รัสเซียขู่เสริมอาวุธนิวเคลียร์ถ้าฟินแลนด์-สวีเดนเป็นสมาชิกนาโต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/680676

วันที่ 14 เม.ย. 2565 เวลา 16:54 น.รัสเซียขู่เสริมอาวุธนิวเคลียร์ถ้าฟินแลนด์-สวีเดนเป็นสมาชิกนาโต

หลังจากเป็นกลางทางทหารมานาน ฟินแลนด์กับสวีเดนกำลังพิจารณาเข้าร่วมเป็นสมาชิกนาโตหลังรัสเซียบุกยูเครน

Bloomberg รายงานว่า รัสเซียขู่จะติดตั้งอาวุธนิวเคลียร์ทั้งในและรอบๆ ภูมิภาคทะเลบอลติก หากฟินแลนด์และสวีเดนเข้าเป็นสมาชิกนาโต (NATO)

ดมิทรี เมดเวเดฟ รองประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติรัสเซียและอดีตประธานาธิบดีเผยว่า “ในกรณีนี้ จะไม่มีการพูดถึงสถานะปลอดนิวเคลียร์สำหรับบอลติก” ซึ่งชี้ว่ารัสเซียอาจติดตั้งขีปนาวุธอิสกันเดอร์ (Iskander) อาวุธไฮเปอร์โซนิก หรืออาวุธความเร็วเหนือเสียง และเรือที่ติดตั้งอาวุธนิวเคลียร์ในภูมิภาค

ทั้งนี้ หลังจากอยู่ในสถานะเป็นกลางทางทหารมานาน ทั้งสวีเดนและฟินแลนด์ต่างเผยท่าทีว่ากำลังพิจารณาเข้าร่วมเป็นสมาชิกนาโตหลังจากรัสเซียรุกรานยูเครน

เมดเวเดฟหวังว่า “เหตุผล” จะอยู่เหนือสิ่งอื่นใด และทั้งสองประเทศจะตัดสินใจไม่เข้าร่วมนาโต แต่หากเข้าร่วม พรมแดนทางบกของรัสเซียกับนาโตจะมีความยาวเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่า และในกรณีนี้ “เราจำเป็นต้องเสริมกำลังทางบกและต่อต้านอากาศยานของเราอย่างจริงจัง และส่งกำลังนาวิกโยธินจำนวนมากไปประจำการในอ่าวฟินแลนด์”

แม้ว่าการตัดสินใจของฟินแลนด์และสวีเดนจะมาจากการรุกรานยูเครน แต่เมดเวเดฟโต้ว่าไม่ควรโทษการกระทำของรัสเซีย และบอกว่าแม้ว่าการขัดขวางไม่ให้ยูเครนเป็นสมาชิกนาโตคือเป้าหมายหลักของปฏิบัติการของรัสเซีย แต่สถานการณ์ของฟินแลนด์และสวีเดนไม่เหมือนกับยูเครน

“เราไม่มีข้อพิพาทด้านดินแดนกับทั้งสองประเทศอย่างที่เรามีกับยูเครน ด้วยเหตุผลนั้นราคาที่ต้องจ่ายสำหรับการเป็นสมาชิกของพวกเขาจึงแตกต่างกันสำหรับเรา”

ด้าน อาร์วีดัส อานูเซาสกัส รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมลิทัวเนียเผยว่า รัสเซียติดตั้งอาวุธนิวเคลียร์ในภูมิภาคบอลติกเรียบร้อยแล้ว

อานูเซาสกัสเผยกับ BNS ว่า รัสเซียติดตั้งอาวุธนิวเคลียร์ในคาลินินกราดในทะเลบอลติกตั้งแต่ก่อนเกิดสงครามยูเครน “ภัยคุกคามจากรัสเซียในขณะนี้ค่อนข้างแปลก แม้จะไม่มีสถานการณ์ด้านความมั่นคงในปัจจุบัน แต่พวกเขายังติดตั้งอาวุธห่างจากพรมแดนลิทัวเนีย 100 กิโลเมตร”

“อาวุธนิวเคลียร์ถูกเก็บไว้ที่คาลินินกราดมาตลอด…ประชาคมโลก ประเทศในภูมิภาคนี้ต่างทราบเรื่องนี้อย่างดี…พวกเขาใช้มันข่มขวัญ” อานูเซาสกัสเผย

ทั้งนี้ คาลินินกราดซึ่งตั้งอยู่ชายฝั่งทะเลบอลติกอยู่ตรงกลางระหว่างลิทัวเนียและโปแลนด์ซึ่งเป็นสมาชิกนาโต

Sputnik/Yulia Zyryanova/Pool via REUTERS

รัสเซียพร้อมขายน้ำมันให้ ‘ประเทศที่เป็นมิตร’ แบบไม่เกี่ยงราคา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/680664

วันที่ 14 เม.ย. 2565 เวลา 14:00 น.รัสเซียพร้อมขายน้ำมันให้ ‘ประเทศที่เป็นมิตร’ แบบไม่เกี่ยงราคา

ธุรกิจน้ำมันและก๊าซของรัสเซียเผชิญความท้าทายจากมาตรการคว่ำบาตรและการบอยคอตจากการรุกรานยูเครน

Business Insider รายงานว่า นิโคไล ชุลกินอฟ (Nikolai Shulginov) รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของรัสเซียเผยกับหนังสือพิมพ์ Izvestia ว่า รัสเซียพร้อมขายน้ำมันและผลิตภัณฑ์จากน้ำมันแก่ “ประเทศที่เป็นมิตร” โดย “ไม่เกี่ยงราคา”

ชุลกินอฟเผยกับ Izvestia ว่า ราคาน้ำมันดิบอาจแตะที่ 80-150 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลในทางทฤษฎี แต่รัสเซียให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นใจว่าธุรกิจน้ำมันของรัสเซียจะยังเดินหน้าต่อไปได้มากกว่า

ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานนน้ำมันโลกพุ่งไปที่เกือบ 140 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลเมื่อเดือนที่แล้ว ก่อนจะลดลงมาเหลือ 100 เหรียญสหรัฐเมื่อวันพุธ

อย่างไรก็ดี ชุลกินอฟไม่ได้ระบุชื่อประเทศที่เป็นมิตรที่เขาเอ่ยถึง แต่อินเดียและจีนเป็นสองประเทศที่ซื้อน้ำมันราคาถูกจากรัสเซีย

ปีที่แล้วอินเดียซึ่งเป็นประเทศที่นำเข้าน้ำมันรายใหญ่อันดับ 3 ของโลกซื้อน้ำมันจากรัสเซียราว 12 ล้านบาร์เรล หรือคิดเป็น 2% ของน้ำมันที่อินเดียนำเข้าทั้งหมด

ส่วนจีน Reuters รายงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า แม้ว่าโรงกลั่นน้ำมันรายใหญ่ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของประเทศยังไม่เซ็นสัญญาซื้อน้ำมันจากรัสเซีย แต่โรงกลั่นเอกชนรายเล็กยังคงซื้อน้ำมันจากรัสเซียอย่างระมัดระวัง

รัสเซียเป็นแหล่งพลังงานขนาดใหญ่ของโลก จากการคาดการณ์ประจำเดือน เม.ย. ของ Bloomberg Economics ระบุว่า แม้จะถูกคว่ำบาตรและบอยคอต รัสเซียจะยังคงมีรายได้จากการส่งออกพลังงานในปี 2022 เกือบ 321 ล้านเหรียญสหรัฐ มากกว่ารายได้ของปี 2021 ถึง 36%

ขณะที่ข้อมูลจากกระทรวงการคลังรัสเซียที่เผยแพร่เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาระบุว่า รายได้จากน้ำมันและก๊าซประจำเดือน มี.ค. ต่ำกว่าที่กระทรวงการคลังรัสเซียคาดการณ์ไว้เมื่อวันที่ 3 มี.ค. ถึง 38%

REUTERS/Maxim Shemetov/File Photo

Lee Cooper สร้างตำนานบทใหม่ถ่ายทอดตัวตนผ่าน Virtual Fashion Live Commerce

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/680671

วันที่ 14 เม.ย. 2565 เวลา 15:32 น.Lee Cooper สร้างตำนานบทใหม่ถ่ายทอดตัวตนผ่าน Virtual Fashion Live Commerce

Lee Cooper กลับมาสร้างตำนานความท้าทายบทใหม่ให้เหล่า New Gen ได้ครีเอทลุคที่ใช่แบบไร้ขีดจำกัด ในสไตล์ของตัวเอง ด้วยคอนเซ็ปต์ “My Denim My Rules ให้คุณเป็นแบบที่คุณเป็น”

เปิดฉากกลับมาทวงบัลลังก์เดนิมสุดยิ่งใหญ่ Lee Cooper (ลี คูเปอร์) โดย DKSH (Thailand) Limited แบรนด์เดนิมสัญชาติอังกฤษที่หวนกลับมาสร้างตำนานความท้าทายบทใหม่ให้เหล่า New Gen ได้ครีเอทลุคที่ใช่แบบไร้ขีดจำกัด ในสไตล์ของตัวเอง ด้วยคอนเซ็ปต์ “My Denim My Rules ให้คุณเป็นแบบที่คุณเป็น” พร้อมเปิดประสบการณ์ การชมแฟชั่นโชว์รูปแบบใหม่ Virtual Fashion Live Commerce ส่งตรงคอลเลคชั่นจาก London สู่ Bangkok มาให้เหล่าแฟชั่นนิสต้าได้ CF ไอเทมชิ้นเด็ดก่อนใคร

Lee Cooper ถ่ายทอดตัวตนความเป็นแบรนด์ไอคอนิคยีนส์ออกมาในรูปแบบ Virtual Fashion Live Commerce สุดอลังกาล พร้อมทั้งครีเอทคีย์ลุคสุดพิเศษ ออกมาเอาใจแฟนๆ สายเดนิมเลิฟเวอร์กันถึง 16 ลุคด้วยกัน และนอกจากนี้ Lee Cooper ยังคงจัดหนัก จัดเต็ม รังสรรค์โชว์สุดพิเศษ ด้วยการผสมผสานความโดดเด่นของแฟชั่นเดนิมเข้ากับดนตรีสไตล์ British Rock ‘n’ Roll ที่ได้วงดนตรีสุดคูลอย่าง “Common People Like You” มาร่วมสร้างสีสันด้วยบทเพลงสไตล์ Garage Rock ควบคู่ไปกับการนำเสนอแฟชั่นโชว์แบบ Virtual Dance Performance ให้เหล่าโมเดลได้ออกมาสื่อสารความเป็นตัวตนผ่านเสียงเพลงและวาดลวดลายการเต้นในแบบที่ไม่ซ้ำใคร

ร่วมสัมผัสประสบการณ์การช้อปรูปแบบใหม่ไปกับ Lee Cooper ได้แล้ววันนี้ พร้อมรับโปรโมชั่นพิเศษสำหรับการสั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทางเพจ Facebook: Leecooperth โดยมีเงื่อนไข เมื่อซื้อสินค้า 1 ชิ้น รับส่วนลด 20% หรือซื้อสินค้า 2 ชิ้นขึ้นไป รับส่วนลด 25% และเมื่อซื้อครบ 2,500 บาท รับทันทีกระเป๋า Lee Cooper® Tote Bag โดยโปรโมชั่นพิเศษนี้มีถึงวันที่ 24 เมษายน นี้เท่านั้น เตรียมตัวให้พร้อมแล้วไป CF กันได้เลย

#LeeCooperTH #MyDenimMyRules #LondonIsInOurJeans

บรรยากาศความสนุกของการฉลองเทศกาลสงกรานต์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/680672

วันที่ 14 เม.ย. 2565 เวลา 15:36 น.บรรยากาศความสนุกของการฉลองเทศกาลสงกรานต์

ประมวลภาพบรรยากาศความสนุกของการฉลองเทศกาลสงกรานต์ ในศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ

เปิดภาพบรรยากาศความสนุกของการฉลองเทศกาลสงกรานต์ในศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ  โดยมีประชาชนหลบร้อนออกมาใช้บริการในศูนย์การค้ากันอย่างคึกคัก พร้อมร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่ทางศูนย์ฯ จัดขึ้น ภายใต้ชื่อ THAILAND’S SONGKRAN FESTIVAL 2022 ร่วมกับ ททท.

