สมเด็จพระสังฆราชบำเพ็ญกุศลน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณร.9 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/dhamma/635365

วันที่ 13 ต.ค. 2563 เวลา 14:33 น.สมเด็จพระสังฆราชบำเพ็ญกุศลน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณร.9สมเด็จพระสังฆราชเป็นประธานสงฆ์นำประชาชนบำเพ็ญกุศลเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณในหลวงรัชกาลที่ 9 พร้อมรับผ้าป่าสมทบทุน “โครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย”ตามพระราชดำริ

เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จลงพระอุโบสถวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ทรงเป็นประธานสงฆ์รับผ้าป่าสมทบทุน “โครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย” ตามพระราชดำริใน พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

โอกาสนี้ทรงมีพระดำรัสความว่า “ตลอดระยะเวลา 70 ปี แห่งการครองราชย์ ตั้งแต่พุทธศักราช 2489 ตราบจนกระทั่งเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พุทธศักราช 2559 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้ทรงดำรงมั่นอยู่ในทศพิธราชธรรม และทรงยึดมั่นในพระปฐมบรมราชโองการ “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” อีกทั้งทรงพระวิริยะ อุตสาหะปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่นานัปการ หยาดพระเสโทอันเกิดจากการที่พระองค์ทรงทุ่มเทพระวรกายเพื่อประชาชน เปรียบเสมือนหยาดน้ำทิพย์ที่ชโลมผืนแผ่นดินและจิตใจของพสกนิกรให้ได้รับความร่มเย็น ตลอดจนทุกคราที่ชาติบ้านเมืองประสบความทุกข์ยากจากวิกฤตภัยต่างๆ พระองค์ได้ทรงพระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์ และพระราชทานแนวทางเพื่อคลี่คลายขจัดปัญหาให้ผ่านพ้นไปด้วยดี นำความผาสุกมาสู่ประเทศและอาณาประชาราษฎร์โดยถ้วนหน้า”

ทั้งนี้ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และประธานชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน นำคณะผู้บริหารข้าราชการกรมการพัฒนาชุมชน ร่วมทอดผ้าป่าการศึกษาสมทบทุน “โครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย” และทำบุญใส่บาตรพระภิกษุ 50 รูปร่วมกับประชาชนจำนวนมากณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม

นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่ทรงมีต่อเหล่าปวงชนชาวไทย ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหมดจะขอสืบสานพระราชปณิธานด้วยการ “ปฏิบัติบูชา” ตามคำพ่อสอน ด้วยความจงรักภักดี จะยึดมั่นในการปฏิบัติดี รักษาชาติบ้านเมือง และสร้างสรรค์คุณประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาขน สนองพระมหากรุณาธิคุณตลอดไป และ ตลอดทั้งเดือนตุลาคมนี้ กรมการพัฒนาชุมชนขอเชิญชวนให้ข้าราชการกรมการพัฒนาชุมชนร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนและพี่น้องประชาชนร่วมกันจัดกิจกรรมจิตอาสาต่างๆ ตามความเหมาะสม เพื่อเป็นปฏิบัติบูชาถวายแด่พ่อของแผ่นดิน

หุ่นพยนต์ อ.ลอย โพธิ์เงิน วัดสุวรรณ จ.พระนครศรีอยุธยา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/dhamma/635255

วันที่ 11 ต.ค. 2563 เวลา 21:58 น.หุ่นพยนต์ อ.ลอย โพธิ์เงิน วัดสุวรรณ จ.พระนครศรีอยุธยาโดย…อาจารย์ชวินทร์ chavintapoti@gmail.com       

*******************************

วันนี้มาชมเครื่องรางอีกแบบหนึ่งซึ่งเป็นที่นิยมกันมากเช่นกันนั่นคือหุ่นพยนต์ เป็นการจัดสร้างหุ่นจำลองรูปคนโดยครูบาอาจารย์ผู้มีวิชาอาคม และยังถือได้ว่าเป็นเครื่องรางหุ่นพยนต์อันดับต้นของวงการเครื่องรางในทุกวันนี้ มาชมหุ่นพยนต์ของ อาจารย์ลอย โพธิ์เงิน วัดสุวรรณ อยุธยากันครับ

การสร้างหุ่นพยนต์นั้นเป็นความเชื่อในทางไสยศาสตร์มาแต่โบราณวัสดุที่ใช้ในการสร้างมีหลายชนิดเช่น ก้านใบลาน หญ้าแพรก ไม้ไผ่ และขี้ผึ้งมาปั้นเป็นหุ่น เป็นต้น

หุ่นพยนต์ตนนี้ผ่านการชุบรักมา มีร่องรอยผ่านการใช้งาน ผ่านการสัมผัสมา ปรากฏความเก่าของน้ำรักที่แห้งแบบมีเสน่ห์ ว่าเก่าถึงยุคท่านแน่นอนครับ

อาจมีคำถามว่า หุ่นพยนต์ส่วนใหญ่ของอาจารย์ลอย มักจะไม่มีการชุบรัก เพราะเมื่อท่านสร้างแล้วก็จะใส่กรอบพลาสติคให้ แต่สำหรับองค์นี้น่าเชื่อได้ว่าเป็นการสร้างในยุคแรกของท่าน เจ้าของคงนำมาชุบรักเพื่อรักษาหุ่นไว้ กลับกลายเป็นจุดพิจารณาอย่างหนึ่งว่าน้ำรักนั้นเก่าได้อายุการสร้างครับ

ด้านโครงสร้างของหุ่น เส้นลานที่นำมาสานเป็นหุ่นมีความเสมอกัน ทั้งในส่วนของแนวตั้งและในส่วนของแนวนอนเส้นลานที่นำมาสานก็มีขนาดเท่ากัน มีความกลมมนน่ารัก ด้านลำตัวของหุ่นก็มี 6 ปล้องตามแบบมาตรฐานหุ่นยนต์อาจารย์ลอยครับ

มีบันทึกถึงวิธีการสร้างหุ่นพยนต์โดยสรุปจาก อาจารย์มโนมัย อัศวธีระนันท์ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญพระเครื่องกรุงเก่าและท่านมีรูปหุ่นพยนต์ของอาจารย์ลอย ที่ถ่ายเก็บเอาไว้มากที่สุดว่า หุ่นพยนต์อาจารย์ลอย น่าจะจัดสร้างจากก้านลาน เพราะมีความเหนียวมีความยืดหยุ่นสูง เป็นคุณลักษณะของก้านลานที่ว่า หากมีรอยปริแตกก็จะแตกออกเป็นเส้นแยกออกไปไม่ได้เป็นขุย และมีขนาดเล็กเหมาะที่จะผูกทำหุ่นมากกว่าไม้ไผ่ที่ต้องมานั่งเหลา  อีกทั้งหุ่นบางตัวจะมีการต่อเส้นหรือขึ้นเส้นใหม่แสดงว่าวัสดุที่นำมาใช้มีความยาวจำกัด

การนำก้านลานมาสาน เริ่มจากเจาะแผ่นสังกะสี หรือฝากระป๋องนมให้เป็นรู และสอดวัสดุเข้าไป ดึงรูดออกมาให้คมของรูกระป๋องนมหรือสังกะสี รูดบังคับให้ไม้หรือก้านลานมีขนาดเท่ากันทั้งเส้น เมื่อนำก้านลานที่ผ่านกรรมวิธี รูดผ่านรูสังกะสีที่ว่านี้มาสานเป็นหุ่น แนวสานตามขวางทุก ๆ แนวต้องมีขนาดเท่ากันทั้งเส้น วัสดุที่ผ่านการรูดนี้ จะมีลักษณะมนน้อย ๆ เทียบให้เห็นภาพก็คือลักษณะเหมือนหลอดกาแฟผ่าครึ่ง เนื่องจากถูกขอบรูสังกะสีลบคมทั้งสองด้าน มองดูก็จะรู้สึกถึงความเหนียวแน่นได้ชัดเจน

ความกว้างของไม้ที่สานตามแนวนอนและแนวตั้งต้องมีสันฐานเท่ากัน ตรงนี้สำคัญมากเหตุเพราะเมื่อดึงผ่านรูสังกะสี จึงมีสันฐานเท่ากัน หากใช้เหลาแบบเก๊บางสำนักทำออกมา ก็จะเห็นว่าบางแถวแคบบางแถวกว้าง ทั้งนี้แนวตั้งกับแนวขวางไม่จำเป็นต้องเท่ากันเพราะใช้ไม้คนละเส้นกัน ของเก๊โดยมากมักนำไม้ไผ่มาเหลา ๆ ขอบคมเป็นสันไม่โค้งมน

ศิลปของหุ่นพยนต์จะมีหลายยุค แต่รูปแบบจะใกล้เคียงกันมาก รูปแบบของหุ่นลักษณะจากหัวไหล่ที่คอดและค่อย ๆ บานออกตรงส่วนหัว และส่วนหัวจะมีลักษณะแบบหัวหมุด ซึ่งแบบนี้จะพบมากที่สุดและเป็นมาตรฐานทางศิลปของหุ่นพยนต์ อ.ลอย

ส่วนลำตัวแนวตั้งซึ่งเป็นโครง แต่ละโครงจะเว้นช่องไฟไว้พอประมาณ หุ่นตัวนึงส่วนใหญ่ที่พบมักจะมีโครงแนวตั้งนี้อยู่ด้วยกัน 6 แถว แต่ละแถวมักจะประกอบไม้สองเส้นแทบทุกตัว และแนวนอนจะเป็นไม้เส้นเดียวสานไขว้หุ้มส่วนที่เป็นโครงเอาไว้ ทั้งนี้แนวตั้งกับแนวขวางไม่จำเป็นต้องมีความกว้างของไม้เท่ากันเพราะใช้ไม้คนละเส้นกัน

การสานหุ้มโครงลักษณะนี้ ทำให้ลำตัวของหุ่นพยนต์ มีลักษณะเป็นปล้อง ๆ มักจะมีอยู่หกปล้องล้อมโครงหุ่น เป็นทรงกระบอกตั้งแต่ส่วนหัวลงมา ส่วนแขนต่อออกมาจากใต้คอ ไม้มักจะมีขนาดเท่ากับส่วนโครง จะมีอยู่ด้วยกันสามซี่สานแบบถักเปีย บางตัวจะใช้ไม้สองเส้นรวมกันเป็นหนึ่งซี่ ส่วนขาเช่นเดียวกับส่วนแขนคือมีสามซี่ แต่เท่าที่พบโดยมาก แต่ละซี่จะมีสองเส้น อาจจะเจตนาให้ส่วนขามีสัดส่วนใหญ่กว่าส่วนแขนถักไขว้เป็นเปียเช่นกัน

