ไบเดนเล็งดึงตัวนักวิทย์หัวกะทิของรัสเซียเข้าสหรัฐ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/681853

วันที่ 30 เม.ย. 2565 เวลา 10:35 น.ไบเดนเล็งดึงตัวนักวิทย์หัวกะทิของรัสเซียเข้าสหรัฐ

สหรัฐเสนอช่องทางพิเศษดึงตัวนักวิทยาศาสตร์หัวกะทิของรัสเซียเข้าประเทศ

สำนักข่าว The New York Times รายงานว่า ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ต้องการให้สภาคองเกรสเร่งออกวีซ่าให้นักวิทยาศาสตร์ชาวรัสเซียที่อยากออกจากประเทศท่ามกลางการรุกรานยูเครนของมอสโกว์ ซึ่งจะเป็นการเร่งให้เกิดภาวะสมองไหลในรัสเซีย และทำให้ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน สูญเสียผู้ที่มีความสามารถระดับหัวกะทิของประเทศ

ข้อเสนอดังกล่าวยกเว้นข้อกำหนดที่ว่านักวิทยาศาสตร์ที่ขอวีซ่าประเภท H1-B ต้องมีนายจ้างสนับสนุน เป็นเวลา 4 ปี ถือเป็นการลดอุปสรรคชิ้นใหญ่ที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางเข้าสหรัฐ

มาตรการนี้จะใช้เฉพาะพลเมืองรัสเซียที่มีปริญญาโทหรือปริญญาเอกในสาขาวิทยาศาสตร์หรือวิศวกรรม อาทิ ปัญญาประดิษฐ์ วิศวกรรมนิวเคลียร์ หรือควอนตัมฟิสิกส์

เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารของสหรัฐมองว่าโครงการนี้จะมีประโยชน์ 2 ทางคือ รัสเซียเสียหาย ขณะที่สหรัฐได้ประโยชน์

อย่างไรก็ดี ผู้ที่ยื่นขอวีซ่าดังกล่าวยังต้องมีคุณสมบัติอย่างอื่นที่สหรัฐกำหนด รวมทั้งต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบประวัติต่างๆ

REUTERS/Evelyn Hockstein

ยอดมนุษย์ทำมาหมดแล้ว ตั้งแต่สไนเปอร์หน่วยซีล ดร.ฮาร์วาร์ด ถึงมนุษย์อวกาศนาซา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/681816

วันที่ 29 เม.ย. 2565 เวลา 16:23 น.ยอดมนุษย์ทำมาหมดแล้ว ตั้งแต่สไนเปอร์หน่วยซีล ดร.ฮาร์วาร์ด ถึงมนุษย์อวกาศนาซา

“แต่ถ้าใครคิดว่าความสำเร็จเหล่านี้ได้มาง่ายๆ ลองคิดใหม่นะ” นี่คือคำพูดของหนุ่มเชื้อสายเกาหลีโปรไฟล์ขั้นเทพคนนี้

การเป็นมือสไนเปอร์ของซีลอย่างเดียวคงจะไม่ท้าทายพอสำหรับ จอนนี คิม หนุ่มสายเลือดเอเชียคนนี้จึงเรียนต่อแพทย์โดยคว้าดีกรีด็อกเตอร์จากฮาร์วาร์ด และต่อด้วยการเป็นนักบินอวกาศของนาซาที่กำลังจะได้ไปเหยียบดวงจันทร์อีกครั้ง หรืออาจไปถึงดาวอังคาร โดยทั้งหมดนี้เขาทำได้ภายในวัยเพียง 37 ปีเท่านั้น

และบอกเลยว่าคิมเป็นตัวท็อปในทุกสายงานของเขา

คิมเกิดที่ลอสแองเจลิสในครอบครัวผู้อพยพชาวเกาหลีใต้ที่ต้องการมาแสวงหาชีวิตที่ดีในสหรัฐในช่วงทศวรรษ 1980 เขาเล่าไว้ในวารสาร Harvard Gazette ว่าตัวเองเป็นเด็กที่ไม่ค่อยมีความมั่นใจและไม่ค่อยมีเพื่อน

“ตอนเด็กๆ ผมไม่ค่อยมั่นใจในตัวเอง ผมเรียนได้ดีแต่เรื่องอื่นไม่เอาไหนเลย ผมกลัวการเข้าสังคม กลัวการสร้างความสัมพันธ์กับคนอื่น การเข้าสังคมช่วงมัธยมปลายถือเป็นความล้มเหลวครั้งใหญ่เลย”

คิมเล่าว่าเขาไม่มีเป้าหมายชีวิตจนกระทั่งอายุ 16 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เขาได้รู้จักหน่วยซีล มันจุดประกายให้เข้านับตั้งแต่นั้นมา คิมพยายามออกกำลังกายและฟิตหุ่นเพื่อเตรียมพร้อม และสมัครเข้ากองทัพเรือสหรัฐทันทีที่จบชั้นมัธยมปลายในแซนตามอนิกา รัฐแคลิฟอร์เนีย แม้ว่าตอนนั้นแม่จะไม่ค่อยเห็นด้วยนัก แต่เขามองว่าเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดในชีวิต

คิมเข้ารับการฝึกหลักสูตรพิเศษเนวีซีลเป็นเวลา 2 ปี โดยในระหว่าง “สัปดาห์นรก” ที่ถูกเคี่ยวกรำสุดโหดแทบไม่มีเวลาพักหายใจนั้นคิมเกือบถอดใจแล้ว แต่สุดท้ายเขาก็ผ่านมาได้จนได้เข้าไปเป็นสมาชิกซีลทีม 3

ระหว่างรับราชการทหารคิมผ่านปฏิบัติการมากกว่า 100 ครั้งในตะวันออกกลาง รับหน้าที่ทั้งเสนารักษ์หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ผู้นำทาง ผู้ชี้เป้า มือสไนเปอร์ ทำให้เขาได้ทั้งเหรียญกล้าหาญ Silver Star และ Bronze Star

คิมมีผลงานโดดเด่นในระดับที่สำนักพิมพ์ The Navy Times ยกย่องให้อยู่ในท็อป 10 “สุดยอดทหารเรือแห่งประวัติศาสตร์อเมริกัน” เคียงข้างกับชื่อของนีล อาร์มสตรอง และจอห์น เอฟ. เคนเนดี

