ผู้อพยพยูเครนถูกฉวยโอกาสในตะวันตกใช้แรงงานเยี่ยงทาส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/681117

วันที่ 21 เม.ย. 2565 เวลา 14:01 น.ผู้อพยพยูเครนถูกฉวยโอกาสในตะวันตกใช้แรงงานเยี่ยงทาส

ชาวยูเครนที่เข้าไปทำงานเก็บผลไม้เจอสภาพสุดแย่จนต้องพากันหนีออกมา บางคนกลายเป็นแรงงานชั้นสอง

The Guardian รายงานว่า ชาวยูเครนหลายร้อยหลายพันคนกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายในอังกฤษหลังจากพวกเขาตัดสินใจหนีสภาพการทำงานสุดแย่ออกมาจากฟาร์มที่เข้าไปเก็บผลไม้ตามฤดูกาล โดยหลายคนอ้างว่าถูกใช้แรงงานเยี่ยงทาส

จากข้อมูลของทางการอังกฤษ ชาวยูเครนเป็นแรงงานที่ได้รับวีซ่าทำงานตามฤดูกาลกลุ่มใหญ่ที่สุดในอังกฤษในปี 2021 คือมีถึง 2 ใน 3 หรือ 19,920 คนจากทั้งหมด 29,631 คนที่ได้วีซ่าประเภทนี้

The Guardian ได้พูดคุยกับแรงงานชาวยูเครนรายหนึ่งซึ่งอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากใจอย่างมากเกี่ยวกับสถานการณ์ของตัวเอง หลังจากหลบหนีจากสภาพการทำงานในฟาร์มที่เธอบอกว่า “ไม่ต่างกับการเป็นทาสสมัยใหม่”

แรงงานหญิงรายนี้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีที่มีดีกรีจากมหาวิทยาลัยถึง 2 ใบ เธอเดินมาอังกฤษกับสามีซึ่งกำลังจะจบการฝึกหัดเพื่อเป็นหมอ โดยหวังว่าจะมาหาเงินสร้างเนื้อสร้างตัว

แรงงานหญิงรายนี้ให้ข้อมูลแก่ Work Rights Center ซึ่งเป็นองค์กรการกุศลที่ช่วยให้ผู้อพยพย้ายถิ่นเข้าถึงความยุติธรรมในการจ้างงาน โดยมีรายละเอียดสภาพการทำงานที่น่าตกใจในฟาร์มที่เธอและสามีทำงานตั้งแต่เดือน ส.ค. 2021 กระทั่งทั้งคู่หลบหนีในเดือน ต.ค. 2021

ตอนนี้เธอทำงานเป็นพนักงานทำความสะอาด ส่วนสามีทำงานก่อสร้างอยู่ในระบบเศรษฐกิจใต้ดิน

“เราเจอชาวยูเครนคนอื่นๆ หลายคนมากที่เหมือนกับเราคือหนีออกมาจากฟาร์ม และไม่สามารถกลับยูเครน เลยต้องถูกบังคับให้ทำงานที่นี่อย่างผิดกฎหมาย” แรงงานชาวยูเครนเล่า โดยบอกว่าเธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นตัวประกันอยู่ในอังกฤษ ทางบ้านบอกเธอว่าไม่ว่าจะยังไงก็ห้ามกลับยูเครน เพราะเมืองที่อยู่ถูกโจมตี

แรงงานรายนี้เล่าต่อว่า “ไม่มีใครสนใจหรอกว่าเกิดอะไรขึ้นกับแรงงานที่เข้ามาทำงานตามฤดูกาล ฉันคิดว่าสิทธิของพวกเราจะได้รับการปกป้องอย่างดีในอังกฤษ แต่มันไม่เคยเกิดขึ้น การทำงานในฟาร์มเป็นประสบการณ์ที่แย่ที่สุดและเป็นการปฏิบัติต่อฉันที่แย่ที่สุดในชีวิต”

The Guardian ระบุว่า เธอกับแฟนทำงานในฟาร์มผลไม้ที่ไม่อนุญาตให้คนงานสวมถุงมือ ทำให้มือของพวกเขาเลือดออกและผิวหนังลอก

หญิงรายนี้เล่าว่า คนงานในฟาร์มแห่งหนึ่งลุกฮือประท้วงสภาพการทำงานที่แย่ กลุ่มผู้ประท้วงถูกลงโทษด้วยการพักงาน 1 สัปดาห์ นอกจากนี้ นายจ้างยังตั้งเป้าหมายที่ไม่สามารถทำได้ นายจ้างใช้การข่มขู่และการสร้างความอับอายบีบบังคับให้ทำงานราวกับไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย จนผิวที่มือเท้าบางลงจนเลือดออก ถ้ามีคนตกบันไดก็จะถูกส่งกลับไปที่แคมป์คนงานแล้วปล่อยให้หายเอง หรือไม่ก็ส่งกลับบ้าน

คนงานในแคมป์เดียวกับหญิงรายนี้พากันหนีออกมา เหลือเพียง 38 คนเท่านั้นที่ยังอยู่ต่อ

เธอเล่าว่า เมื่อหนีออกมาแล้วก็จำต้องทำงานผิดกฎหมายอยู่ในเมืองต่างๆ เพื่อหาเงินและปกป้องสุขภาพของตัวเอง และเธอจะไม่กลับไปทำงานที่ฟาร์มอีกเลย

ขณะที่รายงานที่เผยแพร่เมื่อปลายปีที่แล้วของกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงสิ่งแวดล้อม อาหาร และกิจการชนบทของอังกฤษพบว่า แรงงานตามฤดูกาลตามโครงการนำร่องหลังแยกตัวออกจากสหภาพยุโรปที่เปิดตัวเมื่อปี 2019 เพื่อเข้ามาเก็บผักและผลไม้ถูกบังคับให้ทำงานภายใต้เงื่อนไขสวัสดิการที่ไม่สามารถยอมรับได้ อาทิ ไม่มีอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยและป้องกันสุขภาพ การเหยียดเชื้อชาติ ที่พักไม่มีห้องอาบน้ำ น้ำประปา หรือครัว

ขณะที่ในเยอรมนีซึ่งกำลังต้องการแรงงานที่มีทักษะสูงโดยเฉพาะผู้หญิงจากยูเครน ทางการกำลังเป็นห่วงว่าความต้องการดังกล่าวนี้อาจส่งผลให้ผู้ลี้ภัยชาวยูเครนถูกเอารัดเอาเปรียบในฐานะแรงงานราคาถูกในเยอรมนี

โรเบิร์ต ไฟเกอร์ ประธานสหภาพอุตสาหกรรมเพื่อการก่อสร้าง การเกษตร และสิ่งแวดล้อมของรัฐบาลกลางถึงกับย้ำเมื่อวันที่ 19 เม.ย.ว่า “ต้องไม่มีแรงงานชั้นสอง” และว่า แรงงานตามฤดูกาลในภาคการเกษตรไม่พอใจกับการคุ้มครองจากประกันสุขภาพและสังคมที่กำหนดไว้ไม่เกิน 70 วัน

ส่วนแรงงานก่อสร้างยังได้รับค่าจ้างขั้นต่ำตามกฎหมายหลังจากไม่สามารถขอขึ้นค่าแรงเมื่อเร็วๆ นี้ ทว่าทางสหภาพมองว่าค่าแรงขั้นต่ำในขณะนี้ยังไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับงานก่อสร้างที่ค่อนข้างหนัก