โดยปีนี้เน้นวัฒนธรรมประเพณีไทย สงกรานต์แบบปลอดภัย ไม่เปียก ตามนโยบายภาครัฐ อาทิ กิจกรรมสรงน้ำพระ และสักการะขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์, ชมการแสดงโขน, เที่ยวตลาดย้อนยุคทรรศนารัตนโกสินทร์ ชิมอาหารและขนมรสชาติต้นตำรับที่เซ็นทรัลเวิลด์, เที่ยวงาน Summer Market ช้อปชิลล์คลายร้อนกับ Holiday Market ตลาดสุดชิลที่รวมงานอาร์ต & คราฟต์ และฟู้ดทรัคมากมายพร้อมเสิร์ฟเมนูคลายร้อน กับดนตรีสดสุดชิลล์ ฟีลกู้ดเหมือนอยู่เมืองนอกที่เซ็นทรัล วิลเลจ, งานเสน่ห์นนท์ ชิม ช้อปของดังเมืองนนท์ ชมสถาปัตยกรรมเจดีย์เอียงจำลองขนาดใหญ่ที่เซ็นทรัล เวสต์เกต, จุดถ่ายรูปเช็คอิน Phuket summer surf season และทุ่งดอกทานตะวันละลานตาที่เซ็นทรัล ภูเก็ต และ เซ็นทรัล อยุธยา จัดงาน อัศจรรย์ สงกรานต์ สราญใจ & Songkran Neon Party วันนี้ – 19 เม.ย. 65 สรงน้ำพระพุทธรูปจากวัดพระอารามหลวง 9 วัด และพระเกจิวัดดัง 9 วัด เป็นต้น

ต้อนรับปีใหม่ไทยด้วยเมนู “ข้าวแช่” ณ ห้องอาหาร สยาม ที รูม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/680669

วันที่ 14 เม.ย. 2565 เวลา 15:25 น.ต้อนรับปีใหม่ไทยด้วยเมนู “ข้าวแช่” ณ ห้องอาหาร สยาม ที รูม

โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค ชวนทุกท่านมาต้อนรับฤดูร้อนและเติมความสดชื่นด้วยเมนูไทยคลาสสิกอย่าง “ข้าวแช่” ณ ห้องอาหารสยาม ที รูม ตลอดซัมเมอร์นี้ จนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2565

เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ

เยือนห้องอาหารไทยใจกลางสุขุมวิท ที่ห้องอาหาร สยาม ที รูม ในโรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค (Bangkok Marriott Marquis Queen’s Park) โรงแรมขนาดใหญ่ที่สุดและเป็นโรงแรมแมริออท มาร์คีส์ แห่งแรกในเอเชียแปซิฟิก ชิมเมนูดับร้อนตำรับไทยต้อนรับวาระดิถีขึ้นปีใหม่ไทย  กับ “ข้าวแช่” อาหารพื้นบ้านของชาวมอญที่ถูกปรุงแต่งให้วิจิตรบรรจงยิ่งขึ้นโดยห้องเครื่องสยามในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5 ปี พ.ศ. 2411-2453) โดยเป็นข้าวแช่ในน้ำผสมดอกมะลิ เสิร์ฟมาพร้อมกับเครื่องเคียงเลิศรสสุดคลาสสิก

สำหรับชุดเมนูข้าวแช่ตามแบบเอกลักษณ์วิถีของห้องอาหารสยาม ที รูม จะเริ่มต้นด้วยอาหารทานเล่นอย่างกระท้อนเสวย ที่ตัดรสด้วยหมูฝอย ส้มฉุน และหอมแดงเจียว จากนั้นรับประทานข้าวแช่ในน้ำผสมดอกมะลิ เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงรสโอชาอย่าง ลูกกะปิ พริกหยวกสอดไส้ หอมแดงยัดไส้ปลา หมูฝอย ปลายี่สนผักหวาน ไชโป๊ผัด อัญชันยัดไส้กุ้ง ไข่เค็ม และผักสดแนม โดยเครื่องเคียงให้รับประทานสลับกับข้าวแช่เป็นคำๆ เพื่อเติมเต็มประสบการณ์การรับประทานข้าวแช่แบบดั้งเดิม ตามด้วยน้ำแตงโมมะนาวคั้นสดเพื่อเพิ่มความสดชื่นและเสริมรสชาติให้ดียิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ทางห้องอาหารยังมีบริการอาหารไทยแบบออลเดย์ไดนิ่ง อาทิ ปลาหมึกยัดไส้ทอดกระเทียม, แกงคั่วเนื้อปู กุ้งทะเล ใบชะคราม, ยำเนื้อย่างขมิ้นขาวมะเขือเปาะ พร้อมของหวานให้เลือกอีกมากมาย อาทิ ขนมปังปิ้งสังขยาใบเตย, ว่านหางจระเข้เชื่อมน้ำอัญชัน และก่อนกลับยังสามารถเลือกเบเกอรี่หอมกรุ่นหิ้วติดไม้ติดมือไปเป็นของฝากให้คนที่รักได้อีกด้วย