ด้านพุทธคุณของหุ่นพยนต์นั้น ดีทางด้านเมตตามหานิยม ค้าขายร่ำรวย ขอสิ่งใดก็มักจะได้สมตามความปรารถนาเสมอ เหมือนมีเพื่อนคู่คิด มิตรคู่กายดีที่คอยคุ้มครองเรา ที่สำคัญคือควรจะทำบุญกรวดน้ำให้แก่หุ่นพยนต์ที่เราใช้อยู่เป็นประจำ มีข้อห้ามคืองดถวายเหล้ายาอย่างเด็ดขาด

สำหรับบางคนที่ไม่ได้เชิญหุ่นพยนต์ติดตัวขึ้นคอ ก็สามารถวางบนพานพุ่ม ถวายน้ำ ถวายบุหรี่ เวลาจะกินข้าวก็เรียกให้หุ่นพยนต์มากินด้วยกัน เท่านั้นก็พอ

พิธีมงคลในโอกาสครบรอบ 24 ปี เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/dhamma/635129

วันที่ 09 ต.ค. 2563 เวลา 21:11 น.พิธีมงคลในโอกาสครบรอบ 24 ปี เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯซีพี ออลล์ จัดโครงการ”เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ” ครบรอบ 24 ปีนิมนต์พระเทพปฏิภาณวาทีมาเจริญพระพุทธมนต์ ตามนโยบาย มุ่งส่งเสริมการศึกษา พัฒนาคุณธรรม – จริยธรรม

“พุทธปัญญาชมรม” โดย บมจ. ซีพี ออลล์ ผู้บริหารออลล์ ออนไลน์ และเซเว่น อีเลฟเว่น จัดพิธีมงคล ในโอกาสครบรอบ 24 ปี เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ นิมนต์พระสงฆ์จากวัดสุทัศน์เจริญพระพุทธมนต์ เสริมมงคล ให้พนักงานและประชาชน และเปิดโอกาสให้ทุกคนได้ร่วมทำบุญทอดกฐิน 4 ภาค 4 วัด ณ อาคารซี.พี. ทาวเวอร์ ถนนสีลม ตามนโยบาย มุ่งส่งเสริมการศึกษา พัฒนาคุณธรรม – จริยธรรมตามหลักพระพุทธศาสนาสู่ชุมชนและสังคม ตามปณิธาน “ร่วมสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสให้ทุกคน”

นายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บมจ. ซีพี ออลล์ ผู้บริหารออลล์ ออนไลน์ และเซเว่น อีเลฟเว่น เปิดเผยว่า ในโอกาสครบรอบ 24 ปี ของโครงการ “เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ” ซีพี ออลล์ได้จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ โดยนิมนต์ พระเทพปฏิภาณวาที พร้อมด้วยพระสงฆ์จากวัดสุทัศนเทพวรารามร่วมเจริญพระพุทธมนต์

ด้าน นางปรางรัตน์ เกียรติทรงศักดิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บมจ.ซีพี ออลล์ และผู้ก่อตั้งโครงการ “เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ” กล่าวว่า โครงการเรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ จัดขึ้นทุกวันศุกร์ ณ อาคารซีพีทาวเวอร์ เป็นพิธีฉลองครบรอบ 24 ปี ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างมาก โดยปีอื่นๆ จะมีผู้เข้าร่วมงานกว่าพันคน แต่ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 ทำให้การจัดงานครั้งนี้จำเป็นต้องจำกัดผู้เข้าร่วมงานประมาณ 300 คน ผ่านการลงทะเบียนล่วงหน้า

“นอกจากนี้ในส่วนของกิจกรรมทำบุญทอดกฐิน 4 ภาค 4 วัด ก็ได้รับการตอบรับที่ดีมากจากผู้ใจบุญทั้งหลาย ซึ่งทางบมจ.ซีพี ออลล์ จะนำเงินกฐินในครั้งนี้ ไปถวายวัดในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ ที่ยังไม่มีเจ้าภาพทอดกฐินด้วย เราควรเพิ่มบุญ เพิ่มกุศลให้กับตัวเราเอง ด้วยการสวดมนต์ไหว้พระ เจริญสมาธิ ภาวนา ฟังธรรมะบรรยาย เพิ่มพูนสติปัญญา และเชื่อว่าบุญกุศลจะช่วยเราในโอกาสต่อๆ ไปค่ะ ถ้าท่านใดว่างและสนใจ ทุกเที่ยงวันศุกร์ขอเชิญร่วมฟังการบรรยายธรรมร่วมกันได้นะคะ ณ อาคารซีพีทาวเวอร์ ชั้น 11 โดยสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าได้เลย” นางปรางรัตน์กล่าว

สำหรับ บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างอบอุ่น มีประชาชนและพนักงาน เข้าร่วมงานอย่างคึกคัก ซึ่งจัดในรูปแบบปกติใหม่ หรือ New Normal และยังเปิดโอกาสให้ทุกคนร่วมทำบุญทอดกฐิน 4 ภาค 4 วัด ซึ่งจัดขึ้นเป็นพิเศษ เพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสร่วมทำบุญครั้งใหญ่ โดยมีพุทธปัญญาชมรมเป็นสะพานบุญในครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม ตลอด 24 ปีที่ผ่านมา โครงการเรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ ได้จัดธรรมบรรยายทุกวันศุกร์อย่างต่อเนื่องกว่าพันครั้ง โดยในแต่ละเดือนจะนิมนต์พระอาจารย์ที่มีชื่อเสียงมาเทศนาธรรม บรรยาย 3 – 4 ครั้ง และฆราวาสที่มีชื่อเสียงมาแบ่งปันประสบการณ์ธรรมะ 1 ครั้ง ซึ่งมีประชาชนและพนักงานร่วมงานไม่ต่ำกว่าครั้งละ 300 คน เป็นเสมือนพื้นที่ให้ได้ร่วมกันทำบุญ และสร้างพื้นที่ธรรมะสำหรับคนเมือง ย่านสีลม สาทร และบริเวณใกล้เคียง ตลอดจนพนักงานได้ร่วมฟังธรรมบรรยาย ศึกษา และน้อมนำหลักธรรมไปปฏิบัติและประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

นอกจากโครงการดังกล่าวแล้ว ซีพี ออลล์ ยังมีการส่งเสริมการศึกษา พัฒนาคุณธรรมอีกหลายโครงการ อาทิ โครงการส่งเสริมการสอบธรรมศึกษาให้แก่พนักงาน เพื่อสนับสนุนให้พนักงานได้ศึกษาหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาพร้อม โดยได้ดำเนินโครงการมาจนถึง โครงการเรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ สัญจร “ธรรมสู่เยาวชน” เพื่อนำหลักธรรมทางพุทธศาสนาไปเผยแผ่สู่เยาวชนของชาติ เพื่อเป็นการบ่มเพาะเยาวชนให้เป็นทั้งคนเก่งและคนดีของสังคมไทยต่อไป

สำหรับ ผู้สนใจร่วมฟังธรรมบรรยายดี ๆ ในโครงการ “เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ” บุคคลทั่วไปสามารถลงทะเบียนเพื่อร่วมฟังธรรมบรรยายในรูปแบบ New Normal จำนวน 80 ที่นั่ง ลงทะเบียนผ่าน https://forms.gle/QFeQK7FnZWsnDCmE8 เพื่อสำรองที่นั่ง หรือติดตามรับชมผ่านระบบ live สด ทุกวันศุกร์ เวลา 12:00-13:30 น. ทางช่องทาง facebook fanpage CPALL และสามารถรับฟังย้อนหลังได้ที่ช่องทางเดียวกัน

การสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงบนฐานของคุณค่ามนุษย์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/636446

วันที่ 26 ต.ค. 2563 เวลา 06:33 น.การสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงบนฐานของคุณค่ามนุษย์โดย ภก.ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล สถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการ ศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคงยั่งยืน

เพราะโลกไม่เคยหยุดนิ่ง สร้างความไม่แน่นอนและความเสี่ยงในทุกกิจกรรมการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะในยุคศตวรรษที่ 21 ที่เป้าหมายขององค์กรคือ ความยั่งยืน และความยั่งยืนจะเป็นจริงได้ บุคลากรต้องเปลี่ยน จึงเกิดคำถามที่สำคัญว่า แล้วสถานการณ์ดังกล่าวนำไปสู่ความท้าทายอะไร แล้วทำไมต้องเปลี่ยน เราต้องเปลี่ยนอะไร และเราตระหนักดีว่า เราต้องการผู้นำการเปลี่ยนแปลง ถ้าเช่นนั้นแล้วภาวะผู้นำคืออะไร สำคัญอย่างไร ภาวะนี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไร เราจะสร้างภาวะนี้ขึ้นมาได้อย่างไร เพื่อนำองค์กรสู่ความยั่งยืนได้อย่างแท้จริง

ทำไมต้องเปลี่ยน

ก็เพราะโลกเปลี่ยนไม่แน่นอนซับซ้อนคลุมเครือเพราะเทคโนโลยีก้าวล้ำสมัยในอัตราเร่งแต่ก็ล้าสมัยชั่วข้ามคืนใครตามไม่ทันต้องถูกทิ้งและล่มสลายและจากความไม่แน่นอนดังกล่าวนำไปสู่ความท้าทายที่สำคัญอย่างยิ่งคือทำอย่างไรองค์กรจึงจะอยู่รอดได้อย่างยั่งยืนหนึ่งในคำตอบนั้นคือองค์กรต้องการผู้นำการเปลี่ยนแปลง

แล้วภาวะผู้นำคืออะไร สำคัญอย่างไร เราจะพัฒนาภาวะนี้ขึ้นมาได้อย่างไร

ภาวะผู้นำมิใช่ตำแหน่งผู้นำภาวะผู้นำไม่เกี่ยวกับอายุหรืออายุงานหรือการศึกษาหรือฐานะตำแหน่งผู้นำมันเป็นเรื่องสมมติมันแต่งตั้งกันได้แต่ภาวะผู้นำมันตั้งกันขึ้นมาเองไม่ได้เรียกร้องก็ไม่ได้มันต้องสร้างขึ้นเองเพราะภาวะผู้นำเป็นเรื่องของสถานะของการยอมรับที่ฝ่ายหนึ่งให้กับอีกฝ่ายหนึ่ง 

แต่การที่ตนจะยอมรับอีกฝ่ายว่ามีภาวะผู้นำนั้น ก็ต่อเมื่อตนต้องได้รับการยอมรับจากผู้นั้นเสียก่อน การยอมรับที่ว่านี้มิใช่การยอมรับในเรื่องความสามารถด้านเทคนิคหรือการบริหารจัดการเท่านั้น เพราะนั่นเป็นเรื่องฉาบฉวย ผิวเผินเกินไป แต่ที่มีความหมายมากกว่าคือ การยอมรับในคุณค่าความเป็นมนุษย์ เพราะมนุษย์คือชีวิตที่ต้องการคุณค่าและความหมาย