Photo by Wojtek RADWANSKI / AFP

คนขับรถบรรทุกอเมริกันเข้าขั้นรวย ให้ค่าแรง 3.21 ล้านต่อปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/681115

วันที่ 21 เม.ย. 2565 เวลา 13:20 น.คนขับรถบรรทุกอเมริกันเข้าขั้นรวย ให้ค่าแรง 3.21 ล้านต่อปี

Walmart ขึ้นค่าแรงคนขับรถบรรทุกเป็น 3 แสนบาท/เดือน หลังโควิดดันธุรกิจอีคอมเมิร์ซ

การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ธุรกิจอีคอมเมิร์ซและการขนส่งเฟื่องฟูอย่างมาก สวนทางกับจำนวนพนักงานขับรถบรรทุกที่ขาดแคลนในสหรัฐมาเป็นเวลาหลายทศวรรษ เพราะเป็นอาชีพที่ได้ค่าแรงน้อยแต่ต้องทำงานหนัก และห่างไกลจากบ้าน บรรดาบริษัทขนส่งจึงต้องปรับปรุงเงื่อนไขการทำงานเพื่อดึงดูดคนงานสำหรับงานที่มีความต้องการอย่างมาก

รวมถึง Walmart บริษัทค้าปลีกยักษ์ใหญ่ของสหรัฐที่เรียกเสียงฮือฮาหลังประกาศปรับขึ้นค่าแรงคนขับรถบรรทุกจากประมาณ 88,000 เหรียญสหรัฐ (2.98 ล้านบาท) ต่อปี เป็น 95,000 เหรียญสหรัฐ (3.21 ล้านบาท) ถึง 110,000 เหรียญสหรัฐ (3.72 ล้านบาท) ต่อปี หรือคิดเป็นกว่า 3 แสนบาทต่อเดือน

ทั้งนี้ CNN อ้างข้อมูลจากสำนักงานสถิติแรงงานของสหรัฐในปี 2020 ระบุว่าคนขับรถบรรทุกมีรายได้เฉลี่ย 47,000 เหรียญสหรัฐต่อปี แม้บริษัทต่างๆ จะขึ้นค่าแรงแต่อาชีพนี้ก็ยังคงขาดแคลน โดยในปีที่แล้วตลาดแรงงานขาดแคลนพนักงานขับรถบรรทุกกว่า 80,000 ตำแหน่ง

Walmart ระบุว่าต้องการพนักงานขับรถบรรทุกเพื่อตอบสนองความต้องการซื้อสินค้าออนไลน์ที่เพิ่มขึ้น โดยในปีที่แล้ว Walmart เพิ่มพนักงานขับรถมากกว่า 4,500 ตำแหน่ง ซึ่งถือเป็นสถิติใหม่ของการว่าจ้างพนักงานของ Walmart ทำให้ปัจจุบันบริษัทมีพนักงานขับรถบรรทุกประมาณ 12,000 ตำแหน่ง และกำลังต้องการเพิ่มอีก 5,000 ตำแหน่งในปีนี้

นอกจากนี้ Walmart ยังมีโครงการฝึกอบรมภายใน คือเปิดโอกาสให้พนักงานจากฝ่ายอื่นๆ ของบริษัทสามารถฝึกอบรมเป็นเวลา 12 สัปดาห์ หากต้องการผันตัวมาเป็นพนักงานขับรถบรรทุก และจะได้รับใบอนุญาตขับขี่รถบรรทุกและเข้ามาเป็นพนักงานขับรถบรรทุกของ Walmart ต่อไป โดยบริษัทตั้งเป้าที่จะมีพนักงานขับรถบรรทุกเพิ่มขึ้น 400 ถึง 800 ตำแหน่งผ่านโครงการนี้ภายในปีงบประมาณ 2023

โดยในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ยอดขายสินค้าทางออนไลน์ของ Walmart เพิ่มขึ้นถึง 90% ภายในระยะเวลา 2 ปี

Photo by George Frey/Getty Images/AFP

จีนย้ำจุดยืนค้านคว่ำบาตรรัสเซีย ชี้ต้องรักษาเสถียรภาพห่วงโซ่อุปทานโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/681103

วันที่ 21 เม.ย. 2565 เวลา 11:15 น.จีนย้ำจุดยืนค้านคว่ำบาตรรัสเซีย ชี้ต้องรักษาเสถียรภาพห่วงโซ่อุปทานโลก

จีนเดินหน้าการค้ารัสเซีย เชื่อคว่ำบาตรไม่ช่วยแก้ปัญหา แถมบั่นทอนเศรษฐกิจโลก

รอยเตอร์สรายงานเมื่อวันที่ 21 เม.ย. ว่าในขณะที่ชาติตะวันตกและพันธมิตรยังคงเดินหน้าบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย เพื่อตอบโต้การรุกรานยูเครน ด้านประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน กล่าวระหว่างการประชุม Boao Forum for Asia (BFA) ประจำปีนี้โดยเน้นย้ำจุดยืนคัดค้านมาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียวและการใช้อำนาจทางกฎหมายนอกอาณาเขต (long-arm jurisdiction)

โดยผู้นำจีนกล่าวว่าการตัดความสัมพันธ์ และกลยุทธ์กดดันอย่างการตัดห่วงโซ่อุปทานนั้นไม่ได้ผล แต่ในทางกลับกันจำเป็นต้องมีความพยายามในการรักษาเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก

รายงานระบุว่าจีนวิพากษ์วิจารณ์มาตรการคว่ำบาตรของบรรดาชาติตะวันตกมาหลายครั้ง รวมถึงการคว่ำบาตรรัสเซีย แต่ในขณะเดียวกันก็ระมัดระวังที่จะไม่ให้ความช่วยเหลือแก่รัสเซียที่อาจส่งผลให้จีนถูกคว่ำบาตรไปด้วย

ก่อนหน้านี้ เล่อ อวี้เฉิง รองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีนกล่าวในการประชุมความมั่นคงในกรุงปักกิ่งเมื่อเดือนมี.ค. ว่ามาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียกำลังทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ พลเมืองรัสเซียกำลังถูกลิดรอนทรัพย์สินจากต่างประเทศโดยไม่มีเหตุผล

“ประวัติศาสตร์ได้พิสูจน์ครั้งแล้วครั้งเล่าว่าการคว่ำบาตรไม่สามารถแก้ปัญหาได้ การคว่ำบาตรจะทำร้ายคนธรรมดาเท่านั้น ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและการเงิน และทำให้เศรษฐกิจโลกแย่ลง”

เมื่อวันที่ 20 เม.ย. บลูมเบิร์กรายงานข้อมูลการนำเข้าถ่านหินโค้กจากรัสเซียของจีน พบว่าในเดือนมี.ค. จีนนำเข้า 1.4 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากเดือนก.พ. ซึ่งอยู่ที่ 1.1 ล้านตัน และเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวเมื่อเทียบกับ 5.9 แสนตันในเดือนมี.ค. ปีที่แล้ว ขณะที่จีนกำลังพยายามเพิ่มผลผลิตถ่านหินในประเทศ

Photo by REUTERS/Florence Lo

รัสเซียโชว์คลิปทดสอบขีปนาวุธข้ามประเทศติดหัวรบนิวเคลียร์ ‘ซาร์มัต’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/681099