ตามมาชิมอาหารไทย ขนมหวาน เบเกอรี่ และลิ้มรสข้าวแช่เลิศรสได้ทุกวัน ที่ห้องอาหารสยาม ที รูม สำหรับเมนูข้าวแช่มีให้บริการแล้ววันนี้ – 31 พฤษภาคม 2565 เวลา 11:30 – 16:30 น. หรือสั่งกลับบ้านในราคาชุดละ 590++ บาท สมาชิกแมริออท บอนวอย และคลับแมริออท รับส่วนลดตามสิทธิ์หน้าบัตร

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่ง โทร. 02 059 5999

อีเมล restaurant-reservations.bkkqp@marriotthotels.com

เว็บไซต์: www.bangkokmarriottmarquisqueenspark.com

เฟซบุ๊ก: https://www.facebook.com/siamtearoom 

ไลน์: @siamtearoom

หนีร้อนมาพึ่ง ‘น้ำ’ @สยามอะเมซิ่งพาร์ค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/680599

วันที่ 13 เม.ย. 2565 เวลา 11:58 น.หนีร้อนมาพึ่ง 'น้ำ' @สยามอะเมซิ่งพาร์ค

เมษาหน้าร้อน ชวนลดองศาความฮอตพร้อมเที่ยวสนุกยุค New Normal ที่สยามอะเมซิ่งพาร์ค

เปลี่ยนการพักผ่อนแบบชิลๆ แล้วไปสร้างรอยยิ้มฟังเสียงหัวเราะด้วยการท่องเที่ยวสุดอะเมซิ่งที่ สยามอะเมซิ่งพาร์ค เต็มอิ่มไปกับสวนน้ำสวนสนุกระดับโลกที่จะปลุกความเป็นนักผจญภัยในตัวคุณ รับรองว่าประทับใจกันทั้งครอบครัวในทุกโซนความมันส์!! ที่ฟิน! และฟัน! กันได้ทุกคน

WATER WORLD สัมผัสกับท้องทะเลในฝันได้ที่ใจกลางกรุงเทพมหานคร กับทะเลเทียมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยขนาด 13,600 ตารางเมตร รับรองโดยกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ดส สนุกสุดเหวี่ยงไปกับทะเลน้ำจืดและคลื่นยักษ์ที่สร้างจากฝีมือมนุษย์ที่ให้ความรู้สึกเหมือนผ่อนคลายท่ามกลางธรรมชาติอันบริสุทธิ์

XTREME WORLD โซนท้าทายความมันส์ครั้งสำคัญสำหรับทุกท่านที่รักความท้าท้าย กับเครื่องเล่นใหญ่ยักษ์ หลากหลายและครบสมบูรณ์ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รับรองความมันส์และความปลอดภัยของทุกเครื่องเล่นซึ่งจากบริษัทผู้ผลิตเครื่องเล่นชั้นนำระดับโลก โซน สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความหวาดเสียว ตื่นเต้นระทึกใจ และประสบการณ์ที่ไม่อาจลืม ที่จะช่วยกระตุ้นอะดรีนาลีนในตัวคุณให้พลุ่งพล่านจนคุณต้องกรีดร้องออกมาสุดเสียง

ADVENTURE WORLD แอดเวนเจอร์เวิลด์เป็นอีกหนึ่งโซนเครี่องเล่นที่การันตีถึงความสนุกสุดเหวี่ยงจากบรรดาเครื่องเล่นสุดมันส์ ท่านไม่ควรพลาดดินแดนแห่งเครื่องเล่นทั้ง 8 ชนิดนี้ ที่จะช่วยเติมเต็มสีสันแห่งความสุขและสร้างความประทับใจให้คุณได้จดจำแบบไม่รู้ลืม

FAMILY WORLD เติมเต็มทุกความสุข สนุกกับเครื่องเล่นหลากหลายชนิดที่สามารถใช้บริการพร้อมกันได้ทั้งครอบครัว ประทับใจกับความบันเทิงสุดคุ้มค่า ที่มาพร้อมความรู้ในสวนสาระอันกว้างใหญ่ นอกจากจะได้สนุกสนานไปกับเครื่องเล่นต่างๆ แล้ว ทุกกิจกรรมในโซนนี้ยังเสริมสร้างทักษะและความรู้ให้เด็กๆ ได้เป็นอย่างดี ให้วันหยุดเป็นวันพิเศษ สนุกสนาน ตื่นเต้นกันทั้งครอบครัว เล่นเพลินกันได้ทั้งวัน

SMALL WORLD โซนโปรดปรานสำหรับคุณหนูๆ ตัวน้อย ครบครันไปด้วยเครื่องเล่นหลากหลายประเภทกระตุ้นพัฒนาการเด็กอย่างเต็มศักยภาพ ให้เด็กๆ ได้สนุกสนานในบ้านบอล ทดลองขับมอเตอร์ไซค์วิบาก เรือหงส์ เรือหรรษาลอยน้ำ แล่นขึ้นลงกับเครื่องบินประจัญบานเล็กลอยเหินล่องกลางอากาศ เพิ่มการเรียนรู้สำหรับเด็กๆ เติมเต็มจินตนาการและการผจญภัย อีกทั้งยังได้ทำความรู้จักสนุกสนานกับเพื่อนใหม่ๆ อีกด้วย

อัลบั้มภาพ สยามอะเมซิ่งพาร์ค

ตามไปพบกับความสนุกสนานแบบนี้กันได้ที่ สยามอะเมซิ่งพาร์ค เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 10.00 – 18.00 น.

