรูปให้เลือกเพียบทั้ง indoor และ outdoor แถมการเดินทางที่ง่ายและแสนสะดวก

สำหรับ Le Paris ที่พาร์คเลน คอมมูนิตี้มอลล์ย่านเอกมัย เป็นสาขาเปิดใหม่ล่าสุดจากที่ใครๆ ต่างรู้จักกันดีกับสาขาก่อนนี้ที่ Gump อารีย์ 4 และใน Central Rama 9 ซึ่งความพิเศษของสาขานี้ นอกจากจะมาในโทนสีน้ำเงิน-ส้ม ที่ดูสวยสดใสสะดุดตากว่าสาขาอื่นแล้ว ยังเรียกได้ว่า Full Option ขั้นกว่าด้วยตัวเลือกเมนูที่มีให้เลือกอิ่มอร่อยทั้งมื้อย่อยและมื้อหลัก

ทางด้านซิกเนเจอร์เมนูชูโรงยังคงต้องยกให้เบเกอรี่หลักอันเป็นที่มาของชื่อร้าน Le Paris กับครัวซองต์ฝรั่งเศสที่ใช้สูตรและวัตถุดิบหลักส่งตรงจากปารีส ใช้  AOP Butter ซึ่งเป็นเนยฝรั่งเศสที่ได้เครื่องหมายการันตีคุณภาพว่าผลิตจากแหล่งผลิตเฉพาะ และผลิตด้วยวิธีการเฉพาะของพื้นที่การผลิตที่มีลักษณะพิเศษกว่าที่อื่นจากรัฐบาลฝรั่งเศส ซึ่งครัวซองต์ที่ Le Paris มีให้เลือกมากมายหลายประเภท และหลากหลายรสชาติ

Truffle Soup Set (240.-) ซุปทรัฟเฟิลหอมกรุ่นเสิร์ฟมาอุ่นๆ ได้กลิ่นทรัฟเฟิลเต็มคำ แพร์ริ่งมากับคลาสสิคครัวซองต์ชิ้นโต คู่หูคู่อร่อยที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

ตามด้วย Croffle ลูกผสมระหว่างครัวซองต์สไตล์ฝรั่งเศส และวาฟเฟิล ผิวสัมผัสบางกรอบนอก เนื้อในหอมนุ่มชุ่มเนย AOP แท้ๆ อบสดใหม่จากเตาร้อนๆ ทุกวัน มีทั้งเวอร์ชั่นคาวและหวานให้เลือกมิกซ์แอนด์แมตช์กับเรื่องดื่มได้ตามชอบ

Strawberry Tropic Croffle (140 บาท) Croffle แป้งครัวซองต์ส่งตรงจากฝรั่งเศษเนย AOP โรยหน้าด้วย Strawberry บน Fresh Cream สด รสชาตหอม หวานน้อยๆ มัน สดชื่น อร่อยลงตัว
Bacon Cheese Croffle 155 บาท
Cube Macademia (180 บาท) ครัวซองต์ Cube เนย AOP และแป้งส่งตรงจากฝรั่งเศส ราดด้วยคาราเมลซอสฉ่ำๆ ออนท็อปด้วยแมคคาเดเมียเม็ดโต
Craquelin Croissant คาราเมล & ครีมสด ครัวซองต์ (135 บาท) ครัวซองต์เนย AOP เคลือบด้วย Craquelin หน้าแตกสไตล์ฝรั่งเศส ที่เป็นแผ่นเนยกรอบกลิ่นวานิลลา สอดไส้ Caramel & ครีมสดหอมฟุ้ง หวานมันกำลังดี

เครื่องดื่มแนะนำ

Muddy Chocola (120 บาท) เมนูยอดฮิตเอาใจคนที่ไม่ดื่มกาแฟ ดาร์คช็อกโกแลตสุดเข้ม ผสานกับการเลือกส่วนผสม ที่ให้ความข้น หวาน เติมเต็มรสชาติความอร่อยจาก “กู๊ดวิล” สูตรนมโคแท้ถือว่าเป็นการผสมผสานความอร่อยได้อย่างลงตัวที่สุด
Mocha Noir ความลงตัวของดาร์กโกโก้เข้มข้นราดบนมอคค่า ได้รสชาติเข้มข้นของโกโก้และความหอมมันของนม & กาแฟ ผสมช็อคโกแลต
Yuzu Ikura Honey Jelly (140 บา) ยูสุสปาร์คลิ่งเปรี้ยวซาบซ่า เติมความหอมหวานด้วยน้ำผึ้ง เเละเม็ดไข่มุกเจลลี่สีทอง เมนูเครื่องดื่มสุดรีเฟรชชิ่ง

แวะมาลิ้มลองความอร่อยจากแดนไกลที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม ได้ที่ Le Paris สาขาเอกมัย โครงการ Park Lane เอกมัย ซอยสุขุมวิท 63 เปิดบริการทุกวัน เวลา 09:00-21:00

สอบถามโทร 061-601-9888

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Page FB : https://www.facebook.com/leparisthailand