วันที่ 21 เม.ย. 2565 เวลา 10:58 น.รัสเซียโชว์คลิปทดสอบขีปนาวุธข้ามประเทศติดหัวรบนิวเคลียร์ ‘ซาร์มัต’

ปูตินเอ่ยปากว่าขีปนาวุธนนี้ยอดเยี่ยมที่สุดสามารถทะลวงระบบป้องกันขีปนาวุธยุคใหม่ได้ทั้งหมด

กระทรวงกลาโหมรัสเซียเผยภาพความสำเร็จในการทดสอบยิงขีปนาวุธข้ามทวีป RS-28 Sarmat ที่สามารถติดหัวรบนิวเคลียร์จากฐานยิงขีปนาวุธปลีเซตสก์ทางตอนเหนือของประเทศ โดยขีปนาวุธข้ามฝั่งไปตกที่ฐานฝึกคูราในคาบสมุทรคัมชัตกาทางตะวันออกไกลของรัสเซียซึ่งอยู่ห่างจากฐานยิงราว 6,000 กิโลเมตร

ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน เผยถึงความสำเร็จครั้งนี้ว่า เป็นเหตุการณ์ครั้งสำคัญของรัสเซีย

“ระบบอาวุธใหม่นี้มีคุณลักษณะทางเทคโนโลยีและยุทธวิธีขั้นสูงสุด สามารถทะลวงระบบป้องกันขีปนาวุธยุคใหม่ได้ทั้งหมด ในโลกนี้ไม่มีอาวุธใดเสมอเหมือน และจะไม่มีไปอีกยาวนาน” ปูตินกล่าว “อาวุธพิเศษนี้จะเสริมศักยภาพทางทหารของกองทัพของเรา จะรับประกันความปลอดภัยของรัสเซียจากภัยคุกคามภายนอก และทำให้พวกที่เอ่ยวาทกรรมก้าวร้าวบ้าคลั่งที่พยายามคุกคามประเทศของเรากลับไปคิดใหม่”

อย่างไรก็ดี แม้จะเกิดขึ้นในช่วงที่สงครามในยูเครนตึงเครียด การทดสอบขีปนาวุธดังกล่าวไม่ได้สร้างความประหลาดใจให้ประเทศตะวันตก จอห์น เคอร์บี โฆษกกระทรวงกลาโหมรัสเซียเผยว่า รัสเซียแจ้งว่าจะมีการทดสอบขีปนาวุธล่วงหน้าแล้ว และกระทรวงกลาโหมสหรัฐไม่ถือว่าการทดสอบเป็นการคุกคามสหรัฐหรือประเทศพันธมิตร

แจ็ก วัตลิง จากสถาบันทางความคิด RUSI ในกรุงลอนดอนเผยกับ Reuters ว่า “ช่วงเวลาของการทดสอบสะท้อนให้เห็นว่ารัสเซียต้องการแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จด้านเทคโนโลยีก่อนจะถึงพิธีสวนสนามประจำปีในวันแห่งชัยชนะซึ่งรัสเซียใช้เป็นเวทีอวดโฉมอาวุธใหม่ๆ”

Russian Defence Ministry/Handout via REUTERS

Successful launch of Sarmat intercontinental ballistic missile was held today at Plesetsk Cosmodrome from a silo launcher. Here is HD footage. pic.twitter.com/lzmygsolp8— ?????????? ?????? (@mod_russia) April 20, 2022

Star Wars ในชีวิตจริง NASA ส่งแพทย์ขึ้นสู่ห้วงอวกาศด้วยโฮโลแกรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/681059

วันที่ 20 เม.ย. 2565 เวลา 18:30 น.Star Wars ในชีวิตจริง NASA ส่งแพทย์ขึ้นสู่ห้วงอวกาศด้วยโฮโลแกรม

ครั้งแรกของโลก! แพทย์โฮโลแกรมตรวจสุขภาพนักบินบนอวกาศ

USA Today รายงานว่าองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐ (NASA) เปิดเผยภาพนายแพทย์โยเซฟ ชมิด แพทย์คนแรกที่ปรากฏตัวบนสถานีอวกาศนานาชาติในรูปแบบของโฮโลแกรม เหมือนกับฉากในภาพยนตร์ Sci-fi อย่าง Star Wars และ Star Trek

รายงานระบุว่านายแพทย์ชมิดและทีมงานขึ้นสู่ห้วงอวกาศแบบ 3D เมื่อวันที่ 8 ต.ค. ปีที่แล้ว เพื่อให้คำปรึกษาทางการแพทย์แก่นักบินอวกาศบนสถานีอวกาศนานาชาติแบบเสมือนจริง ซึ่งนับว่าเป็นนวัตกรรมการแพทย์ทางไกลที่ยกระดับระบบสาธารณสุขไปอีกขั้น

NASA ระบุว่านี่คือเทคโนโลยี Holoportation จากพื้นโลกสู่ห้วงอวกาศครั้งแรก ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่สร้างภาพ 3 มิติของบุคคลได้แบบเรียลไทม์และมีคุณภาพสูง ซึ่งทำให้ผู้ใช้สามารถมองเห็น ได้ยิน และตอบโต้กลับจากบุคคลระยะไกลในรูปแบบ 3 มิติ ราวกับว่าพวกเขาอยู่ในสถานที่เดียวกันจริงๆ

ทั้งนี้ Holoportation ไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่เนื่องจาก Microsoft เคยใช้เทคโนโลยีนี้มาตั้งแต่ปี 2016 ด้วยการพัฒนาโฮโลเลนส์ แต่ภารกิจครั้งล่าสุดของ NASA เป็นการใช้เทคโนโลยีนี้ในพื้นที่ห่างไกลที่สุดอย่างอวกาศ ซึ่งสถานีอวกาศนานาชาติอยู่ห่างจากพื้นโลกกว่า 400 กิโลเมตร

อย่างไรก็ตาม ด้วยข้อจำกัดในการส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตทำให้การสื่อสารทางไกลกับนักบินบนอวกาศมีความล่าช้าไปบ้างซึ่ง NASA จะเดินหน้าพัฒนาต่อยอดต่อไป เพื่อให้นักบินอวกาศสามารถสื่อสารกับผู้คนบนโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพและเหมือนจริงยิ่งขึ้น เพื่อประโยชน์ด้านการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) หรือแม้กระทั่งการพบปะกับครอบครัวได้บนอวกาศ

Photo by SA (European Space Agency) astronaut Thomas Pesquet/Nasa.gov

รู้จัก ‘เดือนเต็ม วรเดชวิเศษไกร’ ผู้นำทีมการขุดเจาะของไทยที่พิสูจน์แล้วว่า ‘ผู้หญิงก็ทำได้’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/681009

วันที่ 20 เม.ย. 2565 เวลา 10:25 น.รู้จัก ‘เดือนเต็ม วรเดชวิเศษไกร’ ผู้นำทีมการขุดเจาะของไทยที่พิสูจน์แล้วว่า ‘ผู้หญิงก็ทำได้’

‘เดือนเต็ม วรเดชวิเศษไกร’ วิศวกรขุดเจาะหญิงสุดแกร่งของเชฟรอน ฉีกกรอบความคิดสู่ความท้าทายในอาชีพสาขา STEM โอกาสที่ผู้หญิงก็ทำได้

คุณมูน “เดือนเต็ม วรเดชวิเศษไกร”