ดูโปรโมชั่นได้ที่ ราคาบัตรและโปรโมชั่น

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://www.siamamazingpark.com/ 

และเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/siamamazingpark/

ยังไม่ถอย! สีจิ้นผิงย้ำการยึดมั่นนโยบาย ‘โควิดเป็นศูนย์’ จะนำมาสู่ชัยชนะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/680673

วันที่ 14 เม.ย. 2565 เวลา 16:00 น.ยังไม่ถอย! สีจิ้นผิงย้ำการยึดมั่นนโยบาย ‘โควิดเป็นศูนย์’ จะนำมาสู่ชัยชนะ

แม้ประเทศอื่นๆ จะผ่อนคลายมาตรการสกัด Covid-19 กันแล้ว แต่ผู้นำจีนยืนยันจะยึดมั่นมาตรการ zero-Covid ต่อไป

Reuters รายงานว่า ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ของจีนเผยว่า จีนต้องยึดมั่นในนโยบายการกวาดล้าง Covid-19 ที่เข้มงวด เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดทั่วโลกยังน่าห่วง ทั้งยังยืนยันว่าการล็อกดาวน์จะนำมาสู่ชัยชนะในที่สุด

สีจิ้นผิงกล่าวระหว่างเดินทางเยือนมณฑลไห่หนาน หรือไหหลำว่า “เราต้องยืนหยัดในการให้ผู้คนอยู่เหนือสิ่งอื่นใด ชีวิตอยู่เหนือสิ่งอื่นใด…เราต้องยึดมั่นในความเที่ยงตรงของวิทยาศาสตร์ ในมาตรการ zero-Covid (โควิดเป็นศูนย์) ที่ทรงพลัง การระบาดทั่วโลกในปัจจุบันยังคงรุนแรงมาก และเราไม่สามารถผ่อนคลายการป้องกันและควบคุม ความอดทนคือชัยชนะ”

นโยบาย zero-Covid ที่เข้มงวดของจีนส่งผลให้ประชาชนหลายล้านคนต้องถูกล็อกดาวน์ ทั้งยังมีผลกระทบเป็นวงกว้างต่อเศรษฐกิจจีน

ขณะนี้ศูนย์กลางการแพร่ระบาดของจีนอยู่ในเมืองเซี่ยงไฮ้ซึ่งเป็นศูนย์กลางด้านการเงิน โดยประชาชนราว 25 ล้านคนอยู่ภายใต้คำสั่งล็อกดาวน์

วันนี้ทางการเซี่ยงไฮ้เผยว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อแบบไม่แสดงอาการรายวันเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 25,146 ราย ส่วนติดเชื้อแบบแสดงอาการอยู่ที่ 2,573 รายจาก 1,189 รายในวันก่อนหน้า

ด้านศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของจีนเผยแพร่คำแนะนำในการกักตัวอยู่ที่บ้านในเพจโซเชียลมีเดียวานนี้ โดยประกาศดังกล่าวเพิ่มความหวังให้ชาวจีนว่าอาจมีการผ่อนคลายมาตรการกักตัวในศูนย์กักตัวของทางการ ที่กำหนดให้ผู้ที่ไม่แสดงอาการหรือมีอาการเล็กน้อยต้องเข้ากักตัวด้วย

ขณะที่เจ้าหน้าที่ในเซี่ยงไฮ้ยังไม่ส่งสัญญาณการเปลี่ยนยุทธศาสตร์รับมือการระบาด

เจ้าหน้าที่รายหนึ่งเผยว่าที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อในเซี่ยงไฮ้ยังพุ่งขึ้นต่อเนื่องแม้จะมีการล็อกดาวน์แล้วส่วนหนึ่งเกิดจากผลการตรวจหาเชื้อที่คั่งค้างอยู่ และเป็นเพราะมีการแพร่เชื้อระหว่างคนในครอบครัว

Pool via REUTERS/Anthony Wallace

รัสเซียชี้โจมตีขบวนส่งอาวุธจากนาโตให้ยูเครนเป็นเรื่องชอบธรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/680658

วันที่ 14 เม.ย. 2565 เวลา 12:20 น.รัสเซียชี้โจมตีขบวนส่งอาวุธจากนาโตให้ยูเครนเป็นเรื่องชอบธรรม

รัสเซียขู่ตอบโต้การแทรกแซงของชาติตะวันตกและนาโตในยูเครนชี้เป็นเรื่องชอบธรรม

Russia Today รายงานว่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย เซอร์เก รีอับคอฟ (Sergey Ryabkov) เตือนว่า รัสเซียจะถือว่าขบวนขนส่งอาวุธยุทโธปกรณ์จากประเทศสมาชิกนาโต (NATO) มายังยูเครนเป็นเป้าหมายที่จะถูกโจมตีโดยชอบธรรมทันทีที่ขบวนดังกล่าวล่วงเข้ามาในเขตประเทศยูเครน

“เราขอเตือนว่าการขนส่งอาวุธของสหรัฐและนาโต้ข้ามเข้ามาในอาณาเขตยูเครนถือเป็นเป้าหมายที่จะถูกโจมตีโดยชอบธรรม” รีอับคอฟกล่าว

รีอับคอฟกล่าวว่า รัสเซียไม่สามารถติดต่อกับสหรัฐได้ตามปกติ เมื่อพิจารณาว่า “วอชิงตันไม่สะทกสะท้านในการสนับสนุนเจตนารมณ์ทางทหารของเคียฟ [และ] การจัดหาอาวุธสมัยใหม่” เข้ามาในยูเครนโดยสมาชิกนาโต และอธิบายต่อว่า ขณะนี้เป้าหมายของรัสเซียคือการทำให้สหรัฐและพันธมิตรเข้าใจอย่างชัดเจนว่ารัสเซียจะใช้วิธีการที่รุนแรงเพื่อตอบโต้ความพยายามสกัดกั้นกองทัพของรัสเซียในยูเครน

Russia Today ระบุว่า รัสเซียรักษาท่าทีดังกล่าวมาตลอดนับตั้งแต่ช่วงแรกของการทำสงครามยูเครน โดยสัปดาห์นี้กระทรวงกลาโหมรัสเซียรายงานว่ารัสเซียยิงขีปนาวุธทำลายระบบป้องกันภัยทางอากาศ S-300 จำนวน 4 ชุดที่ประเทศในยุโรปซึ่งยังไม่มีการระบุว่ามาจากประเทศใดบ้างส่งมาให้ยูเครน