เมื่อตนได้รับการยอมรับ ตนจึงแสดงการยอมรับตอบ มันคือการยอมรับว่าเขามีภาวะผู้นำ เมื่อผู้นั้นอยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่า ดังนั้น เมื่อเขาพูดอะไร เราจะฟังและทำตาม “เพราะใครก็ตามที่เห็นฉันมีค่า ฉันก็เห็นเขามีค่าเช่นกัน” และเนื่องจากมนุษย์เราแตกต่างกัน ดังนั้น ที่ว่าการยอมรับนั้น มันก็คือการยอมรับในความแตกต่างกัน นั่นเอง กล่าวอีกนัยหนึ่ง มันคือการเห็นคุณค่าและความหมายในความมีชีวิตของเพื่อนร่วมงาน

การเห็นคุณค่าในความแตกต่างนี้เองตนจึงรู้สึกว่าได้รับการยอมรับเมื่อตนได้รับการยอมรับบุคคลจึงเปิดใจกว้างรับฟังสื่อสารกันอย่างเข้าใจกันเกิดความไว้วางใจเชื่อมั่นและศรัทธาภาวะนี้เท่านั้นที่บุคคลจะสามารถขับศักยภาพและสร้างพลังร่วมได้อย่างเป็นหนึ่งเดียวภาวะนี้เท่านั้นจึงจะสามารถพัฒนาภาวะผู้นำที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีส่วนร่วมเกิดความร่วมมือสามารถสร้างทีมงานและเครือข่ายที่เข้มแข็งได้อย่างยั่งยืน

ดังนั้น ผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่สามารถนำองค์กรสู่ความยั่งยืนได้จึงต้องตั้งอยู่บนฐานของการเห็นคุณค่าของความเป็นมนุษย์เมื่อผู้นำโดยตำแหน่งมีภาวะผู้นำที่สอดคล้องกันก็สามารถนำการเปลี่ยนแปลงและสร้างทีมงานให้สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันอย่างเป็นหนึ่งเดียวอย่างมีเอกภาพได้

โดยสรุป ผู้นำการเปลี่ยนแปลงเพื่อนำองค์กรสู่ความยั่งยืนได้ต้องตั้งอยู่บนฐานของการเห็นคนเป็นมนุษย์ เพื่อนำไปสู่

  1. การเหนี่ยวนำให้บุคลากรปรับออกจากกรอบความคิดเดิมๆ มีทัศนคติเชิงบวก สามารถระเบิดศักยภาพภายในตนเองออกมาได้อย่างเต็มที่ ให้สามารถนำตนเองได้ เพื่อเล่นเชิงรุก มองปัญหาเป็นความท้าทาย มีทางออก
  2. การสร้างองค์กรให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ สามารถแก้ปัญหาเชิงซ้อน และการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่มีคุณค่าเชิงเศรษฐกิจ ผ่านการคิดเชิงระบบ และการมองภาพเชิงองค์รวม
  3. การส่งเสริมให้บุคลากรเห็นคุณค่าตนเอง มีความมั่นคงทางอารมณ์ มีความเชื่อมั่น มีภูมิต้านทาน มีความเข้มแข็ง ไม่หวั่นไหว สามารถรับมือกับปัญหาได้อย่างยืนหยัด อดทน
  4. การสร้างทีมงานที่แข็งแกร่ง สามารถปลดปล่อยศักยภาพร่วมออกมาเสริมกัน ด้วยใจที่เปิดกว้างบนฐานของความเข้าใจ ความไว้วางใจ และศรัทธา
  5. การสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลง เพื่อสร้างทีมงานอย่างมีส่วนร่วม เกื้อกูล ยื่นมือช่วยเหลือ เพื่อให้องค์กรดำเนินไปอย่างสอดคล้องไปในแนวเดียวกันอย่างเป็นเอกภาพ 

ท่านในฐานะผู้นำองค์กร ท่านจะนำความเข้าใจดังกล่าวมากำหนดเป็นยุทธศาสตร์ เพื่อการพัฒนาภาวะผู้นำเพื่อสร้างวัฒนธรรมการเปลี่ยนแปลงจากรุ่นสู่รุ่น เพื่อสร้างองค์กรให้เข้มแข็ง มั่นคงยั่งยืนได้อย่างไร

ไอเดียรักษ์โลกของคอกาแฟสายกรีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/636333

วันที่ 24 ต.ค. 2563 เวลา 08:20 น.ไอเดียรักษ์โลกของคอกาแฟสายกรีนคอฟฟี่เลิฟเวอร์สายกรีนแชร์หลากไอเดียรักษ์โลก พร้อมสนับสนุนแคมเปญรีไซเคิลจากเนสเพรสโซ ภายใต้แนวคิด “การมอบชีวิตใหม่ให้อะลูมิเนียมและกากกาแฟ”

ยังคงสานต่อโครงการรีไซเคิลผ่านแคมเปญ “Doing is Everything” อย่างต่อเนื่อง สำหรับ เนสเพรสโซ (Nespresso) ที่ส่งมอบช่วงเวลาแห่งความสุขด้วยกาแฟหนึ่งแก้วจากแคปชูลให้แก่ผู้บริโภค พร้อมสร้างประโยชน์และความยั่งยืนให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมด้วยเช่นกัน ด้วยการชวนลูกค้าให้นำกาแฟแคปซูลใช้แล้วมาคืนเพื่อให้เนสเพรสโซได้นำไปเข้าสู่กระบวนการย่อยสลายและรีไซเคิลให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ภายใต้แนวคิด “การมอบชีวิตใหม่ให้อะลูมิเนียมและกากกาแฟ”

“นับเป็นระยะเวลากว่า 3 ปีที่เราริเริ่มโครงการรีไซเคิลในประเทศไทย ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เรามุ่งมั่นในการส่งมอบกาแฟที่มีคุณภาพให้แก่ผู้บริโภคควบคู่กับการใส่ใจดูแลสิ่งแวดล้อม ซึ่งแนวคิดนี้เป็นหนึ่งในปณิธานหลักของเรา รวมถึงการส่งเสริมและผลักดันโครงการ รีไซเคิล และสนับสนุนให้ลูกค้านำกาแฟแคปซูลใช้แล้วกลับมาคืนที่ร้าน เพื่อนำแคปซูลเหล่านั้นเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลให้ได้มากที่สุด ซึ่งที่ผ่านมา เราได้นำแคปซูลกาแฟใช้แล้วไปย่อยสลายให้กลายเป็นปุ๋ยและผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น ปากกา หรือ จักรยาน โดยได้ร่วมมือกับแบรนด์ระดับโลกในการรังสรรค์ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวขึ้นมา เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจพร้อมกับการขับเคลื่อนสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน” ปรีติ ฮาลัย ผู้อำนวยการบริหารธุรกิจ เนสเพรสโซ ประเทศไทย กล่าว

“เชฟตาม” ชุดารี เทพาคำ เชฟสาวซึ่งยึดแนวคิดอาหารปลอดภัยและยั่งยืน เล่าว่า ทุกๆ วันที่ปรุงอาหารในร้านของตัวเองนั้น จะเน้นลดปริมาณขยะต่างๆ ที่สร้างขึ้นมาโดยวิธีการหมักปุ๋ยเองจากเศษอาหารในครัว รวมถึงปลูกผักสมุนไพรที่ใช้ในรายการอาหาร เป็นการช่วยให้ลดเรื่องคาร์บอนฟุตพริ้นท์ หรือ ภาวะเรือนกระจก ซึ่งตัวเองค่อนข้างให้ความสำคัญ อันที่จริงทุกครัวเรือนก็สามารถทำได้ เพราะต้องทำอาหารและรับประทานอาหารอยู่แล้ว ไม่เพียงจะช่วยลดปริมาณขยะในทางตรง เรายังมีปุ๋ยไว้ปลูกพืชในทางอ้อมอีกด้วย

ทางด้านสาวช่างแต่งตัวผู้ให้ความสำคัญเรื่องสิ่งแวดล้อมไม่น้อย “บุ๊ค” พิมพ์เลิศ ใบหยก เผยว่า เพราะชอบแต่งตัวชอบแฟชั่น เมื่อก่อนเน้นช็อปปิ้งแบบฟาสต์แฟชั่น คือ ซื้อเสื้อผ้าใส่ครั้งเดียวทิ้ง พอโตมาตระหนักได้ว่านี่คือการทำลายสิ่งแวดล้อมโลก เป็นการสร้างขยะ จึงเกิดจุดเปลี่ยนสไตล์การแต่งตัวหันมาเลือกซื้อแฟชั่นที่สามารถใช้ได้หลายครั้ง เพื่อให้เราสามารถหยิบขึ้นมาสวมใส่ได้เรื่อยๆ เป็นการลดขยะ ลดมลพิษ พอเริ่มจากเสื้อผ้าก็ไปสู่เรื่องอื่นๆ เช่น การดื่มกาแฟ จากแก้วใช้ครั้งเดียวทิ้งก็เริ่มใช้แก้วส่วนตัวซึ่งสามารถใช้ได้หลายครั้ง อย่างไรก็ตาม การดื่มกาแฟทุกวันก็ยังสร้างขยะอยู่ดี ดังนั้นการที่แบรนด์เนสเพรสโซจัดโครงการ “Doing is Everything” เพื่อรณรงค์ให้ทุกคนนำแคปซูลใช้แล้วมาคืนเพื่อนำอะลูมิเนียมไปแปรสภาพให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ รู้สึกชื่นชมโครงการดังกล่าว แค่เปลี่ยนที่ทิ้งขยะ จากเดิมทิ้งที่บ้านแค่รวบรวมแคปชูลแล้วหิ้วมาทิ้งที่ช็อป นับว่าเป็นวิธีการรักษ์โลกที่ง่ายนิดเดียว

เพราะเติบโตมาในครอบครัวที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัว “จูน” สาวิตรี โรจนพฤษ์ พิธีกรสาวชื่อดังกล่าวว่า ตัวเองไม่ได้เพิ่งสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมตามเทรนด์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ แต่เป็นการดำเนินชีวิตที่คำนึงถึงเรื่องนี้มาโดยตลอด โดยเฉพาะเรื่องการจัดการขยะ ซึ่งได้รับการปลูกฝังมาโดยตลอดว่าห้ามทิ้งขยะไม่ว่าที่ไหนก็ตามหากไม่ใช่ที่รองรับ อีกเรื่องที่ให้ความสำคัญมาก คืออาหารที่รับประทานจะไม่ให้เหลือทิ้งขว้าง เมื่อไรที่สั่งอาหารมาแล้วมีไซส์ใหญ่ เราจะแบ่งเก็บไว้รับประทานมื้อต่อไป หรืออาจจะแบ่งให้คนอื่นๆ เพื่อไม่ให้กลายเป็นของเหลือและสุดท้ายกลายเป็นขยะในที่สุด เพียงแค่ทำให้รอบตัวเรามีขยะน้อยลงก็เท่ากับว่าเป็นการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมได้แบบง่ายๆ