ในวันที่โลกเกิดการเปลี่ยนแปลงและเติบโตอย่างรวดเร็ว ผู้คนต่างเชื่อว่านวัตกรรม เทคโนโลยีและความรู้ใหม่ๆ ถือกำเนิดขึ้นทุกวัน เราเดินหน้าไปสู่ความเท่าเทียม เปิดรับ แลกเปลี่ยน และเชื่อมโยงถึงกันมากขึ้น เราทุกคนมีโอกาสและทางเลือกที่หลากหลายในการใช้ชีวิต แต่ในความเป็นจริง ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถเข้าถึงโอกาสนั้นได้อย่างเท่าเทียมกัน

จากข้อมูลขององค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา สำนักงานภาคพื้นเอเชีย (USAID) แสดงให้เห็นว่า ผู้หญิงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังมีบทบาทไม่มากนัก โอกาสในการเลือกอาชีพของพวกเธอมีข้อจำกัดจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำทางสังคม โอกาสทางการศึกษาน้อยกว่าเด็กชาย ขาดการแนะแนวและให้ความรู้ด้านวิชาชีพว่าผู้หญิงก็สามารถยืนหยัดในแวดวงนี้ได้ ขาดผู้หญิงต้นแบบให้ยึดถือและเดินรอยตาม รวมทั้งขาดความร่วมมือเป็นหนึ่งเดียวในระดับภูมิภาค

ยิ่งหากมองลึกไปที่อาชีพสาขา STEM สายงานที่ต้องใช้องค์ความรู้และจุดเด่นโดยรวมของศาสตร์ 4 สาขาวิชาไม่ว่าจะ Science (วิทยาศาสตร์) Technology (เทคโนโลยี) Engineering (วิศวกรรมศาสตร์) และ Mathematics (คณิตศาสตร์) เข้าไว้ด้วยกัน ไม่แปลกเลยหากความซับซ้อน ข้อจำกัดของพละกำลังหรือความคล่องตัว จะชวนให้ผู้คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดและตีกรอบทางความคิดว่า STEM เป็นสาขาอาชีพที่ผู้หญิงเติบโตได้ยาก ทำให้ผู้หญิงในอาชีพสาขานี้มีจำนวนน้อย จากรายงานฉบับหนึ่งของ The World Economic Forum ระบุว่า เมื่อเทียบกับแวดวงสาธารณสุข การศึกษา องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร หรือกฎหมาย ผู้หญิงจะได้รับการว่าจ้างงานและมีพื้นที่ในอาชีพมากกว่ากลุ่มอาชีพ STEM อย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็น ซอฟต์แวร์ ไอที สายการผลิต โดยเฉพาะกลุ่มพลังงาน และเหมืองแร่ หรือในกลุ่มวิศวกรรมปิโตรเลียม มีผู้หญิงคิดเป็นเพียงราว 25 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

ปัญหาภาวะความเหลื่อมล้ำทางเพศนี้ ไม่ได้ส่งผลแค่ในเชิงอัตลักษณ์หรือตัวตนเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อธุรกิจอย่างมาก เพราะนำไปสู่ระบบเศรษฐศาสตร์ที่ขาดประสิทธิภาพ รวมถึงชะลอการพัฒนาและเติบโต ในทางตรงกันข้าม ความเท่าเทียมทางเพศนั้นสามารถเพิ่มมูลค่าให้เศรษฐกิจโลกได้มากถึง 12 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ไม่เพียงเพิ่มพูนชื่อเสียง แต่ยังแสดงถึงความเป็นผู้นำขององค์กรและเป็นตัวอย่างให้แก่คนรุ่นใหม่ รวมทั้งดึงดูดและรักษาพนักงานที่มีความสามารถไว้ได้อย่างน่าทึ่ง

เชฟรอน ในฐานะหนึ่งในบริษัทพลังงานระดับโลกที่เชื่อในความสามารถและศักยภาพของผู้หญิง อีกทั้งสนับสนุนให้ผู้หญิงรับหน้าที่เป็นผู้ขับเคลื่อนองค์กรในตำแหน่งสำคัญมาโดยตลอด วันนี้เราจึงจะพาคุณมารู้จัก คุณมูน “เดือนเต็ม วรเดชวิเศษไกร” ผู้หญิงคนแรกในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการขุดเจาะหลุม (Wells Manager) ของบริษัท เชฟรอนเอเชียเซ้าท์ จำกัด ผู้นำทีมการขุดเจาะของไทยที่ทำการขุดเจาะเพื่อการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมและจัดหาพลังงานให้กับประเทศสำเร็จจำนวนหลายร้อยหลุมในแต่ละปี ทำลายสถิติการจัดการแท่นขุดเจาะที่เร็วที่สุดในโลก และเป็นตัวแทนวิศวกรหญิงในประเทศไทยที่ได้รับเกียรติเข้าร่วมพูดคุยในงาน USAID E4SEA ภายใต้หัวข้อ Girls and STEM for a Sustainable Energy Sector in Southeast Asia ตอกย้ำศักยภาพและความเป็นผู้นำของผู้หญิงในอาชีพสาขา ‘STEM’ ได้อย่างเด่นชัด

เพราะเชื่อว่า ‘ผู้หญิงก็ทำได้’ ควบคู่ไปกับการสนับสนุนของครอบครัว แม้คุณพ่อหรือคุณแม่จะไม่เคยทำงานสาย STEM มาก่อน แต่พวกเขาก็ไม่เคยปิดกั้นหรือมีความเชื่อในค่านิยมแบบเดิมๆ ที่ว่า เด็กผู้ชายมีจุดแข็งด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์มากกว่า ในขณะที่เด็กผู้หญิงมีจุดแข็งด้านการใช้ภาษา ซึ่งค่านิยมเหล่านี้อาจจะส่งผลให้เด็กผู้หญิงให้ความสนใจในการเรียนรู้ด้าน STEM น้อยลงได้

ยิ่งไปกว่านั้น คุณครูมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยผลักดันความสนใจในการเรียนรู้ด้าน STEM เธอเล่าว่า “สมัยประถมศึกษาไม่ได้ชอบวิชาคณิตศาสตร์เป็นพิเศษ แต่พอย้ายมาเรียนชั้นมัธยมศึกษาได้เจอคุณครูที่ทำให้วิชาเลขเป็นเรื่องที่เข้าใจง่ายและเรียบง่าย จึงเกิดเป็นความชื่นชอบในวิชานี้ จากที่ไม่ได้โดดเด่นด้านคณิตศาสตร์ ก็ทำได้ดีขึ้น”

นอกจากคุณครูซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการศึกษา ทั้งในแง่การต่อยอด การสร้างแรงบันดาลใจและความมั่นใจให้กับนักเรียนหญิงแล้ว เธอยังมีพี่สาว ผู้ทำงานในอาชีพสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็น Role Model หรือ ต้นแบบที่มีส่วนสำคัญในการสร้างประสบการณ์จริงและสร้างแรงบันดาลใจ โดยพาคุณมูนไปพบเจอประสบการณ์ที่ดีและน่าตื่นเต้นต่างๆ เช่น การเยี่ยมชมเครื่องจักรในโรงงานกระดาษ

“เรายืนอยู่หน้าเครื่องพวกนั้น แล้วจินตนาการว่าตัวเองสามารถซ่อมเครื่องพวกนี้ แก้ปัญหาให้มันทำงานได้แบบสดๆ ทันเวลาตอนนั้นเลย สำหรับเรามันน่าตื่นเต้นมาก เป็นเรื่องสำคัญที่เด็กผู้หญิงคนหนึ่งได้มีโอกาสได้เห็นสิ่งต่างๆ และจับต้องความฝันได้แบบเป็นรูปธรรม ทำให้เห็นว่าเรารู้ว่าเราอยากทำอะไรในชีวิต ในอนาคตของเรา” คุณมูนกล่าวในงาน USAID E4SEA