Russia Today ระบุว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศดังกล่าวน่าจะมาจากสโลวะเกีย ซึ่งประกาศว่าบริจาค S-300 ให้ยูเครนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทว่านายกรัฐมนตรี เอดูอาร์ด เฮเกอร์ ของสโลวะเกียโต้กลับว่าข้อกล่าวอ้างของรัสเซียเป็นโฆษณาชวนเชื่อ

ในการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว TASS ของรัสเซีย รีอับคอฟเผยอีกว่า สหรัฐปฏิเสธโดยพฤตินัยที่จะให้คำตอบอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับห้องวิจัยอาวุธชีวภาพที่ได้รับทุนจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐในยูเครน และว่า การไม่ให้คำตอบที่เหมาะสมต่อคำถามที่ชอบธรรม “ยืนยันว่าความกังวลของเรามีมูล”

รีอับคอฟยังเผยว่า ความพยายามของสหรัฐจะสร้างความเสียหายให้กับรัสเซียผ่านการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจไม่สามารถบรรลุเป้าหมาย ตรงกันข้ามกับ “ความคาดหวังที่ว่ารัสเซียจะยอมจำนนตามที่ตะวันตกเชื่อ

รีอับคอฟชี้ว่า มาตรการคว่ำบาตรดังกล่าวส่งผลกระทบกับชาติตะวันตกและธุรกิจต่างๆ ด้วย และแม้ว่าการคว่ำบาตรจะชะลอการพัฒนาของรัสเซีย แต่ในระยะยาวจะไม่สามารถหยุดยั้งรัสเซียได้

วอชิงตัน “รู้สึกหงุดหงิดกับการให้ความสำคัญกับของเรากับการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการการันตีว่าเศรษฐกิจจะเดินหน้าอย่างยั่งยืนในสภาพแวดล้อมของแรงกดดันจากต่างประเทศที่ไม่เคยมีมาก่อน” รีอับคอฟกล่าว

REUTERS/Jiri Skacel

รัสเซียอ้างทหารยูเครนนับพันในมารีอูปอลยอมแพ้แล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/680651

วันที่ 14 เม.ย. 2565 เวลา 10:42 น.รัสเซียอ้างทหารยูเครนนับพันในมารีอูปอลยอมแพ้แล้ว

สื่อรัสเซียเผยแพร่ภาพทหารยูเครนในเมืองมารีอูปอลกว่า 1,000 นายยอมวางอาวุธ

Reuters รายงานว่า กระทรวงกลาโหมรัสเซียอ้างว่า ทหารยูเครน 1,026 นายจากกองพันนาวิกโยธินที่ 36 รวมทั้งเจ้าหน้าที่ 162 รายในเมืองมารีอูปอลประกาศยกธงขาวยอมแพ้ต่อรัสเซียแล้ว

“ในเมืองมารีอูปอล ใกล้กับบริษัท Ilyich Iron and Steel Works ทหารยูเครน 1,026 นายจากกองพันนาวิกโยธินที่ 36 ได้วางอาวุธยอมแพ้โดยสมัครใจ อันเป็นผลมาจากความสำเร็จของปฏิบัติการของกองทัพรัสเซียและกองกำลังติดอาวุธของสาธารณรัฐประชาชนโดเนตสก์” แถลงการณ์ของกระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุ

สถานีโทรทัศน์ของรัสเซียเผยแพร่ภาพที่อ้างว่าเป็นทหารยูเครนที่ยอมแพ้ โดยในคลิปผู้ชายที่สวมเครื่องแบบทหารซึ่งไม่มีอาวุธ ชูมือเหนือศีรษะยอมแพ้กำลังเดินไปหาทหารที่ถือปืนไรเฟิงคุมเชิงอยู่

อีกคลิปหนึ่งนาวิกโยธิน 4 นายเดินออกมาจากโรงงานอุตสาหกรรมที่ได้รับความเสียหายโดยช่วยกันแบกผู้บาดเจ็บรายหนึ่งที่นอนอยู่บนเปลหาม และหนึ่งใน 4 นายถือธงขาวซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการยอมแพ้ โดยผู้บาดเจ็บถูกแยกขึ้นรถบัสสีเหลือง

ด้าน โอเล็กซานเดอร์ โมตุซยานิค โฆษกกระทรวงกลาโหมยูเครนเผยว่า ยังไม่ได้รับข้อมูลว่าทหารยูเครนยอมแพ้ตามที่รัสเซียกล่าวอ้าง

ทั้งนี้ เมืองมารีอูปอลซึ่งเป็นเมืองท่าหลักในทะเลอะซอฟถือเป็นเป้าหมายหลักของรัสเซีย หากถูกยึดเมืองนี้จะเป็นเมืองสำคัญเมืองแรกของยูเครนที่ตกอยู่ในมือรัสเซียนับตั้งแต่เปิดฉากสงคราม

การยึดเมืองมารีอูปอลจะช่วยเชื่อมต่อเส้นทางทางบกของรัสเซียระหว่างภูมิภาคดอนบัสและภูมิภาคไครเมียซึ่งรัสเซียผนวกเป็นดินแดนของตัวเองเมื่อปี 2014

RURTR/via Reuters TV/Handout via REUTERS

ทำไมฟินแลนด์รอดเงื้อมมือรัสเซียและเป็นกลางได้? (แต่หลังจากนี้จะไม่เป็นอีกแล้ว)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/680631

วันที่ 13 เม.ย. 2565 เวลา 19:24 น.ทำไมฟินแลนด์รอดเงื้อมมือรัสเซียและเป็นกลางได้? (แต่หลังจากนี้จะไม่เป็นอีกแล้ว)

ฟินแลนด์กำลังพิจารณายุติสถานะเป็นกลางด้านการทหารที่ธำรงมาได้นานหลายทศวรรษ และกำลังจะพิจารณาเป็นสมาชิกของนาโต โดยชี้ว่าการรุกรานยูเครนทำให้ฟินแลนด์ต้องเปลี่ยนท่าทีไปตลอดกาล