IG : https://www.instagram.com/leparis_croissant

Map : https://maps.app.goo.gl/TgdeuTkL2jPKMcW39

Line  : @leparis

Delivery : Lineman, Grab, Robinhood

สายคาเฟ่ สายธรรมชาติ ต้องมาด่วน!! “289restaurant” ร้านสุดปัง เมืองเพชรบุรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/682445

วันที่ 07 พ.ค. 2565 เวลา 21:00 น.สายคาเฟ่ สายธรรมชาติ ต้องมาด่วน!! “289restaurant” ร้านสุดปัง เมืองเพชรบุรี

สายคาเฟ่ สายธรรมชาติ ต้องมาด่วน!! “289restaurant” ร้านสุดปัง เมืองเพชรบุรี

อากาศร้อนๆ แบบนี้ หลายคนมักมองหาที่เที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ ไม่ว่าจะร้านกาแฟ หรือร้านอาหารสวยๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่แสนอบอุ่น ใครแพลนมาเที่ยว “เพชรบุรี” จะต้องถูกใจอย่างแน่นอน เพราะวันนี้เราจะพาคุณไปตะลุยร้านที่บรรยากาศร้านดีต่อใจ เป็นทั้งคาเฟ่ และร้านอาหาร ครบจบในร้านเดียว! จะไปเที่ยวคนเดียวแบบชิคๆ ไปกับแก๊งเพื่อนแบบชิลๆ หรือจะพาครอบครัวไปเที่ยวพักผ่อนให้แฮปปี้กันทั้งบ้าน ถ้าอยากรู้แล้วตามเราไปดูกันได้เลย!

ร้านอาหารและคาเฟ่บรรยากาศดีที่ใครได้มาลอง จะต้องติดอกติดใจ มาซ้ำอีกแน่นอน “289restaurant” ถือว่าเป็นร้านอาหารที่บรรยากาศดีโอบล้อมไปด้วยภูเขา ใครที่ชื่นชอบร้านที่มีกลิ่นอายของธรรมชาติ มีจุดเช็กอินและมุมถ่ายรูปเก๋ๆ ต้องห้ามพลาดเลยนะขอบอก! 289restaurant เรียกได้ว่าเป็นร้านที่มีบรรยากาศดี สวยทั้งกลางวันและกลางคืนกันเลยทีเดียว และที่สำคัญทางร้านจะมีดนตรีสดด้วยตลอดทั้งคืน! ใครที่เป็นสายนั่งชิลจะพลาดไม่ได้เด็ดขาด

นอกจากบรรยากาศของร้านที่สุดแสนจะดีจนลืมไม่ลงแล้วนั้น ยังมีอาหารหลากหลายอย่างให้เราได้ลิ้มลอง ราคาก็คุ้มค่าเหมาะสำหรับคนที่ต้องการมาพักผ่อนต้องห้ามพลาด! ซึ่งทางร้านจะมีเมนูให้เลือกมากมายและคัดสรรวัตถุดิบที่ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็น สลัดอกเป็ดซอสส้ม, 289ไก่สะเต๊ะโรตี, ข้าวผัดน้ำพริกกะปิ, ไก่คุณปู่ และเครื่องดื่มอีกมากมาย เรียกได้ว่าข้าวมีกาแฟพร้อม! ที่สำคัญพนักงานที่ร้านบริการดีมาก ถ้าใครได้แวะมาที่นี่จะต้องชอบอย่างแน่นอน ที่ร้านเปิดให้บริการความสุขทุกวัน ตั้งแต่ 11.00 – 23.00 น.

Facebook Page : 289 Hill farm&resort

พิกัด : อำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี

เบอร์โทร : 099- 289-9628

289 grill salmon เสิร์ฟคู่กับซอสพิเศษเฉพาะของทางร้าน รสกลมกล่อม กินกับแซลมอนเข้ากันสุดๆ ไม่เลี่ยนแน่นอน

อเมริกาโน่ต้มยำ 

ขลุ่ยกุ้ง

สตริปลอยน์ (Strip Loin) – เนื้อสันติดมัน ทางร้านใช้เนื้ออาร์เจนติน่า สายพันธุ์แบล็คแองกัส ขึ้นชื่อเรื่องรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ นุ่มลิ้น

แผนลับโปแลนด์ กับข้อกล่าวหาว่าหวังชิงยูเครนตะวันตกมาครอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/682484

วันที่ 08 พ.ค. 2565 เวลา 14:43 น.แผนลับโปแลนด์ กับข้อกล่าวหาว่าหวังชิงยูเครนตะวันตกมาครอง

สืบเนื่องจากหัวหน้าข่าวกรองของรัสเซียเปิดเผยแผนการของสหรัฐฯ-โปแลนด์ที่จะเปิดทางให้โปแลนด์ที่จะเข้าครอบครองส่วนหนึ่งของยูเครน

เมื่อวันที่ 28 เมษายน สำนักข่าว TASS รายงานว่าสหรัฐอเมริกาและโปแลนด์กำลังวางแผนเพื่อจัดการให้โปแลนด์เข้ามาควบคุม “ดินแดนประวัติศาสตร์” ของตนในยูเครน