จนกระทั่งความฝันเป็นจริง เธอได้เข้าทำงานกับทางบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด และเติบโตในสายนี้ จนได้รับการโปรโมทเป็นหนึ่งในผู้บริหารของ บริษัท เชฟรอนเอเชียเซ้าท์ จำกัด ซึ่งที่เชฟรอน มีวัฒนธรรมองค์กรที่ให้คุณค่าด้านความหลากหลายภายในองค์กร (Diversity and Inclusion) พร้อมทั้งสร้างโอกาสในการทำงานในแวดวงพลังงานให้กับผู้หญิงผ่านระบบขั้นตอนการทำงานและการสร้างสิ่งแวดล้อมที่สนับสนุนให้เกิดความพร้อมและความสบายใจ แม้เพื่อนร่วมงานส่วนใหญ่จะเป็นผู้ชาย แต่ก็ไม่เป็นปัญหา ทุกคนสามารถแลกเปลี่ยนความเห็นและทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี ทำให้งานดำเนินอย่างราบรื่นและเกิดเป็นผลสำเร็จร่วมกัน “ถึงแม้วันนี้เราไม่ได้ทำงานในโรงงาน แต่เราได้ทำงานกับทางเชฟรอน เป็นงานที่เน้นการลงพื้นที่ เรายังเป็นคนเดิมที่มีความสุขกับการทำให้เครื่องจักรทำงาน เราอยากตัดสินใจ ช่วยแก้ปัญหาในหน้างาน และทำให้งานเดินต่อไปได้ สิ่งเหล่านี้เป็นจริงได้เพราะการสนับสนุนผู้หญิงให้มีโอกาสเข้าถึงงานในสาย STEM นั่นเอง”

เด็กส่วนใหญ่มักไม่ชอบเรียนคณิตศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์เพราะคิดว่าเป็นวิชาที่ยาก การจูงใจให้เด็กทุกคนรวมถึงเด็กผู้หญิงมาสนใจเรียนวิชาที่ก้าวไปสู่วิชาชีพสาขา ‘STEM’ นั้นจึงต้องเริ่มจากห้องเรียนที่สนุก ครูจึงมีบทบาทสำคัญที่จะสร้างสิ่งแวดล้อมในการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้คิดวิเคราะห์ แก้โจทย์ปัญหาที่เชื่อมโยงกับโลกภายนอก สร้างแรงบันดาลใจให้เด็กอยากเรียนและก้าวหน้าในอาชีพที่ต้องใช้ทักษะทางด้าน STEM

โดย ดร. เกศรา อมรวุฒิวร  ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาโครงการศูนย์ระดับภูมิภาคว่าด้วยสะเต็มศึกษาขององค์การรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAMEO – STEM-ED) ได้กล่าวในงาน USAID E4SEA ถึงโครงการ Chevron Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต ซึ่งร่วมมือกับทางบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ว่าเป็นโครงการที่จัดขึ้นเพื่อยกระดับคุณภาพการเรียนการสอนด้าน STEM โดยมุ่งเน้นการเพิ่มศักยภาพของครูผู้สอนให้มีทักษะการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (inquiry-based approach) ใช้โครงงานเป็นฐาน (project-based approach) และส่งเสริมการเรียนรู้ STEM ทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียนให้กับเยาวชน ผ่านการพัฒนาครูที่เน้นการลงมือปฏิบัติ ผลของโครงการทำให้คุณครูที่เข้าร่วมโครงการ 100% สามารถเชื่อมโยงคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์เข้ากับชีวิตประจำวัน โดย 72% ของครูผู้สอนสามารถจัดกระบวนการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ได้ส่งผลให้เด็กนักเรียน 92% ตั้งใจเรียนและทำงานที่ครูมอบหมายให้และยังสะท้อนว่าได้เรียนรู้แนวคิดหลักทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์จากแผนการสอนที่ครูออกแบบมาอย่างดี นักเรียนถึง 90% ใส่ใจและสนุกกับการเรียนคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์มากขึ้น และที่สำคัญนักเรียนหญิงที่เข้าร่วมโครงการมีสัดส่วนที่สนใจเรียนต่อในสาขา STEM สูงกว่ากลุ่มเปรียบเทียบ นับเป็นอีกความมุ่งมั่นที่พยายามทำเพื่อให้ผู้หญิงมีโอกาสและความมั่นใจมุ่งสู่อนาคตสาย STEM มากขึ้น

กิจกรรมในโครงการ Chevron Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต 

ทั้งหมดนี้เราจะเห็นว่า ‘ผู้หญิง’ ก็สามารถเข้ามามีบทบาท เติบโต และประสบความสำเร็จในอาชีพสาขา ‘STEM’ ได้ เพียงได้รับการส่งเสริมให้มีทัศนคติที่ดีต่อวิทยาศาสตร์ เชื่อมั่นในศักยภาพ พัฒนาตัวเองอย่างสม่ำเสมอ สั่งสมประสบการณ์ที่ได้รับพร้อมก้าวข้ามขีดจำกัดมุ่งสู่ความท้าทายในความสามารถ และกล้าที่จะแสดงออกอย่างมั่นใจให้โลกรับรู้ว่า ‘ผู้หญิงก็ทำได้’ 

เชฟรอนประเทศไทย ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมความหลากหลาย ความเท่าเทียม พัฒนาคน พัฒนาการศึกษาในกลุ่มอาชีพสาขา ‘STEM’ ให้ผู้หญิงทุกคนได้มาพิสูจน์ความสามารถที่มีและเติบโตในอาชีพสาขา ‘STEM’ ไปด้วยกัน

ชวนช้อปหนักมาก! คิง เพาเวอร์ เปิดประสบการณ์ให้นักเดินทางได้ช้อปคุ้มที่สนามบินอีกครั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/680955

วันที่ 19 เม.ย. 2565 เวลา 15:12 น.ชวนช้อปหนักมาก! คิง เพาเวอร์ เปิดประสบการณ์ให้นักเดินทางได้ช้อปคุ้มที่สนามบินอีกครั้ง

ต้อนรับการกลับมาเดินทางอีกครั้งกับ คิง เพาเวอร์ ด้วยแนวคิด ‘ชวนไทยเที่ยวโลก ชวนโลกเที่ยวไทย’ พร้อมโปรโมชั่นพิเศษภายในสนามบินเพื่อนักเดินทาง ตั้งแต่วันนี้ – 31 พฤษภาคม นี้ ที่ คิง เพาเวอร์