“ปุ๊ก” จงกล พลาฤทธิ์ แม้ไม่ถึงขั้นเป็นนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแต่คุณแม่ลูกหนึ่ง บอกว่า ชีวิตในแต่ละวันค่อนข้างใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมพอสมควร ประการแรกพยายามสร้างขยะให้น้อยที่สุด ง่ายที่สุดคือการลดใช้ถุงพลาสติกโดยการพกถุงผ้าติดรถไว้ เมื่อต้องการซื้อของก็หยิบถุงติดมือลงไปด้วย หรือแม้แต่ของเล่นให้ลูกชาย ส่วนใหญ่เลือกสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือของเล่นรีไซเคิล อีกข้อคือจะไม่เปลี่ยนของเล่นให้ลูกบ่อยๆ ไม่ใช่เบื่อแล้วทิ้งจนกลายเป็นขยะในที่สุด ทั้งนี้ตัวเองเชื่อว่าสิ่งที่ปฏิบัติเป็นประจำเหล่านี้ แม้ว่าไม่ได้ช่วยในภาพใหญ่ แต่ว่าความใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ สักวันหนึ่งต้องบังเกิดผลดีแน่นอน โดยเฉพาะลูก เชื่อว่าเขาจะค่อยๆ ซึมซับแล้วนำไปปฏิบัติตาม

สำหรับนายแบบหนุ่มที่ชื่นชอบการเดินทางท่องเที่ยว “ดัช” ณัฐกิจ แตงไทย บอกว่า เขาเป็นอีกคนหนึ่งที่ให้ความสำคัญกับเรื่องการดูแลและรักษาสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัวเองก่อน ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน ที่ทำงาน ชุมชน หรือสถานที่ท่องเที่ยวที่เดินทางไปเยือน โดยลดการสร้างขยะหรือหากหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ก็พยายามสร้างขยะให้น้อยที่สุด ไม่ว่าจะเป็น อาหาร เสื้อผ้า หรือสิ่งของต่างๆ อีกทั้งยังเชื่อว่าหากทุกคนตระหนักและเริ่มปฏิบัติจากตัวเองก่อนในวันนี้ แล้วค่อยๆ ขยายเป็นวงกว้างไปเรื่อยๆ และเมื่อถึงวันนั้นจะเห็นภาพได้ชัดเจนขึ้นว่าโลกที่มีสิ่งแวดล้อมดี มันดีแค่ไหน

BIRKENSTOCK 2020 FALL/WINTER คอลเลคชั่นใหม่ที่จะทำให้รู้สึกอบอุ่นในฤดูหนาว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/636051

วันที่ 21 ต.ค. 2563 เวลา 11:14 น.BIRKENSTOCK 2020 FALL/WINTER คอลเลคชั่นใหม่ที่จะทำให้รู้สึกอบอุ่นในฤดูหนาวBIRKENSTOCK ออกไลน์รองเท้าผ้าใบและรองเท้าบู๊ต พร้อมเฉดสีที่จะทำให้ทุกคนรู้สึกอบอุ่นในฤดูหนาว กับ BIRKENSTOCK 2020 FALL/WINTER

คอลเลคชั่นประจำฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2020 ของ BIRKENSTOCK (เบอร์เคนสต็อก) ออกไลน์รองเท้าผ้าใบและรองเท้าบู๊ตหลากหลายรุ่น ที่มาพร้อมเฉดสีที่จะทำให้คุณรู้สึกอบอุ่นในฤดูหนาว ไม่ว่าจะเป็นรองเท้าผ้าใบรุ่นใหม่อย่าง ซีรีส์เบนด์ (Bend Series) เป็นรองเท้าหนังที่มีฟังก์ชั่นใหม่และสวมใส่สบายแม้จะใส่เป็นระยะเวลานานแค่ไหน,รองเท้ากึ่งแตะรองเท้ารุ่นบัคลีย์ (Buckley) ซึ่งเป็นรุ่นคลาสสิกประจำฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว และรองเท้าแตะดีไซน์คลาสสิกที่นำวัสดุหลายชนิดมาใช้ ทั้งรองเท้ารุ่นฟรังก้า (Franca) รุ่นแอริโซน่า (Arizona) และรุ่นกิเซ่ (Gizeh) เรียกได้ว่ารองเท้าในซีซั่นนี้มีให้เลือกหลายแบบ ทำให้รองเท้าของเบอร์เคนสต๊อกขยายจากไลน์สินค้าจากรองเท้าแตะลำลองไปจนถึงรองเท้าสนีกเกอร์ระดับพรีเมียม

รองเท้าทุกรุ่นมาพร้อมพื้นไม้ค็อก (Cock Footbed) ซึ่งเป็นดีเอ็นเอของแบรนด์ การันตีได้ถึงความสบายยามสวมใส่ ซึ่งไม่ใช่แค่รองเท้าแตะเท่านั้น แต่ยังรวมถึงรองเท้าสนีกเกอร์และรองเท้าบู้ทด้วย ยิ่งคุณใส่รองเท้าที่พื้นไม้ทำจากไม้ค็อกนี้มากเท่าไร พื้นรองเท้าก็จะปรับให้พอดีกับรูปเท้าและกลายเป็นรองเท้าคู่ที่ดีที่สุดของคุณ

รองเท้ารุ่น BEND LOW

เป็นกลุ่มรองเท้าผ้าใบหนังที่เพิ่มเข้ามาใหม่ในคอลเลคชั่นรองเท้าของฤดูกาลนี้ รุ่น BEND LOW เป็นรองเท้าสนีกเกอร์สไตล์โลว์คัต มีดีไซน์แบบพื้นไม้ค็อกอันเป็นเอกลักษณ์ที่สามารถมองเห็นได้จากช่วงส้นรองเท้า มีการใช้ไม้ค็อก-พียู (PU) แบบใหม่สำหรับพื้นรองเท้าชั้นกลางและไม้ค็อกจะดูดซับแรงกระแทกเมื่อมีการทิ้งน้ำหนักลงไป ช่วงปลายเท้ายังมีความยืดหยุ่นสูง ช่วยรักษาความมั่นคงและรองรับการเดินอย่างเป็นธรรมชาติ มาพร้อมพื้นรองเท้าด้านในที่ถอดออกได้และซับในที่สามารถระบายอากาศได้ดี รองเท้าผ้าใบหนังรุ่นนี้ช่วยให้ผู้ใส่ไม่มีอาการเมื่อยล้าแม้จะสวมใส่เป็นเวลานาน นอกจากสีขาวและสีดำที่เรียบง่ายแล้วยังมีสีให้เลือกอีก ได้แก่สี Ochre และ White ซึ่งเป็นสีที่เหมาะกับฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว

รองเท้ารุ่น Buckley Suede Leather

รองเท้ารุ่น Buckley (บัคลีย์) เป็นรองเท้ากึ่งรองเท้าแตะ โดยมีเอกลักษณ์เป็นพื้นรองเท้าไม้ค็อกแบบเปิดโล่ง ที่สามารถจดจำได้ทันทีว่าเป็นของแท้จากเบอร์เคนสต๊อก ส่วนด้านบนรองเท้าทำจากหนังกลับเนื้อนุ่มชนิดเดียวกับที่ใช้ทำสายคาดรองเท้าและซับที่ใช้บุพื้นรองเท้าด้านใน ซึ่งตัวซับนั้นมีความยืดหยุ่นและอ่อนโยนต่อผิว โอบรับเท้าของผู้สวมใส่อย่างนุ่มนวลและปรับให้เข้ากับรูปทรง นอกจากนี้ยังสามารถระบายอากาศได้ดี มีสองเฉดสีให้เลือกได้แก่สี Black และTea

รองเท้ารุ่น Franca

อีกหนึ่งรองเท้าแตะแสนสบายที่สะดุดตาด้วยสายไขว้แบบบาง ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างดีไซน์และความสบายอันน่าประทับใจยามสวมใส่ ทำให้สาวๆ สายแฟชั่นมีทั้งความสง่างามและความสะดวกสบายตลอดวัน ในส่วนของพื้นรองเท้าบุด้วยหนังเปียอูมาโตเนื้อนุ่ม (Soft Piumato) ทำให้สวมใส่สบายเป็นพิเศษ สายด้านบนรองเท้ามีทั้งที่ทำจากหนังนูบัคสองชนิด ได้แก่ แบบเคลือบเงาและแบบด้าน มีด้วยกันสองเฉดสี ได้แก่ สี Black และ Cognac

รองเท้ารุ่น Arizona และ Gizeh (Patent Fuchsia Tulip)

ไม่ว่าจะฤดูกาลไหน รองเท้ารุ่นยอดนิยม Arizona ก็สามารถหยิบมาใส่ได้ไม่มีปัญหา สำหรับซีซั่นนี้โดดเด่นสดใสด้วยสายรัดสีทิวลิปฟิวเชียที่ทำจาก Birko – Flor ซึ่งเป็นวัสดุที่มีโครงสร้างคล้ายหนังฟอก ทนต่อการฉีกขาด และง่ายแก่การบำรุงรักษา มาพร้อมพื้นรองเท้าไม้ค็อกอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ นอกจากนี้ยังมีรุ่นยอดนิยมอีกหนึ่งรุ่นคือ รุ่น Gizeh ที่ใช้วัสดุและเฉดสีเดียวกัน

ช้อปฯ รองเท้ารุ่นล่าสุดได้แล้วที่เว็บไซต์ www.ikonthailand.com

เชื่อมต่อไลฟ์สไตล์การเงิน LINE BK แชท-โอน-ยืม-จ่ายได้ในแอพเดียว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/636029

วันที่ 20 ต.ค. 2563 เวลา 18:02 น.เชื่อมต่อไลฟ์สไตล์การเงิน LINE BK แชท-โอน-ยืม-จ่ายได้ในแอพเดียวเปิดประสบการณ์ใหม่ “เรื่องเงินง่ายใน LINE คุณ” LINE BK เชื่อมต่อไลฟ์สไตล์การเงิน พร้อมให้บริการ Social Banking แชท-โอน-ยืม-จ่าย สะดวกครบจบใน LINE