ต่อมาคิมตัดสินใจกลับไปศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีด้านคณิตศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยแซนดิเอโกและคว้าเกียรตินิยมอันดับ 1 มาได้ในปี 2012 โดยใช้เวลาเพียง 3 ปี ต่อด้วยศึกษาต่อในสาขาแพทยศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดและคว้าดีกรีด็อกเตอร์ในปี 2016

แรงบันดาลใจในการเป็นหมอของคิมมาจากประสบการณ์การรบในอิรัก ปี 2006 ที่คิมรับหน้าที่เสนารักษ์ในกองทัพ เพื่อนสนิทของเขาถูกยิง 2 คนโดยคิมรักษาหนึ่งในนั้นที่มีบาดแผลฉกรรจ์ที่ใบหน้า แม้จะพยายามช่วยอย่างสุดความสามารถแล้วแต่สุดท้ายทั้งคู่ก็ไม่รอด

“การช่วยคนอื่นไม่ได้เป็นความรู้สึกที่แย่ที่สุด” คิมเล่า “ผมทำได้แค่เช็คดูว่าเลือดไม่ไหลไปขัดขวางทางเดินหายใจ ดูว่าเขาอยู่ในท่าที่ถูกต้อง เขาต้องการศัลยแพทย์ เขาต้องการแพทย์ และผมก็หาให้เขาได้คนหนึ่ง แต่…การที่ไม่สามารถช่วยอะไรได้มันฝังอยู่ในใจผม”

ระหว่างเรียนที่ฮาร์วาร์ด คิมได้รู้จักกับอีกหนึ่งอาชีพนั่นก็คือ นักบินอวกาศ หลังจากได้พบกับ สกอตต์ อี. พาราซินสกี ซึ่งเป็นทั้งนักบินอวกาศของนาซาและแพทย์ ในวันที่พาราซินสกีเข้ามาฝึกอบรมแพทย์ฉุกเฉินที่ฮาร์วาร์ด

“เขาเปิดโลกนาซาให้กับผม มันเป็นอะไรท้าทายและน่าทึ่งมาก ผมอยากเป็นแรงบันดาลใจให้กับเด็กๆ ที่อาจไม่มั่นใจในตัวเองแบบที่ผมเคยเป็น และกล้าที่จะเชื่อในความฝันที่ยิ่งใหญ่” คิมเล่า

ปี 2017 คิมตัดสินใจสมัครเป็นนักบินอวกาศ และได้รับการคัดเลือกจากผู้สมัครกว่า 18,300 คน ให้เข้าฝึกอบรมในนาซากว่า 2 ปี กลายเป็นชาวเกาหลีเชื้อสายอเมริกันคนแรกๆ และชาวเกาหลี 100% คนแรกที่ได้เป็นนักบินอวกาศของนาซา โดยในช่วงที่มีการคัดเลือกนั้นคิมทำงานเป็นแพทย์ประจำบ้านของโรงพยาบาลในรัฐแมสซาชูเซตส์อยู่ด้วย

และในปี 2020 คิมคือ 1 ใน 13 นักบินที่นาซาเลือกให้เข้าโครงการอาร์เทมิสซึ่งมีเป้าหมายจะไปเยือนดวงจันทร์ในปี 2024 และอาจต่อยอดไปเยือนดาวอังคารด้วย ซึ่งเจ้าตัวเผยว่ารู้สึกเหมือนฝันไปเลย

คิมให้สัมภาษณ์เมื่อปี 2017 ว่าเขาอยากเป็นนักบินอวกาศเพราะเขา “เชื่อว่าภารกิจของนาซาในการก้าวข้ามพรมแดนด้านอวกาศของเราไปพร้อมๆ กับการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ จะเป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติ”

เส้นทางอาชีพของคิมฟังดูเหมือนง่าย แต่เจ้าตัวบอกว่า “แต่ถ้าใครคิดว่าความสำเร็จเหล่านี้ได้มาง่ายๆ ลองคิดใหม่นะ” และถ้าสามารถย้อนกลับไปบอกอะไรตัวเองในวัยเด็กได้คิมเผยว่าเขาจะพูดว่า “ทุกสิ่งที่มีค่าล้วนได้มาอย่างยากเย็น และทุกๆ ความผิดพลาดคือโอกาสในการเรียนรู้และปรับปรุง”

ช่างน่าทึ่งจริงๆ ที่คนคนเดียวกันเป็นได้ทั้ง 3 อาชีพ แม้แต่เพื่อนๆ ยังออกปากแซวว่าคงเหลือแค่ตำแหน่ง “ประธานาธิบดี” เท่านั้นล่ะที่ “คนมีของ” อย่างคิมยังไม่ได้เป็น

A true privilege and honor to walk among the @NASA Astronaut Corps with my brothers and sisters. We know there are many qualified and deserving candidates out there – we’re the lucky ones to represent humanity. Let’s work towards a better future for our world and our children. pic.twitter.com/eUv8iSK7gn— Jonny Kim (@JonnyKimUSA) January 13, 2020

ภาพ: NASAexplores 

แฟน Maison Kitsune และ Longchamp เตรียมช้อป!

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/681672

วันที่ 28 เม.ย. 2565 เวลา 09:45 น.แฟน Maison Kitsune และ Longchamp เตรียมช้อป!

เอาใจนักช้อป Maison Kitsune และ Longchamp เปิดร้านค้าออนไลน์อย่างเป็นทางการ รวมทุกไอเท็ม ช้อปง่าย ช้อปชัวร์ แค่ปลายนิ้ว!!

ปรับตัวเข้ากับโลกดิจิตอลขั้นสุด เมื่อ “พีพี กรุ๊ป” (PP Group) ตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าและกระเป๋าแบรนด์ “เมซง คิทสึเนะ” (Maison Kitsuné) และ “ลองฌองป์” (Longchamp) ตอบรับทุกความต้องการของลูกค้า โดยได้เปิดช่องทางช้อปปิ้งออนไลน์ เอาใจลูกค้าที่อยู่ต่างจังหวัด หรือไม่สะดวกเดินทางมายังช้อป รวมไปถึงผู้ที่กำลังสนใจหาข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ให้ได้รับการบริการที่ดีที่สุด และที่สำคัญไม่ต้องลุ้นว่าของที่ได้รับมานั้นเป็นของแท้หรือไม่!? เพราะเป็นการสั่งซื้อโดยตรงจากตัวแทนผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ฉะนั้นจึงมั่นใจได้เลยว่าเป็นของแท้ 100% อย่างแน่นอน!!