คิง เพาเวอร์ อัดแคมเปญเพื่อนักเดินทาง เปิดประสบการณ์ให้นักเดินทางได้ช้อปคุ้มที่สนามบินอีกครั้ง ที่ คิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ, ดอนเมือง และภูเก็ต พร้อมโปรโมชั่นพิเศษสำหรับบริการ KING POWER CLICK & COLLECT บริการช้อปสินค้าดิวตี้ฟรีในระบบออนไลน์ เพื่อต้อนรับการกลับมาเดินทางอีกครั้งกับ ด้วยแนวคิด ‘ชวนไทยเที่ยวโลก ชวนโลกเที่ยวไทย’ พร้อมโปรโมชั่นพิเศษภายในสนามบินเพื่อนักเดินทาง ตั้งแต่วันนี้ – 31 พฤษภาคมนี้ ที่คิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ,ดอนเมือง และภูเก็ต สมาชิกคิง เพาเวอร์ รับคูปองส่วนลด 30% 1 ใบ สำหรับซื้อสินค้าที่ร่วมรายการ 1 ชิ้น เมื่อสมัครสมาชิก Scarlet  และเติม E-Purse มูลค่า 6,000 บาท หรือ สมัครสมาชิก Onyx และเติม E-Purse มูลค่า  60,000 บาท รวมถึงรับส่วนลด 20% จากร้านค้าที่ร่วมรายการ

พร้อมรับสิทธิเมื่อช้อปสินค้าดิวตี้ ฟรี ผ่านระบบออนไลน์กับบริการ KING POWER CLICK & COLLECT ตั้งแต่วันนี้ – 30 เมษายน นี้ มอบส่วนลดสูงสุด 25%  เมื่อช้อปครบ 4,000 บาทขึ้นไป เฉพาะการสั่งซื้อสินค้า Duty Free ที่ร่วมรายการ และเฉพาะการสั่งซื้อสินค้า Duty Free สำหรับเที่ยวบินขาออก (Departure flight) และเที่ยวบินขาเข้า (Arrival Flight) เพียงใส่รหัสส่วนลด “DFS25” สามารถใช้ได้ที่ www.kingpower.com และ แอปพลิเคชัน KING POWER ซึ่งสามารถช้อปได้สะดวก รวดเร็ว จากที่ไหนก็ได้ตลอด 24 ชั่วโมง รับของง่ายขึ้นที่สนามบินทั้งขาเข้า-ขาออก  สามารถช้อปปิ้งได้จนถึง 2 ชั่วโมงสุดท้ายก่อนออกเดินทาง

พิเศษ ! ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ขอเชิญนักเดินทางสัมผัสประสบการณ์ ‘ดิวตี้ ฟรี เวิล์ดคลาส ช้อปปิ้ง เดสติเนชั่น’ กับแฟลกซ์ชิพสโตร์ระดับลักชัวรี่แบรนด์ชั้นนำมากกว่า 20  แบรนด์ระดับโลก พร้อม แฟลกซ์ชิพสโตร์เครื่องสำอาง น้ำหอม แบรนด์ชั้นนำ ได้แก่ ชาแนล (Chanel), เอสเคทู (SKII), ลังโคม (Lancôme), เอสเต้ ลอเดอร์ (ESTÉE LAUDER) และ ดิออร์ (DIOR) ในโซน World Beauty และสินค้าคุณภาพมากมายเพื่อนักเดินทาง ตลอดจนการใช้บริการห้อง The Atlas Club และ King Power Space ภายใต้มาตรการสุขอนามัยระดับสากล ซึ่งสมาชิกคิง เพาเวอร์ โดยสามารถตรวจสอบสิทธิการเข้าใช้บริการล่วงหน้าที่ http://member.kingpower.com

‘1905 Heritage Corner’ ชุบชีวิตตึกเก่าเป็น Small Luxury Guesthouse สุดคลาสสิก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/681004

วันที่ 20 เม.ย. 2565 เวลา 11:35 น.‘1905 Heritage Corner’ ชุบชีวิตตึกเก่าเป็น Small Luxury Guesthouse สุดคลาสสิก

ชวนย้อนวันวานผ่านการพักผ่อนที่ ‘1905 Heritage Corner’ จากอาคารหลังเก่าสมัยรัชกาลที่ 5 สู่ Luxury Guesthouse ที่น่าค้นหาสไตล์โคโลเนียลใจกลางเมืองเก่าย่านแพร่งภูธร

โดย : วารุณี มณีคำ

โพสต์ทูเดย์เช็กอิน 1905 Heritage Corner เยือนถิ่นเก่าที่หยิบมาเล่าใหม่ได้ไม่รู้จบในย่านเมืองเก่าของกรุงเทพฯ พักผ่อนย้อนอดีตในอาคารอายุหลักร้อยปียุครัตนโกสินทร์ ซึ่งสร้างขึ้นในช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 บนถนนแพร่งภูธร อีกหนึ่งที่พักที่อยู่ใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยวประวัติศาสตร์รอบกรุง อาทิ พระบรมมหาราชวัง, พระอารามหลวง, ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ตลอดจนโบราณสถานและร้านรวงของอร่อยชื่อดังมากมาย

สำหรับ 1905 Heritage Corner เป็น Luxury Guesthouse ขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ในอาคารตึกแถวสไตล์โคโลเนียล หากย้อนกลับไป อาคารหลังนี้เคยเป็นโรงน้ำชา หนึ่งในแหล่งพบปะสังสรรค์ของผู้คนในชุมชนยุคก่อน ก่อนมาเป็นโรงงานทำฟันปลอมแห่งแรกของประเทศไทย  จนท้ายสุดในปัจจุบันก็ผันตัวผ่านการรีโนเวทให้เป็น Luxury Guesthouse โดยยังคงไว้ซึ่งโครงสร้างสถาปัตยกรรมแบบจีน-โปรตุเกส เพื่อความรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปในสมัยรัชกาลที่ 5 ภายในตกแต่งในสไตล์โคโลเนียลผสาน Contemporary สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความคลาสสิก และเต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์แห่งวันวานในทุกอณู

เปิดประตูเข้าสู่อาคาร บริเวณชั้นล่างเป็นรีเซปชั่น ห้องอาหาร และมุมอ่านหนังสือ ชั้นบนเป็นห้องพักที่มีทั้งหมดเพียง 3 ห้อง โดยแต่ละห้องจะมีความเหมือนและความต่างเฉพาะตัว จากท้องเรื่องที่จำลองการเดินทางของพ่อค้าชาวจีนที่ล่องเรือสำเภาข้ามน้ำข้ามทะเลมาฝั่งเมือไทย จึงเป็นที่มาของสถาปัตยกรรมแบบ Sino-Siamese ที่เป็นแนวการตกแต่งภายในห้องพัก แต่ละส่วนของห้องล้วนมีที่มาเพื่อเล่าเรื่องถึงการอพยพถิ่นฐานของคนจีนโดยทางเรือสำเภา

ห้อง Chinese Settle ห้องที่ตกแต่งให้รู้สึกว่าได้พักอยู่ในเรือ บรรยากาศในห้อง ทุกห้องจะจำลองให้เหมือนกำลังเดินทาง โดยเรือสำเภา

Colonial Room สื่อถึงยุคสมัยที่ไทยรับเอาอิทธิพลตะวันตกเข้ามา เครื่องใช้และเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องจึงดีไซน์ตามแบบโคโลเนียล 

Tea Room เป็นห้องขนาดเล็ก เล่าถึงชีวิตประจำวันของพ่อค้าที่มาตั้งถิ่นฐานอยู่ในประเทศไทย มีกลิ่นอายความเป็นจีนอย่างชัดเจน ทุกห้องมีกาน้ำชาไว้ให้จิบคละเคล้าบรรยากาศ

ซึ่งหลังจากค่ำคืนอันแสนสุข รุ่งเช้าทุกคนจะได้ดื่มด่ำกับมื้ออาหารเช้าที่ 1905 Heritage Corner บรรจงตระเตรียมไว้เป็นอย่างดีที่โต๊ะอาหาร ประกอบด้วยอาหารไทย อาหารฝรั่ง ที่หมุนเวียนกันไปในแต่ละช่วงเวลาและโอกาส นอกจากนี้ ยังมีชุดน้ำชายามบ่ายสไตล์ไทยไว้คอยบริการ