ตอบสนองความต้องการในโลกดิจิทัลด้วยบริการทางการเงิน หรือ Social Banking เต็มรูปแบบรายแรกของไทย โดยความร่วมมือระหว่าง KBank กับบริษัทระดับโลกอย่าง LINE พร้อมสร้างประสบการณ์ใหม่ให้คนไทย ด้วยคอนเซ็ปต์ “เรื่องเงินง่ายใน LINE คุณ” นำเสนอไลฟ์สไตล์การเงินออนไลน์รูปแบบใหม่ ที่แชท-โอน-ยืม-จ่าย ทำได้เสร็จครบจบใน LINE ลื่นไหล ไม่สะดุด สะดวกและปลอดภัย รวมถึงบริการสินเชื่อที่จะปลดล็อคข้อจำกัดให้กลุ่มฟรีแลนซ์หรือคนไม่มีรายได้ประจำสามารถเข้าถึงได้มากขึ้น พร้อมวิสัยทัศน์ที่จะมุ่งมั่นพัฒนานำเสนอนวัตกรรมใหม่เพื่อตอบโจทย์ทางการเงินให้กับผู้ใช้งานทุกราย 

“ปัจจุบันคนไทยมีความพร้อมที่จะเปิดรับบริการทางดิจิทัลใหม่ๆ โดยจะเห็นได้จากตัวเลขการใช้เวลาบนโซเชียลแพลตฟอร์มและการใช้งานดิจิทัลแบงกิ้งที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด จึงเป็นโอกาสดีที่ LINE BK จะเข้ามาเชื่อมโลกโซเชียล และโลกดิจิทัลแบงกิ้งเข้าด้วยกัน LINE BK จะยกระดับประสบการณ์การเงินออนไลน์ให้สะดวกและรวดเร็ว โดยยังคงความปลอดภัยในมาตรฐานระดับเดียวกับธนาคารกสิกรไทย” นายธนา โพธิกำจร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กสิกร ไลน์ จำกัด กล่าว

สำหรับการเปิดตัว LINE BK ในครั้งนี้จะเป็นการเปิดบริการเต็มรูปแบบผ่านบริการและผลิตภัณฑ์ทางการเงิน 4 รูปแบบ ดังนี้

  1. บริการบัญชีเงินฝาก (Powered by KBank) : ครอบคลุมบริการโอน ถอน จ่าย ทำทุกอย่างได้บน LINE ไม่ต้องสลับแอปพลิเคชัน ไม่ต้องจำเลขบัญชี  ทั้งการโอนเงินได้ในแชทพร้อมการแจ้งเตือนยอดเงินเข้า-ออก เช็คยอดได้เรียลไทม์  และฟีเจอร์อื่น ๆ เช่น การส่งสลิปแบบพิเศษพร้อมลายคาแรคเตอร์ จาก LINE ได้ทันที, บริการขอเรียกเก็บเงินและการหารค่าใช้จ่ายกับเพื่อนใน LINE  รวมไปถึงการถอนเงินสดไม่ต้องใช้บัตรได้ที่ตู้ ATM ของธนาคารกสิกรไทยทั่วประเทศ
  2. บริการบัญชีเงินออมดอกพิเศษ (Powered by KBank) : บัญชีเงินฝากดอกเบี้ยพิเศษสูงสุดถึง 1.5% ต่อปี โดยมี บราวน์ โคนี และ แซลลี มาเป็นผู้ช่วยในการเก็บเงิน ทำให้การเก็บเงินเป็นประสบการณ์ใหม่ ไม่ใช่เรื่องน่าเบื่ออีกต่อไป สามารถกำหนดระยะเวลาออมเงินได้เอง ทั้งแบบระยะสั้น 6 เดือน หรือระยะยาว 12 เดือน
  3. บริการบัตรเดบิต (Powered by KBank) : บัตรเดบิตวีซ่า LINE BK ให้เงินคืน 0.5% เมื่อชอปออนไลน์ 100 บาทขึ้นไป โดยมีบัตรให้เลือกถึง 3 ประเภท เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ ทั้ง บัตรเดบิต (Debit Card) ที่มาพร้อมลายคาแรคเตอร์น่ารักสดใส จาก LINE ทั้งบราวน์? โคนี และ แซลลี บัตรเดบิตออนไลน์ (Online Debit Card) ที่สามารถสมัครและใช้งานได้ทันทีบนแอปพลิเคชัน LINE และ บัตรเดบิตคู่วงเงิน (Debit Card with Credit Line) ที่สามารถแจ้งเตือนอัตโนมัติเมื่อยอดเงินในบัญชีไม่เพียงพอ พร้อมให้ดึงเงินจากวงเงินให้ยืมมาใช้จ่ายต่อได้ทันที ไม่มีสะดุด
  4. บริการวงเงินให้ยืม (Credit Line): บริการสินเชื่อส่วนบุคคลแบบดิจิทัล ผู้ใช้บริการสามารถขอวงเงินสินเชื่อได้ด้วยตัวเอง ทุกที่ ทุกเวลา อนุมัติไว เบิกเงินเข้าบัญชีได้ทันที โดยผู้มีรายได้ขั้นต่ำแค่ 7 พันบาทก็สามารถขอสินเชื่อได้ ช่วยปลดล็อคข้อจำกัดให้กับผู้ที่ไม่มีรายได้ประจำและไม่มีสลิปเงินเดือน เช่น ฟรีแลนซ์ และผู้ที่ทำธุรกิจส่วนตัวขนาดเล็ก 

ด้านจุดเด่นของ LINE BK คือเข้าใจง่าย เข้าถึงง่ายและไว้ใจได้ ทำธุรกรรมได้รวดเร็วเหมือนการแชทบน LINE เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งานในปัจจุบัน โดยเฉพาะในสถานการณ์ตอนนี้ที่มีความต้องการเข้าถึงแหล่งเงินกู้ยืมที่มากขึ้น การให้บริการวงเงินให้ยืมจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะฉีกกรอบการกู้ยืมเงินในรูปแบบเดิม” เมื่อเปรียบเทียบกับการกู้ยืมเงินแบบทั่วไป  LINE BK จะมีขั้นตอนการประเมินความเสี่ยงของการอนุมัติสินเชื่อที่แตกต่าง โดยใช้รูปแบบเฉพาะที่จะนำข้อมูลทางการเงินและโซเชียลมีเดียมาวิเคราะห์ร่วมกัน ทั้งนี้ LINE BK มีการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลในทุก ๆ ส่วน โดย LINE BK จะไม่สามารถเข้าถึงเนื้อหาของการสื่อสารของลูกค้าและจะไม่นำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของข้อมูลอย่างเด็ดขาด 

ส่วนในด้านการรักษาความปลอดภัยให้กับลูกค้า LINE BK มีขั้นตอนการรักษาความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูลผู้ใช้อย่างเป็นระบบ โดยมีการปัองกันและรักษาความปลอดภัยแบบหลายชั้น รวมถึงการเข้ารหัสความปลอดภัยของโครงสร้างระบบเครือข่ายและบริการ (Network and Application Encryption) และ การปกป้องข้อมูลด้วยการเข้ารหัสฐานข้อมูลในรูปแบบเฉพาะ (Database Encryption) เพื่อให้ผู้ใช้บริการ LINE BK มั่นใจได้ว่าจะได้รับการดูแลด้วยมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด

ผู้ใช้งาน LINE สามารถใช้บริการ LINE BK ได้ เพียงกดไปที่หน้า Wallet ในแอปพลิเคชัน LINE แล้วกดปุ่ม LINE BK เพื่อเริ่มสมัครบริการได้ฟรีไม่จำเป็นต้องโหลดแอปใด ๆ เพิ่มเติม สำหรับลูกค้าที่มีบัญชี K PLUS อยู่แล้วยังสามารถนำบัญชีใน K PLUS มาใช้บริการใน LINE BK ได้อีกด้วย ลูกค้าที่มีบัญชีเงินฝากใน LINE BK แล้วจะสามารถสมัครขอวงเงินให้ยืมแล้วรับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน  2 เดือน โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมใด ๆเพิ่มเติม นอกจากนี้ลูกค้า LINE BK จะได้รับสิทธิพิเศษจากบริการต่าง ๆ ของ LINE BK และพันธมิตร อาทิ LINE MAN Wongnai, Rabbit LINE Pay, Lazada และ Agoda ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ LINE ID:@linebk หรือดูคลิปการสมัครได้ที่ https://youtube.com/c/linebk

เคล็ดลับการดูแลสุขภาพผมและหนังศีรษะ ฉบับ ดร.อร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/635861

วันที่ 20 ต.ค. 2563 เวลา 07:20 น.เคล็ดลับการดูแลสุขภาพผมและหนังศีรษะ ฉบับ ดร.อรแพทย์หญิงอรอุมา พันธ์อภิวัฒน์ แนะนำเคล็ดลับการดูแลสุขภาพผมและหนังศีรษะ พร้อมชวนเซเลบริตี้ร่วมแชร์ประสบการณ์ดูแลเส้นผม

เพราะการมีเส้นผมและหนังศีรษะที่สุขภาพดีถือเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยเสริมสร้างบุคลิกภาพและความมั่นใจของผู้คนได้เป็นอย่างดี ล่าสุด แพทย์หญิงอรอุมา พันธ์อภิวัฒน์ ผู้ก่อตั้งสถาบันดูแลสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะแบบครบวงจรชั้นนำของประเทศไทย Dr.Orn Medical Hair Center เฉลิมฉลองครบรอบ 9 ปีแห่งความสำเร็จ จัดงาน “ก้าวไปกับผม บาย ดร.อร เมดิคอล แฮร์ เซ็นเตอร์” เพื่อตอกย้ำถึงความเป็นผู้นำด้านการให้บริการดูแลรักษาปัญหาเส้นผมและหนังศีรษะแบบครบวงจร พร้อมเปิดตัว Dr.Orn Cosmez ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่มีคุณภาพมาตรฐานและเทคโนโลยีการผลิตระดับสากล อีกทั้งยังต่อยอดโครงการเพื่อสังคมช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในการเข้าถึงการรักษาเส้นผมกับมูลนิธิ “รักษ์ผม”

เคล็ดลับการดูแลสุขภาพผมและหนังศีรษะ

“ปัจจัยที่ส่งผลต่อปัญหาผมขาด หลุดร่วงนั้นมีทั้งจากปัจจัยฮอร์โมน พันธุกรรมและพฤติกรรมการใช้ชีวิต รวมถึงมลภาวะและสิ่งแวดล้อมร่วมด้วย โดยปัญหาผมเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อความมั่นใจและบุคลิกภาพของเรา ซึ่งทุกคนสามารถดูแลเส้นผมและหนังศีรษะด้วยตัวเองดังนี้

เริ่มจากการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพหนังศีรษะของตนเอง เน้นเป็นผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากพวกสารเคมี ลดการระคายเคือง โดยเฉพาะในคนที่มีหนังศีรษะและเส้นผมแห้ง ควรเลือกแชมพูและคอนดิชั่นเนอร์ที่มีส่วนผสมที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและความเงางามเส้นผม เช่น เซราไมด์ โปรตีนจากถั่วเหลืองและรังไหม