1. สิ่งที่ทำให้ฟินแลนด์รักษาเอกราชมาได้แทนที่จะถูกผนวกโดยสหภาพโซเวียต/รัสเซีย คือหลักการที่เรียกว่า “การทำให้เป็นฟินแลนด์” (Finlandization) ซึ่งทุกวันนี้หมายถึงการที่ประเทศที่มีอำนาจประเทศหนึ่งทำให้ประเทศเพื่อนบ้านที่มีขนาดเล็กกว่าละเว้นจากการต่อต้านหลักการนโยบายต่างประเทศของประเทศใหญ่ ส่วนประเทศใหญ่ก็จะปล่อยให้ประเทศเล็กที่ไม่ทำตัวเป็นศัตรูกับตนรักษาความเป็นอิสระเล็กน้อยและระบบการเมืองของตนเองเอาไว้ได้

2. Finlandization เกิดขึ้นจากการใช้อิทธิพลของสหภาพโซเวียตที่มีต่อนโยบายของฟินแลนด์ในช่วงสงครามเย็น ก่อนหน้านั้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 สหภาพโซเวียตแม้ว่าจะทำข้อตกลงกับนาซีเยอรมันแต่ก็ระแวงว่านาซีจะเป็นศัตรูกับสหภาพโซเวียตเช่นกัน และมองว่าฟินแลนด์คือจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่ต้องยึดกุมไว้เพื่อต้านทานการบุกของนาซีที่อาจเกิดขึ้นได้ สหภาพโซเวียตจึงต่อรองของพื้นที่จากฟินแลนด์ แต่ตกลงกันยังไม่ได้ สหภาพโซเวียตก็รุกรานฟินแลนด์เสียก่อนเรียกว่า “สงครามฤดูหนาว” ซึ่งฟินแลนด์สามารถต้านทานได้อย่างเหลือเชื่อ

3. แต่หลังจากนั้นนาซีเยอรมันรุกรานสหภาพโซเวียตในที่สุด แต่ทว่าต้องพ่ายแพ้กลับไป กอปรกับสหภาพโซเวียตกลายเป็นพันธมิตรกับชาติตะวันตกแล้ว ฟินแลนด์ที่ต้องถ่วงดุลมหาอำนาจทุกฝ่ายอย่างยากลำบาก แม้จะต้านสหภาพโซเวียตเอาไว้ได้ ก็เริ่มคิดว่าตนเองเริ่มอยู่ตามลำพังไม่มีมหาอำนาจไหนมาช่วย จึงเริ่มคิดหาแนวนโยบายใหม่ที่จะทำให้ตนรักษาเอกราชเอาไว้ได้ เพราะเพื่อนบ้านรอบๆ ตัวหากไม่ถูกสหภาพโซเวียตผนวกไป (เช่น เอสโตเนีย ลัทเวีย และลิทัวเนีย) ก็ตกอยู่ใต้อิทธิพลอำนาจของสหภาพโซเวียต (เช่น โปแลนด์)

4. หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลงไม่นาน ฟินแลนด์จึงใช้หลักการนโยบายต่างประเทศที่เรียกว่า “หลักกการพาอาซิคิวี-เคกโคเนน  (Paasikivi–Kekkonen doctrine) ตามชื่อของประธานาธิบดียูโฮ คุสติ พาอาซิคิวี (Juho Kusti Paasikivi) แห่งฟินแลนด์ และผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากเขา คือ ประธานาธิบดีอูร์โฮ  เคกโคเนน (Urho Kekkonen) หลักการนี้มุ่งเป้าไปที่ความอยู่รอดของฟินแลนด์ในฐานะประเทศอิสระที่ปกครองโดยมีอธิปไตยโดยสมบูรณ์ และใช้ระบอบประชาธิปไตยและทุนนิยมแม้จะตั้งอยู่ประชิดกับสหภาพโซเวียต 

5. แม้จะต้านทานการรุกรานได้ แต่เพื่อรักษาเอกราชเอาไว้จากการถูกรุกรานเต็มที่ ฟินแลนด์ต้องยอมตกลงกับสหภาพโซเวียต โดยยกพื้นที่เกือบ 10% ของอาณาเขตของตนรวมถึงเมืองวิอิพูริ เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของฟินแลนด์ ให้สหภาพโซเวียต จ่ายเงินจำนวนมาก การชดใช้ค่าเสียหายจากสงครามแก่สหภาพโซเวียต ดังนั้น เพื่อรักษาสถานะของตัวเองหลังสงครามให้มั่นคงยิ่งขึ้น ฟินแลนด์จึงต้องทำข้อตกลงกับสหภาพโซเวียตให้ชัดเจนกันอีกครั้ง

6. ฟินแลนด์และสหภาพโซเวียตได้ลงนามในสนธิสัญญาสันติภาพปารีสในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2490 เนื้อหาคือ 

  • การจำกัดขนาดของกองกำลังป้องกันประเทศฟินแลนด์
  • ยกพื้นที่เพตซาโม บนชายฝั่งอาร์กติกให้เป็นของสหภาพโซเวียต
  • การปล่อยเช่าคาบสมุทรพอร์กกาคา นอกกรุงเฮลซิงกิให้กับโซเวียตเพื่อใช้เป็นฐานทัพเรือเป็นเวลา 50 ปี (ต่อมาคืนก่อนกำหนด)
  • การให้สหภาพโซเวียตเดินทางขนส่งโดยเสรีในพื้นที่นี้ไปยังทั่วอาณาเขตของฟินแลนด์
  • และการชดใช้ค่าเสียหายจากสงครามให้กับสหภาพโซเวียตเป็นเงิน 300 ล้านดอลลาร์ทองคำ