ตามมาสัมผัสบรรยากาศแห่งความทรงจำในวันวาน ผ่านสถาปัตยกรรมแห่งยุคสมัยในอาคารเก่าร้อยปีที่ถูกแปลงโฉมเป็น Luxury Guesthouse สุดคลาสสิกได้ที่ 1905 Heritage Corner ถนนแพร่งภูธร ศาลเจ้าพ่อเสือ เขตพระนคร กรุงเทพฯ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 090-9893107 หรือ 081-8747577 ดูรายละเอียดได้ที่ www.1905heritagecorner.com และ Facebook : 1905 Heritage Corner

จัดเต็มแบบจุกๆ กับตำนานบุฟเฟ่ต์แชมเปญบรั้นช์สุดพรีเมียมมื้อสายวันอาทิตย์ @อูโนมาส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/680963

วันที่ 19 เม.ย. 2565 เวลา 16:13 น.จัดเต็มแบบจุกๆ กับตำนานบุฟเฟ่ต์แชมเปญบรั้นช์สุดพรีเมียมมื้อสายวันอาทิตย์ @อูโนมาส

เพลิดเพลินเกินต้านที่ห้องอาหารอูโนมาส ครั้งนี้ชวนจัดเต็มแบบจุกๆ ในมื้อสายวันอาทิตย์ กับตำนานบุฟเฟ่ต์แชมเปญบรั้นช์สุดพรีเมียม

อิ่มเอมความอร่อยในวันครอบครัว ทุกวันอาทิตย์แรกของทุกเดือน ให้คุณและครอบครัวได้เพลิดเพลิน ดื่มด่ำกับทัศนียภาพที่สวยงามของวิวมหานครใจกลางกรุงเทพฯ พร้อมเพิ่มอรรถรสความอร่อยกับบุฟเฟ่ต์แชมเปญบรั้นช์สุดพรีเมียม ที่ห้องอาหารอูโนมาส ชั้น 54 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ ในวันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม 2565 และ 5 มิถุนายน 2565

ที่นี่ทุกคนจะได้ดื่มด่ำพร้อมสัมผัสกลิ่นอายสไตล์สเปนกับมื้อสายวันอาทิตย์ เพลิดเพลินกับอาหารและเครื่องดื่มที่เสิร์ฟแบบไม่จำกัด ครบครันด้วยมุมอาหารไฮไลท์ที่ยกให้เป็นที่หนึ่งกับเหล่าบรรดาซีฟู้ดคุณภาพพรีเมียมสดใหม่จัดเรียงรายบนน้ำแข็งเป็นการเรียกน้ำย่อย อาทิ ก้ามปูอลาสก้าเนื้อหวาน ล็อบสเตอร์เนื้อแน่น กุ้งลายเสือ หอยนางรมหลากหลายสายพันธุ์สด ไข่ปลาคาเวียร์ ทานพร้อมน้ำจิ้มรสแซ่บเพื่อเพิ่มอรรถรส รวมถึง หลากหลายเมนู ทาปาส แฮมนานาชนิด มาให้คุณได้เลือกสรรความอร่อยด้วยตัวเอง

นอกจากนี้ ยังมีอาหารสเปนตามสั่งที่คัดสรรเมนูอาหารจานเด่นหลากหลายเมนูจนนับไม่ถ้วนมาให้ได้ลิ้มลอง โดยทีมเชฟประจำห้องอาหารได้คัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศส่งตรงจากสเปน นำมารังสรรค์เป็นเมนูสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ตั้งใจปรุงอย่างสุดฝีมือ พร้อมเสิร์ฟร้อนให้ทุกท่านได้ลิ้มรสกันถึงโต๊ะ มอบประสบการณ์ที่คุณไม่ควรพลาด ปิดท้ายด้วยอรรถรสจัดเต็มกับเมนูของหวานละลานตาอีกมากมายที่สายของหวานไม่ควรพลาด

มาสัมผัสรสชาติและวัฒนธรรมของชาวสเปน พร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัวภายใต้บรรยากาศอันอบอุ่น ในราคาเพียง 3,955 บาท++ ต่อท่าน เสิร์ฟพร้อมแชมเปญ จี เอช มุมม์ กอร์ดอง รูจ หนึ่งในสุดยอดแบรนด์แชมเปญของโลก รวมถึงไวน์รสเลิศจากทั่วโลก และเครื่องดื่มพรีเมียมอื่นๆ แบบไม่อั้น (ราคานี้ไม่รวมอัตราภาษีและค่าบริการ)

บุฟเฟ่ต์แชมเปญบรั้นช์ เปิดให้บริการทุกวันอาทิตย์แรกของทุกเดือน เวลา 11.30 น. ถึง 14.30 น. ที่ห้องอาหารอูโนมาส ชั้น 54 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งได้ที่

โทร. 0-2100-6255

อีเมล diningcgcw@chr.co.th

เว็บไซต์ www.unomasbangkok.com

เฟสบุ๊ก UNO MAS

อินสตาแกรม Unomas_Bangkok

เหงื่อออกเป็นเลือด โรคที่พบน้อย รักษาให้หายขาดได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/680927

วันที่ 19 เม.ย. 2565 เวลา 11:15 น.เหงื่อออกเป็นเลือด โรคที่พบน้อย รักษาให้หายขาดได้

ไขข้อข้องใจ ‘ภาวะเหงื่อออกเป็นเลือด’ พร้อมแนะวิธีดูแลโรคอื่นๆ ที่เกิดจากเหงื่อในช่วงอากาศร้อน โดยเฉพาะผดและสิวที่พบมากสุด

จากกระแสข่าวพบเด็กหญิง 7 ขวบมีเลือดออกตา จมูก และผิวหนังโดยไม่ทราบสาเหตุ เกิดจากโรคภาวะเหงื่อออกเป็นเลือด (Hematohidrosis) หรือที่เรียกว่า ภาวะที่มีเลือดออกจากผิวหนังปกติที่ไม่มีร่องรอยบาดแผลใดๆ ซึ่งสามารถพบเลือดออกได้ตามบริเวณต่างๆ ของร่างกาย เช่น หนังศีรษะ ฝ่ามือ หลังมือ หน้าผาก ใบหน้า ซอกพับ หรือดวงตา เป็นภาวะที่พบได้น้อยมาก แต่มักสร้างความตื่นตกใจและความเครียดต่อผู้ที่เป็นและผู้ที่พบเห็น 

เรื่องนี้ ศ.พญ.รังสิมา วณิชภักดีเดชา ประชาสัมพันธ์สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย และ รศ.พญ.รัตนาวลัย นิติยารมย์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย อธิบายว่า สาเหตุของการเกิดภาวะนี้ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่อาจพบสัมพันธ์กับภาวะความเจ็บปวดทางร่างกาย เช่น โรคประจำตัวที่เป็นโรคเรื้อรังบางชนิด การออกกำลังกายอย่างหนัก การมีประจำเดือนผิดปกติ เป็นต้น นอกจากนี้ยังสัมพันธ์กับภาวะทางจิตใจ เช่น ความเครียด หรือภาวะทางอารมณ์ที่รุนแรง รวมถึงยังมีความเชื่อเกี่ยวกับภาวะเหงื่อออกเป็นเลือดกับความเชื่อทางศาสนา