“ตามข้อมูลที่ได้รับจากหน่วยข่าวกรองต่างประเทศของรัสเซีย วอชิงตันและวอร์ซอกำลังทำงานในแผนการจัดตั้งการควบคุมทางการทหารและการเมืองของโปแลนด์เหนือ ‘ดินแดนประวัติศาสตร์’ ในยูเครน” แถลงข่าวของสำนักข่าวกรอง SVR ของรัสเซีย อ้างคำพูดของเซอร์เกย์ นาริชกิน ผู้อำนวยการหน่วยงานดังกล่าว

จากข้อมูลของหน่วยข่าวกรอง ขั้นตอนแรกของ “การรวมชาติ” คือการที่กองทหารโปแลนด์จะยกทัพเข้ามาทางตะวันตกของยูเครนภายใต้สโลแกนว่า “ปกป้องดินแดนจากการรุกรานของรัสเซีย” ขณะนี้ รายละเอียดของภารกิจในอนาคตกำลังอยู่ระหว่างหารือกับรัฐบาลของไบเดน

“ตามข้อตกลงเบื้องต้น จะดำเนินการโดยปราศจากอาณัติของนาโตแต่จะดำเนินการโดย ‘พันธมิตรที่มีส่วนเกี่ยวข้อง’ แต่โปแลนด์ยังไม่สามารถรวบรวม ‘พันธมิตรที่มีความเต็มใจ’ มาร่วมตามแผนนี้ได้” SVR ระบุ

SVR ยังระบุว่า “มีแผนที่จะส่งหน่วยที่เรียกว่ากองกำลังรักษาสันติภาพไปยังพื้นที่ของยูเครนซึ่งพวกเขาจะแทบไม่มีโอกาสเผชิญหน้ากับกองทัพรัสเซีย และภากิจที่มีความสำคัญอันดับแรกของกองทัพโปแลนด์คือการค่อยๆ เข้ายึดครองยุทธศาสตร์จากกองกำลังป้องกันชาติยูเครน หน่วยข่าวกรองของโปแลนด์หาทางติดต่อกับบุคคลชั้นนำองยูเครน ‘ที่สามารถเจรจาด้วย’ เพื่อสร้างหน่วยปกครองพื้นที่ที่เป็น ‘ประชาธิปไตย’ และสนับสนุนโปแลนด์แทนที่กลุ่มชาตินิยมยูเครน

คำถามจากรายงานของ สำนักข่าว TASS ก็คือทำไมโปแลนด์ถึงต้องการดินแดนตะวันตกของยูเครน?

ยูเครนตะวันตกเคยเป็นเป็นอาณาเขตของประเทศยูเครนที่เชื่อมโยงกับอดีตอาณาจักรกาลิเซีย–โวลฮีเนีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเครือจักรภพโปแลนด์–ลิทัวเนีย จักรวรรดิออสเตรีย ออสเตรีย-ฮังการี และสาธารณรัฐโปแลนด์ที่สอง และเพิ่งจะเข้ามาอยู่ภายใต้การควบคุมของสหภาพโซเวียตโดยสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 1939 เท่านั้นตามสนธิสัญญาโมโลตอฟ–ริบเบนทรอป ระหว่างสหภาพโซเวียตและนาซีเยอรมัน

ในตอนแรก ยูเครนถูกรวมเข้าเป็นเครือจักรภพโปแลนด์-ลิทัวเนีย และต่อมายูเครนถูกแบ่งระหว่างเครือจักรภพโปแลนด์–ลิทัวเนีย (ทางตะวันตกและส่วนหนึ่งของยูเครนตอนกลาง) และจักรวรรดิรัสเซีย (ทางตะวันออกและส่วนที่เหลือของยูเครนตอนกลาง) หลังการแบ่งแยกดินแดนของโปแลนด์ ภูมิภาคของยูเครนตะวันตกกลายเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี ในขณะที่ภูมิภาคยูเครนกลางและตะวันออกยังอยู่ภายใต้การควบคุมของรัสเซีย

ในปี ค.ศ. 1918 หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ดินแดนของยูเครนที่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัสเซียได้ประกาศอิสรภาพเป็นสาธารณรัฐประชาชนยูเครน ในขณะที่ดินแดนยูเครนตะวันตกที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิออสโตร-ฮังการีได้ประกาศเอกราชของตนในฐานะสาธารณรัฐประชาชนยูเครนตะวันตก

เมื่อวันที่ 22 มกราคม ค.ศ. 1919 ทั้งสองรัฐได้ลงนามในพระราชบัญญัติการรวมประเทศ แต่ถูกแบ่งแยกอีกครั้งระหว่างโปแลนด์และสหภาพโซเวียต ต่อมา อันเป็นผลมาจากสนธิสัญญาโมโลตอฟ–ริบเบนทรอป สหภาพโซเวียตได้รวมยูเครนตะวันตกเข้าไว้ในสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตยูเครนอันเป็นหนึ่งใน 15 สาธารณรัฐองค์ประกอบของสหภาพโซเวียต จนกระทั่งประกาศอิสรภาพของยูเครนในปี 1991 ยูเครนได้รับเอกราช การสลายตัวของสหภาพโซเวียตตามมาหลังจากนั้นไม่นาน ยูเครนตะวันตกก็เป็นประเทศยูเครนเรื่อยมา