7. ต่อมา ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2491 ฟินแลนด์ได้ลงนามในข้อตกลงมิตรภาพ “ความร่วมมือและความช่วยเหลือซึ่งกันและกันกับสหภาพโซเวียต” ภายใต้ข้อตกลงช่วยเหลือซึ่งกันและกันนี้ ฟินแลนด์มีพันธะที่จะต้องต่อต้านการโจมตีด้วยอาวุธโดย “เยอรมนีหรือพันธมิตร” (หมายถึงนาโต) ต่อฟินแลนด์หรือต่อสหภาพโซเวียตผ่านทางฟินแลนด์ (และหากจำเป็นฟินแลนด์ต้องรับความช่วยเหลือจากสหภาพโซเวียต)

8. ข้อตกลงนี้ แลกกับการที่สหภาพโซเวียตยอมรับความปรารถนาของฟินแลนด์ที่จะอยู่นอกเหนือความขัดแย้งระหว่างมหาอำนาจต่างๆ ข้อตกลงนี้ได้รับการต่ออายุเป็นเวลา 20 ปีในปี พ.ศ. 2498 ในปี พ.ศ. 2513 และอีกครั้งในปี พ.ศ. 2526 ทำให้ฟินแลนด์สามารถรักษาเอกราชในกิจการภายในได้ เช่น ระบบรัฐสภาหลายพรรค และไม่เข้าร่วมกลุ่มยุโรปตะวันออก (ภายใต้อิทธิพลโซเวียต) และห้ามเข้าร่วมนาโตหรือร่วมเป็นพันธมิตรอื่นๆ อย่างเปิดเผยกับตะวันตก และนโยบายต่างประเทศของฟินแลนด์มักถูกจำกัดด้วย

9. แม้จะมีข้อตกลงพวกนี้ แต่กองทัพโซเวียตมีหน่วยเฉพาะที่จะใช้เตรียมพร้อมที่จะบุกเฮลซิงกิ เมืองหลวงของฟินแลนด์จากทาลลินน์ เมืองหลวงของเอสโตเนีย (ในขณะนั้นเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต) ในกรณีที่เกิดสงคราม แผนซึ่งมีการอัปเดตตลอดนี้ ถูกทิ้งไปหลังการถอนทหารโซเวียตออกจากเอสโตเนีย หลังจากที่เอสโตเนียได้รับเอกราชในปี 2534

10. หลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียต ฟินแลนด์ก็ยังพยายามรักษา “ความเป็นกลาง” เอาไว้อย่างเข้มงวด จนถึงช่วงที่รัสเซียเริ่มที่ผงวดขึ้นมาอีกครั้งหลังการมีอำนาจของวลาดิมีร์ ปูติน ฟินแลนด์ก็ยังไม่เข้าเป็นส่วนหนึ่งของนาโต ทั้งๆ ที่นาโตใช้นโยบาย “รุกตะวันออก” เพื่อเก็บเกี่ยวสมาชิกใหม่ซึ่งเป็นประเทศใกล้เคียงฟินแลนด์ที่เคยถูกสหภาพโซเวียตผนวกไป (เช่น เอสโตเนีย ลัทเวีย และลิทัวเนีย) หรือที่อยู่ใต้อิทธิพลอำนาจของสหภาพโซเวียต (เช่น โปแลนด์)

11. ฟินแลนด์รักษาสถานะ Finlandization อย่างมั่นคง จนกระทั่งรัสเซียแทรกแซงยูเครนครั้งแรกและตามด้วยการเพิ่มกำลังรายล้อมยูเครนในปี พ.ศ. 2564 ทำให้ฟินแลนด์เริ่มที่จะแสดงท่าทีใหม่ แต่ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2564 กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียได้กดดันฟินแลนด์ (รวมถึงสวีเดนที่ยังไม่เป็นสมาชิกนาโต) ให้ละเว้นจากการเข้าร่วมนาโต รัสเซียอ้างว่าการที่นาโตเชิญทั้งสองประเทศเข้าร่วมกลุ่มอย่างไม่ลดละ จะมีผลกระทบทางการเมืองและการทหารที่สำคัญ ซึ่งจะคุกคามเสถียรภาพในภูมิภาคนอร์ดิก นอกจากนี้ รัสเซียมองว่าการรวมฟินแลนด์เป็นสมาชิกนาโต เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติของรัสเซีย เนื่องจากสหรัฐฯ มีแนวโน้มว่าจะสามารถปรับใช้ยุทโธปกรณ์ทางทหารในฟินแลนด์ได้หากฟินแลนด์เข้าร่วมนาโต

12. อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2565 ประธานาธิบดี เซาลี นีนิสเตอ (Sauli Niinistö) ของฟินแลนด์ได้ยืนยันอำนาจอธิปไตยของฟินแลนด์อีกครั้งโดยระบุว่ารัฐบาลฟินแลนด์สงวนสิทธิ์ในการสมัครสมาชิกนาโต นอกจากนี้ นีนิสเตอ ยังกล่าวว่า ข้อเรียกร้องของรัสเซียคุกคาม “ระเบียบความมั่นคงของยุโรป” นอกจากนี้ เขาเชื่อว่าจำเป็นต้องมีความร่วมมือข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกเพื่อรักษาอำนาจอธิปไตยและความมั่นคงของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปบางประเทศ รวมทั้งฟินแลนด์ หลังการรุกรานยูเครนของรัสเซียในปี 2022 การสนับสนุนจากชาวฟินแลนด์ในการเป็นสมาชิกนาโตก็เพิ่มขึ้น

13. ณ วันที่ 13 เมษายน 2565 Reuters รายงานว่านายกรัฐมนตรีซานนา มาริน แห่งฟินแลนด์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวในกรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดนว่าฟินแลนด์จะตัดสินใจว่าจะสมัครเข้าร่วมกลุ่มพันธมิตรนาโต 30 ประเทศในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าหรือไม่ โดยกล่าวว่า “มีมุมมองที่แตกต่างกันในการสมัครสมาชิกนาโต หรือไม่ควรสมัคร และเราต้องวิเคราะห์สิ่งเหล่านี้อย่างระมัดระวัง”

รายงานโดย ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์