โดยร้านค้าออนไลน์อย่างเป็นทางการ คือ PP GROUP ONLINE STORE นี้เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะทำให้ลูกค้าสามารถเลือกสรรสินค้าเสมือนมาช้อปปิ้งเองที่ช้อป อีกทั้งยังสามารถสอบถามข้อมูลสินค้าอย่างละเอียด รวมไปถึงการเลือกซื้อ สั่งซื้อ ด้วยขั้นตอนง่ายๆ เพียงแค่คลิ๊ก ซึ่งช่องทางหลักในการเลือกซื้อสินค้า สามารถเข้าไปที่เว็บไซต์ http://www.ppgroupthailand.com หรือสามารถแอดไลน์เข้าไปพูดคุยสอบถามข้อมูลสินค้ากับพนักงานโดยตรงที่ LINE Official Account :: @ppgroupthailand

สำหรับแฟนแบรนด์จิ้งจอกสุดคูลอย่าง “เมซง คิทสึเนะ” สามารถเข้าไปเลือกช้อปและชมสินค้าผ่าน PP GROUP ONLINE STORE ได้ที่ Maison Kitsuné Online Store

เช่นเดียวกับแบรนด์ลองฌองป์ ที่สามารถช้อปออนไลน์ผ่าน PP GROUP ONLINE STORE ได้เช่นกันที่ Longchamp Online Store รับรองจัดเต็มมาทุกไอเท็ม รวมไปถึงสินค้าคอลเลกชั่นพิเศษต่างๆ ที่อัพเดทให้ช้อปปิ้งก่อนหน้าร้าน และไม่สามารถหาได้ตามร้านรับหิ้วทั่วไป และพิเศษสุดสำหรับนักช้อปเพียงแค่กด Subscribe E-newsletter ในเว็บไซต์ รับโค้ดส่วนลดทันที 500 บาทในการซื้อสินค้า

ชวนกันมาเพิ่มอรรถรสให้การช้อปปิ้งออนไลน์อย่างมั่นใจ ไร้กังวลเหมือนมาช้อปด้วยตัวเองที่ร้านด้วยขั้นตอนง่ายๆ เพียงสั่งซื้อผ่านทางเว็บไซต์ www.ppgroupthailand.com หรือ LINE Official Account @ppgroupthailand และสามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ : PPGroupThailand

Off-White ฉลองเปิดคอลเลกชั่นประจำฤดูกาลสปริง/ซัมเมอร์ 2022

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/681664

วันที่ 28 เม.ย. 2565 เวลา 07:45 น.Off-White ฉลองเปิดคอลเลกชั่นประจำฤดูกาลสปริง/ซัมเมอร์ 2022

หนุ่มสาว Off-White ร่วมฉลองอิสระแห่งความสนุกในรูปแบบที่เป็นตัวเอง กับ Off-White คอลเลกชั่นใหม่ล่าสุด ‘Sticks & Stones’ แฟชั่นประจำฤดูกาลสปริง/ซัมเมอร์ 2022

Off-White™ ฉลองเปิดคอลเลกชั่นประจำฤดูกาลสปริง/ซัมเมอร์ 2022 ด้วยการมอบความสนุกในรูปแบบที่เป็นตัวคุณ ท่ามกลางบรรยากาศสุดคึกคัก เมื่อหนุ่มสาวออฟไวท์ นำทีมโดย มาร์กี้-ราศี บาเล็นซิเอก้า จิราธิวัฒน์, แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์ และ โต้ง TWOPEE มารวมตัวกันเพื่อชม คอลเลกชั่นใหม่ล่าสุด ภายใต้ชื่อ “Sticks & Stones” ที่ร้าน Off-White™ สาขา The EmQuartier

คอลเลกชั่น Sticks & Stones

สำหรับคอลเลกชั่น “Sticks & Stones” ผลงานสร้างสรรค์โดย Virgil Abloh  ประจำฤดูกาลสปริง/ซัมเมอร์ 2022 ของแบรนด์ Off-White™ มาจากวลีคลาสสิกตลอดกาล สื่อถึงความสนุกและความเป็นตัวของตัวเอง ถ่ายทอดผ่านผลงานดีไซน์ที่ครอบคลุม ทุกความชอบในหลายสไตล์ มอบความสนุกในการแต่งตัวให้กับทุกคน

ครั้งนี้ ‘Monogram’ ถูกนำเสนอเป็นหนึ่งในลวดลายสำคัญสำหรับคอลเลกชั่นนี้ ออกแบบอย่างพิถีพิถันโดยเวอร์จิล แอบโลห์ กับความท้าทายในการตีความออฟไวท์ผ่านมุมมองใหม่ คือการรักษาสมดุลระหว่างแรงบันดาลใจจาก 2 องค์ประกอบหลักอย่าง ลวดลาย Arrow หรือลูกศร ที่ทุกคนคุ้นเคยผ่านชิ้นงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อยืดหรือกระเป๋ารุ่นฮิต อย่าง Jitney นำมาวางเรียงติดกัน ผสมผสานเข้ากับคำว่า “OFF” ในขนาดต่างๆ ให้อยู่ในกริดได้อย่างน่าสนใจและลงตัว ถือกำเนิดเป็นลวดลาย Off-White Monogram ที่มีความร่วมสมัย มอบกลิ่นอายของความวินเทจ หรูหรา พร้อมความสนุก สดใหม่ ด้วยสีสันประจำฤดูกาล

กระเป๋าคลาสสิกของออฟไวท์อย่าง The Burrow Bag ได้รับการปรับโฉมใหม่สำหรับคอลเลกชั่นนี้เช่นกัน ตั้งแต่สีสันที่สดใส ไปสู่รายละเอียดการออกแบบสำหรับทรงใหม่ประจำฤดูกาลอย่าง Burrow Zipped Pouch ทรงกระทัดรัด คล่องตัว เต็มเปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ของออฟไวท์ ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดการเจาะรู meteor รวมถึง zip tie หนังสีสันเข้ากับตัวกระเป๋า ไปจนถึง สายสะพายโซ่โลหะ ที่หยิบยืมจากวัสดุก่อสร้าง ผลพวงจากความสนใจทางวิศวกรรมของเวอร์จิล

และปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งหนึ่งที่มักเป็นที่จับตาเสมอของออฟไวท์คือ เสื้อยืด ซึ่งนอกจากจะได้รับความนิยมเพราะเป็นชิ้นที่สวมใส่ง่ายมีเอกลักษณ์แล้ว เสื้อยืดยังเป็นรากฐานการแต่งกายของวัฒนธรรมคนรุ่นใหม่ (youth culture) ที่เวอร์จิล ให้ความสำคัญในการดีไซน์ของเขาเสมอ การสร้างสรรค์คอลเลกชั่นเสื้อยืดจึงพัฒนาเป็นอีกหนึ่งจุดแข็งของออฟไวท์ ตอบโจทย์ทุกสไตล์การแต่งตัวด้วยทรงที่หลากหลายทั้ง slim fit, oversized และ skate fit

สำหรับฤดูกาลนี้ดีไซน์สำคัญที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้เลยคือ Weed Collection พฤกษชาติที่กลุ่มคนจำนวนหนึ่งคุ้นเคยเป็นอย่างดี สัญญะความสนุกนี้ ถูกถ่ายทอดลงบนเสื้อยืดผ้าคอตตอนเนื้อดีผ่านงานปักเดินเส้นไหมในรูปแบบของใบไม้ ผสมผสานเทคนิคการสกรีนชั้นสูงเข้าเป็นส่วนหนึ่งกับเนื้อผ้า ด้วยสีสันเหลือบกันไปมาแบบ hallucinated graphic พร้อมกับโลโก้ OFF ในสไตล์เรโทร นอกจากนี้ยังคงประกอบด้วยเสื้อยืดลวดลาย กราฟิตี้สไตล์เรโทรอย่าง DJ Play, Wizard และ Tribal รวมไปถึงลวดลายสำหรับสไตล์มินิมัลอย่าง “Outfit came from Italy” และ Single Arrow ความหลากหลายในผลงานการออกแบบคอลเลกชั่นเสื้อยืดนี้ ล้วนถ่ายทอดสิ่งหนึ่งสิ่งเดียวกันคือ ความสนุกที่จะเป็นตนเองในรูปแบบของ ออฟไวท์ สำหรับหลากหลายมุมมอง ที่แตกต่างกันในแต่ละปัจเจกบุคคล

ภายในงานเหล่าเซเลบริตี้ร่วมฉลองอย่างคับคั่ง อาทิ อาเล็ก-ธีรเดช เมธาวรายุทธ, ไอซ์-อามีนา กูล, ปันปัน-สุทัตตา อุดมศิลป์, สู่ขวัญ บูลกุล, ก้อง-กฤษฏิ์ จิระเกียรติวัฒนา และอีกมากมาย เลือกชมสินค้าคอลเลกชั่นใหม่อย่างเพลิดเพลิน กับบรรยากาศสนุกสนานโดย DJ Pipe Supersonic ร่วมสร้างสีสันภายในงาน

พบกับคอลเลกชั่นใหม่ล่าสุด และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดที่ไม่เหมือนใครกับ Off-White™ ได้ที่ Off-White™ Siam Paragon และ Off-White™ EmQuartier หรือติดตามข่าวสารเพิ่มเติมผ่านทาง Off-White™ LINE Official Account @offwhitebangkok และ Instagram @off_white_bangkok

MCM Tumbler Color Splash แก้ว Tumbler ที่ทุกคนเรียกร้อง!

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/681502

วันที่ 26 เม.ย. 2565 เวลา 14:50 น.MCM Tumbler Color Splash แก้ว Tumbler ที่ทุกคนเรียกร้อง!

กลับมาอีกครั้งกับ MCM Tumbler Color Splash ที่มีให้เลือกถึงสองสี ‘เขียว’ หรือ ‘ม่วง’ พิเศษจำนวนจำกัดเพียง 100 ใบเท่านั้น

ของฟรีมีในโลก!! ที่ MCM กับแก้ว Tumbler ที่ทุกคนเรียกร้อง กลับมาอีกครั้งกับ MCM Tumbler Color Splash ที่ครั้งนี้มีให้เลือกถึง 2 สี ได้แก่ สีเขียว หรือ สีม่วง พิเศษเพียง 100 ใบ! สำหรับช้อปออนไลน์ผ่าน Line OA  : @MCMTHAILAND เท่านั้น!

เงื่อนไขในการรับ Tumbler

– ลูกค้าที่ไม่เคยมียอดซื้อกับทางแบรนด์ สามารถซื้อและได้เป็นของแถมเมื่อมียอดซื้อขั้นต่ำ 15,000 บาท

– พิเศษ! สำหรับ ลูกค้า MCM MEMBER สามารถรับเป็นของขวัญเมื่อซื้อสินค้าชิ้นใดก็ได้ (ยกเว้นสินค้า Monogram Knit Face Accessory และ Petite Scarf ไม่ร่วมรายการ ของแถมมีจำนวนจำกัด)

*จำกัด 1 ท่าน / 1 สิทธิ์ เฉพาะวันที่ 27 เมษายน 2565 – 30 เมษายน 2565 (4 วันเท่านั้น!!)

เตรียมแอดไลน์รอช้อปได้เลยที่ MCM LINE OA @mcmthailand หรือ https://lin.ee/zxCcAXw

GUCCI เปิดตัวแฟล็กชิปสโตร์โฉมใหม่ ณ ศูนย์การค้า THE EMPORIUM

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/681499

วันที่ 26 เม.ย. 2565 เวลา 11:40 น.GUCCI เปิดตัวแฟล็กชิปสโตร์โฉมใหม่ ณ ศูนย์การค้า THE EMPORIUM

ยลโฉม GUCCI รูปลักษณ์ใหม่ ในงานเปิดตัวแฟล็กชิปสโตร์ ณ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม บนพื้นที่ 408 ตร.ม.