แม้ว่าจะแยกจากโปแลนด์มานับร้อยปีแล้ว แต่จากข้อมูลของหน่วยข่าวกรองรัสเซีย โปแลนด์ยังหวังดินแดนเหล่านี้ ตามแผนการแทรกซึมโดยส่งหน่วยรักษาสันติภาพในยูเครนตะวันตก ผู้นำโปแลนด์หวังว่าการวางกำลังเชิงป้องกันนี้ในยูเครนตะวันตก อาจจะนำไปสู่การแตกของยูเครนเป็นส่วนๆ (ซึ่งอาจรวมถึงยูเครนตะวันออกหรือดอนบัสกลายเป็นของรัสเซีย) ในขณะที่ดินแดนที่ ‘ผู้รักษาสันติภาพชาวโปแลนด์’ เข้ามาจะอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลวอร์ซอ

หน่วยข่าวกรอง SVR กล่าวโดยสรุปแล้ว นี่คือความพยายามที่จะทำซ้ำสิ่งที่โปแลนด์ถือว่าเป็นข้อตกลงประวัติศาสตร์หลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง เมื่อกลุ่มชาติตะวันตก ยอมรับว่ารัฐบาลวอร์ซอมีสิทธิที่จะครอบครองส่วนหนึ่งของยูเครนเพื่อปกป้องประชากรจาก ‘ บอลเชวิคที่คุกคาม’ (หมายถึงสหภาพโซเวียต) แล้วผนวกดินแดนเหล่านี้โดยโปแลนด์”

แต่หน่วยข่าวกรอง SVR ยังชี้ให้เห็นด้วยว่าการเข้าครอบครองยูเครนตะวันตกอาจทำไปสู่กระบวนการทำให้ยูเครนกลายเป็นโปแลนด์ (Polonization) ในแง่สังคมและวัฒนธรรม ซึ่งตามปกติลแล้วยูเครนตะวันตกมีวัฒนธรรมที่ต่างจากยูเครนส่วนอืนๆ อยู่แล้ว และยังเป็นการตอกย้ำแนวคิดเรื่อง “การรื้อฟื้นดินแดนโแลนด์” (Great Poland) ที่เคยยิ่งใหญ่ในอดีตด้วย

ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

Photo by JANEK SKARZYNSKI / AFP

T-90M รถถังรัสเซียที่ได้ชื่อว่าไร้เทียมทาน ถูกทำลายด้วยน้ำมือยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/682472

วันที่ 08 พ.ค. 2565 เวลา 17:59 น.T-90M รถถังรัสเซียที่ได้ชื่อว่าไร้เทียมทาน ถูกทำลายด้วยน้ำมือยูเครน

T-90M เป็นรุ่นอัพเกรดของ T-90 ได้ชื่อว่าเป็นรถถังที่มีพิษสงที่สุดและ “ไร้พ่าย” ของรัสเซีย แต่ตอนนี้สื่อตะวันตกประโคมข่าวว่ามันถูกทำลายในยูเครน

1. เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวชาวยูเครนอันดรีย์ ชาปลิเอนโก (Andriy Tsaplienko) โพสต์ภาพของรถถังรัสเซียรุ่น T-90M ที่ถูกทำลายที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในเมืองคาร์กิว เมืองใหญ่อันดับต้นๆ ของประเทศ ภาพนี้ทำให้เกิดกระแสกล่าวขวัญถึงในโลกตะวันตกเรื่องอานุภาพของรถถังรุ่นนี้ที่ว่ากันว่าไร้เทียมทาน แต่กลับถูกถล่มจนพังพินาศในยูเครน

2. ตามถ้อยแถลงบนเว็บไซต์กระทรวงกลาโหมของยูเครนระบุว่า รถถังถูกโจมตีโยดยฝ่ายยูเครน และยานรบของทหารราบและยานเกราะ MT-LB ของรัสเซียก็ถูกทำลายที่เคียฟเช่นกัน โดยมีรายงานการปรากฏตัวของ T-90M ครั้งแรกในยูเครนตะวันออกเมื่อวันที่ 25 เมษายน และเช่นกัน ข่าวรถถังที่ถูกมองว่าแกร่งที่สุดแต่กลับกลายเป็นเศษเหล็กไป ทำให้เกิดการวิจารณ์ในวงการอาวุธเป็นอย่างมาก

4. T-90M หรือ T-90M Proryv เป็นรุ่นอัพเกรดของรถถัง T-90 ของรัสเวีย มีรายงานว่าในสงครามครั้งนี้รัสเซียเข็นออกมาใช้งาน 20 คัน เว็บไซต์ The National Interest รายงานว่าคุณลักษณะที่ได้รับการอัปเกรดนั้นรวมถึงระบบการเล็งแบบหลายช่องสัญญาณ ป้อมปืนที่มีการหุ้มเกราะที่มากขึ้นและปืนหลักที่ทรงพลังกว่า ซึ่งเหมือนกับใน T-14 Armata