ศ.พญ.รังสิมา วณิชภักดีเดชา กล่าวว่า ผู้ที่มีอาการเหงื่อออกเป็นเลือดบางรายจะมีอาการเจ็บหรือปวดแสบบริเวณที่จะมีเลือดออกนำมาก่อน บางรายอาจมีอาการใจสั่น หน้ามืด คล้ายจะเป็นลมในขณะที่มีอาการ เลือดที่ออกอาจจะเป็นเลือดแดงสด หรือน้ำสีแดงจาง อาจมีกลิ่นคาวเลือด ปริมาณมากน้อยแตกต่างกัน และสามารถหยุดได้เองในเวลาไม่นาน

ผู้ที่มีภาวะนี้มักจะมีปัญหาทางจิตใจและอารมณ์ เช่น ภาวะวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า หรือบุคลิกภาพผิดปกติ เป็นต้น ซึ่งอาจเกิดขึ้นก่อนหรือภายหลังจากการเกิดอาการเหงื่อออกเป็นเลือด โดยส่วนใหญ่ผุ้ที่มีภาวะนี้จะตรวจไม่พบความผิดปกติจากการตรวจร่างกายหรือการตรวจเพิ่มเติมทางห้องปฏิบัติการใด ๆ

ทั้งนี้ การรักษาภาวะนี้ขึ้นกับสาเหตุ หากในรายที่ตรวจไม่พบสาเหตุใด ๆ การรักษาจะเป็นการรักษาตามอาการและการรักษาปัญหาทางจิตใจควบคู่กันไป ไม่มีการรักษาที่จำเพาะ ผู้ที่เป็นโรคนี้มักมีอาการอยู่ระยะหนึ่ง ซึ่งอาจมีอาการหลายเดือนจนถึงหลายปี แล้วอาการเหล่านี้มักหายไปได้เอง

นอกจากนี้ ข้อมูลจากกรมการแพทย์ ระบุ Hematidrosis เป็นโรคที่พบได้น้อยมาก อาการผู้ป่วยคือจะมีเลือดออกบริเวณผิวหนัง และเยื่อบุอวัยวะอื่นๆ ซึ่งเลือดจะไหลออกเป็นพักๆ สำหรับโรคเหงื่อออกเป็นเลือด เกิดจากเส้นเลือดฝอยรอบๆ บริเวณต่อมเหงื่อ เกิดความเปราะบาง เกิดการปริแตก และมีเลือดไหลออกมา ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับพันธุกรรม และส่วนมากจะพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย สำหรับในเพศหญิงจะอยู่ในช่วงอายุก่อนจะมีประจำเดือน พบมากระหว่างอายุประมาณ 11-14 ปี อย่างไรก็ตาม โรคนี้สามารถรักษาให้หายขาดได้ และยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตจากโรคนี้

สำหรับในช่วงอากาศร้อน จะพบว่าร่างกายมีเหงื่อออกจำนวนมากโดยเฉพาะบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า และรักแร้ ซึ่งการที่มีเหงื่อออกนั้น เกิดจากความร้อนหรืออารมณ์และจิตใจที่ถูกกระตุ้น ส่งผลให้เกิดภาวะเหงื่อออกมากผิดปกติหรือเรียกว่า “ภาวะหลั่งเหงื่อมากหรือภาวะเหงื่อท่วม” เป็นภาวะเหงื่อออกมากผิดปกติ มีสาเหตุ ที่พบได้บ่อย คือ โรคอ้วนเพราะชั้นไขมันใต้ผิวหนังที่หนาขึ้นจะส่งผลให้ร่างกายระบายความร้อนได้ไม่ดี จึงต้องเพิ่มการระบายความร้อนออกทางเหงื่อ การขาดฮอร์โมนเพศหญิงในวัยหมดประจำเดือนหรือภาวะวัยทอง ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกินหรือโรคต่อมไทรอยด์เป็นพิษ โรคเบาหวานที่มีความผิดปกติในการใช้พลังงานและการอักเสบเรื้อรังของเนื้อเยื่อต่างๆ การติดเชื้อโรคที่ส่งผลให้เกิดอาการไข้เรื้อรัง เช่น โรคมาลาเรีย และวัณโรค โรคหัวใจวายเรื้อรัง เนื่องจากร่างกายต้องใช้พลังงานเพิ่มในการสูบฉีดโลหิตไปเลี้ยงร่างกายให้เพียงพอ ความร้อนในร่างกายจึงสูงขึ้น ซึ่งต้องกำจัดออกโดยการเพิ่มภาวะเหงื่อออก นอกนี้ยังมีสาเหตุจากผลข้างเคียงของยาบางชนิด เช่น ยาแก้ปวด ยาพาราเซตามอล หรือยาที่มีส่วนผสมของมอร์ฟีน ยาโรคความดันโลหิตสูง ยาโรคเบาหวาน ยาด้านจิตเวช โรคมะเร็งบางชนิด เช่น โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ซึ่งในโรคมะเร็งอาการเหงื่อออกมากผิดปกติทั่วตัวมักเกิดในช่วงกลางคืน

โรคที่เกิดจากเหงื่อที่พบบ่อยจะเป็นโรคที่เกี่ยวกับผิวหนัง ได้แก่

ผด เป็นโรคที่พบบ่อยในสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิสูงเกิดจากการอุดกั้นที่ชั้นนอกสุดของผิวหนัง ทำให้เหงื่อไม่สามารถไหลซึมออกมาได้ จะเกิดเป็นตุ่มพองน้ำใสๆ เล็กๆ ตื้นๆ โดยมากจะเป็นบริเวณที่ถูกแดดหรือถูกความร้อนซึ่งมักเรียกว่าผดแดด ถ้ามีเหงื่อออกมากก็จะยิ่งเป็นมากขึ้นและจะยุบหายไปเมื่อไม่มีเหงื่อออก

รังแค เกิดจากการทำงานที่มากขึ้นของต่อมไขมัน มีลักษณะเป็นสะเก็ดบางๆ หรือขุยละเอียดอ่อนบนหนังศีรษะ พบมากในวัยหนุ่มสาวและจะน้อยลงในวัยชรา

สิว เกิดจากการขับถ่ายไขมันออกมาผิดปกติขึ้นอยู่กับวัย ส่วนมากพบในวัยหนุ่มสาว และเกิดจากความเครียดทางจิตใจ สภาวะแวดล้อม ซึ่งรวมทั้งอากาศร้อน การเสียดสี สารเคมีในเครื่องสำอาง การรับประทานยา และพันธุกรรม ส่วนใหญ่บริเวณใบหน้า แผ่นหลัง หน้าอก และหัวไหล่ มากน้อยตามลำดับ 

การป้องกันเกิดโรคต่างจากเหงื่อ คือ การรักษาสุขภาพร่างกาย และสุขภาพจิตให้แข็งแรงอยู่เสมอ โดยการรักษาสุขอนามัยพื้นฐาน ออกกำลังกายสม่ำเสมอ กินอาหารมีประโยชน์ 5 หมู่ในปริมาณเหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดโรคอ้วน ลดอาหารประเภทแป้ง น้ำตาล ไขมัน หวาน และเค็ม เพิ่ม ผัก และผลไม้ ที่สำคัญคือควรรักษาและควบคุมโรคที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรค ที่เกิดจากเหงื่อ เพื่อส่งผลดีคุณภาพชีวิต