ยิ่งใหญ่สมความเป็นแบรนด์ดังระดับโลก เมื่อ GUCCI จัดงานเปิดตัวแฟล็กชิปสโตร์โฉมใหม่ในศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม (THE EMPORIUM) บนพื้นที่ 408 ตารางเมตร พรั่งพร้อมด้วยสินค้าที่ได้รับการคัดสรรสำหรับสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี รวมถึงเสื้อผ้าสำเร็จรูป (ready-to-wear) กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับและแอคเซสเซอรี และสินค้าตกแต่งบ้าน GUCCI Décor

การกลับมาเปิดให้บริการในครั้งนี้ ร้าน GUCCI มาในรูปลักษณ์ใหม่ที่เชื้อเชิญและให้ความรู้สึกอันอบอุ่นและผ่อนคลาย ด้วยงานออกแบบและการตกแต่งภายในอันแสนประณีต ผนังด้านนอกร้านให้ความรู้สึกที่หรูหราด้วยการตกแต่งหินอ่อนอิตาลีในหลากหลายลวดลายและสีสัน ไม่ว่าจะเป็นหินอ่อนเบลเยียมแบล็ค (Belgium Black), รอสโซ นโปเลียน (Rosso Napoleon),  โรซา เดล การ์ดา (Rosa del Garda)  และกาลากัตตา โอโร (Calacatta Oro) ที่นำมาตกแต่งในดีไซน์ที่ผสมผสานความสง่างามให้กลมกลืนกับสิ่งรอบตัวและขับให้งานตกแต่งด้านในร้านโดดเด่นยิ่งขึ้น  นอกจากความหรูหราในสไตล์สมัยใหม่ที่มาจากวัสดุที่งดงามและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแล้ว ยังมีความน่าสนใจในการเลือกใช้พื้นที่อย่างลงตัว เรียกได้ว่า ร้าน GUCCI แห่งนี้เป็นส่วนผสมของแบบดั้งเดิมและความทันสมัย สอดคล้องกับแนวปรัชญาของความสง่างามและความทันสมัยอันเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของ GUCCI และยังนับว่าเป็นคอนเซ็ปต์ที่เสริมให้ผลิตภัณฑ์ดูโดดเด่นยิ่งขึ้นด้วย

บรรยากาศภายในร้านจะเน้นความสวยงามประณีต แต่มีลูกเล่นและความน่าตื่นเต้นด้วยวัสดุต่าง ๆ ที่เลือกใช้  ไม่ว่าจะเป็น ลวดลายเรขาคณิตบนพื้นนั้นให้ความรู้สึกมีมิติไม่น่าเบื่อและลงตัวเป็นอย่างดีกับพื้นไม้ปาร์เก้ที่เพ้นต์ด้วยมือ ความขัดแย้งของสิ่งที่ตรงกันข้ามกันแต่กลับเชื่อมต่อถึงกันได้นี้ยังเห็นได้จากในส่วนอื่น ๆ เช่นกัน  ไม่ว่าจะเป็นส่วนดิสเพลย์และชั้นโชว์สินค้าทองเหลืองขัดเงาที่ตัดกับงานตกแต่งด้วยผ้าซาตินสีทองเข้ม โต๊ะกลมที่วางไว้ข้างโต๊ะสี่เหลี่ยม โซฟาและเก้าอี้นวมบุกำมะหยี่สีน้ำทะเลดูหรูหรา รวมถึงพรมวินเทจสไตล์ตะวันออกที่วางซ้อนกันเพื่อเพิ่มลูกเล่น นอกจากนี้ในร้านยังจัดให้มีพื้นที่สำหรับเสื้อผ้า ready-to-wear โดยเฉพาะ ซึ่งมุมดังกล่าวถูกโอบล้อมอยู่ภายในอ้อมกอดแห่งทัศนียภาพอันงดงามของสวนเบญจสิริ  จึงช่วยให้โซนนี้เต็มไปด้วยเสน่ห์อันน่าประทับใจอย่างคาดไม่ถึงและเป็นบรรยากาศเฉพาะตัวของ GUCCI อย่างแท้จริง

การเปิดร้านโฉมใหม่ในครั้งนี้ GUCCI ยังได้นำผลงานชิ้นเอ็กซ์คลูซีฟ จาก archive ส่งตรงจากประเทศอิตาลีมาจัดแสดงให้ได้ชมแบบใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าสไตล์วินเทจคลาสสิค Jackie and Bamboo ที่ได้รับการออกแบบใหม่โดยผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ Gucci ภายใต้มิติร่วมสมัย ตลอดจนชิ้นอื่น ๆ อีกมากมายจากคอลเล็คชั่นใหม่ล่าสุดของอเลสซานโดร มิเคเล  (Alessandro Michele) นอกจากนี้ยังมีผ้าพันคอไหมเนื้อนุ่มแสนประณีตตกแต่งด้วยลายพิมพ์อันเป็นเอกลักษณ์ของ Gucci ที่จะมาอวดความงามพร้อมกับของชิ้นอื่น ๆ ที่ใช้ในการเดินทางจากทศวรรษ 60 และ 70 อาทิเช่น กระเป๋าเดินทาง กระเป๋าใส่เครื่องสำอาง และกระเป๋าเดินทางแบบสะพาย เป็นต้น นอกจากนี้ยังขอเชิญชวนทุกท่านให้เดินไปตามแคตวอล์กขนาดย่อมที่ตกแต่งด้วยซุ้มโค้งประดับไฟซึ่งส่องนำทางเข้าสู่พื้นที่จัดแสดงงานด้านในร้านท่ามกลางลวดลายพรรณไม้ผลิบานที่ตัดกับพื้นสีทึบ ร่วมกับการตกแต่งทางเดินและแท่นจัดแสดงที่จะช่วยให้ผู้เยี่ยมชมดื่มด่ำกับบรรยากาศได้อย่างเต็มที่

ด้วยความมุ่งมั่นของ GUCCI ในการส่งเสริมแนวคิดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยีประหยัดพลังงานใน GUCCI สโตร์ทั่วโลก แฟล็กชิปสโตร์ GUCCI โฉมใหม่แห่งนี้จึงได้รับการรับรองมาตรฐาน LEED (ความเป็นผู้นำด้านการออกแบบที่อนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม) รวมทั้งยังใช้ไฟ LED และติดตั้งระบบ Building Management System (BMS) เพื่อช่วยในการคอยติดตามและส่งเสริมประสิทธิภาพในการใช้พลังงานอีกด้วย

บรรยากาศงานเปิดตัวร้านใหม่

พบกับ GUCCI โฉมใหม่ได้แล้ววันนี้ ที่ชั้น M ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.gucci.com

SALAWAN ปล่อยคอลเลคชั่นใหม่ “A WAY DAY” Beach Lifestyle ฝีมือคนไทยที่กำลังมาแรง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/681493

วันที่ 26 เม.ย. 2565 เวลา 11:20 น.SALAWAN ปล่อยคอลเลคชั่นใหม่ “A WAY DAY” Beach Lifestyle ฝีมือคนไทยที่กำลังมาแรง

SALAWAN New Collection “A WAY DAY” แบรนด์แฟชั่นกางเกงว่ายน้ำชายสุดเท่จากฝีมือคนไทยที่คุณต้องมีไว้ครอบครอง!!!