5. ก่อนอื่นมาดูกันก่อนว่า T-90 มีศักยภาพน่าเกรงขามแค่ไหนก่อนจะอัปเกรด อาวุธหลักของ T-90 คือปืนรถถังแบบ 2A46M 125mm มีความสามารถในการยิงกระสุนเจาะเกราะ (APFSDS) ระบิดต่อต้านรถถัง (HEAT) ขีปนาวุธนำวิถีต่อต้านรถถัง (9M119 Svir/Refleks) ช่วงการยิงที่มีประสิทธิภาพ 100 ม. ถึง 6 กม. และใช้เวลา 17.5 วินาทีในการเข้าถึงช่วงสูงสุด นอกจากจะโจมตีรถเกราะแล้วยังโจมตีเฮลิคอปเตอร์บินต่ำได้ด้วย 

6. เช่นเดียวกับรถถังรัสเซียสมัยใหม่รุ่นอื่นๆ ปืนรุ่น 2A46M ใน T-90 นั้นถูกป้อนด้วยตัวโหลดกระสุนอัตโนมัติ ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้ตัวโหลดด้วยตนเองในรถถัง และลดจำนวนทหารลงเหลือ 3 คน คือ ผู้บัญชาการ พลยิง และคนขับ โดยตัวโหลดกระสุนอัตโนมัติสามารถบรรทุกกระสุนพร้อมยิงได้ 22 นัดในวงล้อและสามารถบรรจุกระสุนได้ภายใน 5–8 วินาที

7. T-90 ติดตั้งระบบป้องกันสามชั้น และยังติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันนิวเคลียร์ ชีวภาพ และเคมี (NBC) ด้วย มีระบบทุ่นระเบิดแบบตอบโต้แม่เหล็กไฟฟ้า (EMT-7) โดย EMT-7 ปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อปิดการทำงานของทุ่นระเบิดแม่เหล็กและรบกวนระบบอิเล็กทรอนิกส์ก่อนที่ถังจะไปถึงทุ่นระเบิด

8. เกราะของมันหนาแน่นมาก จากการทดสอบยิงโดยกระสุน RPG, ATGM และ APFSDS ปรากฏว่าไปถึงแค่เกราะชั้นที่ 2 ในระหว่างการปฏิบัติการรบในดาเกสถาน มีพยานหลักฐานของ T-90 หนึ่งคันที่สามารถรองรับการโจมตีได้เจ็ดครั้งจาก RPG และยังคงปฏิบัติการได้ต่อไป จากการายงานของ EurAsian Times

9. T-90M หรือ T-90M Proryv เป็นรุ่นล่าสุดของ T-90A คุณสมบัติหลัก ได้แก่ ป้อมปืนแบบเก่าที่ออกแบบให้ทันสมัยขึ้น ซึ่งติดตั้งระบบควบคุมการยิงขั้นสูง “Kalina” (พร้อมข้อมูลการต่อสู้และระบบควบคุมแบบบูรณาการ) เกราะที่ได้รับการปรุงตรงส่วนที่เก็บกระสุน และปืนอัพเกรดใหม่ 2A46M-5 ซึ่งแม่นยำกว่าปืนมาตรฐานของ T-90 ที่ 15-20% รวมทั้งปืนต่อต้านอากาศยานที่ควบคุมด้วยรีโมท 

10. ผู้บัญชาการรถถังสามารถใช้ภาพพาโนรามาพร้อมการมองเห็นด้วยความร้อนเพื่อค้นหาเป้าหมาย และเมื่อเลือกเป้าหมายแล้ว ปืนจะเล็งไปที่เป้าหมายโดยอัตโนมัติจากนั้นเป็นหน้าที่ของพลยิงจะดำเนินการกับเป้าหมาย ขระเดียวกันผู้บังคับบัญชาสามารถค้นหาเป้าหมายต่อไปได้เลย

11. รถถังยังมีระบบการตอบโต้ ระบบจะยิงลูกระเบิดควันซึ่งสามารถช่วยอำพรางรถได้หากมีการส่องสว่างด้วยลำแสงเลเซอร์ ซึ่งจะช่วยลดโอกาสที่จะถูกโจมตีโดยระบบนำทางกึ่งอัตโนมัติของอาวุธต่อต้านรถถังของศัตรู

12. มีรายงานระบุว่าการอัพเกรดรถถังมาเป็นรุ่น T-90M มาจากประสบการณ์การต่อสู้ของกองทัพรัสเซียที่ได้รับมาในซีเรีย กองทัพรัสเซียทำการทดสอบระหว่างการซ้อมรบ Zapad-2017 ด้วยการอัพเกรดและศักยภาพการรบที่ครบครัน มันจึงถูกมองว่าเป็นไม้เด็ดที่แทบจะโค่นไม่ได้ของรัสเซียในยูเครน

13. ในสงครามยูเครน รัสเซียส่งรถถังรุ่นเก่าตั้งแต่สมัยสหภาพโซเวียตเข้ามาปฏิบัติการ เช่น  T-80 ซึ่งจะเห็นได้ว่าถูกทำลายเป็นว่าเล่น ส่วน T-90 รุ่นทั่วไปต้องเผชิญกับขีปนาวุธต่อต้านรถถังสมัยใหม่ เช่น FGM-148 Javelin ที่ผลิตในอเมริกาและ NLAW ของบริษัทร่วมอังกฤษ-สวีเดน ซึ่งทราบกันดีว่าสามารถเอาชนะรถถังเหล่านี้ได้