สิ่งสำคัญควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำร้อนในการสระผม และการไดร์ผมด้วยลมร้อนในอุณหภูมิที่สูงก็จะทำให้เส้นผมแห้ง อาจเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ปกป้องเส้นผมจากความร้อน ใช้ก่อนไดร์แห้ง หนีบ หรือดัดลอน เพื่อช่วยเคลือบปกป้องเส้นผม ส่วนคนที่มีหนังศีรษะมัน แชมพูที่สามารถช่วยทำความสะอาดสิ่งสกปรก มลภาวะที่ตกค้างบนผมก็เหมาะกับคนกลุ่มนี้ เพราะการทำความสะอาดที่ล้ำลึกจะช่วยดึงความมันและสิ่งสกปรกตกค้างบนหนังศีรษะด้วย และสามารถเพิ่มการดูแลด้วยเซรั่มบำรุงผม เพิ่มความแข็งแรง ลดการขาดหลุดร่วง ทำให้เส้นผมของเรามีสุขภาพดี

นอกจากนี้ การเลือกรับประทานอาหารก็จะมีส่วนช่วยทำให้รากผมแข็งแรง โดยเฉพาะอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง เช่น ตับ เครื่องใน และพวกผักใบเขียว, อาหารที่มีโปรตีนสูง เช่น ปลา ถั่ว และไข่ รวมถึงอาหารเสริมพวกวิตามินบีรวม วิตามินซี ซิงค์ และไบโอตินก็จะช่วยทำให้ผมแข็งแรง ดกดำ และสุขภาพดี” แพทย์หญิงอรอุมา พันธ์อภิวัฒน์ กล่าว

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความสนุกสนาน ด้านเหล่าเซเลบริตี้ต่างร่วมทดลองผลิตภัณฑ์พร้อมเผยเคล็ดลับการดูแลเส้นผมและหนังศีรษะในแบบฉบับของตนเอง เริ่มที่เซเลบริตี้สาวยิ้มสวย อภินรา ศรีกาญจนา เผยว่า “เราให้ความสำคัญกับการดูแลเส้นผมไม่น้อยไปกว่าการดูแลรูปร่างหรือผิวพรรณ เพราะการมีสุขภาพผมและหนังศีรษะที่ดีจะช่วยทำให้เรามีความมั่นใจมากขึ้น ส่วนตัวไม่ค่อยมีปัญหาผมมากนัก เพราะไม่ค่อยได้ทำเคมี อย่างพวกสีผม ดัด หรือยืด ส่วนมากจะเป็นกังวลกับปัญหาหนังศีรษะแห้ง และผมขาดหลุดร่วงจากความเครียดและมลภาวะมากกว่า ก็จะดูแลด้วยผลิตภัณฑ์แชมพูสูตรไมเซลล่าที่จะช่วยดีท็อกซ์สิ่งสกปรกออกจากผมและหนังศีรษะเรา นอกจากนี้จะเติมความชุ่มชื้นพร้อมลดการขาดหลุดร่วงของผมด้วยเซรั่มหรืออยล์บำรุงผมที่ส่วนผสมของต้นอ่อนทานตะวัน เพราะมีคุณสมบัติช่วยลดการขาดหลุดร่วงของเส้นผมได้”

ต่อมาที่สาวสังคม จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา เล่าว่า “เรามองว่าเส้นผมเป็นส่วนหนึ่งของบุคลิกภาพที่ดี ซึ่งนอกจากการแต้งแต้มสีสันบนใบหน้าให้ดูสวยสดใสแล้ว ผมก็จะช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้กับเราได้ด้วย ส่วนตัวมีสภาพผมที่เส้นเล็ก เปราะบาง เพราะเราสนุกกับการทำผม ทั้งการยืด ดัดลอน หรือทำสีผมอยู่เป็นประจำ ยิ่งในช่วงที่ผมแห้ง เปราะบาง ขาดร่วงมากๆ ก็จะหยุดทำเคมีทุกอย่าง พร้อมเลือกใช้ผลิตภัณฑ์แชมพูและคอนดิชันเนอร์ที่อ่อนโยน เหมาะกับผมเปราะบางขาดง่าย หากอยู่ในช่วงที่ทำเคมี หรือสีผมก็จะใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผมทำสี ที่จะช่วยล็อกสีผมให้ติดทนนาน พร้อมส่วนผสมโปรตีนที่จะทั้งช่วยดูแลผมให้แลดูสุขภาพดี นอกจากนี้จะทำทรีทเมนต์ดีท็อกซ์สารเคมีตกค้างบนเส้นผมและหนังศีรษะอย่างน้อยเดือนละ 2 ครั้งควบคู่ไปด้วย”

ถัดมาที่สาวเก่ง วรนันท์ จันทรัศมี เผยว่า “คนเรามักใส่ใจดูแลผิวพรรณมากกว่าผม ซึ่งความเป็นจริงแล้วผมและหนังศีรษะก็เป็นส่วนสำคัญที่ไม่ควรละเลย ส่วนตัวเรามีสภาพผมและหนังศีรษะที่แห้งลอก บางครั้งไม่ค่อยมั่นใจเวลาที่ต้องสวมใส่เสื้อผ้าสีดำ เพราะจะมีคราบหนังศีรษะตกใส้เสื้อผ้า เราจึงต้องดูแลผมให้มากขึ้นด้วยการหลีกเลี่ยงการสระผมด้วยน้ำร้อน เลือกใช้แชมพูที่มีความอ่อนโยนกับหนังศีรษะ หลีกเลี่ยงการทำสารเคมี และความร้อนจากกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ทั้งการไดร์แห้ง ม้วนดัดลอนผม หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ต้องหาผลิตภัณฑ์เสริมมาใช้อย่างพวกลีฟออน ที่สามารถใช้ก่อนโดนความร้อนได้ ซึ่งจะช่วยทำให้ผมไม่แห้งเสีย ชี้ฟูด้วย นอกจากนี้ปัญหาหนังศีรษะที่แห้งก็จะเข้ารับการปรึกษากับทางแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อดูแลและแก้ไขปัญหาที่ตรงจุดด้วย”

ต่อมาที่เซเลบริตี้หนุ่ม ปิติพัฒน์ ปรีดานนท์ เล่าว่า “จริงๆ ผู้ชายอย่างเราเองก็ต้องให้ความใส่ใจดูแลผมไม่น้อยกว่าผู้หญิง เพราะผู้ชายมักมีปัญหาผมบาง ร่วงง่ายจากฮอร์โมนและพันธุกรรม โดยส่วนตัวอาจจะมีปัญหาหลุดร่วงบ้าง และมีสภาพผมเส้นใหญ่และหนังศีรษะค่อนข้างมัน ยิ่งช่วงทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือออกกำลังกาย เหงื่อจะออกเยอะ หนังศีรษะก็จะมันมากหน่อย ก็จะจัดการด้วยการอาบน้ำ สระผมทุกครั้งเมื่อกลับถึงบ้าน โดยใช้แชมพูสูตรธรรมชาติที่ปราศจากสารเคมี เพื่อชำระล้างความมันและสิ่งสกปรกตกค้างบนหนังศีรษะเราด้วย ส่วนตัวจะไม่ค่อยปล่อยให้ผมตัวเองยาว จะตัดทุกๆ 3 สัปดาห์ เพื่อให้ผมสั้น ง่ายต่อการดูแลด้วย”

ปิดท้ายที่นักแสดงสาว เดียร์น่า ฟลีโป เผยว่า “เพราะการมีเส้นผมและหนังศีรษะที่สุขภาพดีจะช่วยทำให้เรามีความมั่นใจ โดยเฉพาะเวลาออกงานสำคัญ หรือแม้แต่ทำงานถ่ายละคร ไม่ว่าจะทำผมทรงไหน เราก็จะมีความมั่นใจ ไม่ต้องมาคอยกังวลเรื่องผม ส่วนตัวมีสภาพผมเส้นเล็กและบาง ยิ่งช่วงที่ต้องโดนความร้อน หรือผ่านการทำเคมี ยิ่งทำให้ผมขาดร่วงง่ายมากๆ และอีกหนึ่งปัญหากังวลคือเป็นคนที่ไรผมบริเวณหน้าผากบาง กรอบหน้าไม่ค่อยชัด จึงเลือกเข้ารับบริการดูแลจากทาง ดร.อร เมดิคอล แฮร์ เซ็นเตอร์ ที่จะช่วยดูแลผมเราตั้งแต่ขั้นตอนแรก อย่างการตรวจวิเคราะห์สภาพเส้นผมและหนังศีรษะเพื่อวางแผนดูแลผมต่อไป นอกจากนี้ยังมีการทำทรีทเมนต์เสต็มเซลล์ช่วยกระตุ้นรากผมให้ผมหนา ดกดำขึ้น และเพิ่มความแข็งแรงกับเส้นผม พร้อมทั้งดูแลด้วยตนเองโดยการใช้ผลิตภัณฑ์ดร.อร คอสเม่ ดูแลควบคู่ไปด้วย เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ออแกนิค ผ่านการรับรองจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจึงมั่นใจได้ โดยเราจะเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลผมที่ครอบคลุมปัญหาผม ทั้งแชมพู คอนดิชันเนอร์ รวมไปถึงเซรั่ม และลีฟออนที่จะช่วยทำให้ผมเราแข็งแรง ลดการขาดหลุดร่วงด้วย”

‘กาแฟ’ ไม่ใช่เพียงแค่…คาเฟอีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/635793

วันที่ 19 ต.ค. 2563 เวลา 07:25 น.'กาแฟ' ไม่ใช่เพียงแค่...คาเฟอีนกาแฟไม่ใช่เพียงแค่คาเฟอีน…แต่คือความรื่นรมย์ และช่วยเพิ่มการเผาผลาญเพื่อหุ่นฟิตๆ “STAGE Cafe” โอเอซิสในฟิตเนสสุดอินเทรนด์ใจกลางเมือง คือวิถีคาเฟ่ใหม่ของสายกาแฟที่รักสุขภาพ

เมื่อกาแฟได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิตของคนยุคปัจจุบัน เริ่มตั้งแต่ตื่นนอนไปจนถึงช่วงเย็น ซึ่งเครื่องดื่มเหล่านี้ เราปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งในวงจรชีวิตของเราไปแล้ว ทำให้ปัจจุบันมีคาเฟ่เปิดใหม่มากมาย ตามตึกออฟฟิศ ห้างสรรพสินค้า แม้แต่ในซอยเล็กๆ หรือติดถนนใหญ่ จนกระทั่งตามแหล่งสถานที่ออกกำลังกาย ทั้งร้านเล็กและร้านใหญ่