SALAWAN แบรนด์แฟชั่นกางเกงว่ายน้ำชายแนว Beach Lifestyle จากฝีมือคนไทยที่กำลังมาแรง โดย SALAWAN ได้หยิบเอาความสวยงามของท้องทะเลไทยจากการออกไปท่องเที่ยวใช้ชีวิตทำกิจกรรมเพื่อเชื่อมต่อกับธรรมชาติ ด้วยสีสันสนุกสนานและลายพิมพ์ ที่อินสไปร์จากเรื่องราวการเดินทางในดินแดนแห่งธรรมชาติ ซึ่งได้ดีไซน์ด้วยการสร้างสรรค์ลวดลายผ้าที่คงความมีสไตล์และเอกลักษณ์เฉพาะตัวเพื่อตอบโจทย์หนุ่มๆ ที่รักในการแต่งตัว

สำหรับ SALAWAN ไม่ได้จำกัดแต่เพียงเป็นกางเกงว่ายน้ำเท่านั้น แต่ยังเพิ่มดีเทลความเท่สุดเก๋ และความคล่องตัวจึงเหมาะกับการสวมใส่ในวันหยุดพักผ่อนอีกด้วย ด้วยองค์ประกอบที่เพียบพร้อมด้วยจุดแข็ง ไม่ว่าจะเป็นการตัดเย็บอย่างทันสมัย เรื่องราวของที่มาแต่ละลวดลาย เนื้อผ้าที่ยืดหยุ่น ใส่สบาย และแห้งเร็ว

อีกหนึ่งจุดแข็งที่สำคัญของ SALAWAN คือการสร้างสินค้าด้วยการผลิตมาจากผ้ารีไซเคิล ซึ่งทำมาจากขวดพลาสติกที่ใช้แล้ว โดยกางเกงว่ายน้ำ 1 ตัวของ SALAWAN ผลิตมาจากขวดพลาสติกถึงจำนวน 5 ขวด เรียกได้ว่าเป็นกางเกงว่ายน้ำรักษ์โลกนั่นเอง เพื่อนักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่สนใจเรื่องสิ่งแวดล้อม

ล่าสุดกับคอลเลคชั่นใหม่ของ SALAWAN ภายใต้ชื่อ A Way Day โดยได้นำเสนอกางเกงว่ายน้ำที่ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผสมผสานด้วยสีสันและลายผ้าที่แตกต่างกันกับ 4 คาแรคเตอร์สุดเท่ ประกอบด้วย

  • Shark Wave แสงสีส้มของพระอาทิตย์ตอนตะวันลับขอบฟ้าตกกระทบกับเกลียวคลื่นในทะเล  เพิ่มความสนุกกับเหล่าเจ้าปลาฉลามกับลังแวกว่าย
  • Skyline Palm Tree เส้นขอบฟ้ากับสีสันของช่วงตะวันลับขอบฟ้าของชายหาดภูเก็ตที่ตัดกับต้นมะพร้าวริมหาดเป็นแรงบันดาลใจ แสงตะวันลับขอบสีชมพูตัดกับต้นมะพร้าวช่วงเวลาที่ที่หน้าลงไหลและเงียบสงบของท้องทะเล
  • Skyline Surfer เส้นขอบฟ้าที่ตัดกับนักเล่นเซิร์ฟที่กำลังโชว์ลีลาในกีฬาสุดเท่อย่างการโต้คลื่น ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของจังหวัดภูเก็ต
  • Chang Bangkok 2022 กางเกงว่ายน้ำแนว Beach Lifestyle ที่มาพร้อมกับลายผ้าที่สร้างสรรค์ด้วยการเอาช้างที่เป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองประจำชาติไทยมาประยุกต์ให้ดูทันสมัยแต่ยังคงความเป็นไทย พูดเลยว่าถ้าได้สวมใส่แล้วไม่มีเอ้าท์อย่างแน่นอน

นอกจากนี้ ยังมี New Salawan Solid color 4 เฉดสีใหม่   Phuket Sunrise, Black Sand, Phi Phi Purple, Similan Blue ให้ทุกคนค้นพบความสนุกสร้างจิตวิญญาณให้กับวันหยุดอีกด้วย  พบกับ SALAWAN คอลแลคชั่น A WAY DAY ได้แล้วที่ Facebook : Salawanbkk , Instargram : Salawan_Official , Line official Account : @salawan

ปลุกกระแสกีฬาเอ็กซ์ตรีมทั่วไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/681470

วันที่ 26 เม.ย. 2565 เวลา 09:35 น.ปลุกกระแสกีฬาเอ็กซ์ตรีมทั่วไทย

เก็บตกภาพความประทับใจ ในงาน “HATYAI EXTREME FESTIVAL 2022” ปิดฉากยิ่งใหญ่ สร้างกระแสกีฬา Extreme ทั่วไทยคึกคัก

เรียกว่าปลุกกระแสคนรักเอ็กซ์ตรีมขึ้นมาอีกครั้ง โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มอบหมายการกีฬาแห่งประเทศไทย และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พร้อมผนึกกำลังสมาคมกีฬาเอ็กซ์ตรีมแห่งประเทศไทย และสมาคมกีฬากระดานโต้คลื่นแห่งประเทศไทย กับงานแข่งขันกีฬา Extreme สุดยิ่งใหญ่ประจำปี พร้อมกิจกรรมต่างๆ มากมายในงานสร้างความคึกคักในหมู่นักกีฬา  ผู้ชม และนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศไทย เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมและรับชมการแข่งขัน Surfskate , Skateboard , Inline Speed Skate และ Speed Surfskate รวม 4 ชนิดกีฬา กับบททดสอบที่ท้าทาย สร้างความตื่นตาตื่นใจตั้งแต่วันแรกจนนาทีสุดท้าย  

การจัดการแข่งขัน “Hatyai Extreme Festival 2022” ถือเป็นความสำเร็จในการสร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการกีฬาเอ็กซตรีมในประเทศไทย และสร้างการยอมรับให้คนทั่วไปมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกีฬาทั้ง 4 ชนิด ส่งเสริมให้วงการกีฬา Extreme เป็นที่แพร่หลาย มีการเติบโตสู่เส้นทางนักกีฬามืออาชีพทั้งในการแข่งขันระดับชาติและระดับโลก  