14. กองกำลังรัสเซียพยายามตอบโต้ขีปนาวุธโจมตีจากด้านบนสุดเหล่านี้ด้วยการเพิ่มตะแกรงเหล็กแบบชั่วคราว ซึ่งเป็นออปชั่นที่ใช้กันมาก่อนหน้านี้แล้วโดยได้รับบทเรียนจากสงครามนากอร์โน-คาราบัคในปี 2020 และในยูเครนคือการใช้โดครนฆ่าตัวตายโจมตีอย่างมีประสิทธิภาพต่อเป้าหมายรถถังเหล่านี้ 

15. อย่างไรก็ตาม ขวัญกำลังใจของรัสเซียอาจต้องสั่นคลอนครั้งใหญ่ เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2022  ในเมืองคาร์กิว ประเทศยูเครน T-90M Proryv ถูกทำลายในการปฏิบัติการ ถือเป็นครั้งแรกที่ได้รับการยืนยันว่าถูกทำลายในสงคราม รูปถ่ายของรถถังที่ถูกทำลายซึ่งยังคงมีควันคุกรุ่นหลังจากถูกโจมตีโดยตรงจากขีปนาวุธต่อต้านรถถังเริ่มเผยแพร่ในสื่อของยูเครนและออนไลน์

16. รถถังนี้ซึ่งถูกส่งไปประจำการใกล้กับเคียฟ เมื่อวันที่ 25 เมษายน มีรายงานที่ยืนัยนไม่ได้ว่าถูกทำลายโดยขีปนาวุธ Javelin ยูเครนอาจใช้ซาก T-90M ที่ถูกทำลายนี้เป็นส่วนหนึ่งของการจัดแสดงสำหรับการเฉลิมฉลองวันแห่งชัยชนะในวันที่ 9 พฤษภาคม

17. กระทรวงกลาโหมของสหราชอาณาจักร ในการอัพเดทข่าวกรองด้านการป้องกันประเทศเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม กล่าวถึงการทำลายรถถังรุ่นี้ว่า “รถถัง T-90M ในปัจจุบันกำลังเข้าประจำการในหน่วยที่มีอุปกรณ์ครบครันที่สุดของรัสเซีย” และถึงแม้คุณลักษณะขั้นสูงของ T-90M มัน “ยังคงเปราะบางหากไม่ได้รับการสนับสนุน โดยกองกำลังอื่นๆ”

ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

Photo by Kirill KUDRYAVTSEV / AFP

ผอ. CIA ชี้จีนต้องคิดใหม่เรื่องไต้หวัน หลังเห็นสภาพรัสเซียในยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/682462

วันที่ 08 พ.ค. 2565 เวลา 12:10 น.ผอ. CIA ชี้จีนต้องคิดใหม่เรื่องไต้หวัน หลังเห็นสภาพรัสเซียในยูเครน

ผู้อำนวยการซีไอเอกล่าวว่าการคำนวณของจีนเกี่ยวกับไต้หวันได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในยูเครน พร้อมให้รายละเอียดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของปักกิ่งและมอสโก

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานวิลเลียม เบิร์นส์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐกล่าวเมื่อวันเสาร์ว่าจีนกำลังติดตามความขัดแย้งของรัสเซียในยูเครนอย่างใกล้ชิด และกำลังส่งผลกระทบต่อการคำนวณของผู้นำจีนต่อไต้หวัน 

เบิร์นส์ที่พูดในงานของหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์ในวอชิงตันกล่าวว่ารัฐบาลจีนได้รับผลกระทบจากการที่ยูเครนต่อต้านการรุกรานของรัสเซียอย่างดุเดือดและด้วยต้นทุนทางเศรษฐกิจที่รัสเซียแบกรับ

“ผมคิดว่าผู้นำจีนกำลังพิจารณาอย่างรอบคอบในเรื่องนี้ทั้งหมด – เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายและผลที่ตามมาของความพยายามใดๆ ที่จะใช้กำลังเพื่อเข้าควบคุมไต้หวัน” เบิร์นส์กล่าว

อย่างไรก็ตาม เขาเตือนว่าจะไม่มีการเปลี่ยนเป้าหมายระยะยาวของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนที่มีต่อไต้หวัน

“ผมไม่ได้คิดสักนิดเดียวว่าเรื่องนี้ได้บั่นทอนความมุ่งมั่นของสี (จิ้นผิง) เพื่อที่จะเข้าควบคุมไต้หวันเมื่อเวลาผ่านไป” เบิร์นส์กล่าว “แต่ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ส่งผลต่อการคำนวณของพวกเขาเกี่ยวกับวิธีการและเวลาที่พวกเขาทำอย่างนั้น”

จีนปฏิเสธที่จะประณามสงครามของรัสเซียในยูเครนและวิพากษ์วิจารณ์การคว่ำบาตรของตะวันตกต่อมอสโก