จากเมื่อก่อนเราตื่นมาตอนเช้า ต้องกินกาแฟเข้มๆ ขมๆ เพื่อเรียกสติ เพิ่มความสดชื่นที่อดหลับ อดนอนจากการทำงาน นั่นคือสิ่งที่เคยรับรู้จากสมัยก่อนและคุ้นเคยแค่กับกาแฟโรบัสต้า เพราะเป็นกาแฟที่ปลูกง่าย ดื่มสะดวกในรูปแบบกาแฟกระป๋อง แต่ปัจจุบันผู้คนมีความรู้เรื่องกาแฟมากขึ้น มีตัวเลือกที่หลากหลาย และไม่จำเป็นต้องดื่มแบบเข้มๆ ขมๆ เพื่อที่จะเรียกสติแบบเดิมๆ กันอีกต่อไปแล้ว ตอนนี้มีรสชาติของความเป็นผลไม้เข้ามา มีทั้งคั่วอ่อน-กลาง-เข้ม มีเมล็ดสายพันธุ์ต่างๆ มากมาย มีอาราบิก้าหลายสายพันธุ์ที่มีอยู่ทั่วโลกมาให้ได้เลือก รสชาติที่ต่างกันออกไป ถือว่ากาแฟยังเป็นช่วงที่ได้รับนิยมและยังขยายวงกว้างอยู่ในขณะนี้ อีกทั้งด้วยคุณภาพของกาแฟ วิธีการผลิต การสกัด ทำให้ได้รสชาติแตกต่างกันออกไป และที่ขาดไม่ได้เลยคือ การจัดตกแต่งร้าน บรรยากาศภายใน มุมที่นั่งสบายๆ ชิล ที่แต่ละร้านไม่เหมือนกัน ถือว่าเป็นข้อดีของลูกค้าในการเลือกสรรและยังบ่งบอกถึงความเป็นตัวตนของร้านอีกด้วย

ประโยชน์ของกาแฟ นอกจากมอบความดื่มด่ำและความรื่นรมย์แล้ว กาแฟยังมีประโยชน์เสริมด้านความสวยความงาม สำหรับคนที่ใส่ใจดูแลรูปร่าง รวมไปถึงคนที่กังวลเรื่องน้ำหนัก สาเหตุหนึ่งนั่นเป็นเพราะกลิ่นของกาแฟช่วยลดอาการอยากอาหารได้ และเนื่องจากกาแฟมีส่วนผสมของคาเฟอีนที่มีฤทธิ์ช่วยเพิ่มความกระชุ่มกระชวย การดื่มกาแฟจึงสามารถช่วยเสริมให้ออกกำลังกายได้นานขึ้น ช่วยเร่งการเผาผลาญพลังงานและไขมันในร่างกาย สำหรับคนที่ต้องการดูแลรูปร่างและมองหาตัวช่วยลดความอ้วน แนะนำให้ดื่มกาแฟร้อน ที่เป็นกาแฟดำแบบไม่ใส่นมและไม่ใส่น้ำตาล ในช่วงก่อนออกกำลังกาย จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพอัตราการเผาผลาญได้มากขึ้น

ล่าสุด STAGE Find The Real U ฟิตเนสสุดหรูใจกลางเมืองแห่งยุค New Normal ที่ใครๆกำลังต่างก็กล่าวถึงกันอย่างมากในขณะนี้! ขอเอาใจคอกาแฟ และเทรนด์กระแสคนที่รักสุขภาพ ใส่ใจในการเลือกของที่อร่อย มีประโยชน์ เลือกสรรขนมที่ดีต่อสุขภาพ เพราะการกินก็คือความสุขของคนไม่ว่ายุคนี้หรือยุคไหนๆ ด้วยการแนะนำ ร้านกาแฟสุดอินเทรนด์ ที่เหมาะกับ Lifestyle คนในยุค New Normal ที่รักสุขภาพอย่างแท้จริง 

STAGE Cafe เป็นองค์ประกอบสำคัญของตึก STAGE ที่มีฟิตเนสคลับ เป็น Sports Destination ครบวงจร ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับคนที่สนใจการออกกำลังกาย การสร้าง Community ในการดูแลเรื่องสุขภาพ โดย STAGE Cafe จะอยู่บริเวณชั้น 1 ที่แยกส่วนออกมาให้เป็นเหมือนห้องรับรองแขก ด้วยบรรยากาศสบายๆ มีที่นั่งหลากหลายรูปแบบ เพื่อให้ลูกค้านั่งได้สบายที่สุด และให้คนที่มาออกกำลังกาย ได้มานั่งพักผ่อนหลังจากออกกำลังกาย หรือมานั่งรอชิลๆ เตรียมตัวก่อนจะขึ้นไปออกกำลังกาย ถือเป็นจุดที่เติมพลังใจ พลังกาย พลังแห่งความสุข และพลังชีวิต รวมทั้งยังรองรับการนั่งทำงาน Work Anywhere นัดประชุม นัดสังสรรค์ ทางร้านมีความยินดีและพร้อมให้บริการ 

STAGE Cafe เป็นร้านกาแฟตกแต่งบรรยากาศที่โปร่งสบายๆ พื้นที่กว้างขวาง และมีมากกว่ากาแฟ เพราะมีเมนูของคาว แซนวิช ขนมเค้ก ช็อคโกแลต และ เบเกอรี่สุดอร่อยดีต่อสุขภาพ แถมยังมีเมนูเครื่องดื่มร้อน-เย็นให้เลือกมากมาย อีกความโดดเด่นของทางร้าน คือ กาแฟดริป ที่เป็น slow life coffee มีศิลปะอยู่ในนั้นต่างๆมากมาย ทั้งเรื่องเวลา น้ำหนัก ความร้อน ถือว่าเป็นความสนุกและเสน่ห์ของการดื่มกาแฟ ที่มีศิลปะเข้ามาเกี่ยวข้อง รวมถึงคาแรคเตอร์ของบาริสต้า การให้ความรู้ การพูดคุยกับลูกค้าที่เข้ามาในร้าน ก็ถือเป็นศิลปะ เป็นศาสตร์อีกแบบหนึ่ง ที่ได้ทั้งศาสตร์ ทั้งศิลป์ และสุนทรียภาพในเรื่องของกาแฟ โดยเราพยายามจะจับกลุ่มลูกค้าให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

โดยทางร้าน STAGE Cafe มีทั้งกาแฟแบบคั่วเข้ม สำหรับคนที่ต้องการกาแฟเข้มๆ คาเฟอีนเพียวๆ ต้องการเรียกสติในช่วงเช้าก่อนไปทำงาน ก่อนออกกำลังกาย เช่น อเมริกาโน่ เอสเพรสโซช๊อต และสำหรับคนที่ต้องการความหลากหลาย ทางร้านก็มีกาแฟคั่วกลาง เช่น กาแฟดริป ไว้เสิร์ฟ ตอบโจทย์ทุกความต้องการ และมี STAGE Level Up คือการ น้ำส้มผสมกับเอสเพรสโซช๊อต ใส่ความซาบซ่าของโซดาเข้าไป เมนูนี้เหมาะกับช่วงบ่ายๆ ที่ร่างกายเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้า จะได้ความสดชื่นของน้ำส้ม ความกระปรี้กระเปร่าของกาแฟ และความซาบซ่าเรียกสติให้กลับมาด้วยโซดา

ความรื่นรมย์จากกาแฟที่หอมอบอวล กลิ่นของกาแฟมอบความรู้สึกผ่อนคลาย อีกทั้งกาแฟยังช่วยเร่งอัตราการเผาผลาญ กระตุ้นการตื่นตัว และยังมีขนมอร่อยๆ ในบรรยากาศดีๆ เรียกได้ว่า ช่วงเวลาดื่มด่ำกับกาแฟถือเป็นการช่วยหยุดเวลาความรีบเร่งได้ชั่วขณะ เยียวยาตัวเราเองจากความเครียด ฟื้นฟูจิตใจ ช่วยให้สมองปลอดโปร่ง เติมความผ่อนคลาย ให้เวลากับตัวเอง ราวกับเป็นการ รีทรีต (retreat) เล็กๆ เพื่อรีแลกซ์ (relax) แล้วคุณจะกลับมารีเฟรช (refresh) พร้อมอยู่กับปัจจุบัน และพร้อมทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกครั้ง ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะพบได้…ในฟิตเนส ใจกลางเมือง

เอก กฤษณาวารินทร์ เจ้าของ STAGE Café, ผู้ร่วมก่อตั้งฟิตเนส STAGE Find The Real U, ดีเจตัวพ่อชี่อดังของเมืองไทย กล่าวว่า STAGE Cafe เรียกได้ว่าเป็นเวทีของเครื่องดื่ม ของขนม ของอร่อยๆ ของทุกคน เรามีความตั้งใจอยากให้ทุกคนมีประสบการณ์ร่วมกัน โดยการมีเมล็ดกาแฟจากหลายที่มาให้ลูกค้าได้ลองเลือก ลองทำ ลองชง และชิมฝีมือตัวเอง อีกทั้งยังมีคนคอยให้คำแนะนำ นี่คือจุดแตกต่างที่ทำให้เรามีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองที่ต่างจากฟิตเนสอื่น และยังเปิดกว้างให้คนอื่นๆที่มีความรู้ ความสามารถ มีไอเดีย โดยให้เราเป็นสื่อกลาง เป็น STAGE ให้มีความหลากหลายได้มาสร้างกิจกรรมดีๆ ร่วมกัน

และคอนเซ็ปต์ร้านอีกอย่าง คือพยายามปรับเปลี่ยนเมล็ดกาแฟทุกเดือน มีเมล็ดกาแฟใหม่ๆ ให้ลูกค้าได้ลิ้มลองตลอดเวลา ขนมก็เหมือนกัน ทางร้านก็จะมีขนมใหม่ๆ มาให้ได้ลองอยู่เรื่อยๆ สร้างความแปลกใหม่ตลอดเวลา ส่วนขนมที่ได้รับความนิยมมากๆก็ยังคงมีไว้ โดยทางร้านจะคัดสรรขนมที่ตอบโจทย์ของคนรักสุขภาพในระดับหนึ่ง และที่ดีต่อใจด้วยสำหรับคนที่ออกกำลังกาย รวมไปถึงกลุ่มคนที่รักสุขภาพแต่ไม่ได้จริงจังเรื่องการออกกำลังกายแบบนักกีฬาอาชีพ ก็ยังต้องการความอร่อยของการใช้ชีวิตอยู่ ทั้งเครื่องดื่มและขนม มีความสุขกับการกิน สิ่งเหล่านี้ทำให้เราพยายาม หาจุดตรงกลางให้เจอ นั่นก็คือ มีทั้งความอร่อยที่ดีต่อใจ ดีต่อสุขภาพและกินแล้วไม่รู้สึกผิดด้วย STAGE Cafe พร้อมเป็นส่วนหนึ่งของความสุขเล็กๆ น้อยๆ เพื่อเติมความรื่นรมย์ของการใช้ชีวิตที่มีคุณภาพและมีความสุขที่ยืนยาว และ นั่นคือ ส่วนนึงของศิลปะในการใช้ชีวิตของคนในยุค New Normal ครับ”