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า “การแข่งขัน Hatyai Extreme Festival 2022 ได้โชว์ศักยภาพของนักกีฬาไทย  ตลอดจนความร่วมมือระหว่างผู้จัดงานภาครัฐ เอกชน และคนในท้องที่ จึงทำให้การจัดงานครั้งนี้ประสบความสำเร็จ ส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นการใช้จ่ายในจังหวัดสงขลาให้คึกคักอย่างมาก ซึ่งในปี 2022 นี้ เราจะไม่หยุดพัฒนาและต่อยอดกระแสกีฬา Extreme ในแต่ละภูมิภาคทั่วประเทศ พร้อมสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงกีฬาให้เกิดขึ้นไปพร้อมๆ กัน ”

ติดตามภาพงานการแข่งขัน  “HATYAI EXTREME FESTIVAL 2022” ได้ที่ https://fb.watch/csDhcHhbCv/

ทำไมการพัฒนาถึงไม่ยั่งยืน?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/681469

วันที่ 26 เม.ย. 2565 เวลา 09:34 น.ทำไมการพัฒนาถึงไม่ยั่งยืน?

โดย ภก.ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล สถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการ ศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคงยั่งยืน

เราลงทุนเพื่อพัฒนาองค์กร เพื่อยกศักยภาพบุคลากร แต่ผลที่ได้มักต่ำกว่าที่คาดหวัง เพราะอะไร

ประการแรก เพราะเรายังติดอยู่ในกรอบความคิดเดิมๆ ที่เน้นเพียงเพื่อความมีประสิทธิภาพแต่เราต้องปรับมุมมองใหม่ ให้เป็นการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน

สอง ต้องเข้าใจว่าองค์กรคือระบบที่เกิดจากการเชื่อมโยงของมิติต่างๆ ที่หลากหลาย ปัญหาต่างๆ จึงทับซ้อนกันอย่างลึกซึ้ง แต่การจัดการกับปัญหานั้นกลับดำเนินไปในลักษณะเส้นตรงเชิงเดี่ยว แยกส่วน การพัฒนาจึงไม่ยั่งยืน

สาม เพราะขาดความเข้าใจถึงธรรมชาติของศักยภาพอย่างเป็นองค์รวม ที่มีทั้งที่แสดงออกมาภายนอกเพียงเล็กน้อย แต่มีเก็บไว้อีกมากมายอยู่ภายใน เราจึงมักให้ความสำคัญแต่เพียงการพัฒนาทักษะด้านการจัดการ แต่เข้าไม่ถึงฐานรากของชีวิต จึงไม่สามารถพัฒนาศักยภาพและขับออกมาได้อย่างเต็มที่

สี่ เพราะขาดวิสัยทัศน์ ขาดเป้าหมายชีวิต หาตัวเองไม่เจอ ขาดแรงบันดาลใจ ขาดความมุ่งมั่น จึงไม่สามารถนำตนเองให้ยืนหยัดรับมือกับความท้าทายที่ผ่านเข้ามาได้

ห้า เพราะต่างวัยต่างความคิด ติดกรอบเดิมๆ อยู่ใน Comfort Zone ไม่เปลี่ยน ไม่เล่นเชิงรุก มีทัศนคติติดลบ มองภาพเป้าหมายต่างกัน จึงไปคนละทาง

หก เพราะไม่ใฝ่เรียนรู้ ขาดการคิดเชิงระบบ จึงแก้ปัญหาไม่เป็นองค์รวม จึงไม่อาจสร้างนวัตกรรมที่มีคุณค่าเชิงเศรษฐกิจได้

เจ็ด เพราะไม่เห็นคุณค่าตนเอง ขาดความเชื่อมั่น จึงไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตนเองได้อย่างเหมาะสม นำไปสู่การทำลายในทุกความสัมพันธ์ และตัดโอกาสตนเองในการก้าวสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้น

แปด เพราะในการสื่อสารมักเอาความคิดตนเองเป็นใหญ่ เอาตนเองเป็นศูนย์กลาง ไม่เปิดใจกว้างรับฟัง ไม่เข้าใจกัน ไม่ไว้ใจกัน จึงไม่อาจสร้างทีมงานบนฐานของศรัทธาได้

และเก้า เพราะไม่เห็นคุณค่าในความแตกต่าง จึงไม่อาจพัฒนาผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่จะขับเคลื่อนองค์กรให้บรรลุเป้าหมายอย่างมีส่วนร่วม เกื้อกูล ไปในทิศทางเดียวกันได้

ความท้าทายต่างๆ เหล่านี้มีผลกระทบต่อการดำเนินงาน และเป็นตัวปิดกั้นมิให้การพัฒนาไปสู่ความยั่งยืนท่านคิดว่าอะไรคือรากของปัญหา อะไรทำให้องค์กรแตกต่างกัน แล้วท่านจะรับมือกับปัญหาเหล่านี้อย่างไร ท่านจะนำความเข้าใจดังกล่าวไปกำหนดเป็นยุทธศาสตร์ เพื่อสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงนำองค์กรสู่ความยั่งยืนได้อย่างไรผมมั่นใจว่าเรื่องราวที่นำมาแลกเปลี่ยนในครั้งนี้คงเป็นประโยชน์นะครับ

บ้านนริศ ข้าวแกงใต้สไตล์โฮมมี่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/681602

วันที่ 27 เม.ย. 2565 เวลา 15:01 น.บ้านนริศ ข้าวแกงใต้สไตล์โฮมมี่

ปักหมุดจุดหรอย ที่ร้านอาหาร “บ้านนริศ” ข้าวแกงใต้สไตล์โฮมมี่ ข้าวแกงรสมือใต้ที่แตกไลน์มาจากความสำเร็จของ “กลับนครฯ”

เรื่องและภาพ วารุณี มณีคำ

โพสต์ทูเดย์กินเที่ยวเปิดวาร์ปร้านอาหารแบรนด์น้องใหม่ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น รายล้อมด้วยบรรยากาศแบบละมุน ทว่า Contrast ด้วยรสอาหารที่จัดเสิร์ฟแบบจัดจ้านสไตล์อาหารใต้ พื้นถิ่นดินแดนแห่งเครื่องเทศและสมุนไพรเมืองร้อน ร้านข้าวแกงสมัยใหม่ที่ทำให้คนกรุงเทพฯ ได้คลายความคิดถึงบ้านเกิดเมืองนอน “นครศรีธรรมราช”