ปักกิ่งและมอสโกประกาศเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ “แบบไม่จำกัด” หลายสัปดาห์ก่อนการบุกรุก 24 ก.พ. และได้กระชับความสัมพันธ์ด้านพลังงานและความมั่นคงที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเพื่อผลักดันสหรัฐฯ และตะวันตก

แต่เบิร์นส์กล่าวว่าสหรัฐฯ เชื่อว่าจีนสั่นคลอนจากชื่อเสียงที่เสียหายจากการเกี่ยวข้องกับ “ความโหดร้าย” ของปฏิบัติการทางทหารของประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิมีร์ ปูติน

“ผมคิดว่าประสบการณ์อันขมขื่นของรัสเซียของปูตินในยูเครนในยูเครนในช่วง 10 หรือ 11 สัปดาห์ที่ผ่านมาในหลายๆ ด้านเป็นอย่างไร แสดงให้เห็นว่ามิตรภาพนั้นมีขีดจำกัดจริงๆ” เบิร์นส์กล่าว

Photo – Graeme Jennings/Pool via REUTERS/File Photo

นักรบเชชเนียยึดเมืองปอปัสนาของยูเครนได้แล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/682459

วันที่ 08 พ.ค. 2565 เวลา 11:05 น.นักรบเชชเนียยึดเมืองปอปัสนาของยูเครนได้แล้ว

รัมซาน คาดีรอฟ ผู้นำของเชชเนียกล่าวว่าทหารของเขาควบคุมเมืองปอปัสนา ทางตะวันอกอของยูเครน แต่ยูเครนโต้การรบยังดำเนินอยู่

รอยเตอร์รายงาน รัมซาน คาดีรอฟ ผู้นำของสาธารณรัฐเชชเนียของรัสเซียกล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่าทหารของเขาที่เข้าร่วมในการรุกรานยูเครนกับกองทัพรัสเซียเข้าควบคุมเมืองปอปัสนา (Popasna)ทางตะวันออกของยูเครนส่วนใหญ่แล้ว ในขณะที่เจ้าหน้าที่ยูเครนกล่าวว่าการต่อสู้เพื่อเมืองนี้ทางตะวันออกของประเทศ กำลังดำเนินอยู่

ในช่วงกลางเดือนเมษายน กองกำลังรัสเซียได้เปิดฉากการรุกครั้งใหม่ไปตามแนวรบด้านตะวันออกของยูเครนเกือบทั้งหมด โดยมีการโจมตีที่รุนแรงที่สุดและการยิงกระสุนปืนใหญ่รอบๆ เมืองปอปัสนา ในภูมิภาคลูฮันสก์ (Luhansk) เมื่อเร็วๆ นี้

“หน่วยรบของหน่วยรบพิเศษเชเชน … ยึดครองปอปัสนาเกือบทั้งหมด” คาดีรอฟ เขียนในโพสต์บนแอพส่งข้อความทาง Telegram  (ซึ่งคาดีรอฟมักเรียกตัวเองว่าเป็น “ทหารราบ” ของประธานาธิบดีรัสเซียวลาดิมีรื ปูติน) 

“ถนนสายหลักและย่านใจกลางเมืองได้รับการเคลียร์อย่างสมบูรณ์” คาดีรอฟ กล่าวเสริม

สำนักข่าวรอยเตอร์ไม่สามารถตรวจสอบรายงานนี้ได้อย่างอิสระ

ไม่มีการตอบสนองใด ๆ จากยูเครนในทันที แต่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาโอเล็กซึย อาเรสโตวิช ที่ปรึกษาประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี กล่าวว่าการต่อสู้อย่างหนักเพื่อเมืองยังคงดำเนินต่อไป

“การต่อสู้เพื่อปกป้องปอปัสนากำลังดำเนินอยู่” อาเรสโตวิช  กล่าวในวิดีโอบนโซเชียลมีเดีย

“นักโฆษณาชวนเชื่อชาวรัสเซียได้รายงานอย่างสนุกสนานว่าพวกเขาได้ยึดมันไปแล้ว แต่มันไม่ได้เป็นเช่นนั้น นี่เป็นการอ้าง ‘การยึดครองปอปัสนา’ ครั้งที่ 117 ของพวกเขาในสัปดาห์นี้เท่านั้น”

เซรึฮีย ไกได ผู้ว่าการภูมิภาคลูฮันสก์กล่าวเมื่อวันเสาร์ว่ากองกำลังยูเครนยังคงควบคุมพื้นที่ดังกล่าว “สถานการณ์นั้นยากลำบากมาก แต่อยู่ภายใต้การควบคุม” ไกได กล่าวในโพสต์วิดีโอของ Telegram

เขาเสริมว่ากองทหารเชเชนไม่ได้มีส่วนร่วมในการต่อสู้ แต่กำลังปล้นทรัพย์สินและถ่ายวิดีโอ

คาดีรอฟ มักโพสต์ในรายงาน Telegram และวิดีโอของทหารเชเชนที่ถูกกล่าวหาว่าเข้าร่วมกิจกรรมในยูเครน แต่ไม่มีการยืนยันว่ามีการส่งกำลังพลจริงกี่คนและเข้าร่วมในการต่อสู้หรือไม่