STAGE Cafe ตั้งอยู่บริเวณชั้น 1 ของตึก STAGE ใจกลางเมืองย่านเลียบทางด่วนรามอินทรา ใกล้ CDC, The Crystal Park, Central EastVille 95 โยธินพัฒนา 11 แยก 7 คลองจั่น บางกะปิ แผนที่การเดินทาง คลิก https://goo.gl/maps/xzLJZRBipLd5NEgd7 เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 08.00 – 19.00 น. โทรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 082 218 3194

ประสบการณ์ตรงจากคนกิน ‘วีแกน’ อร่อยดีมีอยู่จริง กินแล้วได้อะไรบ้าง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/635774

วันที่ 18 ต.ค. 2563 เวลา 12:25 น.ประสบการณ์ตรงจากคนกิน 'วีแกน' อร่อยดีมีอยู่จริง กินแล้วได้อะไรบ้างกินวีแกนได้อะไรบ้าง? เปิดความลับ “กัณฑรัตน์ เจิมจิตรผ่อง” สาวสายบุญที่หันมาทานวีแกนอย่างเต็มตัวพร้อมแชร์ทุกแง่มุมจากประสบการณ์ตรง

กลับมาอีกครั้งแล้วกับเดือนแห่งเทศกาลกินเจ ที่หลายคนต้องลด ละ หยุด ห้ามใจจากเมนูเนื้อสัตว์ แล้วเปลี่ยนมาทานผักผลไม้ตลอดช่วงเทศกาล เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ที่เข้าร่วมเทศกาลนั้นมีเหตุจากความเชื่อทางศาสนา แต่ในขณะเดียวกันการทานเจยังเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญ ที่สามารถปูทางให้ผู้ที่เข้าร่วมเทศกาลได้เริ่มทดลองพัฒนาเปลี่ยนจากการทานเจตามช่วงเทศกาลมาทานวีแกน และหันมาดูแลสุขภาพของตัวเองอย่างจริงจัง

ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาที่ไม่นานนัก แต่การเข้าร่วมเทศกาลเจอาจจะช่วยจุดประกายให้หลายๆ คนตัดสินใจหันมาทานวีแกนและดูแลสุขภาพร่างกายของตัวเองอย่างต่อเนื่อง แม้จะผ่านช่วงเวลาเจไปแล้ว การทานวีแกน คือ การบอกลาอาหารทุกอย่างที่เบียดเบียนสิ่งมีชีวิตรวมถึง เนย นม และน้ำผึ้ง จากชีวิตประจำวัน

สำหรับสาวๆ ที่สนใจอยากหันมารักตัวเองเริ่มดูแลสุขภาพไม่ควรพลาด เพราะจะได้สัมผัสกับเรื่องราวซึ่งเป็นประสบการณ์ตรงจาก กัณฑรัตน์ เจิมจิตรผ่อง ที่หันมาทานวีแกนอย่างเต็มตัวพร้อมแชร์ทุกแง่มุมของการทานวีแกน

กัณฑรัตน์ เล่าว่า เดิมเคยเป็นคนที่อยากทานวีแกนอยู่ก่อนแล้ว แต่ไม่สามารถทานได้ต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลาหลายเดือน และจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เธอหันมาทานวีแกนแบบเต็มตัวคือตอนที่คุณแม่ มีอาการของโรคหลอดเลือดในสมองและต้องเข้ารับการรักษาอยู่หลายครั้ง จึงทำให้เธออยากทำสิ่งดีๆ พร้อมสร้างบุญกุศลให้ทั้งตัวคุณแม่และตัวเธอเอง ผ่านการทานวีแกน เพราะนอกจากเป็นการเสริมสร้างสุขภาพที่ดีต่อร่างกายแล้ว ยังทำให้เธอไม่ต้องไปเบียดเบียนสัตว์ที่ถูกนำมาประกอบอาหารอีกด้วย

หลังจากเริ่มทานวีแกนควบคู่กับการเดินออกกำลังกายได้ไม่นาน ก็เริ่มเห็นผลการเปลี่ยนแปลงกับสุขภาพของตัวเองอย่างชัดเจน เริ่มตั้งแต่ผลตรวจสารอาหาร แร่ธาตุ วิตามินต่างๆ ที่สำคัญต่อร่างกายออกมาอยู่ในเกณฑ์ดีกว่ามาตรฐานทั้งหมด อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้อย่างชัดเจน คือ ารหันมาทานวีแกนช่วยปรับร่างกายให้เกิดความสมดุล มีส่วนช่วยให้อารมณ์ดีสงบไม่ถูกรบกวนจากปัจจัยต่างๆ รอบตัวได้ง่าย

นอกจากสุขภาพที่ดีจากการทานวีแกนแล้ว หลายคนอาจจะคิดว่าการทานวีแกนนั้นลำบากและมีรสชาติที่ทานได้ยาก แต่ในความเป็นจริงการทานวีแกนในปัจจุบัน ไม่ได้จำกัดขอบเขตอยู่แค่เพียงการทานแต่ผักผลไม้แบบเดิมอีกต่อไป กัณฑรัตน์ เล่าว่า โดยปกติส่วนตัวเธอเป็นคนที่ชอบทานอาหารทุกชนิดอยู่แล้ว ทำให้การหันมาทานวีแกนนั้นทำได้ไม่ยาก การทานวีแกนของเธอนั้นปกติ จะเน้นการทานผักและถั่วเป็นหลัก เพื่อให้ได้รับโปรตีนและสารอาหารต่างๆ ในปริมาณที่เพียงพอต่อร่างกาย และนอกจากอาหารเจที่เธอทานทั่วไปแล้ว กัณฑรัตน์ยังชอบเสาะหาเมนูวีแกนที่หลากหลายมาลองอยู่ตลอด อีกหนึ่งในอาหารวีแกนที่เธอชื่นชอบก็คือ “อาหารแพลนต์เบสต์” ซึ่งกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในหมู่ผู้รักสุขภาพ เป็นนวัตกรรมอาหารแปรรูปวัตถุดิบจากพืชและผักต่างนานาชนิดและให้รสสัมผัสที่มีความคล้ายคลึงกับการทานเนื้อสัตว์ ทำให้วัตถุดิบแพลนต์เบสต์มาช่วยให้การทานวีแกนมีความหลากหลายมากขึ้น

การทานเมนูแพลนต์เบสต์ นอกจากจะดีต่อสุขภาพแล้ว ยังมีรสชาติถูกปาก ทานง่าย ไร้กังวล อีกทั้งยังมีหน้าตาน่ารับประทานอีกด้วย นับเป็นความสุขทางใจ ที่ได้ลดการบริโภคเนื้อสัตว์ ไม่เบียดเบียน และหันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพของตนเอง อีกทั้งยังช่วยเรื่องสิ่งแวดล้อม และหนึ่งในร้านโปรดของคุณกัณฑรัตน์ที่เสิร์ฟเมนูแพลนต์เบสต์ คือ ซิซซ์เล่อร์ ซึ่งเป็นเครือร้านอาหารแรกที่นำอาหารแพลนต์เบสต์เข้ามาใส่ในเมนูเพื่อเสนอทางเลือกใหม่ให้กับลูกค้าสายสุขภาพ เหตุผลหลักที่คุณกัณฑรัตน์เลือกซิซซ์เล่อร์ให้เป็นหนึ่งในร้านโปรด ก็เพราะ สลัดบาร์ พร้อมตัวเลือกของเครื่องสลัดที่มีหลากหลาย ตอบโจทย์สายสุขภาพได้เป็นอย่างดี และ เมนูแพลนต์เบสต์ ที่หาทานได้ง่ายแม้เวลาเธอต้องเดินทางไปต่างจังหวัด สองเมนูแพลนต์เบสต์ที่เธอชื่นชอบจากทางซิซซ์เล่อร์คือ สเต๊ก ออมนิมีท กับสปาเกตตีซอสทรัฟเฟิล และ สเต๊ก บียอร์น ซอสบาร์บีคิว สองเมนูพิเศษในช่วงเทศกาลเจของซิซซ์เล่อร์ซึ่งให้รสสัมผัสที่คล้ายคลึงกับการทานเนื้อสัตว์ เพิ่มสีสันให้กับมื้ออาหารสไตล์วีแกนของเธอ รสชาติที่อร่อยกลมกล่อม ทั้งซอสทรัฟเฟิลกลิ่นหอม และซอสบาร์บีคิวรสเข้มข้น แถมประโยชน์เน้นๆ จากผักและเนื้อแพลนต์เบสต์ ไม่พอราคาของสองเมนูนี้ยังถือว่าคุ้มค่ามาก เพราะซิซซ์เล่อร์เค้าเน้นทั้งคุณภาพและปริมาณที่อิ่มท้องพร้อมอิ่มบุญอย่างแน่นอน

สุดท้าย กัณฑรัตน์ได้ทิ้งท้ายให้แก่ผู้ที่สนใจอยากเริ่มทานวีแกนว่า การเปิดใจทานวีแกนอาจจะท้าทายในช่วงแรก แต่การทานวีแกนอาจจะเริ่มจากการทานหนึ่งมื้อต่อวัน หรือหนึ่งวันต่อสัปดาห์ จากนั้นจึงค่อยๆ เพิ่มจำนวนมื้อที่ทานตามลำดับ และ อีกหนึ่งทริคการเริ่มทานวีแกนคือการเริ่มศึกษาเรื่องประโยชน์และคุณค่าทางสารอาหารต่างๆ ที่ได้รับจากการทานวีแกน เพื่อเปลี่ยนการทานวีแกนให้มีสีสันสนุกสนานและเสริมกำลังใจในการทานวีแกนพร้อมหันกลับมาใส่ใจสุขภาพตัวเองในระยะยาวเพราะสุขภาพก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องใหญ่ที่ถูกหลายคนมองข้าม การเลือกทานแต่อาหารที่มีรสชาติถูกปากอาจจะสวนทางกันกับสารอาหารที่ร่างกายเราต้องการนำมาใช้ในแต่ละวัน ไม่เพียงแค่เท่านั้น การทานอาหารที่ให้โทษต่อร่างกายในปริมาณมากๆ สามารถนำไปสู่จุดเริ่มต้นของหลายโรคภัยไข้เจ็บที่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เพราะฉะนั้นหันมาใส่ใจเรื่องอาหารการกินของตัวเองถือเป็นเรื่องสำคัญเพราะนอกจากจะช่วยส่งผลที่ดีให้กับร่างกายของเราแล้ว ยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคร้ายต่าง ๆ อาทิ โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง ฯลฯ แถมยังช่วยบำรุงเรื่องผิวพรรณและรูปร่างอีกด้วย