เรากำลังพูดถึง “บ้านนริศ” ร้านอาหารทานง่ายที่กินได้ทุกวัน ซึ่งมาพร้อมกับสโลแกน “ข้าวแกงใต้สไตล์โฮมมี่” การันตีดีกรีความอร่อยร้อนแรงด้วยแม่ครัวที่มีความชำนาญด้านการปรุงอาหาร ผ่านการลิ้มรสของคนย่านร่มเกล้า-ลาดกระบัง มาเกือบทศวรรษ ภายใตแบรนด์ “กลับนครฯ” สุดยอดอาหารปักษ์ใต้ที่มีกว่า 10 สาขาในปัจจุบัน

คุณนริศรา พุทธสุภะ เจ้าของร้าน เผยว่า “ร้านบ้านนริศ ข้าวแกงใต้สไตล์โฮมมี่ มาจากการต่อยอดความสำเร็จของแบรนด์กลับนครฯ สุดยอดอาหารปักษ์ใต้ ที่เปิดมานานเกือบ 10 ปี โดยตั้งใจให้เป็นร้านอาหารที่บรรยากาศน่านั่ง ดูอบอุ่น เลือกใช้สีขาวและงานไม้มาช่วยปรับ Mood ให้รู้สึกเหมือนว่ากำลังนั่งทานอาหารในบ้าน ได้อารมณ์กึ่งคาเฟ่ที่เชื้อเชิญลูกค้าให้มาสัมผัสกับอาหาร เครื่องดื่ม ของหวาน และแน่นอนว่าบ้านนริศ ยังคงนำเสนออาหารใต้ในรสชาติดั้งเดิม พร้อมเสิร์ฟอาหารทานง่ายที่คนกรุงคุ้นเคย เพื่อตอบโจทย์ทุกกลุ่มลูกค้า และเป็นหนึ่งในตัวเลือกร้านอาหารที่คนย่านลาดกระบังและใกล้เคียงจะนึกถึง”

ด้านเมนูอาหารทางร้านจะปรับเปลี่ยนกันไปในแต่ละวัน โดยมีให้เลือกอร่อยตามใจกว่า 40 อย่าง เมนูซิกเนเจอร์ อาทิ เมนูแกงไตปลา ที่ใช้พริกแกงใต้รสเด็ดกับปลาโอ เพิ่มคุณค่าทางโภชนาการด้วยฟักทอง ถั่วฝักยาว และขาดไม่ได้คือหน่อไม้หั่นเต๋าชิ้นพอดีคำ 

ถัดมาเป็น คั่วกลิ้ง ทั้งคั่วกลิ้หมูสับ คั่วกลิ้งหมูชิ้น คั่วกลิ้งกระดูกหมู เมนูที่ผัดมาแห้งๆ แบบออริจินอล ตามด้วย แกงพริกซี่โครงหมู ซี่โครงหมูในน้ำพริกแกงเข้มข้น เคี่ยวนานกว่า 2-3 ชั่วโมงจนรสชาติแทรกซึมเข้าเนื้อใน

มาร้านอาหารใต้ถ้าไม่ลอง แกงส้มปลากะพงยอดมะพร้าว เหมือนมาไม่ถึง ที่นี่ใช้เครื่องแกงส้มใต้ เผ็ด หอม เครื่องแน่น สีเหลืองสวย แกงกับปลากะพงสดใหม่ ชิ้นใหญ่ เนื้อหวาน ไร้กลิ่นคาว ตามด้วยดมนูขนมจีนน้ำยาปู น้ำยาปลาทู น้ำยากะทิ เข้มข้นรสจัดจ้าน และบางวันจะมีเมนู ผัดหมี่กะทิ ของดีสูตรอร่อยที่มีเฉพาะเมืองนครศรีธรรมราช เลือกใช้ เส้นเล็กผัดคลุกเคล้ากับน้ำพริก เติมกะทิเพื่อความกลมกล่อม 

สำหรับคนไม่กินเผ็ด แนะนำ หมูผัดเคย หรือหมูผัดกะปิ ใช้กะปิอย่างดีที่ส่งตรงจากนครฯ เอกลักษณ์คือความหอม รสชาติกลมกล่อม ไม่เหม็น ไม่เค็ม ผัดกับหมูเนื้อแดงส่วนสะโพก เครื่องแกง และสะตอ ใบเหลียงผัดไข่ หมูหวาน ไข่พะโล้ แซลมอนกระเทียมพริกไทย

นอกจากนี้ ยังมีเมนูอร่อยให้เลือกอีกเพียบ อาทิ แกงเนื้อมะเขือพวง แกงพริกไก่ใบยี่หร่า พะแนง ปลาช่อนทะเลผัดพริกไทดำ ผัดปลาจาระเม็ดสามรส ผัดขิง ผัดหอยลาย ปลาทูต้มเค็ม ต้มจืด ผัดผัก ห่อหมก ปลาทอดขมิ้น ปลาทูทอด ไข่ดาวเค็มไชยา ไข่ต้ม หมูยอ ส่วนข้าวมีให้เลือกทั้งข้าวหอมมะลิ และข้าวกล้องไรซ์เบอร์รี่ กินกับผักแกล้มสดๆ ที่มีบริการฟรีคู่กับน้ำพริกกะปิ ทั้งยอดมันปู ยอดมะม่วงหิมพานต์ มะเขือ แตงกวา ถั่วฝักยาว และผักนานาชนิด

ตบท้ายด้วยเครื่องดื่มหวานเย็นชื่นใจ อย่างชาเย็น โอเลี้ยง เก๊กฮวย น้ำกระเจี๊ยบ น้ำส้ม น้ำลูกสำรอง น้ำสมุนไพร และของหวาน อาทิ ลูกตาลนมสด พุดดิ้งมะพร้าว สละลอยแก้ว

ร้านบ้านนริศ ข้าวแกงใต้สไตล์โฮมมี่ เปิดบริการอาหารเช้า และอาหารกลางวัน แบบปรุงสุกใหม่ๆ ในราคาเข้าถึงได้ เมนูราดข้าว 1 อย่าง 55 บาท สั่งเป็นกับข้าวเริ่มต้นที่ 65 บาท เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 06.30-16.00 น. มีจัดส่งผ่านแอปเดลิเวอรี่ ไลน์แมน ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เพจเฟซบุ๊ก บ้านนริศ สอบถามเพิ่มเติมโทร. 065 101 1455