Photo –  REUTERS/Chingis Kondarov/File Photo

อินโดหวังเป็นเจ้าทัพเรือแห่งอาเซียนภายใน 10 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/682255

วันที่ 08 พ.ค. 2565 เวลา 10:10 น.อินโดหวังเป็นเจ้าทัพเรือแห่งอาเซียนภายใน 10 ปี

อินโดนีเซียตั้งเป้ามีกองทัพเรือที่แข็งแกร่งที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภายในทศวรรษนี้

1. Asia Pacific Defense Journal รายงานว่าปราโบโว ซูเบียนโต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียมีแผนที่จะเสริมความแข็งแกร่งและเพิ่มขีดความสามารถทางทหารของประเทศ โดยตั้งเป้าที่จะทำให้กองทัพเรืออินโดนีเซียมีเรือรบพร้อมรบถึง 50 ลำ และก้าวขึ้นเป็นกองทัพเรือที่แข็งแกร่งที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ท่ามกลางข้อพิพาทกับจีนในทะเลจีนใต้

2. อย่างไรก็ตามขึ้นอยู่กับการสนับสนุนจากรัฐบาลรวมถึงการจัดสรรงบประมาณให้กระทรวงกลาโหมด้วย โดยในปีงบประมาณ 2022 กระทรวงได้รับงบประมาณสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 133.9 ล้านล้านรูเปียห์ หรือประมาณ 317,000 ล้านบาท

3. กระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียยังวางแผนที่จะจัดซื้อเรือรบเพิ่มเติมหลายลำในอีก 2 ปีข้างหน้า ซึ่งประธานาธิบดีโจโค วิโดโด และกระทรวงการคลังไฟเขียวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

4. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อเดือนก.พ. ว่ากระทรวงกลาโหมยืนยันการสั่งซื้อเรือฟริเกต Arrowhead 140 จำนวน 2 ลำจากสหราชอาณาจักร, เรือฟริเกตชั้น FREMM จำนวน 6 ลำ และเรือฟริเกตชั้น Maestrale ที่ปรับปรุงใหม่จำนวน 2 ลำจากอิตาลี ขณะที่กำลังหารือเพื่อจัดหาเรือฟริเกตชั้น Mogami จำนวน 8 ลำจากญี่ปุ่น

5. นอกจากนี้กระทรวงกลาโหมฝรั่งเศสเปิดเผยในเดือนเดียวกันว่าอินโดนีเซียมีความต้องการที่จะสั่งซื้อเรือดำน้ำ Scorpene ของฝรั่งเศส จำนวน 2 ลำ

6. โดยเรือเหล่านี้จะมาประจำการแทนที่เรือฟริเกตชั้น Ahmad Yani จำนวน 5 ลำที่มีอยู่ นอกจากนี้กระทรวงจะเสริมการทำงานของเรือฟริเกตชั้น Martadinata จำนวน 2 ลำในปัจจุบันด้วย

7. Defence View ชี้ว่านอกจากเรือฟริเกตขีปนาวุธที่ทรงอานุภาพอย่างยิ่งแล้ว อินโดนีเซียยังมีกองเรือดำน้ำขนาดใหญ่ พร้อมด้วยความสามารถในการสร้างเรือดำน้ำของตนเองโดยอาศัยการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากเกาหลีใต้ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกองทัพเรือที่แข็งแกร่งที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ยังยกให้กองทัพเรือไทยติดโผด้วยเช่นกัน โดยระบุว่าเป็นประเทศเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เป็นเจ้าของเรือบรรทุกเครื่องบินของตนเอง

8. Naval News ยังระบุว่ากองทัพเรืออินโดนีเซียวางแผนที่จะจัดหาเรือขีปนาวุธติดอาวุธ Naval Strike Missile (NSM) และมีแผนที่จะจัดหาเรือพิฆาต เรือลาดตระเวน และเรือดำน้ำเพิ่มเติมอีกด้วย

9. อย่างไรก็ตาม Asia Maritime Transparency Initiative (AMTI) ระบุว่าขณะนี้กองทัพเรืออินโดนีเซียดำเนินการเรือมากกว่าร้อยลำ ซึ่งทำให้มีกองเรือที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้ว แต่ก็ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ขัดขวางการเสริมความแข็งของกองทัพ ไม่ว่าจะเป็นอัตราเงินเฟ้อ, โควิด-19, สงครามในยูเครน ซึ่งอาจขัดขวางแผนที่วางไว้ล่วงหน้า

10. ในปี 2021 GFP จัดอันดับให้กองทัพเรืออินโดนีเซียอยู่ในอันดับที่ 16 ตามหลังเยอรมนี อิหร่าน อียิปต์ และอิตาลีเพียงไม่กี่คะแนน และนำหน้าซาอุดีอาระเบีย สเปน ออสเตรเลีย และอิสราเอล จากทั้งหมด 140 ประเทศทั่วเอเชีย อเมริกาใต้ ยุโรป อเมริกาเหนือ โอเชียเนีย และแอฟริกา ตามรายงานของ Young Pioneer Tours

Photo by Antara Foto/M Risyal Hidayat/via REUTERS